Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 11 การเจรจาการค้า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ก.ค. 53

ตอนที่ 11 การเจรจาการค้า
หลังจากอดีตอาจารย์จอมกวนประสาทหายไปแบบทิ้งปริศนา เขาเดินไปยังจุดที่จู่อาจารย์ของเขาก็หายตัวไป มีกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆทิ้งเอาไว้ ซึ่งมีข้อความประมาณ 4 บรรทัด เปลวฟ้ารีบหยิบขึ้นมาอ่านทันที ได้ความว่า
เรื่องนี้จำเป็นต้องเขียนบอกเธอ เพราะถ้าพูดกันตรงๆต่อ ฉันขี้เกียจฟังเธอบ่น เพราะฉันรู้จักเธอดีน่ะสิ ^-^
เรื่องที่อยากบอกก็คือฉันส่งสาวน้อยไปช่วยนายในเกมส์ด้วย ไม่ต้องขอบใจหรอกนะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบทำงานกับพวกผู้หญิง แต่เชื่อเถอะอะไรที่มักไม่เกลียดก็มักได้สิ่งนั้นเสมอ (หัวเราะ) จำไว้ให้ดีละไอ้ศิษย์รักช่วงนี้ดวงนายน่ะนารีกำลังอุปถัมภ์ด้วยนะ
ปล.ด้วยรักและความห่วงใยจากอดีตอาจารย์รูปหล่อ
เปลวฟ้าขยี้กระดาษนั้นด้วยมือข้างเดียวจากนั้นก็เอาไฟแช๊กมาจุดเผาแล้วทิ้งขี้เถ้าลงถังขยะทันที มันเป็นแบบนี้อยู่เสมอที่อดีตอาจารย์ตัวแสบมักหาเรื่องที่เขาเกลียดมาให้ตลอด โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง สิ่งมีชีวิตที่เดาใจยากที่สุดในประวัติศาสตร์ยอดคนมากมายก็มักสิ้นท่าเพราะนารีทั้งสิ้น แม้แต่นักคิดผู้ยิ่งใหญ่บางคนยังเคยกล่าวเอาไว้ว่า อิสตรีคืออุปสรรคต่อการคิดคำนวณ
“เฮอะผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก็ไม่บอก แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าคนไหนจะมาช่วย”ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดในความสะเพร่าของอดีตอาจารย์ตัวแสบที่มักหาปริศนามาเพิ่มให้เขาอยู่เรื่อย
 
                เปลวฟ้ากลับเข้าสู่เกมส์ เขาพบว่าเกราะถูกดัดแปลงกลายเป็นสีเงิน มันเงางามและรูปลักษณ์ดูองอาจน่าเกรงขามกว่าเดิม รูปร่างโดยรวมของมันเหมือนเกราะเบาแบบอัศวินไม่มีผิด ส่วนโซ่กลับเป็นสีเขียวเข้ม ทำให้รู้ทันทีว่ามันใช้วัสดุอะไรสร้างขึ้น พอมาครุ่นคิดดูถึงสาเหตุเขาก็พอเดาได้ก่อนจะนำเกราะมาใส่กับตัว
                พอมองหาคนสร้าง ก็พบว่านอนขดหนุนหมอนด้วยสีหน้าเหมือนกำลังเคลิบเคลิ้มกับความสบายบนเตียงนุ่มๆ
                “ยูเรียน่า”เปลวฟ้าเรียกหล่อน แต่เจ้าตัวกลับขยับเอาหน้าคว่ำกับหมอน
                “ยู-เรีย-น่า !!”เสียงเรียกนั้นดังขึ้นอย่างเหลืออด แต่เจ้าหล่อนก็หยิบหมอนมาปิดศรีษะ ทำเอาคนเรียกขมวดคิ้วเป็นปม
เปลวฟ้าจึงใช้เวทมนตร์จุดไฟขึ้นบนมือแล้วเอาไปจ่อๆใกล้ๆหญิงสาวที่นอนไม่รู้ไม่ชี้
“เฮ้ย !! ไฟไหม้ !!!”เปลวฟ้าแกล้งทำเสียงร้อนรน ประกอบกับความร้อนและเสียงของเปลวไฟที่ลุกโชน
ยูเรียน่าลุกขึ้นนั่งเหมือนมีสปริงติดตัว ด้วยแววตาร้อนรน “ไฟไหม้เหรอ !!” เธอทำตาโตอุทานมองไปรอบห้องจนมาเห็นไฟในมือเปลวฟ้า ทำเอาเธอหน้าเจื๋อนทันทีเมื่อพลาดหลงกลเด็กหนุ่มที่ยืนกอดอกมองเธอเขม็ง
“แหะ แหะ”เธอหัวเราะเสียงแห้งและยิ้มแบบงานเข้า “ก็แหมเค้าก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อีกอย่างต้องรอคุณในห้องไม่มีอะไรทำ จะออกไปไหนก็ไม่ได้ ฉันก็เลยต้องนอนรอคุณ ทั้งๆที่ไม่อยากทำเล้ย”
หล่อนทำเสียงอู้อี้ แก้ตัวว่าสาเหตุที่จำต้องนอนเป็นเพราะตัวเปลวฟ้าที่ใช้ให้เธอทำงานอย่างช่วยไม่ได้
เปลวฟ้าเกาเหากับเรื่องนั้นก่อนจะถามว่า “เรื่องนั้นช่างเถอะแต่ฉันอยากรู้เรื่องเกราะ กับโซ่เท่านั้น”
“อ๋อคือว่า ไอ้โลหะผสมนั้นมันมีไม่พอหล่อทำเกราะน่ะค่ะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะพอใจถ้าฉันเปลี่ยนให้มาทำแบบนี้แทน”เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องถามถึง
ที่จริงถ้าทำไม่ได้เขาอยากให้หล่อนเก็บแร่ไว้ก่อน แต่ในเมื่อกลายเป็นแบบนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต่อว่า
“คุณเห็นหน้ากากหรือยังคะ”ยูเรียน่าถามก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อ
“หน้ากาก ?”เปลวฟ้ายังไม่เห็น
“นี่ค่ะ”เธอหยิบมันมาจากในผ้าคลุมที่ห่อเอาไว้อย่างดี ซึ่งดูเหมือนเธอจงใจไม่ให้เขาเห็นก่อนเพื่อความต้องการบางอย่าง เช่นให้เขาใส่ให้เธอดูก่อน
“ลองใส่ดูซิคะ”เธอยื่นหน้ากากที่มีลักษณะเหมือนตัววีปีกกว้างตรงกลางที่หักมุมเป็นปลายแหลมเหมือนอีกา มีสีดำสนิท ตรงกึ่งกลางที่ปิดส่วนหน้าผากมีอัญมณีสีฟ้าทรงข้าวหลามตัดติดอยู่
“นั่นว่าแล้ว”เปลวฟ้าเอ่ยที่ตนคิดถูกจริงๆ เขาจำใจหยิบหน้ากากและต้องลองมันเพื่อที่จะรู้ว่าใส่ได้หรือเปล่า แม้จะเป็นไปตามความต้องการของหญิงสาวจ้องมองเขาเขม็งอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก่อนจะใส่เขาก็ชะงักหันมาถามแทน “เธอลองใส่หรือยังละ”
“ยังเลยค่ะ”
“ลองใส่ดูไหม”
“ไม่ค่ะ”อีกฝ่ายปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่มีวันอ่อนข้อจนเขามั่นใจได้เลย
“ก็ฉันอยากให้คุณลองนี่”ยูเรียน่าทำเสียงอ้อน
เปลวฟ้านึกอ่อนใจต่อโหมดเอาแต่ใจของผู้หญิงตัวแม่
“แล้วเธอดัดแปลงเพิ่มคุณสมบัติอะไรหรือเปล่า”
“ก็ลองใส่ดูสิคะ เดี๋ยวก็รู้”เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย
นึกแล้วเชียว
เปลวฟ้าคิดก่อนจะหยิบมาใส่ในที่สุด ตัวหน้ากากปิดแค่ครึ่งหน้า จากนั้นตัวเกราะสีเงินที่เขาใส่อยู่ก็เปลี่ยนสีกลายเป็นสีดำ แถมลวดลายตรงส่วนหน้าอกและส่วนไหล่มีหน้าเหมือนปิศาจร้ายมีเขา2เขากำลังแสยะยิ้มอยู่ ทำให้คนที่เห็นดูน่าเกรงขามและลึกลับจนรู้สึกหวาดหวั่น
“ไม่เลวนี่”เปลวฟ้าส่องกระจก แล้วเอ่ยชมที่มันทำให้คนรู้สึกกลัวได้ที่เห็น
“ว้าวเวลาคุณใส่หน้ากากดูมาดเข้ม และดูน่าเกรงขามขึ้นจริงๆนะคะ”ยูเรียน่าก็ชมด้วยความปลื้ม “ลองแตะหรือลูบที่อัญมณีดูซิคะ”
เมื่อเปลวฟ้าทำตามก็พบว่าตัวหน้ากากมีการเปลี่ยนแปลงมันมีชิ้นส่วนยืดออกมาครอบหัวและส่วนปากมีที่ครอบ มันทำให้ยิ่งดูเหมือนหน้ากากอัศวินเข้าไปใหญ่ และดูรวมจากเกราะสีดำสนิทก็ยิ่งทำให้มองว่าเป็นอัศวินปิศาจเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าเขาเป็นคนที่ชื่นชอบยึดติดความเป็นจอมเวทคงบ่นไปแล้ว ในทางกลับกันนับว่าเป็นผลดีที่จะอำพรางความสามารถของตัวเองมากกว่า
“เอาล่ะ”เปลวฟ้าเก็บของเตรียมออกเดินทางและคลุมผ้าคลุมรอบตัวไม่ให้เผยเกราะสีเงิน “ได้เวลาไปจากที่นี่กันแล้ว”
“จะไปไหนต่อเหรอคะ”ยูเรียน่าเอียงน่าสงสัย
“เราจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกัน”
สิ่งที่เปลวฟ้าหมายตาคือการเปลี่ยนเงินที่มีอยู่ให้เป็นกำลังในการลงทุน เขาเดาว่าเกมส์นี้ต้องมีวิธีลงทุนกับกลุ่มการค้าแน่เหมือนเกมส์ทั่วๆไป เขาก็เข้าไปสำรวจที่จัตุรัสเมือง ที่นั่นมีบอร์ดที่แปะใบโฆษณาไว้มากมาย ในรายละเอียดของกลุ่มการค้าต่างๆมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเปลวฟ้าอย่างมาก อย่างร้านเหล็กน้ำพี้ที่ชื่อฟังดูค่อนข้างจะเว่อ แต่ภายในนั้นได้บอกถึงคุณภาพเหล็กที่เหนือกว่าเหล็กทั่วไปที่นำมาสร้างอาวุธที่พลังโจมตีและมีความแข็งแกร่งกว่าดาบทั่วไป
“ร้านเหล็กน้ำพี้น่าสนใจดีนะคะ”ยูเรียน่ามองตามเปลวฟ้าที่ใบโฆษณาเดียวกัน
“เธอคิดว่าไงละ แม่นักเล่นแร่แปรธาตุ”เปลวฟ้ายิ้มถามด้วยน้ำเสียงเชิงหยอก
“แหมไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ดูจากส่วนผสมแล้วก็คือเหล็กกล้าดีๆนี่เองค่ะ แต่อาจจะมีเคล็ดลับที่การให้ความร้อนก็ได้คะ หรืออาจใช้ส่วนผสมมิธริลเพิ่มเข้าไปเล็กน้อยให้เหล็กมีความหยืดหยุ่นกว่าเดิม”
ได้ยินคำอธิบายเปลวฟ้าถึงกับอึ้งไปเลย แม้จะไม่ค่อยสันทัดเรื่องแร่อย่างละเอียด แต่ในสายตาของเปลวฟ้าบอกได้แค่ว่านี่ต้องเป็นร้านของคนไทยแน่นอน การใช้ชื่อของเหล็กชื่อดังแห่งแดนไทยก็เป็นจุดสังเกตให้คนไทยเข้ามารวมกลุ่มอย่างชัดเจน
ร้านน้ำยาสารพัดประโยชน์ ที่เพิ่มค่าพลังต่างๆได้น่าตกใจ เปลวฟ้ายอมรับว่ามันน่าสนใจอย่างมาก ร้านขายผลไม้และวัตถุดิบประหลาดหายากในการทำอาหาร ค่าตอบแทนสูงจนน่าประหลาดใจ กลุ่มการค้าอาวุธนินจา กลุ่มการค้าอาวุธปืนและดินระเบิด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มการค้าต่างๆอีกมากมาย
ขณะที่ความคิดของเขากำลังลังเลไปมากับการอาวุธประเภทสายสงคราม กับน้ำยาฟื้นฟูสมุนไพร ยูเรียน่ากลับเรียกให้เขามาดูใบประกาศด้านล่างสุดซึ่งไม่เด่นนัก เปลวฟ้าทำหน้าระคนสนเท่ห์ก้มมองตามเด็กสาวที่แสดงสีหน้าความสนใจ
เมื่อได้อ่านคำประกาศจากหน้าคนกำลังฉงนใจ ก็เกิดรอยยิ้มที่รู้สึกว่าข้อมูลที่อ่านค่อนข้างเข้าท่าและทำให้รู้ว่าเจ้าของป้ายประกาศมีความสามารถแค่ไหนและจุดประสงค์ของอีกฝ่าย
“เป็นไงคะ”ยูเรียน่าถามขึ้น เมื่อเห็นรอยยิ้มของเปลวฟ้า
“อืมเอาอันนี้แหละ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย”
เปลวฟ้าคลี่ยิ้มอย่างมั่นใจ ดวงตาฉายแววลึกลับยากที่จะใครจะหยั่งถึง ในการเลือกกลุ่มการค้า หลังจากนั้นเขาก็เดินไปตามตลาดร้านค้าก่อนเพื่อหาซื้อสิ่งของที่จำเป็นต่างๆเพื่อเตรียมตัวทำตามแผนการพิชิตเกมส์ขั้นต่อไป
หลังจากนั้นเขาก็สังเกตเจอร้านขายเครื่องดื่มที่เป็นออกแบบเหมือนร้านเนทคาเฟ่ หรือไม่ก็ร้านคาราโอเกะ ภายในร้านแบ่งเป็นห้องแคบๆ ที่มีโต๊ะเล็กๆและเก้าอี้วางอยู่ พอหันไปมองยูเรียน่าเธอดูค่อนข้างจะสนใจเอามากเหมือนกับว่าเพิ่งเห็นสถานที่ตกแต่งแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าเป็นการเล่นละครต้องยอมรับว่าระดับมืออาชีพเลยที่สามารถทำให้เปลวฟ้าเชื่อได้จริงๆ
พอเข้าไปในร้านพนักงานสาวในชุดเมดสีชมพูสดใส เธอไว้ผมยาวถักเปียผูกโบว์แดง แต่งหน้าด้วยริมฝีปากสีชมพูรูปร่างอ้อนแอ้น ก็เดินเข้ามาต้อนรับเปลวฟ้ากับยูเรียน่าที่เพิ่งเข้ามาที่หน้าประตู
“สวัสดีค่ะ”สาวชุดเมททักเสียงหวาน “เพิ่งเข้ามาครั้งแรกสินะคะ ดิฉันขอแนะนำร้านเครื่องดื่มที่ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกค้าทุกท่านที่ต้องการ ความเงียบสงบและต้องการสนทนาผ่านหน้าต่าง (chat) ในแบบส่วนตัวค่ะ”
“หึหึ”เปลวฟ้ายิ้มกริ่ม เขากำลังต้องการหาที่เงียบๆในการสนทนาผ่านหน้าต่างอยู่พอดี เพราะการสนทนาจากระยะไกลจำเป็นต้องใช้การพิมพ์ติดต่อ ดูท่าร้านเครื่องดื่มที่แบ่งเป็นห้องๆจะตั้งขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
“ผมขอ 1 ห้องช่วยนำทางที”
สาวบริการยิ้มหวานกว่าเมื่อได้คำตอบ เธอจึงรีบนำทางลูกค้าไปที่ห้องทันที
พอทั้งคู่เข้ามานั่งในห้อง เขาก็สังเกตรอบห้องและฝาผนังในทันที มันเป็นแผ่นไม้บางๆเท่านั้นที่ใช้กั้น ภายในมีโต๊ะตัวหนึ่ง และที่นั่งยาวเป็นโซฟา ส่วนบนโต๊ะก็มีหน้าจอแบบพับได้และแป้นพิมเหมือนโน๊ตบุ๊คไม่มีผิด บนหน้าจอมีให้ใส่ชื่อ
“ผนังบางแบบนี้ ถ้าเกิดจะคุยกันเสียงดัง ข้างนอกก็ได้ยินสินะ”เขาถาม เมดสาวก่อนที่เธอจะหยิบเมนูอาหารเครื่องดื่มให้เปลวฟ้า ซึ่งสีหน้าเธอดูแปลกใจเล็กน้อย
“คุณนี่ช่างสังเกตจริงๆนะคะ”เธอตอบ ด้วยรอยยิ้มด้วยความชมชอบ “คุณคงเห็นว่าผนังเป็นแค่แผ่นไม้บางๆ แต่ที่จริง ที่นี่น่ะต่างจากโลกจริง ผนังของร้านนี้ถูกโปรแกรมไว้แล้วค่ะว่าสามารถเก็บเสียงได้หมด และทางร้านก็ได้ตั้งกฎไว้ว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายใดๆ”
“หึหึหึ ถ้าเกิดมีใครมาถามวิตถารในนี้ล่ะ”
“ไม่มีทางเกิดขึ้นค่ะ เพราะตัวเกมส์ได้ตั้งระบบพฤติกรรมต้องห้ามไว้แล้ว หากท่านใดที่กำลังจะกระทำ จะถูกตัดออกจากเซิฟเวอร์และโดนแบนทันที” แล้วเจ้าหล่อนก็เอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วป้องปากพูดกระซิบเบาๆ “ฉันได้ยินมาว่าเกมส์นี้ AI เป็นควบคุมตัดสินระบบ เพื่อไม่ให้คนในบริษัทหาประโยชน์หรือแอบมองผู้เล่นคนอื่นด้วยค่ะ ดังนั้นวางใจได้ค่ะความลับของลูกค้าจะไม่มีผู้ใดรู้นอกจาก คอมพิวเตอร์สมองกลหลักที่ควบคุมตัวเกมส์ นี่เมนูค่ะ”
เปลวฟ้ารับเมนูเปิดไปมา เหมือนเขามองผ่านๆ โดยสายตามองรายชื่ออาหาร เครื่องดื่มไปเรื่อยๆและยังคงกล่าวถามพนักงานสาวต่อ
“พูดตอบโต้ได้แบบนี้คุณคงไม่ใช่ npc สินะ”
“ค่ะ เป็นงานค่ะเป็นงาน รายได้ดีเลยละค่ะ”เธอตอบพลางอมยิ้ม “นอกจากนี้ยังเข้าในโลกเกมส์แบบฟรีๆ และได้แต่งชุดสวยด้วย งานบริการที่นี่ค่อนข้างอิสระมากเลย จะชวนคุยลูกค้าก็ได้เพราะเป็นหนึ่งในงานบริการที่ได้รับ แต่ก็ต้องรักษากฎในการให้บริการพนักงานสาวพูดติดลมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั้นเป็นความตั้งใจของเปลวฟ้า
“คุณเคยเจอพนักงานของบริษัทเกมส์นี้หรือเปล่าครับ”
“ค่ะ ถ้าหมายถึงพนักงานดูแลระบบพวกเราเจอค่ะ นอกจากนี้ยังมีพนักงานที่สามารถทำงานที่บ้านได้ด้วยนะคะ”
“เหรอครับ”เปลวฟ้าเอ่ยโดยแสร้งสนใจในสิ่งที่หล่อนว่า “นอกจากพนักงานระบบแล้ว พวกคนขายของตามร้าน ไม่สิ พวก GM  (Game master)มีหน้าที่แค่ไหนครับ”
“เอ...อันนี้ดิฉันก็ไม่รู้ละเอียดหรอกค่ะ รู้แต่ว่าพวกเขาเข้ามาสวมบทบาทเป็นเหมือนผู้สำเร็จโทษคนทำผิดในเกมส์เหมือนตำรวจ และสังหารผู้เล่นที่ทำความผิด จะว่าไปมันก็แปลกนะคะ ที่เกมส์นี้สามารถรับบทเป็นคนชั่วได้ด้วย ซึ่งพนักงานดูแลระบบก็บ่นเหมือนกันว่า บางครั้งผู้กระทำผิดดันหนีรอดไปได้”
เปลวฟ้าเม้มปากเหมือนยิ้มแวบหนึ่ง แล้วกลับมาทำหน้าเรียบเฉย
“ผมเอาโคล่าแก้วหนึ่งครับ”แล้วเปลวฟ้าก็ปิดเมนูพอหันไปหายูเรียน่าว่าจะถาม แต่เจ้าตัวก็สั่งขึ้นทันที
“ฉันเอาน้ำส้มแก้วหนึ่งค่ะ”
“ค่ะ ไม่ลองอาหารกับแก้มอย่างอื่นหรือคะ รสชาติเยี่ยมทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ทำให้ผู้เล่นอิ่มท้องเท่านั้น เพราะกลัวผู้เล่นจะไม่ยอมออกไปกินข้าว จะหิวตายไม่รู้ตัว”
“ขอบคุณมาก ผมไม่มีอะไรที่ต้องการแล้วล่ะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไรผมจะเรียกล่ะกัน”เปลวฟ้าตอบ แต่ยูเรียน่ากลับแทรกขัดกับเขา ทำให้เปลวฟ้าทำหน้าเซ็ง
“ขออันนี้น่ะค่ะ”เธอเอาเมนูให้พนักงานดูแล้วจึงชี้ไปที่รูป “แล้วก็อันนี้”
เปลวฟ้ามองเจ้าหล่อนอย่างหมั่นไส้รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนจ่ายเงินนะ
 
“นี่มันอะไรกันคะ”
พอเห็นสายตาจับจ้องของคนหน้ามุ่น ยูเรียน่าก็หันมาถามเบี่ยงความสนใจทันที เธอมองไปที่หน้าจอสนทนาพร้อมกับเอามือเข้าไปลองกดด้วย ทำให้เปลวฟ้านึกขำมองอีกฝ่ายเป็นคนที่หลงมาอีกยุค แต่บอกตรงๆเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกเจ้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่าอะไรเหมือนกัน
“ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นเครื่องที่เอาไว้ใช้ติดต่อกับผู้คนทั่วเกมส์ละมั้ง”เปลวฟ้าตอบแล้วลองพิมพ์ชื่อตัวเองลงไป ก็พบว่ามีช่องสนทนาและแจ้งข่าวอยู่ 6 ช่อง คือ ช่องมวลชน ช่องอาชีพ ช่องกลุ่ม ช่องเพื่อน และช่องสนทนาส่วนบุคคล
“จะมาติดต่อใครหรือคะ”ยูเรียน่าที่เหมือนเข้าใจความสามารถเครื่องตรงหน้าจึงถามต่อ
“หมอกราตรี”เปลวฟ้าตอบสั้นๆ
“ใช่คนที่เป็นเจ้าของป้ายประกาศหรือเปล่าคะ”
เปลวฟ้าพยักหน้าอมยิ้มเล็กๆ เพราะเขากำลังตื่นเต้นกับเกมส์เจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ยูเรียน่าที่ได้เห็นเขายิ้มกลับรู้สึกร้อนผ่าวไม่รู้ตัว
พอเปลวฟ้ากดพิมทักทายออกไปก็มีสัญญาณตอบรับว่าเจ้าของชื่อหมอกราตรีขณะนี้อยู่ในเกมส์ และรอดูการตอบรับอย่างใจจดใจจ่อ
“สวัสดีค่ะ ^0^ ”
“เฮ้ยผู้หญิง”เปลวฟ้าถึงกับหน้าเหยเก และนึกถึงคำพูดของอดีตอาจารย์ที่ทำนายเอาไว้ว่าช่วงนี้เขามีดวงนารีอุปถัมภ์ หรือมันจะจริง “ให้ตายสิ เดี๋ยวนี้ทำไมดวงเรามันต้องเจอผู้หญิงทุกทีสิน่า
แล้วเปลวฟ้าก็เริ่มพิมพ์ตอบกลับไปพลางขมวดคิ้ว “ผมมาติดต่อเรื่องธุรกิจ อยากจะเป็นหุ้นส่วนกับพวกคุณกลุ่มนักล่าสัตว์ Creature Hunter”
เปลวฟ้ารอคำตอบสักพัก ข้อความก็เผยขึ้นมา
“ช่วยรอสักครู่นะคะ เผอิญดิฉันกำลังเรียกสมาชิกมาคุยกัน”
เปลวฟ้ากับยูเรียน่าหันมามองตากันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แล้วจึงหันกลับมองหน้าจอต่อ
“ขอโทษค่ะที่ปล่อยให้รอ ว่าแต่คุณคงอ่านเงื่อนไขแล้วนะคะ เรื่องเงินที่จะเข้ามาลงทุน”
“ครับ 50,000 โกลี่สินะครับ”
“ค่ะ พวกเราค่อนข้างตื่นเต้นกันมาก เพราะมันคงยากที่คนในเกาะเริ่มต้นจะมีเงินทุนสูงขนาดนี้”
“พวกคุณใช้จุดนี้ในการทดสอบคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจด้วยสินะครับ”เปลวฟ้าคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่พิม
ข้อความของเปลวฟ้า ทำให้อีกฝ่ายเงียบไปสักพักทันที
“ค่ะ คุณเก่งมากที่ดูออก หนึ่งในพวกเรามีคนเสนอให้ใช้วิธีนี้ เพราะพวกเราต้องการคนที่มาลงทุนเป็นคนที่มีฝีมือพอตัว ว่าแต่กลุ่มของพวกคุณมีกี่คนคะ”
“หึหึหึ”เปลวฟ้าหัวเราะในลำคอก่อนจะพิมตอบ“คนเดียวครับ”
ยูเรียน่าทำหน้าท้วงทันที ซึ่งเปลวฟ้าก็บอกเธอว่าจะอธิบายเหตุผลให้ฟังทีหลัง
คำตอบของจอมเวทหนุ่ม ทำให้อีกฝ่ายเงียบนานพอควร จนเปลวฟ้าต้องพิมพ์ข้อความหี้อกฝ่ายรีบตอบกลับ
“ขอโทษนะคะ บอกตามตรงพวกเราไม่ใครเชื่อค่ะ ว่าคนเดียวจะหาได้ขนาดนั้น ต่อให้คุณคนเดียวไปปล้นก็ตาม ช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าคุณหาเงินขนาดนั้นได้ไง”
จะหลอกถามวิธีหาเงินจากเรารึ มันไม่ง่ายนักหรอก
“ผมไม่สามารถบอกได้จนกว่าผมยังไม่เชื่อใจพวกคุณ ดังนั้นคุณจะเชื่อหรือไม่ มันไม่สำคัญกับผม ตัวผมแค่มีเงินให้พวกคุณแน่ๆนอกจากนี้ผมมีเงินมากกว่า 1 แสนเสียอีก และต้องการคำตอบเดียวว่าคุณจะตกลงหรือเปล่า เพราะนอกจากนี้ผมยังมีข้อแม้อีก2ข้อ”
“เอ๋คุณมีเงินถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ”ยูเรียน่าถามขึ้น เพราะคิดว่าเปลวฟ้ากำลังโกหกอีกฝ่าย
“เงินน่ะไม่ถึงหรอกแต่ถ้ารวมกับของที่มีอยู่น่าจะถึงมั้ง...แต่ถึงตอนนี้จะไม่ถึงก็ไม่สำคัญหรอก”เปลวฟ้าตอบสายตาเต็มไปด้วยความมั่นใจเพราะเขามีเหตุผลและแผนการที่วางไว้อยู่
อีกฝ่ายตอบช้าอีกเช่นเคย จนกระทั่งพนักงานนำเครื่องดื่มเย็นๆและขนมเป็นหอมทอดกับเฟรนซ์ฟรายส์ชีสมาเสริฟ ก่อนจะเดินออกไปเงียบ ๆเพื่อไม่รบกวนลูกค้าซึ่งยามนี้กำลังใช้ความคิดหนัก
เปลวฟ้าเดาออกว่าพวกเขาคงกำลังตกลงกันอยู่ การที่เขาพูดอวดว่ามีเงินเยอะกว่า2แสนก็เพื่อสร้างความอยากรู้ให้กับพวกนั้นมากขึ้น
“ข้อแม้คืออะไรคะ”หมอกราตีตอบกลับในที่สุด
“ติดเบ็ดล่ะ”เปลวฟ้าคลี่ยิ้มเพราะนั้นเป็นคำถามที่เขารอมานาน เขาจึงรีบพิมตอบทันที
“นอกจากส่วนแบ่ง 50 %ที่ได้จากกำไรแล้ว ผมต้องการเข้าร่วมปาตี้ในการออกล่ามอนเตอร์ด้วย นอกจากนี้ผมต้องการให้เราไว้ใจกันพูดง่ายๆผมอยากสนิทกับพวกคุณ ^^ ”
เปลวฟ้าแทบอยากหัวเราะด้วยความสะใจออกมา เขาดูออกว่าอีกฝ่ายนิสัยอย่างไร ที่แน่ๆต้องไม่ใช่เด็ก เพราะจากคำพูดที่ใช้ว่าคุณ มีคะ มีค่ะ ลงท้ายอย่างให้เกียรติอีกฝ่าย และจากสัญลักษณ์ที่ปรากฏต้องเป็นคนที่อัธยาศัยดีแน่ๆ ถ้ารู้จักพูดและอัธยาศัยดีตอบกลับไป
“ยินดีค่ะ ^0^ แต่ทางเราจะส่งตัวแทนไปรอคุณก่อนเมื่อดูว่าคุณมีเงินอย่างที่บอกหรือไม่ อย่าได้คิดหลบไปไหนเชียวนะคะคุณเปลวฟ้า ว่าแต่ตอนนี้คุณจะไปทวีปใหม่เลยไหมคะ”
“แปลกแฮะ”เปลวฟ้ารู้สึกผิดแผนกับที่คิดเอาไว้ ทำให้เขายังไม่พิมตอบออกไปทันที
“มีอะไรหรือคะ”ยูเรียน่าได้ยินคำอุทานจึงหันถาม” ไม่ดีหรือคะที่เขาตอบตกลง”
“ก็ดีใจอยู่หรอก แต่ที่เสนอส่วนแบ่งตั้ง 50 %ก็เพื่อให้อีกฝ่ายต่อรอง แต่นี่กลับรับข้อเสนอทันทีซะงั้น”เปลวฟ้าตอบ เขายืดตัวขึ้นกอดอกครุ่นคิดหนัก
“บางทีเขาอาจเห็นว่าคุ้มก็ได้นะคะ ประมาณเห็นคุณค่าของทรัพยากรคนมากกว่าเงิน”ยูเรียน่าเสนอ
“ก็อาจเป็นไปได้”เปลวฟ้าเริ่มเห็นพ้อง แล้วพิมตอบกลับไปว่าจะไปทันทีที่มีเรือมาเทียบท่า แม้ในใจจะยังกังวลอยู่
หลังจากนั้นหมอกราตรีก็บอกเวลาที่เรือจะเทียบท่า ซึ่งอีกหนึ่งชั่วโมงนี่เอง และบอกอีกว่าจะส่งคนไปรอที่ท่าเรือในเมืองที่เรือจะเทียบท่า โดยคนของเธอจะถือป้ายบอกชื่อกลุ่มอย่างเด่นชัด รับรองไม่มีผิดพลาดให้ตามหาจนเสียเวลา เมื่อตกลงกันได้หมด เปลวฟ้าก็จบการสนทนาพลางดูดน้ำแก้วโคล่า
“หืม รสชาติดีแฮะ แถมยังรู้สึกเย็นด้วย”เปลวฟ้ารู้สึกทึ่งเล็กน้อยกับเทคโนโลยีของเกมนี้แม้ว่าการท่องโลกออนไลด์ ด้วยการดึงตัวตนของคนเราเข้ามาในโลกไซเบอร์จะมีมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเกมใดที่ทำให้ผู้เล่นได้รับรู้ถึงรสชาติของอาหาร “นี่เป็นเพราะมันถูกโปรแกรมให้อร่อยสินะ”
เปลวฟ้าขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ปกติเขาไม่เคยนึกชมเครื่องดื่มโคล่าว่ามันอร่อยมาก่อน ทว่าน้ำเสียงเคลิ้มความอร่อยของยูเรียน่าก็ดังขัดจังหวะความคิดของเขา แล้วเจ้าหล่อนก็ซักถามเขาใหญ่เลยว่านี่คืออะไรที่ทานอยู่ ทำให้เท้าคางด้วยความรำคาญที่มาถูกรบกวนความคิด
 
เมื่อถึงท่าเรือที่จุดขายตั๋ว ซึ่งมีป้ายเขียนบอกราคาเอาไว้ด้วยราคาตั๋ว 10,000 โกลี่ต่อคน
“คุณมีเงินพอเหรอคะ”ยูเรียน่าเห็นราคาแล้วนึกสงสัย
“มีสิ”เปลวฟ้ายิ้ม “สำหรับฉันคนเดียว”
“เอ๋ แล้วฉันละคะ”ยูเรียน่าเริ่มร้อนรนชี้นิ้วมาทางตัวเอง
“ก็ออกเองสิ”เปลวฟ้าตอบออกมายังไม่ลังเล
“ใจร้าย คนใจร้าย”ยูเรียน่าร้องอย่างหัวเสียจนอยากเต้นเร่า
คนใจร้ายหัวเราะเสียงใส แล้วเดินไปจ่ายค่าตั๋วโดยสารเป็นเงินเท่ากับตั๋วสองคน ทำให้ยูเรียน่าชักสบสน
“นี่คุณหลอกฉันหรือคะ”
“ก็แค่อยากลองดูว่าเธอจะมีเธอหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วทำมุบมิบ”เปลวฟ้าอธิบายด้วยรอยยิ้มของคนร้ายกาจ
“ใจร้าย ขี้งกด้วย คุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ”ยูเรียน่ากล่าวตำหนิ และตบกระเป๋ากางเกงข้างตัวซึ่งมันแฟบไม่มีอะไรเลยให้เปลวฟ้า “ดูซิคนบ้า ฉันไม่มีเงินซักแดงเลยเห็นไหมยะ”
“โอเค โอเค รีบขึ้นเรือได้แล้ว ถ้าจะมางอนก็ยืนอยู่นั่นแหละ”เปลวฟ้านึกขำใจจริงเขาแค่อยากแกล้งก็หมั่นไส้เรื่องที่เจ้าหล่อนเอาแต่นอนรอสบายใจตอนที่เขากำลังวุ่นเท่านั้น
คนเริ่มหน้างอเดินกระทืบเท้าตามคนใจร้ายอย่างไม่เต็มใจ พลางบนว่าตามหลังคนใจร้ายตลอดทางจนกระทั่งเรือสำเภาลำใหญ่ออกจากท่าเพื่อมุ่งทวีปใหม่ในที่สุด
สายลมเย็นที่พัดผ่านทะเล ทำให้ยูเรียน่ายิ้มออก ทำหน้าสดชื่นพร้อมกับหลับตาสูดรับกลิ่นของทะเลและอากาศที่บริสุทธิ์
“อ้าวๆหายหน้าบูดแล้วเหรอ”เปลวฟ้าอดไม่ได้ที่จะแซว
ยูเรียน่าที่ได้ยินเธอเริ่มขมวดคิ้วหรี่ตาลงหันมามองอีกฝ่าย ด้วยแววตาชวนหาเรื่อง “คนใจร้าย !”
“หึหึหึ”เปลวฟ้าขบขำอย่างไม่ถือสาเด็ก แล้วมองไปที่ทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลพร้อมกับถามเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อถึงทวีปยูโรเนียแล้วเธอจะเอายังไงต่อละ”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2079 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 11:07
    ยูเรียน่านางเอกอะป่าวอ่ะ
    #2,079
    0
  2. #2013 BlackKnife (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:42

    มาอ่านต่อแล้ว..

    ยูเรียน่า น่ารักเกินไปแล้ว = = (น่าแกล้ง)

    #2,013
    0
  3. #1961 inasba (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 22:10
    ในที่สุดก็จะได้เข้ากลุมนี้ชักที
    #1,961
    0
  4. #1959 เ กาลั ด ` (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 20:59
    สนุกมากครับอัพต่อไวๆ ๆ
    #1,959
    0
  5. #1958 annaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 20:05
    มาอัพต่อเร้วๆน้า
    #1,958
    0
  6. #1957 nutjanglae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 08:31

    รออ่านครับ เอาให้จบทีเถอะครับ

    #1,957
    0
  7. #1956 !FS! (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 00:04
    มาแล้ว
    #1,956
    0
  8. #1955 เ กาลั ด ` (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 22:34
    หายไปนานเรยครับ
    #1,955
    0
  9. #1954 annaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 21:11
    ดีจังที่มาอัพแล้ว
    #1,954
    0
  10. #1953 RHYTHM (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 20:42
    คิดถึงเปลวฟ้าแทบบ้า... :P
    #1,953
    0
  11. #1952 ★ฟะ'เอิน {sihan}{๑๐๓} (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 18:24

    หายไปนานเลยจริงๆ  =)
    ต้องกลับไปอ่านใหม่เลยอ่ะ TT 
    นานจนลืมเนื้อเรื่องไปหมด :P

    #1,952
    0
  12. #1951 nutjanglae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 11:59
    หายไปนานเลยนะครับ
    #1,951
    0