My Only 1 เพราะคุณเท่านั้นคนเดียวของใจ

ตอนที่ 37 : MY ONLY 1 | 14 : ส่วนหนึ่งของครอบครัว [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

 

สุ่มแจกอีบุคจากคอมเม้นท์ค่ะ

 

14: Part of Family

 

 

ณภัทรเดินออกมาด้านนอกโดยเป้าหมายของเขาคือครัว ชายหนุ่มไม่ได้ชำนาญเรื่องทำอาหารมากนักแม้ผู้เป็นแม่จะทำเก่งก็ตาม เขาเพียงแค่เรียนรู้ขั้นตอนบางอย่างมาตอนเข้าไปเป็นลูกมือแต่ถึงแบบนั้นเจ้าตัวก็อยากช่วยเหลืองานครัวบ้าง เนื่องจากงานช่างทำเสร็จไปหมดแล้ว

“ป้าอรจะทำเมนูอะไรครับตอนเย็น”

“แหม ป้าก็คงไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก แต่เหมือนคุณๆ เขาอยากให้ทำอาหารเหนือเป็นหลักน่ะ” ป้าอิงอรตอบชายหนุ่มในขณะที่วุ่นวายกับการเตรียมวัตถุดิบ

“ผมช่วยไหมครับ”

“โอ๊ย ป้ามีคนช่วยเยอะแยะ เราน่ะไปพักก็ได้ เห็นทำมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

พอชายหนุ่มเห็นว่าตนเองไม่มีประโยชน์อะไรกับงานในนี้เขาจึงเดินออกมาจากครัวซึ่งนั่นก็ทำให้บังเอิญเจอกับเจ้าตะวันพอดี

“อยู่นี่เอง”

“ตามหาผมเหรอ”

“อืม รปภ.คนนั้นพื้นแล้ว ไปดูเขาหน่อยสิ”

“ผมยังไม่ได้เป็นหมอ..” ชายหนุ่มยังไม่ได้มีประสบการณ์ดูแลคนไข้เยอะขนาดนั้น เขายังต้องเรียนรู้ไปอีกปีนึง

“เออน่า เดี๋ยวก็เป็นแล้ว”

เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามอีกคนไปยังห้องพักของรปภ.คนนั้น ภาพที่เห็นก็คือชายผู้หมดสติก่อนหน้านั้นกำลังนั่งอยู่พักอยู่บนเตียงนอนโดยด้านข้างมีน้ำเปล่าที่น่าจะมีคนเอามาวางไว้ให้ ณภัทรเดินเข้าไปนั่งด้านข้างเขาแล้วเริ่มถามอาการเบื้องต้น

“ตอนนี้รู้สึกแบบไหนบ้างครับ ปวดหัว หรืออยากอาเจียนหรือเปล่า”

“เอ่อ ผมปวดเนื้อตัวมากกว่า”

ดูภายนอกแล้วก็ปกติดี ยกเว้นรอยช้ำตามเนื้อตัวนั้นที่คอยดูแลสักพักก็คงหาย

“ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีมากๆ ผมจะได้พาไปโรงพยาบาล” ยังไงที่นี่ก็ไม่ได้มีเครื่องมือหรือยาที่ตรวจรักษาชายคนนี้ได้อยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรหรอก ผมก็แค่เหมือนตื่นนอนน่ะ” รปภ.หนุ่มปฏิเสธ

“แล้วคุณจำเรื่องเมื่อคืนได้หรือเปล่า”

“ผม..ไม่แน่ใจ” สีหน้าของเขาลังเลอย่างเห็นได้ชัด “มันวุ่นวายมากเลย ในหัวผมมีแต่ภาพรางๆ”

ณภัทรหันหน้าไปมองร่างของเจ้าตะวันที่ยืนสังเกตอยู่ห่างๆ ก่อนจะหันกลับไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียง “งั้นก็พักผ่อนต่อดีกว่าครับ ไว้คุณจำเรื่องได้ค่อยเล่า”

เมื่อได้คุยรายละเอียดกับชายที่โดนวางยาสลบเรียบร้อย ชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้ความอะไรมากนักเพราะพยานยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้ต้องพึ่งอย่างอื่นแทน ตอนนี้เขาทั้งคู่อยู่ที่ห้องเก็บไฟล์ของกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้บางส่วน

“ตอนกลางคืนมันมืดมาก ด้านหน้ารีสอร์ทเองก็มีไฟแค่ไม่กี่จุด แต่ก็บันทึกภาพคนร้ายได้ในชุดที่ปิดมิดตั้งแต่หัวจรดเท้า” เจ้าตะวันเปิดวิดีโอนั้นให้กับอีกคนดู

ภาพที่ปรากฏอยูหน้าจอคอมพิวเตอร์คือบริเวณหน้าป้อมยาม ทุกอย่างดูปกติไม่มีอะไรผิดสังเกตจนกระทั่งมีชายคนหนึ่งเข้ามาเคาะประตูเรียกให้รปภ.ด้านในออกมาหา ก่อนจะลงมืดบุกเข้าทำร้ายรัดคอ พร้อมกับใช้เข็มฉีดยาที่ซ่อนไว้ด้านในออกมาฉีดยาสลบ ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ณภัทรสันนิษฐานไว้ตอนแรก

เขาเลื่อนมือไปกดหยุดวิดีโอดังกล่าวเพื่อจ้องมองภาพชายคนร้าย เขาแต่งตัวปิดมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้าแทบไม่เห็นผิวหนังเลย รู้แค่เพียงรูปร่างส่วนสูงคร่าวๆ

“เขาน่าจะสูงประมาณร้อยแปดกว่านะครับ”

“อืม เป็นชายตัวสูง เราให้คนสืบเสาะหาผู้ชายที่รูปร่างใกล้เคียงนี้แล้ว ถ้าเป็นพนักงานชายที่สูงๆ ก็มีไม่กี่คนแต่พอมาเทียบดูก็ไม่ใช่ น่าจะเป็นคนนอก”

“รีเพลย์ตอนคนร้ายเดินเข้ามาได้ไหมครับ” อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เกิดสงสัยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับบุคลิกลักษณะของคนร้าย

ซึ่งเมื่อเจ้าตะวันได้กดรีเพลย์ช่วงต้นคลิปให้ดูใหม่ ณภัทรก็ตั้งใจสังเกตท่าทางของคนร้ายคนนี้ให้มากกว่าเดิม แน่นอนว่าคราวนี้เขาเจออะไรที่ผิดปกติ

“ท่าเดินของเขาไม่ปกติ สังเกตดีๆ จะเห็นว่าการเดินแอบกะโผกกะเผก ค่อนข้างจะทิ้งน้ำหนักตัวมาทางขวามากกว่า เป็นไปได้ว่าเขามีอาการบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย” ว่าที่คุณหมอเอ่ยพร้อมกับชี้ท่าทางของชายในคลิปให้ดู

“มีจุดสังเกตแบบนี้ก็น่าจะหาตัวเร็วขึ้นสินะ”

“แล้วสรุปว่ามีอะไรเสียหายหรือเปล่าครับ”

“ไม่อะ ไม่มีอะไรหายหรือพังเลย ทุกคนปกติมาก ไม่รู้ว่าแรงจูงใจในการบุกเข้ามาคืออะไร” นั่นคือสิ่งที่ทำให้เจ้าตะวันเครียดไม่น้อย

แต่ในระหว่างที่คลิปจากกล้องวงจรปิดดำเนินต่อไปถึงตอนที่ทำร้ายรปภ.เสร็จ คนร้ายได้ถอดถุงมือของตนเองออก นั่นจึงทำให้ณภัทรสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ในตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองอาจจะคิดไปเองหรือภาพในกล้องมันเบลอ แต่ว่าพอลองกดหยุดแล้วซูมเข้าไปบริเวณมือของคนร้ายก็รู้แล้วว่าตนเองไม่ได้คิดผิด

มันคือสิ่งนั้น.. ท่าทางการเดิน บุคลิก รูปร่าง ความชำนาญในตอนใช้เข็ม พอนำมารวมกันแล้วชายหนุ่มก็เริ่มนึกไปถึงใครสักคน ใครที่ทำให้เขาเริ่มใจกระตุก ใครคนนั้นที่เริ่มทำให้เขารู้สึกไม่ดีขึ้นมา ต้องไม่ใช่เขาสิ เขามาที่นี่ทำไม

ณภัทรปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียวหลังจากที่ได้ดูภาพในกล้องวงจรปิดนั้น เขากำลังกังวลใจอย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เห็นและได้รู้เมื่อครู่นี้ ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาแล้วจ้องหน้าจอตรงหน้าอยู่นาน สถานการณ์ตอนนี้ชวนเครียดยิ่งกว่าเข้าห้องไปดูแพทย์ผ่าตัดตอนเข้าเวรอีก

เขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ มีเพียงเขาที่เก็บมันไว้

จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจกดเบอร์แล้วโทรออกหาใครสักคนที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะต้องได้พูดคุยด้วยอีกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

[ฮัลโหล] เสียงแหบทุ้มจากปลายสายดังหลังจากที่กดรับ

ชายหนุ่มนิ่งเงียบก่อนจะถอนหายใจเพื่อทุเลาความอึดอัดภายในใจ

“ต้องการอะไร”

...ปลายสายเงียบ ทำให้ณภัทรต้องถามต่อ

“ที่ทำเมื่อคืนนี้ วางยาสลบรปภ. บุกเข้ามารีสอร์ท ต้องการอะไร”

[แหม นานๆ จะโทรหาทีก็นึกว่าคิดถึง น่าเสียใจ ใส่ร้ายกันขนาดนี้เชียวเหรอ]

“ขาซ้ายคุณผิดปกติ ท่าทางการเดินแบบนั้น รูปร่างแบบนั้น รอยแผลที่มือคุณ ไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร” เขายอมรับว่าตอนนี้ตัวเองต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากในการพูดคุยกับคนคนนี้

[ก็ดีใจนิดๆ ที่จำได้ขนาดนี้ แต่ไม่คิดจะบอกคิดถึงกันสักนิดเหรอ...นะ]

“ทำไมผมต้องคิดถึงคนแบบคุณ ผมยังไม่เรียกตำรวจไปจับนั่นก็ดีแค่ไหนแล้ว”

[แต่ฉันคิดถึงแกนะ เสียดายเมื่อคืนไม่ได้อยู่ทักทาย เอาไว้วันหลังเราน่าจะได้เจอกัน]

“อย่าคิดจะทำอะไรชั่วๆ เด็ดขาด”

[ให้มันน้อยๆ หน่อย ถ้าฉันชั่ว แกมันก็มีเลือดชั่วในตัวแกครึ่งนึงเหมือนกัน] เสียงนั้นพูดพลางแค่นหัวเราะไปด้วยราวกับไม่ได้รู้สึกผิดชอบชั่วดี

เป็นเขา..เป็นเขาจริงด้วย ณภัทรลดโทรศัพท์ออกจากหูพร้อมกดวางสาย จากตอนแรกที่รู้สึกกลัวและวิตกก็ยิ่งรู้สึกแบบนี้มากกว่าเดิมหลังจากที่ได้โทรไปคุยด้วย ชายหนุ่มควรนึกเอะใจได้ตั้งแต่การใช้เข็มฉีดยาสลบแล้ว ควรเอะใจว่าทำไมคนร้ายถึงดูชำนาญการขนาดนั้น เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นไม่เคยมีเรื่องดีสักอย่าง

สุดท้ายคนร้ายก็ไม่ใช่คนไกลตัวเขา...นายแพทย์ไตรภพ จารุวิรงภักดิ์

“นะ!”

เมื่อเสียงเล็กนั้นดังขึ้น ความรู้สึกกังวลในของชายหนุ่มก็ลดหายไป

“ครับ” ณภัทรหันไปมองเจ้าจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังตนเองแล้วส่งยิ้มไปให้เธอ พอเห็นหน้าของหญิงสาวแล้วก็เหมือนความทุกข์ใจนั้นเบาบางลง น่าประหลาด..

“นายมาทำอะไรตรงนี้ คือ..ฉันตามหา”

“ดีใจนะเนี่ยที่คุณตามหาผม มีอะไรครับ? คิดถึงผมเหรอ เราเพิ่งแยกกันไม่นานนะ”

“เพ้อเจ้อ” เจ้าจันทร์มองค้อนใส่เขา “ฉันแค่จะตามนายกลับไปที่เรือนใหญ่น่ะ พอดีพ่อแม่ของฉันอยากเจอนาย”

 

ณภัทรเดินกลับเข้ามาในเรือนใหญ่โดยมีเจ้าจันทร์อยู่ข้างกาย เขาพบกับชายหญิงวัยกลางคนที่มีสถานะเป็นผู้ให้กำเนิดของหญิงสาวกำลังนั่งรอออยู่ที่โซฟา แล้วเมื่อได้รับการอนุญาตให้เข้าไปนั่ง เจ้าของร่างสูงจึงเลือกเก้าอี้ที่อยู่อีกฝั่งของโซฟาตัวยาว

ส่วนเจ้าจันทร์เข้าไปนั่งด้านข้างผู้เป็นพ่อของเธอ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ เห็นว่าคุณอยากเจอผม”

“อืมใช่ เพราะฉันไม่ได้เจอหน้านายตั้งแต่ที่ย้ายออกจากบ้านไปน่ะ” คุณชัชเชนทร์เอ่ยพลางพยักหน้า “แล้วเป็นยังไงบ้าง ใกล้เรียนจบแล้วสินะ”

“ครับ อีกหนึ่งปี” ชายหนุ่มพยักหน้า

“ไม่ต้องเห็นฉันเป็นคนอื่นคนไกลหรอก ฉันก็เอ็นดูนายเหมือนลูกอีกคน”

เพราะแบบนั้นณภัทรจึงได้รับการอุปการะจากบ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก ถ้าให้พูดแบบไม่อ้อมค้อมคุณชัชเชนทร์ทีบุญคุณกับเขามากกว่าพ่อแท้ๆ เสียอีก

“เสียดายที่คุณภัสสรไม่มาด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงได้คุยกันพร้อมหน้าพร้อมตามากกว่า” เป็นคำพูดของหญิงวัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็นภรรยาของประมุขบ้านและแม่ของเจ้าจันทร์

คำพูดนั้นทำให้เขานึกแปลกใจ

“คุยเรื่องอะไรเหรอครับ” หลังจากที่ชายหนุ่มได้ถามออกไป เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบแบบทันที

“เจ้าจันทร์”

“คะ” หญิงสาวขานรับผู้เป็นพ่อเมื่อโดนเรียก เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นท่าทีจริงจังของผู้ให้กำเนิดทั้งสองคน

“หนูไม่ชอบนะใช่หรือเปล่า ยังเกลียดอยู่ไหม”

“คือ..” เธอเงยหน้าไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฝั่งก่อนจะกลับมาสบตาพ่อของตน “ตอนนี้ไม่ค่ะ ไม่ได้เกลียดแล้ว”

คุณประมุขของบ้านยกยิ้มเล็กน้อยราวกับพึงพอใจในคำตอบลูกสาว

“ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เตรียมตัวเอาไว้ แต่งตัวดีๆ นายก็ด้วยนะ” ก่อนจบคำพูดชายวัยกลางคนได้กันไปบอกกับชายหนุ่มซึ่งมีท่าทีเคลือบแคลงใจ

แล้วความสงสัยของณภัทรก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจแทนเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“งานเย็นนี้ฉันประกาศเรื่องหมั้นระหว่างนายกับเจ้าจันทร์”

“อะไรนะคะ” พอๆ กับหญิงสาวที่กำลังตกใจไม่แพ้กัน เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองจะได้ยิน ไม่คิดว่าสีหน้าจริงจังของพ่อแม่เมื่อครู่จะมีต้นเหตุมาจากเรื่องนี้

 

Castle-G's Talk

งานหมั้น!!!! ไปตัดชุดแพร้บบบบ

เรามีตัวละครเพิ่มแล้วนะคะ คนนี้สำคัญกับเรื่องมากๆ ไม่ใช่ตัวประกอบฉากไก่กาจ้า

 

 

 

มาหวีดติดแท็ก #ณเจ้าจันทร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

704 ความคิดเห็น

  1. #417 _darinn_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:02
    อยู่ดีๆก็ได้หมั้นเฉย นายไม่ต้องทนน้อยใจอีกแล้วนะนภัทร
    #417
    0
  2. #396 9ningnong9 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 12:56
    พ่อจะประกาศหมั้น แล้วลูกจะยอมไม๊
    #396
    0
  3. #395 tphee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 10:16
    จะได้หมั้นแล้ว ดีใจแทนนะ
    #395
    0
  4. #394 Frankie_tongza (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:43
    แอบดีใจดี นึกว่าจะมีอุปสรรคมาขวางมากกว่านี้
    #394
    0
  5. #393 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:48
    พ่อนะชิม่ะ
    #393
    0
  6. #392 chari2 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:36
    โคนันก็มา
    #392
    0