วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 3.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 มี.ค. 60

ตอนที่ 3.3

 

                        “ไม่ต้องหาชิ้นส่วนของผู้หญิงคนไหนให้วุ่นวายหรอก ในห้องนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต่อให้รื้อจนหมดห้อง เธอก็หาอะไรไม่เจอ ผู้หญิงส่วนใหญ่ของฉันจะอยู่เป็นที่เป็นทาง นั่นก็คือบ้านดอกไม้ขาว พวกหล่อนทุกคนรู้ดีว่าที่ตรงไหนเป็นที่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นเธอจึงสบายใจได้ ในห้องนี้เธอจะไม่ซ้ำรอยใคร”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วก้มลงไปหาว่าที่ภรรยา มือหนากดแผ่นหลังบอบบางเอาไว้เมื่อหล่อนทำท่าจะเอนกายหนี แต่ก่อนที่จะได้ลิ้มชิมรสอันหอมหวานก็ต้องผละห่างเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ดังออกมาจากจมูกโด่ง ตามด้วยการอนุญาตห้วนๆ

 

                        “ผู้หญิงจากบ้านดอกไม้ขาวมาขอพบคุณญาญ่าค่ะ”

 

                        จบการรายงานของพรรณาราย ญาดารัตน์ก็หันไปจ้องหน้าอเล็กซ์ด้วยสายตาเอาเรื่อง

 

                        “ฉันละเชื่อคำพูดของคุณเลย สาวๆ ทั้งหลายไม่เคยเข้ามานอนที่นี่กันสักคน แต่ก็แวะเวียนมาดูหน้าสามีของพวกหล่อนไม่ว่างเว้น แล้วอย่างไรล่ะทีนี้ชีวิตฉัน นับจากนี้มันจะต้องถูกโอบล้อมไปด้วยผู้หญิงของคุณสักกี่คนกัน แล้ววันนี้ฉันจะต้องคอยเสิร์ฟน้ำร้อนน้ำชาให้กับบรรดาเมียๆ ของคุณด้วยหรือเปล่า ไหนช่วยบอกฉันทีสิว่าการลงไปพบกับผู้หญิงของคุณในรอบนี้ ฉันต้องเสี่ยงกับการหน้าแหกอีกครั้งไหม”

 

                        ญาดารัตน์ถามเสียงฉุนเฉียว แล้วพุ่งตัวไปยังหน้าประตูอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดรอคำตอบใดๆ จากคนที่เธอกำลังหัวเสียใส่ ทำให้อเล็กซ์ที่กำลังจะร้องบอกหญิงสาวว่าไม่ต้องลงไปก็ได้รีบหุบปากฉับ ให้ตายเถอะ เขาคิดว่าบาปในอดีตกำลังจี้ตามมาติดๆ บรรดาผู้หญิงของเขาไม่เคยมีใครบุกถึงที่นี่มาก่อนก็แห่กันมาโดยไม่ได้นัดหมายหรือส่งสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงรีบลุกขึ้นตามว่าที่เจ้าสาวไป พลันก็เหลือบไปเห็นพรรณรายที่กำลังหมุนตัวหนี จึงรีบเรียกไว้เอาก่อน

 

                        “เดี๋ยว พันช์ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย”

 

                        เรียกเสร็จอีกฝ่ายก็หันกลับมา ดวงหน้าหวานมองเขานัยน์ตาใสอย่างรอรับคำบัญชา ทำให้คนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะต่อว่าต้องอ้าปากค้าง แล้วก็พูดเสียงอ่อนลง

 

                        “ทีหลังถ้ามีพวกผู้หญิงของฉันแวะมาหาฉันหรือว่าญาญ่า ให้ไล่กลับไปได้เลย หรือเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่เขากำลังจะแต่งงาน ต้องไม่มีเรื่องผู้หญิงอื่นมาพัวพันให้ว่าที่เจ้าสาวของตัวเองต้องขุ่นใจ!”

 

                        “รับทราบค่ะ”

 

                        พรรณรายรับคำด้วยสีหน้าสงบเสงี่ยม แล้วเดินจากไปเงียบๆ อเล็กซ์หรี่ตาลงอย่างช้าๆ มองตามหลังอีกฝ่ายไป แล้วสักพักก็ตื่นตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าป่านนี้ญาดารัตน์คงลงไปพบกับสาวๆ ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะมั่นใจว่าหล่อนจะไม่ต้องเผชิญกับใครที่อารมณ์ร้ายๆ แบบชาเบลอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าบรรดาสาวๆ จากบ้านดอกไม้ขาวมาด้วยสาเหตุอันใด เป็นครั้งแรกที่เขากลัวพวกผู้หญิงแบบเข้าขั้นระแวงจับจิต และรู้สึกไม่ค่อยจะไว้ใจยามเมื่อพวกผู้หญิงต้องมาอยู่ด้วยกันสักเท่าไรเลย

 

                        ......................

 

                        าดารัตน์เดินลงมาถึงด้านล่างก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันของสาวๆ กลุ่มใหญ่ดังอยู่ทางห้องปีกซ้ายของปราสาทแดร์เดฟเวิล หญิงสาวมองไปยังแม่บ้านผมสีทองที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มกระโปรงดำเสื้อขาวซึ่งรวบผมเอาไว้จนตึงเปรี๊ยะและกำลังรออำนวยความสะดวกให้อยู่เบื้องหน้า

 

                        “แขกรออยู่ในห้องที่สองทางปีกซ้ายค่ะคุณผู้หญิง”

 

                        “ขอบใจมากนะ”

 

                        บอกแล้วก็รีบเดินไปยังห้องรับรองแขก และพอเท้าก้าวเข้าไปยังห้องที่มีสาวๆ นั่งอยู่ร่วมสิบกว่าคนเท่านั้น ความเงียบก็บังเกิดขึ้น ทุกคนต่างหันมามองที่เธอเป็นจุดเดียว ทันใดนั้นญาดารัตน์ก็สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมีเสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้น บรรดาสาวๆ ของเขาต่างแย่งกันพุ่งเข้ามาหาเธอ ตามด้วยการรุมล้อมยื้อแย่งกันเรียกร้องความสนใจจากดารารัตน์ ดูเหมือนว่ามันจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อต่างคนต่างพยายามที่จะทำให้เธอพอใจ

 

                        “คุณญาญ่าคะ ฉันเอาผ้าไหมของดีประจำเกาะนี้มาฝากค่ะ ดูสิคะ มีครบทั้งสิบสองสีเลย รับรองว่ามันถักทอมาอย่างดีไร้ที่ติ นี่ถ้าคุณเอามันไปตัดชุดละก็ รับรองว่าต้องออกมาสวยมากแน่ๆ เลยค่ะ”

 

                        เสียงเรียกขานชื่อเล่นเธอราวกับคุ้นเคยกันมานานนั้นทำให้ญาดารัตน์เชื่อแล้วว่าที่นี่มีพวกฆ้องปากแตก หนอนบ่อนไส้แบบที่น้องสาวอเล็กซ์ว่าไว้จริงๆ แต่ขณะที่เธอยังไม่ทันได้ตอบอะไรใคร เสียงของสตรีอีกคนก็ดังขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจจากเธอ ตามด้วยการโอบประคองญาดารัตน์จนแทบจะกลายเป็นอุ้ม ให้หญิงสาวไปนั่งบนโซฟา

 

                        “นายหญิงคะ ของฉันสิคะดีเลิศกว่าใครๆ ทั้งหมด มันเป็นหินสีนำโชคค่ะ ถ้าใครมีไว้ก็จะโชคดีทุกๆเรื่องเลย”

 

                        “แต่ฉันมีขนมเค้กที่ตั้งใจอบมาเป็นพิเศษ เพื่อว่าที่เจ้าสาวของอเล็กซ์โดยเฉพาะเลยนะ รับรองว่าอร่อยไม่เหมือนร้านไหนๆ เลยละ”

 

                        จบเสียงที่แข่งกันเอาอกเอาใจนั้น ญาดารัตน์ก็ถูกยื้อแย่งตัวจากสาวๆ เพื่อให้ไปนั่งใกล้ๆ ตัวเอง แต่ก่อนที่ใครจะได้ตัวเธอไป เสียงกระแอมหน้าประตูก็ดังขึ้น

 

                        “นั่นพวกเธอกำลังทำบ้าอะไรกันอยู่น่ะ”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุ ร่างสูงอิงอยู่ที่ขอบประตูมองบรรดาสาวๆ ของเขาหน้าตึง ขณะที่พวกผู้หญิงชะงักค้างเริ่มหันไปมองหน้ากันอย่างลังเลว่าสมควรจะสอพลอใครต่อดีระหว่างญาดารัตน์กับอเล็กซ์ ที่สุดสาวๆ ที่จับแขนญาดารัตน์อยู่ก็ปล่อยเธอ แล้วรีบร้องเรียกชื่ออเล็กซ์กันอย่างกระตือรือร้น

 

                        “ที่รัก ทูนหัว คิดถึงที่สุดเลย”

 

                        สิ้นเสียงนั้นสาวๆ ก็ทำท่าจะกรูกันเข้าไปหาอเล็กซ์ แล้วก็ต้องพากันเบรกแทบหัวทิ่ม เมื่อเขาเอ็ดเสียงเหี้ยมเกรียม

 

                        “หยุด! หยุดกันอยู่ตรงนั้นแหละ”

 

                        ญาดารัตน์ที่ยืนดูเหตุการณ์พลิกผันนั้นกะพริบตาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าเขาเอาผู้หญิงร่วมสิบคนอยู่ได้อย่างไรกัน เพราะทันทีที่เขาเปิดปากออก ทุกคนต่างพากันยืนเรียงแถวนิ่ง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แล้วทุกคนก็ค่อยๆ หลบตาเมื่ออเล็กซ์กวาดมองด้วยสายตาดุดัน

 

                        “พวกเธอมาที่นี่ทำไมกัน รู้ตัวไหมว่ากำลังสร้างความวุ่นวาย”

 

                        เสียงตวาดห้วนๆ ทำให้บรรดาสาวๆ แอบมองตากัน สักพักก็พยักพเยิดเกี่ยงกันเป็นคนอธิบาย ที่สุดสาวที่ดูเป็นตัวตั้งตัวตีซึ่งถูกทุกสายตาพุ่งไปหาก็เป็นคนเอ่ยออกมาอย่างเสียไม่ได้ ท่ามกลางใบหน้าที่บึ้งตึงของอเล็กซ์

 

                        “เรามาฝากเนื้อฝากตัวกับว่าที่เจ้าสาวของคุณ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเราทุกคนยินดีอยู่ในโอวาท คือว่าพวกเราไม่อยากให้ว่าที่ภรรยาของคุณเกลียดชังเรา และสั่งให้คุณกำจัดพวกเราทิ้งไป”

 

                        จบคำนั้นญาดารัตน์ก็เบิกตากว้าง ในที่สุดก็หน้าแดงก่ำ

 

                        บ้าเอ๊ย! บรรดาว่าที่เมียเก็บของเขากำลังกลัวว่าสถานะของตัวเองจะสั่นคลอน เพราะมีเธอเข้ามาในชีวิตอเล็กซ์หรือนี่ เธอไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ชิงรักหักสวาทแบบนี้เลย ช่างน่าขันดีแท้ จะแต่งงานก็ได้รับตำแหน่งเมียเอกเพิ่มเข้ามาทันที ญาดารัตน์คิดอย่างโมโหกับตำแหน่งว่าที่เมียใหญ่ที่ไม่ได้เลือก แล้วกวาดตามองบรรดาสาวๆ ของอเล็กซ์ทุกคน

 

                        “พวกคุณไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่คิดจะไปก้าวก่ายชีวิตของพวกคุณตั้งแต่แรกแล้ว ความจริงฉันเองยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าการเข้ามาเป็นภรรยาใหญ่นั่นมันเป็นอย่างไรบ้าง กระทั่งพวกคุณมารวมตัวกันนี่แหละ ฉันจึงเห็นภาพชัดเลยว่าจะได้รับความรักจากพวกคุณมากมายขนาดไหน คงต้องขอบคุณอเล็กซ์นะ ที่ทำให้ฉันได้พบกับความรักที่เหลือเฟือขนาดนี้!

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยเสียงขึ้นจมูกแล้วจ้องไปยังอเล็กซ์ด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ จากนั้นก็พยายามฝืนยิ้มให้ทุกคน และกลั้นใจขอตัวสาวสวยแต่ละนางด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ในตอนนี้ แล้วก็เดินเชิดหน้าผ่านอเล็กซ์ออกไป โดยไม่หันกลับมามองเหตุการณ์ในห้องอีกเลย จึงไม่ได้เห็นหน้าตาถมึงทึงของว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีสักนิดเดียว

 

                        “ต่อไปอย่ามาที่นี่กันอีกนะ เอ่อ...แล้วก็อย่าทำให้ว่าที่ภรรยาของฉันรู้สึกว่าหล่อนกำลังจะเป็นเมียหลวงด้วย เพราะว่ามันจะไม่มีคำคำนั้นมอบให้แก่หล่อนอย่างแน่นอน และนับจากนาทีนี้ไป ญาญ่าจะเป็นภรรยาของฉันแค่เพียงคนเดียว!

 

                        “หมายความว่ายังไง”

 

                        คำถามนั้นทำให้อเล็กซ์กวาดตามองทุกคน จากนั้นก็ถอนใจเบาๆ

 

                        “ก็หมายความว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เราทั้งหมดเลิกกัน”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น