เพราะ (หยุด) รักคุณไม่ได้

ตอนที่ 4 : 01 : ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

 

 

 

เมื่อเดินลงมาถึงโต๊ะรับประทานอาหาร หญิงสาวก็ทำตาลุกวาวด้วยความแปลกใจ

“โอ้โห วันนี้คุณหญิงทำสปาเก็ตตี้จริงด้วย” เธอไม่เห็นรู้เลยว่าแม่ทำอาหารแบบนี้ได้ด้วย

“ลองทำตามเน็ต เป็นไงลองชิมดูสิ” กานดาราเรียกลูกสาวเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารจากนั้นก็วางจานใส่เมนูเส้นที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ให้

“สู้แกงไก่ใส่วุ้นเส้นก็ไม่ได้” พงพัฒน์แย้งหลังจากที่ลองกินไปก่อน เป็นที่รู้กันดีในครอบครัวว่าประมุขของบ้านชอบทานอาหารไทยมากกว่า

“แหมพ่อ อร่อยออก” กัญญณัชยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นแม่จากนั้นจึงตักชิ้นเนื้อที่อยู่ในซอสรอดเส้นสปาเก็ตตี้ไปลองให้เจ้าต้าวกิน “เห็นไหมพ่อ ไอ้ต้าวยังชอบ”

“ไอ้ตัวนี้ก็ชอบกินทุกอย่างไม่ใช่เหรอ”

นอกจากจะชอบแล้วยังส่ายหางกระดิกหูยิกๆ อยากกินอีก

“จะว่าไป ก็ไม่ได้พามันออกไปเดินเล่นนานแล้ว เหงาแย่อยู่แต่ในบ้าน” ผู้เป็นแม่มองหมาที่เลี้ยงไว้แล้วถอนหายใจ

“พรุ่งนี้วันหยุด เดี๋ยวตอนเช้าจะพามันไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนข้างหมู่บ้านแล้วกัน” หญิงสาวเอ่ยกับพ่อแม่โดยที่อีกมือยังลูบขนสัตว์เลี้ยงไปด้วย

เพราะไซบีเรียนเป็นหมาที่มีกำลังเยอะ จะต้องพาไปออกแรงอยู่สม่ำเสมอจะได้ไม่มาทำลายข้าวของในบ้านให้เละเทะ แต่ถึงแบบนั้นเจ้านี่ก็ยังชอบกัดนู่นแทะนี่ในบ้านอยู่เรื่อง

หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จ หญิงสาวก็แยกย้ายจากพ่อแม่กลับเข้าห้องนอนตัวเองตามเดิม คราวนี้เธอตั้งใจว่าจะอาบน้ำแล้วนอนเลย ทั้งที่ปกติแล้วกัญญณัชมักจะใช้เวลาตอนดึกในอ่านทำกิจกรรมผ่อนคลายอย่างอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ แต่เพราะวันนี้เหนื่อยล้ากว่าปกติ จึงอยากเข้านอนเร็ว

มีคนบอกว่าก่อนนอน สมองเรามักจะขุดเรื่องที่เราทำผิดพลาดในอดีตให้เรามาคิดก่อนนอน

และใช่ มันกำลังเกิดขึ้นกับกัญญณัช

 

‘แก...พี่ฟลุกไปกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ฉัน..ฮึก โคตรโง่เลย’ ร่างบอบบางกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ตัวสั่นเสียงสั่นจนน่าสงสาร

‘เออ แกมันโง่’ เมธานินทร์ในวัยสิบแปดย่างสิบเก้าต้องมานั่งฟังเรื่องนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

‘ก็ปลอบใจหน่อยไม่ได้รึไงเล่า’ กัญญณัชทำเสียงแหวใส่อีกฝ่าย

‘ปลอบอะไรอีก ฉันบอกให้แกเลิกกับมันตั้งแต่ครั้งแรกที่มันทำแกร้องไห้แล้ว แกก็ไม่เลิก บอกว่าจะให้อภัยเขาอยู่นั่น ฉันน่ะอยากด่าแกกว่าตอนนี้’ เพื่อนชายคนสนิทถอนหายใจอีกครั้ง

เมธานินทร์เอนหลังไปพิงขอบเตียงด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ในวันนี้เขาต้องอยู่เฝ้าบ้านแทนพ่อแม่ที่ออกไปช่วยงานศพญาติอยู่ต่างจังหวัด ทำให้กัญญณัชไม่ต้องเกรงใจและสามารถร้องไห้ออกมาได้เต็มที่

‘ก็ฉันรักเขา’

‘แล้วมันรักแกบ้างป้ะ มันรู้หรือยังว่าแกร้องไห้เพราะมัน’

‘รู้..ก็เพิ่งโทรหา แต่พี่ฟลุกตัดสาย’

‘มันทำขนาดนี้ก็ยังจะรักมันลงอีกเหรอ’ เมธานินทร์ทำหน้าเหลือเชื่อใส่เธอ

‘ฉันมาหาแกเพื่อให้แกปลอบใจฉันนะเว้ย’

‘ปลอบจนเหนื่อย’

‘ฉันอยากดื่ม...แกดื่มด้วยกันไหม’

‘บ้านฉันไม่มีของมึนเมา’ เพื่อนหนุ่มหวังตัดความคิดนั้น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะเคยมีลองบ้าง วัยรุ่นมันก็ห้ามกันยาก แต่ให้ดื่มจริงจังเลยก็ยังไม่เคย

‘เดี๋ยวไปซื้อ’

‘เราอายุยังไม่ถึงนะ’ ถึงจะเกินสิบแปดแต่ยังไม่ถึงยี่สิบ

‘ฉันแอบขโมยบัตรประชาชนแม่มา บอกให้แม่ให้มาซื้อก็สิ้นเรื่อง’

‘แกจะบ้าเหรอ นี่แก้อกหักจนเพี้ยนรึไง้’ เมธานินทร์ทำตาโตตกใจ

‘ใช่! และแกต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันด้วย เพราะฉันบอกที่บ้านไปแล้วว่าจะค้างบ้านเพื่อน’ พ่อแม่ของกัญญณัชไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะพวกเขาเข้าใจว่าพ่อแม่ของเมธานินทร์อยู่บ้านด้วย

 

กัญญณัชในวัยยี่สิบเก้าถอนหายใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนสิบเอ็ดปีก่อน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด เธอจะไม่ขโมยบัตรประชาชนของแม่ จะไม่ไปซื้อของมึนเมาทั้งที่อายุไม่ถึง จะไม่ฟูมฟายกับผู้ชายเลวๆ คนเดียวที่นอกใจเธอหลายครั้ง จะไม่ ไม่ ไม่ และไม่ แต่มันก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้ว ทำได้เพียงคิดถึงแล้วเจ็บใจอยู่อย่างนี้

ตัดสินใจพลาดครั้งเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนตลอดไป

เพราะหลังจากที่อกหักแล้วดื่มเหล้าเมามาย ผลที่เกิดขึ้นก็คือ...

 

ความเมามายก็ทำให้เขาและเธอทำเรื่องที่ขาดสติลงไป

‘ฉันจะรับผิดชอบ...’

‘ไม่ต้อง’ กัญญณัชตอบแทบจะทันที เธอไม่ต้องการให้มีการรับผิดชอบอะไร เพราะเรื่องเมื่อคืนที่เกิดมันมีสาเหตุมาจากตัวเธอเอง‘แค่ลืมมันไปก็พอ’

‘ลืม? ลืมยังไงวะกวาง แกอย่ามาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย’

ใช่..มันไม่ง่าย ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแบบจำอะไรไม่ได้เลยก็พอจะทำใจลืมได้ แต่นี่ทั้งเขาและเธอต่างก็จำได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น รวมถึงร่างกายที่เปลือยเปล่าทั้งคู่ก็ยิ่งเป็นหลักฐาน ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเพื่อนทำให้หญิงสาวยากจะยอมรับ

‘ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้แกรับผิดชอบไง แกก็แค่ทำตัวเหมือนเดิม’

‘…’

‘เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ได้ไหม’

 

และแน่นอนว่าไม่ได้ เหตุการณ์นั้นทำให้หญิงสาวเสียเพื่อนไปจริงๆ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เธอก็เสียเพื่อนอยู่ดี ทั้งที่เหตุการณ์นั้นมันมีสาเหตุมาจากตัวเธอเอง เธอไม่อยากให้มันต้องมีอะไรเปลี่ยนไป สถานะเพื่อนมันก็ดีอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายก็โกรธเธอมาก ทั้งที่เขาเป็นผู้ชาย เสียหายน้อยกว่า ทำไมถึงได้...โกรธขนาดนั้น

เฮ้อ ช่างปะไร เรื่องก็ผ่านมานานแล้ว ไม่รู้จะยึดติดทำไม แถมเขาเองก็คงไม่ได้ใส่ใจแล้วด้วยซ้ำ

 

ในเช้าวันต่อมา หญิงสาวลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่มาเปลี่ยนเสื้อจากชุดนอนเป็นชุดวอร์มสำหรับวิ่งออกกำลังกาย โดยจัดการหยิบเชือกจูงมาคล้องตัวเจ้าต้าวเพื่อพาออกไปด้วยกัน ซึ่งต้าวก็ตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษที่จะได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน ทั้งวิ่งโลดไปรอบบ้าน จนต้องจับตัวเอาไว้

“ไอ้ต้าว อยู่เฉยๆ เดี๋ยวพาออกไปแล้ว” กัญญณัชจับเชือกจูงเอาไว้แน่นเพราะกลัวจะปล่อยหลุดไป

ใช้เวลาไม่นานทั้งหมาทั้งเจ้านายก็พากันมาถึงสวนสาธารณะข้างหมู่บ้าน เวลายามเช้าตรู่ไม่ค่อยมีแดด ก็มีเหล่าลุงป้าน้าอาที่รักสุขภาพเริ่มออกมาวิ่งเหมือนกัน บรรยากาศกลางเดือนพฤศจิกายนก็ไม่ได้แย่มากนัก ยิ่งช่วงเช้าก็กำลังดี เหมาะกับการออกมาสูดอากาศในสวนสาธารณะที่มีต้นไม้รายรอบ

หลังจากที่เริ่มวิ่งไปได้ครึ่งกิโลกับสุนัขคู่ใจ จากอารมณ์ที่แจ่มใสสดชื่นของกัญญณัชเริ่มเปลี่ยนเป็นความมึนตึงราวกับท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆฝนมาบดบัง เพราะเธอมองเห็นเจ้าของร่างสูงคุ้นตาอยู่ในชุดวอร์มและมาพร้อมกับสุนัขตัวหนึ่งพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์ กำลังออกมาวิ่งเช่นกัน

เมธานินทร์ที่วิ่งมาตีคู่ก็ยิ้มออกมาในขณะที่หญิงสาวหุบยิ้มแล้วทำหน้าบึ้งแทน

“อ้าว คุณหมอกวางก็พาน้องมาวิ่งด้วยกันเหรอครับ”

เธอก็ลืมไปว่าอีกฝ่ายได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านถาวรแล้ว นอกจากที่โรงพยาบาลก็คงได้เจอกันแถวบ้านอีก

“ยุ่ง” กัญญณัชตอบแค่นั้นแล้วก็ตั้งใจวิ่งต่อไป แต่ดูเหมือนว่าไอ้ต้าวของเธอจะเจอเพื่อนเล่น”อ๊ะ หยุดทำไมต้าว”

ไซบีเรียนของเธอหยุดวิ่งแล้วเข้าไปสูดๆ ดมๆ ทักทายเจ้าโกลเด้นของเมธานินทร์ จะว่าไปแล้วต้าวก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นมากนักเพราะอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ การได้ออกมาจากหมาตัวอื่นคงทำให้รู้สึกตื่นเต้น

“เหมือนหมาของแกจะชอบหมาของฉันแล้วนะ นี่ลูกสาวฉันเสน่ห์แรงจริงๆ ออกจากบ้านก็เจอหนุ่มมาติด” ชายหนุ่มยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

ให้ตายสิ ไอ้ต้าวของแม่ จะจีบหญิงทั้งที่ก็จีบตัวอื่นไม่ได้เหรอไง ทำไมต้องเป็นหมาของผู้ชายคนนี้ด้วย

“ไอ้ต้าววิ่งเลย ไปได้แล้ว” เมื่อเห็นมันไม่วิ่ง หญิงสาวก็ต้องออกตัววิ่งไปก่อนเพื่อให้มันวิ่งตาม แต่ลูกชายของเธอกลับไม่ยอมวิ่งตาม

ดู๊ดูมัน ติดสาวแล้วลืมแม่เรอะ

“ฉันว่าเตรียมเรียกสินสอดดีไหมนะ น้องชะเอมลูกสาวฉันอาจจะได้ออกเรือน” เมธานินทร์หัวเราะ เขาไม่ได้เดือดร้อนกับการที่ต้องหยุดวิ่ง

“อะไรกัน ฉันไม่เกี่ยวดองกับแกหรอก” กัญญณัชเอ่ยพลางตวัดสายตาไม่ชอบใจใส่อีกคน

“เอาน่า ถ้าเด็กมันชอบพอกันก็อย่าขัดขวางเลย เป็นแม่ผัวใจร้ายเหรอแกอะ”

 

Castle-G's Talk

โถ...เมื่อก่อนเป็นได้แค่เพื่อน แต่ทุกวันนี้แค่เพื่อนเขาก็ไม่ให้เป็นแล้ว

ฝากส่งฟีดแบคหน่อยน้า ให้กำลังใจเราเขียนต่อ ;-;

Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #9 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:37
    ใช้หมามาด่าเพื่อนอ่ออออออ // คนที่รู้สึกก่อนก็รับสถานะเดิมไม่ได้เข้าใจเลย
    #9
    0
  2. #8 I_wanna_resign (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:31
    น้องหมาสื่อรัก น่าร้ากกกกกกกกก ไม้หนึ่งคือพูดปกติเป็นมั้ย คำไหนก็ดูกวนประสาทไปหมด
    #8
    0