[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 29 : MARKBAM RAPPER # 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    17 ก.พ. 60

Chapter 22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระแสในโลกออนไลน์กำลังดำเนินไปในทิศทางที่แย่ลงเรื่อยๆ เมื่อมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆนานา มีทั้งกลุ่มคนที่ไม่ชอบมาผสมโรงด่าบ้าง ชาวเน็ตทั่วไปก็มีทั้งความเห็นที่ดีและไม่ดี หรือแม้แต่ตัวแฟนคลับเองที่ชักเริ่มไม่มั่นใจ ทยอยกันมาบอกเล่าเรื่องที่ตัวเองบังเอิญพบเจอมาร์คและแบมแบมในสถานที่ต่างๆที่มันสอดคล้องกับรูปภาพที่ถูกเอามาแฉ

 

 

มาบอกว่าเคยเจออยู่ครั้งนึง คุ้นๆว่าน่าจะเป็นดาราแต่นึกไม่ออกว่าใคร ปิดหน้าปิดตาเข้ามากินข้าวกันสองคน ที่แท้ก็สองคนนี้เอง แต่เรื่องคบไม่คบอันนี้ไม่รู้อ่ะ มันเรื่องของเขา

 

ก็คนทำงานด้วยกัน จะไปไหนมาไหนด้วยกัน ตัวติดกันตลอดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไหม มาตั้งกระทู้เรียกกระแสเพราะคัมแบ็ครึเปล่า?

 

เราชิปนะ ชอบทั้งคู่เลย แต่พูดตรงๆไม่ว่าจะคบจริงหรือไม่จริงก็ไม่อยากให้มันเป็นข่าวอ่ะ มันไม่ดีต่อหน้าที่การงานของทั้งคู่ คนแฉนี่ก็นะ เกลียดมากเหรอ เห็นเขามีความสุขแล้วจะตายใช่ไหม เอาเวลายุ่งเรื่องคนอื่นไปทำชีวิตตัวเองให้ดีไป๊ ประสาท!

 

แหวะ น่ารังเกียจ!

 

จริงไม่จริงตอนนี้ก็รับไม่ได้ไปแล้วอ่ะ ไม่ชิป ไม่ชอบตั้งแต่คราวที่แล้วละ นึกว่าจะจบ ยังจะมีต่ออีก ค่ายสมควรจะฟังความทุกด้านได้แล้ว สม เก็บไปเป็นบทเรียนเหอะ

 

อ๋อออ ที่พ่อคนหยิ่งไม่รับงานแสดง ไม่ทำงานร่วมกับผู้หญิงที่แท้ก็ชอบแบบนี้นี่เอง เข้าใจละ ฮึๆ

 

เรื่องจริงรึเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ หุ้นบริษัทดิ่งลงเหวเลยหนิ

 

สมน้ำหน้า รอวันที่พวกแกจะจมแบบนี้มานานแล้ว! ใครทำมาเอารางวัลไปเลย หมั่นไส้มานานละ

 

ผิดหวังอ่ะ บอกตรงๆ

 

ไม่เป็นไรนะ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ฉันสนับสนุนพวกคุณที่ผลงาน ติดตามมานานแล้วก็จะตามต่อไป ตราบใดที่พวกคุณไม่ได้ทำร้ายใคร ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องออกมาขอโทษ

 

เหอะ พูดมาได้ว่าไม่ทำร้ายใคร แล้วแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าต้นแบบเลวๆของสังคมเหรอ?  ลูกหลานต้องโตมาเห็นตัวอย่างแบบนี้น่ะเหรอ

 

แรงไปไหม? คนที่เลวคือคนที่เอาตัวเองไปบรรทัดฐานตัดสินคนอื่นต่างหาก! ถ้าไม่มีปัญญาสอนลูกหลานตัวเองงั้นก็ไม่ต้องมีตั้งแต่แรกสิ ไม่ใช่คลอดออกมาแล้วให้มาหาตัวอย่างจากไอดอล เขาเดมาเพื่อทำเพลง ไม่ได้เดมาเป็นครูสอนลูกป้าโว้ยย!

 

 

 

 

หลากหลายความเห็นมากมายถูกหยิบยกมาถกเถียงกัน และที่ร้ายไปกว่านั้นเมื่อกระทู้ถูกส่งต่อและเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้าง เว็บข่าวบางสำนักก็เริ่มลงมาขุดคุ้ยเรื่องนี้มากขึ้น เพราะมันเป็นกระแสข่าวด้านที่ไม่แทบไม่เคยนำมาพูดถึงมาก่อน ยิ่งหลายสำนักข่าวหันมาเล่นงานมากขึ้นกระแสของผู้คนก็เอนเอียงไปในทางที่ไม่ดีมากขึ้น

อย่างที่บอกว่าแม้แฟนคลับบางจะรับได้แต่ในวงกว้างแล้ว สังคมยังไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ และในวงการบันเทิงเอง แม้จะเคยมีคนที่เปิดเผยตัวแต่สุดท้ายก็ถูกผู้คนต่อต้านจนไม่มีงานหรือหมดอนาคตไปเลย แม้ตัววงการจะไม่ได้ต่อต้านตรงๆ พยายามทำเหมือนเปิดกว้างให้สมกับเป็นโลกยุคใหม่ แต่หากผู้คนซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าไม่ยอมรับ ต่อให้จะทำผลงานออกมามากแค่ไหน ถ้ามันขายไม่ได้สุดท้ายค่ายก็จำใจต้องหยุดผลิตงานออกมาอยู่ดี เพราะมันไม่คุ้มที่จะลงทุน ไม่คุ้มที่จะเอาชื่อเสียงของค่ายมาเสี่ยง

 

 

จากการถูกกล่าวอ้างในกระทู้ออนไลน์ว่าไอดอลชายสองคนมีความสัมพันธ์เกินเพื่อนร่วมงาน ทางบริษัทขอปฏิเสธการกล่าวอ้างนั้นและยืนยันว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เพียงแค่พี่น้องที่สนิทสนมกันเท่านั้น ภาพต่างๆที่ถูกนำมากล่าวอ้างเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน และถึงแม้ว่าจะเป็นภาพที่เกิดในเวลาส่วนตัว ทั้งหมดก็อยู่ในสายตาของทีมงานทุกครั้ง หากยังมีการใส่ความหรือกระทำการใดๆที่ทำให้ชื่อเสียงของศิลปินเสื่อมเสีย ทางบริษัทจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลนั้นจนถึงที่สุด

 

 

 

บริษัทออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้ข่าว และช่วยเบี่ยงเบนความเห็นของผู้คนให้เป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน หลายคนรู้สึกใจชื้นมากขึ้นที่เห็นค่ายออกมาอธิบาย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงตั้งธงตัดสินที่จะต่อต้านไปเรียบร้อยแล้ว

 

แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของทั้งแบมแบมและมาร์ครวมถึงทีมงานที่เกี่ยวข้อง ความตึงเครียดยังคงเล่นงานทุกคนโดยเฉพาะแบมแบม

 

ถ้าเป็นเวลาอื่นค่ายคงจะให้เวลาทุกคนไปพักเพื่อสงบสติอารมณ์หรือทบทวนตัวเอง แต่เพราะอยู่ในช่วงคัมแบ็ค ข่าวถูกปล่อยออกมาในวันเดียวกับการขึ้นเวทีแรก นั่นเลยทำให้ไม่สามารถที่จะขยับตัวทำอะไรได้มากนัก ถ้าหากหนีหายหรือยกเลิกการโปรโมตไปเลยก็จะทำให้บริษัทสูญเม็ดเงินที่ลงทุนไป และจะถูกมองว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริง การยืนหยัดทำงานต่อไปจะช่วยกลบข่าวว่าไม่ใช่เรื่องจริงได้ดีมากกว่า

 

แต่การทำงานในสถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้มาร์คและแบมแบมต้องรับมือกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในโลกออนไลน์และโลกจริงๆ ต้องอดทนกับสายตาและเสียงนินทาจากผู้คนที่พบเจอ แม้แต่คนใหญ่คนโตหรือรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการ

 

 

“ไหวไหมแบม” จินยองยื่นน้ำเย็นๆให้เมื่อเห็นว่าน้องชายของตัวเองหน้าซีดตั้งแต่เดินเข้ามาให้ห้องพักศิลปิน แบมแบมรับขวดน้ำมาและพยายามจะยิ้มรับแต่ก็ยิ้มไม่ออก

 

คนรอบข้างแสดงออกกับเขาเหมือนตัวประหลาดที่น่ารังเกียจ แบมแบมอยากจะร้องไห้เมื่อรู้ว่าหลายคนที่เขาเคารพนับถือ ทั้งรุ่นพี่ในวงการหรือแม้กระทั่งช่างแต่งหน้า ทีมแดนเซอร์ที่ประจำรายอยู่ในรายการ เราเคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด วันนี้กลับมองแบมแบมด้วยสายตาเหยียดหยาม บางคนถึงกลับเดินหนีตอนที่เขาพยายามจะทักทาย ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ หรือต่อให้บางคนยิ้มรับและเข้ามาบอกว่าเป็นห่วง อย่าคิดมาก สุดท้ายก็จะลงเอยด้วยการถามว่าตกลงแล้วเรื่องนั้นมันจริงไหม มันยิ่งทำให้แบมแบมเข้าใจว่ามันไม่มีความจริงใจอะไรอยู่ในโลกมายา

 

“ฟังพี่นะเด็กดี” จินยองขยับมานั่งใกล้ๆ พูดเสียงเบาให้เราได้ยินกันแค่สองคน

 

“พี่รู้ว่ามันยาก แต่พี่อยากให้แบมลองมองหาข้อดีในความทุกข์พวกนี้มันจะได้ง่ายขึ้น ลองคิดซะว่าเรื่องนี้มันช่วยทำให้เรารู้ว่าในเวลาที่ลำบากมีใครบ้างที่อยู่ข้างเรา ใครบ้างที่ตัดสินเราเพียงเพราะฟังจากคนอื่น อย่างน้อยมันก็เป็นบทเรียนให้รู้ว่าต่อไปต้องวางตัวยังไง ให้ใจใครได้แค่ไหน”

 

แบมแบมพยักหน้ารับคำ ลองคิดตามแล้วมันก็ทำให้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น แม้ว่าตอนนี้มันอาจทำใจยอมรับไม่ได้ทั้งหมดเพราะเสียความรู้สึก แต่มันก็จริงอย่างที่พี่จินยองว่า กวาดตามองคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ มองพี่จินยอง มองพี่แจบอม ทีมงานอีกสองสามคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เริ่ม แล้วสุดท้ายก็ทิ้งสายตาไว้ที่มาร์ค ทุกคนคอยอยู่ข้างๆเขา ให้กำลังใจเขา ไม่มีสักคนที่เรียกแบมแบมไปต่อว่า ไม่ถามด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม ทุกคนพร้อมจะปกป้องและช่วยเขา

 

ตอนที่มาร์คเงยหน้าขึ้นมา อีกฝ่ายทำเพียงแค่ยิ้มให้บางๆ ยิ้มเหมือนกับทุกครั้ง ทำราวกับว่ามันไม่มีเรื่องอะไรเลยให้แบมแบมต้องกังวล ไม่มีความว้าวุ่นอยู่ในใจของมาร์ค แต่แบมแบมรู้ว่านั่นน่ะ มันคือความลวงตา มาร์คแค่ทำเหมือนไม่เป็นไรเพราะไม่อยากให้เขาคิดมากไปกว่านี้

 

แบมแบมอยากขอโทษมาร์คที่ไม่ค่อยตอบรับรอยยิ้มหรือแรงกระตุ้นใดๆจากมาร์คเท่าไหร่ ยิ้มที่ตอบกลับไปเป็นรอยยิ้มฝืนๆที่แบมแบมรู้สึกผิดจนสุดท้ายก็เลิกทำ สองสามวันมานี้เราพูดกันน้อยลง กลับมาแยกห้องกันนอนเหมือนแต่ก่อน ระหว่างเรามันไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปหรอก เพียงแต่ว่าแบมแบมขอร้องมาร์คเองเพราะอยากจะอยู่คนเดียว ไม่อยากปั้นหน้าทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไรเวลาอยู่ต่อหน้ามาร์ค และไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมากังวลกับเขามากไปกว่านี้

 

“แล้วคุยกับคุณมาร์ครึยัง” จินยองทักขึ้นมาจนแบมแบมเผลอสะดุ้ง

“หืม? คุยเรื่องอะไรเหรอ”

 

“ก็เรื่องทั่วๆไปแหละ เห็นช่วงนี้เงียบๆใส่กัน พี่กลัวเราจะทะเลาะกัน”

“อ๋อ ไม่หรอกฮะ แบมกับเขาก็ยังดีๆกันอยู่นะ”

“แต่พี่ไม่คิดว่าเป็นงั้นนะ”

 

แบมแบมเงียบไป จินยองเหลือบมองไปที่คนต้นเรื่อง เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้มองมาทางนี้ และไม่มีคนอื่นสนใจที่ผู้จัดการส่วนตัวกับศิลปินในความดูแลจะคุยกัน จินยองเลยเริ่มพูด

 

 

“พี่แจบอมมาบ่นๆว่าสองสามวันนี้คุณมาร์คเครียดหนักมาก น้ำหนักลดไปเยอะ ท่าทางจะกินอะไรไม่ได้เลย พี่แจบอมพยายามจะขอให้คุณมาร์คระบายให้ฟังยังไงอีกฝ่ายก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร สบายดี”

 

คนรับฟังอย่างแบมแบมหันไปมองมาร์คอีกครั้ง ภาพของคนที่อยู่ต่อหน้าแบมแบมที่กำลังเล่นเกมในโทรศัพท์เหมือนสนุกมากมายทำให้แบมแบมรู้สึกแย่ พอลองมองดีๆมาร์คผอมลงจริงๆด้วย เห็นสันกรามชัดขึ้น ใบหน้าที่เล็กอยู่แล้วยิ่งดูรู้ว่าเล็กลง ทำไมนะ ทำไมแบมแบมถึงไม่สังเกตเห็นให้เร็วกว่านี้ ทำไมต้องให้พี่จินยองมาบอก ทั้งที่มันควรจะเป็นตัวเขาที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดีกว่าใคร

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

เก็บความว้าวุ่นใจของตัวเองไว้จนจบการถ่ายทำบนเวที แล้วแบมแบมก็ขออนุญาตผู้จัดการทั้งสอง ขอคุยกับมาร์คตามลำพังห้านาทีบนรถ

 

“พี่แจบอมบอกว่าแบมมีเรื่องจะคุย” มาร์คดูระแวดระวังตอนที่พูดประโยคนี้ขึ้นมา ในหัวตีความไปไกลถึงความกลัวที่สุดของตัวเอง ได้แต่หวังว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้น

“ทำไมผอมแบบนี้ล่ะ พี่แจบอมบอกว่ามาร์คไม่ยอมกินข้าว” ไม่พูดเปล่ามือเล็กยังเอื้อมมาจับคางของมาร์ค ลูบเบาๆที่แก้มจนอีกคนใจชื้นขึ้นมาว่าสิ่งที่กลัวในใจคงยังไม่เกิดขึ้นวันนี้

 

“ไม่กินอะไร แบมก็เห็นว่าพี่กินตลอด ตัวเองนั่นแหละที่ไม่ค่อยกิน เนี่ยพุงหายไปหมดแล้ว” มือหนาแกล้งยื่นมาจับหน้าท้องจนแบมแบมต้องฟาดไปเบาๆ

 

 

“มาร์ค”

“หืม?”

 

“แบมรู้นะว่ามาร์คเครียด แบมขอโทษ”

“เห้ย ขอโทษเรื่องอะไร”

“ขอโทษที่ทำให้มาร์คห่วง แค่เรื่องข่าวเราก็เครียดกันมากพออยู่แล้วแบมยังทำให้มาร์คต้องเครียดหนักไปอีกทั้งๆที่มาร์คพยายามจะชวนแบมคุย ชวนแบมเล่น แต่แบมก็ไม่สน แบมขอโทษนะ”

 

 

พูดไปแล้วบ่อน้ำตาก็แทบจะแตก แบมแบมรีบก้มหน้าลงกับมือ พยายามฝืนตัวเองไม่ให้อ่อนแอ เพราะรู้ว่าถ้าปล่อยให้ตัวเองร้องไห้มันจะไม่หยุดง่ายๆแน่ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่กันพอดี

 

มาร์คลูบผมคนตัวเล็กเบาๆ แค่นั้นแบมแบมก็โถมเข้าไปกอดเอวมาร์คไว้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นเพราะรถของเราติดฟิล์มดำ คนถูกขโมยกอดยิ้มขึ้นมาได้บ้างเมื่อเห็นว่าระหว่างเรายังคงดีอยู่ แบมแบมก็แค่กังวลมากเกินไปเท่านั้น ทำเอาตัวเขาที่กินไม่ได้นอนไม่หลับใจชื้นขึ้นมาเยอะ ตอนแรกก็กลัวแทบตายตอนที่ผู้จัดการมาบอกว่าให้เวลาห้านาทีไปคุยกับแบมแบม อีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วยตามลำพัง

 

“ต่อไปนี้มาร์คห้ามไม่กินข้าวนะ ห้ามผอมไปมากกว่านี้ด้วย เนี่ย หน้าตอบๆไม่เห็นจะหล่อเลย แบมหล่อกว่าเยอะแล้วเนี่ย”

“เรื่องสำคัญที่จะคุยคือเรื่องที่พี่ผอมลงเนี่ยเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ” แบมแบมเงยหน้าตอบคนที่ตัวเองกอดอยู่

 

“ฮู่ว ก็นึกว่าจะมาบอกเลิกกันซะอีก” มาร์คพูดออกไปด้วยความโล่งใจ ถึงแม้ว่าตัวเขาจะเชื่อใจแบมแบม และเชื่อในความมั่นคงของเราทั้งคู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันแอบกลัวอยู่เหมือนกัน

“ใครจะเลิกกับพี่มาร์คเล่า! แบมไม่เลิกหรอก! ทำไมคิดแบบนี้ล่ะ” โวยวายขึ้นมาแล้วก็จบประโยคด้วยเสียงอ่อนพร้อมสีหน้าน้อยใจ

 

“ก็พี่กลัวนี่ ถ้าค่ายจับได้ขึ้นมามีหวังต้องบังคับให้เราเลิกกันแน่ๆ”

“ไม่พูดแบบนี้ได้ไหม ไม่เอา แบมไม่เลิกหรอก ไม่เชื่อใจกันเหรอ”

“เชื่อสิ พี่เชื่อใจแบมอยู่แล้ว”

 

แบมแบมเตรียมจะผละออกจากวงแขนมาร์คเพราะมันใกล้จะครบเวลาห้านาทีที่ขอเอาไว้แล้ว แต่มาร์คกลับดึงแขนเอาไว้ ขยับหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู

“งั้นคืนนี้ย้ายมานอนกับพี่นะ ไม่งั้นจะไม่ยอมกินข้าวเลยด้วย”

“นิสัยไม่ดีอ่ะ ได้ทีแล้วหาข้อต่อรองเลยนะ” มาร์คไม่ได้สลด ยักไหล่ทำเป็นไม่สนคำต่อว่า

 

“ก็ได้ๆ คนเจ้าเล่ห์ หาเศษหาเลยแม้กระทั่งเวลาอย่างนี้เนี่ยนะ” ทำหน้าบูดใส่แต่ก็ยอมใจอ่อน มาร์ครีบกดริมฝีปากลงไปบนก้อนเยลลี่นุ่มเร็วๆด้วยความหมั่นเขี้ยวจนโดนแบมแบมหยิกกลับมา

“เวลาอย่างนี้แหละเรายิ่งต้องรักกันไว้ พวกนั้นมันจะได้คลั่งตายไปเลยไง”

“ปากดีจริงๆ คนโดนคือแบมหนิไม่ใช่พี่มาร์ค”

“งั้นคืนนี้หนูมาเอาคืนกับพี่ให้สาสมไปเลยดีไหม” ยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างกวนโอ้ย

“มันใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้เหรอมาร์ค!” มือเล็กไล่ตีไปทั่วตัว พร้อมกับอีกคนที่หลบเป็นพัลวัน

“พี่หมายถึงอยากตีอยากด่าพี่ก็ได้หรอก โอ้ย นี่คิดไปถึงไหนอ่ะ เด็กทะลึ่ง โอ้ย แบมแบมอย่าหยิก เจ็บแล้วๆ” มาร์คร้องโอดโอย จนกระทั่งผู้จัดการทั้งสองคนมาเคาะกระจกรถแล้วเปิดประตูเข้ามานั่นแหละ แบมแบมถึงได้ขยับห่างออกไปนั่งอีกเบาะ ส่งสายตาคาดโทษมาทางคนที่ยิ้มร่าแล้วตอบกลับพี่จินยองไปว่าเสียงโวยวายเมื่อกี้น่ะไม่ได้มีอะไร

 

 

 

 

 

50%

 

 

 

 

- MARKBAM RAPPER –

 

 

 

ความสบายใจจากการได้หันหน้ามาคุยกันสามารถปัดเป่าความกังวลไปได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อกระแสต่อต้านในโลกของความเป็นจริงกำลังค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆความกังวลใจก็ย้อนกลับมาเล่นงานอีกครั้ง

 

กลุ่มคนที่ไม่พอใจในการร่วมโปรเจคแม้จะมีจำนวนไม่มากแต่ก็เป็นครั้งแรกที่หันมาจับกลุ่มรวมตัวกันเรียกร้องและต่อต้าน และมันยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีกเมื่อรายการเพลงบางช่องเลี่ยงการเกิดข้อพิพาทของทั้งฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนด้วยการยกเลิกการแสดงของมาร์คและแบมแบมลงอย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบในวงการเพลงอย่างเดียวเท่านั้น ผู้คนเดินถนนทั่วไปก็ให้ความสนใจเพราะไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตามมันก็เป็นเรื่องที่สังคมทั่วไปยังยอมรับไม่ได้เต็มร้อย และแน่นอนว่ามันทำให้เรตติ้งของรายการตก เพราะมีคนจำนวนหนึ่งขู่ว่าจะแบนช่องรายการหากมาร์คและแบมแบมขึ้นแสดง

 

เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างมากมาย จากเรื่องเล็กลามไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเพียงเพราะผู้คนสาดความเห็นใส่กันไปมาและเล่ากันปากต่อปาก ทางค่ายเองหลังจากออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการณ์ก็ไม่อนุญาตให้มาร์คและแบมแบมใช้สื่อออนไลน์หรือให้สัมภาษณ์ที่ไหนอีก พยายามให้ทั้งคู่ทำงานไปตามตารางที่มีอยู่ให้เป็นปกติที่สุดเพื่อรักษาเครดิตของตัวเองและค่าย เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องจะเงียบลงไปเอง เพราะการออกไปพูดอะไรตอนนี้อาจยิ่งทำให้มีแต่เสียกับเสีย จะกลายเป็นการสุมไฟให้ลุกมากขึ้นกว่าเก่า

 

 

 

บ่ายวันหนึ่งที่มาร์คและแบมแบมถ่ายทำรายการในตอนเช้าเสร็จและกลับเข้ามาพักที่บริษัทเพื่อรอเวลาไปขึ้นแสดงสดตามตารางต่อตอนหัวค่ำ กลุ่มคนต่อต้านที่มีไม่มากนักยังคงปักหลักถือป้ายประท้วงที่หน้าบริษัทเรียกร้องให้ทั้งคู่จบโปรเจค มันไม่ได้มีอะไรร้ายแรงมากไปกว่าการถือป้ายประท้วง

แต่อาจเพราะการประท้วงที่ไม่ได้รุนแรงนั่นแหละที่ทำให้คนประท้วงรู้สึกว่าค่ายได้ใจถึงได้ไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องและพยายามลอยตัวเหนือปัญหา ยังคงเดินหน้าโปรโมตเพลงใหม่ต่อไปแบบสวนกระแส

 

บางคนที่ตอนแรกไม่ได้ต่อต้านโปรเจคนี้ก็เอนเอียงมาเข้าพวกเพราะเห็นว่าเรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของศิลปินเสียหายหนัก การระงับโปรเจคน่าจะเป็นคนทางที่ดีที่สุดเพื่อให้ไม่ต้องมีใครต้องเสียหายไปมากกว่านี้ แต่บางคนที่ไม่ชอบใจอยู่แล้วก็ยิ่งโมโหมากขึ้น จนถึงขนาดมาตะโกนต่อว่าขณะศิลปินขณะกำลังเข้าออกจากค่าย

แน่นอนว่าคนที่โดนมากกว่าใครคือแบมแบมผู้ซึ่งมีแอนตี้แฟนเยอะอยู่แล้วตั้งแต่ต้น เมื่อมารวมเข้ากับคนที่ไม่ชอบหรือหมั่นไส้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งต้องรับมือหนักขึ้น แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้คนพวกนั้นไม่พอใจ ถ้ามันเกี่ยวกับเรื่องของมาร์ค โอเค เขายอมรับว่าจะโกรธกันเรื่องนี้ก็ได้ แต่บางคนไม่ได้เพิ่งโกรธเพราะเรื่องนี้ ตามเหน็บแนมแบมแบมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

“มาเกาะเขาแล้วยังจะลากเขาลงเหวไปด้วยเหรอ!

“ปลิงดูดเลือด! คืนมาร์คมาเดี๋ยวนี้”

 

หลายประโยคที่ตะโกนสวนมาเวลาแบมแบมลงจากรถเพื่อวิ่งเข้าบริษัทแม้พี่จินยองจะพยายามกันไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามาใกล้ หรือตัวแบมแบมเองจะใส่หูฟัง สวมฮู้ด ก็ยังได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นชัดเจนอยู่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีแต่แบมแบมที่โดนหรอก มาร์คก็ถูกต่อว่าเหมือนกันเพียงแต่อีกคนมีภูมิคุ้มกันกับเรื่องนี้มากกว่าแบมแบมก็เท่านั้น

 

 

 

วันนี้เราต้องรับมือกับกลุ่มคนประท้วงหนักกว่าทุกวัน เพราะนอกจากเสียงด่าทอแล้วบางคนถึงกับ-ขยำกระดาษมาปาใส่จนผู้จัดการทั้งสองต้องรีบเรียกให้รปภ.มาช่วยกันทางให้

แล้วโดยไม่ทันได้คาดคิดขณะที่พยายามฝ่าวงล้อมของผู้คนเพื่อเข้าบริษัท อยู่ๆอะไรบางอย่างก็ถูกปาเข้ามาหาแบมแบมอย่างแรง มันกระแทกเข้ากับท้ายทอยจนคนไม่ได้ตั้งตัวเซไปข้างหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วและชุลมุนมาก จินยองที่อยู่ใกล้สุดช่วยเอามือป้องศีรษะและรีบดันแบมแบมให้เข้าไปในตึก

แจบอมตะโกนเรียกชื่อมาร์คตอนที่อีกฝ่ายพุ่งตรงไปยังชายต้องสงสัยที่กำลังวิ่งหนีไป คนใจร้อนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตะโกนร้องของผู้คนรอบข้างที่อยู่ในอาการตกใจ วิ่งพรวดเข้าไปจนถึงตัวแล้วคว้าแขนเสื้อหนาๆที่อีกคนใส่เพื่อจงใจใช้อำพรางตัวเอาไว้ได้ทัน ยื้อยุดฉุดกระชากจนคนใกล้จะจนมุมใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดมาร์คออกจนเสียหลักตกลงไปจากขอบทางเท้าเกือบถูกรถบนถนนเฉี่ยว เสียงบีบแตรจากรถที่ขับสวนมาทำเอาแบมแบมที่หันกลับมามองเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วงใจหล่นวูบ

จินยองตามมาหลังจากส่งแบมแบมเข้าตึกไปแล้วรีบดึงตัวมาร์คให้ขึ้นมาจากถนน ส่วนแจบอมที่วิ่งเลยไปสามารถจับตัวชายคนนั้นได้เพราะอีกฝ่ายเหนื่อยหอบจากการปะทะกับมาร์คเมื่อกี้เลยทำให้ความเร็วลดลงไปเยอะ แน่นอนว่าคนถูกจับได้ย่อมต่อสู้ขัดขืนสุดชีวิต แต่แจบอมก็ไม่ใช่คนที่ใจเย็นมากพอที่จะปล่อยใครมาทำร้ายตัวเองฝ่ายเดียวอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคนที่จ้องทำร้ายคนในความดูแลของเขาทั้งสองคนด้วย ผู้จัดการส่วนตัวที่ขึ้นชื่อว่าโหดพอๆกับตัวศิลปินก็ไม่เก็บผู้ชายคนนั้นไว้เหมือนกัน แลกคืนกลับไปสองสามหมัดจนกระทั่งรปภ.ที่หลุดจากความวุ่นวายหน้าตึกวิ่งตามมาในเวลาไล่เลี่ยกันจะจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน แล้วลากตัวคนทำผิดเข้าไปในบริษัท

 

“พี่มาร์ค! เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” แบมแบมประชิดถึงตัวมาร์คทันทีที่รปภ.พาฝ่าฝูงชนด้านนอกเข้ามาได้ ลืมความเจ็บของตัวเองไปหมด

“พี่ไม่เป็นไร แบมนั่นแหละเจ็บมากไหม เป็นอะไรรึเปล่า”

มาร์คเอี้ยวตัวมองรอยแดงที่ท้ายทอยของแบมแบมแล้วก็ยิ่งโมโห คราวที่แล้วเป็นหินก้อนเล็ก คราวนี้เป็นขวดน้ำแถมยังปามาสุดแรง ตอนที่เขาเห็นแบมแบมเกือบจะหน้าคะมำเพราะแรงปะทะ ความโกรธมันทำให้หน้ามืดตามัวถึงได้วิ่งพุ่งออกไปแบบนั้น

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ แบมเกือบหัวใจวายตอนพี่มาร์คตกลงไปบนถนน ถ้าโดนรถชนขึ้นมาจะทำยังไง” คนตัวเล็กโวยวายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว มาร์คเลยเกลี่ยนิ้วเบาๆที่รอยแดงตรงท้ายทอยให้อีกคนใจเย็น

 

ไม่นานนักคนถูกจับได้ก็โดนลากตัวเข้ามา แจบอมติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาพบที่บริษัท ระหว่างนั้นก็พาคนปิดหน้าปิดตาอำพรางไปสอบสวนในห้องประชุม

 

แบมแบมคิดเอาไว้ว่าคนที่ทำน่าจะเป็นแอนตี้แฟนของแบมแบมซึ่งน่าจะเป็นแฟนคลับของมาร์คถึงได้มาทวงมาร์คคืนแบบนี้ แปลกใจอยู่เหมือนกันตอนที่เห็นว่าคนทำเป็นผู้ชาย และดูเหมือนแค่นั้นยังทำให้ประหลาดใจได้ไม่มากพอ เมื่อถอดหมวก ถอดแว่นตา และเปิดผ้าปิดปากออกแบมแบมก็ต้องตกใจที่เห็นว่าใครคนนั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าแฟนคลับของมาร์คเลยแม้แต่น้อย

 

“คุณ! ทำไม..”

แบมแบมดูจะช็อคไปชั่วขณะ จินยองที่เป็นผู้จัดการจำผู้ชายคนนี้ได้เช่นกัน เพราะเขาคือแฟนคลับตัวยงของแบมแบมที่ติดตามมาตั้งแต่อัลบั้มแรก เข้างานแจกลายเซ็นเกือบทุกครั้ง ตามแบมแบมไปทุกที่ เห็นหน้าค่าตากันประจำจนเกือบจะคุ้นเคย

 

“เป็นแฟนคลับแบมแบมไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงทำแบบนี้กับเขา ข่มขู่เขา คุกคามเขา ทำร้ายร่างกายเขาทั้งที่คุณน่าจะรู้ดีว่าเขาขี้กลัวแค่ไหน ทำไมอ่ะ ทำไปเพื่ออะไร ..ผมถามว่าทำไปเพื่ออะไร!” แจบอมรีบเข้ามาจับจินยองเอาไว้ เมื่อคนที่ดูเหมือนน่าจะใจเย็นที่สุดกลับพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อคนนั่งก้มหน้าก้มตาไม่ยอมปริปาก

 

“ใจเย็นๆ”  แจบอมตบบ่าพูดเตือนจินยองอีกรอบ “ถ้าไม่ยอมตอบก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจแล้วกัน พี่ฝากดูแลทางนี้ด้วย เดี๋ยวจะพามาร์คไปโรงพยาบาล” ฝากฝังผู้จัดการร่วมให้ดูแลเรื่องนี้ไปก่อน แต่พอหันมาหาอีกคนที่ถูกพูดถึงมาร์คก็ส่ายหน้า

“ผมไม่เป็นไร”

“แต่ฉันเห็นแกขากะเผลก”

“แค่ครูดกับพื้นนิดหน่อย ตอนนี้หายเจ็บแล้ว”

 

มาร์คไม่ได้สนใจความเจ็บแปลบๆที่ข้อเท้า มันน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่แบมแบมโดน เขาอยากให้พาแบมแบมไปตรวจมากกว่าแต่อีกฝ่ายก็ดื้อดึงพอกัน บอกปัดว่าไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดต้องไปหาหมอ แต่เจ็บนิดหน่อย

 

“ไปทายากัน เดี๋ยวแผลบวม” มาร์คสะกิดเรียกคนที่นั่งสติหลุดตั้งแต่พบว่าคนที่ทำเรื่องทั้งหมดเป็นแฟนคลับของตัวเอง แบมแบมพยักหน้ารับ แต่ก็ยังทิ้งสายตาไว้ที่จุดสนใจที่นั่งอยู่กลางห้องจนมาร์คต้องดึงแขนเบาๆให้เดินตาม

 

ตากลมมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แบมแบมกำลังผิดหวังและเสียใจ เมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนคลับเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด พยายามคิดให้ออกแต่ก็หาเหตุผลมาตอบตัวเองไม่ได้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร

 

ขนลุกวูบตอนที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามอง ..ไม่สิ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มองแบมแบม แต่กำลังจ้องมือของมาร์คที่แตะอยู่บนแขนของแบมแบมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังต่างหาก

 

 

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

 

 

**สำคัญ**

 

            ตอนนี้อยู่ในช่วงเตรียมรวมเล่ม MARKBAM RAPPER ค่ะ เลยอยากจะทราบจำนวนคร่าวๆของผู้ที่สนใจ ^^ (ด้านในมีแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเล่มฟิคเล็กน้อยค่ะ) รบกวนผู้ที่สนใจคลิกเข้ามาบอกกันหน่อยน๊า~

ระยะเวลาในการสอบถาม (15 วัน) : 14 – 28 ก.พ. 2560

 

Link : https://goo.gl/forms/RbMjZdHY8ok9Xkq43   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4766 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:09
    ยองเเจจจจจ เเอเเงงงง เราขอโทษ ฮือวววว

    ทำไมเค้าคนนี้ถึงได้ทำอะไรเลวๆขนาดนี้ได้อะ เพราะรักมากจนอยากได้น้องหรอ ถึงได้ทำลายกันเเบบนี้
    #4766
    0
  2. #4741 Icedly (@Icedly) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 23:48
    มาทำร้ายศิลปินที่ชอบนี่นะ
    #4741
    0
  3. #4717 Lookshin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 10:45

    โอย แต่งออกมาได้สมจริงมากๆค่ะ

    #4717
    0
  4. #4640 tide2537 (@tide2537) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:21
    คงจะหึงหวงแบมม
    #4640
    0
  5. #4593 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:40
    น่าจะโรคจิตอะฮือออออ
    #4593
    0
  6. #4546 thapanikhamprae (@thapanikhamprae) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 00:10
    อห.เหตุการ์ณมันเเบบคุ้นๆ น่ากลัวอะเห็นเเก่ตัวมากเลยอะ
    #4546
    0
  7. #4532 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:05
    โอ้ รู้แล้ววว แบบนี้ไม่เรียกว่ารักศิลปินหรอกนะ เรียกว่าเห็นแก่ตัว
    #4532
    0
  8. #4490 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 15:33
    อมก. น่ากลัวอ่ะ
    #4490
    0
  9. #4276 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:30
    คงไม่ใช่แค่นี้ไหม มีแค่คนเดียวเหรอ 
    #4276
    0
  10. #4197 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:57
    สติน้องแบมจะหลุดเเล้ววว เจอแบบนี้ก็แย่เลย แฟนคลับตัวเองด้วย สงสารทั้งที่เชื่อใจในแฟนตัวเองมากก็เสียใจมากเมื่อรู้ความจริง
    #4197
    0
  11. #3928 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 22:12
    แฟนคลับหวงแบม จนทำแบบนี้รึป่าว น่ากลัวนะ
    #3928
    0
  12. #3806 toto (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 08:59
    แฟนคลับที่หวงแบมมากจนทำร้ายเค้าเองเนี่ย ใช้ความรักในทางที่ผิดมาก
    #3806
    0
  13. #3623 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:39
    รักเค้าแล้วทำไมทำแบบนี้ล่ะ หักหลังเค้าแบบนี้อะเหรอ ทำแบบนี้เพราะหวงเหรอ มีสิทธิขนาดนั้นเลยรึไง เป็นเจ้าของชีวิตเค้าเหรอ รักเค้าแล้วทำไมทำให้เค้าลำบาก ทำไมต้องหาเรื่องให้เค้าล่ะ โว้ยยยยยย อยากเข้าไปกระชากแล้วต่อย//อินเกิ๊นนนนน
    #3623
    0
  14. #3518 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 16:39
    น่ากลัวอะ
    #3518
    0
  15. #3480 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 22:21
    ทำไมอ่าา น่ากลัวจริง
    #3480
    0
  16. #3457 Bowiee (@bbbowww) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:16
    รักเค้าได้ แต่ไม่ใช่เจ้าชีวิตของเค้าอ่ะ โห่ ทำไมทำงี้อ่าาา
    #3457
    0
  17. #3361 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 11:20
    เค้าทำเรื่องทั้งหมดจริงเปล่าเนี่ย...มีอีกรึเปล่าน่อ
    #3361
    0
  18. #3162 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 11:55
    รักมาก ก็เกลียดมากสินะ คงรู้สึกเหมือนโดนหักหลังล่ะมั้ง // แต่ถ้าเป็นแฟนคลับจริงๆ รักในตัวศิลปินจริงๆไม่น่าจะทำแบบนี้สิ รักได้แต่ต้องมีขอบเขต ศิลปินก็มีชีวิตเป็นของเขา เราก็มีชีวิตเป็นของเรา ไม่ชอบได้ ใครๆก็มีเรื่องที่ไม่ชอบ แต่ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกัน // ตอนรักก็รักแทบเป็นแทบตาย พอเลิกรักก็ทำร้ายกันได้โดยไม่คำนึงว่าผิดแค่ไหน บ้าบอ (อินจัด เพราะชีวิตจริงก็มีแบบนี้) ตรรกะ ศิลปินรักใคร เรารักด้วย ไม่จริงหรอก แต่ศิลปินรักใครก็เรื่องของเขา อย่าไปเผือก อันนี้จริง เคนะ *o*
    #3162
    0
  19. #3113 Thungpang24 (@Thungpang24) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 00:51
    ช็อคมากอะ!!! คือขึ้นชื่อว่าแฟนคลับแล้วมาทำแบบนี้เพื่อไรว่ะ!!
    #3113
    0
  20. #3106 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 15:18
    เฮ้ย! ชอค! เป็นแฟนคลับแบมแล้วทำแบบนี้กับแบมเพื่ออะไร? ทำไม ถึงทำให้นักร้องที่ตัวเองชอบต้องเจ็บตัว เพื่อ!!! โอ้ยย นี่มันจะจบแล้วมั้ยอะคะ มันจะจบแค่จับตัวได้มั้ย รึยังไง ฮือออ
    #3106
    0
  21. #3058 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 19:44
    ทำเพื่อ????
    #3058
    0
  22. #2816 Noey Bah (@kmnoey) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:18
    โอ้ยยยย น้ำตาไหลแรง อึดอัด กดดัน เครียดแทน สงสารทั้งคู่เลย ฮือออ คิดว่าถ้าเป็นเรื่องจริงคงโหดร้ายสำหรับศิลปินมากๆ ทำไมนะทำไมมม
    #2816
    0
  23. #2765 pcnmtcn (@gamelovekyuwook) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:09
    แฟนบอยผู้โหดสัสสส//พี่มาร์คจัดการมันเลย!!!!!!!!!!!!!!
    #2765
    0
  24. #2764 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:58
    โอ๊ย ทำไมต้องทำกันถึงขนาดเน้คุณแฟนคลับน้องแบม
    #2764
    0
  25. #2760 Vlovegot7 (@sirikorn35) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:48
    น้องผิดตรงไหน ด่าว่าอยู่นั่นแหละ ฮึก!!!
    #2760
    0