[Quatre] จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

ตอนที่ 3 : 02 : เป็นเด็กของเขา [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    11 ก.ค. 63

จนกว่าโลกนี้ไม่มีคุณ

By Castle-G

02

 

“น้ำชา!

“เสียงดังอะไรวะเนี่ย” นิสิตหนุ่มที่กำลังหมอบหลับอยู่บนโต๊ะเรียนต้องเงยหน้าขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงเรียกดังจากเพื่อนสาว

“น้ำชาไปไหน” มาเจนตาหันไปถาม กั้ง เจ้าของคำพูดเมื่อกี้

“เอ่อ น่าจะไปเข้าห้องน้ำกับพริมป้ะ”

“เหรอ โอเค” เมื่อได้รับคำตอบแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกจากห้องเรียนไปยังห้องน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกัน ซึ่งไม่ไกลมากนัก

มาถึงจึงได้พบกับหญิงสาวสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่หน้ากระจก ทั้งคู่หันมามองเธอแล้วส่งยิ้มทักทาย

“อ้าว แม็กกี้มาแล้วเหรอจ๊ะ” พริมเป็นคนพูดคนแรก

“เรื่องกองทุนเมื่อวานเป็นไงบ้าง” น้ำชาถามต่อ

“กองทุนบ้าอะไร แกรู้เรื่องด้วยหรือเปล่า กับยัยกุ๊งกิ๊งน่ะ” มาเจนตาตั้งใจว่าจะมาเอาเรื่องเพื่อนสาวที่กล้าหลอกลวงเธอไปเจอป๋าเลี้ยงเด็กนั่น หญิงสาวหวังว่าเพื่อนสนิทคนนี้จะไม่รู้เรื่องและโดนหลอกเช่นเดียวกัน

“หา! มันเกิดอะไรขึ้นอะ ทำไมแกดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้”

“แกไม่รู้เหรอว่าไอ้กองทุนเพื่อนนักศึกษาอะไรนั่นมันแค่คำพูดดูดีของชายมีอายุและมากตัณหาอยากเลี้ยงเด็กสาวไว้ดูเล่น”

“ฮะ?” พริมทำหน้างงไปอีกคน

เมื่อมาเจนตาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อวานให้เพื่อนสาวสองคนฟัง ทั้งคู่ก็ตกใจกันใหญ่รวมถึงน้ำชาที่เป็นตัวตั้งตัวดียื่นคำแนะนำให้กับเธอ หญิงสาวรู้สึกโล่งใจที่เพื่อนสนิทไม่รู้เรื่องพวกนี้ด้วย

“แก ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้อ่า ถ้ารู้ฉันไม่ปล่อยแกไปหรอก” น้ำชาทำหน้ารู้สึกผิดพลางเข้ามาจับแขนด้วยน้ำเสียงหงอยๆ “แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม โดนทำร้ายอีกหรือเปล่า”

“เปล่า ก็โอเคดี ฉันหาทางหนีออกมาได้”

“ฮือออ ฉันขอโทษ”

“ไม่เป็นไรหรอก แกไม่รู้เรื่องด้วยก็ดีแล้ว”

“ฉันจะไปด่าอีกุ๊งกิ๊ง มันกล้าดียังไงถึงมาหลอกลวงแก” น้ำชาว่าแล้วก็ทำหน้าตาเคียดแค้น

“เมื่อวานฉันแค่ไม่มาเรียนวันเดียว พลาดเรื่องไปเยอะเลยเหรอเนี่ย” พริมปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติหลังจากที่เมื่อกี้เธอทั้งตกใจและงงงวยในคราเดียวกัน

“เออ พลาดมาก”

มาเจนตาคิดว่าเพื่อนเธอยังมีอะไรอีกหลายเรื่องที่ยังไม่รู้ และเธอก็ไม่ได้เล่าไปหมดเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะผู้ชายที่เจอกันก่อนหน้านั้น

 

ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินจนต้องไปเป็นอีหนูของเสี่ยแก่คราวพ่อขนาดนั้น มาเป็นให้พี่ดีกว่าไหม พี่เลี้ยงเธอได้เหมือนกัน พี่ยังไม่มีลูกไม่มีเมีย

พี่เข้าใจผิดแล้ว หนูไม่ได้จะไปเป็นเด็กเลี้ยงของใคร แต่ก็ขอบคุณค่ะที่หวังดีจะช่วย

ถึงอย่างนั้นก็ลองเก็บข้อเสนอพี่ไปคิดได้นะ

หนูขอตัวกลับก่อนดีกว่า

 

จู่ๆ ก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเธอได้อย่างไรกัน แทบทำตัวไม่ถูกเลย

 

Papa Studio

สตูดิโอขนาดเล็กตั้งอยู่บนคอนโดใจกลางเมืองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของเธอ เป็นสถานที่สำหรับช่างภาพคนหนึ่งที่ทำงานให้กับร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ช่างภาพคนนั้นคือรุ่นพี่ของเธออีกคนที่อยากให้เธอมาเป็นนางแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ มาเจนตาเดินทางมาทันทีเมื่อเลิกเรียน

นี่เป็นหนึ่งในงานพาร์ทไทม์ของหญิงสาว การรับงานถ่ายแบบขายรูปร่างหน้าตา ถึงเธอจะไม่ชอบการทำงานหน้ากล้องสักเท่าไหร่ แต่การเป็นนางแบบย่อมดีกว่าการไปเป็นเด็กเสิร์ฟพาร์ทไทม์ตามร้านอาหาร เพราะงานหนักแต่เงินน้อย แต่ถ่ายแบบแค่เซ็ตเดียวก็ได้มาหลายพันแล้ว

“น้องแม็กกี้มาแล้วเหรอ” เจ้าของคำพูดคือผู้ชายซึ่งมีเรือนผมสีแดงเด่น สวมเสื้อยืดพร้อมกางเกงโปโล และตบท้ายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“ค่ะ พี่อาร์มจะเริ่มงานเลยไหมคะ” หญิงสาวไม่อยากรอช้ารีบถามช่างภาพ

“ได้เลย นี่เสื้อผ้านะ เดี๋ยวใส่เซ็ตนี้ก่อนก็แล้วกัน พี่ขอเช็คกล้องอีกแป๊บ”

หลังจากได้รับเสื้อผ้าสำหรับใส่ถ่าย มาเจนตาก็ไม่รอช้าแล้วเดินไปเปลี่ยนในห้องน้ำของคอนโด เพียงแค่สองนาทีชุดแรกสำหรับวันนี้ก็พร้อมถ่าย

ชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีขาวแซมสีฟ้า พร้อมกับเครื่องประดับเข้าชุดส่งให้หญิงสาวดูดียิ่งขึ้นไปอีก เรือนผมสีน้ำตาลที่ถูกมัดไว้ก่อนหน้านี้ถูกปล่อยยาวสยายไปตามแผ่นหลังบาง ใบหน้าหวานถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยเป็นธรรมขาติ ยิ่งอยู่ต่อหน้ากล้องที่มีคนถ่ายเป็นมืออาชีพก็ยิ่งเสริมความดูดีมากขึ้นไปอีก

“เดี๋ยว ขอโพสที่เป็นธรรมชาติหน่อยครับ” อาร์มเริ่มทำงานทันทีเมื่อนางแบบของเขาพร้อมแล้ว

“ได้ค่ะ”

การถ่ายแบบผ่านไปเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ว่าจะใส่อีกกี่ชุด มาเจนตาก็ใส่ออกมาด้วยสวยและขึ้นกล้องทุกชุด แต่กว่าจะถ่ายครบทุกเซ็ตเวลาก็ได้ล่วงเลยไปถึง 3 ชั่วโมง

จากเวลาห้าโมงเย็นก็กลายเป็นเวลาสองทุ่ม ท้องฟ้าที่เคยมีแสงสว่างก็เหลือเพียงความมืดมิด

“พี่ว่าวันนี้พอแค่นี้ก็ได้ เก่งมาก” อาร์มเอ่ยกับรุ่นน้องสาวก่อนจะจัดการเก็บอุปกรณ์ถ่ายรูป

“ค่ะ งั้นหนูเปลี่ยนชุดเลยแล้วกลับเลยนะ”

“อื้ม ได้สิ”

“เอ่อ เรื่องค่าถ่ายงาน..” ปกติมาเจนตาไม่ค่อยเซ้าซี้เรื่องเงินมากนัก เธอได้รับมันตามกำหนดเวลาอยู่แล้ว แต่เพราะตอนนี้สถานการณ์ของเธอไม่ค่อยปกติ “ขอเร็วกว่ากำหนดสักสัปดาห์หนึ่งได้ไหมคะพี่อาร์ม”

“ได้สิ เดี๋ยวพี่คุยกับลูกค้าให้”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวยิ้มบางๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายกลับมาเป็นชุดนิสิตที่ใส่มาจากมหาวิทยาลัย 


[2]


“หน้าชื่นตาบานเชียวนะ นังเด็กอกตัญญู”

เสียงตวาดดังทำให้มาเจนตาสะดุ้งตกใจ หลังจากที่หญิงสาวเดินจากหน้าปากซอยมาถึงหน้าหอพัก

หญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาดพร้อมกับใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางสีเข้ม เจ้าของเสียงตลาดนั้นก็เอ่ยวาจาดังลั่นอีกครั้ง

“ฉันอุตส่าห์เบ่งแกออกมา แทนที่จะสำนึกบุญคุณกันสักนิดก็ไม่มี”

 มาเจนตาก้าวเท้าถอยหลังออกมาด้วยความรวดเร็ว ซึ่งนั่นเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ทันทีของร่างกาย หญิงสาวไม่คิดเลยว่าวันนี้ได้เจอผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง

จิตรา ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาผู้ให้กำเนิด

“มาทำไม” น้ำเสียงนิ่งเย็นเอื้อนออกอย่างช้าๆ และชัดเจน ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน

“แกมีเงินเท่าไหร่”

เห็นไหมล่ะ

“ไม่มี” ร่างบางเอ่ยตอบ

“ตอแหล แกมันก็คำนู้นคำนี้เหมือนพ่อแกไม่ผิด” จิตราทำเสียงแข็งพลางจ้องมองหน้าของลูกสาวตาขวาง โดยไม่สนใจผู้คนที่ผ่านไปมาในละแวกนี้

“ก็ไม่มี เลิกเซ้าซี้สักที กลับไปเถอะ” มาเจนตาอยากจะพูดประโยคนี้เป็นประโยคสุดท้ายแล้วเดินหนี ทว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใจเธอคิด “โอ๊ย”

แรงบีบที่แขนด้านซ้ายทำให้หญิงสาวต้องหยุดเดินแล้วร้องด้วยความเจ็บ ยังไม่ทันจะหายเจ็บเธอก็โดนซ้ำสองด้วยการถูกจิตรากระชากแขนเพื่อแย่งกระเป๋าสะพายที่อยู่ห้อยบนบ่า

ผู้คนรอบข้างก็ได้แต่มองไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะคิดว่านี่คือเรื่องของแม่ลูก คนในครอบครัว โดยไม่สนใจว่ามีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น

“อย่านะ ฉันมีก็ไม่ให้หรอก” มาเจนตาพยายามยื้อแย้งกระเป๋าของตนเองคืนมา

“ทำไมจะไม่ให้ฮะ หน็อย ได้เงินมรดกจากไอ้แก่นั่นก็คิดจะใช้คนเดียวเหรอ ฉันก็เป็นเมียมันเหมือนกัน ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ใช้” จิตราเอ่ยอย่างเคียดแค้น เธอรู้สึกโกรธที่ตัวเองไม่ได้รับเงินหรือสมบัติสักชิ้นจากอดีตสามี และพยายามขโมยมันมาจากลูกสาวหลายครั้ง

มาเจนตาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ให้ไปอีกคนก็คงหนีไม่พ้นไปเล่นพนันและปรนเปรอผู้ชายที่เด็กกว่าคราวลูก ให้ไปก็มีแต่เสียประโยชน์เปล่า ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะทำหน้าที่แม่สักครั้งแต่กลับทวงสิทธิ์ความเป็นแม่จนเกินประมาณ

“แต่นี่มันเงินของฉัน”

“แต่ฉันเป็นแม่แก!

เจ้าของร่างบางโดนผลักให้ลงไปล้มกับพื้นปูนซีเมนต์แข็งกระด้างจากการใช้ทีเผลอของอีกคน ถึงแม้ว่ามาเจนตาจะเกลียดผู้หญิงตรงหน้านี้แค่ไหนแต่เธอก็ไม่อยากจะสู้หรือใช้กำลังกลับ ในขณะที่คนเป็นแม่กลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของเธอแล้วเอาแต่คุ้ยกระเป๋าเพื่อหาเงินที่ต้องการ

แต่ถึงจะหาไปก็ไม่เจอ

จิตราทำหน้าเสียเมื่อเห็นว่าในกระเป๋าสตางค์ของลูกสาวไม่มีเงินสักบาท เนื่องจากหญิงสาวไม่ได้พกเงินสดติดตัวมากนัก

“ไปเอาเงินมา”

“ไม่” ร่างบางค่อยๆ พยุงตนเองให้ลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะปฏิเสธ

“อีแม็กกี้!” เงื้อมมือจากหญิงวัยกลางคนเตรียมยกขึ้นเพื่อทำร้ายผู้เป็นลูกอีกครั้ง

มาเจนตาที่รู้ตัวว่าจะโดนตบตีจึงหลับตาแน่นเพื่อรอรับความเจ็บปวด เธอจะยอมให้อีกฝ่ายตบตีจนกว่าจะพอใจ อยากจะทำอะไรก็ทำ เธอไม่โต้ตอบและจะไม่ให้สิ่งที่จิตราต้องการเช่นกัน

ไม่นานนักก็เกิดเสียงฝ่ามือกระทบกับผิวเนื้อดังเพี้ยะ

ทว่าหญิงสาวกลับไม่รู้สึกเจ็บแสบแม้แต่น้อย มาเจนจึงค่อยๆ ลืมตามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ก่อนเธอจะได้เจอกับแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง

“ผมว่าเราไม่ควรใช้ความรุนแรงกันในที่สาธารณะแบบนี้นะ”

น้ำเสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เป็นเขาอีกครั้ง...

“ทำไมจะไม่ได้ ก็ฉันเป็นแม่มัน แล้วคุณน่ะเป็นใคร” จิตราทำหงุดหงิดเมื่อเธอไม่ได้ตบตีมาเจนตาตามที่หวังแต่หากเป็นผู้ชายที่ไหนไม่รู้ที่เข้ามาได้จังหวะพอดี

“ผมเป็นแฟน” ภูริพัฒน์เอ่ยพลางเอี้ยวตัวใช่แขนสอดเข้าไปโอบเอวของหญิงสาวในขณะที่เจ้าตัวยังคงมึนงง “และผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายแฟนผมหรอก”

แฟน? ตอนไหนกัน ถึงมาเจนตาจะยังงงอยู่ แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งและตามน้ำไป

“ถ้าแบบนั้นก็ให้เงินฉันแทนมันสิ”

“พอทีเถอะ” เธอชักจะทนไม่ไหวและรู้สึกอับอาย ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่รู้สึกอายอย่างที่เธอรู้สึกบ้าง

“การที่เธอไม่ให้คุณ เธอย่อมมีเหตุผล ผมเองก็ให้คุณไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มเอ่ยหนักแน่นก่อนจะเปลี่ยนจากโอบเอวมาเป็นกระชับจับมือแทน “กี้ ไปกันเถอะ”

ร่างสูงจูงมือเธอให้เดินออกมาโดยไม่ได้มองว่าตอนนี้มาเจนตากำลังสงสัยมากแค่ไหน

“นี่ จะไปไหน หยุดนะ” จิตราทำทีจะเดินตามมาด้วย

“ถ้าตามมา ผมแจ้งตำรวจแน่” ภูริพัฒน์หันไปมองหญิงวัยกลางคนพร้อมท่าทีจริงจังชนิดที่คนมองต้องหยุดการเคลื่อนไหว

เขาพาเธอเดินมาถึงรถเมอร์เซเดสเบนซ์คันสีขาวที่จอดอยู่ไม่ไกลจากบริเวณหน้าหอพักของมาเจนตา ก่อนที่ภูริพัฒน์จะพาร่างบางให้ขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ส่วนเขาก็อ้อมมานั่งฝั่งคนขับอีกทีหลังจากปิดประตูให้หญิงสาวแล้ว

เมื่อรถถูกสตาร์ทและออกตัวไปไกลจากจุดที่อยู่ มาเจนตาจึงเริ่มตั้งคำถาม

“คือขอบคุณที่พี่มาช่วยอีกแล้ว แต่ว่าพี่จะพาหนูไปไหน” ยิ่งมองถนนหนทางข้างหน้าที่ไกลออกไปเรื่อยๆ หญิงสาวก็รู้สึกไม่คุ้นชิน

“ก็ไปอยู่ที่ปลอดภัยไง” ภูริพัฒน์ตอบสั้นๆ

“หนูนึกว่าพี่แค่เบี่ยงประเด็นแล้วแกล้งพาออกมาให้เขาตายใจเฉยๆ”

“ทำแบบนั้นก็แก้ปัญหาได้แค่ชั่วคราว ย้ายของจริงเลยดีกว่า”

“แล้วพี่จะพาหนูไปที่ไหนกัน”

ถึงชายผู้นี้จะเป็นคนช่วยเหลือเธอถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้อย่างสนิทใจ เธอเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่กี่วันเอง

“ที่พักใหม่ไง เธอต้องย้ายจากที่เดิมได้แล้ว” ชายหนุ่มตอบในขณะที่ใบหน้ายังหันไปมองถนน

“แต่ว่า..”

“คืนก่อนเป็นโจร วันนี้เป็นคนรู้จักมาไถเงิน จะอยู่ให้โดนทำร้ายอีกหรือไง”

เพราะหญิงสาวไม่รู้ว่าควรโต้ตอบอะไรอีก เธอจึงได้แต่นั่งเงียบอยู่เช่นนี้ไปตลอดทาง การอยู่บนรถที่ราคาแพงแถมเบาะนุ่มสบายตัวก็ไม่ได้เลวร้าย ลมเย็นๆ จากแอร์รถทำให้มาเจนตารู้สึกสงบลงบ้างหลังจากที่ในใจร้อนรุ่มตอนเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ใช่ว่าเธอจะไม่รู้อะไรเลย เธอทั้งคิดมาก วิตกกังวลจนอยากหาเวลาว่างไปพบจิตแพทย์สักครั้ง

รถคันหรูขับเข้ามาจอดในบริเวณลานจอดของตึกสูงใหญ่ซึ่งด้านหน้ามีป้ายบอกว่าไว้ Nimman Condominium หญิงสาวให้ความสนใจกับคอนโดแห่งนี้ตั้งแต่นั่งรถเข้ามายันลงจากรถ ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามตั้งแต่สวนรอบคอนโดยันพื้นที่ล็อบบี้ด้านใน

คอนโดใหญ่อยู่ย่านกลางเมืองแถมไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ราคาคงไม่ใช่เล่น นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเธอถูกพามาที่นี่ทำไม แต่ถึงจะมีข้อกังขาในใจมากมาย เธอก็ไม่ได้ถามอะไร

ลิฟต์กลางของคอนโดพาภูริพัฒน์และมาเจนตาขึ้นไปถึงชั้นสิบห้าของคอนโด และเข้ามาถึงด้านในห้องที่ประตูด้านหน้าปรากฏหมายเลข 1508 ด้านในห้องถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นเน้นโทนสีขาวและสีเทาเป็นส่วนใหญ่ ด้วยความที่มีขนาดกว้างใหญ่แถมเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ทำให้หญิงสาวอดมองสำรวจไม่ได้

“ที่นี่คือที่ไหนคะ” มาเจนตาเอ่ยปากถามหลังจากที่เดินตามมาจนถึงที่นี่

“ห้องใหม่ของเธอไง”

เจ้าของใบหน้าหวานเบิกตาอย่างตกใจก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ห้องแพงขนาดนี้ หนูไม่มีเงินอยู่หรอกค่ะ” ต่อให้มีรูมเมทอีกสามคนมาช่วยหาร เธอก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะจ่ายไหวหรือเปล่า

 “พี่ซื้อไว้แล้ว ไม่ต้องจ่ายอะไรอีก” 


[3]


ภูริพัฒน์ตอบหลังจากเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของร่างบาง นั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกเอ็นดู

“งั้นที่นี่ก็เป็นห้องพี่น่ะสิ”

“อันที่จริงพี่ไม่ค่อยมาอยู่ ซื้อไว้เผื่อฉุกเฉิน” เขาเล่าไปตามความจริง ชายหนุ่มมีบ้านอยู่อีกหลังซึ่งปกติแล้วเขามักจะอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่า “ที่นี่ก็มีของใช้พี่ไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็น ไว้เดี๋ยวพี่มาเก็บออกไปแล้วจ้างรถไปขนของจากหอเดิมของเธอมาไว้ที่นี่แทน”

มาเจนตาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่กระพริบตามองร่างสูงปริบๆ

“ถึงหนูจะอยากย้ายออกให้เร็วที่สุด แต่ว่าให้หนูมาอยู่ฟรี..ไม่เอาหรอกนะคะ” เธอยังคงปฏิเสธ

“งั้น ปกติเธอจ่ายค่าหอเท่าไหร่”

“อ่า เดือนละห้าพันห้าร้อย ยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟค่ะ”

“ดี งั้นพี่ให้เธอจ่ายค่าห้องให้พี่เดือนละห้าพันรวมค่าน้ำค่าไฟแล้ว โอเคไหม ห้องพี่ถูกกว่าตั้งเยอะไม่สนใจเหรอ” ภูริพัฒน์จัดการคิดราคาห้องให้เสร็จสรรพ

คอนโดใหญ่ย่านสุขุมวิท เฟอร์นิเจอร์ครบครัน แถมอยู่ใกล้ BTS แค่ไม่กี่เมตร ปล่อยเช่าในราคาห้าพันรวมค่าน้ำค่าไฟ โอ้..พระเจ้า

“พี่ช่วยหนู พี่คงไม่ได้ช่วยฟรีๆ ใช่ไหมคะ” เธอไม่ได้ให้คำตอบว่าจะตกลงหรือไม่ แต่กลับตั้งคำถามไปที่อีกฝ่ายแทน หญิงสาวสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความจริงจัง เขาเองก็กำลังมองมาที่เธอเช่นเดียวกัน

มาเจนตาเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ เธอจะต้องแลกกับอะไรบางอย่าง

“แล้วเธอคิดว่าพี่อยากได้อะไรจากเธอ เธอมีอะไรให้พี่งั้นเหรอ” ภูริพัฒน์ตอบกลับเสียงเรียบ

ถ้าทรัพย์สินเงินทอง ภูริพัฒน์ก็คงจะมีมากกว่าเธอหลายเท่าจะมาต้องการเศษเงินจากเธอไปอีกทำไม แล้วผู้ชายอย่างเขาจะต้องการอะไรจากผู้หญิงอย่างเธอ

“พี่จะให้หนูเป็นเมียเก็บเมียซุกเหรอคะ”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้กับคำว่าเมียเก็บเมียซุกนั่น

“พี่ยังไม่มีเมีย...เพราะงั้นเธอเป็นเมียเก็บเมียซุกไม่ได้หรอกนะ” เขานึกขำไม่น้อยตอนที่ต้องพูดเช่นนั้นกับหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนี้ “พี่ก็แค่รู้สึกถูกใจ ไม่ได้เหรอ?”

“คือ...” ใช่ว่าผู้ชายตรงหน้านี้จะไม่ดี เขาอุตส่าห์ช่วยเธอตั้งสองหน หากจะให้เธออยู่ในสถานะ เด็กของเขา ก็คงไม่ใช่เรื่องแย่ขนาดนั้น แต่ว่าเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรักมาก่อน แถมรู้จักกันได้ไม่นานเท่าที่ควร

“พี่จะไม่ทำอะไร ถ้าเธอไม่เต็มใจ ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะบังคับ”

มาเจนตาทำตาโตตกใจอีกครา เธอไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายอ่านใจเธอได้หรืออย่างไร

“เราก็แค่ทำความรู้จักกันไปก่อน เรื่องห้องนี้พี่จะไม่เข้ามาโดยพลการ ถ้ามาพี่จะโทรบอกเธอทุกครั้ง แบบนี้โอเคหรือเปล่า”

ก็พอรับได้...

“เอ่อ...” มาเจนตาเริ่มรู้สึกลังเลหลังจากที่ตอนแรกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“หรือมีเรื่องอะไรที่ยังไม่สบายใจอยู่”

“เปล่าค่ะ หนูแค่ไม่ชินที่มีคนมาทำดีด้วยขนาดนี้” หญิงสาวหลุบตามองไปที่พื้นเงาด้านล่างพลางเม้มริมฝีปาก

อันที่จริงแล้วในชีวิตของเธอก็มีอยู่คนหนึ่งที่ทำดีกับเธอมาตลอด คือพ่อของเธอ...ที่จากไปแล้ว

“ทำไปเพราะหวังผลต่างหาก” เขาว่า

“คะ?”

เขาพูดตรงขนาดนี้ก็ได้หรือไง

“อืม ตกลงหรือเปล่า”

“ก็ได้ค่ะ แต่ว่ายังไงหนูก็ต้องกลับหอ เพราะต้องเก็บของด้วยตัวเอง” เธอเกรงว่าให้คนอื่นเก็บให้มันจะวุ่นวาย บางอย่างก็เป็นของใช้ส่วนตัว คงไม่ดีหากให้คนอื่นเก็บ

“โอเค เดี๋ยวพี่พากลับไปส่ง”

 

ท้ายที่สุดแล้วภูริพัฒน์ก็ต้องขับรถวนกลับมาที่หอพักของมาเจนตาเช่นเดิม เนื่องจากสาวเจ้าต้องการกลับมาจัดเก็บของพร้อมกับยกเลิกสัญญากับเจ้าของห้อง

“จะว่าไป หนูยังไม่เคยถามเลยว่าพี่ไปทำอะไรแถวหอหนูตั้งสองครั้ง” หญิงสาวเอ่ยถามขณะที่นั่งอยู่ในรถคันเดิม เธอจำได้ว่าอีกคนเคยบอกว่าผ่านไปแถวนั้นพอดี

“ก็มีคนรู้จักอยู่แถวนั้น พี่เองก็แวะไปหาบ่อย”

“อ๋อ” มาเจนตาพยักหน้าเบาๆ เมื่อรับรู้ ก่อนจะถามต่อไปอีก “แล้วคอนโดนั้น ถ้าพี่ไม่ค่อยอยู่..พี่ซื้อไว้ทำไมเหรอคะ”

หรือจะเป็นรสนิยมของคนมีสตางค์ใช้จ่าย

“พี่ซื้อเก็บไว้อยู่ตอนฉุกเฉิน เผื่อไม่กลับบ้าน” ชายหนุ่มตอบ

“อย่างเช่นพาสาวมากุ๊กกิ๊กเหรอคะ”

ภูริพัฒน์ชะงักให้กับคำถามของเธอ เขาอมยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ

“รู้ดีนักนะ”

“แสดงว่าก่อนหน้านี้พี่เองก็น่าจะให้ผู้หญิงมาอยู่คอนโดเหมือนกัน... แบบนี้ถ้าวันหนึ่งพี่หมดความชอบพอในตัวหนูแล้ว พี่ก็คงทิ้งและไล่หนูออกจากคอนโดใช่ไหมคะ”  มาเจนตาถามราวกับมันคือเรื่องปกติ ถ้าหากเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คิดมากอะไรนัก ถ้าเขาจะไล่เธอออกไปในสักวัน เธอก็จะได้เตรียมใจหาที่อยู่ใหม่เอาไว้รอ

“หึ คิดไปไกลจัง”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้ตอบว่าใช่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน หญิงสาวก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว ในอนาคตมันไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้ชอบ วันพรุ่งนี้หมดรักมีถมเถไป

 

มาเจนตาตัดสินใจเก็บแค่เสื้อผ้าและของใช้จำเป็นสำหรับใช้ในคืนนี้และวันพรุ่งนี้มาก่อน ส่วนของที่เหลือเธอทำเพียงเก็บใส่กล่องเอาไว้รอให้รถบริการขนของมารับในวันพรุ่งนี้ หญิงสาวกลับมาที่คอนโดของภูริพัฒน์อีกครั้งโดยครั้งนี้เธอจะมาอยู่อย่างจริงจัง ส่วนเจ้าของห้องตัวจริงก็พาสำรวจห้องคร่าวๆ ว่าห้องน้ำ ห้องนอน และห้องครัวอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง มีกฎอะไรบ้าง

แน่นอนว่าที่นี่สะดวกสบายกว่าหอเก่าของเธอมากโข แต่ก็ใช่ว่าจะอยู่ได้อย่างสบาย เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้เป็นเจ้าของที่นี่ เป็นเพียงผู้อาศัยที่จ่ายค่าเช่าเดือนละห้าพัน เป็นการจ่ายเพื่อความสบายใจไปอย่างนั้นแหละ

ด้วยความที่ภูริพัฒน์มีธุระต้องไปทำต่อ ชายหนุ่มจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ แต่ก่อนเจ้าตัวจะออกจากคอนโดไปเขาก็ได้พูดกับเธอไม่กี่ประโยค

“ขาดเหลืออะไร ก็บอกพี่ได้”

“ไม่มีอะไรต้องขาดแล้วค่ะ” มาเจนตาตอบ เธอรู้สึกว่ามันไปถึงขั้นเยอะเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ

“พี่หมายถึงอย่างอื่นที่ไม่ใช่ห้อง”

“พี่จะจ่ายค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าให้ด้วยเหรอคะ?” หญิงสาวเพียงแค่ถามติดตลก

อืม ถ้าเธออยากได้” ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย และเอ่ยต่อไปว่า “เลี้ยงผู้หญิงแค่คนเดียว ค่าเทอม ค่าคอนโด ค่าเครื่องสำอาง ไม่เหลือบ่ากว่าแรงพี่หรอก

สรุปแล้วตอนนี้หญิงสาวกลายเป็น เด็กของเขาจริงๆ สินะ



ชอบผู้ชายนิสัยแบบพี่เฟียสจังเลยค่ะ ผู้ชายนิสัย 'รวย'

______________________________________________

ฝากส่งฟีดแบคด้วยน้า #เฟียสมากพ่อ

Facebook : Castle-G | Twitter : @castleglint


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

185 ความคิดเห็น

  1. #35 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 06:24
    รวยอ่ะจ้ารวยยยย
    #35
    0
  2. #34 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 18:35
    ไวมากค่ะพี่ รวบรัดตัดตอนกันเลย
    #34
    0
  3. #33 My_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 00:39
    คุรพี่จะรวยไปไหนค้าาาาาา
    #33
    0
  4. #32 ขนมชิ้นเล็ก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 22:51
    ถ้าคนแก่จะหล่อแบบนี้ ยอมค่ะ5555555
    #32
    0
  5. #31 My_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 20:43
    คุรพี่ค่าตัวเเพงงงงงงง
    #31
    0
  6. #29 chari2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:25
    คนกร้าวใจ มักจะค่าตัวแพง
    #29
    0
  7. #28 cherry240246 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 13:21
    รอออเธออออออยู่ยยยยยยยยย
    #28
    0
  8. #27 yeenyyn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:07
    เจิมมมมม
    #27
    0
  9. #13 faii1993 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 00:53
    คือดีงามมม
    #13
    0
  10. #12 _darinn_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 16:56
    ใจน้องววงงงงวงวววงงงงงวงงวงงงงงง!!!
    #12
    0
  11. #11 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 21:49
    เอ็นดูพี่เค้า
    #11
    0
  12. #10 yeenyyn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 08:21
    เจิมมมมม
    #10
    0
  13. #9 Lililllll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:48
    เจิมมมม
    #9
    0
  14. #8 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:16
    เจิมมมมม เดี๋ยวฟาดมาฟาดกลับนะเอออ
    #8
    0