[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 8 : MARKBAM RAPPER # 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    29 ต.ค. 60

 

 

 

Chapter 7

 

 

 

 

แดดแรงๆยามสายส่งไอร้อนลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาปลุกคนบนเตียงให้รู้สึกตัว สติและการรับรู้มาพร้อมกับความปวดหนึบที่ข้างขมับแทบจะทันที พยายามลืมตาสู้แสง กวาดตามองไปรอบห้องนอนของตัวเองที่เจ้าของบ้านยกให้

 

แบมแบมค่อยๆปรับสภาพตัวเองให้กลับสู่ปัจจุบัน พยายามย้อนนึกไปว่าตัวเองมานอนอยู่ที่เตียงได้ยังไง จำได้ว่าหลังจากบอกพี่แจ๊คสันและยูคยอมไปแล้วว่าตอนนี้ย้ายมาอยู่กับมาร์คต้วน แบมแบมก็ดื่มไวน์แบบกระดกเอากระดกเอาโดยมีแจ๊คสันเป็นคนเชียร์และคะยั้นคะยอ

 

ยูคยอมมาส่งขึ้นรถ แล้วมาร์คก็พากลับมา ..ใช่ มาร์คพากลับมา

 

เดี๋ยวนะ! ร่างเล็กที่ถูกผ้าห่มคลุมไว้มิดจนเกือบถึงคอเบิกตาโพลงให้กับสิ่งที่กำลังไหลเวียนกลับมาเข้าในสัมปชัญญะ ฉิบหายแล้ว! ทำบ้าอะไรลงไปวะ!

 

 

โว้ยยย! แบมแบมเด้งตัวลุกขึ้นนั่งขยี้ผมตัวเองจนกระเซิงไปหมดพอลุกเร็วก็ยิ่งปวดหัวขึ้นไปอีก ผ้าห่มที่พอมาลองคิดดูก็คงไม่ใช่ตัวเองที่ห่มขึ้นมาจนมิดคอแน่ๆตกร่นลงไปอยู่ตรงเอว ปกติแบมแบมนอนดิ้นจะตาย ไม่มีทางห่มผ้าเรียบร้อยแบบนี้ได้หรอก

 

 

“หมด หมดกัน ไอ้แบมมึง!

ตีอกชกหัว ดิ้นไปดิ้นมาให้กับสิ่งน่าอายที่ตัวเองทำลงไปอยู่นาน แบมแบมคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะมีหน้าออกไปเจอมาร์คได้ยังไง เกิดมันล้อขึ้นมาจะทำยังไง!

 

ไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองกล้าทำลงไปได้ยังไง แต่ที่รู้แน่ๆคือ ตอนนั้นแบมแบมยังคงมีสติรับรู้ดีทุกอย่างเพียงแต่ระบบการทรงตัวมันเสียไปนิดหน่อยก็เท่านั้น ไวน์ไม่ได้ทำให้เมาจนขาดสติมันแค่ผลักกำแพงและทิฐิที่สร้างเอาไว้จนสูงลิบลิ่วหายไปชั่วคราว

 

 

แบมแบมได้ยินสิ่งที่มาร์คและแจ็คสันพูดกันนิดหน่อยตอนที่เขากับยูคยอมกลับเข้าไปที่โต๊ะ แม้จะไม่เข้าใจความหมายแต่ก็ต้องสารภาพว่ามันส่งผลกระทบมากจริงๆ ในเมื่อสิ่งที่ทั้งสองคนพูดดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเขาและมาร์ค

ยอมรับว่ามันแกว่งตะกอนหลายๆอย่างในจิตใจของแบมแบมจนสับสนไปหมด ถึงได้ยกแก้วกระดกเอากระดกเอาแบบนั้น

 

 

ทั้งที่เคยคิดว่า ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้หลายๆคำถามที่แบมแบมเคยอยากถามมาร์คแต่ไม่มีโอกาสได้ถามมันกำลังย้อนกลับเข้ามาในหัว

ทั้งที่บอกตัวเองว่าควรปล่อยให้อดีตเป็นแค่อดีตไปซะ ตอนนี้กลับยิ่งอยากรู้ เพราะมันเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ในการกระทำของมาร์ค และลึกๆแล้วตัวเขาเองก็ยังคงหวังว่าสิ่งที่มาร์คซ่อนเอาไว้นั้นมันจะมีน้ำหนักมากพอลบล้างความเกลียดชังในใจเขา

 

 

 

 

MARKBAM RAPPER

 

 

 

 

กว่าแบมแบมจะทำใจพาตัวเองออกมาจากห้องนอนได้ก็กินเวลานานพอสมควร จนกระทั่งเสียงในท้องร้องประท้วงว่าทนหิวไม่ไหวอีกต่อไป เจ้าตัวถึงได้ยอมบากหน้าออกมาข้างนอก หวังสุดชีวิตว่าคงไม่ต้องเจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุดตอนนี้

 

..แต่ก็นั่นแหละ ความต้องการของแบมแบมมันเคยสัมฤทธิ์ผลที่ไหนกันล่ะ

 

 

“แฮงค์อ่ะดิ”

มาร์คต้วนทักขึ้นมาทันทีเมื่อตัวเองตั้งใจจะเข้ามาหยิบน้ำในครัวแล้วบังเอิญเห็นแบมแบมเหมือนกำลังย่องเงียบออกไป กลั้นขำเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กสะดุ้งเบาๆหันกลับมาทำหน้าทำตัวให้ดูปกติ

“อือ นิดนึง”

ตอบไปแบบนั้นแล้วก็เงียบ รู้สึกเก้ๆกังๆบอกไม่ถูก ทำไมถึงไม่ลืมๆเรื่องเมื่อคืนไปซะนะ เมาแล้วจะจำได้ไปทำไม ..แบมแบมได้แต่ค่อนขอดตัวเองในใจ

 

 

“จะออกไปกินข้าวข้างนอกใช่ไหม รีบกลับหน่อยแล้วกัน วันนี้ฉันว่าเราควรเข้าสตูอีกสักรอบ ทีมงานเร่งแล้ว คิดไว้ว่าจะอัดไกด์เพลงแบ่งพาร์ทกันคืนนี้”

 

แบมแบมพยักหน้ารับ ยื่นมือออกมารับขวดเล็กๆที่มาร์คโยนมาให้เกือบไม่ทัน จะถามว่านี่มันบ้าอะไรมาร์คก็เดินลิ่วกลับไปทางห้องสตูดิโอเรียบร้อยแล้ว พอหงายขวดเจ้าปัญหามาดูถึงได้รู้ว่ามันเป็นเครื่องดื่มแก้แฮงค์ที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นแหละ

 

 

 

 

MARKBAM RAPPER

 

 

 

 

ออกไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงแบมแบมก็กลับคอนโดพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นขนม ของว่าง ผลไม้และอาหารประเภทแช่แข็ง

 

มึงนี่ทำตัวเหมือนแม่บ้านเข้าไปทุกที

เดาได้เลยว่าถ้ายูคยอมมาเห็นแบมแบมในตอนนี้ไอ้เพื่อนตัวดีมันจะต้องแซวแบบนี้แน่ๆ เมื่อวานมันก็ลากเขาไปเค้นคอถามเรื่องย้ายห้อง คิดแล้วก็อยากโบกกะโหลกมันอีกสักที แม่ง! หงุดหงิด ชอบยัดเยียดให้เพื่อนไปเป็นเมียคนอื่นอยู่นั่น!

 

 

 

“มึงยังไง? หอบผ้าหอบผ่อนไปนอนบ้านผู้ชายแล้วไม่บอกเพื่อน”

“หอบผ้าเชี่ยไร กูไปทำงาน”

“ทำงานอะไรต้องนอนด้วยกันด้วย แหมๆ ทำเป็นปิดบัง มึงกะรวบหัวรวบหางพี่มาร์คกูใช่ไหม ไม่ได้ละ กูต้องไปเตือนให้ระวัง”

“โว้ย ไอ้ยู มึงห่วงเพื่อนบ้างได้ไหมล่ะ กูเนี่ยต้องระวังไม่ใช่ไอ้มาร์ค”

“ระวังไร พี่เขาจะรวบหัวรวบหางมึงเหรอ” ยูคยอมแกล้งทำเป็นตาโตตกใจ

 

“ส้นตีนเถอะ!” พูดพลางยกเท้าขึ้นมาขู่

“กูไม่มีหางให้ใครรวบทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่หมานะ! มันจะปาดคอก็ให้สักวันดิไม่ว่า อารมณ์ขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายรับไม่ค่อยจะทัน”

“ไม่เห็นจะยาก มึงก็ช่วยเขาดิ ถ้าพี่เขาขึ้นมากๆก็ไปช่วยทำให้ลง หรือถ้าเบื่อๆ เซ็งๆไม่มีไรทำก็สลับๆไปทำให้ขึ้นบ้างก็ได้”

“กูหมายถึงอารมณ์!” ฟาดไหล่เพื่อนตัวดีไปเต็มรักจนยูคยอมลูบป้อยๆ

“เออ กูก็หมายถึงอารมณ์ไง มึงคิดไปไหนล่ะ”

ไม่พูดเปล่ายังทำหน้าล้อเลียนเพื่อนกลับมาอีก

“มึงมันเหี้ยยูคยอม” แบมแบมสบถด่าเพื่อนเบาๆแล้วเดินหนีกลับมาที่โต๊ะแต่ก็ยังไม่วายได้ยินไอ้เพื่อนตัวดีล้อตามหลังมาเรื่อยๆนั่นแหละ

 

 

 

สะบัดไล่ความคิดตัวเองออกไป ให้ตายเถอะทำไมคนรอบข้างแบมแบมถึงมีแต่คนชอบกวนประสาทก็ไม่รู้ เหนื่อยใจ สวรรค์ไม่เคยจะเข้าข้าง

 

ส่วนไอ้เรื่องซื้อของเข้าคอนโดเนี่ยก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเป็นเมียบ้าบออะไรหรอก เพราะเห็นว่าตอนนี้ต้องเริ่มงานกันอย่างจริงจังแล้วต่างหาก คงไม่มีเวลาออกไปข้างนอกได้บ่อยๆเลยซื้อมาตุนไว้ให้ตัวเองต่างหาก แต่เพราะว่ามาซุกหัวอยู่บ้านคนอื่นก็เลยจะยอมแบ่งให้เจ้าของบ้านด้วยนิดหน่อยแล้วกัน ไม่อยากโดนด่าว่าไม่มีน้ำใจ

 

 

 

แบมแบมจัดแจงเก็บของทั้งหมดเข้าที่ ส่วนใหญ่ก็ไว้ในตู้เย็น โชคดีที่ตู้เย็นของที่นี่กว้างพอสมควรเลยสามารถยัดของทุกอย่างเก็บตามช่องของมันได้โดยง่าย จากตู้เย็นโล่งๆตามประสาห้องผู้ชายตัวคนเดียวก็กลายเป็นว่าอัดแน่นไปด้วยผัก ผลไม้ ขนม นม เนย เป็นครัวแบบที่ครัวควรจะเป็นสักที

 

เขาน่ะ เห็นอย่างนี้ก็พอทำอาหารง่ายๆได้นะ ถึงปกติจะมีพี่จินยองทำให้ตลอดเลยไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ แต่เวลาอยู่คนเดียวแล้วขี้เกียจออกไปข้างนอกหรือไม่อยากสั่งอาหารเข้ามา แบมแบมก็จะทำกินเอง แต่อย่าไปคาดหวังกับรสชาติเลยเอาแค่พอประทังชีวิตในวันที่ขี้เกียจขยับตัวออกไปข้างนอกได้ก็พอแล้ว

 

 

 “ท่าทางวันนี้พายุจะเข้าแฮะ เอ.. เย็นนี้ต้องออกไปไหนป่าวน๊า~ อืม เหมือนจะไม่มี โชคดีจัง” เสียงกวนโอ้ยที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครดังมาจากข้างหลัง มาร์คยืนกอดอกพิงเคาท์เตอร์ครัวทักทายแบมแบม

 

“เงียบปากไปเลยไป”

“อ้าวๆ นี่ครัวฉันนะ เกิดนายพังมันขึ้นมาฉันก็ซวยดิ”

 

แบมแบมไม่อยากจะต่อปากต่อคำด้วย จริงๆส่วนนึงก็มาจากเรื่องเมื่อคืนด้วยแหละ ขนาดตอนนี้ยังไม่กล้ามองหน้ามาร์คเลย เผลอไปสบตาเมื่อกี้แล้วก็ต้องรีบหันกลับมา ทำทีท่าว่าจัดของที่ฝั่งประตูตู้เย็นทั้งที่มันไม่มีอะไรให้ต้องจัดต้องเรียงแล้ว

“ไหนว่าจะทำงาน ไปดิ พร้อมแล้ว” แบมแบมหันกลับมายืนเต็มความสูง ปัดมือกับเสื้อผ้าตัวเองแล้วบอกอีกคน มาร์คเลยเดินนำไปที่สตูดิโอ

 

 

ทุกครั้งที่เข้ามาในนี้ หลังจากที่ประตูราคาแพงปิดลง นอกจากจะกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกแล้วยังเหมือนกั้นวิญญาณมาร์คต้วนเวอร์ชันกวนอวัยวะเบื้องล่างเอาไว้ข้างนอกด้วย

 

มาร์คทำงานอย่างตั้งใจและมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก แถมยังใจเย็นแล้วก็ละเอียดสุดๆ ช่วงวันแรกที่ลองเขียนเพลงด้วยกันแบมแบมนึกว่ามาร์คจะโมโหหรือดุด่าเขาตอนที่ความคิดมันตัน คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะเลือกคำไหนมาใส่ลงไปดี แต่มาร์คกลับค่อยๆพูดอธิบาย พยายามดึงความคิดของแบมแบมให้ไหลไปกับเพลง

 

ให้ลองคิดว่าเพลงมันสื่อไปในทางไหน อารมณ์เพลงเป็นยังไง ลองเลือกก่อนว่าท่อนที่ต้องการ จะให้เนื้อเพลงมันออกมาประมาณไหน แล้วค่อยไปหาในพจนานุกรม ไล่เลียงหาคำที่มันลงจังหวะได้พอดี ซึ่งมาร์คก็มีอยู่หลายเล่มเนื่องจากตัวเองก็เป็นชาวต่างชาติเหมือนกัน และมาร์คยังได้เปรียบกว่าแบมแบมอีกหนึ่งเรื่องคือเรื่องภาษา เพราะอีกฝ่ายเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ส่วนแบมแบมแค่รู้ในระดับที่สื่อสารได้ พวกคำแสลง หรือสำนวนความหมายแฝงที่ฝรั่งใช้กันยังไม่ค่อยสันทัด การมีมาร์คคอยช่วยมันทำให้อะไรง่ายขึ้นเยอะ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้ แร็พเปอร์มักต้องมีสกิลการใช้คำที่ค่อนข้างสูงมากพอสมควร

 

 

“ฉันว่านะ เราไม่จำเป็นต้องทำทุกเพลงในอัลบั้มให้มันเป็นแร็พจ๋าขนาดนั้นก็ได้ เพลงโปรโมตก็เอาบีทแน่นๆซาวน์หนักๆหน่อย ส่วนเพลงอื่นในอัลบั้มเราทำให้ซอฟต์ลงมาหน่อยก็ได้ เดโมของนายก็เจ๋งดี ลองดูไหมล่ะ” มาร์คทัก พร้อมกับเริ่มเปิดซาวน์เพลงที่แบมแบมลองไกด์เอาไว้

 

เจ้าของเพลงอย่างแบมแบมสับสนเล็กน้อย เพราะคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่างานนี้มันเป็นโปรเจคพิเศษ เป็นมินิอัลบั้มที่มีแค่ 5 เพลง ตัวเพลงโปรโมตหลักแน่นอนว่าทุกคนจะต้องวางใจให้มาร์คทำแน่ๆ แถมยังมีทีมงานคอยดูแลอย่างละเอียดอีก

 

เพลงอื่นในอัลบั้มก็ตั้งใจให้มีเพลงช้าอย่างน้อยหนึ่งเพลง ซึ่งนั่นพี่ยองแจก็รับหน้าที่ไป เห็นบอกว่าทุกอย่างเกือบจะเรียบร้อยอยู่แล้ว อีกไม่นานก็จะส่งมาให้มาร์คกับแบมแบมลองร้องดู  

 

เพลงที่เหลือแบมแบมเคยคิดว่าก็คงหนีไม่พ้นมาร์คนั่นแหละที่ต้องทำ ตัวแบมแบมเองไม่ได้มีความสามารถอะไร ถูกดึงมาทำโปรเจคนี้ก็คงแค่เพราะเอามาเป็นหุ่นเชิด มีหน้าที่เรียกแขกซะมากกว่า อาจได้ช่วยทำอะไรเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่นแต่งแร็พสักท่อน แล้วทีมงานก็จะทำเป็นใส่ชื่อลงไปว่าเป็นคนแต่งเพลงไหนสักเพลงในอัลบั้ม

 

 

“แต่.. แนวเพลงมันดูขัดๆกับตัวนายนะ จะได้เหรอ” แบมแบมลังเล

“แล้วยังไง ขัดกับฉันแต่มันเข้ากับนายนี่ อัลบั้มนี้มันไม่ใช่ของฉันคนเดียวสักหน่อย ฉันไม่ถนัดเรื่องร้อง ปกติก็จะให้คนอื่นมาร้องให้ตลอด แต่นายอ่ะ ร้องเพลงพอได้อยู่ไม่ใช่เหรอ ลองดูสิ ยังไงมันก็แค่โปรเจค ไม่มีอะไรเสียหายหรอก ถ้ามันพังก็แยกย้ายกลับไปทำเพลงตัวเอง แต่ถ้ารุ่ง มันก็ดีกับตัวนาย คนจะได้รู้ว่านายก็ร้องเพลงได้”

 

มาร์คพูดไปทำอย่างอื่นไป กดนู่นเปลี่ยนนี่เหมือนไม่ได้มีอะไรสำคัญ แต่แปลกที่แบมแบมกลับรู้สึกว่านี่แหละ มาร์คต้วนกำลังให้ความสำคัญกับเขาอยู่ ไม่รู้ว่ามาร์ครู้ได้ยังไงว่าแบมแบมร้องเพลงได้ อัลบั้มของเขาน่ะ ถ้าเป็นเพลงโปรโมตก็จะไปร้องกับคนอื่นเหมือนกัน

 

แต่เพลงอื่นในอัลบั้มที่ไม่ได้โปรโมต หรือไม่มีโอกาสได้ไปโชว์ที่ไหน แบมแบมร้องเองซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนทั่วไปมักจะไม่รู้ เพราะพวกเขาก็รู้จักแค่เพลงโปรโมตแค่ไม่กี่ท่อนเท่านั้นแหละ นอกนั้นจะรู้จักแบมแบมจากงานวาไรตี้ซะมากกว่า

 

 

 

 

MARKBAM RAPPER

 

 

 

 

สุดท้ายมาร์คและแบมแบมก็ขลุกอยู่ในห้องสตูดิโอถึงเย็น ทำงานเพลินจนฟ้าข้างนอกมืดและรู้สึกหิวขึ้นมานั่นแหละ ถึงได้รู้ตัวว่าควรพักได้แล้ว

 

“จะสั่งเข้ามาหรือจะออกไปกินข้างนอกอ่ะ”

แบมแบมถามมาร์คเพราะตอนแรกก็ว่าจะทำอะไรง่ายๆกินเองคนเดียว แต่คิดไปคิดมามันก็เหนื่อยๆ เริ่มขี้เกียจ เลยลองถามอีกคนดูเผื่อมีไอเดีย

 

“หืม? นี่ชวนกินข้าว? ทำงานมากจนสติกลับเหรอ” เนี่ย มันก็เป็นซะแบบเนี้ย!

“ถามดีๆทำไมต้องกวนตีนวะ จะหาเรื่องทะเลาะกันให้ได้เลยใช่ไหม” แบมแบมกอดอกทำหน้าเชิดตั้งการ์ดเตรียมโจมตี มาร์คหัวเราะแล้วเดินมาใกล้ๆ ตบเบาๆที่ข้อศอกแล้วดึงแบมแบมให้เดินตามไป

 

“โอ๋ๆ ขอโทษก็ได้ เห็นทำหน้ามึน ฉันเป็นคนดีหรอก ไม่อยากให้นายเครียดเลยแหย่ให้หายไง ไปดิ ไปกินข้าวข้างนอกกัน วันนี้เห็นตั้งใจทำงานจะเลี้ยงตอบแทนก็ได้”

“คนดีที่ไหนมันจะอวยตัวเองว่าเป็นคนดีวะ” แบมแบมฟึดฟัดสะบัดข้อศอกที่มือของอีกคนแตะอยู่ให้หลุดไป แต่ก็ยังเดินตามมาร์คออกไป

“ฉันนี่ไง คนเรามันต้องรู้จักชื่นชมตัวเองดิ จะรอคนอื่นทำไม ต้องรักตัวเองให้เป็นเข้าใจไหม”

“เหอะ”

 

เดินเถียงกันไปตลอดทาง ไม่รู้ว่าแบมแบมคิดไปเองรึเปล่าว่าการทะเลาะกันระหว่างเขาและมาร์คมันไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อน อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเขา มันไม่ได้เกลียดมากเท่าเก่า ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นจะตายตอนที่อีกฝ่ายยั่วโมโห เหมือนกับว่ามาร์คก็แค่กวนไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น

 

มันกลายเป็นว่าค่อยๆชินกับความสัมพันธ์แบบนี้

 

 

ก็เหมือนกับตอนนี้ที่แบมแบมสามารถขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับในรถของมาร์คโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงในใจอีกต่อไป หรือที่ส่งข้อความบอกทุกครั้งเวลาจะเข้าออกคอนโดเหมือนเป็นการรายงานตัวกลายๆ ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติโดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว

 

 

และเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มาร์คก็ไม่ได้ล้อแบมแบมอย่างที่คิดไว้ ไม่ได้พูดถึง  อันที่จริงมาร์คทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ นั่นแหละยิ่งทำให้แบมแบมไม่เข้าใจและสงสัยมากขึ้นไปอีก ว่าเพราะอะไรกัน

 

 

 

 

MARKBAM RAPPER

 

 

 

 

“จะนั่งไถจออีกนานไหม หิวแล้วเนี่ย”

เสียงเข้มติดจะกวนนิดๆเอ่ยขัดขึ้นมาตอนที่แบมแบมกำลังดำดิ่งสู่โลกโซเชียล คนถูกรบกวนเลยตวัดหางตามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามแบบไม่พอใจนิดๆยอมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แต่ก็ยังไม่วายบ่นเบาๆตามประสาคนถูกขัดใจ

 

“ปากไม่ได้ติดกันสักหน่อย หิวก็กินไปก่อนดิ”

“เอ้า ก็คนเขามีมารยาทอ่ะ จะกินก็ต้องรอเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารไหม”

 

แบมแบมเบ้ปากส่งไปให้อย่างจงใจ มีอย่างที่ไหนชมตัวเองว่าเป็นคนดีมีมารยาทสองรอบละ คนดีๆที่ไหนมันจะชมตัวเองเป็นว่าเล่นแบบนี้กัน

 

 “อ่ะ เห็นแขนสั้น สงสารกลัวหยิบไม่ถึง” คนเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารพูดกวนๆพร้อมกับคีบน่องไก่ราดซอสมาใส่ในจานให้แบมแบม

“สั้นไม่สั้นลองให้ยื่นไปตบกะโหลกคนแถวนี้ดูสักทีไหมล่ะ”

“โวะ เดี๋ยวนี้ปากคอเราะร้ายจริง” ไม่พูดเปล่ามาร์คยังยื่นตะเกียบมาคีบปากแบมแบม ฟังให้ชัดๆอีกที ไอ้มาร์คต้วน มัน ยื่น ตะเกียบ มา คีบ ปาก แบมแบม!

“ไอ้มาร์ค! มันเจ็บนะ!” โวยวายใส่อีกคนเสียงดัง จนมาร์คต้องรีบปราม

“ชู่ว คนเยอะนะ เดี๋ยวก็โดนเชือดหรอก”

 

พูดเสร็จก็ทำลอยหน้าลอยตาหัวเราะฮึๆ ดูมีความสุขเสียจริงที่ทำให้แบมแบมสู้ไม่ได้ ก็แหงล่ะ ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ข้างนอก ถ้ามีใครได้ยินว่าแบมแบมใช้สรรพนามเรียกมาร์คว่าอะไรมีหวังแบมแบมโดนแฟนคลับมาร์คต้วนแหกอกเละไม่มีชิ้นดีแน่นอน ไหนจะพวกแอนตี้แฟนที่จ้องจะหาทางขัดขาให้แบมแบมล้มอยู่ตลอดอีก

 

 

ระหว่างมื้ออาหารเป็นไปแบบเกือบๆจะคล้ายสมรภูมิรบ เกิดสงครามตะเกียบแย่งชิงชิ้นเนื้อในตะแกรงปิ้งย่าง เสียงเถียงเสียงทะเลาะดังมาไม่ขาด

โชคดีที่ในร้านค่อนข้างเสียงดังอยู่แล้ว แถมสองคนยังไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวออกมา แรกๆก็อาจจะมีคนสนใจอยู่บ้างเพราะออร่าความเป็นดารามันจับ แต่นานๆไปแต่ละคนก็กลับไปสนใจอยู่กับอาหารของตัวเอง หรือบางทีแม้จะมีคนจำได้ก็ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายในเวลาส่วนตัวของทั้งคู่ ส่วนนึงก็เนื่องมาจากกิตติศัพท์ความเหวี่ยงหากมีใครมาล้ำเส้นในเวลาส่วนตัวของมาร์คด้วยนั่นแหละ

 

ถึงจะมีเสียงโวยวายหรือทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆตลอดเวลาแต่แบมแบมก็พอจะจับสังเกตทั้งที่ไม่ได้อยากสังเกตเลยแม้แต่น้อยด้วยซ้ำว่า ชิ้นเนื้อที่ย่างสุกพอดีและผักที่แบมแบมกินได้น่ะ มันมักจะถูกเติมจนเต็มในจานของแบมแบมอยู่เสมอด้วยฝีมือของคนที่นั่งตรงข้ามนั่นแหละ

 

 

อดคิดไม่ได้ว่ามันอาจมีแค่เวลาที่เปลี่ยน

 

บางที.. คนตรงหน้าก็ดูไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

 

และแบมแบมเอง ถึงจะพยายามเปลี่ยนตัวเองสักแค่ไหน บางอย่างข้างในกลับตะโกนบอกว่า .. เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนมันได้เหมือนกัน

 

 

 

“ไม่กินผักแล้วเมื่อไหร่จะโต”

“แบมไม่ใช่กระต่ายนะจะได้กินแต่ผักอ่ะ วัยกำลังโตแบบนี้มันต้องกินเนื้อดิ”

“ก็กินทั้งสองอย่างได้ไหมล่ะ เลือกกินแบบนี้มันจะไปอยู่กับใครเขาได้หะ”

“ก็อยู่กับพี่มาร์คไง แบมกินเนื้อ พี่มาร์คกินผัก เห็นไหมเข้ากันจะตาย”

“ฮึ ไอ้แสบเอ้ย กินเข้าไป อันนี้มันไม่ขม ลองดู”

“งื้อ ไม่เอา!

“ลองดู.. เร็วเข้า ถ้ากินหมดนี่แล้วจะพาไปเลี้ยงไอติม”

“จริงนะ! ไอติมแล้วก็ขอช็อคโก้ปั่นทุกเย็นได้ป่าว”

“อ้าปาก”

“อื้อ ไม่ขมจริงด้วยอ่ะ!

 

 

 

แบมแบมสะบัดไล่อะไรในหัวที่ตัวเองเคยคิดว่าน่าจะลืมไปหมดแล้วออกไป พยายามปรับสีหน้าตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ กับแค่นั่งร้านเนื้อย่าง บรรยากาศเกือบๆจะเหมือนเดิม ไม่เห็นจะต้องพรั่งพรูอะไรออกมาเลยนี่เจ้าสมอง แบมแบมว่าตัวเองต้องยังเมาค้างอยู่แน่

 

“เห้ย เป็นอะไร”

มาร์คเห็นอีกคนสะบัดหัวเบาๆไปมาหลายครั้งหลังจากที่ตอนแรกนิ่งเงียบไป เอ่ยทักพร้อมกับโบกมือข้างที่ถือตะเกียบตรงหน้าแบมแบม

“เปล่า เริ่มอิ่มแล้วมั้ง กินไม่ไหวแล้ว”

“อิ่มอะไร เพิ่งจะกินไปนิดเดียว” มาร์คโวยออกมาเล็กน้อย

“ก็ไม่อยากกินแล้วอ่ะ”

“ไม่ได้! นี่สั่งมาเยอะนะ ฉันเป็นคนเลี้ยงเรื่องอะไรจะให้นายกินทิ้งกินขว้างแบบนี้ มันเปลือง รีบกินให้หมดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเจอทบต้นตบดอกเอาคืนให้กระอักแน่ เร็วๆ กินเข้าไป มันไหม้แล้วเนี่ย” มาร์คบ่นพลางคีบเนื้อที่สุกแล้วไปใส่จานแบมแบมซะเป็นส่วนใหญ่

 

กว่าจะจบมื้ออาหารก็เกือบจะมีมวยกันอีกหลายยก แบมแบมรู้ว่าตัวเองกำลังสับสนซึ่งมันคงเป็นผลพวงมาจากแอลกอฮอล์ที่อาจจะตกค้างอยู่ในร่างกาย รวมไปถึงความมีลับลมคมในของมาร์คและแจ็คสันที่ร้านอาหาร ถึงได้ทำให้อะไรๆมันเป็นแบบนี้

 

สุดท้ายแล้วเลยได้แต่พยายามดึงตัวเองกลับมา บอกตัวเองว่าอย่าไปยึดติดอยู่กับอดีตที่แตะต้องไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์ที่จะไปรื้อฟื้นอะไรที่มันจบไปแล้ว

 

ท่องเอาไว้ว่า วันนี้ ตอนนี้ แบมแบมแค่ต้องทำงานกับมาร์ค และมันจะมีแค่งาน มีแค่ปัจจุบัน พอจบโปรเจคแล้ว ทุกอย่างก็จะจบลง แล้วเราก็จะกลับไปเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเหมือนที่ผ่านๆมา

 

 

 

 

MARKBAM RAPPER

 

 

 

 

 “นี่.. เป็นอะไรป่าว เห็นเงียบมาตั้งแต่ที่ร้านแล้ว”

มาร์คถามขึ้นมาหลังจากเสียงดนตรีเบาๆในรถเงียบไปเพราะถึงจังหวะเปลี่ยนเพลง จราจรตอนหัวค่ำที่ติดบ้างเล็กน้อยทำให้มาร์คสามารถละสายตาจากถนนมามองคนข้างๆได้

 

แบมแบมเอนหลังหันออกไปนอกหน้าต่างไม่ได้เล่นโทรศัพท์เหมือนเคย

“เปล่า อิ่มแล้วมันก็เลยง่วงมั้ง” แกล้งตอบออกไปแบบนั้น เพราะคิดว่าอีกคนจะพูดกวนกลับมาแต่มาร์คไม่ได้ทำแบบนั้น

 

“งั้นนอนไหมล่ะ รถติดนิดหน่อยคงอีกสักพักกว่าจะถึง” ไม่พูดเปล่ายังหันมาปรับเบาะเอนลงเล็กน้อยให้แบมแบมเอนหลังสบายขึ้น

 

“มาแปลกทำไมเป็นคนดี ผีเข้าปะ?”

“ก็บอกไปหลายรอบแล้วไงว่าเป็นคนดี”

“ดีแต่ปากรึเปล่า” แบมแบมแกล้งแหย่บ้าง

“ลองไหมล่ะ”

ยื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อยจนแบมแบมเผลอเอามือดันหน้าอีกคนออกไปด้วยความตกใจจนได้ยินมาร์คหัวเราะออกมานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าอีกคนจงใจแกล้งให้ใจหายใจคว่ำ แบมแบมเลยฟาดมือลงไปแรงๆที่แขนเพื่อสั่งสอน

 

“ขับรถไปเลยไปถ้ายังไม่ถึงก็ห้ามมากวนจะนอน” พูดจบก็กอดอกสะบัดหน้าหันหนีออกมาทางประตู ปล่อยให้มาร์คทำหน้าที่สารถีต่อไป

 

ในรถมีเสียงดนตรีคลอเบาๆไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป แบมแบมเงียบไปนานแล้ว แต่มาร์ครู้ว่าอีกคนไม่ได้หลับอย่างที่บอกจริงๆหรอก ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันที่ทำให้อยู่ๆมาร์คก็เลือกที่จะพูดแบบนี้ออกมา

 

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเป็นอะไรแต่เรื่องบางเรื่องอ่ะ ถ้ามันเกินกำลังที่เราจะแก้ไขได้บางครั้งเราก็ต้องยอมปล่อยมันไป คนเราจะแบกรับทุกเรื่องไว้บนบ่าหมดเลยไม่ได้หรอก ชีวิตมันสั้นจะตายมีความสุขกับปัจจุบันก็น่าจะพอแล้วมั้ง”

 

“ถ้าการปล่อยมันไป ไม่ได้ทำง่ายอย่างที่นายคิดล่ะ”

 

“อืม การตัดสินใจปล่อยอะไรไปสักอย่าง ยิ่งถ้ามันเป็นสิ่งที่สำคัญกับเรามากๆน่ะมันไม่เคยง่ายหรอก ข้อนั้นฉันรู้ดี แล้วยังไงล่ะ? ถึงมันจะยากแต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องทำอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ชีวิตมันต้องไปต่อจะมัวย่ำอยู่ที่เดิมไม่ได้หรอก”

 

“แล้วมันไม่เจ็บเหรอไง”

แบมแบมถามออกไป ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่า มาร์คอาจหมายถึงปัญหาชีวิตทั่วๆไปแต่สำหรับแบมแบมน่ะ ตอนนี้และตลอดมามันก็มีอยู่แค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่รบกวนจิตใจ

 

“เจ็บสิแต่มันจะลดลง วันนี้เจ็บน้อยกว่าเมื่อวาน พรุ่งนี้ก็จะเจ็บน้อยกว่าวันนี้”

 

“ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเจ็บอยู่ดี”

“ใช่ แต่มันจะไม่เท่าเดิม”

 

“มาร์ค..”

ครืด ครืด ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงความเงียบและรถที่หยุดลง แบมแบมถึงได้รู้ว่าตอนนี้ถึงคอนโดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เรียกเมื่อกี้เพราะคิดอยู่นานว่าควรจะถามทุกอย่างออกไปตรงๆดีไหม แต่แรงสั่นจากโทรศัพท์ในมือทำเอาแบมแบมสะดุ้งตกใจปล่อยมือจนมันตกลงไปอยู่ใต้เบาะ

 

ก้มลงควานหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มาร์คเลยเปิดไฟในรถให้แล้วช่วยยื่นมือลงไปหาให้อีกแรง ไม่นานนักโทรศัพท์มือถือก็กลับมาอยู่ในมือของแบมแบม

 

“ได้แล้ว อ๊ะ”

แต่เพราะความแคบของรถและลมหายใจร้อนๆของอีกคนที่โน้มตัวลงมาช่วย พอแบมแบมหันหน้ากลับไปถึงได้เห็นว่าปลายจมูกของมาร์คอยู่ห่างไปแค่อึดใจเดียว

 

เผลอกลั้นหายใจ แต่สายตาไม่รักดีกลับมองไล่ไปตามสันจมูกคมจนมันถูกดึงดูดสอดประสานเข้ากับดวงตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองตอบกลับมาเช่นกัน

 

มันไม่เหมือนกับบทรักในละครหลังข่าวที่พระเอกจะโน้มตัวเข้ามาหา หรือถูกความหวั่นไหวจู่โจมให้ทำอะไรโดยไม่ทันคิด เราก็แค่นิ่งค้างกันอยู่แบบนั้นจนกระทั่งต่างฝ่ายต่างกลั้นลมหายใจตัวเองต่อไปอีกไม่ไหวถึงได้เบือนหน้าหนีกันไป

 

 

“เลิกทำหน้าเหมือนกระต่ายเฉาได้แล้ว กลับมาเกรียน มาปากดี ขี้หงุดหงิดเถอะแบบนั้นมันน่ารักกว่า" แล้วมาร์คต้วนก็ทำลายออร่าความโศกเศร้าเคล้าปัญหาชีวิตหรืออะไรก็ตามที่เมื่อครู่มันก่อตัวขึ้นมาภายในรถให้หายไปหมดในพริบตา

 

 

แบบนั้นมันน่ารักกว่า

 

น่ารักกว่า ..น่ารัก

 

 

ไอ้มาร์คต้วนมันบอกว่าแบมแบม  น.. น่ารัก

 

โว้ยย!

 

พออีกคนเบี่ยงตัวยื่นมือโน้มมาเปิดประตูให้ แบมแบมก็รีบพาตัวเองออกมาแล้วเดินลิ่วๆขึ้นคอนโดทันที ช่างหัวเจ้าของคอนโดไปสิ

 

ตอนนี้แบมแบมต้องการที่หลบภัย

ไม่ไหวแล้ว!

 

นี่มันชักจะมากเกินไปแล้ว แค่คำว่าน่ารักคำเดียว ทำไมมันทำหน้าร้อนจนแทบระเบิดแบบนี้วะ!

 

ไอ้มาร์คต้วน!

ญาติดีด้วยไม่ได้แล้ว!

 

อันตราย ..อันตราย!

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4751 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 08:07
    เห้ออออ
    #4751
    0
  2. #4697 MTBB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:44

    ฮืออ ทั้งหน่วงทั้งเขิน เหมือนคนเป็นไบโพล่า

    #4697
    0
  3. #4682 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 11:27
    อยากให้เข้าใจกันนนน
    #4682
    0
  4. #4612 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 08:03

    ร้ายที่สุดมาร์คต้วน

    ยังคงทำน้องไหวหวั่นหสั่นนไหวไม่หยุด

    จะรอดไหมน้องแบมของพรี่

    #4612
    0
  5. #4513 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:53
    ฮืออออยากให้คุยกันให้รู้เรื่อง
    #4513
    0
  6. #4469 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 12:29
    จะฟินก็ฟินไม่สุด ฮื่อออ
    #4469
    0
  7. #4404 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 22:12
    มันก็จะรู้สึกอยู่หน่อยๆ จี้ดๆอ่ะ
    #4404
    0
  8. #4251 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:09
    ทำไมถึงไม่คุยเรื่องที่คาใจให้มันจบ ๆ ไปเลยล่ะจะได้อยู่กันอย่างสบายใจ
    #4251
    0
  9. #4170 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 02:54
    น้องเราก็ใจบางเหลือเกิน
    #4170
    0
  10. #4140 @fujinoii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 20:09
    ต่างคนก็ต่างยังลืมกันไม่ได้ แต่อยากรู้ว่าเหตุใดถึงต้องเลิกกันอ่ะ
    #4140
    0
  11. #3905 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 15:03
    น่ารักกกกกกกกกกกก สองคนนี้มีอะไรนะ ทำไมมาร์คพูดเหมือนต้องปล่อยไปเลยยยยยยย มันมีมากกว่านั้นนนน
    #3905
    0
  12. #3775 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 19:53
    อันตรายจริงๆ
    #3775
    0
  13. #3634 อุลจีมา (@287456) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 09:41
    น่ารักกก อยากรู้และอะว่าอดีตสองคนนี้เป็นไง 
    #3634
    0
  14. #3603 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 16:40
    พี่มาร์คเก็บความลับอะไรไว้ แบมด้วย ลองเปิดใจคุยกันดูเถอะ อะไรๆมันอาจจะดีขึ้นก็ได้นะ
    #3603
    0
  15. #3496 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 22:02
    น่าจะลองคุยกันน้าาา ทำไมไม่ปรับความเข้าใจกัน
    #3496
    0
  16. #3444 Bowiee (@bbbowww) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:22
    ถ้าลองคุยกัน มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะ
    #3444
    0
  17. #3375 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 16:50
    น่ารักๆ แบมอย่าคิดมากเลยลูก
    #3375
    0
  18. #3313 twinkle_littletaehyung (@praewinkle_mayo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 13:53
    น่ารักก
    #3313
    0
  19. #3292 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:41
    มาม่าาาา แอบละมุนง่ะ
    #3292
    0
  20. #3082 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:38
    ถ้าทิ้งไปแล้วไม่คิดจะอยากกลับมาแก้ไขเหรอคะมาร์ค ถ้าได้ลองปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย อะไรๆอาจจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้นะคะ
    #3082
    0
  21. #3015 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 10:43
    ทำไมหน่วงงง
    #3015
    0
  22. #2630 Max Avax (@maxavax) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:26
    มาร์คดูฉลาดในการกระทำอะ แต่ปากดีฉิบ 555555
    #2630
    0
  23. #2536 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:56
    วู้~ 555 เหมือนยังมีเส้นความผูกพันอยู่เลย
    #2536
    0
  24. #2331 2hah_aom98 (@2hah_aom98) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:45
    น่ารักแล้วนะ
    #2331
    0
  25. #2299 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:08
    ถถถถถถ แบมดูเสียเปรียบนะลูก สับสนไปหมดเลยยยยย แค่พี่มาร์คทำดีด้วย เหตุการณ์ในอดีตก็แวบเข้ามาตลอด
    #2299
    0