[END] MARKBAM RAPPER #มาร์คแบมแร็พเปอร์

ตอนที่ 11 : ตอนพิเศษ : [Bambam's Diary] - first time - 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    30 ต.ค. 60

 

 

 

first time

#2

 

ถ้าความประทับใจแรก

คือสิ่งที่จะตราตรึงไปแสนนาน

 

แล้วครั้งแรกของความเจ็บปวดล่ะ?

 

จะกรีดลงไปในใจได้ลึก

และคงอยู่ไปนานแค่ไหนกัน

 

 

 

 

 

 

2012 : March

 

 

 

อย่างที่ใครต่อใครพูดไว้เวลาที่เรามีความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ตั้งแต่ที่ได้เจอมาร์คในวันนั้นตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบจะสองปีแล้ว ทั้งแบมแบมและมาร์คพูดภาษาเกาหลีได้คล่องขึ้นเยอะ มีเพื่อนเด็กฝึกเพิ่มเข้ามามากมายจนตอนนี้แบมแบมไม่ใช่น้องเล็กอีกต่อไปแล้ว

 

หนึ่งในคนที่แบมแบมรู้สึกว่าเข้ากันได้ดีพอสมควรคือเพื่อนที่โรงเรียนสอนศิลปะป้องกันตัวของมาร์ค ชื่อว่าแจ๊คสันมาจากฮ่องกงแต่พูดภาษาอังกฤษได้ไฟแลบ เป็นคนที่ดูเหมือนจะมีพลังล้นเหลือและเข้าได้กับทุกคนในโลกนี้ เป็นอีกหนึ่งคนนอกจากแบมแบมที่มาร์คยอมสนิทด้วย (แต่ถึงอย่างนั้นมาร์คก็ยังยกให้แบมแบมเป็นคนที่สนิทที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ ขออวดหน่อยเถอะ!)

 

แจ๊คสันเป็นเด็กฝึกของค่ายแม่ของบริษัทที่มาร์คและแบมแบมฝึกอยู่ซึ่งมันยากมากกว่าเด็กสักคนจะได้เข้าไปเป็นฝึกในบริษัทนั้น ชื่อเสียงและบารมีความยิ่งใหญ่ของค่ายการันตีความสามารถและความโด่งดังในอนาคตได้เลย

 

ตอนแรกแบมแบมก็ไม่อยากเชื่อหรอกว่าอย่างแจ๊คสันเนี่ยนะจะได้ฝึกที่ค่ายแม่แต่พอได้เห็นหลายๆสิ่งที่แจ๊คสันทำได้ก็ต้องยอมรับและอดทึ่งไม่ได้ ทั้งร้อง ทั้งเต้น แร็พ แสดงละคร แจ๊คสันทำได้หมดทุกอย่างแต่ที่เก่งที่สุดก็เห็นจะเป็น พูดเก่ง พูดไม่หยุด ไม่รู้ว่าไปสรรหาอะไรมาพูดได้ตลอดเวลา ถ้าแจ๊คสันไปเอาดีทางงานพิธีกรได้แบมแบมว่าก็น่าจะรุ่ง

 

 

พักหลังๆมานี้ มาร์คเริ่มมีธุระให้ต้องอยู่กับเพื่อนรุ่นเดียวกันบ่อยๆทั้งเรื่องการทดสอบเป็นประจำทุกๆเดือนรวมไปถึงการสอบวัดระดับของโรงเรียนศิลปะป้องกันตัว มีการรวมตัวไปแข่งขันและโชว์ความสามารถเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์

แรกๆแบมแบมก็ว่ามันสนุกดีแถมมาร์คยังเท่มากอีกต่างหาก สาวๆงี้กรี๊ดกันสลบ สนใจกันใหญ่ว่ามาร์คเป็นใครมาจากไหน ฝึกอยู่ค่ายอะไรแต่หลังๆมันก็ชักไม่สนุกแล้วเมื่อมาร์คเริ่มกลับหอมาด้วยรอยฟกช้ำเต็มตัวไปหมด บางคืนก็กลับช้าจนแบมแบมรอไม่ไหวหรือบางคืนไม่กลับมาเลยก็มี (อ้อ เราเป็นรูมเมทกันแล้วนะ แบมแบมย้ายมาอยู่ห้องเด็กฝึกคนโตเมื่อปลายปีที่แล้ว)

 

ทุกๆวันแบมแบมก็ทำได้แค่เอ่ยคำอวยพรขอให้มาร์คอย่าเจ็บตัวมากนักแต่เจ้าตัวก็เหมือนจะมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลาซึ่งแบมแบมรู้ว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเพราะถึงยังไงตัวเองก็เป็นแค่เด็กคงช่วยอะไรมาร์คไม่ได้ แบมแบมอยากจะโตกว่านี้ อยากจะเป็นคนที่มาร์คสามารถพึ่งพาได้บ้าง

 

 

 

 

 

สำหรับแบมแบมแล้ว มาร์คเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ชายเป็นเหมือนครอบครัวเป็นคนที่ทำให้ชีวิตทุกๆวันที่นี่ไม่น่าเบื่อและโดดเดี่ยว แต่แบมแบมไม่รู้หรอกว่ามาร์คจะคิดแบบเดียวกันรึเปล่า จำได้ว่ามาร์คเคยบอกว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นนักร้อง ไม่ได้มีความฝันจะเดินบนเส้นทางนี้ มาร์คก็แค่ทำตามความรู้สึกโดยที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

 

แบมแบมคิดถึงครอบครัวจริงๆมากเท่าไหร่มาร์คก็คงไม่ต่างกัน มิหนำซ้ำ มาร์คยังห่างจากครอบครัวไกลแสนไกล ตื่นและนอนกันคนละเวลา จะเดินทางแต่ละทีก็ใช้เวลานานมากไม่เหมือนเขาที่ครอบครัวมาหาได้ปีละหลายครั้ง

 

แบมแบมเคยแอบได้ยินมาร์คร้องไห้หลังจากที่คุยกับที่บ้านด้วยมันเจ็บไม่น้อยเลยล่ะที่ตอนนั้นทำได้แค่นั่งพิงกำแพงฟังเสียงมาร์คร้องไห้อยู่แบบนั้น ตอนที่เขาร้องไห้อยากกลับบ้านก็มีมาร์คคอยปลอบ พาไปเที่ยว พาออกไปข้างนอกแต่พอกลับกันบ้าง แบมแบมไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายเลยด้วยซ้ำเพราะรู้ว่ามาร์คคงไม่อยากให้ใครเห็น เขาเองก็อยากจะเคารพความเป็นส่วนตัวของมาร์ค

 

..ถ้าโตเร็วกว่านี้ได้ก็คงดี

 

 

 

 

“ไอ้มาร์คตีลังกาพลาด ขาพลิก แบมอยู่ที่ห้องรึเปล่าพี่จะพามันกลับไปส่ง” แจ๊คสันโทรมาบอกแบมแบมในวันหนึ่งที่แบมแบมยังอยู่ในคลาสเรียนเต้น แบมแบมแทบไม่เหลือสติในการเรียนต่อ โชคดีที่อีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะจบการเรียนแบมแบมเลยขอให้แจ๊คสันช่วยอยู่กับมาร์คไปก่อน หลังจากครูปล่อยให้เลิกคลาสแบมแบมก็หอบหิ้วทุกอย่างของตัวเองวิ่งตรงดิ่งกลับหอแบบไม่สนใจเสียงเรียกจากใครทั้งนั้น

 

 

“แฮ่ก.. พี่มาร์ค!” แบมแบมแทบจะลงไปกองอยู่กับพื้นเมื่อมาถึงจุดหมาย

“ค่อยๆก็ได้ มันยังไม่ตายหรอกน่า”

เสียงบ่นจากแจ๊คสันสวนกลับมาทันที หันไปมองก็เห็นว่าคนถูกพูดถึงตอนนี้กำลังยกขาพาดกับโซฟา มีเจลเย็นๆประคบอยู่บนข้อเท้าช้ำ

 

“มาแล้วก็ดูแลกันเอง ไปล่ะ”

แจ๊คสันทำท่าจะออกไปแต่แบมแบมก็รั้งเอาไว้ซะก่อน

“ทำไมพี่มาร์คเป็นแบบนี้อ่ะ”

“ถามมันสิ ไม่ต้องมามองตาขวางใส่เลยนะ พี่ไม่ได้ทำโว้ย กูไปละ อธิบายเด็กมึงด้วยจะกินหัวกูอยู่แล้วเนี่ย” แจ๊คสันรีบร้อนออกไปจากห้องเมื่อหมดธุระเพราะตัวเองอยู่คนละค่ายแล้วหอพักของพวกเด็กฝึกก็มีกฎห้ามพาคนนอกเข้ามา แถมห้องนี้ก็ไม่ได้มีแค่มาร์คกับแบมแบมแค่สองคนด้วย ยังมีเด็กฝึกคนอื่นอยู่ด้วยอีกหลายคนคงไม่ดีถ้าจะมีคนอื่นมาเห็นเข้าถึงจะไม่ได้ร้ายแรงอะไรแต่เขาก็ขี้เกียจไปอธิบายกับพวกผู้ใหญ่

 

 

“พี่มาร์ค ..”

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนี้เลย ก็มันพลาดอ่ะ” มาร์คถอนหายใจ เห็นคนตรงหน้าจ้องเขม็งเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อๆแล้วก็ต้องยอมบอก

“แล้วทำไมมันถึงพลาดอ่ะ ทำมาเป็นปีไม่เห็นเคยพลาด”

“ไม่เคยก็เคยได้ เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีเข้าสักวันแหละ อีกอย่าง.. คงเพราะพักผ่อนน้อยด้วยมั้ง”

“เมื่อคืนพี่ได้นอนรึเปล่า” แบมแบมเสียงแข็งใส่ขึ้นมาทันที

“...”

 

“เงียบแบบนี้แปลว่าไม่ใช่ไหม ทำไมอ่ะ! อดนอนทำไม ถึงจะไม่กลับห้องแต่พี่ก็ควรจะนอนที่บริษัทบ้างนะ อย่าบอกนะว่าซ้อมทั้งคืนแล้วก็ไปเรียนแบบนี้เลย”

 

มาร์คไม่ตอบอะไรกลับมาอีกเช่นเคย ซึ่งมันก็คือคำตอบที่ชัดเจนอย่างที่แบมแบมเดาได้ไม่ยากเพราะแบมแบมคนที่คอยเฝ้ามองมาร์คอยู่เสมอน่ะ สังเกตตลอดแหละว่าช่วงนี้มาร์คเหมือนมีอะไรให้คิดบ่อยก็เผลอใจลอยจนต้องตีแขนเรียกสติ

 

“ไม่เอาน่า พี่ไม่เป็นไรหรอก อย่าขี้แยสิ”

พอพูดแบบนี้แล้วดึงเด็กที่นั่งคุกเข่าหน้างออยู่ข้างโซฟาเข้ามาใกล้แล้วลูบหัวเบาๆ บ่อน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้ก็ไหลเหมือนเขื่อนแตก โถมตัวมากอดมาร์คไว้แน่นจนอีกคนต้องกอดกลับแน่นๆแล้วโยกไปมาปลอบใจ

 

“ร้องไห้ทำไมเนี่ย”

“ก็ไม่ชอบให้พี่เจ็บนี่”

“ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นสักหน่อย”

“แต่ก็เจ็บไม่ใช่เหรอ”

“อื้อ ก็นะ งั้น.. ช่วยไปหยิบไอติมในตู้เย็นให้หน่อยดิ เนี่ย กินแล้วต้องหายเจ็บแน่ๆเลยอ่ะ” มาร์คดันตัวแบมแบมออก แล้วชี้มือไปที่ครัว

“หลอกใช้กันนี่หว่า”

 

ถึงจะบ่นไปแบบนั้นแต่แบมแบมก็ลุกไปหยิบให้อย่างที่มาร์คต้องการอยู่ดี กลับมาก็มานั่งนวดยาที่ข้อเท้าช้ำๆของมาร์ค แกะผ้า พันผ้าเป็นสิบๆรอบเอาแต่ถามว่ารัดไปไหม เจ็บรึเปล่า จนมาร์คต้องยืนยันเป็นครั้งที่สิบอีกเช่นกันว่ามันโอเคแล้ว

 

 

“เดี๋ยวนะ แล้วพี่ล้มท่าไหนอ่ะ” แบมแบมคิดแล้วก็ถามมาร์คออกไป

“ก็.. ขามันพลิกแล้วก็เอาหลังลงอ่ะ” ตอบตะกุกตะกักเหมือนไม่อยากบอก

แบมแบมพุ่งเข้าไปจะขอดูหลังแต่มาร์คไม่ยอม ยื้อแย่งกันอยู่นานจนแบมแบมถอดใจ เพราะมาร์คไม่ให้ดูเด็ดขาด

 

จนกระทั่งแบมแบมเผลอเห็นตอนที่มาร์คถอดเสื้อเตรียมอาบน้ำโดยที่ลืมว่าเขานั่งอยู่ด้วยในอีกสองวันถัดมานั่นแหละ

 

กลางหลังมีรอยช้ำลากเป็นทางยาว

 

“พี่มาร์ค!

“อ.. อะไร”

มาร์ครีบใส่เสื้อกลับลงไปเหมือนเดิมเหมือนเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองพลาดเข้าให้แล้ว

 

“หลังพี่! ไหนบอกว่าไม่เจ็บไง”

“ก็ไม่เจ็บไง.. ตอนนี้อ่ะ ไม่เจ็บแล้ว”

 

“โกหก ทำไมต้องปิดแบมด้วย” เสียงแหวดังขึ้นลั่นห้อง ป่านนี้เพื่อนเด็กฝึกคนอื่นคงเอาหูมาแนบประตูห้องของพวกเขาแล้วมั้ง

“ไม่ได้จะปิด ถ้านายเห็นเดี๋ยวก็ร้องไห้งอแงอีกอ่ะ”

 

“ก็ร้องเพราะเป็นห่วงพี่หนิ ถ้าไม่อยากให้ร้องก็อย่าเจ็บตัวอีกสิ!

“รู้แล้วๆ ต่อไปนี้จะระวัง โอเคไหม”

 

“เลิกไปเลยไม่ได้เหรอ”

แบมแบมไม่ได้บังคับหรืออยากจะเอาแต่ใจ เขาก็แค่ห่วง และไม่ชอบใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทำด้วย แค่หน้าตาของมาร์คก็เรียกสาวได้เยอะแยะแล้ว ไม่เห็นจะต้องตีลังกาให้มันเจ็บตัว

 

“ไม่ได้” มาร์คปฏิเสธเสียงอ่อน

“ทำไม”

 

“บอยกรุ๊ปตอนนี้มีเยอะจะตายไป ถ้าอยากจะโดดเด่น เราก็ต้องแตกต่าง”

“แล้วมันคุ้มกันเหรอไง”

“คุ้มไม่คุ้ม มันวัดกันตอนนี้ไม่ได้หรอก”

“ไม่เห็นจะคุ้มตรงไหน พี่ต้องเจ็บตัว”

“ทำอะไรมันก็ต้องลำบากก่อนสบายทั้งนั้นแหละแบมแบม ขนาดนายเองยังมีเต้นพลาดจนเกือบขาพลิกเลย ฉันก็ห่วงเหมือนกันนะแต่ทำไงได้มันคือสิ่งที่เราต้องทำนี่”

 

“ฮึ เราจะได้เดกันตอนไหนก็ไม่รู้ ..”

มาร์คไม่ตอบอะไรกลับมา เงียบและหายไปอาบน้ำ แบมแบมอยากจะเถียงแต่มาร์คมีเหตุผลของมาร์คเสมอ เหตุผลที่แบมแบมไม่เคยโต้แย้งได้ ก็มันเป็นความต้องการของเจ้าตัวใครจะไปห้ามอะไรได้

 

 

 

 

 

 

2012 : April

 

 

 

หนึ่งเดือนที่แบมแบมยุ่งวุ่นกับการฝึก มาร์คก็ได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่ที่ห้องเพราะข้อเท้ายังเจ็บอยู่เลยทำอะไรไม่ได้ บางวันมีก็บ้างที่ออกมาบริษัทแต่เหมือนความกดดันจะทำให้มาร์คดูมีเรื่องเครียดตลอดเวลา เสียงค่อนขอดเหน็บแนมจากเพื่อนเด็กฝึกบางคนที่ขี้อิจฉามีมาให้ได้ยินประปราย

 

แบมแบมรู้ว่ามาร์คได้ยินหมดทุกอย่างถึงจะยิ้มให้และทำเหมือนไม่มีอะไรเวลาอยู่กับแบมแบมแต่การที่ทำหน้านิ่งกวาดตามองคนอื่นไปทั่วแบบนั้น แบมแบมก็รู้แหละว่ามาร์คต้องกำลังอยู่ในโหมดไม่สบอารมณ์แน่ๆ

 

แต่แบมแบมไม่คิดเลยว่าคำค่อนขอดนินทาของคนอื่นจะมีผลกับมาร์คจนกระทั่งวันที่แบมแบมได้ยินมาร์คคุยกับคุณครูที่คอยดูแลเรา มันเป็นความบังเอิญที่แบมแบมอยากขอให้ไม่เกิดขึ้น ถ้าเขาค่อยๆเดินมาช้าๆไม่รีบวิ่งมาหยุดหน้าห้องซ้อมทันทีที่ตัวเองเลิกคลาสก็คงไม่ต้องได้ยินประโยคที่ฟังแล้วชวนให้เจ็บปวดแบบนี้

 

 

 

“ผมคิดว่าอาจจะทำต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ผมไม่รู้แล้วว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ทำไม มันเหนื่อย มันท้อ ทำไมต้องมาทนเจ็บตัว มาฝึกอะไรก็ไม่รู้ที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ทำไมต้องจากครอบครัวมาอยู่ที่นี่ ทิ้งทุกอย่างที่เคยมีมาพยายามให้กับอะไรก็ไม่รู้ บางที.. ไม่รู้สิฮะ บางทีมันอาจจะดีที่สุด ถ้าผมจะหยุดแล้วกลับบ้านซะ”

 

แบมแบมหลบข้างตู้ล็อคเกอร์อันใหญ่ตอนที่คุณครูเดินออกจากห้องไปก่อนจะย้ายมานั่งพิงประตูกระจกขุ่นๆไม่กล้าเข้าไปในห้อง แบมแบมไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วตัวเองควรจะพูดหรือทำอะไร เลยเลือกที่จะอยู่ตรงนี้

 

แบมแบมเข้าใจดี ไม่แปลกหรอก มีเด็กฝึกมากมายที่ถอดใจยอมแพ้เพราะมันไร้จุดหมาย ไร้อนาคต มีแค่ความหวังลมๆแล้งๆว่าสักวันจะได้เดบิวท์ สักวันจะโด่งดัง

แต่ที่แบมแบมยังทนอยู่เพราะเขาเองก็มีเหตุผลของเขา แบมแบมมาทำตามฝันและทำเพื่อครอบครัวต่อให้ใครจะยอมแพ้แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ เขาล้มเลิกมันไม่ได้จะทำให้แม่ผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด

 

 

แล้วมาร์คล่ะ มาร์คมีทุกสิ่งมีอนาคตมีครอบครัวที่รออยู่แล้วมาร์คก็ทิ้งทุกอย่างเพื่อมาที่นี่ ถ้ามาร์คจะกลับไปแบมแบมก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจาก..คงต้องยอม

 

แต่ว่านะ..

ทำไมมันถึงได้เจ็บแบบนี้

 

 

แบมแบมก็แค่ไม่คิดเลยว่าตลอดเวลาที่มาร์คดูเหมือนมีความสุขดีกับสิ่งที่ทำอยู่ มาร์คจะมีความคิดแบบนี้มาโดยตลอด แล้วตัวเขาล่ะ ถ้ามาร์คไม่อยู่แล้วแบมแบมจะเป็นยังไงต่อไป นึกภาพวันที่ไม่มีมาร์คไม่ออกจริงๆ

 

ที่จริง.. แบมแบมไม่เคยคิดจะนึกถึงมันเลยด้วยซ้ำ

 

 

หยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความบอกมาร์คว่าวันนี้จะไม่มาหาที่ห้องซ้อม ก่อนจะเก็บโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นปาดน้ำตาเปียกๆข้างแก้มออกจนหมด เดินออกไปจากตรงนี้

 

 

ปล่อยให้มาร์คอยู่กับตัวเอง

 

บางทีมาร์คอาจต้องการเวลาที่จะอยู่ลำพังเผื่อว่ามาร์คจะคิดและไตร่ตรองสิ่งที่ตัวเองพูดดูอีกที

 

 

เผื่อว่าบางที

..มาร์คอาจจะเปลี่ยนใจ

 

 

 

 

first time

 

 

 

 

มาร์คดูเงียบลงไปกว่าเดิมมากแต่ก็ยังคงดูแลแบมแบมได้ดีเหมือนที่ผ่านมา ส่วนแบมแบมเองหลังจากวันนั้นก็พยายามเว้นระยะห่างจากมาร์คทีละน้อย ไปไหนมาไหนเองตามลำพัง ออกไปกับเพื่อนคนอื่นดูบ้างแม้ว่ามาร์คจะเคยคะยั้นคะยอให้ทำ แต่พอเอาเข้าจริงมาร์คก็สัมผัสได้ว่ามันมีบางอย่างแปลกไป

 

จนกระทั่งวันที่แบมแบมไข้ขึ้นเพราะซ้อมเต้นจนดึกดื่นแล้ววิ่งฝ่าฝนกลับหอทั้งที่มาร์คบอกว่าให้รอก่อนกำลังจะออกไปรับนั่นแหละ ตอนนี้ถึงได้นอนซมอยู่แบบนี้ไง

 

 

“แบม.. แบมแบม”

มาร์คเขย่าคนที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเบาๆ ได้ยินเสียงตอบกลับที่ฟังไม่ได้ความกลับมาเลยพยายามจะเลิกผ้าห่มขึ้น

 

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่านอนคลุมโปงแบบนี้ อยากขาดอากาศหายใจตายรึไง”

ใบหน้าของคนถูกกวนโผล่ออกมาจากผ้าห่ม ซีดเซียวจนคนมองต้องยื่นมือไปทาบหน้าผาก มันร้อนจนมาร์คต้องรีบไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้ แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างใจคิด มือเล็กๆก็ดึงแขนมาร์คเอาไว้สุดแรง

 

“ไม่ไปได้ไหม”

“จะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ ปล่อยให้ตัวร้อนขนาดนี้ได้ยังไงหะ”

 

แบมแบมส่ายหน้าแล้วกอดแขนมาร์คไว้แน่น

“พี่มาร์คไม่ไปได้ไหม ฮึก”

“ไม่เช็ดตัวแล้วจะหายได้ยังไง ปล่อยก่อน”

 

“ไม่.. ไม่กลับอเมริกาได้ไหม ฮึก ถ้าพี่เหนื่อย ถ้าพี่ท้อ เราหยุดพักกันสักพักก็ได้  อย่าเพิ่งยอมแพ้ตอนนี้เลยน.. นะ” แบมแบมโถมตัวมากอดทั้งตัวมาร์คเอาไว้ด้วยแขนเล็กๆของตัวเองคงเป็นเพราะพิษไข้ที่ทำให้แบมแบมปล่อยโฮออกมาขนาดนี้

 

มาร์คได้แต่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ยกมือขึ้นแตะอ้อมกอดของแบมแบมแผ่วเบา ตอนนี้มาร์คเองก็ไม่ต่างอะไรกันเสียงร้องไห้หนักๆและแรงที่กอดอยู่ทำเอาใจของมาร์คเจ็บไปหมด

 

 

“อย่าไปอยู่ในที่ที่แบมมองไม่เห็นเลยนะ.. อย่าไปเลย”

“...”

“ถ้าพี่ไปเป็นคนธรรมดา แล้วแบมจะหาพี่เจอได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย ฮึก ไหนพี่สัญญา.. ว่าเราจะขึ้นไปเป็นดาวบนฟ้าด้วยกันไง ฮือ พี่มาร์คไม่ไปนะ ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม อยู่ด้วยกันเถอะนะ”

 

 

“แบม..”

 

 

 

 

“โลกที่ไม่พี่มาร์ค..แบมอยู่ไม่ไหวหรอก”

 

 

 

แบมแบมไม่ได้อยากจะร้องไห้แล้วรั้งมาร์คเอาไว้ขนาดนี้หรอก ก็แค่อยากพูดแต่แค่หลุดพูดออกไปแค่คำเดียวน้ำตามันก็ไหลไม่หยุด ยิ่งมาร์คหันมากอดแบมแบมเอาไว้แบบนี้น้ำตาทุกหยดที่มีก็แทบจะไหลออกมาหมดตัว

 

 

“แบม.. พี่ขอโทษ”

 

มาร์คดึงแบมแบมเข้ามากอดจมอก ก้มกระซิบคำขอโทษติดใบหู จูบเบาๆลงบนกลุ่มผมข้างขมับซ้ำๆเอ่ยบอกคำที่แบมแบมอยากจะได้ยินมันซ้ำตลอดไป

 

 

 

“เด็กดี ไม่ร้องไห้นะ ไม่เอา พี่ไม่ไปแล้ว ไม่ไปแล้ว”

“ฮืออ”

 

 

 

“อยู่ด้วยกันนะ ขอโทษ.. พี่ขอโทษ”

 

 

 

 

 

 

2012 : September

 

 

 

หลังจากการร้องไห้แล้วพรั่งพรูทุกอย่างในใจออกไปจนหมดในวันนั้น ทั้งสองคนที่ใครต่อใครลงความเห็นว่าสนิทกันมากที่สุดในบรรดาเด็กฝึกก็ตัวติดกันเป็นฝาแฝด

 

มาร์คที่เคยท้อจนเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจก็เปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละคนพัฒนาตัวเองไปได้เร็ว ทั้งการเต้น แร็พ และศิลปะป้องกันตัว บวกกับช่วงวัยที่เริ่มโตขึ้นทำให้รูปลักษณ์ภายนอกเริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงเวลานี้ไม่มีเด็กฝึกคนไหนจะฮอตไปกว่ามาร์คต้วนอีกแล้ว

 

แบมแบมเองก็ทำได้ดีไม่แพ้กันพยายามในส่วนของตัวเองอย่างสุดความสามารถเพราะมีเป้าหมายใหม่ที่คิดว่าน่าจะทำได้เป็นขั้นแรกก่อนถึงเวลาเดบิวท์

 

 

“พี่มาร์ค .. พี่คิดว่าไงถ้าเราจะลองไปออดิชั่นบริษัทใหญ่ดู”

“เห้ย จะไหวเหรอ”

“ก็ลองดู ไม่น่าเสียหายอะไรมั้ง”

 

 

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความพยายามที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกหลายๆเท่าในวันนี้ การไปออดิชั่นบริษัทอื่นทั้งๆที่ตัวเองมีสังกัดแล้วน่ะ ถ้าเป็นเด็กฝึกค่ายอื่นทั่วไปก็คงลำบากไม่น้อย เพราะอาจจะมีวงในคาบข่าวไปบอกต้นสังกัดแล้วโดนเขม่นเอาได้

 

แต่ค่ายของแบมแบมกับมาร์คเป็นค่ายลูกข่ายของบริษัทยักษ์ไง มันพอจะมีลู่ทางให้ข้ามค่ายได้โดยไม่ผิดใจซึ่งกันและกัน เอาเข้าจริงเด็กฝึกส่วนใหญ่ของค่ายนี้ก็ฝันที่จะกระโดดไปค่ายแม่ให้ได้กันเกือบทุกคนแหละ แต่มันยากแสนยากหลายคนเลยเลือกที่จะอยู่กับค่ายลูกเพื่อที่ว่าอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้เดบิวท์มากกว่าหน่อย แม้จะไม่ดังหรือยิ่งใหญ่เท่าก็เถอะ

 

 

ค่ายใหญ่จะมีการเปิดออดิชั่นทุกๆสามเดือน การเข้ามาอยู่ในค่ายลูกแบบนี้ก็เหมือนได้บัตรผ่านรอบแรกไปแล้ว แต่การคัดเลือกต่อจากนั้นก็จะยากกว่าคนที่ทางค่ายแม่ไปเลือกมาเองพอสมควร เพราะถือว่าเคยฝึกกับมืออาชีพมาบ้างแล้ว มาตรฐานจำเป็นจะต้องสูงกว่าเด็กทั่วๆไป และนั่นทำให้ตลอดมามาร์คและแบมแบมไม่เคยคิดจะลอง เพราะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

4 September 2012

 

 

 

Happy Birthday Mark!

 

เลยเที่ยงคืนมาได้ไม่ถึงนาที เสียงตะโกนสุขสันต์วันเกิดจากรูมเมทตัวเล็กที่อยู่ในห้องก็ปลุกมาร์คที่หลับไปตั้งแต่หัวค่ำเพราะความเหนื่อยให้ต้องตื่นขึ้นมาในความมืด

 

มีคัพเค้กเล็กๆปักเทียนสีแดงหนึ่งแท่งไว้ตรงกลาง ยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับเจ้าของความคิดที่นั่งทับอยู่ที่เอว

 

 

“เห้ย อะไรเนี่ย ลุกไปเลยอ้วนมานั่งทับทำไมเนี่ย หนักนะ” คนโดนทับบ่นพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง คนทับที่ไม่ได้อ้วนเลยสักนิดอย่างแบมแบมเลยยอมขยับให้นิดนึง แต่ไม่ลุกหรอกนะแค่เลื่อนมานั่งทับที่ขาแทน

 

 

“อธิษฐานก่อนเร็ว”

“เด็กไปไหม”

 

“เร็วๆสิ เทียนมันจะละลายหมดแล้วเนี่ย” คะยั้นคะยอให้อีกคนเป่าเค้กให้ได้ แบมแบมอุตส่าห์แอบไปซื้อมาให้ตอนที่มาร์คหลับเชียวนะ ถึงจะได้มาแค่คัพเค้กอันเล็กๆเพราะงบน้อยก็เถอะ

 

“แบมขอให้พี่มาร์คออดิชั่นผ่าน ขอให้กรรมการรัก กรรมการหลง แค่เห็นหน้าพี่มาร์คก็ขอให้ลงไปนอนกองกับพื้น เพี้ยง! เชื่อเหอะ รอบนี้อ่ะแบมให้พี่แจ๊คสันสืบมาแล้ว ไม่มีใครหล่อแล้วก็เก่งสู้พี่มาร์คได้แน่”

ยกมือข้างนึงขึ้นจรดหน้าผากทำเหมือนกำลังจะไหว้ แล้วก็เป่าเพี้ยงจนเทียนเกือบจะดับ โดยมีมาร์คที่เอาแต่ยิ้มกว้างให้กับความน่าเอ็นดูของแบมแบม

 

 

“เร็วเข้า หลับตาเลย”

“มาอธิษฐานด้วยกันสิ”

 

แบมแบมหลับตาลงบ้าง ก็เหมือนกับวันเกิดของแบมแบมนั่นแหละที่เขาเองก็จะบอกให้มาร์คอธิษฐานด้วยกัน เพราะรู้ดีว่าพรที่อยากจะขอเราต่างก็ไม่ได้ขอเพื่อตัวเองคนเดียวแต่ขอให้กับเราทั้งคู่

 

 

 

แบมแบมหัวใจกระตุกวูบตอนที่รู้สึกถึงไออุ่นรินรดลงบนปลายจมูก มันใกล้เหมือนห่างแค่ชั่วอึดใจ ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมอง

 

 

 

 

..อาจเป็นเปลวร้อนจากเทียนเล่มเล็กในมือก็ได้มั้ง แบมแบมเดาเอา

 

 

 

แต่เปลวเทียนคงไม่มีฤทธิ์ทำให้แบมแบมหน้าร้อนวูบขนาดนี้ได้ มันรวดเร็ว แผ่วเบาและจางหายไปพร้อมกับเสียงเป่าเทียนเบาๆของมาร์ค

 

 

 

 

สัมผัสนุ่มหยุ่นที่แตะลงมาบนริมฝีปากน่ะ

 

 

 

 

first time

 

 

 

 

“พี่ไม่ไปก็ได้นะ”

“ได้ยังไงล่ะพี่มาร์ค โอกาสดีขนาดนี้ พี่จะทิ้งมันไม่ได้นะ”

 

“แต่ ..”

“คิดซะว่าแบมขอก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวรอบหน้าแบมก็จะตามพี่มาร์คไป”

 

“จริงนะ ต้องตามมาให้ได้นะ สัญญากับพี่ก่อน”

“อื้อ แบมสัญญา!

 

 

คำอวยพรของแบมแบมเป็นจริงขึ้นมาในสิ้นเดือนกันยายน มาร์คผ่านการออดิชั่นด้วยคะแนนสูงสุดในบรรดาเด็กฝึก แบมแบมเกี่ยวก้อยผูกสัญญากับมาร์คอีกครั้งและครั้งนี้มาร์คเป็นคนยื่นนิ้วมาตรงหน้า ร้องขอให้สัญญาโดยที่ไม่อายสายตาที่มองมาอย่างขันๆของคนรอบข้างเลย

 

แม้ใจของแบมแบมจะพองโตตอนที่เห็นชื่อมาร์คอยู่บนสุดของผลการคัดเลือก แต่มันก็ค่อยๆหดเล็กลงเหมือนลูกโป่งที่ขาดอากาศเมื่อกวาดตามองหลายต่อหลายรอบแล้วพบว่าไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในนั้น

ผลมันออกมาถูกต้องที่สุดแล้ว แบมแบมเคยบอกแล้วไงว่ามาร์คน่ะ ฮอตที่สุดในบรรดาเด็กฝึกตอนนี้แล้ว ไม่แปลกเลยที่ค่ายใหญ่จะเลือก ก่อนหน้านี้ตลอดสองปีที่ฝึกด้วยกันมาทำไมแบมแบมจะไม่รู้ว่ามีแมวมองจากค่ายใหญ่มาทาบทามมาร์คตั้งหลายครั้งแต่มาร์คไม่เคยตอบรับ

 

 

 

 

 

 

2012 : December

 

 

 

แบมแบมเคยคิดว่ามันก็คงเหมือนกับตอนที่เราแยกกันฝึกนั่นแหละ มันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเท่าไหร่ คงเหมือนกับพี่แจ๊คสันที่ถึงจะอยู่คนละค่ายก็ยังได้เจอกันบ่อยๆ ยังสนิทกัน วันว่างๆก็ยังออกไปเที่ยวด้วยกันได้

 

..แต่แบมแบมลืมคิดไปว่าความใกล้ชิดที่มีต่อแจ๊คสันและมาร์คมันไม่เหมือนกัน

 

 

 

 

มาร์คเพิ่งย้ายออกไปจากหอพักเมื่อเดือนก่อน และออกจากการเป็นเด็กฝึกสังกัดเดียวกับแบมแบมอย่างถาวร แบมแบมช่วยแพ็คของไปส่งที่หอพักใหม่ด้วย

มาร์คเดินมาส่งแบมแบมขึ้นรถเมล์กลับหอเพราะตัวเองต้องอยู่จัดการเรื่องนู้นเรื่องนี้อีกเยอะ แบมแบมเลยไม่อยากให้มาร์คเทียวไปเทียวมาถึงหอจะอยู่ห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่ก็เถอะ

 

ตอนนั้นแหละแบมแบมถึงได้เพิ่งรู้สึกว่ามันอ้างว้างขนาดไหนตอนที่รถขับออกไปแล้วเห็นมาร์คยืนโบกมือให้ตรงป้ายรถเมล์

ได้แต่แค่นยิ้มให้ตัวเอง กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ก่นด่าตัวเองในใจว่ามันเรื่องแค่นี้เอง

 

ก็แค่ย้ายค่าย ย้ายหอ ก็แค่กลับไปก็จะเหลือเพียงแบมแบมคนเดียวในห้องนั้น แค่นั้นเอง จะร้องไห้ทำไม เป็นแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะโต เมื่อไหร่จะยืนด้วยขาตัวเองได้สักที

 

 

 

 

 

 

2013 : February

 

 

 

ตอนนี้แบมแบมได้รูมเมทใหม่แล้ว เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ตัวใหญ่กว่าแบมแบมมากชื่อคิมยูคยอม มันก็ดีที่แบมแบมจะได้ไม่เหงา ไม่ต้องเปิดไฟนอนคนเดียวอีกต่อไป แต่การมียูคยอมเข้ามาอยู่ในที่ๆมาร์คเคยอยู่มันก็ยิ่งทำให้แบมแบมคิดถึงมาร์คมากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

หลังจากที่มาร์คย้ายออกไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ได้เจอกันเลยหรอก แบมแบมได้เจอมาร์คทุกอาทิตย์นั่นแหละ อย่างน้อยก็จะใช้วันหยุดสุดสัปดาห์หนึ่งวันออกไปเดินเล่น ขี่จักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ดด้วยกัน

 

แบมแบมรู้ว่ามาร์คพยายามจะหาเวลามาเจอ การฝึกของสองค่ายเวลาก็ย่อมไม่ตรงกันอยู่แล้ว ไหนมาร์คจะต้องทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ คุณครูคนใหม่ ระบบต่างๆที่มันไม่เหมือนค่ายเดิม แบมแบมไม่อยากกวน ไม่อยากให้มาร์คต้องออกมาหาที่บริษัทเพียงแค่เพื่อจะเดินไปส่งแบมแบมกลับหอ แล้วก็นั่งรถเมล์ย้อนกลับบริษัทตัวเอง แบมแบมก็เลยสลับกันบ้างเป็นเขาเองที่มารอมาร์คแล้วเดินไปป้ายรถเมล์ด้วยกันให้มาร์คส่งแบมแบมแค่นั้นก็พอ

 

 

 

 “แบมแบม ครูคิมฝากเรามาบอกว่าถ้าแบมโดดคลาสบีบอยตอนเย็นวันศุกร์อีก คราวนี้จะโดนหักคะแนนแล้วนะ” ยูคยอมพูดเตือนตามที่ได้รับมอบหมายมา แบมแบมพยักหน้ารับเบาๆสีหน้าดูรู้สึกผิดไม่น้อย

 

“เราถามหน่อยได้ไหม แบมหายไปไหนทุกเย็นเหรอ ทีมเรามีคิวฝึกตั้งแต่บ่ายสามถึงสามทุ่ม แต่แบมหายไปตอนห้าโมงตลอดเลย เราไม่อยากโกหกครูให้แล้วนะ”

แบมแบมไม่โกรธยูคยอมหรอก อันที่จริง ไม่มีสิทธิ์จะโกรธเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆแต่ยูคยอมก็คอยช่วยแบมแบมอยู่ตลอด ..ใช่ แบมแบมโดดซ้อมเพื่อไปหามาร์ค รู้ดีว่ามันผิดแต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่ารู้ทั้งรู้ว่าผิดแล้วจะทำไปทำไม

 

 

บางทีแบมแบมก็แค่อยากจะเจอมาร์คให้มากกว่าอาทิตย์ละหนึ่งวันบ้าง มันยากสำหรับแบมแบมนะ ตลอดสองปีที่เช้าลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอมาร์ค ไปไหน ทำอะไรก็มีแต่มาร์ค แม้แต่ก่อนหลับตานอนก็ยังเห็นมาร์ค ยอมรับว่ามันเขวไปไม่น้อยมันยากที่อยู่ๆจะปล่อยให้มาร์คหายไปแบบนี้

 

แบมแบมถอนหายใจ นั่งเงียบไปพักใหญ่แล้วสุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องมาร์คให้  ยูคยอมฟังคร่าวๆ คงต้องขอบคุณที่ยูคยอมไม่ด่าหรือว่าอะไรแบมแบมกลับมาเลยไม่งั้นแบมแบมก็คงจะยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก

 

 

“พี่มาร์คคนที่เป็นท็อปทรีของค่ายใหญ่คนนั้นเหรอ”

“อื้อ”

 

“แล้วแบมคิดว่าถ้าพี่มาร์ครู้ พี่เขาจะชอบใจเหรอที่แบมทำแบบนี้อ่ะ”

“...”

 

แบมแบมส่าย น้ำตาก็พาลจะไหล ทั้งที่ไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายเลยด้วยซ้ำ แต่แค่มันเป็นเรื่องของอีกคน ใจของแบมแบมก็เหมือนจะไร้ภูมิคุ้มกัน

 

 

“เห้ย ไม่ต้องร้องๆเราขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะว่า เราแค่ไม่อยากให้แบมโดดซ้อม”

“เราจะ.. ไม่ทำอีก”

 

 

 

 

 

 

2013 : May

 

 

 

ถ้าจะบอกว่าชีวิตของแบมแบมเข้าสู่ช่วงวิกฤตที่สุดตั้งแต่อยู่ที่นี่มาก็คงได้ ตั้งแต่ตบปากรับคำกับยูคยอมไปแล้วว่าจะไม่โดดซ้อมอีก แบมแบมก็ตกลงที่จะขอไปเจอมาร์คในตอนเช้าแทนแต่นั่นก็แลกกับการที่แบมแบมต้องลดเวลานอนของตัวเองลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนที่คิวใช้ห้องซ้อมวนมาเป็นตอนกลางคืนตั้งแต่สองทุ่มถึงตีสอง แบมแบมที่เพิ่งได้หลับไปตอนตีสามก็ต้องรีบตื่นมาหามาร์คตอนหกโมงเช้า

 

 

ถึงจะยังเด็กอยู่มากแต่ร่างกายที่พักผ่อนไม่พอก็ส่งผลไม่น้อย บวกกับสภาพจิตใจที่มันไม่เคยสดชื่นเลยตั้งแต่วันที่มาร์คไม่อยู่ยิ่งทำให้แบมแบมมีปัญหา

 

การซ้อมเป็นไปเรื่อยๆแต่มันไม่ได้ดีขึ้นเลย ได้แผลมาบ่อยๆ ปวดหัวมากขึ้น แล้วยิ่งการทดสอบประจำทุกเดือนจากที่เคยอยู่สามอันดับต้นๆในบรรดาเด็กฝึกรุ่นเดียวกัน อันดับของแบมแบมก็ลดต่ำลงจนเข้าขั้นวิกฤติการทดสอบเดือนที่แล้วของแบมแบมถูกประเมินว่าต่ำกว่าเกณฑ์โดนทัณฑ์บนต้องซ้อมและทำโชว์ให้มากขึ้นเป็นสองเท่า

 

เดือนนี้แบมแบมยังไม่ได้ไปตามดักรอมาร์คที่หน้าหอพักหรือบริษัทเพราะดูเหมือนมาร์คเองก็มีเรื่องยุ่งๆให้ทำ เวลาว่างลดน้อยลงและไม่ตรงกันมากขึ้นไปอีก บางครั้งแบมแบมเคยไปเจอมาร์คอยู่กับกลุ่มเพื่อนใหม่ก็ทนอยู่ด้วยนานๆไม่ได้

 

 

มันเหมือนกับว่ามาร์คได้ก้าวข้ามไปอยู่ในโลกที่แบมแบมเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว ทั้งๆที่ควรจะดีใจแต่ก็ดันไม่ชอบใจซะได้เวลาที่เห็นมาร์คเป็นที่สนใจของเพื่อนๆ เดี๋ยวก็ต้องไปกับคนนั้น เดี๋ยวก็ต้องไปกับคนนี้ ถึงมาร์คจะแชทมาหาแบมแบมทุกวันแต่มันไม่เหมือนกัน แบมแบมเกลียดความรู้สึกของการค่อยๆห่างกันแบบนี้

 

ลองไปออดิชั่นรอบแรกของปีนี้แต่ผลก็ยังออกมาเหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจหรอกขนาดผลประเมินของค่ายตัวเองยังออกมาต่ำกว่าเกณฑ์เลยแล้วจะไปหวังถึงค่ายใหญ่ได้ยังไง แบมแบมเหนื่อยและเริ่มท้อเหมือนกับว่าโลกที่มีมาร์คอะไรๆมันก็ง่ายไปหมด แต่พอมาร์คไม่อยู่แล้วก็เหมือนกลับไปเป็นคนเดิมกับเมื่อสามปีที่แล้ว เป็นแบมแบมคนที่อ่อนแอและไร้จุดหมาย

 

 

“แบม.. แบมแบม!

“ห๊ะ”

“เหม่ออะไรน่ะ” มาร์คทักตอนที่เรากำลังรอให้เนื้อในเตาปิ้งย่างสุก

“เปล่าฮะ”

 

 

มาร์คถอนหายใจเสียงดัง แบมแบมทำเป็นเลื่อนจานเครื่องเคียงไปมา หยิบตะเกียบมาคีบมันเข้าปากบ้างแต่ไม่ยอมมองหน้ามาร์ค

“มีคนบอกพี่ว่าแบมไม่ผ่านการประเมินเดือนก่อน”

“...”

“ทำไม”

“...”

 

แบมแบมไม่มีคำตอบอะไรจะตอบ เพราะถ้าเรื่องนี้ไปถึงมาร์คเรื่องเหตุผลก็คงไม่จำเป็นต้องถามหรอกก็น่าจะรู้เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

“ได้พักบ้างรึเปล่าเราน่ะ ทำไมตาช้ำขนาดนี้” นิ้วเรียวไล้เบาๆที่ใต้ตา แบมแบมหลับตารับสัมผัสนั้นแต่พอลืมตาน้ำตาที่ไม่อยากให้ใครเห็นก็ไหลออกมาด้วย

 

“..ฮึก”

“อย่าร้อง..พี่ไม่อยู่แบมต้องดูแลตัวเองด้วยสิ ต้องโตแล้วนะรู้ไหม”

 

 

ถ้าห่วงก็กลับมาสิ

แบมแบมอยากงอแงบอกมาร์คแบบนี้แต่ไม่ใช่มาร์คหรอกที่จากไป เป็นแบมแบมเองต่างหากที่ไปอยู่ในที่ๆเดียวกับมาร์คไม่ได้สักที

 

 

 

สุดท้ายเลยทำได้แค่ปาดน้ำตาแล้วพยักหน้ารับ ฉีกยิ้มโชว์เขี้ยวไปให้แล้วทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น แบมแบมยังคงมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่กับมาร์ค มีความสุขกับชิ้นเนื้อเล็กๆที่มาร์คหยิบมาใส่จานให้ไม่ขาด เหมือนกับว่าระยะห่างระหว่างเรายังคงเหมือนเดิม แม้จะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าในตอนนี้ทั้งแบมแบมและมาร์ค เราต่างก็กำลังค่อยๆเปลี่ยนไป

 

 

 

 

“คนนี้เองแบมแบม น่ารักจัง”

 

“ไม่เอาน่า” มาร์คปัดมือที่กำลังจะยื่นเข้ามาหยิกแก้มแบมแบมออก

“อะไรล่ะ ฉันแค่อยากเจอเด็กคนที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์นายแค่นั้นเองอย่าขี้งกไปหน่อยเลยน่า” แบมแบมกำลังยืนมองพี่สาวขายาวคนนึงที่กำลังเถียงกับมาร์ค

“หยุดได้แล้วเจน จะไปก็ไปดิ น้องจะกลับแล้วไม่ต้องมากวน”

“กลับอะไร ยังไม่ได้ทักทายเลย อย่าบังคับให้คนอื่นเขาไร้มารยาทเหมือนนายได้ไหม หวัดดีจ้ะ น้องแบมแบม พี่ชื่อเจนนี่นะ” อยู่ๆพี่สาวที่ชื่อเจนนี่ก็แนะนำตัวเอง

 

 

“เด็กฝึกใหม่เพิ่งมาได้สองสามเดือนเป็นคนเกาหลีแต่มาจากอเมริกาค่ายเลยยัดเยียดให้ฉันดูแล” แล้วมาร์คก็ขยายความต่อ อ๋อ นี่เองเหตุผลที่ทำให้พักหลังๆมาร์คไม่ค่อยว่างเท่าไหร่

 

 

“ใช่ แล้วนายก็ทิ้งฉันมาหาน้องแบมแบมตลอด วันนี้ก็หนีมากินเนื้อย่างไม่ยอมบอกกัน”

“เงียบเหอะ”

 

แบมแบมยืนมองสองคนหันไปรัวภาษาอังกฤษใส่กัน ดูแล้วก็น่าจะด่ากันนั่นแหละ แบมแบมยิ้มให้แล้วก็ต้องรีบบอกลาทั้งสองคนเมื่อรถเมล์สายที่ตัวเองรอมาจอดเทียบป้าย

 

ยิ้มให้เจนนี่ที่โบกมือลาอย่างกระตือรือร้น มองมาร์คที่เดินย้อนกลับไปโดยไม่รออีกคน แล้วเจนนี่ก็วิ่งตามไป จะว่ายังไงดีนะ มันเป็นภาพที่ ..ดูเข้ากันดีล่ะมั้ง

 

 

 

 

แต่แบมแบมไม่ชอบเลย

 

 

 

 

 

 

2013 : May

 

 

 

“แบม .. แบมแบม เห้ย!

“อ..อะไร! ตกใจหมด”

 

 

“พักนี้เป็นอะไรอ่ะ นั่งเหม่ออยู่ได้”

ยูคยอมถามในหัวค่ำวันที่เรามีเวลาว่าง แล้วก็เป็นครั้งแรกที่แบมแบมเลือกที่จะนอนอยู่ที่ห้องมากกว่าจะออกไปรอมาร์คทีไหนสักแห่ง

 

 

“ก็.. คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้แหละ เรื่องโชว์ที่จะเอามาทดสอบปลายเดือนนี้ด้วยแหละ ตกไปรอบนึงแล้วแถมยังโดนทัณฑ์บนมาอีกรอบแล้วเนี่ย คะแนนก็โดนตัดจนแทบจะไม่เหลือถ้าโดนอีกทีมีหวังโดนเด้งกลับไทยแน่”

 

 

“โห ถ้าไม่บอกเราคงนึกว่าแบมอกหักอ่ะ”

“เห้ย ทำไมคิดงั้น”

 

“ก็เราเห็นแบมเหม่อๆใจลอยตลอด บางทีกลางคืนก็ไม่ยอนนอนแอบร้องไห้ด้วย ก็นึกว่าอกหัก”

“จะไปอกหักจากใครล่ะ ฮ่ะๆ”

หัวเราะออกไปแบบนั้นแล้วก็ต้องสะดุดกึกเมื่อยูคยอมตอบกลับมา

 

 

“พี่มาร์คไง แบมแบมน่ะ ชอบพี่มาร์คไม่ใช่เหรอ”

 

 

“ห.. เห้ย ใช่ที่ไหนล่ะ” ปฏิเสธออกไปแบบนั้นสวนทางกับก้อนเนื้อในอกที่มันเต้นรัวเหมือนถูกค้นตัวจนเจอความลับที่ซ่อนเอาไว้ลึกที่สุด

 

 

“เรากับพี่มาร์คเป็นพี่น้องกัน”

“ที่ลากเราไปแอบดูพี่มาร์คบ่อยๆ นี่คือพี่น้องเหรอ”

 

 

“ก.. ก็ชอบแบบไอดอลไง เราไม่อยากให้พี่เขาคิดว่าเราโดดซ้อมไปเจออีกนี่”

“หลอกใครก็หลอกได้นะแบมแบมแต่อย่าหลอกตัวเองหน่อยเลย”

 

“หลอกอะไร ไม่ได้หลอกสักหน่อย!

“ถึงเราจะไม่เคยมีแฟนแต่เราก็ดูออกนะ ตอนพี่มาร์คอยู่กับพี่สาวขายาวคนนั้นอ่ะหน้าแบมหดเหลือแค่สองนิ้ว ถ้าชอบก็ยอมรับมาเถอะเราไม่ต่อต้านหรอก แล้วแบมก็ควรไปบอกพี่มาร์คด้วย เราว่าพี่เขาคงไม่ใจร้ายกับแบมหรอก รีบไปบอกก่อนจะสายเกินไปจะดีกว่า เราเคยดูในหนังนะ ส่วนมากคนเราไม่ได้อกหักเพราะเขาไม่รักหรอก แต่เพราะไม่ยอมบอกเขาจนมันสายเกินไปต่างหาก”

 

 

“เห้ย ก็บอกว่าไม่ได้ชอบแบบนั้นไง ไม่เอาแล้วเลิกคุยเรื่องนี้เหอะ”

แบมแบมบอกปัดยูคยอมแล้วหายเข้าไปในห้อง ทิ้งตัวนอนครุ่นคิดประโยคนั้นของเพื่อน แบมแบมโกหก เขาน่ะรู้มาตั้งนานแล้วล่ะว่าตัวเองคิดยังไงกับมาร์คมันไปไกลถึงขนาดนั้นตั้งนานแล้ว และก็เคยมั่นใจด้วยว่ามาร์คเองก็คงคิดไม่ต่างกัน

 

 

แบมแบมรู้ว่ามาร์คยกให้แบมแบมเป็นที่หนึ่งของมาร์คมาตลอด เป็นคนพิเศษ เป็นข้อยกเว้นทุกๆอย่างของมาร์ค แต่หลังจากความห่างไกลของเราในช่วงครึ่งปีมานี้ แบมแบมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันจะยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหมโดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นเข้ามา

 

 

 

 

 “ส่วนมากคนเราไม่ได้อกหักเพราะเขาไม่รักหรอกแต่เพราะไม่ยอมบอกเขาจนมันสายเกินไปต่างหาก”

 

 

 

อาจเป็นเพราะประโยคนี้ที่ทำให้แบมแบมวิ่งออกมาจากหอพักตรงดิ่งขึ้นรถเมล์ ช่วงเวลานี้ปกติแล้วมาร์คจะอยู่แถวๆบริษัทนั่นแหละ แบมแบมส่งข้อความไปบอกมาร์คว่ากำลังไปหา ขอเวลาคุยด้วยนิดหน่อยมีเรื่องด่วนจะไปหาที่บริษัทเลย

 

ไม่รู้ว่าแบมแบมคิดถึงแต่เรื่องนี้มากไปจนหลอนไปเองรึเปล่า แบมแบมว่าเมื่อกี้เขาเห็นมาร์คเดินออกมาจากบริษัท เลี้ยวเข้าไปทางซอยข้างตึกบริษัทที่เคยบอกว่าเป็นหอพักเด็กฝึกหญิง แม้จะไม่อยากเชื่อและขอให้มันเป็นแค่การตาฝาด แต่ภาพที่เห็นเมื่อกี้มันก็ชัดเหลือเกิน

 

 

..ภาพที่มาร์คเดินลากแขนเจนนี่ไปทางนั้นน่ะ

 

 

 

 

 

 

แบมแบมพยายามจะโทรหามาร์คแต่ก็ถูกปล่อยให้รอสายจนดับไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุดท้ายความสงสัยก็เอาชนะความกลัวในใจ

 

แบมแบมเดินตามเข้าไปในซอยมืดๆนั้น สุดปลายทางเป็นหอพักหญิงของค่าย ดูสว่าง เรียบง่าย แต่ไร้ซึ่งผู้คน ..ยกเว้นก็แต่คนสองคนที่เพิ่งเดินทิ้งห่างแบมแบมไป

 

 

 

แบมแบมหยุดยืนนิ่งในความมืด สองเท้าที่ก้าวช้าๆหยุดชะงักลงเมื่อสองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะกำลังเถียงกันเหมือนเคย ซึ่งมาร์คกับเจนนี่ก็เถียงกันตลอดเวลาที่แบมแบมเคยเจออยู่แล้ว

 

แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือมาร์คไม่เคยจับมือถือแขนใครคนไหน

 

 

 

และมากไปกว่านั้น หัวใจของแบมแบมเหมือนดิ่งลงกระแทกพื้น แต่มันไม่ได้แตกเป็นเสี่ยงๆมันตกและหล่นหายไปเหมือนถูกผลักลงเหวลึกที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อมาร์คดึงเจนนี่ที่พยายามสะบัดมือออกให้หันกลับมาแล้วจับไว้แน่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนจะก้มลงไปประกบจูบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดีแล้วที่มาร์คหันหลังให้แบมแบม

ดีแล้วที่แบมแบมไม่ต้องเห็นมันตรงๆ

 

 

 

ถึงจะแทบขยับไม่ไหวแต่ขาเล็กก็พาตัวเองออกมาจากซอยเงียบๆนั่น คงต้องขอบคุณความมืดมิดที่ปิดบังตัวตนของแบมแบมไม่ให้ใครเห็น หันหลังกลับไปทางเดิมเงียบๆเหมือนตอนที่เดินเข้ามา

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ทันแล้วล่ะยูคยอม 

เขามาช้าไป

 

 




 

ไม่ทันแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่จริง.. 






แบมแบมช้าไปตั้งหลายเดือนแล้ว


 







 

 

#มาร์คแบมแร็พเปอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

4,782 ความคิดเห็น

  1. #4753 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 08:17
    อิพี่เเบบกวนตีนอะ -เอ้ย
    #4753
    0
  2. #4743 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 02:11
    น้องยังเด็กนะ แทนที่จะอธิบายให้เข้าใจแต่ดันทำแบบนี้ แต่ก็เออ ก็เด็กทั้งคู่นั่นแหละ
    #4743
    0
  3. #4699 MTBB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:22

    โอ้ยย เจ็บที่หัวใจ ฮืออ

    #4699
    0
  4. #4685 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 12:05
    เห้อ....
    #4685
    0
  5. #4668 9397♡ (@amimikuma) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:29
    น้องเเเงงงงงง
    #4668
    0
  6. #4649 Mb_bloody (@Mb_bloody) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:19
    โอ้ยย เจ็บแทนเลยอ่ะ มาร์คแม่งโครตไม่มั่นคง
    #4649
    0
  7. #4577 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 02:08
    โอ่โห....
    #4577
    0
  8. #4569 EARNZIIEARN (@EARNZIIEARN) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 19:11
    น้ำตาไหล😥
    #4569
    0
  9. #4516 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:47
    ทำไมวะ มันมีอะไรแน่ๆ ไม่จริงหรอก
    #4516
    0
  10. #4472 ChayapornSs (@ChayapornSs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:47
    หน่วงอ่ะ เจ็บๆ ไม่รู้จะพูดว่าอะไร แค่ลองนึกภาพตามก็รู้เลย ว่าแบมจะเจ็บขนาดไหน
    #4472
    0
  11. #4452 คนสวย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 22:20
    ร้องไห้เหมือนโดนอกหักซะเอง

    แต่มันอาจจะไม่ได้จูบก็ได้น่ะพี่มาร์คหันหลังนี้ใช่ไหมมมมม
    #4452
    0
  12. #4451 คนสวย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 22:20
    ร้องไห้เหมือนโดนอกหักซะเอง

    แต่มันอาจจะไม่ได้จูบก็ได้น่ะพี่มาร์คหันหลังนี้ใช่ไหมมมมม
    #4451
    0
  13. #4406 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:01
    แงง แบมลูก
    #4406
    0
  14. #4321 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:04
    เหมือนมาร์คแพ้ความใกล้ชิดอะ ไม่มั่นคงเลย ไม่ชอบอะ... เปลี่ยนพระเอกทันมั้ยคะ555555 แอนตี้คนโลเลมากๆ
    #4321
    0
  15. #4320 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:04
    อ่าวเฮ้ย....
    #4320
    0
  16. #4300 Aely (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:51
    เศร้าเลย ไม่ร้องไห้นะแบม
    #4300
    0
  17. #4255 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 08:25
    สงสารแบมจับใจโลกที่ไม่มีมาร์คนี่มันอยู่ยากสินะ
    #4255
    0
  18. #4176 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 11:18
    ไม่ร้องนะลูก โอ๋ๆ
    #4176
    0
  19. #4151 @fujinoii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 12:28
    ไม่เข้าใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมเป็นแบบนี้ มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่างสิ ฮืออออออ เราเจ็บปวดแทนแบมแบมเลยนะ หัวใจนี่ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย พี่มาร์คทำไมทำแบบนี้
    #4151
    0
  20. #3909 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    เห้ยยยย มาร์คก็ชอบน้องอยู่มั้ย มีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนั้น ความใกล้ชิดหรอ สงสารน้องงงงง ทำไมต้องมาเจอภาพบาดตาขนาดนี้
    #3909
    0
  21. #3781 toto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:14
    ตอนนี้เศร้าอ่ะสงสารแบม
    #3781
    0
  22. #3637 อุลจีมา (@287456) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:42
    ฮรือออ แบมแบ๊มมมม สงสารน้องง มัคทำไมทำแบบเน้ มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดใช่มั่ย T T 
    #3637
    0
  23. #3617 tatarzyx (@tatarzyx) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 01:25
    น้องแบมมมมมมม ฮืออ อ่านแล้วแบบ เฮ้อออ รู้สึกได้ข้อคิดนอกจากเรื่องความรักจริงๆ ถ้าชีวิตเด็กฝึกจะต้องพยายาม เจ็บปวด เหงา และมีข้อจำกัดขนาดนี้ ต้องแลกขนาดนี้ ก็สมควรแล้วที่พวกเค้ามาถึงจุดที่โด่งดังเป็นพลุแตก ขนาดนี้ ความพยายามที่ต่างกันผลลัพท์ก็ต่างกัน อ่วเข้าเรื่องๆ 5555 สู้ๆนะน้องแบม ยังไงน้องแบมต้องมีความสุขได้แน่ๆ
    #3617
    0
  24. #3607 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 15:35
    สงสารแบมอ่า แต่ว่าพี่มาร์คอาจจะตั้งใจให้แบมเห็นรึเปล่า พี่มาร์คคงมีเหตุผลที่ทำแบบนี้แหละ
    #3607
    0
  25. #3590 dyodo_8812 (@bleach_pa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 18:20
    สงสารแบมTT
    #3590
    0