[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 10 : ตอนพิเศษ : [Bambam's Diary] - first time - 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    30 ต.ค. 60

 

 

 

first time

#1

 

 

ว่ากันว่าอะไรที่เป็น ครั้งแรก

มักจะน่าหวาดหวั่นแต่เป็นที่จดจำเสมอ

 

แม้ต่อให้สุดท้ายแล้ว

เราอาจไม่อยากจดจำมันเลยก็ตาม

 

 

 

 

 

2010 : August

 

 

            “เฮ้ๆ ตื่นกันได้แล้วเด็กๆ เอาล่ะ วันนี้ครูมีสมาชิกใหม่จะมาแนะนำให้รู้จัก”

            เสียงเรียกความสนใจดังมาจากประตู เด็กฝึกตัวเล็กสุดที่นั่งอยู่ริมห้องหันไปให้ความสนใจกับคำของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครูฝึกของเด็กที่เตรียมตัวจะเป็นศิลปิน ชะเง้อคอมอง ต่างจากบรรดาเด็กๆคนอื่นที่ดูจะไม่ได้กระตือรือร้นเท่าไหร่นัก

 

            “นี่เพื่อนใหม่มาจากอเมริกา จะมาฝึกกับเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ช่วยกันดูแลเขาด้วย เข้าใจไหม” คุณครูทำเป็นออกคำสั่งทีเล่นทีจริง แล้วเด็กๆในห้องก็พากันกรูเข้าไปให้ความสนใจกับเพื่อนใหม่ตามคำสั่ง

 

            แบมแบมไม่ได้พุ่งเข้าไปหาเด็กฝึกจากอเมริกาอะไรนั่นหรอก หลักๆเลยก็เพราะว่าตัวเขาเล็กกว่าใครเพื่อน คงเบียดเข้าวงล้อมนั้นไปไม่ไหว อีกอย่างแบมแบมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็เลยคิดว่าเข้าไปหายังไงก็คงพูดกันไม่รู้เรื่อง

 

            มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ตั้งแต่แบมแบมมาอยู่ที่นี่หอบหิ้วความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องมาไกลถึงเกาหลี มันก็มีแค่ความฝันนี่แหละที่รั้งให้เขายังบอกตัวเองว่าให้อดทนต่อไป

 

            แม้มันจะเป็นระยะเวลาแค่เดือนเดียวแต่สำหรับแบมแบมแล้วมันเป็นหนึ่งเดือนที่แสนทรมาน หนึ่งเดือนที่ต้องนอนร้องไห้คิดถึงคนที่บ้านทุกคืน หนึ่งเดือนที่ต้องรับมือกับอาหารไม่ถูกปาก อากาศที่ไม่คุ้นชิน และที่หนักไปกว่านั้นคือการต้องมีชีวิตอยู่ในโลกที่แทบจะเข้ากับใครไม่ได้เลยให้ได้

 

            ทุกวันนี้เขาต้องมีล่ามคอยดูแล มันสะดวกก็จริงสำหรับเด็กที่ยังสื่อสารภาษาเดียวกันกับคนอื่นที่นี่ไม่ได้ แต่บางอย่างมันก็เหนือการควบคุมของพวกผู้ใหญ่ บางการกระทำบางความหมายมันก็รับรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษานั้นเลยแม้แต่คำเดียว

 

            ทำไมแบมแบมจะไม่รู้ว่าเพื่อนๆเด็กฝึกด้วยกันไม่ได้ชอบตัวเองมากนัก ถึงจะไม่เข้าใจภาษาที่คนพวกนั้นพูดกันแต่แบมแบมก็เข้าใจความหมายของสายตาและท่าทีหลายๆอย่างที่ส่งมาได้แจ่มแจ้ง

 

            แม้มันจะดีที่คุณครูและทีมงานผู้ใหญ่หลายคนในบริษัทเอ็นดู ด้วยความที่เขาตัวเล็ก ยิ้มง่าย และพยายามจะร่าเริงสดใสอยู่เสมอ แต่ความถูกเอ็นดูข้ามหน้าข้ามตานั่นแหละที่มันกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้แบมแบมไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว

 

 

 

Hey

เสียงทักทายสำเนียงไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆตัวพร้อมกับเด็กใหม่ที่ทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพงข้างแบมแบม

หันไปมองตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องยิ้มให้บางๆตามมารยาทแล้วหลบตาทันที

 

มีที่นั่งตั้งมากมายให้เลือกไปนั่งทำไมถึงไม่ไป อุตส่าห์ทำตัวลีบให้กลืนไปกับกำแพงแล้วเชียวยังจะมองเห็นอีก!

แบมแบมเห็นนะว่าอีกคนหน้าตาค่อนข้างดีมาก เพราะงั้นเลยมีเด็กฝึกหลายๆคนพยายามจะเข้ามาตีสนิท อยากจะพาไปรวมกลุ่มด้วย ทำไมไม่ไปอยู่กับคนพวกนั้นเล่า! จะมายุ่งกับเขาทำไม

 

 

What’s your name?

Bambam

เอ่ยปากตอบประโยคง่ายๆแล้วก็กลับไปเงียบตามเคย

 

 

Nice to meet you Bambam, I’m Mark

 

 

 

Can you speak English?” 

“...”

แบมแบมเลือกที่จะส่ายหัวไม่ตอบ ไม่หันไปสบตา นั่งจ้องมือตัวเองที่กุมกันไว้เพราะความประหม่าจนดูเหมือนว่าคนข้างๆจะยอมแพ้กับการทักทายนี้

 

แต่เพียงไม่นานแรงสะกิดเบาๆที่แขนก็เรียกให้แบมแบมหันไปมอง มาร์คยื่นช็อคโกแลตบาร์ซองเล็กมาให้เหมือนอยากจะใช้เชื่อมสัมพันธ์

 

แบมแบมรีบคว้าหมับที่มือของมาร์คแล้วกดมันลง หันซ้ายหันขวามองให้แน่ใจแล้วว่าไม่มีใครเห็น ก็ที่นี่น่ะ มีกฎห้ามเอาอาหารและขนมเข้ามากินในห้องซ้อมโดยเด็ดขาด ถ้าเด็กฝึกคนไหนแอบเอาอะไรเข้ามาก็จะต้องถูกทัณฑ์บนโดนตัดคะแนนความประพฤติแล้วถ้ามากๆเข้าก็มีสิทธิ์โดนถอดออกจากการเป็นเด็กฝึกของค่ายได้เลย

 

พยายามใช้ภาษากายอธิบายเรื่องขนม ชี้มือชี้ไม้บอกว่าเอาเข้ามากินที่นี่ไม่ได้ จะให้พูดอธิบายก็ยากเกินไปเพราะแบมแบมรู้จักแค่คำว่า eat กับคำว่า no สุดท้ายเลยหยิบขนมในมือมาร์คยัดกลับลงไปในกระเป๋าของอีกคนแล้วตัวเองก็วิ่งไปหอบหิ้วกระเป๋าตัวเองมาบ้าง หยิบสมุดกับดินสอออกมาวาดรูปอธิบายอยู่นานจนในที่สุดมาร์คเข้าใจ

 

อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ หัวเราะเหมือนเอ็นดู ขำเล็กน้อยให้กับความพยายามของแบมแบมแล้วยัดช็อคโกแลตบาร์ใส่ลงในกระเป๋าแบมแบม รูดซิปปิดเสร็จสรรพพร้อมยกนิ้วทำปากชู่ว ยกยิ้มโชว์เขี้ยวเล็กๆพร้อมกับวิงค์มาให้หนึ่งที

 

 

 

 

 

Secret

 

 

 

 

 

 

นั่นคือครั้งแรกที่แบมแบมได้รู้จัก

 

มาร์ค ต้วน

 

 

และเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่แบมแบมรู้สึกว่าการพูดกันคนละภาษามันก็ไม่ได้แย่เสมอไป บางทีเขาอาจจะเจอแล้วก็ได้คนที่เป็นเหมือนกันกับเขาน่ะ

 

คนที่มาจากที่ไกลๆสื่อสารกับใครไม่ได้ มีแค่ความฝันที่แบกเอาไว้แม้จะกลัวแต่ก็ยังอยากจะสู้

 

บางที มันอาจจะดีก็ได้มั้งถ้าหากแบมแบมจะลองเปิดใจยอมมีเพื่อนกับเขาดูสักคน

 

 

 

 

 

 

2010 : September

 

 

ชีวิตของแบมแบมเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อมีมาร์คเข้ามา สองสามอาทิตย์แรกมันก็น่ารำคาญอยู่หรอกที่อยู่ๆมีใครก็ไม่รู้มาคอยเดินล้อมหน้าล้อมหลัง มาดักรออยู่ที่หน้าตึกตอนกลางคืนหลังคลาสเรียนเต้นหรือยืนรอหน้าหอพักรวมเพียงเพื่อจะเดินเข้าตึกและกลับห้องพักพร้อมกัน

สนิทกันเหรอ? ฮึ ไม่ได้เข้าใกล้คำนั้นเลยด้วยซ้ำ มีแค่มนุษย์ต่างด้าวจากอเมริกาฝ่ายเดียวที่อยู่ๆก็พุ่งเข้าหาแบมแบมโดยไม่รู้เหตุผล (เอ๊ะ แต่เขาก็ต่างด้าวเหมือนกันนี่นา) ไปๆมาๆจากความน่ารำคาญและอึดอัดใจมันกลายเป็นความเคยชินและไว้ใจไปได้ยังไงก็ไม่รู้

 

 

ระหว่างเราไม่ค่อยมีบทสนทนาหลุดออกมาเป็นคำพูดมากนักจะมีก็เพียงภาษามือและลายเส้นยุกยิกที่วาดลงในสมุดเพื่ออธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

จากที่เคยเป็นน้องเล็กที่สุดในค่ายที่ทางผู้ใหญ่จัดล่ามและจัดคนมาคอยช่วยดูแล แบมแบมก็โดนปล่อยให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์เมื่อพวกผู้ใหญ่เห็นว่าแบมแบมมีคนคอยดูแลและมี เพื่อนเหมือนคนอื่นเขาบ้างแล้ว

 

มันลำบากไม่น้อยกับการสื่อสารคนละภาษา ยากเหมือนเรามาจากคนละโลก แต่ในความยากลำบากนั้นแหละที่ทำให้แบมแบมรู้สึกเป็นครั้งแรกถึงความสนุกและได้เปิดใจ

ถึงจะพูดโต้ตอบกลับไปไม่ค่อยได้แต่แบมแบมก็พอจะเข้าใจภาษาอังกฤษที่มาร์คพูด คงต้องขอบคุณที่อีกฝ่ายใจเย็นมากพอที่จะพูดช้าๆอธิบายในสิ่งที่แบมแบมไม่เข้าใจ แม้ว่าสุดท้ายแล้วแบมแบมก็ไม่เข้าใจเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นแหละ

 

เราทั้งคู่เลยลงเอยด้วยการตัดสินใจโดยที่ไม่จำเป็นต้องปรึกษากันเลยสักนิด ว่าจะตั้งใจเรียนภาษาเกาหลีให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เลิกพกสมุดคนละเล่มเอาไว้วาดอธิบายยาวยืดให้อีกฝ่ายเข้าใจสักที

มีเรื่องมากมายที่อยากพูด อยากถาม แต่พอคุยกันคนละภาษามันก็ลำบาก จะให้มาร์คเรียนภาษาไทยก็คงยากเกินไป เอาเป็นว่าให้เรามาเจอกันตรงกลางน่าจะดีที่สุด ยิ่งมีเพื่อนช่วยกันเรียนช่วยกันฝึกพูดมันก็ยิ่งไม่น่าเบื่อและเห็นผลเร็วขึ้น

 

 

 

 

 

 

2010 : November

 

 

อาจเพราะว่ามาร์คโตกว่าถึงได้เรียนรู้เร็วกว่าแบมแบม เลยทำให้มาร์คพูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนคนอื่นได้ดีขึ้นมากในเวลาเพียงแค่สามเดือนและเพราะว่าใบหน้าหล่อๆชวนให้ผู้คนเข้าหานั้นช่วยเอาไว้ ถึงได้มีแต่คนเข้ามาคุย เข้ามาทักมาร์คอยู่ตลอดเวลา

 

แม้แบมแบมจะรู้ว่าบางทีมาร์คก็ดูรำคาญอยู่บ้างแต่เพื่อฝึกภาษาแล้วมาร์คก็ดูจะยอมทนรำคาญแล้วพูดโต้ตอบกับคนที่เข้ามาทักเสมอ ส่วนแบมแบมเองแม้จะยังคิดคำมาตอบไม่ค่อยทัน ยังจำได้ไม่ดีนักแต่การได้ฟังมาร์คคุยกับคนอื่นอยู่ตลอดมันก็ทำให้การฟังของแบมแบมพัฒนาไปมากจริงๆ

 

อ้อ มีอีกอย่างที่มันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า นั่นคือตอนนี้แบมแบมไม่ได้ขยับไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงสายตาและเสียงซุบซิบนินทาอีกแล้ว หลายคนเข้ามาหา มาทำความรู้จักและตัวแบมแบมเองก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเปิดใจทักทายยิ้มแย้มให้คนอื่นบ้าง

คงต้องขอบคุณมาร์คที่ไปไหนก็มักจะหนีบแบมแบมไปด้วย (ที่จริงจะเรียกว่าบังคับลากไปก็ได้อ่ะ) แนะนำเขาให้กับกลุ่มเพื่อนที่มาร์คไปเรียนศิลปะป้องกันตัวพาไปรู้จักกับเพื่อนเด็กฝึกต่างค่าย (ที่ไม่รู้ว่ามาร์คไปรู้จักตอนไหน) ทำให้แบมแบมได้เปิดหูเปิดตาได้เห็นอะไรใหม่ๆเจอคนใหม่ๆ

 

 

 

 

ตอนนี้ดูเหมือนสำหรับแบมแบมอะไรก็มีแต่มาร์ค มาร์ค มาร์ค ใช่ไหม?

 

 

ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ผิดถ้าแบมแบมจะบอกว่าตัวเองน่ะ ติดมาร์ค เข้าให้แล้ว

 

 

ทุกที่ที่มาร์คพาไป ทุกอย่างที่มาร์คสอน ทุกคำที่เราพยายามจะใช้สื่อสาร หรือทุกๆมุกตลกฝืดที่เราหัวเราะไปด้วยกัน มันหล่อหลอมให้ความสัมพันธ์ของสองคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่คนแปลกหน้า กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของกันและกัน

 

เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายหายไปก็ต้องคอยมองหา เช้าและดึกที่ไปกลับหอพร้อมกันโดยที่ไม่เบื่อที่จะรอ เปลี่ยนความคิดที่อยากจะยอมแพ้แล้วกลับบ้านให้กลายเป็นมีความหวังและสนุกไปกับการวิ่งไล่ตามความฝัน

 

แบมแบมไม่รู้เลยว่าถ้าไม่มีมาร์คคอยอยู่ด้วยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้ แบมแบมจะทนใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่โดดเดี่ยวห่างไกลครอบครัวด้วยตัวคนเดียวไปได้นานแค่ไหน

 

ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้มาร์คมาที่เกาหลี และขอบคุณอะไรก็ตามอีกเช่นกันที่ทำให้วันนั้นมาร์คเลือกที่จะเข้ามาทักแบมแบม

 

เป็นเรื่องที่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่น่าเชื่อ เราต่างก็มาจากที่แสนไกล ห่างกันคนละซีกโลก ตื่นและนอน ใช้ชีวิตกันคนละช่วงเวลาแต่กลับมาเจอกันในสถานที่ๆเราต่างก็ไม่คุ้นชิน มาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆไปพร้อมกัน

 

 ระหว่างเรามันเป็นความบังเอิญที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

2011 : June

 

 

“มันไม่ได้เรียกว่าบังเอิญ มันคือ Destiny ต่างหาก”

 

แบมแบมยังจำได้ว่านั่นคือประโยคที่มาร์คเคยเถียงและพูดติดตลกออกมาตอนที่เราแอบขึ้นไปนอนเอกเขนกบนดาดฟ้าหอพักวันที่สกู๊ปข่าวเล็กๆที่ครูตัดมาให้ลองอ่านในชั่วโมงภาษาเกาหลีบอกว่าจะมีดาวตก ก่อนจะมารู้ทีหลังว่า อ๋อ วันที่มีดาวตกน่ะ มันวันนี้ของเมื่อปีที่แล้วต่างหาก! นั่นมันข่าวเก่า!

 

 

“มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนดเหมือนกันทั้งคู่ไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ แต่ไม่เหมือนกัน เด็กบ๊องเอ้ย!

 

ตอนนั้นแบมแบมไม่เข้าใจหรอกว่ามันต่างกันยังไงเพราะชีวิตของแบมแบมน่ะมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมากมาย การชนะการประกวดเต้นทั้งที่ลงแข่งแทนพี่ชายที่ขาหักจนได้มาที่เกาหลี การได้พบเจอผู้คน ได้ลองทำอะไรมากมายแบบที่เด็กในวัยเดียวกันอาจไม่เคยได้ทำด้วยซ้ำ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความบังเอิญทั้งนั้น

 

“สำหรับนายอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับฉันมันต่างออกไป”

“ยังไง”

 

“นายมีความฝันที่อยากจะทำแต่ฉันน่ะ ฉันไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมาที่นี่ ไม่ได้อยากเป็นนักร้องไม่ได้มีความฝันอะไรแบบนั้น ตอนที่โดนแมวมองไปทาบทาม  ไม่รู้ดิ ฉันก็แค่มาอ่ะ อยู่ๆมันก็อยากจะมาทั้งที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ฉันรู้แค่ว่าฉันต้องมามันเป็นความรู้สึกที่ถ้าไม่ทำตามแล้วจะเสียใจไปตลอด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่อให้เลือกที่เที่ยวฉันก็ไม่มีความคิดอยากจะมาแถบเอเชียเลยด้วยซ้ำ”

 

“พี่จะบอกว่าพี่มาที่นี่เพื่อมาเจอผมเหรอไง? ตลกแล้ว ฮ่ะๆ”

“ไม่รู้ดิ พูดแบบนั้นมันก็ออกจะน้ำเน่าอยู่พอตัวนะ”

 

“แต่พี่ก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักผมก่อนอ่ะ” แบมแบมพูดอย่างผู้อยู่เหนือกว่า

“อืม ก็ใช่ ตอนนั้นไม่รู้คิดยังไงแค่เห็นแล้วถูกชะตา นายตัวจึ๋งเดียวนั่งทำตัวลีบ กลืนไปกับกำแพงเหมือนไม่มีเพื่อนคบ แล้วฉันก็ดันอยากเป็นเพื่อนกับนายเลยตัดสินใจเข้าไปทัก แต่ปกติก็ไม่ได้เป็นคนอัธยาศัยดีขนาดนั้นหรอกนะ”

“ก็พอรู้อยู่”

 

 

 

“แล้วพอได้เป็นเพื่อนกันแล้วพี่ผิดหวังไหม”

“จะผิดหวังทำไม นายเก่งจะตาย ฉันนับถือในความเด็ดเดี่ยวของนายที่กล้ามาอยู่ที่นี่คนเดียวทั้งที่อายุแค่นี้ ตัวก็เล็กแค่นี้” มาร์คยื่นมือออกมาตรงหน้า เอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งสมมติขนาดตัวแบมแบมให้เล็กไม่ถึงคืบ

 

“โห่ อีกหน่อยผมจะสูงกว่าพี่เถอะ” แบมแบมแหวกลับแล้วมาร์คที่นอนอยู่ข้างๆก็หันมายีหัวแล้วหัวเราะใส่ แบมแบมปัดมือของคนอายุมากกว่าที่ชอบแกล้งออกเป็นพัลวัน

 

 

 

“เออนี่ พี่มาร์ค.. พี่รู้เปล่า เอาจริงๆถ้าไม่มีพี่ผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันนะว่าตัวเองจะดั้นด้นอยู่มาได้ถึงตอนนี้ไหม”

“ถ้าฉันมีอิทธิพลกับนายขนาดนั้น ก็แปลว่าตอนนี้เราสนิทกันแล้วดิ”

 

“เราสนิทกันตั้งนานแล้วไหม! ไม่งั้นใครจะยอมขึ้นมานอนร้อนๆตากยุงบนดาดฟ้านี่กับพี่เล่า!

“ฮ่าๆ ก็นายแทนตัวเองว่าผมๆๆอยู่นั่น ทีกับคนอื่นเรียกแทนตัวเองซะน่ารัก”

“คนอื่นที่พี่ว่าคือพวกคุณครูไหมล่ะ”

“แล้วฉันสนิทน้อยกว่ารึไง”

 

“ไม่ได้สนิทน้อยกว่าแต่ที่ทำแบบนั้นเพราะอยากจะอ้อนให้พวกผู้ใหญ่เอ็นดูต่างหาก”

“แล้วไม่อยากอ้อนฉันบ้างเหรอ ฉันก็โต กว่านายนะ”

 

“ผมจะอ้อนพี่ไปทำไม เพี้ยนป้ะ” อยู่ดีๆแก้มก็ร้อนวูบขึ้นมาซะดื้อๆ แบมแบมจะโทษว่าเป็นเพราะอากาศในหน้าร้อนแบบนี้แล้วกันที่ทำให้รู้สึกแปลกๆ

 

“แต่ฉันอยากให้นายอ้อนนะ”

 

“โวะ ไอ้พี่มาร์ค จะแกล้งกันเหรอไง มีแผนชั่วในหัวใช่ไหม”

แบมแบมโวย เพราะมาร์คน่ะถึงจะคอยดูแลไม่ให้ใครมารังแก ไม่ให้ใครมาว่าหรือนินทาอะไรแบมแบม แต่บางทีตัวเองนั่นแหละที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการหาเรื่องแกล้งแบมแบม จนบางครั้งแกล้งจนร้องไห้แล้วค่อยมาตามโอ๋ก็มี

 

“เปล่าสักหน่อย ก็นายบอกว่าเราสนิทกัน ฉันก็ควรได้อะไรที่มันเหนือกว่าเพื่อนทั่วๆไปของนายดิ”

“พี่โคตรขี้อิจฉาอ่ะ”

“นอกจากขี้อิจฉาแล้วฉันยังขี้หวงด้วย รู้ไว้เลย”

 

แบมแบมไม่ได้พูดอะไรกลับไป มาร์คเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เราแค่นอนเงยหน้ามองฟ้าเท่านั้น ถึงจะเป็นใจกลางเมืองที่มีตึกสูงระฟ้าเยอะไปหมดแต่คืนที่ฟ้าโปร่งแบบนี้มันก็ยังเห็นดาวระยิบระยับมากพอสมควร

 

“ฉันว่าเราคงโดนหลอก ดาวตกอะไรนั่นไม่น่าจะมีแล้วอ่ะ”

“ผม อ่า .. แบมก็ว่างั้นอ่ะ”

 

ไม่ได้หันไปมองตรงๆแต่หางตาของแบมแบมก็เห็นว่ามาร์ควาดรอยยิ้มถูกใจตอนที่เขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองอย่างที่อีกคนต้องการ

 

 

 

ดาวตกอะไรนั่นก็คงไม่มีอย่างที่มาร์คว่าแล้วแหละ แต่แบมแบมก็ไม่ได้อยากเห็นนักหรอก โดนมาร์คลากขึ้นมาเพราะอีกคนเอาแต่บอกว่าความเชื่อของชาวตะวันตกน่ะถ้าเห็นดาวตกแล้วอธิษฐาน พรนั้นก็จะกลายเป็นจริงขึ้นมา

 

แบมแบมเคยได้ยินมาบ้างแต่ยังไม่เคยลองทำเพราะความเชื่อของคนไทยจะหมายถึงวิญญาณจากบนฟ้าลงมาเกิดบนโลกซะมากกว่า ซึ่งแบมแบมไม่ค่อยอยากจะเอาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณหรือพวกเหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่ยิ่งอยู่ห่างเท่าไหร่ได้ยิ่งดี

 

 

ส่วนโอกาสในการขอพรจากดาวตกที่มาร์คอยากให้แบมแบมลองน่ะ แบมแบมไม่เสียดายนักหรอก จะว่าไปตอนนี้เขาก็ไม่มีอะไรอยากจะขอแล้ว เพราะสิ่งที่อยากได้ก็เหมือนจะมาอยู่ในมือจนเกือบหมดแล้ว

..ความฝัน ความหวัง รวมไปถึง คนข้างๆ

 

นานมาแล้วที่แบมแบมอยากจะมีใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนในโลกที่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง

เฝ้าขอมาตลอดให้มีใครก็ได้ที่เข้าใจ แล้วสุดท้ายคำขอนั้นก็ปรากฏออกมาเป็นตัวเป็นตน เป็นคนที่กำลังนอนอยู่ข้างๆเขาตอนนี้นี่ไง

 

มันอาจดูเกินจริงไปบ้างในความรู้สึกของคนอื่นแต่สำหรับแบมแบมแล้ว เขาก็เหมือนกับคนที่จมน้ำมาแสนนานพอเจอเชือกที่พอจะยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ก็จับมันเอาไว้แน่น ให้มันเป็นทุกๆอย่าง

 

 

มาร์คไม่ใช่แค่เพื่อน แต่มาร์คเป็นเหมือนพี่ชายอีกคนของแบมแบม

 

 

พี่ชายที่ใครก็ไม่รู้ส่งมาหาเขา มาปกป้องเขา มาอยู่ด้วยกัน มาขับเคลื่อนให้ความฝันของแบมแบมชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง

การมาอยู่ในโลกที่เราก็ต่างมีแค่ตัวเอง มันทำให้ความสนิทสนมรวดเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันมีความหมายทุกครั้งที่คิดย้อนกลับไปมองแล้วเห็นว่าตอนนี้เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว

 

อย่างน้อยตอนที่ล้มก็ยังมีคนคอยกระตุ้นให้ลุกขึ้น ถ้าวิ่งต่อไม่ไหวก็จับมือลากกันเดินไปเรื่อยๆ ผลัดกันต้มบะหมี่ให้กินตอนฝนตก(แม้ว่ารสชาติมันจะไม่ได้เรื่องก็เถอะ) มีคนให้งอแงใส่ตอนป่วย มีคนคอยตามใจ ดีกันบ้างทะเลาะกันบ้าง มันทำให้รู้สึกว่านี่เป็น ครั้งแรก ที่แบมแบมเข้าใกล้คำว่าครอบครัวมากที่สุด

 

 

 

มาร์คให้ความรู้สึกอบอุ่นใจแบบนั้น

เหมือนได้อยู่บ้าน

 

 

 

 

first time

 

 

 

 

 “ที่เมกาอ่ะ ถ้านายขึ้นไปบนเขาสูงๆ นายจะได้เห็นดาวเยอะกว่านี้อีกบางทีก็อาจได้เห็นกาแล็กซีเลยด้วยซ้ำ ถ้าโชคดีบางทีตรงรอยต่อของสหรัฐกับแคนาดาก็มีแสงออโรร่าด้วยนะ”

 

“ที่เมืองไทยก็มีที่เจ๋งๆเหมือนกัน ถ้าพี่ได้ไปทะเลทางใต้ถึงจะไม่มีกาแล็กซีแต่ทะเลตอนกลางคืนที่สะท้อนดาวบนฟ้าก็สวยมากเหมือนกันนะ ส่วนทะเลตอนกลางวันน่ะก็เจ๋งสุดๆอยู่แล้ว”

 

“นั่นสินะ อยากไปแฮะ”

“ไว้ตอนที่เราโตกว่านี้ก็คงได้ไปล่ะมั้ง ทั้งที่เมืองไทยและอเมริกา”

 

“หืม? มั่นใจได้ยังไง ยิ่งโตก็จะยิ่งไม่มีเวลาน่ะสิ”

“เราก็ไปตอนที่มีทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกไง ไปทุกๆที่ที่เราอยากไปเลยเป็นไง ได้ทำสิ่งที่รักด้วยได้ไปที่ๆอยากไปด้วย ดีจะตาย เนอะ” หันไปเนอะใส่คนที่นอนข้างๆแล้วมาร์คก็หัวเราะเบาๆกลับมาให้

 

 

 “เรามาเดบิวท์ด้วยกันนะพี่มาร์ค ตอนนี้แบมอาจจะยังเด็กไปรวมกลุ่มฝึกอะไรยากๆกับพวกพี่ยังไม่ได้ แต่สักวันนึงที่แบมโตกว่านี้ สูงกว่านี้ จะเก่งกว่านี้ให้ได้แล้วเรามาเดบิวท์ด้วยกันนะ”

 

แบมแบมยื่นนิ้วก้อยออกไปตรงหน้ามันเป็นการกระทำที่โคตรเด็ก เขารู้ดี แต่ทำไงได้ถึงจะไม่มีใครรับรู้แต่แบมแบมก็อยากให้ดาวบนฟ้าเป็นพยานให้กับความฝันของเราทั้งคู่

 

 

“อื้อ ถ้าจะมีใครสักคนที่ฉันอยากจะให้เขาอยู่ด้วยในวันที่ประสบความสำเร็จ คนนั้นต้องเป็นนายแน่นอนอยู่แล้วแบมแบม” มาร์คหลุดหัวเราะเบาๆแต่ก็ยอมยื่นมือมาเกี่ยวก้อย แถมยังพูดประโยคที่ทำให้คนฟังหัวใจพองโต

 

 

 

“ขอบคุณนะพี่มาร์ค”

“ขอบคุณเหมือนกันนะแบมแบม”

 

 

“ขึ้นไปเป็นดาวบนนั้นด้วยกันเนอะ”

แบมแบมยิ้มกว้าง แล้วใช้มือที่เกี่ยวก้อยอยู่กับมาร์ค ชี้ขึ้นไปบนฟ้า มาร์คตอบรับเบาๆแล้วหันมายิ้มให้ ดึงมือที่เกี่ยวก้อยค้างกันไว้กลางอากาศให้วางลงข้างตัว

 

 

จากนิ้วก้อยที่เกี่ยวกันเพื่อสร้างพันธะสัญญาแบบเด็กๆกลายเป็นการจับมือสอดประสานกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

 

 

 

รู้แต่เพียงว่า

 

มือที่จับกันอยู่นี้ ช่วงเวลาแบบนี้

 

 

 

แบมแบมอยากจะยืดมันออกไปให้นานแสนนาน ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ถึงเช้าเลย

 

 

 

 

 

 

#มาร์คแบมแร็พปอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4698 MTBB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:59

    น่ารักอะ เค้ามีความทรงจำดีๆต่อกันมาตั้งแต่ตอนเด็กๆเลย

    #4698
    0
  2. #4684 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 11:49
    โคตรอบอุ่นเลย
    #4684
    0
  3. #4667 9397♡ (@amimikuma) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:13
    เหมือนเอาเรื่องจริงมาเเต่ง;-;
    #4667
    0
  4. #4576 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 01:49
    น้องมันก็มีแค่พี่อะ ฮืออออ
    #4576
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #4515 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:37
    ฮือออ ตอนเด็กคือผูกพันกันมาก แบบแทบจะเป็นทุกอย่างของกันต์และกันต์อะ
    #4515
    0
  7. #4471 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:28
    รู้แล้วว่าทำไมแบมถึงพยายามเกลียดมาร์คมาก เพราะแบมรักแบมผูกพันธ์กับมาร์คที่สุดเลย เหมือนเป็นโลกอีกใบ ทำไมมาร์คถึงทำให้แบมเสียใจล่าาาTT
    #4471
    0
  8. #4405 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 22:30
    มันน่ารักมาก อบอุ่นหัวใจ
    #4405
    0
  9. #4299 Aely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:16
    นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันสินะ
    #4299
    0
  10. #4254 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 07:59
    ในตอนนั้นสำหรับแบมพี่มาร์คของเป็นทุกอย่างเลยสินะ
    #4254
    0
  11. #4172 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 03:32
    นี่พี่มันเตอะน้องตั้งแต่เด็กเลยนิ 
    #4172
    0
  12. #4150 @fujinoii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 11:03
    เค้าสองคนมีความผูกพันกันมากนะ แต่เพราะอะไรปัจจุบันความสัมพันของเค้าสองคนถึงได่แตกต่างกันมาก
    #4150
    0
  13. #3908 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 19:07
    รู้สึกถึงความผูกพันธ์ของกันและกันนนน
    #3908
    0
  14. #3778 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:19
    เหมือนเอาเรื่องจริงมาเล่าเลยนะเนี่ยอิอิ
    #3778
    0
  15. #3746 แม่น้องส้ม (@nillaw_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:51
    อบอุ่นและลึกซึ้งมากเลย TT
    #3746
    0
  16. #3636 อุลจีมา (@287456) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:00
    แง๊ๆๆ ละมุน ละมุนที่สุด T____T
    #3636
    0
  17. #3535 amezoro (@amezoro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 12:42
    ตอนนี้มันดีมากเหมือนที่ทุกคนพูดจริงๆค่ะ ดีแบบดีอ่ะ จากใจเลย ????????????????????????
    #3535
    0
  18. #3498 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 22:17
    ตอนนี้มันดีมากกกกกTT
    #3498
    0
  19. #3443 MikoKoCH (@MikoKoCH) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:17
    ดีงามพระรามสิบสองง ฮรือออ
    #3443
    0
  20. #3397 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 23:54
    มีความน้ำตาไหล มันบอกไม่ถูกเหมือนลืมว่าเคยรู้สึกแบบนั้น
    #3397
    0
  21. #3382 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:21
    มันดีอ้ะะ มาร์คเดบิวท์ก่อนแบมป่ะ
    #3382
    0
  22. #3315 twinkle_littletaehyung (@praewinkle_mayo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 14:12
    ละมุนนน
    #3315
    0
  23. #3294 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 23:00
    มันละมุนเหลือนเกิน ตอนเด็กๆเนี่ย...
    #3294
    0
  24. #3200 0923641430 (@0923641430) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 13:56
    อ่านจบเเล้วบับ น้ำตาคลอ ปากก็ยิ้ม มันโคตรอบอุ่นหัวใจอ่ะ พอทุกอย่างพังทลายลงไปก็คงเจ็บเจียนเลยเเหล่ะ
    #3200
    0
  25. #3085 _MYYBB (@mellow-aa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 10:22
    อ่านไปก็อดเอามาเทียบกะปัจจุบันไม่ได้เลยค่ะ อดีตมันชั่งหอมหวานน่ารักป๊อปปี้เลิฟอะไรแบบนี้ 
    ไม่อยากจะจินตนาการตอนต่อๆไปเลยค่ะ ว่าถ้าทุกอย่างมันพัง มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน 
    #3085
    0