[นิยาย] Vijini วีจิณี เทพธิดาล่าอสูร

ตอนที่ 6 : กัณฑ์ที่ ๑ บทที่ ๕ : ความเหมือนในความต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

กัณฑ์ที่ ๑ มนุสสภูมิ

บทที่ ๕ ความเหมือนในความต่าง

                เมฆฝนบนท้องฟ้ายามค่ำเริ่มก่อตัว ลมเริ่มพัดรุนแรงขึ้นมาทุกที ทว่ามนุษย์สาวและคู่ต่อสู้ของเธอก็ยังคงยืนเผชิญหน้ากันอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสภาพแวดล้อม

                “อย่าชวนเล่นอะไรเลยดีกว่า เราพอรู้ความสามารถของแกแล้ว”

                นภาพรเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่เครดิตอย่างกดดัน เด็กหนุ่มเกิดความลำบากใจขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายพูดเหมือนมีข้อมูลของตัวเอง แต่ก็ยังคงเก็บซ่อนอาการไว้ แล้วตอบกลับไปอย่างใจดีสู้เสือ

                “ความสามารถ? พูดเรื่องอะไรอยู่เหรอ?”

                “ถ้ารับคำท้าว่าจะเล่นเกมของแก แล้วเกิดแพ้ขึ้นมา ก็จะโดนพลังงานความมืดนั่นเข้าเล่นงานในรูปแบบต่าง ๆ ใช่ไหมล่ะ? เหมือนกับเล่นเกมแล้วเกิดพลาดจนเกมโอเวอร์ขึ้นมา” นภาพรพยายามอธิบายแล้วมองไปที่เครดิตอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “มนุษย์อย่างเราฝึกฝนควบคุมสติและลมหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดความสามารถที่ถนัด มาตอบสนองต่อความต้องการส่วนลึกตามระดับพลังของตน และถ้าความสามารถของอสูรอย่างแกมาจากความปรารถนาลึกๆ ในใจ เหมือนกับพวกเราล่ะก็... อ้าว เฮ้ย!

นภาพรพูดยังไม่จบก็ต้องตกใจ เมื่อเครดิตคว้ากุญแจรถบนพื้น แล้วรีบวิ่งหนีไปที่รถจักรยานยนต์ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วพุ่งเข้าหาเธอ!

“แตะต้องพวกที่ฝึกพลังลมปราณแบบเราแล้วเจ็บ เลยจะใช้มอเตอร์ไซค์ชนแทนงั้นเหรอ ฉลาดไม่เบา” นภาพรคิดในใจก่อนกระโดดหลบ เครดิตจึงขับรถจักรยานยนต์จนออกห่างจากเธอไปหลายสิบเมตร

“ผมหนีได้แล้วคุณลูกเทนนิส! ถ้าจะจับผมต่อก็มาเล่นเกมกัน ไม่ตกลงในสิบวินาทีถือว่าเกมโอเวอร์!” เครดิตท้าทายขึ้นมา ก่อนที่พลังงานสีดำจะลอยมาด้านหน้าเด็กสาว กลายเป็นหน้าจอที่มีคำว่า “GAME OVER” ลอยอยู่กลางอากาศ และมีตัวเลือกว่าจะกดเล่นเกมต่อในสิบวินาที หรือจะปฏิเสธ ทำเอานภาพรต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจเลี่ยง เพราะถึงไม่อยากเล่น แต่หากไม่ตอบรับคำท้าตอนนี้ หรือกดปฏิเสธ ก็ถือว่าเกมโอเวอร์ในเงื่อนไขที่เครดิตสร้างขึ้นมาอยู่ดี

                “งั้นก็จัดการให้ได้ก่อนสิบวินาทีแล้วกัน!” นภาพรพูดพลางหยิบลูกเทนนิสอีกสองลูกมาเขวี้ยงใส่เด็กหนุ่ม ทว่าเขากลับขับรถมอเตอร์ไซค์ หนีไปจอดอยู่ไกลหลายร้อยเมตรก่อนที่ลูกเทนนิสจะถึงตัวแล้ว และลำพังฝีเท้าของเธอจะไล่รถจักรยานยนต์ในสิบวินาทีก็คงจะยากแน่ ๆ

                “7”

                ภาพบนหน้าจอพลังงานปรากฏเวลาที่นับถอยหลัง นภาพรพยายามจะหาทางแก้ปัญหา อย่างน้อยก็กดโทรศัพท์บอกวีจิณีในร่างของเพื่อนหนุ่ม ไม่ก็แจ้งคนในองค์กร อย่างน้อยจะได้ช่วยอะไรได้บ้าง ทว่าจู่ ๆ ภาพความทรงจำบางอย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็ย้อนเข้ามา

            “หนูว่าหนูทำได้นะ ต่อสู้แล้วก็จับเป้าหมายมาน่ะ แค่ชั้นตรีเอง ลูกชายคนโตของหัวหน้าสาขาประเทศนี้ ตอนอายุเท่าหนูยังทำได้เลย” นภาพรในอดีตกล่าวกับหญิงชราร่างอ้วนที่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยก

            “เธอยังไม่พร้อมสำหรับการต่อสู้ลำพังกับเป้าหมายระดับสูงกว่าชั้นตรีในตอนนี้ ถึงเป้าหมายจะดูอ่อนแอ แต่ก็เป็นถึงหนึ่งในหกขุนพลของเจ้าชายแดนอสูรนะ” หญิงชราตอบด้วยน้ำเสียงห่วงใย แล้วมองมาที่นภาพรราวกับเธอเป็นบุตรหลาน “กว่าจะปฏิบัติภารกิจระดับตรี โท หรือเอกคนเดียวได้ ยังต้องผ่านอะไรมามาก ตอนนี้เธอถ้าเจอเป้าหมายก็แค่สังเกตการณ์ แล้วเรียกกำลังเสริมก็พอ ไม่ว่าจะพวกเราคนอื่นๆ หรือเทพธิดาที่เธอจะต้องไปผูกมิตร จะช่วยเธอจบภารกิจนี้เอง”

            6”

                เลขบนหน้าจอนับถอยหลัง นภาพรครุ่นคิดในใจ เธอเองมาอยู่ในองค์กรก็นานพอสมควรแล้ว ประสบการณ์ในการจัดการภูตผีในระดับที่องค์กรเรียกว่า “ชั้นสามัญ” และ “ชั้นจัตวา” ด้วยตัวเองลำพังก็มีไม่น้อย อสูรระดับ “ชั้นตรี” ที่เหนือไปแค่ขั้นเดียว เธอก็น่าจะจัดการคนเดียวได้เหมือนกัน... ตอนที่อายุเท่ากัน ลูกชายคนโตของหัวหน้าสาขาประเทศนี้ ที่คนในองค์กรยอมรับยังทำได้ แล้วทำไมเธอจะทำไม่ได้กันล่ะ?

                “5”

                “ตกลง!” นภาพรกล่าวพลางเก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วกดปุ่มเล่นเกมต่อ แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นมา ก่อนที่ภาพรอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นเหมือนลานแข่งรถที่มีเหล่าสัตว์ประหลาดหน้าตาแปลกตา รูปร่างเหมือนเต่า เห็ด หรือไดโนเสาร์ เต็มไปหมด คล้ายกับเกมแนวแข่งรถในโลกแฟนตาซีสักเกมหนึ่งที่เธอเคยเห็น

                “รับคำท้าจนได้สินะ” เสียงของเครดิตดังขึ้นมา ก่อนที่เด็กหนุ่มผิวคล้ำ ตาพอง ผมหยิก จะปรากฏตัวขึ้นบนรถแข่งโกคาร์ทสี่ล้อสีดำคันหนึ่งเบื้องหน้า

“นี่คือดินแดนที่เกิดจากการเชื่อมต่อการรับรู้ของวิญญาณระหว่างผมกับคุณ จะบอกว่าดึงเอาวิญญาณมาใส่ในมิติพิเศษก็ได้ ผมใช้พลังปรับแต่งขึ้นมาให้เหมือนกับเกมแข่งรถในโทรศัพท์ที่เคยเล่น ส่วนตัวจริงพวกเรายังอยู่ที่โลกข้างนอก และเวลาตั้งแต่เริ่มจนจบเกมนี้ จะผ่านไปเพียงแค่ชั่ววินาทีของโลกจริงเท่านั้น”

“เราเคยฝึกในที่แบบนี้มาบ้างแล้ว บอกมาเลยว่าถ้าใครชนะแล้วจะได้อะไร” นภาพรถามขึ้นมา

“คนแพ้จะถูกผนึกวิญญาณไว้ในโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย ถ้าคุณชนะ ก็จับผมกลับไปหาพวกของคุณได้เลย แต่ถ้าแพ้ จะได้ไม่ต้องมาตามตอแยกันอีก” เครดิตอธิบายพลางมองไปที่นภาพร ด้วยสายตาเหมือนจะระอาใจที่โดนตามไม่เลิกรา

“บอกกติกามาเลยแล้วกัน” นภาพรพูดเหมือนมั่นใจว่าจะชนะเกมแข่งรถนี่ได้อย่างเต็มที่

                “เกมแข่งรถง่ายๆ รถใครถึงเส้นชัยระยะห้ากิโลเมตรก่อนก็ชนะ ระหว่างทางก็มีไอเทมให้เก็บมาใช้ จะโจมตีคนอื่น หรือใช้สนับสนุนตัวเองก็ได้” เครดิตอธิบาย ก่อนที่รถโกคาร์ทคันหนึ่งจะปรากฏมาอยู่ตรงหน้านภาพร “รถของเราสองคนจะมีคุณสมบัติเหมือนกันทุกอย่าง ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณคนนั่งแทนน้ำมัน เพื่อความยุติธรรม มันเป็นรถแบบนเกมที่ปล่อยไว้เฉยๆ ก็จะตรงไปข้างหน้าเองอยู่ดี พวงมาลัยมีหน้าที่เลี้ยวตอนเข้าโค้ง ไม่มีเกียร์ ไม่มีเบรก ไม่มีคันเร่ง มันจะพุ่งไปจนกว่าจะถึงเส้นชัยเท่านั้น”

                “นี่มันเกมอันตรายเหมือนกันนะแบบนี้ รถที่ไม่มีอะไรรักษาความปลอดภัยสักอย่างเนี่ย แถมเราก็ยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ทำใบขับขี่ซะด้วย” นภาพรบ่นพึมพำ เพราะอีกฝ่ายอายุถึงเกณฑ์ทำใบอนุญาตขับขี่ได้แล้ว แต่เธอยังไม่ถึงและไม่เคยขับรถในออกถนนหรือขับแข่งโลกจริงมาก่อน แม้ว่าจะได้รับการสอนเรื่องขับรถมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระดับงูๆ ปลาๆ

                “รถนี่ไม่เหมือนของโลกจริงหรอก ต่อให้สอบใบขับขี่ผ่านแล้วก็ไม่เกี่ยวอะไร” เครดิตพูดพลางแสยะยิ้มชั่วร้าย “หรือคุณจะยอมแพ้ตั้งแต่เกมยังไม่เริ่มและโดนขังในนี้ไปตลอดดีล่ะ?”

                “ใครมันจะยอม งั้นก็เอาเลย” นภาพรพูดพลางขึ้นไปบนรถโกคาร์ทสีส้ม จากนั้นก็มีภาพแผนที่ฉายขึ้นมาเหมือนกับโฮโลแกรมที่ด้านซ้ายของคนขับ ส่วนเบื้องหน้าของทั้งคู่ก็ปรากฏตัวเลขนับถอยหลังขึ้นมากลางอากาศ

                “3

                2

                1

                Start

            บรื้น!!

            รถของนภาพรพุ่งออกไปด้านหน้า ทว่ารถของเครดิตกลับพุ่งออกไปด้วยความแรงมากกว่า นภาพรสังเกตเห็นว่าเหมือนมีไอพ่นออกมาจากรถของเครดิต ส่งผลให้รถของเขาไปไกลกว่าเธอเกือบห้าสิบเมตร

“โกงกันนี่ ไหนบอกว่ารถเหมือนกันไง” นภาพรบ่น ก่อนที่เสียงของเครดิตจะดังตอบขึ้นมาในหัว

“ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าก่อนรถออกตัว สามารถกดปุ่มบูสความเร็วได้ วะฮ่าฮ่าฮ่า”

รถของเครดิตแซงนภาพรออกไป และถ้าความเร็วอื่น ๆ เท่ากันหมดก็แทบไม่มีโอกาสจะแซงกลับได้เลย เรียกได้ว่าเธอโดนโกงตั้งแต่รถออกตัวแล้ว

ทว่านภาพรเองก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอมองไปที่แผนที่ ก่อนจะหยิบลูกเทนนิสที่ติดตัวออกมา แล้วรวมรวมพลังงานเกือบทั้งหมดของตัวเองลงไป จากนั้นก็หักพวกมาลัยไปทางป่าข้างทาง แล้วขว้างลูกเทนนิสสุดแรงเกิด มันถูกหุ้มด้วยพลังงาน กลายเป็นเหมือนลูกปืนใหญ่ทะลวงผืนป่าจนแหวกออกเป็นทาง!

ในเมื่อที่นี่สร้างจากพลังของอสูร พลังลมปราณแบบแสงดวงอาทิตย์ของเธอก็ต้องทำลายมันได้ และถ้ากติกาคือถึงเส้นชัย จะเล่นไปตามถนนที่มีอยู่ตั้งแต่แรกหรือไม่  ก็ไม่ได้สำคัญอะไรนี่นา!

.               “เล่นขี้โกงกันนี่” เครดิตบ่นก่อนที่รู้ว่านภาพรสร้างทางขึ้นมาเอง แล้วกำลังไปยังเส้นชัยด้วยระยะสั้นกว่าตนเอง แต่ก็ยังไม่ได้แสดงความวิตกกังวลอะไรออกมา “แต่ยังไงเล่นไปตามเกมก็ดีกว่านั่นแหละ”

                ระหว่างที่นภาพรกำลังไปยังทางลัดที่น่าจะทำให้ระยะเหลือแค่สามกิโลเมตรนั้น เครดิตก็ขับรถตามเส้นทางหลักแล้วชนเข้ากับกล่องไอเทมใบใหญ่กลางทาง กล่องนั้นแตกกระจาย และเขาก็ได้ของมาชิ้นหนึ่ง ก่อนที่จะกดใช้งานทันทีอย่าไม่รอช้า

                “Boost Up!” เครดิตพูดขึ้นมา ก่อนที่รถจะพุ่งด้วยความเร็วราวติดจรวดเหมือนตอนออกตัวอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ระยะห่างของนภาพรจากเส้นชัยอยู่ที่ราวสองกิโลเมตร ส่วนเขาอยู่ที่สามกิโลเมตรครึ่ง และเขาก็บังคับรถให้ชนกับกล่องต่อไปที่อยู่ระหว่างทาง คราวนี้เขาไม่ได้กดใช้งานมัน และยังปล่อยให้นภาพรนำต่อไปถึงกิโลเมตรครึ่ง

                เวลาผ่านไปไม่นาน นภาพรก็กลับเข้าสู่ถนนเส้นหลักที่ห่างจากเส้นชัยเพียงกิโลเมตรเดียว เครดิตตามหลังมาราวกิโลเมตรครึ่ง ชัยชนะควรจะเป็นของเธอแล้วแท้ ๆ ทว่ากลับมีรูปปั้นสัตว์ประหลาดเหมือนเต่ายักษ์มาอยู่ข้างถนน แถมยังพ่นไฟออกมา แม้จะไม่ร้อนเท่าไร แต่ก็ทำให้รถของเธอปลิวออกนอกถนนแล้วหมุนคว้างกลางอากาศ

                นภาพรกำพวงมาลัยแน่น เมื่อรถกระทบพื้นแล้วเธอก็บังคับมันให้กลับไปยังถนนสายหลัก ทว่าพื้นหญ้าสูงนอกเส้นทางทำให้ความเร็วรถตกลงมา ซึ่งถ้าปล่อยไว้ เครดิตจะต้องแซงไปได้แน่ๆ เธอจึงใช้ลูกเทนนิสอัดพลังเพื่อเคลียร์เส้นทางอีกสักครั้ง

                พื้นหญ้าถูกทำลาย รวมไปถึงรูปปั้นที่อยู่ไกล ๆ ที่กระทบเข้ากับลูกเทนนิส นภาพรนั่งลงพิงเบาะอย่างอ่อนแรง รถของเธอพุ่งด้วยความเร็วปกติและกลับเข้าถนนใหญ่ ทว่าเครดิตก็ตามมาจนห่างกันเพียงแค่ร้อยเมตรเท่านั้น!

                “อีกห้าร้อยเมตรจะถึงเส้นชัยแล้ว ยังไงต่อให้มีบูสเร่งความเร็วได้ห้าสิบเมตร แกก็ตามไม่ทันหรอกน่า!” นภาพรพูดเหมือนกับจะชนะได้ ทว่าเครดิตกลับพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

                “ไคลแมกซ์มันอยู่ตรงนี้ต่างหาก” เครดิตพูดไม่ทันขาดคำนภาพรก็สังเกตเห็นกระดองเต่ายักษ์จำนวนมากกระจายอยู่ตามถนน เธอเลี้ยวหลบกระดองพวกนั้นอย่างปลอดภัย ทว่าจู่ ๆ รถของเธอก็ต้องหมุนติ้ว เมื่อถูกอะไรกระแทกจากด้านหลัง

                “กระดองเต่าพวกนี้ ถ้าชนมันจะช้าลงประมาณสองวินาที แต่มันกระเด็นไปโจมตีศัตรูได้” เครดิตพูดขึ้นขณะที่นภาพรกำลังพยายามบังคับรถให้กลับมาอยู่ในทาง และกว่าจะตั้งหลักได้ เครดิตก็แซงไปเกือบสิบเมตรแล้ว

                “งั้นแปลว่าฉันก็ใช้ได้สินะ” นภาพรขับรถชนกระดองเต่ายักษ์ มันกระเด็นไปหารถของเครดิต ทว่ากลับมีแสงระยิบระยับออกมาห่อหุ้มรถของเขา แล้วกระดองนั้นก็กระเด็นออกไปโดยทำอะไรรถโกคาร์ทของเด็กหนุ่มไม่ได้เลย

“ด.. ได้ไงกัน!”

                “Star ไอเทมที่ทำให้ไม่โดนโจมตีจากอุปสรรคในฉากชั่วขณะไง เก็บได้จากกล่องระหว่างทาง พวกสร้างทางลัดมาเองไม่มีทางเก็บได้หรอก” เครดิตพูดพลางแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนที่รถของเขาจะผ่านเข้าเส้นชัยไป ขณะที่นภาพรยังตามหลังอยู่

“เกมโอเวอร์” เสียงของเครดิตดังขึ้นมา ก่อนที่นภาพรในโลกมนุษย์ที่กำลังยืนอยู่ล้มลงหมดสติไป ส่วนเครดิตก็เปิดดูโทรศัพท์มือถือของตนเองอย่างผู้ได้รับชัยชนะ

“ปล่อยเราออกไปนะ!” นภาพรที่ถูกผนึกอยู่ในเกมพยายามตะโกนออกมาจากโทรศัพท์ ทว่าเครดิตกลับปิดเกมแข่งรถทิ้ง แล้วเปลี่ยนหน้าจอไปเป็นดูคลิปเกมแนวระทึกขวัญ

โลกรอบตัวของนภาพรก็แปรเปลี่ยนจากในเกมเมื่อครู่ กลายเป็นบ้านร้างยามราตรีที่มีความวังเวงน่าสะพรึงกลัว เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมจนชวนให้ขนลุก ความมืดปกคลุมบริเวณจนไม่รู้ว่าอะไรจะโผล่มาจากตรงไหนกันแน่

“คิดว่าจะเอาคลิปผีมาหลอกหลอนกันงั้นเหรอ? ไม่ได้ผลหรอกน่า เราเจออะไรพวกนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว” นภาพรคิดใจในใจ ก่อนที่ประตูบานหนึ่งจะเปิดอ้า แล้วมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมา เป็นมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งในวัยหนุ่ม

“นึกว่าผีน่าตกใจ ที่แท้ก็คนงั้นเหรอ? เจ้าอสูรนี่ต้องการเล่นอะไรกัน?” นภาพรคิดในใจอย่างไม่เข้าใจการกระทำของเครดิต เธอพยายามจะกวาดสายตามองสำรวจบริเวณรอบ ๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่ ก่อนจะเดินเข้าหาชายหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามา ทว่าการเดินของนภาพรกลับเปลี่ยนท่วงท่าเป็นการร่ายรำ  ชายหนุ่มคนนั้นผงะ กรีดร้องและวิ่งหนีจากไป

“ผี!!”

“ปราบผีมานาน มาผีนางรำในโลกของเกมนี้ก็น่าสนุกดีใช่ไหมล่ะ?” เสียงของเครดิตดังขึ้นมาในหัวของนภาพร ทำเอาเธอถึงกับต้องผงะ และเมื่อชำเลืองมองร่างกายและเสื้อผ้าของตนเองก็พบว่ามันอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากผีนางรำที่เธอเคยเห็นตามสื่อบันเทิงแนวสยองขวัญ!

“แกต้องการอะไรกัน!” นภาพรโพล่งออกไปอย่างเกรี้ยวกราด แต่แทนที่จะโกรธ เครดิตกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะปิดเสียงโทรศัพท์ ทำให้ผีนางรำนภาพรได้แต่ขยับปากแต่ไม่มีเสียงอะไรออกมา จากนั้นก็ล็อกหน้าจอโทรศัพท์และเก็บลงกระเป๋า

“ความเข้าใจความเหมือนในความต่างกันมั้ง” เครดิตบ่นพึมพำคนเดียว

.

                ห่างออกไปไม่ไกลนัก ในเวลาไล่เลี่ยกัน

                ชายวัยกลางคนที่โจ๋เรียกว่าพ่อ เดินโซเซกลับมาถึงหน้าประตูเหล็กดัดของบ้าน เขากำเงินสดสองหมื่นบาทที่เคยต้องการในมือ แต่แทนที่จะสุขสมหวัง เขากลับมีเหงื่อไหลท่วมกาย ลมหายใจปั่นป่วนไปหมด เมื่อเพิ่งเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อมาเมื่อครู่

                “เป็นอะไรมา ท่าทางแบบนั้น เจอเจ้าหนี้มาดักรอรึไง” เสียของหญิงชราเอ่ยขึ้นเมื่อชายวัยกลางคนเดินพ้นประตูเข้ามา แต่เขากำลังวิตกเกินกว่าจะตอบอะไร เพราะสายตาของเขามองเห็นว่ายังคงมีกลุ่มพลังงานวนเวียนอยู่รอบตัว แม้มันจะยังไม่ทำอะไรก็ตามที

                หญิงชราเห็นลูกเขยดูท่าทางแปลกไป ก็พยายามมองไปนอกบ้าน เผื่อจะเจอสาเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไรน่าสงสัย พอชายวัยกลางคนเริ่มจะฟื้นกำลังขึ้นมาและพยายามเข้าไปในตัวบ้าน เธอก็รีบขวางไว้ เพราะกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันตรายอีก

                “อย่ามาเกะ... อ๊าก!” ชายวัยกลางคนพยายามจะปัดหญิงชราให้พ้นทาง แต่ไม่ทันจะทำ กลุ่มพลังงานสีดำที่รอบล้อมก็พุ่งเข้ารัดแขนข้างนั้น แล้วบิดมันไปด้านหลังจนเขาต้องร้องโหยหวน

                หญิงชราประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรต่อ จนกระทั่งแขนของลูกเขยกลับมาเป็นปกติ เหลือไว้เพียงความเจ็บปวดไม่รู้ลืมเมื่อครู่ แต่ไม่ทันทำอะไร เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นมา

                “นั่นใครน่ะ” หญิงชราร่างผอมถาม

                “ผมเองครับ ลุงที่เข้าไปเมื่อกี้คงรู้ว่าเป็นใครนะ” เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นมาจากหลังประตูเหล็กดัด หญิงชรามองลอดเหล็กดัดไปก็เห็นเด็กหนุ่มร่างผอม ผิวคล้ำ ผมหยิก กำลังจอดมอเตอร์ไซค์ยังฝั่งตรงข้าม แล้วเดินใกล้เขามาจนอยู่อีกฝั่งของประตู

                “อย่าให้มันเข้า.... อ๊าก!“ ชายวัยกลางคนพูดยังไม่ทันขาดคำก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อร่างกายถูกพลังงานปริศนาบีบให้หุบปากเอาไว้ ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก

                “ผมไม่เข้าไปหรอก แต่อยากมาบอกไว้ว่า เอาเงินสองหมื่นไปคืนให้ลูกลุงซะ แล้วต่อไปนี้ห้ามด่าหรือทำร้ายใครในครอบครัวนี้อีก ไม่งั้นลุงจะเจ็บปวดทรมานแบบนี้ ตลอดไป...” เครดิตพูดจบก็เดินจากไปที่มอเตอร์ไซค์พร้อมกับแสยะยิ้ม พร้อมกับความงุนงงของหญิงชรายายของโจ๋ อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มก็มั่นใจได้ว่ารุ่นน้องที่เห็นว่ามีศักยภาพ จะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มันดีขึ้นกว่าเดิม แม้สักนิดหน่อยก็ยังดี...

                “เจตนาดี แต่วิธีรุนแรง สมเป็นอสูรจริง ๆ นะ นายน่ะ” เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาก่อนที่เครดิตจะขึ้นไปสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ และเมื่อเขาหันไปมองก็พบเด็กหนุ่มผมสั้น ผิวสีแทน ดวงตาดุ กำลังแบกร่างไร้สติของนภาพรขึ้นมาไว้บนบ่า เขาคือเสน ร่างมนุษย์จำแลงของเทพธิดาวีจิณีนั่นเอง!

                “พรรคพวกของคุณลูกเทนนิสเหรอ? จะมาเอาวิญญาณของเพื่อนคืนไปแล้วก็จะจับหรือขับไล่กันงั้นสิ? พวกคุณนี่มันตามตื๊อไม่เลิกจริง ๆ” เครดิตพูดขึ้นมาพลางมองไปที่เสนอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

                “ก็อยากจะคุยด้วยนิดหน่อย จะคุยด้วยกันดี ๆ ได้ไหมล่ะ?” เสียงทุ้มของเสนถามเด็กหนุ่มร่างผอม

                “ก็อยากจะคุยดี ๆ กับพวกคุณด้วยอยู่หรอกนะ แต่คุณลูกเทนนิสเอะอะก็โจมตีก่อนตลอดทุกทีเลยนี่สิ” เครดิตพูดพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

                “งั้นถ้ายอมให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องที่เราต้องการโดยไม่ขัดขืน ก็จะคุยดี ๆ ด้วย ดีไหมล่ะแบบนั้น” เสนพูดพลางมองเครดิตด้วยสายตากดดัน ก่อนจะวางร่างของนภาพรลงอิงต้นไม้ต้นหนึ่ง ท่าทางของเด็กหนุ่มตอนนี้เหมือนพร้อมจะประจัญบานเต็มที่

                “ถึงอยากคุยกันดี ๆ แต่ทางพวกพี่คนอื่นคงไม่โอเคเท่าไร ถ้าจะให้ไปบอกเรื่องนั่นนี่กับคนอื่นตามใจน่ะนะ แบบนั้นก็มา...  เฮ้ย!

                ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค เสนก็จับเข้าที่ลำคอของเครดิต ก่อนที่จะยกเขาลอยขึ้นด้วยมือเดียว แล้วเหวี่ยงร่างผอมล้มลงหลังกระแทกพื้นเสียงดังลั่น!

                “แอ่ก รอผมพูดจบประโยคก่อนสิเว้ย!” เครดิตพูดพลางลุกขึ้นมานั่งเอามือกุมท้อง การโดนทุ่มเมื่อครู่ทำให้เขาจุกเสียดจนยังลุกไม่ค่อยไหว แต่เสนก็ยังปล่อยหมัดตรงไปอีกครั้งใส่หน้าอก คราวนี้ร่างผอมกระเด็นไปไกลหลายเมตร กระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ เกิดแรงกระเทือนสั่นไหวจนใบไม้และผลร่วงหล่นจากต้น

                “ยังไม่น่าจะตายใช่ไหม โดนเบาๆ แค่นั้นเอง” เสนพูดเหมือนจะแสดงความห่วงใย พร้อมกับเดินเข้าหา แต่แววตาและท่าทางยังคงคุกคามฝ่ายตรงข้ามไม่เลิกรา “ถึงจะอยากเป็นมิตรกันแค่ไหน แต่ผู้ใหญ่ของนายก็คงไม่ยอมใช่ไหมล่ะ? สุดท้ายก็ต้องจบลงที่สู้กันอยู่ดีนั่นแหละ”

                “แค่ก... ก็คงเป็นแบบนั้น...” เครดิตพูดพลางไอออกมา หมัดและการจับทุ่มของวีจิณี แม้จะถูกลดพลังทำลายลงด้วยร่างกายมนุษย์ แต่สำหรับมนุษย์แล้ว มันก็รุนแรงพอจะทำให้สาหัสได้ถ้าโดนจัง ๆ อยู่ดี

                “แต่ถ้าจะสู้กันล่ะก็ มาเล่น...”

                “ไม่อะ” เสนตัดบทก่อนเครดิตจะพูดจบประโยค ก่อนจะปล่อยหมัดตรงออกไป คราวนี้เล็งไปที่ศีรษะของเครดิต เหมือนตั้งใจให้สลบไปในหมัดนี้

                ทว่าไม่ทันทำแบบนั้น หมัดของเสนก็ต้องหยุดกลางอากาศ เมื่อพลังงานสีดำก่อตัวขึ้นเป็นรูปหน้าจอเกม และหมัดของเสนก็ต่อยไปโดนคำว่า “Start” พอดี

                “ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมแห่งจิตวิญญาณของสองคน เกมเดียวกับที่เพื่อนของคุณแพ้ไปเมื่อกี้ แล้วก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนของคุณซะ!” เครดิตพูดขึ้นมา ก่อนที่ภาพรอบตัวของทั้งสองคนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นเกมแข่งรถโกคาร์ทในโลกแฟนตาซีอีกครั้งหนึ่ง โดยทั้งคู่อยู่บนรถพร้อมจะออกตัว บนสะพานทางตรงที่ด้านล่างเป็นลาวาเดือด

                “เราจะมาแข่งรถกันทางตรง ห้ากิโลเมตร ระหว่างทางจะมีอุปสรรคมากมายมีไอเทมให้เก็บมาใช้ รถของใครผ่านเส้นชัยก่อน ก็จะเป็นฝ่ายชนะ และคนชนะก็จะได้จับตัวคนแพ้ไป แล้วเราค่อยมาคุยกันดี ๆ แบบนี้โอเคไหม?” เครดิตพยายามอธิบายกติกาให้กับเสน เด็กหนุ่มตาดุตรวจสภาพรถและฉากแล้วยังทำหน้าสงสัย

                “มีแต่พวงมาลัย ไม่มีเกียร์ ไม่มีเบรกหรือคันเร่ง ตรงไปอย่างเดียวสินะ ถ้าตกลาวาก็คือไม่รอดสินะ” เสนบอกพลางมองหน้าเครดิตเหมือนจะขอต่อรอง “เราเองก็ขับรถไม่เก่งด้วย เลิกเล่นอันนี้แล้วสู้กันธรรมดาได้ไหม?”

                “สู้กันธรรมดาก็แพ้ดิ เมื่อกี้ก็เห็นอยู่! ถ้าอยากเอาชนะก็เล่นกันด้วยอะไรแบบนี้นี่แหละ พร้อมจะเริ่มรึยังล่ะ?” เครดิตพูดพลางแสยะยิ้ม เหมือนคิดว่าอีกฝ่ายกำลังกลัวกับเกมที่เกิดขึ้น

                “งั้นก็เอาเลย” เสนตอบตกลง จากนั้นภาพแผนที่ก็ปรากฏขึ้นด้านซ้ายมือ และภาพตัวเลขนับถอยหลังก็ปรากฏขึ้นมาด้านหน้าทั้งคู่

                Start!” เสียงสัญญาณดังขึ้น เครดิตใช้เทคนิคการเร่งเครื่องล่วงหน้ารอ ทำให้รถพุ่งไปไกลประมาณห้าสิบเมตร ขณะที่เสนก็ยังมองภาพที่เกิดขึ้นแบบสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

                “เทคนิคการบูสก่อนออกตัวไงล่ะ ตกใจล่ะสิ!” เครดิตส่งข้อความเยาะเย้ยเข้าในหัวของเสน “แข่งทางตรงแบบนี้ ออกตัวก่อนเก็บไอเทมได้ก่อนได้เปรียบ คุณหมดทางชนะแล้ว! เตรียมโดนผนึกแล้วค่อยมาคุยกันเถอะ

                “แค่ให้รถผ่านเข้าเส้นชัยก็พอเนอะ ห้ากิโลเมตรเหรอ น่าจะไหว” เสนพูดพลางปล่อยมือจากพวงมาลัย แล้วถอดแหวนที่นิ้วกลางออกทันที จากนั้นแสงสว่างก็สาดส่องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างเด็กหนุ่มเมื่อครู่จะกลับกลายเป็นเทพธิดาผู้เปล่งรัศมี ห่มผ้าสีขาวอมฟ้า นุ่งผ้าสีน้ำไหล

                “มนุษย์เมื่อครู่ แท้จริงเป็นพวกเทพงั้นเหรอ? บ้าน่า แต่มันไม่น่าจะทำให้ชนะ...” เครดิตพูดกับตัวเอง แต่ไม่ทันจะจบประโยค วีจิณีก็ลอยตัวขึ้นบนอากาศ พร้อมจับรถโกคาร์ททั้งคันเอาไว้ในมือทั้งคู่ แล้วก่อนที่เครดิตจะทันห้าม รถโกคาร์ทก็ถูกขว้างจากมือทรงพลังของเทพธิดา ลอยข้ามอากาศไปไกลห้ากิโลเมตร แล้วผ่านเข้าเส้นชัยในไม่ทันอึดใจ!

                “จบเกมตามกติกา นายแพ้แล้วนะคราวนี้” วีจิณีเอ่ยขึ้นพลางลงจากการลอยตัวกลางอากาศ มาอยู่บนพื้นถนน ขณะที่รถของเครดิตหยุดเคลื่อนไหวเมื่อมีผู้ชนะในเกมแล้ว

                “มันมีวิธีบ้าแบบนี้ในการชนะแข่งรถด้วยเหรอเนี่ย... ผมแพ้แล้ว...” เครดิตบ่นพึมพำขณะที่เดินลงมาจากรถ ก่อนมองหน้าเทพธิดาอย่างเศร้าสร้อย “รู้งี้ถ้าฝึกอะไรอย่างอื่นนอกจากเล่นเกมมาก็คงดี ผมนี่มันแย่จริง ๆ”

“มัวแต่เล่นอยู่ได้ มันมีประโยชน์อะไรนักหนาวะไอ้พวกนี้ มันจะทำให้ภารกิจเราสำเร็จไหม?” เสียงในความทรงจำของเครดิตดังขึ้นมา เมื่อเขานึกถึงช่วงเวลาในอดีตที่โดดการฝึกฝนไปเล่นสกากับอสูรตนอื่น ๆ

“ก็เพราะการประยุกต์ความสามารถเข้ากับเกมไม่ใช่เหรอที่ทำให้เพื่อนเราตกที่นั่งลำบาก กับช่วยผู้คนจากมือระเบิดได้ ถ้าสู้กันธรรมดาจะทำแบบนั้นไม่ได้ง่ายหรอกนะ” วีจิณีพูดออกไปตรงๆ ทำเอาเครดิตต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างยินดี ที่ผ่านมาเขาถูกค่อนขอดในสิ่งที่ชอบจากพวกเดียวกันมาตลอด แต่วันนี้กลับถูกผู้ที่เหมือนศัตรูชื่นชมแบบนี้...

                “มันก็มีประโยชน์จริง ๆ นั่นแหละ แต่อีกฝ่ายดันแข็งแกร่งเกินไปเอง ต่อให้เป็นพี่คนอื่นก็ใช่ว่าจะชนะ...” เครดิตพูดพลางยิ้มเศร้า ๆ แล้วนั่งลงกอดเข่าพิงรถโกคาร์ท

“คราวนี้ก็จับผมไปได้เลย ผมเองก็เบื่อ ๆ กับงานนี้แล้วเหมือนกัน ทำไมเราต้องมารวบรวมพลังงานด้านลบจากมนุษย์แต่ละประเภทไปให้เจ้าชายของพวกเรา ให้เขาไปเตรียมทำศึกล้างตากับเทวดาต่อด้วยก็ไม่รู้ เราน่าจะเป็นเพื่อนกันแล้วนั่งเล่นเกมสนุก ๆ กันหน่อยน่าจะดีกว่าแท้ ๆ”

                “นายก็ไม่ได้อยากทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ที่ดูไร้เหตุผล แล้วไม่ฟังเสียงของพวกเราใช่ไหมล่ะ?” วีจิณีพูดขึ้นมาราวกับเข้าอกเข้าใจเด็กหนุ่มร่างผอม “พอจะเล่าเรื่องของนายกับเป้าหมายของผู้ใหญ่ทางนายให้เราหน่อยได้ไหม?”

                “ธนภัทราสูร หัตถ์แห่งการพนัน นั่นคือชื่อของผมในโลกที่จากมา” เครดิตแนะนำตัวให้คู่สนทนารู้จัก “ผมเกิดมาในดินแดนของพวกอสูร ในฐานะหนึ่งในหกพี่น้องที่เจ้านายของพวกเราเลี้ยงดูมาเป็นนักรบที่เรียกว่า “หัตถ์มารทั้งหก” ของเขา แต่ผมก็ไม่ได้อยากเป็นนักหรอก ผมชอบเล่นสนุกกับเกมกีฬาประเภทต่าง ๆ มากกว่า นั่นแหละมั้งที่ทำให้ผมอ่อนซ้อม ไม่แกร่งเท่าอีกห้าคน พลังสูงสุดที่ดึงมาพอเทียบเท่าคนอื่นได้ก็คือตอนชนะพนันอีกฝ่ายเท่านั้นห แต่ก็พอผ่านการทดสอบมาแบบงง ๆ ทุกรอบเลย”

                “บางทีผู้ใหญ่ก็ชอบคาดหวังให้เราเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้อยากเป็นน่ะ เราเองก็เคยเป็นงั้นแหละ” วีจิณีบอกคู่สนทนาที่มีบางอย่างคล้ายคลึงกัน

                “พอมีภารกิจที่ต้องลงมาเก็บพลังงานที่โลก ผมเลยเลือกอยู่ในรูปลักษณ์นักเรียนวัยรุ่น มีเกมมีกิจกรรมบันเทิงอะไรให้ทำเยอะแยะหลากหลายดี ผมเลือกงานสร้างพลังงานด้านลบจากพวกชอบเล่นการพนัน หรือช่วงชิงบางอย่างมาจากการพนัน ซึ่งพอผนวกกับนิสัยส่วนตัวและความสามารถ มันก็ได้เยอะอยู่นะ ถึงพี่ ๆ จะบอกว่ามันน้อยไปก็เหอะ”

                “แพ้เราแบบนี้ นายก็เลิกเก็บพลังงานลบอะไรนี่ แล้วมาร่วมมือกับเราแทนได้ไหม?” วีจิณีเชื้อเชิญอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่ามีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับตนเอง

                “ผมอยากจะพูดแบบนั้นนะ แต่ว่ามัน...”

                “แต่ข้ายังไม่ยอมแพ้!

เครดิตตะโกน เสียงของเขาเปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่ส่วนตาดำจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนก ร่างกายก็พลันมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนร่างผอมเกร็ง เขี้ยวยาวงอกออกมาจากปากราวกับหมูป่า บนหน้าผากปรากฏดวงตาที่ดวงสามปรากฏออกมา ดูแล้วน่าสะพรึงกลัวอยู่ไม่น้อย เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับรัศมีสีดำน่าสะพรึงจนแตกต่างจากเครดิตคนเก่าอย่างสิ้นเชิง

                “มันแพ้แล้ว แต่ข้าไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกนังเทพธิดา เรามาเจอกันต่ออีกเกม!

“ชีวิตหนึ่งต้องผ่านโลกมาแบบไหนกันนะ... กว่าจะกลายเป็นแบบนี้ได้” วีจิณีจ้องไปที่อีกฝ่ายอย่างเศร้าสร้อย แม้อีกฝ่ายกำลังแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดมากก็ตาม

                 

 

 

เกร็ดความรู้

โกคาร์ท คือ รถแข่งเล็ก นิยมวางเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาดตั้งแต่ 160 ซีซี - 270 ซีซี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #55 yojamato (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 13:00
    น่าสงสาร เครดิต นะครับ
    #55
    0
  2. #41 Gow63 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 23:19

    ตอนนี้ดีมาก ไม่อยากพิมพ์ละ อยากพูดเสียง เดรื่องนี้น่าทำเป็นการ์ตูนจริงๆ


    Mario Kart รึเปล่า 555 แล้วก็ลำดับกับจังหวะเรื่องดีมาก การที่วีจิณีมาเล่นเกมในแบบที่ตัวเองไม่ถนัดแต่ใช้กำลังขว้างรถนี่เป็นแนวที่ถูกจริตผมมาก ชอบในความสามารถแบบพลังต่อสู้ แล้วนภาพรก็แพ้อีกตามเคย ด้วยความใจร้อนและวู่วาม แต่คาแรคเตอร์ดี เป็นคนเก่ง .. การวางเรื่องโดยเริ่มจากเครดิตที่เป็น 1 ใน 6 คนที่อ่อนสุด แต่เปิดมาระดับขนาดนี้ ทำให้เห็นความสเกลใหญ่ของเรื่องนี้ละ และถ้ามีเจ้าชาย 6 แล้วราชาจะเป็นอย่างไร

    #41
    0
  3. #16 งุ้งงิ้ง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 22:33

    วิทนีย์: ก็มาดิค้าบ ก็มาดิค้าบ แพ้แล้วหัวร้อนหรา ว้าย อ่อนอ่ะ กากสึสๆ

    #16
    0