My Only 1 เพราะคุณเท่านั้นคนเดียวของใจ

ตอนที่ 2 : MY ONLY 1 | 01 : หนึ่งคนเกลียดหนึ่งคนรัก [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

- Castle-G -

 

01

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

 

“พ่อแม่ต้องคิดลงโทษจันทร์แน่เลย” หญิงสาวบ่นอุบในขณะที่มือทั้งสองกำลังลากรถเข็นที่ใส่กระเป๋าเดินทางเอาไว้หลายใบ

ในขณะเดียวกันข้างกายของเธอก็มีร่างสูงของเจ้าตะวันผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดกำลังเข็นรถช่วย หลังจากที่เครื่องลงจอดยังสนามบินดอนเมืองแล้วเขามารับเธอที่สนามบิน น้องสาวสุดที่รักก็ยังไม่เลิกบ่นเสียที ชายหนุ่มคิดว่าถ้านั่งเครื่องมาด้วยกันก็คงจะบ่นมาตั้งแต่สนามบินเชียงใหม่นู่นเลย

“แล้วจะลงโทษเรื่องอะไร”

“ก็พวกเขาคิดว่าฉันชอบรังแกไอ้เจ้าณภัทรไง เลยจะจับฉันมาอยู่บ้านหลังเดียวกับหมอนั่น” เจ้าจันทร์ถอนหายใจ แค่เธอนึกว่าจะต้องได้เจอหน้าผู้ชายคนนั้นอยู่ทุกวันภายใต้ชายคาเดียวกันเธอก๊อกจะแตกตาย

“อ้าว แล้วจันทร์ไม่ได้รังแกเขาจริงๆ เหรอ” ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะขำ

“นี่วันก็เป็นอีกคนที่หลงเชื่อในความดีเสแสร้งนั่นเหมือนกันเหรอ วันต้องเข้าข้างจันทร์สิ เราเกิดมาด้วยกันและสัญญาจะปกป้องกันไม่ใช่เหรอ”

“เห้ยใจเย็น ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” เจ้าตะวันยกมือขึ้นมาเพื่อปรามน้องสาวจากนั้นเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าไม่ชอบหน้าเขาก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาดิ อย่างน้อยป้าภัสสรเขาก็ใจดีจริงๆ นะ”

“ก็รู้น่า แต่มันก็ยังทำใจไม่ได้นี่”

“จันทร์เกลียดอะไรไอ้นะมันนัก”

“ก็เขาไม่ใช่คนดีอะ” สาวเจ้ายังคงยืนยันคำเดิม

ตอนนี้ทั้งสองคนเดินมาถึงบริเวณรอรถกันแล้วซึ่งจะมีรถตู้มารับไปส่งที่บ้านเป้าหมาย ก่อนจะที่ได้แยกย้ายร่ำลากันสองพี่น้องฝาแฝดจึงหยุดคุยกันต่ออีกสักพัก

“วันไม่รู้ว่าจันทร์เกลียดอะไรนะ แต่ถ้าไอ้นะมันทำอะไรจันทร์ก็บอกวันได้”

“อื้ม ไปหาได้ใช่ไหม”

“ได้สิ” เจ้าตะวันพยักหน้า “งั้นวันมารับมาส่งแค่นี้นะ แน่ใจใช่ไหมว่าจะไม่ให้พาไปถึงที่บ้านนั้นด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอก บ้านนั้นอยู่ห่างจากที่อยู่ของตะวันมากเลยนะ เสียเวลาเดินทางเปล่าๆ กว่าจะไปจะกลับ มาหาแค่นี้ก็ดีแล้ว” เจ้าจันทร์มองกระเป๋าสัมภาระของตัวเองที่กำลังถูกคนมาขนย้ายขึ้นใส่รถตู้แล้วก็หันมาสบตากับพี่ชายอีกครั้ง “ไปนะ”

“โชคดี ขอให้ผ่านการฝึกงานแล้วได้ไปญี่ปุ่น”

“งั้นไว้มีวันหยุดจะไปหานะ” ร่างบางยกมือขึ้นมาโบกลาเล็กน้อย ซึ่งก่อนจะไปก็ยังไม่วายพูดถึงหลานชายตัวน้อย “อยากไปหาเจ้าปัถย์ด้วย ป่านนี้คิดถึงอาจันทร์แย่แล้ว”

“เออ ไปได้แล้วเดี๋ยวจะค่ำก่อน”

 

ณ บ้านจารุวิรงภักด์

หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมงเต็มจากสนามบินมายังเป้าหมาย เจ้าจันทร์ก็ลงจากรถด้วยท่าทีเหนื่อยล้า เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่เดินทางมากรุงเทพให้เร็วกว่านี้ลืมคิดไปว่าการจราจรตอนเย็นของที่นี่มันนรกมากแค่ไหน คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงลงมามองบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นตรงหน้าก่อนจะช่วยคนขับรถขนกระเป๋าสัมภาระลงมา

“มา ให้ป้าช่วยไหมคะคุณเจ้าจันทร์” หญิงวัยสี่สิบกว่าเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นการต้อนรับอย่างดี

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีไม่กี่ใบจันทร์จัดการเองแล้วกันค่ะ” เธอไม่อยากให้เจ้าของบ้านต้องมาลำบากช่วยเธอขนของอีก ลำพังคุณป้าภัสสรแกก็อายุค่อนข้างเยอะแล้ว

“ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวป้าตามเจ้านะมาช่วยนะ” คุณป้าภัสสรพูดจบก็หันหน้ามองเข้าไปในตัวบ้านพร้อมตะโกนเรียกผู้เป็นลูกชาย “นะ! ออกมานี่หน่อยสิลูก มาช่วยหนูจันทร์เขาเก็บกระเป๋า”

อ่า วันนี้เขาอยู่บ้านหรอกหรือเนี่ย ช่างสร้างความผิดหวังให้เธอชะมัด

“ครับ” เสียงขานรับดังขึ้นหลังจากนั้นก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งกำลังสวมรองเท้าแล้วเดินออกมาหน้าบ้าน

ร่างสูงร้อยแปดสิบเศษเดินออกมาพร้อมกับผมเผ้าที่ไม่เป็นทรง ใบหน้าเรียวที่รับกับจมูกเป็นสันพอดี บนร่างกายสวมเสื้อยืดแขนยาวซึ่งถูกพับไปอยู่บนข้อศอกเผยให้เห็นเรือนผิวขาวที่โผล่พ้นขอบเสื้อมาและท่อนล่างเป็นกางเกงวอร์มขายาวดูสบายๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถลดความดูดีของเจ้าตัวได้

ชื่อของเขาคือ ณภัทร จารุวิรงภักดิ์ ผู้ชายที่เจ้าจันทร์เกลียดมาตั้งแต่ยังเด็ก

“ส่งมาสิครับ” เขาจะเข้าไปคว้ากระเป๋าที่อยู่ในมือของเจ้าจันทร์หลังจากที่เพิ่งก้มลงไปหยิบกระเป๋าอีกใบที่วางแหมะอยู่กับพื้นขึ้นมาได้ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยื้อไว้อยู่นั้นณภัทรจึงอดถอนหายใจไม่ได้ “คุณจะเข้าบ้านไหมครับ”

“ก็เอาไปสิ ขนเองให้หมดเลยนะ” เจ้าจันทร์ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าของตนเองจากนั้นจึงเดินนำหน้าร่างสูงเข้าไปด้านในบ้าน

เมื่อเข้ามาถึงคุณป้าภัสสรก็พาเธอขึ้นไปยังห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้มาก่อนที่เธอจะมาถึง

“หนูเจ้าจันทร์พักห้องนี้แล้วกันนะคะ อยู่ได้ใช่ไหมคะ บ้านป้าอาจจะไม่ใหญ่โตเหมือรบ้านอัศวเมฆาธีร์” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“ได้ค่ะ ที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไร” เธอเองก็ไม่ใช่คนที่อยู่ยากขนาดนั้น

ก่อนจะมาถึงเจ้าตัวก็ได้ทำการสอดส่องมาแล้วก่อนหน้านั้นว่าที่นี่อยู่ไหนแล้วเป็นยังไง แต่เดิมแล้วบ้านพร้อมที่ดินของจารุวิรงภักดิ์ถูกนำไปจำนองสาเหตุก็เพราะปัญหาในครอบครัวของคุณป้าภัสสร แล้วนั่นจึงทำให้อดีตแม่บ้านและลูกชายต้องเข้าไปอยู่และช่วยทำงานที่บ้านของเธอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปคุณภัสสรก็สามารถเก็บเงินมาไถ่บ้านคืนได้แล้วย้ายออกมาอยู่กับลูกชาย

“เฮ้อ ป้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณๆ เขาถึงให้คุณหนูมาอยู่ที่นี่กับป้า”

“พ่อกับแม่เขาคงไว้ใจให้จันทร์อยู่กับคุณป้าน่ะค่ะ” ถึงแม้ว่าเธอจะรู้จุดประสงค์ในใจจริงๆ ของพ่อแม่เธออยู่แล้วก็เถอะแต่ก็ต้องทำทีเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปเสียก่อน

“คุณก็พักผ่อนนะคะ ขาดเหลืออะไรก็เรียกเจ้านะได้เลย”

นั่นคือคนสุดท้ายที่เจ้าจันทร์จะยอมพูดด้วย

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

เมื่อประตูห้องนอนถูกปิดลงและสัมภาระทุกชิ้นถูกนำมาส่งให้จนครบแล้ว หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความไปบอกคนในครอบครัวว่าเธอมาถึงที่บ้านนี้แล้ว และกำลังจะจัดเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ในห้องนอนนี้มีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่างและใหม่เอี่ยมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนหรือตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานโต๊ะเครื่องแป้งต่างๆ และแน่นอนว่าทุกอย่างนี้เธอเป็นคนเลือกซื้อเข้ามาไว้เองแล้วก่อนหน้านี้

คุณป้าภัสสรหลังจากที่ลาออกจากการทำงานที่บ้านอัศวเมฆาธีร์ เธอก็เปิดกิจการขายขนมเป็นธุรกิจเล็กๆ โดยใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมด ขนมที่ป้าเธอทำอร่อยทุกอย่างแถมยังไม่เหมือนใครจึงทำให้มีลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ เดือน เหมือนว่ากิจการนั้นไปได้ดีเชียวหละ มิหนำซ้ำยังไม่ต้องใช้จ่ายไปกับลูกชายมากนักด้วยเพราะณภัทรได้ครอบครัวอัศวเมฆาธีร์อุปถัมภ์ไว้อยู่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูของห้องดังขึ้นในขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ เจ้าของร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองที่ประตูไม้จากนั้นจึงเดินไปเปิดมันออก

แต่พอเห็นว่าใครอยู่หน้าห้องเธอก็แทบจะปิดประตูใส่

“เดี๋ยว แม่ให้ผมเอาขนมกับนมมาให้คุณ เห็นว่าคุณเพิ่งเดินทางมาถึงคงหิว” เป็นณภัทรที่กำลังยืนถือถาดใส่จานขนมพร้อมกับนมแก้วหนึ่งอยู่ “รับไว้สิครับ”

“ฝากขอบคุณคุณป้าด้วย แล้วก็จะดีมากถ้าตลอดเวลาที่ฉันอยู่ที่นี่นายจะเข้ามายุ่งกับฉันให้น้อยที่สุด” เธอเอื้อมมือไปรับถาดนั้นมา

“นี่ ผมรู้ว่าคุณอคติกับผม แต่เพราะคุณต้องอยู่ที่นี่อีกนานผมว่าคุณทำใจให้ชินเถอะที่จะได้ยุ่งเกี่ยวกับผมแบบนี้บ่อยๆ” เขาตอบก่อนจะเอ่ยต่ออีกว่า “อีกอย่างนี่คือบ้านของผม คุณเป็นผู้อาศัยนะ”

“ฉันก็ไม่ได้อยากมาอยู่บ้านของนายเท่าไหร่หรอก”

“งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วหละ”

“ออกไปได้แล้ว ฉันจะเก็บของ ไม่อยากเห็นหน้านายนานๆ” เจ้าจันทร์ตัดบทและเตรียมจะปิดประตูห้องแต่มือหนาของอีกคนกลับดันเอาไว้ไม่ยอมผ่อนแรง สาวเจ้าจึงจิ๊ปากใส่อย่างหงุดหงิด “อะไรของนายอีก”

“จัดเสร็จก็ลงไปทานข้าวด้วยนะครับ คุณเจ้าจันทร์” สิ้นประโยคนั้นณภัทรก็ยอมปล่อยมือจากบานประตูของหญิงสาวแล้วหมุนตัวเดินออกไป

เธอยืนมองแผ่นหลังนั้นของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เอาแค่วันแรกที่มาถึงเธอก็เริ่มประสาทเสียกับผู้ชายคนนี้แล้ว แล้วอย่างนี้เธอจะทนมองหน้าทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขาไปได้อีกนานแค่ไหนโดยที่ไม่อกแตกตายก่อน

อุตส่าห์ไม่เจอหน้าตั้งหลายปีแต่ความเกลียดที่มีอยู่ในใจกลับไม่เคยจางหายเลยสักนิด

 

 

 

Castle-G's Talk

นิยายเรื่องนี้นางเอกเกลียดพระเอกมาก

ส่วนพระเอกรักนางเอกมากนะคะ ;-;

ส่วนสาเหตุที่นางเอกเกลียดจีเกริ่นไว้แล้วในบทนำ

จะมาลงรายละเอียดและสาเหตุชัดเจนในตอนต่อๆ ไปจ้า

รออ่านกันน้า ฝากคอมเม้นท์ด้วยค่า แงงง

 

Image result for heejin loona gif
Image result for younghoon the boyz gif

 

มาหวีดติดแท็ก #ณเจ้าจันทร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

704 ความคิดเห็น

  1. #423 Kris-Ty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 22:34
    นะรับบทหนักเลย
    #423
    0
  2. #78 Iglues_M (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 19:24
    เจ้าจันทร์เกลียดแต่เราชอบบบบ ส่งเจ้านะมาให้เราาาา
    #78
    0
  3. #34 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:20

    นางเอกนิสัยไม่ดี

    #34
    0
  4. #4 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:44
    อุแงงงงงงงงสงสารนะจัง
    #4
    0
  5. #3 _darinn_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:03
    จะเกลียดอะไรเขาขนาดนั้นอ่าา วงวารนะแล้วว
    #3
    0