Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10 อาจารย์ของเปลวฟ้า 4/4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 มิ.ย. 53

ตอนที่ 10 อาจารย์ของเปลวฟ้า

6 ปีก่อน หลังจากแม่ของเปลวฟ้าเสียชีวิตลง ในขณะตัวเขายังเป็นแค่เด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยังตัดสินใจกับชีวิตไม่ได้ นอกจากการปฏิเสธจะเข้าไปอยู่บ้านญาติของฝ่ายพ่อนั่นคุณลุงที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่เปลวฟ้าเรียนอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแม่ของเขาไม่มีพี่น้อง

แม้ว่าฝ่ายลุงจะไม่ชอบใจนักที่จะให้เปลวฟ้าอยู่คนเดียวเพียงลำพังในบ้านโดยขนาดผู้ใหญ่ดูและ แต่เขาก็ต้องยอมเพราะรู้ว่าเปลวฟ้าเป็นเด็กที่ทำตัวเกินผู้ใหญ่เสียอีก สมัยที่แม่ของเขาล้มป่วย เปลวฟ้าก็คอยดูแลแม่ทุกอย่าง ทางการกิน การใช้ชีวิตเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กคนนี้สามารถดูแลตัวเองได้แน่นอน

ถึงกระนั้นเปลวฟ้าก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะพาชีวิตตัวเองไปถึงฝั่งด้วยอายุเท่านั้น จนกระทั่งชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงอย่างกับยักษ์ปรากฏตัวที่หน้าบ้านของเปลวฟ้า พร้อมกับแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่ยากจะไว้ใจ

“สวัสดีเจ้าเด็กน้อย”เขากล่าวทักด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน ผมยาวสีทองของเขาอร่ามงดงามเมื่อต้องแสงตะวันในยามเย็นจนรู้สึกแสบตาทีเดียว

เปลวฟ้าที่เห็นชายไม่หน้าไว้ใจอยู่นอกรั้ว ซึ่งสูงเกือบเท่ารั้วที่สูงสองเมตรกว่า ก็ไม่พูดจาใดๆตอบ เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที

“เฮ้ๆ ฉันรู้จักกับพ่อของเธอนะ”ชาวช่างชาติรีบร้องบอกทันที “พ่อของเธอที่ชื่อมานะใช่ไหมละ”

เปลวฟ้าชะงักเท้าทันทีที่ได้ยิน เขาหันกลับไปถลึงตาใส่ “คุณเป็นใครแล้วรู้จักกับพ่อผมได้ยังไงกัน”

“ฉันชื่อจูเลี่ยน ฮันเตอร์ เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของพ่อเธอเลยละสมัยที่เขาเรียนอยู่ที่กรีซ”

“พ่อผมไปเรียนอะไรที่กรีซ”เปลวฟ้าถามต่อทันที

“สังคมและอารยธรรมประวัติศาตศาสตร์สมัยกรีก พ่อนายชอบมันฉันรู้เพราะฉันก็เคยเป็นอาจารยืสอนพ่อของนาย”

“คุณเคยเป็นอาจารย์สอนสังคมที่กรีซเหรอ”

“ใช่ ฉันเคย”

“แล้วตอนนี้ละทำอะไร”

“เออ...ก็หลายอย่าง เผอิญฉันเปลี่ยนงานบ่อยน่ะ เพราะไม่ชอบทำอะไรแบบเดียวทุกวัน”

เปลวฟ้ารู้สึกว่าจูเลียนตอยอย่างลับลมคมในเหมือนมีเรื่องที่ปิดบัง นี่ยังไม่นับหน้าตาและรอยยิ้มแบบสวมหัวโขนด้วยแล้ว

“พ่อแม่ผมแต่งงานกันเมื่อไร”เด็กน้อยลองถามลองเชิงต่อ

“ฉันจำได้ว่าพ่อแม่เธอไม่ได้แต่งงานอย่างเป็นทางการหรอกจริงไหม”

เด็กน้อยนิ่งเงียบ เพราะพ่อแม่เขาไม่เคยจัดงานแต่งงานหรือเชิญแขกมาสักครั้ง เนื่องด้วยเหตุผลส่วนตัว

“โอเค ผมเชื่อละว่าคุณเป็นเพื่อนพ่อของผม”เปลวฟ้าจำใจยอมรับคนตัวโตน่าสงสัยคนนี้ “แล้วคุณมีธุระกับผมมิทราบ ถ้ามาหาพ่อของผมละก็เสียใจด้วย พ่อผมตายไปแล้ว”

“ไม่นะฉันจำได้ว่าพ่อเธอแค่หายสาบสูญ”ชายสูงเท่าเปรตพูดแก้ด้วยสีหน้าขำขัน

“นั่นแหละสรุปเหมือนกันว่าตายไปแล้วละ”

“ฉันไม่ได้มาหาพ่อของเธอ แต่มาเพื่อช่วยเธอต่างหาก”

“ช่วย !”เปลวฟ้าขมวดคิ้วทันที “ช่วยอะไรผมมิทราบ ผมว่าคุณช่วยตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง เช่นหางานปักหลักหาความั่นคงให้ชีวิตตัวเองก่อนน่ะ”

“ไอ้หนูอย่าได้ดูถูกฉันเชียวนา ถ้ารู้ว่าจริงๆแล้วฉันเป็นใครเธอจะต้องทำหน้าตกใจยิ่งกว่าเห็นอุกกาบาตรพุ่งชนหัวเธอเสียอีก”

“เอ้า แล้วสรุปเป็นใครละ นอกจากจะชื่อจูเลียนอะไรนั่นน่ะ”

จูเลียนกวักมือเรียกให้เปลวฟ้ายื่นหูมาใกล้ๆเขา พร้อมกับกระซิบบอกไปว่า

“เหยียบไว้เลยนะถ้าได้ยินแล้ว เพราะฉันคือสายลับ”

“จับบ้านเล็ก”เปลวฟ้าเสริมด้วยหน้าเซ็งๆ ก่อนจะถอยห่างแล้วเดินกลับไปทางเข้าบ้าน

ทันใดนั้นเองเข้ารู้สึกมีกระแสลมวูบหนึ่งหอบเข้ามาจากทางด้านหลังที่เขาหันไป เด็กชายหนักลับไปมองด้วยแปลกใจ เขาพบว่าจูเลียนข้ามประตูรั้วที่สูงเกิน2เมตรเข้ามาและยืนอยู่ด้านหลังเขาแล้ว

“เป็นไปไม่ได้”เปลวฟ้าบอกตัวเองด้วยความตกใจ เพราะต่อให้ปีนเข้ามาเก่งแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาเป็นนาที แต่นี่เหมือนกระโดดเข้ามาไม่มีผิด

“ฉันบอกนายแล้วไงเจ้าหนู ว่าฉันเป็นสายลับ”อีกฝ่ายยิ้มแฉ่งให้เขาหน้าบานด้วยความภูมิใจ

“คุณต้องการอะไรกันแน่”เปลวฟ้ากระโดดถอยห่าง แสดงสีหน้าหวาดระแวงยิ่งกว่าเดิม

“ก็บอกแล้วไงว่ามาเพื่อช่วยเธอ”

“แล้วช่วยยังไงเล่า”เด็กชายถามกลับอย่างหัวเสีย

“สอนเธอไง”จูเลียนตอบยามนี้สีหน้าแสดงความจริงจังออกมาเป็นครั้งแรก “สอนให้เธอใช้ชีวิตในโลกนี้ด้วยตัวเองไงละ ฉันจะสอนความรู้ทุกอย่างที่ฉันมีให้กับเธอ ไม่มีหรอกนะที่สายลับจะมาพูดแบบนี้น่ะ”

“ใช่ไม่มี เพราะแบบนี้ผมถึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อคุณ”เปลวฟ้าทำหน้าชั่งใจ “อีกอย่างคนที่ทำตัวเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆดูไม่มีความมั่นคงในชีวิต มันน่าให้มาสอนตรงไหน”

จูเลียนได้ยินถึงกลับยืนนิ่งด้วยความทึ่ง เขาตบหน้าผากตัวเองเสียงดังทันที

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้ตายสิลูกของไอ้มานะ นี่มันวาจาร้ายไม่เบาจริงๆ”

“อีกอย่างผมยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าคุณเป็นสายลับ คุณทำงานใครละ CIA หรือไง”

“ฉันจะบอกอะไรให้นะเจ้าหนูสายลับจริงๆ เขาจะไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาทำงานให้กับใคร แต่ถ้าจะให้ฉันบอกจริงๆละก็ ฉันทำงานให้กับตัวเองนี่แหละ”

“ผมว่าคุณมันพวกพเนจรไม่มีใครเขารับมากกว่ามั้ง”

“งั้นเอางี้ไอ้หนู”จูเลียนแสดงสีหน้าที่เริ่มชักหมดความอดทน “ฉันจะพิสูจน์แบบง่ายๆเลย เธอไม่จำเป็นต้องเชื่อก็ได้ว่าฉันเป็นสายลับ แต่ฉันจะทำให้เชื่อว่าเธอจำเป็นต้องมีฉันสอนเทคนิคต่างๆในการดำรงชีวิต”

ทันใดนั้นเขาก็หยิบกระดานหมากรุกขึ้นจากกระเป๋าเป้ที่สะพายด้านหลัง

“ถ้าเธอชนะฉันสักกระดานหนึ่ง เธอก็ลืมชื่อฉันและตัวตนนี้ไปได้เลย”เขากล่าวท้าทาย “จะกี่เกมส์ก็ได้ ฉันได้ยินมาจากพ่อเธอว่า ลูกชายเก่งหมากรุกจนคนเป็นพ่อยังไม่อยากเล่นด้วยใช่ไหม”

“ถ้างั้นเรามาเล่นกันทีละ 2 กระดานพร้อมกันเลยไหม”เปลวฟ้าแสยะยิ้มทันทีเมื่อเรื่องนี้ถูกตัดสินด้วยเกมส์

“น่าสนใจดีนี่ เอาสิจะกี่เกมส์ก็ได้ฉันจะชนะเธอจนกว่าเธอจะยอมรับ”

ยอมรับที่ว่าก็คือการยอมรับความฉลาดของอีกฝ่าย ซึ่งดูท่าจูเลียนจะเตรียมกระดานหมากรุกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพราะมีนาฬิกาที่ใช้จับเวลาในการเดินแต่ละตาด้วย

5 ชั่วโมงผ่านไป เปลวฟ้าก็ต้องยอมรับจูเลียนในที่สุด ซึ่งเปลวฟ้าก็ได้เรียนรู้ฝึกฝนด้านจิตวิทยา ศิลปะการต่อสู้ที่เขามักไม่ชอบนัก และเรียนรู้การทำธุรกิจการค้า ทักษะการจับกลโกงต่างๆ เป็นเวลากว่า 3 ปี เจ้าอาจารย์คนนี้ก็จากเขาไปเหมือนสายลมโดยไม่มีการกล่าวลา

ปัจจุบันเมื่อเขาได้อาจารย์ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทำให้เขานึกแปลกใจจริงๆว่า เจ้าหมอนี่ที่จู่ๆก็หายไปไม่มีการลา ต้องการอะไรกันแน่

“หวัดดีไอ้ศิษย์รัก สบายดีไหม”

เปลวฟ้าขมวดคิ้วแทนคำตอบ แล้วเขาก็รู้สึกเอะใจบางอย่าง เขาเดินผ่านอาจารย์โดยไม่สนใจเหมือนผ่านเสาไฟฟ้าข้างทาง ไปยังประตูที่มีการลงกรอนร๊อกเอาไว้ แล้วย้ายตัวเองไปที่หน้าต่างและจุดที่น่าจะเข้ามาได้ทั้วบ้าน ซึ่งเขาก็ร๊อกไว้หมด ก่อนจะเดินกลับมาหาอดีตอาจารย์ที่กำลังนั่งผิวปากอยู่

“คุณเข้ามาในนี้ได้ไงกัน”เปลวฟ้าถามด้วยความแปลกใจ

“เอ้า เรื่องนี้นายต้องหาคำตอบเอาเองสิ ขืนตอบง่ายๆไม่ใช่สมองซะบ้างเดี๋ยวก็โง่หรอก”

“คิดแล้ว แต่หาคำตอบไม่ได้ถึงได้ถามไง ใช้กลอะไรกันแน่”

“ไม่มีนักมายากลที่ไหนบอกกลให้ผู้ชมรู้หรอกนะ”จูเลียนทำหน้าเล่นลิ้นใส่ “ถ้าจะใบ้ฉันก็เคยบอกนายแล้วว่าฉันเป็นสายลับไง”

“เออ..”เปลวฟ้ายอมรับอย่างจนใจ ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่ผ่านการฝึกทุกอย่างมา เขาก็เริ่มเชื่อแล้วว่าหมอนี่อาจเป็นสายลับจริงๆ

“เอาละครับคุณจูเลียนนอกจากจะมากวนประสาทผมแล้ว คุณมาทำอะไรที่นี่มิทราบครับหรือมีธุระอะไรกับอดีตศิษย์ที่คุณทิ้งขว้าง”
จูเลียนขมวดคิ้วที่ได้ยินน้ำเสียงของอดีตศิษย์ที่บ่งบอกว่าเซ็งเมื่อเห็นหน้าเขา
“อะไรกัน อย่าบอกนะว่าน้อยใจน่ะที่ฉันทิ้งนายไปนะ ทำตัวเป็นสาวน้อยไปได้”
“หุบปากไปเลย ผมไม่ได้น้อยใจอะไรทั้งนั้นแหละ”เปลวฟ้าถลึงตาเถียงเสียงเข้มทันที “เพียงแต่ไม่พอใจที่คุณอยู่ๆก็โผล่มา ถ้าให้เดาคงมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ไหว้วานผมอยู่ละไม่ว่า”
“โอ้โห ไม่เจอกันพักเดียว ดูเหมือนจะมองคนเก่งขึ้นเยอะนะ”จูเลียนทำหน้าชื่นชมและกลับมาครุ่นคิดภูมิใจตัวเอง “สมแล้วที่ฉันคนนี้เป็นคนสอน ไม่ผิดหวังจริงจริ๊ง”
“พักเดียวบ้านแกสิตั้ง 3 ปีเชียวนะ”เปลวฟ้าเห็นสีหน้าที่ดูสบายใจของอีกฝ่ายชักเริ่มเหลืออดจึงเริ่มโบกมือไล่ “ถ้ายังไม่พูดธุระอีกก็รีบไสหัวกลับไปเลย มุดเข้ามาทางไหนกลับไปทางนั้น”
                “โอเค โอเค ถ้างั้นเริ่มมาเข้าเรื่องกันดีกว่า”น้ำเสียงของจูเลียนเปลี่ยนไปในพริบตา ทำให้เปลวฟ้าหันกลับมาสนใจทันที “นายคงรู้เรื่องเกี่ยวกับเกมส์ออนไลด์ที่เพิ่งเปิดใหม่แล้วสินะ”จูเลียนเหลือบมองไปที่เครื่องที่อยู่ห่างออกไป “โอ้ดูท่านายจะเข้าไปเล่นซะแล้ว”
                “แล้วมันมีปัญหาอะไรหรือไง คุณสายลับ”เปลวฟ้าถามกลับด้วยน้ำเสียงประชด
                “หึ มันมีแน่ถ้านายเข้าไปในนั้นน่ะ”
“หมายความว่าไงถ้าเป็นผมน่ะ”คราวนี้เปลวฟ้าเลิกประชด เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบที่เล็งมาที่ตัวเขาเอง
“นั่นเพราะว่าเกมส์นี้มันเกี่ยวกับพ่อของนายน่ะสิ”
“เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้วแต่ไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาตรงไหน”
“ปัญหาคือพ่อนายไม่อยากให้นายเข้าไปในนั้น”
“พูดแบบนี้ยิ่งต้องเข้าใหญ่”เปลวฟ้ากำหมัดแน่นแววตาทอประกายด้วยความมุ่งมั่น “พ่อของผมเป็นหนึ่งในผู้สร้างเกมส์นี้ใช่ไหม”
จูเลียนพริ้มตาลงก่อนตอบว่า“คงจะไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบัง ใช่เขาเป็นหนึ่งในผู้สร้าง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเกมส์นี้มีอะไรที่ยากเกินกว่าที่เด็กอย่างนายจะรับมือไหวอยู่”
“ผมไม่สน”เปลวฟ้าปฏิเสธเสียงเข้ม “ถ้ามันคือคำตอบที่เขาทิ้งไปละก็...เอ๊ะเดี๋ยวก่อนนะคุณบอกว่าพ่อผมไม่อยากให้เข้าไปงั้นเหรอ”
“ใช่มันเป็นคำขอของเขาก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไป และเขาก็ฝากให้ฉันคอยดูแลนายเมื่อนายต้องอยู่ลำพัง”
“อย่าล้อเล่นน่า แล้วจดหมายนั่นมันไม่ได้บอกแบบนั้นเลย”เขาเริ่มทบทวนความคิด “หรือว่าจดหมายจะเป็นชองปลอมกัน”
“จดหมาย...? จดหมายอะไร”จูเลียนถามด้วยความแปลกใจ เมื่อเปลวฟ้านำจดหมายที่ถูกนำมาแปะต่อเหมือนเดิมมาให้อ่าน ถึงได้เข้าใจ
“ถ้าเป็นอย่างที่เดาไว้ มีใครบางคนวางเหยื่อล่อให้นายเข้าไปกินชัดๆ ใครบางคนที่หวังอยากให้นายเข้าไปเล่นเกมส์นี้”
“เพื่ออะไรละ”เปลวฟ้าเปรยถามขึ้น ทั้งสองศิษย์อาจารย์ต่างกอดอกเท้าคางใช้ความคิดในท่าเดียวกัน “จะเป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายรู้ว่าผมต้องการหาความจริงเรื่องของพ่อ”
“นั่นหมายความว่าคนที่วางแผนเป็นคนใกล้ตัว หรืออาจมิอิทธิพลคอยจับตาดูนายอยู่”จูเลียนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก
“ผมว่าคุณน่าจะบอกผมตรงๆดีกว่านะว่าเกมส์นี้มันมีอะไรที่คุณรู้แต่ไม่บอกผมน่ะ”เปลวฟ้าเปลี่ยนคถามทันทีเพื่อเค้นเอาความจริงจากจูเลียนที่ต้องอมความจริงเอาไว้แน่นอน ซึ่งเจ้าตัวกลับทำหน้าครุ่งคิดและนิ่งเงียบใส่เป็นคำตอบ
“ถึงคุณไม่บอกอะไร แต่ที่ผมเข้าไป ผมก็รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างที่มันแตกต่างจากเกมส์ทั่วไป ราวกับว่าตัวเราไม่ได้อยู่ที่โลกนี้ แต่เหมือนไปอยู่อีกโลกมากกว่า”
จูเลียนเบิกตากว้างมองตรงไปที่ลูกศิษย์ทันที “นายรู้สึกได้ถึงขนาดนั้นเลยงั้นรึ แล้วนอกจากนี้ยังรู้สึกอะไรอีก”
“ใช่ จนรู้สึกว่าตัวเอง...”เปลวฟ้าพูดไม่ออกเลยว่า เขารู้สึกชอบโลกในนั้นมาก ด้วยเหตุผลที่บอกไม่ถูก แต่ไม่ใช่เพราะมันเป็นโลกแฟนตาซีหรือไม่ธรรมชาติ แต่มีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ซึ่งเขาไม่เข้าใจมันเลย
“เอาละ บอกตรงๆเลยนะ ฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อห้ามนายอย่างที่พ่อนายพูดหรอก” จูเลียนเหมือนจะเดาคำตอบได้แม้เปลวฟ้าจะพูดไม่จบ เขาจึงไม่เค้นเอาคำตอบ “ฉันมาที่นี่เพื่อยุนายเข้าไปด้วยซ้ำไป”
“หา...”เปลวฟ้าถึงกับอุทาน “ทำไมกัน”
“เพราะฉันคิดว่ามีแต่นายเท่านั้นที่จะหาคำตอบและความจริงในเกมส์นั้นได้”
“นั้นแหละที่อยากถามน่ะว่าทำไม”
“แล้วนายจะเข้าใจ เมื่อนายพบความจริง ความจริงที่นายพยายามหามาตลอด”
“เอาอีกแล้ว”เปลวฟ้าเค้นเสียงด้วยความหงุดหงิด “ตอบแบบทุเรศๆเหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ห่วยๆอีกแล้ว ขอร้องเถอะจะบอกอะไรที่มันตรงๆได้ไหม ไม่ชอบอะไรที่หักมุมน่ะ”
“เชื่อเถอะ นั่นละหน้าที่ของฉันเลยละที่ต้องมาพูดกับนายแบบนี้”จูเลียนถึงกับอมยิ้มอย่างมีความสุข ยิ่งได้เห็นสนห้าร้อนใจของลูกศิษย์ตัวเอง “อีกอย่างฉันก็ชอบมากที่ได้พูดแบบนี้ด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เชอะ ผมไม่เล่นแล้วจะดีกว่า”
“ไม่ ไม่ นายจะเล่น ต่อให้ฉันห้ามไม่ให้นายเข้าไปก็ตาม”
เปลวฟ้ารู้สึกเกลียดจูเลียนจริงๆ ที่มักทำตัวเป็นพยาธิในท้องของเขา
“เอาละฉันมีเรื่องจะเตือนนายอยู่เรื่องหนึ่ง ถ้าอยากเล่นเกมส์นี้แบบผ่านฉลุย ก็ควรทบทวนสิ่งที่ฉันเคยสอนนายมา โดยเฉพาะเรื่องวิชาความสามารถในการป้องกันตัว ที่นายมักอู้ไม่หมั่นฝึกทบทวนน่ะ งานนี้มันต้องออกแรงมากหน่อยนะ แค่แผนการกับหัวแข็งๆของนายมันไม่พอหรอก” จูเลียนทำหน้าเหมือนกำลังแสยะยิ้มแล้วเดินไปที่ประตูทางออกของบ้าน
“เชอะ”ศิษย์หนุ่มสะบัดหน้าไปทางอื่นด้วยความหงุดหงิดทันที แต่ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “เดี๋ยวนะ หรือว่าที่ผ่านมาที่มาฝึกให้ก็เพื่อวันนี้น่ะ”
ทันทีที่มองกลับไปหาเจ้าอาจารย์กวนประสาท ก็พบว่าหายไปแล้ว เปลวฟ้าเดินไปที่ประตู ซึ่งมันยังล๊อกจากด้านเขา นี่มันหมายความว่าไงกันแน่ การจากไปของจูเลียนมันดูไร้ร่องรอยจนเกินไป จนเขารู้สึกขนลุกมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มันดูผิดปกติไปหมดและเต็มไปด้วยปริศนาที่มันยากเกินกว่าที่จะใช้เหตุผลที่มีมาอธิบาย ทั้งเรื่องพ่อของเขา เรื่องจูเลียนและเรื่องเกมส์ที่ตัวNPC บอกว่าเป็นมนุษย์
ในความรู้สึกของเขาคำตอบของคำถามและความจริงที่กำลังตามมา คงแค่ทางเดียว นั่นคือกลับไปเล่นเกมส์ Eternal World เท่านั้นแม้ว่ามันจะเป็นไปตามแผนการของใครบางที่วางเอาไว้ก็ตาม
 
“ท่านประธาน ท่านประธาน”ไอม่าร้องเรียกด้วยความร้อนรน ก่อนที่จะเข้าไปเปิดห้องทำงานของท่านประธาน G.Brain Softเสียอีก
“ว่าไงไอม่า มีเรื่องอะไรร้อนใจถึงขนาดไม่เคาะประตูก่อน”ประธานบริษัท G. Brain Soft ยันหันหลังไผ่หลัง ขณะมองออกไปยังกระจกใสที่รายล้อมห้องทำงานด้านหลัง ซึ่งทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ความเจริญของเมืองนิวยอร์กที่เต็มไปด้วยตึกสูงมากมาย
“ขอประทานโทษด้วยครับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ท่านประธานเคยบอกว่าจะรอช้าไม่ได้เมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหว ให้รีบแจ้งท่านประธานทันที”
ไซเฟอร์ชะงักและเลิกสนใจในสิ่งที่คิดในตอนแรกขณะที่มองออกไปด้านนอก เขาหันกลับมามองไอม่าอย่างช้าๆ ใบหน้าที่ยังหนุ่มแน่น แทบไม่อยากเชื่อว่าเขาคือนักธุรกิจที่ครอบครองตลาดไอทีทั้งหมด ผมสีดำเข้มยาวประบ่า แววตาที่คมกร้าวจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็นในทีแรก ด้วยความนึกคิดก่อนหน้า ก่อนจะแสยะยิ้มได้ยินข่าวที่เพิ่งรับรู้
“แน่ใจแค่ไหน”ประธานหนุ่มถามต่อ
“ผมได้รับรายงานเรื่องเครื่องที่เขาสั่งซื้อไปครับ และดูเหมือนว่าเขาจะเกี่ยวข้องกับการที่ทาลอสถูกล้มที่เมืองเริ่มต้นด้วยครับ”
                ประธานหนุ่มกระตุกยิ้มยิ่งกว่าเดิม “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ชักสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้วละไอม่า ดูท่าฉันจะมองไม่ผิดจริงๆที่เริ่มหว่านเมล็ดเอาไว้ ด้วยความสามารถของเขา การที่เขาจะเข้าใกล้ความจริงน่าจะเป็นไปได้แน่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์จนเราได้เห็นแน่นอน หรืออาจเป็นตัวอันตรายกันนา...หึหึหึ”
ไอม่าที่ได้เห็นสีหน้ากำลังคิดของท่านประธาน ซึ่งยามนี้กำลังกระตุกยิ้มอย่างชั่วร้ายจนเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาอดนึกสงสารคนที่ท่านประธานกำลังให้ความสนใจไม่ได้จริงๆ เพราะหากคิดเป็นศัตรูกับคนๆนี้มันยิ่งกว่าการเอาตัวเองไปลงนรกเสียอีก เพราะตั้งแต่ที่เขาเริ่มติดตามท่านประธาน เขาก็เห็นบรรดาคู่แข่งที่ถูกบดขยี้ ไม่ล้มละลาย ก็ตายเพราะอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย ซึ่งเขาไม่แน่ใจเลยว่านั่นคือความจริง
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2078 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 10:53
    อาจารย์โผล่มาแบบลึกลับๆ
    #2,078
    0
  2. #1950 off (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 17:55
    มาแล้วววว



    มาคต่อเร็ววววววน้าาาา อย่าทิ้งนาน - -



    ทิ้งไปนานๆเลยไม่ค่อยได้แวะมาดูเลย เลยพึ่งรู้ว่าอัพ
    #1,950
    0
  3. #1949 annaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 17:27
    มาอัพต่อเร้วๆน้า
    #1,949
    0
  4. #1948 ㄨสๅยลมㄨ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 04:52
    อัพแล้วเย้ๆๆๆๆ
    #1,948
    0
  5. #1947 inasba (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 03:54

    สมกับเป็นอาจารย์ไปมาไร้ร่องรอยเลย

    #1,947
    0
  6. #1946 ไม่หญิงไม่ชาย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 13:06
    ทำไมคนแต่งใจร้ายแบบนี้อ่ะหายไปตั้งนานเอามาลงทั้งทีแค่นิดเดียวเองอ่า
    #1,946
    0
  7. #1943 RHYTHM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 19:21
    ลงแล้วๆ



    กรี๊ดดดดดดดดดดด x100,000,000,000,000,000
    #1,943
    0
  8. #1942 ★ฟะ'เอิน {sihan}{๑๐๓} (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2553 / 16:32

    ในที่สุดก็อัพ  :)

    #1,942
    0
  9. #1941 annaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2553 / 13:43
    มาอัพต่อเร็วๆน้า
    #1,941
    0
  10. #651 koryu_jay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:28
    ภาพ 3 อ่ะ เห็นแล้วชอบ!!
    #651
    0
  11. #650 สายลมรัตติกาล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:27
    3333333333333333333 ค้าบ
    #650
    0
  12. #649 EndlessReader (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:27
    เบอร์ 3 ครับ
    #649
    0
  13. #648 - - (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:16
    เหอๆแต่ไอเดียดีนี่ครับ เอาความคิดท่านผู้อ่านมาแล้วทำผลสำรวจ 55+ ชั่วร้ายสมกับเป็นเปลวฟ้าเลย
    #648
    0
  14. #647 - - (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:16
    เบอร์ 1 เหมือนอร เบอร์ 4 พิมพ์ชัวร์ หน้าตาแบบนี้ตีความได้สองแบบแต่สามารถตีความแนวเจ้าแผนการได้ก็ต้องเป็นคนนี้แหละพี่ลองมองนัยน์ตาดีๆจะดูลึกกว่าทั่วไปยิ่งมองยิ่งปวดหัวเพียงเท่านี้ก็เป็นการป้องกันการอ่านความคิดทางหนึ่งได้แล้ว
    #647
    0
  15. #646 ladyangle (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:14

    ภาพที่ 4 ให้ความรู้สึดฉลาดดี

    #646
    0
  16. #645 TonGra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:03
    ภาพ 1 น่ารักไป
    ภาพ 2 หยิ่งไป (น่าจะเป็นพระเอกเวอร์ หญิง)
    ภาพ 3 สวย ยิ้มหวาน
    ภาพ 4 แบ๊วไป

    ขอตอบ ภาพ 3 ดูใจดีเวอร์
    #645
    0
  17. #644 kunman (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 22:01
    3ครับ ดูอ่อนหวานจริงใจซื่อๆดี
    #644
    0
  18. #643 The Wiz@rd Of Silence (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 21:55

    คนที่ 4 
    เห็นแล้วรู้สึกสบายๆ

    #643
    0