แว่วสำเนียงภูต

ตอนที่ 7 : "ฝันร้ายของแม่" ส่วนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 เม.ย. 57

                แม้เสียงนั้นจะพูดจบประโยคมานานแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแม้แต่คำเดียว แม้ว่าร่างจะสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็ยังคงกอดลูกน้อยในอ้อมแขนแน่นพลางลูบหัวปลอบโยน ดวงตาก็มองไปยังเด็กน้อยอย่างเป็นห่วงเป็นใยต่อไปตามประสาคนเป็นแม่

                “ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะส่งลูกมาให้ข้าดีๆ หรือไม่!” เสียงทรงอำนาจยังคงย้ำอีกคำรบ

                “ม... ไม่ ยังไงนี่ก็ลูกของฉัน ฉ... ฉันจะไม่ส่งให้ใครทั้งนั้น...” หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้ในใจของเธอจะหวาดกลัวต่อร่างในเงามืดที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใครหรืออะไรกันแน่ และเธอก็รู้ดีว่าร่างในเงามืดนั้นมีอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติบางอย่าง ที่อาจจะทำอันตรายต่อเธอและลูกได้ แต่เธอก็ไม่อาจจะยกเด็กที่เธออุ้มท้องมากว่าเก้าเดือนและเลี้ยงมากว่าปีเศษให้กับเขาได้จริงๆ

                “อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน! จัดการมันเลย!” เสียงในเงามืดประกาศ ก่อนที่เด็กชายหญิงชวนสยองทั้งสองจะปรี่เข้ามาหาคุณแม่วัยสาว ทว่าเธอกลับรวบรวมความกล้าที่มี ลุกพรวดจากตรงนั้นแล้วตรงไปยังนอกชานของบ้านทรงไทยทันที

                “จะหนีไปไหน... มาเล่นกันเถอะ...” เด็กชายรูปร่างตุ้ยนุ้ยพูดพลางยิ้มชวนสยอง ก่อนจะมองตามหญิงสาวที่กำลังวิ่งไม่คิดชีวิต

                หญิงสาววิ่งไปที่นอกชานเพราะคิดว่าน่าจะมีกระไดบ้านที่ผู้บุกรุกพาดเอาไว้เพื่อใช้พาตัวขึ้นมาบนบ้านเธอ แล้วเธอก็จะหนีลงกระไดบ้านนั้นไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่เธอก็ไม่พบกับสิ่งที่ว่าเลยสักนิด แถมเสียงหัวเราะชวนขนลุกของเด็กชายหญิงสุดสยองนั้นก็ไล่หลังเธอมาทุกขณะ... ตอนนี้เธอจนมุมแล้ว...

                “เอาน้องเขามาอยู่กับพวกเราเถอะ...” เสียงเด็กชายชวนสยองดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ของเด็กชายวัยสิบกว่าขวบที่เปลือยท่อนบนเห็นพุงพลุ้ย ท่อนล่างสวมเพียงโจงกระเบนสีแดงเลือด ผมสีดำเกล้าเป็นจุกเหมือนกับเด็กในสมัยโบราณ จะปรากฏตัวขึ้นมาต่ออย่างหญิงสาวในสภาพที่ลอยห้อยหัวอยู่กลางอากาศ!

                หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อหนีไปอีกทาง ไม่เช่นนั้นก็รวมพลังที่มีกระโดดลงจากตัวบ้านไป แต่เธอกลับรู้สึกว่าขาของตัวเองถูกบางอย่างดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน และเมื่อคุณแม่วัยสาวมองสิ่งที่กำลังตรึงขาตัวเองไว้ ก็ต้องพบกับเด็กหญิงผมแกละที่สวมเสื้อคอกระเช้าสีชมพูกับโจงกระเบนสีม่วง ที่กำลังส่งยิ้มมาให้แบบปากฉีกจนถึงใบหู!

        “น้าให้น้องมาอยู่กับพวกเราเถอะนะ...” เด็กหญิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวจับขั้วหัวใจ แบบเดียวกับในความฝันก่อนหน้านี้ของหญิงสาวไม่มีผิด!

                “ใช่แล้ว! เจ้าพาลูกหนีไปไหนไม่พ้นหรอก! ลูกของเจ้าต้องอยู่กับพวกเรา!” เสียงบุรุษผู้ทรงอำนาจดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวคาดเดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น เธอรีบกอดลูกชายไว้ในอ้อมแขนแน่นแล้วตั้งใจจะนั่งคู้ตัวลงกับพื้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบในฝันนั่นขึ้นมา

                เชือกสีขาวปรากฏตัวออกมาจากความมืดเพื่อจะคว้าตัวลูกของเธอไปแบบเดียวกับในฝัน หญิงสาวพยายามรีบก้มหลบ หวังจะให้เชือกคว้าได้แต่อากาศธาตุ ทว่าเธอกลับทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อเด็กชายรูปร่างตุ้ยนุ้ยที่ลอยกลับหัวนั้นลอยมากอดเธอจากด้านหลัง ทำให้เธอขยับไม่ได้ดังใจคิด

                แล้วลูกชายของเธอก็หลุดมือไปกับเชือกลึกลับนั่น... เหมือนกับในฝันของเธอ...

                “แม่! เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กชายดังก้องไปทั่วบริเวณ คุณแม่วัยสาวพยายามเอื้อมมือคว้าลูกชาย แต่เชือกสีขาวนั่นก็ฉุดเอาร่างของเขาลอยห่างออกไปทุกที จนกระทั่งหายลับไปในความมืดดำยามราตรี

                “ไม่นะ! เอาลูกฉันคืนมา!” หญิงสาวกรีดร้องโหยหวน แล้วสติสัมปชัญญะที่เธอเคยมีก็พลันขาดผึง...

.

                “ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ? นี่มันซ้อนกันสามรอบแล้วนะ”

                หญิงสาวพึมพำกับตัวเองหลังจากที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาได้สักพัก เธอมองแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณเหมือนกับว่าไม่เคยสัมผัสมาเนิ่นนาน แล้วหันมามองท้องที่ป่องจวนเจียนจะคลอดของตัวเอง ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความคิดว่าตัวเองช่างฝันอะไรเป็นตุเป็นตะเสียจริงๆ

                เธอลุกขึ้นจากที่นอน หวังจะไปทำอะไรต่อมิอะไร ก่อนที่เหล่าเพื่อนสาวในละแวกบ้านนี้จะขึ้นบ้านมาเพื่อดูแลเธอเหมือนทุกวัน เพราะคนท้องที่ใกล้คลอดอย่างเธอทำอะไรเองไม่ค่อยสะดวกนัก ต้องมีคนคอยดูแลเกือบตลอดเวลา แต่พ่อแม่ของเธอก็ตายไปนานแล้ว แถมสามียังไปรบแบบไม่รู้กลับเมื่อไรอีกต่างหาก

                ยังไม่ทันที่เธอจะทำอะไรต่อจากนั้น หญิงสาวก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าท้องและช่องคลอดขึ้นมาอย่างรุนแรงเหมือนไม่เคยจะเป็นมาก่อน เธอรู้สึกได้ว่าของเหลวที่ไม่คุ้นเคยไหลออกมาจากช่องคลอด บ่งบอกว่าได้เวลาที่เธอจะคลอดเข้ามาทุกขณะแล้ว

                แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเคยเจอเรื่องพวกนี้มาแล้วกันนะ... ทั้งความรู้สึกนี้... ภาพเหตุการณ์นี้... ความเจ็บปวดนี้... ทำไมเธอถึงรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง...

                นี่คือภาพอดีตของเธอสินะ...

                ใช่... ตอนนี้เธอนึกออกแล้ว... ว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ เธอจะสิ้นลมหายใจ... ลูกของเธอจะไม่ได้ออกมาดูโลกในฐานะมนุษย์... ทั้งเธอและลูกจะกลายเป็นผี... ผีที่มีห่วงและไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว... เฝ้าวนเวียนทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมไม่ได้ขาด... เป็นผีเฮี้ยนที่คนในละแวกนี้ต่างสงสารและเกรงกลัวจนนำข้าวของต่างๆ มาให้เหมือนครั้งยังมีชีวิต...

                ภาพในความทรงจำอันห่างไกลค่อยๆ หายไปจากห่วงความคิด... ตอนนี้เธอนึกออกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร... เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว...

               

.

                “ในที่สุดก็ได้มาสักทีสินะ” เสียงที่ฟังดูมีอำนาจกล่าวขึ้น พลางมองร่างของเด็กชายวัยขวบเศษที่ถูกเชือกสายสิญจน์สีขาวพันธนาการ ซึ่งกำลังนอนอยู่แทบเท้าของตนเอง

                “แม่...”

                “ร้องให้ตายแม่เอ็งก็ไม่มาช่วยหรอก ป่านนี้คงเสร็จเด็กๆ ของข้าไปแล้ว” เสียงทรงอำนาจพูดพลางนั่งลงมองเด็กชาย เจ้าของเสียงนั้นเป็นชายวัยกลางคนผิวคล้ำในชุดสีดำ สะพายย่ามสีเดียวกัน แขวนลูกประคำไว้ที่คอ และมีผมเผ้าหนวดเครายาวรุงรังไปหมด ตอนนี้ในมือของเขาถือเทียนที่ลงลวดลายอักขระแปลกๆ

                “ต่อไปเอ็งก็จะมาเป็นเด็กของข้า เอ็งจะเป็นกุมารทองคอยรับใช้ข้าเหมือนกับพวกนั้น ผีเด็กตายทั้งกลมอย่างเอ็งต้องมีพลังมากกว่าพวกนั้นแน่ คราวนี้ข้าก็จะเป็นหมอผีที่มีอาคมที่แก่กล้าและมีชื่อเสียงกว่าเดิมแน่ๆ หึหึหึหึ” เจ้าของเสียงพูดพลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย แล้วเอามือแตะหัวเด็กชาย ก่อนที่ร่างจ้อยจะหลับตาลงเหมือนหมดสติ พลางล้วงลงไปในย่ามเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา

                “จงภูมิใจเถอะ ข้าอุตส่าห์ดั้นด้นตามข่าวลือ มาถึงหมู่บ้านร้างกลางดงแบบนี้ เพราะอยากจะได้เอ็งเป็นพิเศษเลยรู้ไหม ลูกชายของผีตายทั้งกลมที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายไปแล้วน่ะ หึหึหึหึ”

                “แล้วถ้าเกิดว่ารู้ตัวแล้วล่ะ?” เสียงของคุณแม่วัยสาวดังขึ้นมาจากความมืด ก่อนที่เจ้าของเสียงจะค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาหมอผีที่กำลังจะทำอะไรบางอย่างกับลูกของตน ตอนนี้หญิงสาวไม่เหลือท่าทีหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว.ดวงตาของเธอเต็มเปี่ยมด้วยความกล้าและความมั่นใจแบบที่ไม่เคยจะมีมาก่อนเลยด้วยซ้ำ.

                “เป็นไปไม่ได้... เจ้าน่าจะเสร็จเด็กๆ ของข้าไปแล้วนี่!” หมอผีอุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง แต่หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรนอกไปจากขว้างบางอย่างไปกองไว้แทบเท้าหมอผี

                “นี่มัน...” หมอผีพูดขึ้นมาเมื่อแสงจากเทียนทำให้เขาเห็นว่าเป็นซากของตุ๊กตาชายหญิงที่พังยับเยิน

                “เด็กๆ ของท่านเอง ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ท่านจงออกไปจากที่นี่เสียเถิด” หญิงสาวผมยาวสยายประกาศกร้าวพลางจ้องมองหมอผีเขม็ง หวังจะให้ผู้มารุกรานกลับไป

                “เจ้าทำร้ายเด็กๆ ของข้าจนสภาพแบบนี้เลยงั้นรึ? ผีตายทั้งกลมไม่น่าจะมีอำนาจขนาดนี้นี่นา พลังขนาดนี้คววรจะเป็นเทพธิดา หรืออะไรในภพภูมิที่ดีกว่านี้แล้วแท้ๆ...” หมอผีพูดด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างในย่ามด้วยท่าทีโกรธแค้นแทนที่จะยอมถอย

                “แต่ไม่ว่าพลังสูงขนาดไหน มาทำเด็กๆ ของข้าแบบนี้ ข้าก็ให้อภัยไม่ได้!

        “ข้าก็ให้อภัยท่านที่ทำกับลูกข้าไม่ได้เหมือนกัน” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมา ก่อนที่เธอจะหายวับไปจากที่ที่เคยยืน แล้วไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าหมอผีหนวดเฟิ้ม จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งข่วนเข้าที่ใบหน้าของเขาเต็มแรงก่อนเขาจะได้ชักอะไรออกมาจากย่าม

                “อ๊าก!” หมอผีหนวดเฟิ้มร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน เลือดไหลรินออกมาจากปากแผลที่พาดผ่านจากหน้าผากลงมาถึงแก้ม ลูกตาข้างหนึ่งของเขาหลุดออกมาจากเบ้า ภาพที่เห็นน่าสยดสยองจนผีสาวเองก็ต้องเบือนหน้าหนีกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

                แต่หมอผีก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เขาหยิบรูปปั้นควายออกมาจากย่าม แล้วใช้สมาธิที่เหลือบริกรรมคาถาบางอย่าง แต่ผีสาวก็ไม่ยอมให้ร่ายจบ เธอเดินเข้าไปตบหน้าของหมอผีจนเขาล้มลงก้นจ้ำเบ้า สร้อยประคำขาดกระจาย รูปปั้นควายกระเด็นหลุดมือ ฟันบางซี่หลุดออกมาจากปากพร้อมกับเลือดที่ไหลนอง

                “ฝากไว้ก่อนเถอะนังผี ข้าจะกลับมาเอาคืนแน่ คราวนี้ข้าขอลูกเจ้าไปก่อนล่ะ!” เสียงของหมอผีที่เคยดูทรงอำนาจกล่าวขู่ ก่อนจะคว้าร่างของเด็กชายที่ถูกรัดด้วยสายสิญจน์มาหนีบไว้กับสีข้าง แล้วตั้งท่าจะกระโดดหนีลงจากบ้านทรงไทยของผีสาว

                “ใครจะยกลูกรักของข้าให้กันล่ะ...” เสียงของผีสาวดังขึ้น ก่อนที่ร่างของหมอผีหนวดเฟิ้มอยู่กลางอากาศ ไม่ได้โดดลงไปจากบ้านได้อย่างที่เขาตั้งใจแต่แรก

                ชายวัยกลางคนเหลือบตาไปมองว่าอะไรที่ทำให้ร่างของเขาลงไม่ถึงพื้นดิน แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหัวใจแทบหลุดออกจากอก เมื่อพบว่าคอของตัวเองถูกมือเรียวงามของคุณแม่วัยสาวจับเอาไว้อยู่ ทั้งที่เจ้าของมือนั้นยังยืนอยู่ห่างจากตนไม่น้อย... หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายคือ ผีสาวทำให้มือของตัวเองยืดยาวได้!

                “ปล่อยลูกข้าเดี๋ยวนี้” คุณแม่ผู้เพิ่งรู้ตัวว่าตายฉุดเอาร่างของหมอผีให้มาทรุดลงเบื้องหน้าตัวเอง ก่อนจะเอาเท้าข้างหนึ่งเขี่ยศีรษะของเขา

                “ด... ได้ ย... ยอมแล้ว” ชายวัยกลางคนพูดด้วยความลนลาน ก่อนจะหยิบมีดหมอในย่ามออกมา แล้วตัดสายสิญจน์นั้นจนขาด แต่หมอผีเจ้าเล่ห์ก็ไม่ได้พอแค่นั้น เขาขยับมีดเพื่อจะแทงใส่ผีสาว หมายจะเสียบมันให้ทะลุร่างกายของเธอ!

        ทว่าคุณแม่วัยสาวไหวตัวทัน เธอหายวับไปจากตรงนั้นก่อนที่มีดจะถึงตัว แล้วปรากฏตัวด้านหลังหมอผีเจ้าเล่ห์พร้อมกับดวงตาที่แสดงความขุ่นเคืองอย่างรุนแรง จากนั้นเธอก็รวบคอของเขาเอาไว้ แล้วจับให้มาจ้องดวงตาเคียดแค้นของตน

                “ไสหัวไปจากที่นี่แล้วอย่ากลับมาอีก ไปบอกคนอื่นด้วยว่าอย่ามาทำอะไรไม่ดีกับข้าหรือลูก แล้วข้าจะไว้ชีวิต!” ผีสาวประกาศิตลั่นบ้าน ก่อนจะเพิ่มแรงบีบเข้าไปที่คอของหมอผี

                “ก...ก็ได้  ข้าจะไปแล้ว... ข้าจะไม่กลับมาอีก... ปล่อยข้าไปเถอะ” หมอผีรับรับปากอย่างลนลานด้วยความกลัวตาย ผีสาวจึงเหยียดยิ้ม แล้วจับร่างของชายวัยกลางคนขว้างลงจากตัวบ้านทรงไทยไปทันที

                “โอ๊ย! เสียงที่เคยทรงอำนาจร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทว่ากลับเงียบไปในไม่กี่นาทีต่อจากนั้น หลังจากได้ยินเสียงจากผีสาว

                “ไม่ต้องร้องดังไป ไม่ได้เอาให้ตาย! นอนอยู่ตรงนั้นรอคนมาช่วยเองก็แล้วกัน! แต่ถ้าอยากตายนักก็ร้องต่อไปก็ได้ จะได้ลงไปช่วยซ้ำให้ตายสมใจอยาก!

                เสียงของหมอผีที่มาบุกรุกเงียบหายไปแล้ว คุณแม่วัยสาวทรุดตัวลงนั่งลูบศีรษะของลูกน้อยอย่างแผ่วเบา ก่อนจะประคองลูกรักไว้ในอ้อมแขน พลางมอบจุมพิตอย่างอบอุ่นให้กับเด็กน้อย แล้วพาเขากลับไปนอนด้วยกันในมุ้งเหมือนก่อนหน้านี้

                ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอและลูกเป็นผี แต่เธอไม่รู้เลยว่าสามีของเธอรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง... ถ้าเป็นไปได้ เธอก็ยังอยากจะพบกับเขาอีกสักครั้ง... อยากให้ลูกได้เห็นหน้าพ่อก่อนที่จะไปเกิดในภพภูมิต่อไป... นั่นกระมังที่เป็นห่วงที่พันธนาการให้เธอวนเวียนอยู่ในสภาพผีแบบนี้ แทนที่จะไปเป็นอย่างอื่นที่ดีกว่าอย่างที่หมอผีนั่นพูด... และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผีแบบนี้อีกนานเท่าไร...

                แต่เธอคงจะไม่ฝันร้ายว่าต้องเสียลูกชายอีกต่อไปแล้ว...
 

.

จบ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #54 -noeyzii- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 16:04
    ชอบบบหนักมากกก
    #54
    0
  2. #44 เพราะดีฉันจึงมา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 20:16
    ผีแม่นาคหรือเปล่าคะ

    มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ
    #44
    0
  3. #27 Dragon_P (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 22:00
    เคยฝันซ้อนฝันเหมือนกันค่ะ แต่เป็นฝันซ้อนฝันสี่รอบ กว่าจะได้ตื่นขึ้นมาจริงๆ เหงื่อแตกเต็มหน้าเลย
    #27
    0
  4. #22 มายท์มิ้ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 11:04
    เรื่องนี้ก็สนุก หักมุมด้วย ชอบๆ โดยเฉพาะตอนฝันซ้อนฝันนี้ดีมากเลย ถูกใจ
    #22
    0
  5. #18 dinn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 17:34
    ขออนุญาตรวบมาเมนต์ที่เดียวกันเลยนะครับ เรื่องนี้สนุกตื่นเต้นดีครับ พล็อตไม่เลวเลยทีเดียว
    แต่... จะว่าอย่างไรอีกละ คือเทียบกับเรื่องก่อน(ต้นไทร)แล้ว รู้สึกประทับใจไม่เท่าครับ
    ดูเหมือนบทบรรยายจะแข็งกว่าเรื่องที่แล้วนะ ไม่รู้สิ ความเห็นส่วนตัวนะ 
    ผมมักเอาความรู้สึกเข้าว่าเสมอไม่ค่อยมีเหตุผลประกอบหรอก 555
    ดูเหมือนเรื่องจะสั้นไปสักนิด ถ้าบรรยายดีๆ ให้ได้อารมณ์ร่วมมากกว่านี้ ผมว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สนุกมากนะครับนี่
    #18
    0