[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 5 : 04 : สัมผัสครั้งแรก [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    20 ก.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ
By Castle-G
04 : สัมผัสครั้งแรก

 

ยั่วอะไรกัน เมื่อครู่เธอหูฝาดหรือมันเกิดขึ้นจริงกันน่ะ

“พี่เฟียส” ร่างบางเอ่ยชื่อของคนที่กำลังปีนขึ้นเตียงมาหา เธอไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตนเองควรรู้อย่างไรก่อน ตื่นเต้น? ตกใจ? หรือลุ้นระทึก?

เขาคิดจะทำอะไรกันนะ

“ไม่รู้สึกอะไรสักนิดเหรอ” เขาคลานเข้ามาหาเธอทั้งที่ท่อนบนไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น

“คือว่ารู้สึกกลัวค่ะ”

ชายหนุ่มหลุดหัวเราะเมื่อได้ฟังเช่นนั้น พอเห็นใบหน้าหวานทำลนลานใส่เช่นนั้นก็ยิ่งทำให้เขามองว่าน่ารัก

“เพราะแบบนี้หรือเปล่า คุณไบรอันเขาถึงหวงนักหวงหนา”

“พี่รู้จักพ่อของหนูด้วยเหรอ” เพียงแค่ได้ยินชื่อของผู้เป็นพ่อที่ออกมาจากคนตรงหน้า มาเจนตาก็อดตื่นเต้นไม่ได้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาเข้ามาช่วยเหลือเธอ

“อยากรู้ไหม”

“อยาก”

“จูบพี่ แล้วพี่จะบอก”

ข้อแลกเปลี่ยนแบบนั้นคืออะไรกันน่ะ!

“จูบ?” หญิงสาวทวนคำพูดซ้ำแล้วก็ยิ่งลนลาน “หมายถึงจูบที่ปากเหรอคะ”

“อ้าว ไม่ใช่ปากจะเรียกจูบเหรอ”

เพราะอยากรู้เรื่องของพ่อ มาเจนตาจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่กลางเตียง นัยน์ตาสีดำขลับที่จ้องลึกเข้ามาทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นอย่างประหลาด

ก็แค่จูบเอง...แค่ใช้ปากแตะที่ปากของเขามันก็จบแล้ว

มือเล็กทั้งสองข้างเข้าไปประคองใบหน้าของภูริพัฒน์ ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายจะเข้าไปจูบเขาแต่ทำไมใจถึงได้สั่นไม่หยุดเช่นนี้ ยิ่งตอนที่ใบหน้าขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นก็ยิ่งทำให้ยิ่งตื่นเต้นมากกว่าเดิม แถมดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เธอที่เป็นฝ่ายเข้าหา อีกคนก็โน้มกายลงมาหาเช่นเดียวกัน

และประเด็นสำคัญก็คือไม่ใช่แค่มาเจนตาที่รู้สึกตื่นเต้น ภูริพัฒน์เองก็เช่นกัน...ผู้ชายวัยยี่สิบสี่อย่างเขาก็ใช่ว่าจะไม่เคยจูบมาก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นจูบครั้งไหนเขาก็ไม่เคยรู้สึกใจเต้นเท่าครั้งนี้มาก่อน สาเหตุนั้นมาจากอะไรกัน เพราะเธอ..เธอที่เขาควรทะนุถนอม ควรดูแลให้ดีหรือเปล่า แล้วนี่เขากำลังทำอะไรกันแน่ คิดจะหลอกล่อลูกสาวของคนที่ตนเองเคารพอย่างนั้นหรือ

กว่าสติของเขาจะกลับมามันก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากหญิงสาวเข้ามาประทับที่เขาในที่สุด การจูบที่ดูไร้เดียงสานั้นกระตุ้นให้เขาอยากจะเข้าหาเธอมากขึ้น ไวกว่าความคิดคือการกระทำ ภูริพัฒน์ใช้อ้อมแขนกระชับแผ่นหลังของร่างบางเข้ามาหาตนเองก่อนจะเพิ่มน้ำหนักกดจูบสาวเจ้า

“อื้อ” มาเจนตาไม่นึกว่าชายหนุ่มจะจูบตอบ เธอตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังปล่อยให้มันดำเนินต่อไป

ทันทีที่เผลอส่งเสียง โพรงปากของหญิงสาวก็ถูกรุกรานจากอีกฝ่าย ลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาทำหน้าที่ลิ้มลองความหอมหวานของการจูบ เพราะยังไม่เคยจูบแบบลึกซึ้งถึงขนาดนี้มาร่างบางจึงทำเพียงโอนอ่อนไปกับสัมผัสของผู้ชายตรงหน้า

หญิงสาวถูกดันลงมานอนราบลงกับเตียงนอนในขณะที่ปากทั้งคู่ยังคงสัมผัสกันเช่นเดิม ร่างกายที่อ่อนระทวยไปหมดทำอะไรไม่ได้นอกจากจับไหล่ของร่างสูงเอาไว้

ภูริพัฒน์ผละริมฝีปากออกไปก่อนจะฝากรอยจูบไว้ที่ลำคอระหงด้านซ้ายแทน เขาขบเม้มไปตามผิวเนื้อเนียนของสาวเจ้าพร้อมทั้งใช้มือสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อของเธอ และก่อนที่เรื่องราวจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ มาเจนตาที่ตั้งสติได้จึงรีบออกแรงผลักร่างของเขาออก แม้ว่าชายหนุ่มจะไปได้โดนผลักจนปลิวเพราะแรงนั้นน้อยนิด แต่ก็เป็นการสะกิดให้เขารู้ตัว

“โอเค เราพอแค่นี้กัน”

เพราะเขาไม่คิดจะบังคับจิตใจของเธอจึงไม่สานต่อ แม้ว่าในใจจะอยากมากก็ตาม

“พี่จะเล่าเรื่องพ่อให้หนูฟังหรือเปล่าคะ” หญิงสาวกลัวจะโดนเบี้ยวจึงรีบทวงถาม ถ้าเขาลืมนั่นก็หมายความว่าเธอเปลืองเนื้อเปลืองตัวฟรีน่ะสิ

“เล่าสิ” เขายิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงทิ้งกายลงไปนอนด้านหนึ่งของเตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้ “เขาเป็นอาจารย์ของพี่เอง”

นักแต่งเพลงอัจฉริยะ นั่นคือฉายาที่ภูริพัฒน์ตั้งให้ ไบรอัน นีลเซนหนุ่มใหญ่สัญชาตินอร์เวย์ที่มาอยู่ประเทศไทยแล้วทำอาชีพเป็นอาจารย์

“อาจารย์?”

“อืม เขาแต่งเพลงเก่งมาก แล้วก็เคยสอนแต่งเพลงพี่”

“พี่เป็นลูกศิษย์เขาเหรอ” มาเจนตารับรู้ว่าพ่อของเธอทำอาชีพอะไร เขาเคยเป็นนักดนตรีแต่นั่นก็นานมาแล้ว พ่อของเธอเลิกเล่นดนตรีแล้วกลายมาเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีแทน

“อื้ม ชอบถึงขนาดขอเรียนพิเศษด้วยเลย” ภูริพัฒน์เล่าแล้วหัวเราะเบาๆ นึกถึงสมัยเรียนทีไรก็รู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆ ที่เขามี “เพราะแบบนั้นพี่กับอาจารย์ก็เลยสนิทกันมาก พี่เป็นศิษย์คนโปรด เขาก็เป็นอาจารย์คนโปรด”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

หญิงสาวเริ่มจะจำได้แบบเรือนลาง พ่อของเธอเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับนักเรียนคนหนึ่งที่หัวไวและฉลาด แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร

“อืม เดี๋ยวพี่ว่ากลับก่อนดีกว่า หนูจะได้นอน”

“อ้าว ไม่เล่าต่อเหรอ” เหมือนว่าเรื่องมันยังไปต่อได้อีก แต่กลับโดนขัดกลางทางเสียงั้น

“หมดโควตาแล้ว ตอนต่อไปค่อยเล่าวันหลัง”

“ฮะ”

มีตอนต่อไปด้วยหรือเนี่ย นี่มันเรื่องราวหรือซีรีส์เกาหลี

“ถ้าเล่าหมดตอนนี้ พี่ก็ไม่มีข้ออ้างมาหาหนูอีกสิ”

ประโยคบอกเล่าที่ตรงแสนตรงของเขาทำให้เธอต้องอึ้งอีกครั้ง

“มาเจอคราวหน้านัดเจอกันที่ไม่ใช่ในห้องดีกว่านะคะ” หญิงสาวพูดกับเขาจากนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียง เธอมองใบหน้าหล่อนั้นอยู่พักหนึ่ง “เดี๋ยวหนูเดินไปส่งหน้าประตู”

จากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอควรจะเซฟตัวเองเอาไว้ดีที่สุด

 

วันอาทิตย์

การนัดหมายเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากที่มาเจนตาบอกกับเพื่อนว่าจะพาคนมาให้รู้จัก พวกเพื่อนก็ให้ความสนใจแต่ยังคงอิดออดกันบ้างเพราะอ้างว่าขี้เกียจไป บางคนก็อ้างงานยุ่ง ภูริพัฒน์เลยให้เธอมาบอกว่าค่าอาหารทั้งหมดเขาจะออกให้เอง เท่านั้นแหละ เพื่อนทั้งกลุ่มก็ตอบตกลงเวลานัดหมายแบบไม่ต้องคิด

จะให้เธอด่าว่าพวกเห็นแก่ของฟรีก็กลัวเข้าตนเอง

การนัดกินข้าวด้วยกันในวันอาทิตย์ผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกคนล้วนประทับจิตประทับใจในตัวชายหนุ่มมาก โดยเฉพาะตัวตั้งตัวตีอย่างน้ำชาที่ยิ้มออกหน้าออกตา คล้ายภูมิใจในตัวเอง

“โธ่เอ๊ย ตอนแรกก็แค่แกล้งเล่น ไม่คิดว่าจะเป็นการดึงเพื่อนลงจากคานด้วย”

“น้ำชา” มาเจนตาเอ่ยปากปรามเมื่อเจ้าหล่อนเอ่ยหลังจากเดินออกจากร้านอาหารมากแล้ว

ส่วนภูริพัฒน์รายนั้นบอกว่ามีธุระต้องไปจัดการต่อ จึงอยู่เดินเล่นด้วยไม่ได้

“เราเป็นผู้ชายยังชอบเลย หมายถึงเขาเท่ดี” กั้ง เพื่อนหนุ่มคนหนึ่งกล่าว

“เหอะ นี่แม็กกี้ ระวังไว้เขาอาจจะไม่จริงใจ” แต่เพื่อนหนุ่มอีกคนอย่างเซฟกลับมีความคิดเห็นที่แตกต่าง “เขาอาจจะเป็นพวกล่าแต้ม เลี้ยงเด็กสาวไว้หลายคน ไม่เห็นเหรอว่าเขาดูรีบกลับ กลัวรถไฟชนกันมั้ง”

“นี่อีเซฟ ผู้ชายทั้งโลกไม่ได้นิสัยเหมือนแกป้ะ” น้ำชาโต้ตอบปกป้องภูริพัฒน์สุดตัว

“เอ้า เพราะฉันนิสัยแบบนี้ไงถึงได้มองออก”

“แกอิจฉา” พริมสมทบ

“เปล่าโว้ย”

“พอเลย หยุดเดี๋ยวนี้ ตีกันไปทำไม” มาเจนตาแอบกลอกตาให้กับการทะเลาะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อน เธอไม่เห็นว่าก่อนหน้านั้นจะใจกล้าพูดขนาดนี้สักคน

“แกก็เห็นด้วยกับฉันใช่ไหม” น้ำชาถามเธอ

“ไม่สิ แกเห็นด้วยกับฉัน” แล้วก็เซฟที่ถามต่อ

“ไม่ๆ พอ ฉันจะตัดสินใจเองก็แล้วกัน วันนี้ก็ขอบใจพวกแกมากที่มาด้วยกัน”

เหมือนเพื่อนพวกนี้ไม่ค่อยช่วยอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่ายังช่วยออกความคิดเห็นอยู่บ้างเล็กน้อย

 

Puri : ห้าโมงเย็นนี้เจอกันที่ร้านนี้นะ พี่จะมาหา

Puri : คราวนี้ เรากินข้าวด้วยกัน 2 คนเนอะ

 

ข้อความจากแอพแชทเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้มาเจนตาอมยิ้มเล็กน้อย เขายอมมาตามนัดแล้วทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนของเธอ แล้วตอนเย็นยังจะอยากเจอเธอแบบสองต่อสองอีก

 

Magenta : ค่ะ ห้าโมงเย็นเจอกันนะคะ

 

เพราะก่อนหน้านั้น หญิงสาวบอกเขาว่าให้เจอกันสถานที่อื่นที่ไม่ใช่ในคอนโด เขาจึงเลือกร้านนั่งคุยด้วยกันข้างนอกแทน เจ้าตัวบอกว่าจะพยายามมาเจอหน้าสัปดาห์ละสองครั้งอย่างต่ำเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ ท่าทางจริงจังตอนพูดทำให้เธอแอบขำเล็กน้อย

หรือมันจะเป็นเรื่องปกติของการเป็นเด็กเลี้ยงของใครสักคน?

 

16.40 น.

ใช่ว่ามาเจนตาตื่นเต้นเกินไปเลยทำให้ออกมารอตั้งแต่สี่โมงกว่า เธอมานั่งรอแล้วสั่งเครื่องดื่มกับของทานเล่นไม่กี่อย่างรอก่อน กว่าจะถึงเวลานัดก็เกือบตั้งยี่สิบนาที ร่างบางจึงนั่งกดโทรศัพท์เล่นรอชายหนุ่ม

 

17.00 น.

เมื่อถึงเวลานัด หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูของร้าน ชะเง้อมองหาคนที่นัดหมายมา แต่ยังไม่เจอเขาเดินมาไม่ว่าจากทิศใด

มาเจนตาคิดเพียงว่านี่เพิ่งห้าโมงเย็น ในความเป็นจริงเขาอาจจะเลตสักสองสามนาทีก็ไม่เป็นไร

 

17.10 น.

เลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้ว แต่ภูริพัฒน์ก็ยังไม่มา

 

17.30 น.

ถึงมาเจนตาจะเป็นคนที่ใจเย็น และเคยโดนเพื่อนมาเลตกว่าเวลานักนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าการมาเจอเรื่องแบบนี้กับชายหนุ่มที่รับปากว่าจะดูแลเธอนั่นก็รู้สึกไม่ดีบ้าง เขาไปอยู่ที่ไหนกันทำไมถึงยังไม่มา

Magenta : หนูอยู่ที่ร้านแล้วนะคะ พี่อยู่ไหนแล้ว

แม้ว่าจะส่งข้อความไปถาม แต่กลับไร้ซึ่งการอ่านการตอบกลับ ไม่มีแม้แต่วี่แววการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มสักนิด

 

18.00 น.

ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ถึงแม้จะโทรหากี่ครั้ง ก็ได้ยินเพียงเสียงตอบกลับอัตโนมัติซ้ำๆ ถ้าเป็นก่อนหน้านั้นมาเจนตาก็คงคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่าอีกฝ่ายแบตหมด โทรศัพท์หาย แต่ถึงแบบนั้นเขาจะลืมเชียวหรือว่านัดเธอเอาไว้ที่ร้านนี้

เลยเวลานัดมาหนึ่งชั่วโมง แต่หญิงสาวก็ยังเฝ้ารอไม่ไปไหน

 

18.30 น.

เป็นการกระทำที่โง่เหลือเกิน หากยังนั่งรอคนที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ต่อไปแบบนี้

ร่างบางตัดสินใจจ่ายเงินแล้วลุกออกจากโต๊ะหลังจากที่นั่งมาเกือบสองชั่วโมงเต็ม จากนั้นจึงกลับมาที่คอนโดด้วยสภาพเหนื่อยกายเหนื่อยใจ

เมื่อถึงห้องนอน เธอตัดสินใจทิ้งกายลงไปนอนพลางนึกคิดเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมา หญิงสาวประสบกับการโดนตามทวงหนี้ โดนทำร้ายร่างกาย ไม่กี่วันต่อมาจึงเจอกับผู้ให้กำเนิดมาตามทวงเงินอีกครั้งไม่ต่างจากเมื่อก่อน จากนั้นก็มีผู้ชายใจดีเข้ามาช่วย เธอจึงตอบรับความปรารถนาดีนั้นเอาไว้ด้วยความจนปัญญา

ทว่าไม่ทันไร หญิงสาวก็เป็นฝ่ายถูกลืมอีกครั้ง... หรือเธอจะสำคัญตัวเองผิดไปกันแน่ ความจริงแล้วเขาแค่ช่วยเพราะสงสารเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาด้วยซ้ำ

เอาสิทธิ์ที่ไหนไปคิดมากน้อยใจ...

จู่ๆ เวลาต่อมาเสียงออดหน้าห้องก็สร้างความตกใจให้กับมาเจนตาเล็กน้อย ร่างบางลุกขึ้นจากที่นอนแล้วหรี่ตาฟังเสียงนั้นอีกครั้งว่าตนไม่ได้หูแว่วไปเอง

ออด~

มันดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอมั่นใจว่านั่นเสียงออดหน้าห้องจริงๆ หญิงสาวจึงรีบออกจากเตียง ปรี่ตรงไปที่ประตูห้อง เมื่อเปิดออกเธอก็พบกับเจ้าของร่างสูงที่คุ้นเคย

ผู้ชายที่ตนเองรอมาหลายชั่วโมง เวลานี้โผล่มาอยู่หน้าห้องแล้ว

“กี้” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอ

“...”

“หนู พี่ขอโทษ”

มีแค่คำขอโทษที่ตามมาหลังจากเรียกชื่อ ทว่านั่นไม่ได้น่าตกใจเท่ากับบาดแผลตามตัวและรอยช้ำตามใบหน้าของภูริพัฒน์ ทั้งแผลที่มองเห็น แผลที่อยู่ใต้ผ้าก็อตปิดแผลนั้นด้วย

เขาบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไรกัน เขาไปทำอะไรมาก่อนหน้านั้น

“รอนานหรือเปล่า พี่รีบมาหาแล้วแต่ไม่ทัน”

ขนาดนี้แล้วเขายังห่วงเธออีกหรือไง เขาควรห่วงตัวเองมากกว่าสิ


[3]

“พี่เป็นอะไรมาคะ” หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่ายเมื่อครู่ แต่เอ่ยปากถามเขาแทน

ยังเห็นรอยเลือดที่ปกเสื้ออยู่เลย เกิดอะไรขึ้น

“เป็นห่วงด้วยเหรอ” ภูริพัฒน์มองเห็นแววตาเป็นกังวลของหญิงสาวตรงหน้า แล้วก็รู้สึกเบาใจลง อย่างน้อยก็ดีกว่าแววตาขุ่นเคืองที่เขาผิดนัด

“ก็พี่เจ็บ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

ทำไมเขาถึงพูดมาว่าไม่เป็นไรทั้งที่มีรอยช้ำเต็มตัวขนาดนี้

“ไม่เป็นอะไรยังไงคะ นี่มันเรื่องอะไร”

หลังจากที่พาร่างสูงเข้ามานั่งข้างในห้อง มาเจนตาจึงเดินไปหยิบน้ำกับอาหารที่อยู่ในตู้เย็นออกมาเพื่อให้ชายหนุ่ม เนื่องจากดูท่าทางแล้วคงไม่ได้ทานอะไรก่อนมา

“หนูไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหม พี่ไม่ได้ไปหาตามนัด”

ร่างบางลงไปนั่งที่โซฟาอีกตัวด้านข้างภูริพัฒน์ หญิงสาวขมวดคิ้วให้กับคำถามนั้น

“ไม่หรอกค่ะ”

เขาเจ็บตัวขนาดนี้ จะไปโกรธลงได้อย่างไร

“มีอุบัติเหตุนิดหน่อย ก็เลยไม่ได้ไป”

“อุบัติเหตุเหรอคะ” มาเจนตาทวนคำพูดของอีกคน ใบหน้าหวานแสดงออกว่าสงสัยอย่างไม่ปิดบัง สาวเจ้าคิดไม่ตกว่าเป็นอุบัติเหตุแบบไหน

เหมือนมีคนมาทำร้ายเสียมากกว่า

“พี่ไม่เป็นอะไรหรอก หนูกินอะไรหรือยัง”

“ก็กินไปแล้วค่ะ”

เมื่อหญิงสาวตอบไปเช่นนั้น สีหน้าชายหนุ่มจึงหมองไปเล็กน้อยพลางตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“พี่ยังไม่ได้กินน่ะ”

“เดี๋ยวหนูไปทำอะไรมาให้ทานนะคะ” มาเจนตามองขนมที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วก็ถอนหายใจ เธอคิดว่าอีกฝ่ายควรจะกินอาหารให้เป็นมื้อจริงจังมากกว่าขนมทานเล่น

“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” ภูริพัฒน์เลิกคิ้วมองเธออย่างแปลกใจ

“ได้บ้างค่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะเดินไปส่วนของห้องครัว

ในช่วงที่เธออาศัยอยู่กับผู้เป็นพ่อ ก็ได้เรียนรู้วิธีทำอาหารด้วยตัวเองบ่อยครั้งเนื่องจากพ่อบอกเธอว่าชอบที่จะได้กินอาหารฝีมือลูกสาว ในตอนนั้นมาเจนตาก็ทำบ้างไม่ทำบ้างเพราะชอบกินที่คนอื่นทำให้เสียมากกว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจไม่น้อย พอวันนี้อยากจะทำอาหารให้พ่อชิมมากแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว

เมื่อได้คิดถึงพ่อก็อดไม่ได้ที่จะเสียใจ เสียงของเขา รอยยิ้มของเขา เธอกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งจะลืมสิ้น

“กี้..”

“คะ” มาเจนตาหันไปมองภูริพัฒน์ที่มายืนอยู่ด้านหลังเมื่อไหร่ไม่รู้ ดวงตากลมก็เบิกกว้างขึ้นไปอีกเพราะตกใจ

“สีหน้าไม่ดี ทำเหมือนจะร้องไห้”

เขาตามเข้ามาเพราะเห็นว่าเธอทำสีหน้าไม่ดี ทั้งที่ตัวเองก็สภาพแย่ขนาดนั้น

“พี่ไปนั่งดีกว่า” เธอบอกกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“กำลังเจ็บปวดอยู่”

“...?” เธอไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงอะไร

“หนูมีเรื่องไม่สบายใจเหรอ”

“ก็แค่คิดถึงพ่อค่ะ”

ปฏิกิริยาที่มาเจนตาได้รับการมันเกินคาดไปมาก เพราะภูริพัฒน์มีแววตาที่อ่อนลงคลับคล้ายกำลังสงสาร เห็นใจ และปลอบใจไปด้วย

มือหนายกขึ้นมาวางบนหัวของร่างบางก่อนจะลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอ

“ดวงตาสวยๆ นั้นไม่เหมาะกับการร้องไห้นะ มีอะไรก็พูดกับพี่ได้”

ทำไมคำพูดถึงได้สลับกัน คนที่ต้องปลอบใจแล้วแสดงความเป็นห่วงควรจะเป็นเธอไม่ใช่หรือ เป็นภาพที่น่าประหลาดที่คนบาดเจ็บทั้งตัวมาปลอบใจคนที่ร่างกายแข็งแรงทุกประการอย่างเธอ

“ค่ะ พี่ทานข้าวต้มแล้วกันนะคะ บาดเจ็บกินอะไรอ่อนๆ ไปก่อน”

“อืม อะไรอ่อนๆ?” ชายหนุ่มหยุดคิดตามคำพูดของเธอ

“ใช่ค่ะ” ทำเอาคนที่กำลังทำอาหารแปลกใจตามไปด้วย

มาเจนตามองร่างสูงที่เข้ามาประชิดกายมากขึ้นจนเกือบแนบชิดแล้วก็เตรียมจะถอยหนี แต่เจอทางตันเป็นเคาน์เตอร์ครัวเสียก่อน ใบหน้าหล่อของภูริพัฒน์ที่ตอนนี้มีรอยช้ำบ้างแต่ยังเหลือความดูดีเอาไว้อยู่เลื่อนต่ำลงมาจนอยู่ระดับเดียวกัน

“เด็กมหาลัยนี่อ่อนพอไหม กินได้หรือเปล่า”

 “ไม่ได้ค่ะ” มาเจนตาปฏิเสธทันทีที่ฟังคำถามจบ

“รีบตอบจัง”

“ก็ไม่ได้ ตอนนี้ยัง”

“หมายถึงตอนหน้าก็อาจจะได้เหรอ” คนช่างเจรจาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย

นี่คือครั้งแรกที่หญิงสาวรู้สึกไม่ไว้ใจชายหนุ่ม เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นเค้กที่กำลังโดนเขาจ้องจะกินทุกเมื่อ แล้วก็ใช่ความคิดของเธอถูกต้อง เพราะภูริพัฒน์จ้องจะชิมเค้กชิ้นนี้ อยากรับรสความหวานไปทีละนิดแล้วค่อยกินทีเดียว แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไป

“ไม่รู้ค่ะ พี่ไม่หิวข้าวเหรอ หนูจะทำให้ทาน”

“อ่า ตอนนี้กินข้าวไปก่อนก็ได้” ชายหนุ่มพยักหน้าตามอย่างว่าง่าย

มาเจนตาเม้มปากแน่นด้วยใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมา แต่หญิงสาวก็ไม่แน่ใจนักว่าความร้อนที่หน้าตนเองจะเท่าความร้อนในตัวร่างสูงได้หรือเปล่า ขนาดเจ็บตัวอยู่ยังรุกแรงได้

เธอควรจะรีบเก็บเงินแล้วย้ายออกไปจากที่นี่หรือเปล่านะ

 

“ทำเป็นจริงด้วย” ภูริพัฒน์พูดหลังจากมองถ้วยข้าวต้มที่มาเจนตานำมาวางบนโต๊ะ

“หนูเหมือนคนทำอาหารไม่เป็นเหรอคะ”

“เปล่า แต่ว่าพี่ทานไม่ได้หรอก” เขามองถ้วยข้าวต้มร้อนๆ แล้วจึงเงยหน้ามองหญิงสาวบ้าง

“อ้าว ทำไมล่ะคะ” เธออุตส่าห์ทำ ถ้าเขาทานไม่ได้ก็น่าจะบอกกันแต่แรก

“พี่เจ็บมือไปหมด กินเองไม่ได้ หนูต้องช่วยป้อนพี่นะ”

และเหตุผลที่แท้จริงของชายหนุ่มก็ทำให้เธอถึงกับตะลึง ไม่รู้จะตะลึงเรื่องไหนก่อนระหว่างโกหกหน้าไม่อายหรือโกหกไม่เนียน เจ็บตัวจนยกช้อนตักอาหารไม่ได้แล้วทำไมถึงได้นั่งรถมาคอนโดเธอที่อยู่ชั้นสิบกว่าๆ นี้ได้

“สเต็ปต่อไปจะบอกว่าเจ็บจนกลับไม่ไหวแล้วขอค้างคืนด้วยหรือเปล่าคะ”

คนที่โดนจับได้ก็เบือนสายตาไปทางอื่นขณะหนึ่ง ยิ่งท่าทางล่อกแล่กประจักษ์แก่สายตาหญิงสาว มาเจนตาก็ยิ่งมั่นใจว่าตนเองคิดถูก

เจ้าเล่ห์นัก แต่เธอไม่หลงกลหรอกนะ

“ไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ

“ได้ค่ะ งั้นหนูจะออกมานอนโซฟาข้างนอก พี่เข้าไปนอนข้างในห้องนะ”

“อ้าว ไม่นอนด้วยกัน”

“ไม่เอาค่ะ”

“โอเค พี่ไม่ค้างก็ได้ เดี๋ยวแย่งที่นอนหนู” สุดท้ายแผนการของภูริพัฒน์ก็ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะแม่ตัวดีดันรู้ทันเข้าเสียก่อน

วันนี้ออกจะฉุกละหุกเลยเตรียมแผนมาแบบตื้นๆ เอาไว้วันหลังเขาจะทำให้แยบยลกว่านี้



ติดแท็ก #Saveมาเจนตา กันค่ะ น้องไม่ปลอดภัย
งืม... NC บทที่ 5 ถือว่าเร็วไปมั้ยนะ
______________________________________________
ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ
Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #100 fonthanya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:16
    ช่วย หรือ ล่อ?
    #100
    0
  2. #69 yeenyyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 12:27
    กะล่อนจริงๆ
    #69
    0
  3. #68 kimking5555 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 01:38
    คนบว้าาาา
    #68
    0
  4. #67 aarisaaa.__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 18:35
    แม่!!!!!!มาเร็วมว๊ากกกกกกNC
    #67
    0
  5. #66 Dandelion_KJ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 17:34

    อ่านไปยิ้มไป จิกพุงแมวไป

    #66
    1
    • #66-1 kimking5555(จากตอนที่ 5)
      21 กรกฎาคม 2563 / 01:37
      อย่าทำน้อนนน55555555
      #66-1
  6. #65 yeenyyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 08:20
    พี่ไปโดนใครยำมา
    #65
    0
  7. #64 16.1.13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 00:33
    งื้อ อิพี่โดนไรมา
    #64
    0
  8. #63 aarisaaa.__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 23:46
    แงงงงงง ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะะะะะะ
    #63
    0
  9. #62 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 23:07
    (ᗒᗜᗕ)՛̵̖ (ᗒᗜᗕ)՛̵̖
    #62
    0
  10. #61 yeenyyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 09:02
    ร้ายมากกก
    #61
    0
  11. #60 G'DayCutie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    ร้ายมากค่ะพี่
    #60
    0
  12. #59 chari2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:26
    คูมตำหนวด มีคนล่อลวงเด็กคร่า
    #59
    0
  13. #58 aiya_2910 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 15:12
    เจิม เจิ่ม เจิ้ม เจิ๊ม เจิ๋มมม
    #58
    0
  14. #57 yeenyyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 12:11
    เจิมมมมม
    #57
    0
  15. #56 kunp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 11:00
    เจิมมมม
    #56
    0
  16. #55 chari2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:50
    เจิมค่า
    #55
    0
  17. #54 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:50
    รอจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา( ˘ ³˘)♥
    #54
    0
  18. #53 BOONTARKANJUNTED (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:45
    เจิมมมมม
    #53
    0