วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 3.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 มี.ค. 60

ตอนที่ 3.4

 

                        “อะไรนะ”

 

                        เสียงสูงร้องถามพร้อมกัน ไม่คิดว่าจะถูกบอกเลิกทีเดียวแบบรวบหมด ต่อมาสาวๆ ก็เริ่มร้องห่มร้องไห้ อเล็กซ์ทนดูสักพักหนึ่งก็ตวาดออกไป

 

                        “พอแล้ว พอ! หยุดแสดงละครกันเสียที ทุกคนในนี้ต่างก็รู้ดีว่าระหว่างเราจะไม่มีการผูกมัด และแต่ละคนมีอิสระมากแค่ไหน แม้ฉันจะเลี้ยงดูให้ที่พักและเงินเดือนพวกเธอ แต่ใช่ว่าพวกเธอจะจงรักภักดีต่อฉันกันนักหนา” อเล็กซ์พูดแล้วไล่มองแต่ละคนอย่างรู้ทัน ในความไม่จงรักภักดีของแต่ละคน เอาง่ายๆ บางคนยังเคยมีความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงและลูกน้องเขาเลย ซึ่งเขาก็ไม่เคยว่าเพราะให้อิสระตั้งแต่แรก เพียงแต่เตือนเรื่องการป้องกัน และตัวเขาเองก็ป้องกันกับทุกคน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ในเมื่อเขาไม่คิดจะยุ่งกับใครเกินสามหนอยู่แล้ว ส่วนบ้านดอกไม้ขาวนั้น เดิมทีเขาทำไว้เมื่อต้องการอยู่ตามลำพัง แต่เห็นสาวๆ เหล่านี้ไร้บ้านก็เลยรับเข้ามาอยู่ ทีนี้ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งมากขึ้น ตามระยะเวลาความโสดของเขา

 

                        “ฉันแค่ประกาศยุติความสัมพันธ์ ทำไมจะต้องร้องไห้ฟูมฟายมากขนาดนั้นด้วย ฟังกันให้ดีๆ ถึงฉันจะเลิกเกี่ยวข้องกับพวกเธอ ก็ใช่ว่าฉันจะไล่ทุกคนออกไปจากบ้านดอกไม้ขาววันนี้เสียเมื่อไรกัน ทุกคนยังอาศัยอยู่ที่นั่นได้ แล้วถ้าใครอยากทำอาชีพอะไรเป็นพิเศษ ให้ติดต่อเลขาฯ ฉันได้เลย” อเล็กซ์เอ่ยแล้วส่ายหัวเมื่อทุกคนเริ่มยิ้มได้ “เลี้ยงดูกันมาขนาดนี้แล้ว ฉันไม่เฉดหัวใครทิ้งเหมือนทิ้งกางเกงในเก่าๆ ง่ายๆ หรอก ฉันจะเอื้อเฟื้อและจะดูแลทุกคน และจะจ่ายเงินให้เหมือนอย่างที่เคยจ่ายให้ จะเลี้ยงกันไปจนกว่าแต่ละคนจะมีผู้ดูแลใหม่ ฉันจะพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมที่สุด เพียงแต่ว่าเราจะไม่เกี่ยวข้องกันอีกก็เท่านั้นเอง”

 

                        เสียงเด็ดเดี่ยวของอเล็กซ์ทำให้ทุกคนนิ่ง และแต่ละคนก็ค่อยๆ ยอมรับความจริง เพราะมันคือข้อตกลงกันแต่แรก แม้จะไม่ทันได้ตั้งหลัก เรื่องที่เขาคิดเปลี่ยนใจหนีไปมีภรรยามาก่อนเลยก็ตาม

 

                        “พวกเราเข้าใจแล้วค่ะ”

 

                        สาวๆ เอ่ยออกมาอย่างจำนน แต่ละคนค่อยๆ เดินออกไปอย่างเรียบร้อย โดยไม่ลืมที่จะจุ๊บอำลาและอวยพรเขา ทำให้ตามแก้ม คาง และลำคอ รวมถึงเสื้อยืดสีขาวสะอาดของอเล็กซ์เลอะเทอะไปด้วยรอยลิปสติก พอทุกคนออกไปจนหมดแล้ว อเล็กซ์ก็กลอกตาไปมาอย่างโล่งอก จากนั้นก็รีบขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อทำความเข้าใจกับว่าที่เจ้าสาวทันที

 

                        ……………….

 

                        “ฉันอยากอธิบายเรื่องผู้หญิงพวกนั้น” อเล็กซ์ตะโกนบอกทันทีที่เข้าไปในห้องได้ แล้วก็ต้องค้างไว้แค่นั้น เมื่อคนที่เขาอยากให้เข้าใจหน้าแดงก่ำ เสียงหวานกระชากใส่อย่างไม่ค่อยนุ่มหูสักเท่าใดนัก

 

                        “ก่อนที่คุณจะอธิบายอะไรมากกว่านี้ ฉันว่าคุณควรไปล้างลิปสติกออกให้หมดก่อนดีไหมคะ ฉันไม่ค่อยสะดวกคุยกับผู้ชายที่มีรอยจูบเต็มไปหมดแบบนี้”

 

                        “อะไรนะ”

 

                        “ลิปสติกมันลายไปหมดทั้งหน้าคุณแล้วค่ะอเล็กซ์ ฉันไม่อยากเห็นตราประทับแห่งความสำส่อนปรากฏอยู่บนหน้าของคุณอีกแม้แต่วินาทีเดียว เพราะมันทำให้ฉันเกิดอาการคลื่นเหียนค่ะ ว่าแต่ว่านอกจากสาวๆ เจ้าของรอยลิปสติกพวกนี้แล้ว ยังมีอีกกี่รอยในบ้านดอกไม้ขาวคะ ที่วันนี้ยังไม่ได้จูบคุณเลย”

 

                        คำถามนั้นทำให้อเล็กซ์อ้ำอึ้ง

 

                        “ก็... ยังพอมีอยู่บ้าง พวกนี้เขาแค่มาในฐานะตัวแทน”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วหลบตา เมื่อเห็นดวงตาคนตัวเล็กตรงหน้าจุดประกายสว่างวาบ เขาไม่คิดจริงๆ ว่ากับอีแค่อดีตแบบหมาดๆ ที่เคยมีผู้หญิงเยอะ จะทำให้หล่อนออกอาการหัวเสียได้ถึงขนาดนี้ ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย แถมอายุปูนนี้ เหยียบเข้าไปสามสิบกว่าๆ แล้ว มันก็ต้องมีเรื่องผู้หญิงกันบ้าง ทำไมหล่อนถึงต้องทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจ และรับเขาไม่ได้มากมายขนาดนั้นด้วย แล้วอเล็กซ์ก็กระตุกยิ้มเฝื่อนๆ เมื่อหล่อนร้องเสียงตกใจออกมา

 

                        “แค่ตัวแทน โอ๊ย! ตายละ บรรดาเมียเล็กๆ ร่วมสิบพวกนี้เป็นแค่ตัวแทน แล้วถ้าอย่างนั้นเมียที่อยู่ระดับขั้นต่ำกว่าฉันมันมีกี่คนกันล่ะ งั้นคุณก็เรียกมาฝากเนื้อฝากตัวกันให้หมดเลย ฉันจะได้ให้พันช์ช่วยจัดสรรคิวเข้าปรนเปรอคุณได้ถูก นี่ฉันร้อนใจนะ ถ้าใครจะมาบ่นว่าฉันเป็นเมียใหญ่ที่ลำเอียง จัดเวลาให้แต่ละคนได้เข้าพบสามีไม่เท่ากัน!

 

                        เอ่ยประชดไปแล้วก็อยากเอาอะไรทุ่มใส่นัก เมื่อเขายังหน้าด้านตอบคำถามเธอ ต่างจากพวกผู้ชายเจ้าชู้ทั้งหลายที่ชอบโกหกและปฏิเสธเพื่อเอาใจผู้หญิงไปวันๆ

 

                        “ก็มีเกินครึ่งจากที่มานิดหน่อย มันไม่มีอะไรมากหรอกน่า อย่าเก็บเอามาใส่ใจให้รกหัวเลย พวกหล่อนก็แค่คนไม่มีที่ไป ฉันก็เลยเปิดบ้านให้เข้ามาอยู่ และมีอาหารให้กินก็เท่านั้นเอง”

 

                        “ก็เท่านั้นเองๆ เมียเก็บเป็นสิบๆ นี่นะคุณบอกว่าเท่านั้นเอง ฟังดูดีเหมือนว่าฉันกำลังได้สามีใจบุญสุนทานนะคะ”

 

                        เสียงแซวต่ำลึก ตาคู่สวยที่ไม่ขำและมองมาคมกริบนั้น คล้ายมีดที่ปักลงมาผ่าอกเขาจนเป็นแผลเหวอะหวะ อเล็กซ์จึงส่งยิ้มปูเลี่ยนให้ว่าที่เจ้าสาวมากขึ้น ทว่าหล่อนกลับไม่ยอมยิ้มตอบ แถมยังถลึงตาใส่เขามากขึ้นด้วย คนเจ้าชู้ตัวพ่อจึงแสร้งจุ๊ปากเบาๆ แล้วลากขายาวๆ ไปที่โต๊ะ จากนั้นก็รินน้ำในเหยือกขึ้นมาดื่ม ระหว่างนี้ก็ตะแคงหูฟังเสียงหล่อนไปด้วย

 

                        “แหม! ถ้าคุณเป็นนักบุญจริงๆ ทำไมถึงไม่เปิดบ้านเด็กกำพร้าไปเลยล่ะคะ หมดกันความฝันของฉันที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ คนที่จะเป็นของฉันแค่คนเดียว นี่มันอะไรกัน คุณทำลายความฝันฉันจนพังพินาศหมดเลย แถมทางเลือกของตัวเองก็ยังไม่ยอมให้ฉันมีด้วย!

 

                        ญาดารัตน์ต่อว่าเขาด้วยน้ำเสียงกล่าวหา ทำให้เสียงทุ้มแทรกขึ้นมาบ้าง

 

                        “ก็เรื่องนี้แหละที่ฉันอยากอธิบาย...”

 

                        เสียงที่ขัดขึ้นมานั้นทำให้ญาดารัตน์ชะงัก แต่พอมองหน้าเขาที่มีรอยลิปสติกเลอะเต็มไปหมดก็หน้างอง้ำ เห็นแล้วมันสุดจะทนจนต้องหันหลังหนี

 

                         “ไม่อยากฟัง! แล้วก็ช่วยเอาหน้าเหม็นๆ ที่มีแต่ลิปสติกสาวๆ ของคุณออกไปให้พ้นสายตาฉันด้วย แล้วก็ไม่ต้องมาพูดหรืออธิบายอะไรอีกแล้ว เพราะว่าตอนนี้ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี”

 

                        เอ่ยแล้วถอนใจ จากนั้นก็เคลื่อนไปชิดริมหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยมองไปยังทะเลสาบอันกว้างขวางภายในรอบรั้วของปราสาทแดร์เดฟเวิลด้วยจิตใจที่ขุ่นมัว ก่อนจะเค้นเสียงออกไป

 

                        “คืนนี้เชิญคุณนอนคนเดียวเถอะ ฉันจะไปนอนกับป้านิ่มหรือพันช์ก็ได้ และถ้าเขาไม่ให้นอนละก็ ฉันจะเข้าไปนอนในห้องครัว หรือว่าไปนอนที่ตรงไหนของบ้านนี้ก็ได้ ขอแค่ว่าตรงนั้นอย่ามีคุณก็พอ!

 

                        จบคำนั้นอเล็กซ์ก็มึนตึ้บเมื่อว่าที่ภรรยาของเขาหยิบกระเป๋าใบจิ๋วที่เป็นของเขาเอง ซึ่งคาดว่าในนั้นน่าจะมีเสื้อผ้าของเขาที่หล่อนพอจะใช้ได้ขึ้นมาจากปลายเตียงด้วยใบหน้าถมึงทึงนัยน์ตาขุ่นขวาง ปากอวบอิ่มที่เขาชอบจูบยื่นออกมาด้วยความโกรธ ทุกๆ อย่างมันบอกชัดว่าหล่อนได้เตรียมตัวที่จะทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง ก่อนที่เขาจะกลับขึ้นมาบนห้องนี้เสียอีก

 

                        “เฮ้! ไม่ได้นะยาหยี อยากให้คนอื่นเขาคิดว่าเราทะเลาะกันนักหรือไง หยุดเดี๋ยวนี้เชียว”

 

                        “ฉันไม่สนใจความคิดของใคร และความรู้สึกของฉันเท่านั้นที่มันสำคัญ”

 

                        เสียงไม่แยแสนั้นทำให้อเล็กซ์สบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาลังเลกับการวิ่งไปดึงว่าที่เจ้าสาวกลับมาและการเข้าไปกำจัดรอยลิปสติกในห้องน้ำ แต่พอคิดไม่ออกว่าจะไปง้องอนหล่อนอีท่าไหนดี เมื่อหล่อนบอกว่าห้ามพูดอะไรในตอนที่อารมณ์หล่อนไม่ดี จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างหัวเสียนิดๆ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการเลี้ยงเมียเก็บและนางบำเรอเอาไว้เยอะๆ มันจะส่งผลเสียตามมาได้ถึงขนาดนี้

 

                        วิถีชีวิตของเขาคงไม่ใช่เรื่องที่จะอธิบายให้ใครเชื่อในวันสองวันได้ อย่าว่าแต่หล่อนเลย หากเขาบอกดุ๊กกับอาเดนว่าเขาเลิกเจ้าชู้แล้วจริงๆ และเลิกได้ทันที เพื่อจะมาเป็นสามีที่ดีนั้น เพื่อนๆ ของเขาก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน แล้วนับประสาอะไรกับญาดารัตน์ที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่นานมานี้ล่ะ เรื่องนี้เห็นทีว่าคำอธิบายคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว มันคงต้องใช้เวลาและการทำให้เห็นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอเล็กซ์ก็พร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง

 

                        อเล็กซ์ขอแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ ในช่วงนี้อย่าได้มีสาวๆ คนไหนฝ่าฝืนคำสั่งแล้วบุกเข้ามาหาเขาอีกเลย ลองว่าหล่อนเห็นเขาวนเวียนและคลุกคลีอยู่ใกล้ๆ หล่อนเป็นประจำ และไม่ได้หายไปไหน หล่อนอาจจะเปิดใจ และเริ่มมองเห็นว่าเขาเปลี่ยนได้ คิดได้ดังนั้นก็เลิกคิดหาถ้อยคำอะไรมาอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับญาดารัตน์ แต่ตั้งหน้าตั้งตาชะล้างรอยจูบของบรรดาผู้หญิงในอดีตทิ้งไป

 

++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #8 chanayut910 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 10:13
    โอ๊ยตายกลัวเมีย 555
    #8
    0