[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 4 : 03 : หวั่นไปทั้งใจ [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

By Castle-G

03

 

“เหม่อ เหม่อเข้าไป เป็นอะไรแม่คุณ”

เสียงของเพื่อนสาวทำให้มาเจนตาหลุดจากภวังค์ความคิดแล้วกลับเข้าสู่โลกความจริง เธอมองพริมที่กำลังนั่งเคี้ยวผลไม้อยู่ฝั่งตรงข้ามหลังจากที่แวะเข้าโรงอาหารช่วงพักกลางวัน

“คิดเรื่อยเปื่อย”

“นั่นแน่ะ แอบส่องผู้ป้ะจ๊ะ” พริมฉีกยิ้มไปในทางแซวเล็กน้อย “แล้วข้าวน่ะกินบ้าง เขี่ยไปเขี่ยมามันคงจะอิ่มอยู่หรอก”

“ก็อิ่มแล้วนะ” เธอตอบ

“หา?! แต่แกเพิ่งเอาเข้าปากสามคำ”

“แกนับด้วยเหรอ”

“ก็เปล่า แค่เดาโดยประมาณ กินอีกนิดเถอะ แกผอมมากเลยนะ กลัวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน” เพื่อนสาวพูดด้วยความหวังดี

เพราะตอนนี้มีแค่มาเจนตากับพริมที่นั่งอยู่ด้วยกัน ส่วนเพื่อนสาวอีกคนอย่างน้ำชาไปทำธุระส่วนตัวบางอย่างจึงไม่ได้มาโรงอาหารด้วยหัน บอกเอาไว้แค่ว่าเจอกันในห้องเรียนเลย หากให้เดาก็คาดว่าเจ้าตัวไปหาแฟนที่อยู่คนละสาขา

“นี่พริม ฉันถามแกหน่อยสิ”

“ถามว่า”

“แกเคยแบบ..” มาเจนตากำลังคิดหาประโยคที่จะพูดคุยกับอีกฝ่าย โดยเลือกใช้ถ้อยคำที่ดูเข้าใจง่ายแต่ไม่น่าตกใจจนเกินไป “มีคนมาขอดูแลหรือเปล่า”

“คนมาขอดูแล? แบบไหนอะ” ผู้เป็นเพื่อนยังคงไม่เข้าใจ

“ก็แบบ ผู้ชายมาขอเลี้ยง”

“แค่กๆ”

เมื่อเห็นพริมสำลักผลไม้ที่เพิ่งกินเข้าไปเมื่อครู่ หญิงสาวจึงรีบหยิบแก้วน้ำไปให้เพื่อนสนิทให้ดื่มตามเข้าไป พอพริมเริ่มกลับมาเป็นปกติเจ้าตัวก็มองหน้าเธอเขม็ง

“ถามแบบนี้ อย่าบอกนะว่า”

“อืม” มาเจนตาเลือกที่จะไม่บ่ายเบี่ยง ต่อให้ไม่รู้วันนี้ วันหน้าก็ต้องรู้อยู่ดี เธอไม่อยากปิดบังเพื่อนด้วย อย่างน้อยในเวลานี้เพื่อนก็เป็นคนที่หญิงสาวพอจะปรึกษาได้มากที่สุด

“ใคร อายุเท่าไหร่ เรียนจบยัง ถ้าจบแล้วทำงานอะไร มีลูกมีเมียหรือยัง โอ๊ย เล่ามานะ”

“ใจเย็นแก รอให้ถึงเวลาส่วนตัวดีกว่า” เธอคิดว่าการอยู่ในโรงอาหารท่ามกลางคนมากมายเช่นนี้ไม่น่าจะเป็นสถานที่เหมาะสมนัก

“นี่ฉันเย็นมากแล้ว ลองเป็นยัยน้ำชามันเข้าไปเขย่าตัวแกคาดคั้นเอาคำตอบแล้ว”

“ก็จริง” มาเจนตาพึมพำเมื่อนึกถึงหน้าเพื่อนสาวอีกคนที่ชอบทำเล่นใหญ่เกินจริงอยู่เรื่อย

 “ไม่รู้หละ เรื่องนี้ต้องขยาย”

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก หลังจากที่ทานข้าวเสร็จทั้งเธอและเพื่อนสาวก็เดินแยกออกมานั่งยังโต๊ะไม้ใต้ตึกเรียนเพื่อรอเวลาเข้าห้อง ซึ่งเป็นส่วนที่คนไม่หนาแน่น แม้จะมีเดินผ่านไปมาอยู่บ้างแต่คงไม่ได้มีคนมาสนใจว่าจะคุยเรื่องอะไรกัน

มาเจนตาเล่าเรื่องที่เจอภูริพัฒน์ให้พริมฟังโดยเล่าตั้งแต่คืนที่เจอเขาครั้งแรกจนกระทั่งเรื่องเมื่อวาน หลังจากที่พริมฟังจบ เจ้าตัวก็ทำหน้าตาตกใจไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่แกล้งเพื่อนเล่นจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้

“โห นักดนตรีคนนั้นอะเหรอ”

“อืม”

“รู้งี้ ฉันไม่ให้น้ำชาแกล้งแกหรอก”

หญิงสาวกำลังนึกขอบใจที่เพื่อนสนิทเป็นห่วง ทว่าประโยคต่อมาทำให้เธอชะงัก

“ฉันจะเป็นคนเอากระดาษแผ่นนั้นให้เขาเอง เผื่อโชคชะตาจะพามาไกลแบบนี้บ้าง” พริมว่าพลางยกมือป้องปากหัวเราะคิกคัก

“ฉันจริงจังนะเว้ย ฉันมาเล่าเพราะอยากปรึกษา”

“ปรึกษาอะไรอีก แกก็ตกลงอยู่กับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ” อีกฝ่ายพูดแล้วหรี่ตามอง

“ก็มันฉุกละหุก แกคิดว่าทำแบบนี้โอเคจริงเหรอ”

“แล้วมันมีอะไรไม่โอเคอะ แกก็บอกเองว่าเขาไม่ได้แย่ จากที่ฟังแกเล่าเขาก็ไม่ได้แย่นี่นา” พริมตอบ

“มันไวไปไง”

“ก็ไหนบอกเขาไม่ได้รีบร้อน ดูกันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”

ที่เพื่อนสนิทก็ถูกทุกอย่าง

“แกไม่กลัวเพื่อนโดนหลอกบ้างหรือไง” มาเจนตาถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนดูไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากนัก หนำซ้ำยังมองหน้าเธออย่างขำขัน

“โถ แม่เด็กน้อย แกมีอะไรให้เขาหลอก เงินเหรอ...แกไม่มีเงินให้เขาเอาหรอก เรียนก็ยังไม่จบ ค้ำประกันให้ใครไม่ได้ เขาเอาเวลาไปหลอกคนอื่นดีกว่า”

“ยัยพริม”

“อะๆ ล้อเล่น ก่อนที่เขาจะหลอกแก แกก็หลอกเขาก่อนเลยดิ”

“อย่างเช่น...?”

“หลอกเอาบ้าน หลอกเอารถ หลอกให้ซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางให้ เนี่ยไง”

“คำแนะนำแกนี่มันไร้ซึ่งความประเทืองปัญญาจริงๆ” ร่างบางถอนหายใจกับความไร้แก่นสารของคำแนะนำนั้น หรือบางทีเธอควรไปปรึกษากับน้ำชามากกว่า

“หรือว่ากลัวเขาหลอกฟันแกแล้วทิ้ง”

“...!

“ฮ่า! ใช่สินะ” พริมหัวเราะออกมาอีกครั้งจากนั้นจึงโน้มกายเข้าไปใกล้เพื่อนสาวที่นั่งอยู่อีกฝั่งพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “อย่าเพิ่งยอมสิ เล่นตัวไปก่อน แล้วหลอกให้เขาซื้อของให้อย่างที่ฉันว่า พอได้จนคุ้มแล้ว แกก็ชิ่งทิ้งเขาไปก่อนเลย อ้อ..หรือแกจะฟันเขาก่อนแล้วค่อยทิ้งก็ได้นะ”

“ยัยบ้า” มาเจนตาถลึงตาใส่เพื่อนตัวดีทันทีเมื่อฟังจบ

“ฉันดูผู้ชายไม่ค่อยเก่งแฮะ ของแบบนี้ต้องถึงมือยัยน้ำชามากกว่า แกลองนัดเขาออกมากินข้าวกับพวกเราสิ นัดน้ำชากับพวกไอ้กั้ง ไอ้เซฟด้วย ให้เพื่อนช่วยสแกนว่าพี่เฟียสของแกนั่นเป็นคนยังไง”

เป็นความคิดที่ดีที่สุดที่ได้ยินมาของวันนี้

 

@Nimman Condominium

มาเจนตากลับมาที่คอนโดหรูของ (ภูริพัฒน์ที่ให้) ตนเองหลังจากกลับจากเรียนเสร็จ เธอทิ้งกายลงนั่งบนโซฟากลางห้องพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาเจ้าของห้องตัวจริง หลังจากที่ได้แลกเบอร์แลกไลน์กันไปก่อนหน้าแล้วเรียบร้อย

Magenta : พี่ทำอะไรอยู่คะ

Puri : เหมือนว่าจะไม่ได้ทำอะไร

Magenta : ไม่ได้รบกวนพี่ใช่มั้ย

Puri : มีอะไรหรือเปล่า

Magenta : อาทิตย์นี้ว่างมั้ยคะ อยากชวนไปทานข้าว

Puri : เธอชวนพี่เดตเหรอ

Magenta : จริงๆ หนูชวนเพื่อนไปด้วยน่ะค่ะ สะดวกมั้ยคะ

Puri : ได้สิ

 

หญิงสาวโล่งอกให้กับคำตอบที่ถูกส่งกลับมา เธอคิดว่ามันจะยากกว่านี้เสียอีก เพราะอีกฝ่ายดูเป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อย

 

Puri : แต่มีข้อแม้นะ

Magenta : คะ

Puri : ถ้าอาทิตย์นี้เธอจะให้พี่ไปเที่ยวกับเพื่อนเธอ

Puri : คืนนี้ก็ให้พี่ไปหาเธอ

Puri : โอเคมั้ย


[2]

อ่า..เขามันช่างสรรหาข้อแลกเปลี่ยนกับเธอเสียจริง แล้วถ้าเธอยอมมันจะง่ายเกินไปหรือเปล่านะ ไม่สิ เธอจะต้องถามก่อนว่าเขามาทำอะไร

 

Magenta : มาทำอะไรเหรอคะ

Puri : พี่เหงามากเลย อยากหาคนมาดูหนังเป็นเพื่อน

Puri : ดู Netflix ที่ห้องด้วยกันมั้ย

 

ในอีกมุมหนึ่งของภูริพัฒน์

“เหงาจังเลย ดูเน็ตฟลิกซ์ที่ห้องด้วยกันไหม” เจ้าของเสียงใหญ่ที่พยายามดัดเสียงให้เล็กให้น้อยลงเพื่อเลียนแบบข้อความในมือถือที่ได้เห็น

ภูริพัฒน์ที่รู้ตัวว่าโดนแอบส่องมือถือก็หันหลังกลับไปส่งสายตาไม่เป็นมิตรกับเจ้าคนเสียมารยาททันที

“มีปัญหาไรไอ้เฮี้ย”

“เฮียพอ ไม่ต้องเสียงสูง” พิทช์แอบเบ้ปากใส่ภูริพัฒน์ ชายหนุ่มตัวสูงวัยยี่สิบหกปีหนึ่งในสมาชิกของวงแกตเตอร์โดยรับตำแหน่งมือกลองของวง

ในเวลานี้ทั้งวงกำลังอยู่ร่วมกันเพื่อซ้อมดนตรีเตรียมไปแสดงอย่างเช่นทุกครั้ง นอกจากมือกลองอย่างพิทช์แล้ว ก็ต้องมีเจ้าของตำแหน่งเบสอย่างปกป้อง กับตำแหน่งเล่นคีย์บอร์ดอย่างฮาร์ต ทั้งหมดทั้งมวลรวมตัวกันเป็นวงดนตรีเพื่อเล่นด้วยกันในเวลาว่าง

สมาชิกทั้งสี่คนต่างเป็นคนที่มาจากบ้านมีฐานะกันทั้งสิ้น แต่อาจจะเพราะรวยและสบายเกินไปเลยจับกลุ่มกันเล่นดนตรี พวกคนรวยนี่มันว่างกันจริงๆ

“มีอะไรอะ” ปกป้องเงยหน้าจากจานอาหารที่แกร๊บฟู้ดเพิ่งเอามาส่งแล้วทำหน้าสงสัย เขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในวงแต่สกิลอย่างอื่นไม่ได้น้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะสกิลต่อปากต่อคำ

“มันชวนสาวไปดูเน็ตฟลิกซ์ที่ห้อง บอกไม่มีคนดูด้วย” ได้ที คนสูงอายุประจำวงก็รีบฟ้องคนอื่นๆ

“ดูกับกูก็ได้ครับ กูว่าง” ฮาร์ตพูดขึ้น

“เหอะ ไม่” ภูริพัฒน์รีบปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

“ออกเสียงผิดป้ะ มันไม่ใช่เหนดฟลิกซ์ มันต้องเน้ดฝลิก” ปกป้องโชว์สกิลการออกเสียงภาษาอังกฤษคำว่า NETFLIX ที่ถูกต้อง

“กูจะออกเสียงยังไงก็เรื่องของกูครับ สาระแนนัก”

“ขอบคุณคร้าบ” น้องเล็กของวงรีบก้มหัวรับคำชมจากพี่ใหญ่ทันทีทันใด

“แล้วไง จะไปเลยเหรอ” พิทช์หันมาถามนักร้องนำของวงที่เพิ่งปิดโทรศัพท์แล้วยัดใส่กระเป๋า

เพราะตอนนี้หมดชั่วโมงของการซ้อมดนตรีกันแล้ว ทุกคนจึงได้รับอิสระในการออกไปทำธุระของตนเอง

“อืม จะกลับบ้านก่อน” ภูริพัฒน์เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาห้าโมงเย็นพลางถอนหายใจ เขานัดกับหญิงสาวไว้ช่วงสองทุ่ม ตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาเหลือไปสะสางบางเรื่องสักหน่อย

“หลังๆ นี้ขยันกลับจังนะบ้าน”

“ไม่กลับไม่ได้ เดี๋ยวโดนสุนัขเฝ้าบ้านฮุบสมบัติ” ชายหนุ่มว่าพลางหัวเราะ เขาพูดราวกับมันเป็นเรื่องตลกแต่หากเกิดขึ้นจริงมันกลับไม่ตลกสักนิดเดียว

 

มาเจนตาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเดินวนไปวนมาในห้องกี่รอบแล้ว หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาอยู่เป็นระยะว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ แต่นั่นกลับไม่ลดความตื่นเต้นลงเลยแม้แต่น้อย

เธอตกปากรับคำให้เจ้าของตัวจริงมาหาในคืนนี้ได้เพื่อดูหนังด้วยกัน? แต่ว่าหนุ่มสาวมันจะจบแค่ดูหนังจริงน่ะเหรอ แต่ถ้าเธอไม่ยอมก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ

เสียงของออดหน้าห้องทำให้ใบหน้าหวานหันไปมองยังประตูก่อนขมวดคิ้วงุนงง ยามนี้เพิ่งทุ่มครึ่ง และไม่มีคนรู้จักที่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่นี่อีกแล้ว มีอยู่คนเดียวเท่านั้นก็คือเจ้าของห้องตัวจริงซึ่งเขามาเร็วกว่าเวลานัดไปครึ่งชั่วโมง เธอยังไม่ทันเตรียมใจอะไรเลย แถมยังอยู่ในชุดนิสตเหมือนเดิมอีกต่างหาก

ภูริพัฒน์ส่งยิ้มมาให้หญิงสาวทันทีเมื่อเธอเปิดประตูต้อนรับ ในมือของเขามีถุงอะไรมากมายเข้ามาด้วย กลิ่นที่โชยออกมาทำให้เดาได้ไม่ยากว่ามันคืออาหาร

“มาเร็วไปเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยหลังจากเดินเข้ามาด้านใน “พอดีพี่แวะซื้อของมาทานด้วย ตอนแรกคิดว่ามันจะรอคิวนานกว่านี้เลยเผื่อเวลาไว้ แต่มันเสร็จเร็วก็เลยมาหาทันที กลัวมันจะหายร้อน”

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ”

“พี่ยังไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไร เลยเลือกของทั่วๆ ไปอย่างไก่ทอด ซีฟู้ด”

เธอทานได้ทุกอย่างที่เขาพูดมา ไม่มีอาหารอะไรที่แพ้ มีแค่ชอบกับไม่ชอบ

“อ๋อ จริงๆ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ พี่บอกว่าอยากหาเพื่อนดูหนัง”

“ดูไปกินไปก็ได้นี่” พอเขาพูดเช่นนั้น เธอก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรอีกจึงได้แต่พยักหน้าอีกครั้ง

“ถ้างั้น เดี๋ยวหนูมานะคะ ไปเอาคอม”

“เอามาทำไม”

“ก็พี่จะดูหนัง”

“ดูผ่านทีวีก็ได้ เดี๋ยวเชื่อมกับแท็ปเล็ตของพี่” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับชี้ไปยังโทรทัศน์เครื่องใหญ่ซึ่งตั้งวางตรงห้องโถงของห้อง

“ได้ค่ะ หนูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง” เธอมองสภาพที่ตัวเองที่ออกไปเจออะไรต่อมิอะไรนอกห้องมาบ้างแล้วก็อดระเหี่ยใจไม่ได้ หากจะต้องนั่งดูหนังกับอีกคนด้วยสภาพหมักหมมเช่นนี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่

 ภูริพัฒน์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขาทำเพียงพยักหน้า

เมื่อหญิงสาวเห็นอย่างนั้นก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว เธอเลือกหยิบผ้าเช็ดตัวพร้อมกับเสื้อผ้าเดินเข้าไปเพื่ออาบน้ำ เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกเปลื้องออกจากร่างบางแล้วนำไปวางไว้ที่ตะกร้าผ้ามุมห้อง

อากาศเย็นเล็กน้อยทำให้มาเจนตาไม่คิดจะอาบน้ำเย็นซ้ำ เธออยากจะใช้น้ำอุ่นแต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเปิดสวิตช์ทำน้ำอุ่นที่ไหนเนื่องด้วยไม่คุ้นชินกับห้องนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องถามคนที่รู้ พอดีกับที่คนนั้นอยู่ห้อง มาเจนตาคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนราวมาห่มกายก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำกลับสู่ห้องโถงด้านนอก

“เอ่อ ขอโทษนะคะ คือหนูไม่รู้ว่าที่เปิดน้ำอุ่นอยู่ตรงไหน” หญิงสาวชะโงกหน้าผ่านหลังประตูออกไปถามชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ด้านนอก

ภูริพัฒน์หันหน้ามามองเธออย่างฉงน หวังว่าเขาคงไม่คิดว่าเธอโง่เง่าหรอกนะที่ไม่รู้แม้กระทั่งสวิตช์เปิดน้ำอุ่น

“หืม? พูดอะไรนะ” เสียงโทรทัศน์ที่เปิดดังทำให้เขาไม่ทันได้ฟังว่าร่างบางกำลังบอกสิ่งใดกับเขา แถมเธอยังยืนอยู่หลังบานประตูห้องน้ำนั่น เห็นแค่ใบหน้าหวานที่ชะโงกออกมา “เข้ามาพูดใกล้ๆ สิ”

มาเจนตาถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ ก้มมองสภาพตัวเองที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว จะให้เดินออกไปหาเขาแบบนี้มันก็...รู้สึกหวิวไม่น้อย

“หนูถามว่าที่เปิดน้ำอุ่นอยู่ตรงไหน” หญิงสาวเลือกวิธีเพิ่มระดับความดังของเสียงแทนการออกไป

“อะไรนะ?”

นี่เขาขลุกอยู่กับการเล่นดนตรีและเสียงลำโพงดังๆ มาเกินไปหรือไง ถึงได้กลายเป็นคนหูตึงและไม่ได้ยินที่เธอพู แล้วนั่นจะเดินเข้ามาทำไมเล่า นั่งอยู่ที่เดิมเลยนะ!

“อะ เดี๋ยว อย่าเข้ามานะคะ” ร่างบางทำตัวลีบติดกับบานประตูยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังสาวเท้าเข้ามาหา

“ทำไม หนูมีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่” ภูริพัฒน์เดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้ว “ออกมาคุยดีๆ สิ จะแอบทำไม”

“นี่พี่แกล้งหนูหรือเปล่า หนูโป๊อยู่นะ”

ชายหนุ่มทำตาโตเมื่อได้ยินคำว่า โป๊ออกมาจากหญิงสาว เขาหลุดยิ้มออกมาขณะหนึ่ง

“จริงเหรอ? มีหลักฐานหรือเปล่า”

“คะ!? หลักฐานอะไร” เธอแค่ถามหาที่เปิดน้ำอุ่น แล้วไหนมันกลายเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย

“ก็หลักฐานว่าโป๊”

[3]

คราวนี้กลายเป็นมาเจนตาที่ทำตาโตใส่คนตัวสูงแทน นี่เขาพูดจริงหรือแค่ล้อเล่นกันนะ

“พี่เฟียส” หญิงสาวเรียกชื่อเขาอย่างท้อแท้ ตอนนี้ร่างบางแทบจะมุดกับมุมด้านหลังประตูเต็มที “พี่แกล้งหนู”

ไม่เคยมีใครบอกเธอหรือไงว่ายิ่งทำหน้าทำตาแบบนั้นก็ยิ่งน่าแกล้ง

“สวิตช์น้ำอุ่นอยู่ด้านหน้าห้องน้ำข้างๆ กับสวิตช์ไฟครับ” ชายหนุ่มเลิกกลั่นแกล้งอีกคนแล้วบอกสิ่งที่เจ้าตัวต้องการไป

มาเจนตารู้ตัวเลยว่าเธอโดนแกล้งซ้ำแกล้งซ้อน เขาก็ได้ยินอยู่ว่าเธอถามอะไรแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอย่างนั้นหรือ ผู้ชายขี้แกล้ง...

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง หญิงสาวเดินออกมาอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีอีกครั้งหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงของภูริพัฒน์ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น เขาใช้มือรองใบหน้าซึ่งทิ้งน้ำหนักลงไป โดยศอกข้างนั้นก็ค้ำไปที่แขนโซฟา ในคราแรกเธอคิดว่าเขาอาจจะแค่นั่งท่านั้นเพราะเมื่อย แต่พอเดินมาหยุดอยู่ตรงนั้นถึงได้รู้ว่าไม่ใช่

เขานั่งหลับ...

หรือจะเป็นเพราะเธออาบน้ำนานเกินไป? แต่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่ได้นานขนาดนั้นเสียหน่อย

“พี่เฟียส” มาเจนตาเอ่ยชื่อของชายหนุ่มผู้หลับใหล

...

ไร้การตอบกลับใดๆ

“พี่เฟียส” คราวนี้เธอลองเรียกอีกครั้งพร้อมใช้นิ้วจิ้มไปที่ใบหน้าของเจ้าตัว โดยเลือกบริเวณแก้มก่อน ผิวของเขาเนียนหมดจดจนผู้หญิงอย่างเธอนึกอิจฉา

เปลือกตาสีอ่อนกระพริบขึ้นลงอยู่สองสามครั้งก่อนดวงตาสีดำขลับที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาจะมองมาที่เธอ มาเจนตารีบถดมือข้างที่จับหน้าเขาออกมาทันที

“เอ่อ เห็นว่าพี่หลับเลยปลุกค่ะ”

“อื้ม พี่ได้กลิ่นหอมๆ ก็เลยตื่น”

กลิ่นหอมๆ อย่างนั้นหรือ?

“คะ คือว่าหนูอาบน้ำเสร็จแล้ว”

“อ้อ กลิ่นของหนูเองเหรอ” เขาพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงใช้มือตบแปะบนพื้นโซฟาข้างกาย “มานั่งนี่สิ”

“หนูนั่งทางนั้นดีกว่า” หญิงสาวปฏิเสธก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งยังโซฟาตัวเล็กอีกตัวที่ตั้งข้างกัน เธอหวั่นใจไม่น้อยหากต้องไปนั่งข้างกายภูริพัฒน์

“แล้วพี่จะดูหนังเรื่องอะไรคะ” เธอเห็นเขาเปิดไปเปิดมาหลายเรื่องแล้วแต่ยังไม่เลือกจริงจังสักที

“อืม หนูชอบดูหนังแนวไหน”

“ชอบแนวไซไฟแอคชั่นค่ะ”

“อ้อ...เหมือนพี่เลย” ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย เขามองหน้าคนตัวเล็กข้างกายพลางนึกถึงใครบางคนอย่างอดไม่ได้

ภูริพัฒน์คิดในใจอยู่หลายรอบตั้งแต่ได้เจอกับมาเจนตา เธอนิสัยคล้ายพ่อของเธอมากเลย แถมยังน่ารักกว่าที่ได้ยินมาเสียอีก ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจจะดูแลปกป้องเธอให้สมกับที่รับปากพ่อเธอไว้ แต่เขาก็กลัวว่าตนจะเป็นฝ่ายทำอะไรเธอเสียเอง

“ค่ะ เอ่อ...พี่จะเลือกเรื่องเองไหมคะ”

“หนูเลือกเลย” เขาตอบจากนั้นก็ยื่นหน้าจอแท็บเล็ตที่วางบนโต๊ะกระจกให้กับคนตัวเล็ก

มาเจนตารับมันไว้จากนั้นก็กดเลือกสักเรื่องที่ตนเองสนใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ภูริพัฒน์เคยดูมาก่อนแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้พูดขัดอะไรแล้วยอมดูหนังซ้ำอีกรอบเพียงเพราะหญิงสาวอยากดู

...

ทั้งที่เป็นหนังที่ชายหนุ่มเคยดูมาก่อนแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้เบื่ออะไรเลย...ตรงกันข้ามกับเจ้าของร่างบางที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่บนเก้าอี้โซฟาอีกตัว เธอไม่เพียงแต่ไม่ดูหนังบนหน้าจอโทรทัศน์แต่ยังหลับตาแล้วเอนหัวพิงกับพนักโซฟาอีกด้วย

ทำไมถึงได้นั่งหลับแบบนั้นกัน ไม่เมื่อยหรือไง

ภูริพัฒน์ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปช้อนร่างของมาเจนตาขึ้นมาจากโซฟาอย่างทะนุถนอมเพื่อไม่ให้เธอตื่น ก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหาที่เหมาะสมให้หญิงสาวได้หลับอย่างสบายตัว

ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงเตียงหลังกว้าง ร่างในอ้อมกอดก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ชายหนุ่มไม่พูดคุยอะไรกับเธอแล้วพาเจ้าตัวไปที่นอนบนฟูก

“พี่ทำอะไรคะ” แววตาตื่นตระหนกนั้นถูกส่งมาให้เขา

“พามานอนไง เห็นนั่งหลับ ทำแบบนั้นจะเมื่อยตัวนะ”

“ก็ปล่อยสิคะ” หญิงสาวเอ่ยพลางมองอ้อมแขนที่กอดรัดร่างของตนเองเอาไว้ทั้งที่ตอนนี้ตัวเธอก็อยู่บนเตียงแล้ว เจตนาตอนแรกคืออุ้มมาก็พอเข้าใจ แต่ตอนนี้ไม่ได้อุ้มแล้วทำไมถึงไม่ยอมปล่อย

“ตัวนิ่มจัง” ใบหน้าหล่อขยับเข้ามาหาเธอเล็กน้อย

“ไหนบอกว่าจะไม่บังคับไง”

เจ้าของร่างสูงยิ้มก่อนจะยอมผละกายออกมา เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียงพร้อมรินน้ำในเหยือกใส่ลงไป จากนั้นจึงยกมันขึ้นมาดื่ม ชายหนุ่มดื่มน้ำไปไม่เท่าไหร่ก็แสร้งทำน้ำหกใส่เสื้อตนเองจนเปียกเป็นทางยาว

มาเจนตาได้แต่มองการกระทำนั้นอย่างสงสัย เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังถอดเสื้อ

“พี่จะทำอะไรคะ”

“เสื้อพี่เปียกน้ำ ก็เลยต้องถอด” ภูริพัฒน์ตอบหน้าตาย

แล้วเขาจะมาถอดต่อหน้าเธอทำไมเล่า

“แต่ว่า ไปถอดในห้องน้ำสิคะ”

“ยั่ว” เขาพูดขึ้นหลังจากที่ดึงเสื้อเชิ้ตออกจากร่างกายจนเหลือเพียงท่อนบนเปลือยเปล่า

“คะ?”

“พี่จะไม่บังคับ แต่พี่ยั่วให้หนูเป็นฝ่ายยอม”



เบาได้ก็เบาค่ะพี่!! เบาก๊อนนนน แฮ่กๆ

คอมเม้นท์ส่งฟีดแบคให้จีหน่อยน้า อย่าปล่อยให้เลาเหงาเลย ;_;

______________________________________________

ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ

Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #52 kunp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 09:33
    เบาได้เบาาาาา
    #52
    0
  2. #51 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:07
    อิพี่นี้อ่อยเรี่ยราดกะหนูจังเนาะ
    #51
    0
  3. #50 chari2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 19:51
    พี่กับน้องใครจะตบะแตกก่อนกัน
    #50
    0
  4. #49 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:14
    เอาใหญ่ล่ะนร้าาา
    #49
    0
  5. #48 chari2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:45
    พี่อย่าพูดอย่างงี้ ยัยน้องใจสั่นหมด
    #48
    0
  6. #47 yeenyyn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 08:27
    อย่าเจอน้องละสิ
    #47
    0
  7. #46 PoyTikamporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 22:24
    รอคั้บบบ
    #46
    0
  8. #45 NoiPo123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:38
    พี่จะมาหาน้องทำไมเหรออออ
    #45
    0
  9. #44 Fengfeng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:38

    แหม! พี่เฟียส หาเรื่องไปหาน้องจนได้น้าาา

    #44
    0
  10. #43 แม่คนดี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:27

    มาเลยพี่ คนอ่านรอ

    #43
    0
  11. #42 chari2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:26
    มีการยื่นหมูยื่นแมวนะพี่เฟียส
    #42
    0
  12. #41 Le.Lupuffy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:23
    พี่อย่ามาหลอกล่อน้องงงงงงง
    #41
    0
  13. #40 yeenyyn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 16:56
    เจิมมมมม
    #40
    0
  14. #39 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 14:03
    เจิมมมมม
    #39
    0
  15. #38 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 14:03
    เจิมมมมม
    #38
    0
  16. #37 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 14:03
    เจิมมมมม
    #37
    0
  17. #36 chari2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 12:47
    รออยู่นะ
    #36
    0