วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 3.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 มี.ค. 60

ตอนที่ 3.2

 

                        าดารัตน์เดินไปรอบๆ ห้องสีน้ำตาลขรึม เปิดตรงนั้นดูตรงนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับห้อง แล้วความคิดบางอย่างก็แว่บเข้ามา ใบหน้าสวยจึงบึ้งตึง ดวงตาคู่โตปลายเฉียงเล็กน้อยฉายประกายหวาดระแวง สักพักร่างแน่งน้อยอรชรก็เดินไปหยุดอยู่ตรงตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดมันออกมาสำรวจดู หญิงสาวหยิบของภายในนั้นออกมารื้อค้น พอไม่เจอสิ่งที่คิดเอาไว้ก็รีบใส่มันกลับเข้าไปใหม่ กระทั่งมาถึงตู้หลังสุดท้าย ประตูก็เปิดเข้ามา หันไปก็เห็นอเล็กซ์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางงงๆ ขณะที่เธอซึ่งกำลังเปิดลิ้นชักค้างเอาไว้ผงะเล็กน้อยแล้วพยายามฉีกยิ้มให้เขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

 

                        “นั่นเธอกำลังหาลายแทงขุมทรัพย์อยู่หรือไงยาหยี”

 

                        อเล็กซ์ถามแล้วเดินเข้ามาหา สายตาจับนิ่ง แถมแววตายังฉายชัดว่าเขาไม่ได้คิดในสิ่งที่ถามออกมาเลยสักนิดเดียว ซึ่งญาดารัตน์ก็ได้แต่อ้ำอึ้ง พยายามยิงฟันยิ้มและทำหน้าเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็รีบเบือนหน้าหนี หายใจหอบๆ เมื่อร่างสูงต้อนเธอไปจนหลังติดตู้ แล้วก็กักเอาไว้ด้วยลำแขนแข็งแรงทั้งสองข้าง จากนั้นก็ก้มลงมาจ้องหน้าเธอเขม็ง และพอเขาลดมือข้างหนึ่งลงมาจับที่เอว ญาดารัตน์ก็สะดุ้ง กลีบปากอิ่มงามดังกุหลาบแรกผลิเม้มเข้าหากัน เมื่อคนจ้องจับผิดขยิบตา จากนั้นก็เพ่งมองกันด้วยสายตาคาดคั้น ใบหน้าหล่อคมมีคำถามผุดขึ้นเต็มดวงหน้า สองคนจ้องตากันอยู่นาน กระทั่งริมฝีปากที่ดูอบอุ่นเร่าร้อนซึ่งญาญ่ารู้จักพิษสงของมันดีว่ายามได้จูบฟัดไปตามร่างของเธอนั้นอานุภาพจะร้ายแรงสักเพียงใดเอ่ยถามขึ้น

 

                        “ว่ายังไง หาอะไรในตู้เสื้อผ้าฉัน บอกมาสิจะได้ช่วยหา บางทีของที่เธออยากได้อาจไม่ได้อยู่ในนั้นนะ”

 

                        คำถามและคิ้วหนาที่เลิกขึ้นสูงนั้นทำให้หญิงสาวรู้ดีว่า ถ้าไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่ จึงจ้องไปที่เขาด้วยแววตาฉิวๆ ก่อนจะกระแทกเสียงห้วนใส่ ด้วยความเจ็บใจตัวเองที่ต้องพ่ายแพ้เขาในทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน ขอให้แมวตะกายหน้าหล่อๆ ของอเล็กซ์ให้เยินไปทีเถอะ! ทำไมจะต้องเป็นเธอที่เป็นฝ่ายจนมุมและสิ้นท่าให้กับเขาในทุกทีที่ปะทะกันด้วย มันน่าขายหน้าชะมัดเลย

 

                        “ไม่ใช่ลายแทงอย่างที่คุณกล่าวหาก็แล้วกัน ฉันไม่ใช่พวกบ้าสมบัติขนาดนั้น แต่ฉันกำลังหาร่องรอยความสำส่อนของคุณต่างหากเล่า”

 

                        เอ่ยแล้วถลึงตาใส่เขา เห็นใบหน้าหล่อคมเอียงมองเธอ และไอ้ระบบประมวลหาคำตอบของเธอที่มันช้า ก็เพราะใบหน้าคมสันสมบูรณ์แบบอย่างหาที่ติไม่ได้ ซึ่งมันโน้มลงมาหาเรื่อยๆ นี่แหละ นี่เธอเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่าที่คิดว่าแม้กระทั่งลมหายใจของเขามันยังเร้าอารมณ์

 

                        “เอ…ยังไง”

 

                        คำตอบด้วยหน้าตาฉิวๆ นั้นทำให้อเล็กซ์ขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วมองมาทางญาดารัตน์อย่างต้องการคำตอบมากกว่านี้ ทำให้ญาดารัตน์ต้องถอนใจหนัก ใบหน้าเล็กเชิดหน้าขึ้นสูง เกลียดความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นลูกหนูตัวน้อยๆ ยามที่เผชิญหน้ากับอเล็กซ์เหลือทน

 

                        “ก็ชุดชั้นใน เสื้อผ้าผู้หญิงของคุณอาจอยู่ในนี้ ฉันก็เลยคิดว่าถ้าเจอจะกำจัดมันออกไป”

 

                        จบคำนั้นเธอก็รู้สึกขายหน้า เมื่อเขาส่ายหัวแล้วจ้องมองมาอย่างระอา

 

                        “ก็บอกแล้วไงว่าไม่เคยพาใครมา ฉันเองก็ต้องระวังความประพฤติของตัวเองเวลาอยู่ต่อหน้าพวกน้องสาวของฉันเหมือนกัน เอ๊ะ! หรือว่าเธอกำลังหึงพวกผู้หญิงที่ฉันไม่เคยมีความคิดจะแต่งงานด้วยอย่างนั้นหรือ ถึงได้ไม่มีสมองจดจำเลยว่าฉันไม่เคยพาใครมานอนในห้องนี้”

 

                        “เปล่านะ” ญาดารัตน์ร้องเสียงแหลม และตกใจตัวเองที่เถียงเสียงดังและเร็วเกินไป แล้วก็รีบหลบสายตาเมื่ออเล็กซ์มองมาอย่างจับผิดและรู้ทัน

 

                        “จะบ้าหรือไงกัน กล่าวหาฉันแบบนี้ก็ได้ด้วย ฉันไม่ได้หึงคุณสักหน่อย แล้วฉันก็ไม่ลืมที่คุณพร่ำบอกว่าไม่เคยพาใครมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน!”

 

                        เสียงหวานแหว พร้อมถลึงตาใส่เขาใหญ่โต พอดวงตาสีสนิมส่งประกายล้อเลียนมาให้ก็เลยแสร้งตีหน้าขรึมกลบเกลื่อน แล้วเสมองไปตรงไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สายตาจับผิดรู้ทัน บ้าจริง! ทำไมเธอต้องกลัวว่าเขาจะคิดว่าเธอร้อนตัวด้วยนะ ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นสักนิดเดียว ญาดารัตน์บอกตัวเองว่าอย่างนั้น เสร็จแล้วก็รีบหลับหูหลับตาชี้แจงกับเขาต่อ

 

                        “การที่ฉันค้นห้องคุณเพื่อหาร่องรอยนั้น ก็เพราะฉันอยากรู้ว่าคุณเป็นคนพูดจาเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนกัน ก็คำพูดของคุณน่ะมันสวนทางกับเรื่องที่คุณพร่ำบอกฉันเองนี่นา พ่อร้อยลิ้นกะลาวน!”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วตีหน้าไขสือ จากนั้นก็เผลอค้อนให้เขาทีหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลย

 

                        “ตอนมาถึงคุณบอกกับฉันว่าไม่เคยพาผู้หญิงมาที่นี่เลย แต่สุดท้ายก็ดันมีผู้หญิงโผล่เข้ามาจนได้ แถมหล่อนยังโวยวายว่าท้องกับคุณซะด้วย แล้วที่สำคัญแม่สาวคนนั้นยังดุยิ่งกว่าพิตบูล นี่ถ้าคนห้ามไว้ไม่ทันละก็ ป่านนี้หน้าฉันคงจะแหกเพราะเล็บยาวๆ ของเจ้าหล่อนไปแล้ว”

 

                        พอบอกไปก็อยากตะกุยหน้าหล่อๆ นั้นนัก เมื่อเขาไม่ไล่เบี้ยอะไรอีก และเอาแต่ยืนอมยิ้มมันท่าเดียว คล้ายกับพอใจที่ได้เห็นเธอมุ่งมั่นแก้ตัวเสียเหลือเกิน ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดยิ่งอธิบายก็ยิ่งเละเทะไปกันใหญ่ คล้ายกับว่าเธอจะหึงหวงเขาเข้าแล้วจริงๆ ก็เลยพยายามหาเหตุมาอ้างเพื่อให้เขาเชื่อถือตน ทั้งๆ ที่เธอก็มั่นใจแล้วว่าภูมิต้านทานของใจแข็งแรงมาก และเตรียมตัวมาดีแล้วที่จะไม่หวั่นไหวเทใจให้กับคนเจ้าชู้ที่เพียบพร้อมไปเสียทุกด้านอย่างเขา

 

                        หญิงสาวฉุนเฉียวกับแววตารู้ทัน เธอพยายามบอกตัวเองว่าทั้งหมดของความไขว้เขวในใจนั้น มันเกิดจากความหลงตัวเองของอเล็กซ์แต่เพียงผู้เดียว และตัวเธอเองนั้นก็ไม่ได้เผลอใจไปลุ่มหลงเขา เหมือนอย่างที่สาวๆ รายอื่นเป็นมาแล้วแน่นอน ญาดารัตน์คิดโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตลอดเวลานั้นแววตาของเธอมันฉายประกายสับสนชัดเจนมากเพียงใด กระทั่งได้ยินเสียงอเล็กซ์หัวเราะหึๆ ใส่เธอนั่นแหละ ถึงได้ยืนยันความรู้สึกของตัวเองออกไปด้วยเสียงอันสูงปรี๊ด

 

                        “คุณขำอะไรน่ะหือ ขอยืนยันอีกครั้งนะ ว่าฉันไม่ได้หึงหวงอะไรอย่างที่คุณคิดไปเองแน่นอน นี่หยุดเลิกคิ้วสูงและมองเหมือนฉันเป็นเด็กเลี้ยงแกะแบบนั้นนะ กรุณาเชื่อฉันเดี๋ยวนี้เลย คนหลงตัวเอง! ไม่เห็นต้องมีเหตุผลอะไรที่ฉันจะรู้สึกแบบนั้นเลย มันไม่มีแรงจูงใจสักนิดเดียว!”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยพร้อมค้อนปะหลับปะเหลือก แล้วก็ผงะเม้มปากแน่นเมื่อเสียงทุ้มสวนมา ดวงตาที่คมกริบฉายประกายกร้าวแกร่งเป็นนิจ บัดนี้มันระยิบระยับแพรวพราววับวาวไปด้วยประกายขบขัน

 

                        “ไม่มีเหตุให้หึงจริงๆ หรือ” อเล็กซ์เอ่ยแล้วยกมือถูปลายคาง ทำหน้าตาครุ่นคิด ก่อนจะจ้องเธอด้วยแววตาร้อยเล่ห์ “อืม...อันที่จริงมันก็มีเหตุจูงใจอยู่เหมือนกันนะ อย่างแรกเลย เธอเป็นเมียฉัน อย่างที่สอง ฉันเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ อย่างที่สาม ดูๆ ไปฉันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ อย่างที่สี่ ฉันหล่อแถมด้วยรวยมาก แล้วก็อย่างที่ห้า…”

 

                        “พอๆ หยุดไว้แค่ข้อสี่ของคุณนั่นแหละ ขอร้องละ เลิกหลงตัวเองได้แล้ว”

 

                        ญาดารัตน์รีบยกมือห้าม พร้อมทั้งฉวยโอกาสผลักร่างเขาออกห่าง แต่ให้ตายเถอะ ผลักอย่างไรเขาก็ไม่เขยื้อนเลย จึงแสร้งกวาดตามองไปรอบๆ โดยระหว่างนั้นก็พยายามอธิบายไปด้วย

 

                        “ที่ฉันหาร่องรอยความสำส่อนของคุณนั้น ก็เพราะว่าฉันไม่อยากให้เสื้อผ้าชุดใหม่ของฉันต้องมาปะปนกับข้าวของของพวกหล่อน คือฉันกลัวว่าถ้าไม่ดูให้ดีๆ ก่อน ฉันอาจจะเผลอใส่ชุดของคนอื่นเข้าไปก็ได้ แล้วทีนี้วันดีคืนดีถ้าหากเจ้าหล่อนบุกมาถึงที่นี่เหมือนชาเบล แล้วเห็นฉันอยู่ในเสื้อผ้าของเจ้าหล่อนเข้า ฉันก็อาจจะโดนหล่อนคนนั้นหัวเราะเยาะ หรือทวงของของหล่อนคืนก็ได้”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วหอบเบาๆ กับการแก้ตัวจนลืมหายใจ แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นอเล็กซ์ที่จู่ๆ ก็เลิกจับผิด และก้มลงมามองมือของเธอแทน จากนั้นก็คลี่ยิ้มนัยน์ตากรุ้มกริ่ม จึงรีบก้มลงมองตามบ้าง แล้วก็หน้าแดงระเรื่อ

 

                        “คนบ้า! อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้นนะ ฉันแค่หยิบมันออกมาโดยไม่รู้ตัวตอนที่คุณเปิดประตูเข้ามาเท่านั้นเอง ก็ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่านี่มันคือกางเกงชั้นในของคุณ!

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยด้วยความอับอาย เดินหน้างอง้ำเอากางเกงในเขาไปเก็บไว้ตามเดิม จากนั้นก็แสร้งปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ในใจเดือดปุดๆ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะบาดหูให้กับการกระทำโง่ๆ ของเธอ แล้วก็ตัวเกร็งเมื่อเขาเดินมาหาแล้วโอบบ่า จากนั้นก็ลากเธอลงไปนั่งบนโซฟาเดียวกัน หญิงสาวพยายามตะกายหนี เมื่อเขาจับเธอขึ้นนั่งตัก แต่เมื่อรู้ว่าดิ้นไม่หลุดก็เลยนั่งตัวแข็งอยู่อย่างนั้น

+++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น