(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 4 : Recipe 03 : Chocolate Meringue (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    12 ก.ย. 61



I’m going to run to you no matter what.

“……ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมจะเริ่มจีบคุณอย่างจริงจังและทำให้คุณต้องมาเป็นของผมให้ได้ โปรดเตรียมใจเอาไว้ได้เลยครับ!”

จีบยังไงอ่ะ!?

ตุบ!

ผมโขกหัวลงกับโต๊ะด้วยความคิดไม่ตกว่าตัวเองจะจีบรีไวล์เฮย์โจวยังไงดี ไม่เคยจีบผู้ชายมาก่อนในชีวิตเลยด้วย แถมผู้ชายคนแรกที่คิดจะจีบดันเป็นรีไวล์เฮย์โจวผู้มีโลกส่วนตัวสูงเว่ออีก!…จะรอดไหมเนี่ย

เฮ้อออ…” ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ เมื่อคิดยังไงก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีวิธีไหนที่ผมจะใช้จีบเฮย์โจวได้บ้าง

ตั้งแต่ที่รถคาเฟ่ข้ามพรหมแดนมาที่ฝรั่งเศษเวลาก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมารถแล่นผ่านเมืองโน้นเมืองนี้อย่างช้าๆ และหยุดพักตามเมืองต่างๆ บ้างเพื่อไม่ให้การเดินทางดูเหนื่อยจนเกินไป และระหว่างที่หยุดพักหรือไม่ว่าจะตอนรถแล่นผมก็ลองใช้วิธีต่างๆ ที่ตัวเองพอจะคิดออกลงมือจีบรีไวล์เฮย์โจวไปแล้วแต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเลยสักนิด!

อย่างตอนที่ผมอาสาทำอาหารให้ในเย็นวันหนึ่ง อาหารก็ออกมาดูดีอยู่หรอก แต่ยังด้อยกว่าฝีมือรีไวล์เฮย์โจวมากจนผมได้รับคำติมาเพียบว่าควรทำยังไงให้อาหารมันอร่อยขึ้นกว่านี้ นี่ผมก็ตั้งใจทำแล้วนะ! ถึงบางอย่างจะไหม้ไปบ้างก็เถอะ…(;;- -)

หรือจะเป็นตอนที่ผมอาสาช่วยเฮย์โจวทำความสะอาดด้วยกัน ตอนแรกผมก็นึกภาพในหัวเอาไว้ว่าจะมีโมเม้นโรแมนติกในตอนทำความสะอาดบ้างอะไรบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าเฮย์โจวยังคงเป็นเฮย์โจวที่จริงจังในการทำความสะอาดยิ่งกว่าสิ่งใด วันนั้นทั้งวันผมเลยต้องขัดโต๊ะใหม่ถึงสามรอบ! และยังไม่รวมถึงทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของรถคาเฟ่อย่างละเอียดยิ่งกว่าพนักงานทำความสะอาดมาเองซะอีก ไหนอ่ะโมเม้นโรแมนติก! ไหนอ่ะบรรยากาศสีชมพู!? ไม่มีซะล่ะ! เฮอะ! ( '^' )+

และล่าสุดเลยในตอนที่ผมพยายามจะใกล้ชิดเพื่อหวังทำคะแนนในการจีบรีไวล์เฮย์โจว แต่กลับโดนเตะโด่งออกมาจากห้องครัวโทษฐานสร้างความรำคาญและทำลายสมาธิแทน ผมก็แค่ทำแป้งหกเท่านั้นเองนะ! ทำไมต้องเตะกันออกมาแล้วห้ามผมเข้าห้องครัวเด็ดขาดด้วย!…ถึงปริมาณแป้งที่ผมทำหกจะเป็นทั้งถุงก็เถอะ

เฮ้ออออออออออออคิดถึงอีกทีแล้วก็ท้อจนผมต้องถอนหายใจออกมายาวๆ เพื่อระบายความอัดอั้นในช่วงที่ผ่านมา แต่จิตใจของผมก็ไม่ได้รู้สึกเบาขึ้นเลย หนำซ้ำยังหนักกว่าเดิมเพราะผมก็ยังคงมืดแปดด้านคิดไม่ออกเลยว่าจะจีบเฮย์โจวยังไงต่อไปดี

ไอ้จะพาไปช้อปปิ้งเฮย์โจวก็ไม่ชอบที่คนเยอะๆ จะพาไปนั่งร้านคาเฟ่เหมือนตอนเดตกับสาวๆ เฮย์โจวก็ดันเป็นปาติซิเย่ที่เกลียดขนมหวานเข้าไส้อีก หรือจะพาไปดูหนังดี? อื้มมเฮย์โจวคงไม่เบื่อจนนอนหลับในโรงหนังหรอกใช่ไหม? ( - -;;) 

“…..” แค่คิดถึงความเป็นไปได้ผมก็ต้องแนบใบหน้าลงกับโต๊ะแล้วกลับไปคิดใหม่อีกรอบ

ทำหน้าเครียดเชียวนะเอเลน

“…!! เฮ้อ ฮันจิซังเองเหรอครับผมเด้งตัวขึ้นมานั่งตัวตรงด้วยความตกใจ แต่เมื่อพบว่าเป็นใครที่เข้ามาทักผมก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

แล้วคิดว่าจะเป็นใครเหรอรีไวล์?”

มะ..ไม่ได้คิดครับ!” ผมรีบปฏิเสธทันทีและก็รู้ได้เลยว่ามันดูมีพิรุธจนน่าตลก เพราะฮันจิซังกำลังหลบหน้าไปอีกทางพลางกลั้นหัวเราะอยู่

ฮ่าๆๆๆ โทษทีๆ แต่แหม~ ไม่ต้องปฏิเสธซะขนาดนั้นก็ได้ ยังไงมันก็ออกทางสีหน้าเธออยู่ดีฮันจิซังพูดพลางส่งยิ้มมาให้จนผมต้องจับๆ ใบหน้าตัวเองด้วยความลำบากใจ

นี่ผมดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

ที่สุด!”

“…..” ก็มีหลายคนเคยบอกอยู่หรอกว่าผมเป็นพวกคิดอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าซะหมด แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นพวกดูออกง่ายขนาดนั้นนะหรือไม่ใช่?

แล้วเป็นอะไรทำไมถึงมานั่งทำหน้าเครียดอยู่แบบนี้ล่ะฮันจิซังกลับมาถามคำถามเดิมกับผมอีกครั้งพร้อมใบหน้าที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม

คือผม…” จะตอบว่ายังไงดีล่ะผมกำลังหาทางจีบเฮย์โจวอยู่ครับแบบนี้เหรอ?

หรือว่าจะคิดไม่ตกว่าจะจีบรีไวล์ยังไง

“…!! ทะ..ทำไมฮันจิซังถึงรู้…!!?” 

เอ๋~ เล่นแสดงท่าทางจีบกันโต้งๆ แบบนั้นใครมาเห็นก็ต้องรู้ทั้งนั้นแหละ

“…..” หมดคำจะพูดครับ นี่ผมดูออกง่ายขนาดนั้นเชียว!?

แล้วเป็นไง คิดอะไรออกบ้างรึยังฮันจิซังถามพร้อมตาเป็นประกาย

ฮันจิซังดูสนุกนะครับ” 

ก็มันน่าสนุกน่ะสิ อยากรู้จริงๆ ว่าเธอจะใช้วิธีไหนมาพิชิตใจเพื่อนฉันบ้างฮันจิซังยอมรับอย่างไม่มีการปิดบัง ทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้แล้วยอมเล่าทุกอย่างให้กับฮันจิซังฟัง

“…มันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ แล้วตอนนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะใช้วิธีไหนจีบเฮย์โจวดีผมประสานมือไว้บนโต๊ะพลางวางหน้าผากลงไปอย่างคิดไม่ตก 

ช้อปปิ้งก็ดีนะฮันจิซังแสดงความคิดเห็น

แต่เฮย์โจวไม่ชอบที่ๆ คนเยอะๆ นิครับ

โนๆๆ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก

หมายความว่ายังไง…?”

วันนี้ตอนบ่ายรีไวล์ต้องออกไปซื้อของสำหรับเปิดร้านพรุ่งนี้น่ะ เธอก็ถือออกโอกาสนี้ออกไปเดทกันตอนซื้อของซะเลยสิ มันก็เหมือนไปเดินช้อปปิ้งกันนั่นแหละ

เยี่ยมไปเลยครับฮันจิซัง!” ผมดึงมือฮันจิซังมาจับไว้ด้วยสองมือพลางเขย่าๆ ด้วยความดีใจที่ในที่สุดก็มีความคิดดีๆ สักที เดทตอนซื้อของงั้นเหรอ? เป็นความคิดที่เข้าท่าสุดๆ!

อะ แต่อย่างลืมล่ะว่ายังไงมันก็คือเดท เธอต้อง…*ซุบซิบๆๆ*”

“…!!!” ผมเบิกตาโตกับสิ่งที่ฮันจิซังกระซิบบอกแล้วสักพักก็รู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองร้อนขึ้นจนแทบไหม้ พูดมาแบบนั้นแล้วจะให้ผมทำยังไงต่อล่ะครับฮันจิซัง!


ช่วงบ่าย ผมกับรีไวล์เฮย์โจวออกมาซื้อของก่อนเปิดร้านวันแรก ตั้งแต่พวกเราเดินทางมาถึงเมืองหลวงของฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ ทั้งเฮย์โจวและฮันจิซังก็ตัดสินใจจะพักก่อนและจะเริ่มเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ วันนี้จึงเป็นการซื้อของเข้าร้านครั้งใหญ่ก่อนร้านเปิดและรายการของที่ต้องซื้อก็ยาวเหยียดจนผมแอบเหงื่อตกว่าแค่ผมกับรีไวล์เฮย์โจวสองคนจะขนกันกลับหมดไหม

เราต้องเริ่มจากที่ไหนก่อนเหรอครับผมเปิดบทสนทนาหลังจากรับใบรายการของที่ต้องซื้อมาดู ของเยอะขนาดนี้ต้องเข้าหลายร้านแน่ๆ

ที่นั่นรีไวล์เฮย์โจวชี้ไปยังป้ายร้านใหญ่ที่เห็นอยู่ไม่ไกลอย่างผู้ชำนาญเส้นทาง 

เฮย์โจวเคยมาปารีสมาก่อนเหรอครับ?” ผมถามเมื่อเห็นเฮย์โจวเดินนำไปอย่างไม่มีท่าทางลังเลหรือเปิดดูแผนที่ก่อนเลย

สองสามครั้ง

มาทำอะไรเหรอครับ หรือว่ามาเที่ยว?”

เดินเล่น

หา?” อะไรคือเดินเล่นอ่ะ!? ผมกระพริบตาปริบๆ มองคนข้างๆ อย่างไม่เข้าใจ แต่เฮย์โจวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วเดินนำไปจนถึงร้านที่เราต้องซื้อของก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเลย

กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวานอันคุ้นเคย ร้านขายส่วนผสมทำเบเกอรี่ใหญ่มากมองไปรอบร้านผมคิดว่าน่าจะมีทุกอย่างในใบรายการซื้อของเลยทีเดียว แถมตรงใกล้เค้าเตอร์ยังมีเบเกอรี่อยู่ในตู้โชว์พร้อมขายด้วย

น่ากินจังผมมองก้อนเค้กในตู้โชว์ด้วยตาเป็นประกายทันทีหลังจากเดินเข้ามาในร้าน

โฮ่ย เจ้าหนู

ครับ?”

แกรออยู่นี่ เดี๋ยวฉันมา

เฮย์โจวจะไปไหนครับ

สั่งของอยากได้อะไรก็ซื้อ แล้วก็ห้ามวิ่งซนจนหลงอีกพูดแบบนั้นแล้วรีไวล์เฮย์โจวก็เดินจากไปเลยไม่ทันให้ผมได้ทักท้วง

สั่งแบบนั้นคิดว่าผมกี่ขวบกัน! ชิแอบเบะปากนิดๆ แล้วผมก็กลับไปมองเค้กในตู้โชว์ต่ออย่างเพลิดเพลิน เฮย์โจวบอกว่าอยากได้อะไรก็ซื้อ งั้นถ้าผมจะเอาเค้กกลับไปสักก้อนสองก้อนก็คงจะไม่เป็นไรสินะ~ คิดในใจแบบนั้นแล้วผมก็เงยหน้าสั่งเค้กที่เล็งเอาไว้กับพนักงานของร้านทันที

รีไวล์เฮย์โจวหายไปเลยหลังจากบอกว่าจะไปสั่งของ พอผมถามพนักงานที่เดินผ่านมาในร้านก็เห็นว่าเฮย์โจวกำลังตรวจดูของที่ซื้ออยู่ และเพราะที่นี่มีบริการส่งของถึงที่พวกผมจึงไม่ต้องแบกกลับไปให้เหนื่อย นอกจากเค้กสองก้อนเล็กๆ ในกล่องที่ผมซื้อมา

ต้องไปที่ไหนต่อเหรอครับผมถามหลังจากพวกเราเพิ่งเดินออกมาจากร้านที่สองซึ่งก็ได้เมล็ดกาแฟของฮันจิซังออกมาด้วย

ตามมา

ครับ แล้วซื้อไปแค่นี้จะพอเหรอครับ ผมคิดว่าต้องซื้อเยอะกว่านี้ซะอีกผมมองถุงเมล็ดกาแฟที่ตัวเองถืออยู่พลางเอียงคอสงสัย จากปริมาณลูกค้าที่เคยเจอมา ซื้อมาแค่นี้ไม่น่าจะพอนะ

เมล็ดกาแฟของยัยสี่ตาสั่งมาจากที่อื่น ที่นี่ซื้อแค่นี้ก็พอ

เอะ? อย่างงั้นเหรอครับ ผมก็คิดว่าจะซื้อเอาตามที่ๆ ไปเหมือนกับเฮย์โจวซะอีก

ยัยนั่นบอกว่าถ้าไม่ใช้เมล็ดอย่างเดิมรสชาติมันจะเปลี่ยน

อ๋อ แบบนั้นผมก็พอเข้าใจนะครับเห็นว่าพวกกาแฟสดหากใช้เมล็ดกาแฟจากต่างสถานที่กันรสชาติก็จะไม่เหมือนกัน แล้วไหนจะวิธีชง อุณหภูมิ บลาๆๆ ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจอีก แต่ก็พอรู้ล่ะนะเพราะฮันจิซังพูดกรอกหูให้ฟังถึงวิธีการชงอยู่บ่อยๆ

กึก

โอะ! มีอะไรรึเปล่าครับเฮย์โจว?” จู่ๆ รีไวล์เฮย์โจวก็หยุดเดินอย่างกะทันหันทำให้ผมต้องหันไปมองคนข้างๆ อย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำจะอะไร

ครับ?”

นั่น แกจะทำอะไรรีไวล์เฮย์โจวพยักเพยิดมาทางมือข้างหนึ่งของผมที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ตัวเอง

มะ มะ..ไม่ได้ทำอะไรครับ!” ผมรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วแล้วหันหน้ามองตรงหลบสายตาที่จ้องตรงมาทันที ฮือออ ทำยังไงดีครับฮันจิซัง ดูเหมือนว่าผมจะทำตามแผนไม่ไหวแล้ว

ก่อนออกมาฮันจิซังบอกผมเอาไว้ว่าไหนๆ นี่ก็เป็นการเดทก็อย่าลืมทำอะไรให้สมกับเป็นเดทด้วยล่ะ อะไรให้สมกับเป็นเดท? ส่วนใหญ่การเดทก็มีดูหนัง กินข้าว แล้วก็ช้อปปิ้งประมาณนี้ ถ้าดูหนังให้สมกับเป็นเดทก็น่าจะมีซบไหล่ เดททานข้าวก็น่าจะไปร้านบรรยากาศดีๆ แล้วถ้าเดทช้อปปิ้งล่ะ? จับมือสินะ 

ว๊ากกกกก! ไม่ไหว! ผมอยากจะบ้า! ตั้งแต่เดินมาก็ลองมาหลายทีแล้วล่ะนะแต่ผมก็รวบรวมความกล้าแล้วจับมือเฮย์โจวไม่ได้สักที! T^T

หมับ!

แกเป็นแบบนี้ตั้งแต่ออกมาแล้ว จะบอกว่าไม่มีอะไรงั้นเหรอ?” รีไวล์เฮย์โจวจับหน้าผมให้ต้องหันกลับไปเผชิญหน้ากับตัวเอง แล้วใช้ดวงตาสีเทานั่นจ้องตรงมาอย่างกดดันให้ผมพูดความจริง

“…..” ผมนิ่งเงียบพลางเม้มริมฝีปากแน่น จะให้ผมกล้าพูดได้ยังไงว่าอยากให้เดินจับมือกันน่ะ แค่ในความคิดผมก็อายจนแทบจะมุดดินหนีแล้ว!

เฮ้อเฮย์โจวถอนหายใจออกมาเมื่อผมไม่ยอมพูด แล้วเดินต่อไปเลยโดยไม่สนใจผมอีก

“…..” ผมเดินตามเฮย์โจวไปเงียบๆ โดยในใจก็ตีกันอย่างสับสนว่าจะทำอย่างไรกับบรรยากาศอันมาคุที่จู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาตอนนี้ดี

โฮ่ย!”

ครับ…?” ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อคนที่เดินนำหันกลับมาเรียกด้วยเสียงที่ดังมากกว่าปกติ แต่พอมองเห็นมือของเฮย์โจวที่แบอยู่ตรงหน้าผมก็ต้องเอียงคออย่างงงๆ

มือ

เอะ? เอ่อ…” เรื่องอะไรอ่ะ? งงพูดยาวกว่านี้ได้ไหมครับ!

หมับ

ช้า

“…!!!” ผมอ้าปากค้างเมื่อมือของผมโดนมือหนาดึงไปจับเอาไว้แน่น อะไร! นี่ตอนนี้ผมกำลังจับมือกับรีไวล์เฮย์โจวอยู่เหรอ!? สมองของผมมันหยุดนิ่งอย่างเออเรอร์ไปสักพักจนอีกคนต้องทักขึ้นมา

เลิกทำหน้าเอ๋อได้แล้ว

เอะ? อะ! ผม..คือ…” ผมยังคงเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกและได้แต่มองมือตัวเองที่โดนจับเอาไว้แน่นอย่างตรวจสอบให้แน่ใจว่าตอนนี้ผมไม่ได้กำลังฝันกลางวันอยู่

หรือจะปล่อย?”

หมับ!

ไม่ปล่อยครับ!” ผมรีบบีบมือหนาเอาไว้แน่นทันทีเมื่อรีไวล์เฮย์โจวทำท่าจะปล่อยมือออก เฮย์โจวจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ก่อนจะจับมือผมเอาไว้อย่างเดิม

แกนี่มันเป็นเด็กเจ้าปัญหาจริงๆสีหน้ากับคำพูดไม่ได้เข้ากันเลยนะครับเฮย์โจว

นี่ผมเลื่อนขั้นจากเด็กเหลือขอเป็นเด็กเจ้าปัญหาแทนแล้วเหรอครับ

ไม่

โห เฮย์โจวช่วยเลิกเรียกผมเป็นเด็กเหลือขอสักทีเถอะครับ ผมอายุ 22 แล้วนะ ไม่ใช่ 15”

“…ก็ยังเป็นเจ้าเด็กเหลือขออยู่ดี

ตรงไหนกันครับ!”

ทุกตรง

“…..!” ผมอ้าปากค้างเมื่อโดนตรอกกลับมาซะจนหน้าหงาย

เมื่อการประท้วงเล็กๆ ของผมไม่ได้ผล ผมจึงเปลี่ยนไปชวนเฮย์โจวคุยเรื่องอื่นแทนเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาหงุดหงิดเรื่องของเจ้าเด็กเหลือขอของรีไวล์เฮย์โจวอีก เอาเถอะครับ อยากเรียกอะไรก็เรียก ยังไงผมก็ห้ามเฮย์โจวไม่ได้อยู่แล้วนิ ชิ! ( '^' )

แอบเบะปากนิดๆ แต่สักพักมุมปากทั้งสองข้างของผมก็ต้องยกขึ้นวาดเป็นรอยยิ้มเพราะความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากมือที่จับกันอยู่ของอีกคน ฤดูนี้ปารีสไม่ได้หนาวเลยออกจะร้อนกว่าเมืองอื่นด้วยซ้ำ แต่ตอนที่เกือบโดนปล่อยมือออกเมื่อกี้ผมกลับรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นผ่านไปทั่วร่าง และพอได้จับมือกันอยู่ตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นขึ้นมากกว่าปกติ

ทำไมกันนะ มันก็แค่การจับมือกันธรรมดา แต่ผมกลับรู้สึกพิเศษไม่เหมือนกับที่ผ่านๆ มาเลยสักนิด ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเดท ไม่เคยจับมือกับใครมาก่อน แต่เท่าที่ผมเคยจับมือกับใครมาทั้งหมด ครั้งนี้เป็นครั้งที่พิเศษที่สุดเพราะมันทำให้ผมตื่นเต้นจนใจเต้นแรง ดีใจจนหยุดยิ้มไม่ได้ และอบอุ่นจนแทบจะร้อนผ่าว

นี่ผมจะไม่สบายรึเปล่านะ

โฮ่ย! เหม่ออะไรของแก

“…เปล่าครับ

หืม

เฮย์โจวหิวรึยังครับผมพูดขึ้นหลังจากพวกเราเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้กันมานานจนตอนนี้น่าจะซื้อของในลิสกันเกือบครบแล้ว

ยัง

เอะ! เดินกันมาตั้งนานไม่เมื่อยไม่หิวบ้างเลยเหรอครับ

แกหิว?”

ก็นิดหน่อยครับ

จะกินอะไร

เฮย์โจวจะทำให้เหรอครับ!” ผมดีใจนิดหน่อยเพราะคิดว่าเฮย์โจวจะทำอาหารให้กิน แต่

ไม่ เลือกสักร้านแล้วเข้าไปกิน” 

อ่า ครับก็นั่นสินะ เดินมาขนาดนี้ใครจะกลับไปทำอาหารแล้วค่อยออกมาซื้อของต่อกันล่ะ แต่ก็แอบเสียดายนิดหน่อยที่วันนี้ไม่ได้กินอาหารฝีมือเฮย์โจวนะ

ผมเลือกร้านอาหารฝรั่งเศสที่เดินผ่านก่อนพวกเราจะเดินเข้าไปในร้านทันที ภายในตัวร้านถูกตกแต่งอย่างดีให้บรรยากาศสบายๆ แถมชั้นสองที่พวกผมนั่งอยู่ยังเห็นวิวของหอไอเฟลอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าด้านในมีนักท่องเที่ยวหลายคนนั่งทานอาหารอยู่ ผมคิดว่าร้านนี้คงดังน่าดู ก็น่าจะดังอยู่หรอก ตั้งอยู่ในทำเลดีแถมยังตกแต่งร้านซะบรรยากาศดีขนาดนี้อีก

อร่อย!” ผมเบิกตาโตเมื่อจิ้มชิ้นเนื้อเข้าปากคำแรก ว้าว! ได้มากินอาหารฝรั่งเศสที่ประเทศฝรั่งเศสแบบนี้ให้บรรยากาศต่างจากกินที่ต่างประเทศจริงๆ แถมรสชาติยังอร่อย! ผมได้แต่พูดคำว่าอร่อยและอร่อยออกมาอีกหลายต่อหลายครั้ง เพราะยิ่งกินเข้าไปผมก็ยิ่งค้นพบว่าอาหารของร้านนี้มันช่างอร่อยจนทำผมแทบน้ำตาไหลเลยจริงๆ ดีจริงๆ ที่เลือกร้านนี้!

ขนาดนั้น?” รีไวล์เฮย์โจวเลิกคิ้วขึ้นพลางถามเมื่อผมพูดคำว่าอร่อยไม่เลิก 

ครับ! เฮย์โจวก็ลองดูสิครับผมพูดพลางจิ้มชิ้นเนื้อจ่อรอที่ปากของอีกคนด้วยดวงตาเป็นประกาย ต้องลองแล้วเฮย์โจวจะรู้ว่ามันอร่อยมากแค่ไหน!

“…..”

ไม่กินหรอครับ?” ผมมองหน้าอีกคนพลางกระพริบตาปริบๆ แต่เมื่อดวงตาสีเทาเงยขึ้นจากชิ้นเนื้อตรงหน้ามาสบตากับผม ผมก็เพิ่งได้รู้ตัวว่าตัวเองโน้มตัวเข้าไปใกล้เฮย์โจวมากแค่ไหน แถมยังทำท่าจะป้อนอาหารให้เฮย์โจวอีก

“…..”

เอ่อคือ…” จากที่ลืมตัวไปชั่วขณะพอได้สติความอายก็เข้ามาแทรกจนผมต้องมองซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่กแต่ก็ยังไม่กล้าขยับตัว แต่ก่อนที่ผมจะได้ขยับตัวหนีกลับไปนั่งอย่างเดิม รีไวล์เฮย์โจวที่ยังคงสบตากับผมอยู่ก็งับเอาเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก

อืม ก็อร่อย

“…..” 

ไม่กินต่อ? อิ่มแล้ว?”

เอะ! เอ่อเปล่า ไม่ใช่ อะ! อะ..อร่อยดีนะครับ ฮ่าฮ่า..ฮ่าผมดีดตัวกลับมานั่งที่เดิมอย่างรวดเร็วหลังจากหยุดนิ่งค้างไปเมื่อกี้นี้

ไอ้เมื่อกี้นี้มันคืออะไรกัน! นั่นมันจะ จะ จะ..จูบทางอ้อมอย่างนั้นเหรอ!? อ๊ากกกก! ผมขอกรีดร้องดังๆ ตอนนี้จะผิดไหม! ผมก้มหน้าลงกับจานอาหารตรงหน้าด้วยใบหน้าที่ร้อนจัดจนแทบไหม้ ไอ้ตอนทำก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะ แต่ตอนหลังทำนี่สิความคิดตีวนกันไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกเลย

แล้วสรุปนี่เมื่อกี้ผมกับรีไวล์เฮย์โจวจะ..จูว๊ากกกกก! หยุดคิดไปเลยนะเว้ยเอเลน เยเกอร์! ฮืออ ทำไมผมถึงต้องมานั่งคิดมากอะไรเป็นสาวน้อยอยู่แบบนี้ด้วย ผมเป็นผู้ชายนะ แค่กินอาหารจากช้อนซ้อมเดียวกันไม่ได้จะหมายถึงแบบนั้นเสมอไปสักหน่อย นั่นสิ! ก็แค่กินอาหารเท่านั้น ใช่ๆ นั่นแหละ แค่กินอาหาร กินอาหารกินอาอั่ก! ไม่ไหวอ่ะ

โฮ่ย โฮ่ย!!”

คะ..ครับ!?” ผมสะดุ้งก่อนตอบกลับไปด้วยอาการที่ยังคงมึนงงไม่หาย ทำให้เฮย์โจวต้องขมวดคิ้วมองผมอย่างสงสัย

เป็นอะไรของแก

อะ เอ่อ..ไม่ได้เป็นอะไรครับผมพูดแล้วก้มลงมองอาหารในจานที่ยังคงเหลืออยู่อีกนิดหน่อย

อิ่มรึยัง

อะ ครับ

งั้นก็ไป” 

ครับ อะ!” ผมลุกขึ้นแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบนฝ่ามือ

อะไร?”

คือ มือปะ..เปล่าครับผมส่ายหัวเมื่อรีไวล์เฮย์โจวหันหน้ากลับมามอง เฮย์โจวจึงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเดินต่อไปโดยที่ยังคงจับมือของผมเอาไว้อยู่

โอ๊ย! แค่เรื่องเมื่อกี้ในหัวของผมมันก็มีแต่เรื่องของเฮย์โจวเต็มหัวไปหมดแล้ว นี่ยังจะมาปั่นป่วนหัวใจของผมให้มันต้องเต้นแรงอีก ช่วยออมมือให้กับผมบ้างเถอะครับเฮย์โจว นี่ผมก็ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะว่าสรุปผมกำลังจีบเฮย์โจวหรือกำลังโดนเฮย์โจวจีบอยู่กันแน่!


———————————————50%





เช้าวันต่อมาก่อนร้านคาเฟ่จะเปิดให้บริการ เมนูเครื่องดื่มอันใหม่ซึ่งฮันจิซังบอกให้ผมลองดื่มดูก็ทำให้ผมต้องเบิกตาโตอย่างพูดอะไรไม่ออกหลังจากลองชิม

นี่มันอะไรกันครับฮันจิซัง ผมรู้สึกเหมือนกำลังกินขนมอยู่มากกว่าดื่มกาแฟอีก” 

ปกติแล้วผมไม่ค่อยจะดื่มกาแฟมากนักเพราะผมชอบรสชาติของเครื่องดื่มหวานๆ มากกว่า แต่กาแฟที่ผมเพิ่งได้ดื่มไปเมื่อกี้นี้กลับเป็นกาแฟที่มีรสชาติของขนมหวานผสมอยู่ด้วยแต่ไม่ได้กลบรสของกาแฟดั้งเดิม ดื่มเข้าไปแล้วให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่พูดได้เลยว่าอร่อยถูกใจคนรักขนมหวานอย่างผมมากทีเดียว

หึๆๆ ประสบความสำเร็จสินะ!” ฮันจิซังแสยะยิ้มออกมาจนดูน่าขนลุก แต่ผมก็ชินแล้วกับท่าทางแบบนี้ของเธอจึงไม่ได้ตื่นตกใจเหมือนเมื่อก่อน

แล้วสรุปกาแฟแก้วนี้คืออะไรเหรอครับ

ฉันลองใช้เมล็ดกาแฟของที่นี่ผสมเข้ากับเมอแรงค์ช็อกโกแลตที่รีไวล์จะทำเป็นเค้กขายวันนี้ดูน่ะ ตอนแรกก็แค่จะทดลองดูก่อน แต่ดูท่าว่าผลการทดลองจะออกมาดีกว่าที่คิด งั้นวันนี้เรามาขายเจ้านี่กันเลยดีกว่า!” ฮันจิซังทำท่าหมายมั่นอย่างมั่นใจ

เอะ! วันนี้เลยเหรอครับ แต่เราใกล้จะเปิดแล้วยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย จะทันเหรอครับ

ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันเตรียมส่วนผสมเอง ส่วนเอเลนฉันขอฝากหน้าร้านไว้กับเธอด้วยล่ะฮันจิซังพูดแล้วตบบ่าผมอย่างฝากฝัง ผมจึงส่งยิ้มกลับไปให้

ได้เลยครับ

ผมทำหน้าที่จัดการหน้าร้านก่อนเปิดขายระหว่างที่ฮันจิซังกำลังเตรียมพวกส่วนผสมของเครื่องดื่มเมนูใหม่อยู่ และขณะที่ผมกำลังตรวจดูความเรียบร้อยอยู่นั้นรีไวล์เฮย์โจวก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับขนมหวานเมนูใหม่ที่พร้อมจะเปิดตัวครั้งแรกในเช้าวันนี้

ว้าวว! นั่นขนมของวันนี้เหรอครับ เหมือนปราสาทเลย!” ผมกล่าวชื่นชมเค้กขนาดเล็กคล้ายคัพเค้กซึ่งมีน้ำตาลปั้นเป็นรูปร่างของปราสาทอยู่บนหน้าครีมซึ่งเป็นเมอแรงค์ช็อกโกแลต เอะ? แต่ดูดีๆ แล้วน้ำตาลปั้นพวกนี้ไม่น่าจะทำมาจากน้ำตาลนะ?

เฮย์โจว ปราสาทพวกนี้หรือว่าจะทำมาจากเมอแรงค์ครับ?” ผมมองปราสาทจิ๋วบนหน้าเค้กอย่างพิจารณาก่อนจะหันไปถามกับคนที่เพิ่งจัดขนมเข้าตู้โชว์เสร็จ

ใช่

เอะ! ปั้นยังไงให้มันออกมาได้แบบนี้กันครับ ว่าแต่เมอแรงค์เนี่ยใช้ปั้นแทนน้ำตาลก้อนได้ด้วยเหรอครับ!?” ผมถามด้วยความไม่รู้อย่างแท้จริง เมอแรงค์เนี่ยหลักๆ มันทำจากไข่ขาวผสมน้ำตาลใช่ไหม แล้วแบบนี้มันจะปั้นยังไงกันอ่ะ

แกทำหน้าที่แคชเชียร์?” รีไวล์เฮย์โจวไม่ตอบคำถามแต่กลับถามผมกลับมาแทน

อะ ครับ ฮันจิซังต้องเตรียมส่วนผสมเมนูใหม่ วันนี้ผมเลยต้องรับหน้าที่เป็นแคชเชียร์น่ะครับถึงฮันจิซังจะเคยสอนวิธีใช้เครื่องคิดเงินให้กับผมแล้ว แต่เพราะวันนี้ผมได้รับหน้าที่แคชเชียร์เป็นวันแรกเลยจะแอบตื่นเต้นนิดหน่อยไม่ได้

อืม อย่าคิดเงินผิดก็พอ

มะ..ไม่ทำหรอกครับ!” ผมตอบพลางใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นเพราะรีไวล์เฮย์โจวยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง ชอบมาทำให้คนอื่นเขาใจเต้นแรงโดยไม่ตั้งใจอยู่เรื่อย!

หรือตั้งใจกันนะ?”

ตั้งใจอะไรเหรอ?”

เฮือก! ปะ..เปล่าครับผมรีบส่ายหัวปฏิเสธทันทีเมื่อฮันจิซังส่งเสียงถามอยู่ข้างหูอย่างกะทันหันจนผมสะดุ้งตกใจ แต่ฮันจิซังก็หรี่ตาลงอย่างไม่ค่อยจะเชื่อในคำตอบของผมเท่าไหร่ แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรแล้วกลับไปเตรียมส่วนผสมของเครื่องดื่มเมนูใหม่ต่อ


การเปิดร้านในเช้าวันแรกลูกค้าไม่ได้เยอะเท่าตอนอยู่อิตาลีเพราะฮันจิซังบอกว่ายังไม่ได้ทำการอัพเดทเว็บไซต์ของร้านคาเฟ่ คนจึงยังไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเราเปิดร้านอยู่ที่ไหน แต่ว่าพรุ่งนี้คนจะเยอะกว่าวันนี้มากแน่นอน ฮันจิซังบอกให้ผมเตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย ขู่เอาไว้ด้วยใบหน้าที่ทำเอาคนอื่นเขาขนลุกเสร็จก็กลับไปเตรียมตัวเปิดร้านช่วงบ่ายต่อทันที ผมจึงต้องเลิกนั่งอึ่งแล้วกลับไปเตรียมตัวด้วย เพราะใกล้เวลาเปิดร้านช่วงบ่ายเต็มทีแล้ว

รับอะไรดีครับ ^^” ผมฝึกภาษาฝรั่งเศสอย่างง่ายๆ เอาไว้รับมือลูกค้ากับฮันจิซังเมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่รู้ฮันจิซังพูดได้กี่ภาษาเพราะเจ้าตัวบอกไม่เคยนับ แต่ผมคิดว่าถ้าถามภาษาที่พูดไม่ได้เธออาจจะตอบได้ทันทีเลยก็ได้ อัจฉริยะยังไงก็ยังคงอัจฉริยะยังงั้นไม่เปลี่ยนเลยนะครับฮันจิซัง

ลูกค้ายังคงเข้าร้านเรื่อยๆ แต่ไม่ได้วุ่นวายขนาดผมรับมือไม่ไหว ภาษาฝรั่งเศสของผมออกจะงูๆ ปลาๆ ไปบ้างแต่ก็พอฟังออกว่าเขาสั่งอะไรกันบ้างจึงไม่มีปัญหากับหน้าที่แคชเชียร์ ดีจริงๆ ที่ทำการบ้านเรื่องภาษาเอาไว้ก่อนไม่งั้นผมคงงานงอกแน่นอน

ผมรับออเดอร์มาและกำลังจัดเค้กลงกล่องให้กับลูกค้ารายล่าสุด แต่ก่อนที่ผมจะได้ปิดกล่องเค้กที่จัดเสร็จแล้วให้เรียบร้อยเสียงตึงตังพร้อมแรงปะทะจนหน้าตู้โชว์สั่นสะเทือนก็ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองคนทำด้วยความตกใจ

เธอ…!” แต่ว่ายิ่งกว่าเสียงหรือแรงสั่น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับสร้างความตกใจให้ผมได้มากกว่าเรื่องพวกนั้นซะอีก

เอเลนจริงๆ ด้วย! ฉันว่าแล้วว่าฉันจำไม่ผิด!” หญิงสาวท่าทางร่าเริงซึ่งยังคงมีรูปร่างหน้าตาไม่ผิดไปจากในความทรงจำส่งยิ้มกว้างมาให้กับผม

ชาช่า!?!?!!!”

เอะ! ชาช่า!?” พอผมตะโกนซะเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ ฮันจิซังที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็โผล่หน้ามาตรงที่ผมยืนอยู่ก่อนจะต้องอ้าปากค้างไม่ต่างไปจากผม

ฮันจิซัง! ว้าวว! ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอทั้งเอเลนทั้งฮันจิซังที่นี่!” ชาช่าพูดอย่างดีใจและกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ในตอนนั้นเองลูกค้าที่รอคิวอยู่ก็หันมาส่งเสียงเรียกทำให้ผมต้องกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ แล้วบอกให้ชาช่าค่อยกลับมาอีกทีหลังปิดร้าน

ไม่คิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอกับชาช่าที่นี่! แถมดูจากที่เธอทักผมก่อนแล้วชาช่าก็คงมีความทรงจำของเมื่อ 2000 ปีก่อนเหมือนกันด้วย จะบอกว่าดีใจมันก็ดีใจที่ได้เจอกับเพื่อนเก่า แต่ตอนนี้ความตกใจมันมีมากกว่าจนผมแทบคิดเงินแบบผิดๆ ถูกๆ ตลอดช่วงบ่ายวันนั้นจนกระทั่งปิดร้าน

ชาช่ากลับมาอีกครั้งหลังร้านปิดโดยมียูมิลโผล่มาสร้างความตกใจคูณสองให้กับผมด้วย ทั้งชาช่าและยูมิลเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแถวนี้ ชาช่าบอกว่าเธอกำลังเรียนมัฒนศิลป์ส่วนยูมิลเรียนเกี่ยวกับแฟชั่น พอผมได้รู้ว่าทั้งสองคนกำลังเรียนอะไรอยู่ผมก็ได้แต่อ้าปากค้างเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เพราะจากเท่าที่รู้จักกันมาผมนึกภาพของยูมิลสนใจเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นไม่ออกเลย และไม่ต้องพูดถึงชาช่า เท่าที่ในสมองของผมจำได้ในความทรงจำของผมมีแค่ภาพของเธอที่กินไม่เลือกเท่านั้นแหละ ถ้าชาช่าเรียนเกี่ยวกับพวกอาหารผมจะไม่ตกใจขนาดนี้เลย

เหลือเชื่อสุดๆ เลยที่หัวหน้ากลายเป็นปาติซิเย่แบบนี้ชาช่ายกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

แถมยังดูอ่อนลงเยอะด้วยยูมิลพูดเสริมพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

ที่ว่าอ่อนลงเนี่ยหมายถึงอะไรเหรอ?” ผมถามยูมิลอย่างไม่เข้าใจ

อืมม จะว่ายังไงดีท่าทีอ่อนลง? โหดน้อยลง…? ประมาณนั้นล่ะมั้งยูมิลเอียงคอทำท่าคิดก่อนจะตอบคำถาม

ใช่ๆ! เห็นด้วยเลยล่ะ! ฉันก็ว่ารู้สึกแปลกๆ กับท่าทีของหัวหน้าเหมือนกันชาช่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ผม ชาช่าและยูมิลยังคงนั่งผลัดกันพูดถึงเรื่องชีวิตประจำวันในช่วงที่ผ่านมาของแต่ละคนอย่างสนุกสนาน ชาช่าเล่าเกี่ยวกับงานล่าสุดที่เธอต้องทำส่งอาจารย์ให้ฟังด้วยท่าทีเหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนักแต่ก็เก็บดีเทลซะละเอียดยิบ ส่วนยูมิลก็บ่นๆ เกี่ยวกับเรื่องโปรเจ็คใหญ่ของคณะที่เธอกำลังทำอยู่และตกลงกันกับเพื่อนไม่ได้สักทีจนงานแทบไม่คืบหน้า ท่าทางยูมิลจะเจองานช้างเลยทีเดียวเพราะโปรเจ็คใหญ่ของคณะเธอต้องจัดโชว์ที่ฮอล์ใหญ่ในปารีสด้วย

ส่วนผมก็เล่าเรื่องของมิคาสะกับอาร์มินที่ตอนนี้อยู่ที่ญี่ปุ่นให้ฟัง ชาช่ากับยูมิลบอกว่าอยากจะเจอทั้งสองคนมากและสักวันจะบินไปเจอที่ญี่ปุ่นให้ได้เลย ผมจึงยิ้มอย่างยินดีเพราะคิดว่าทั้งสองคนก็คงอยากเจอยูมิลและชาช่าเหมือนกัน ผมเล่าต่อถึงตอนที่บังเอิญมาเจอกับรีไวล์เฮย์โจวและฮันจิซังครั้งแรกในอิตาลี รวมทั้งเล่าถึงโคนี่ซึ่งบังเอิญวิ่งชนกันตอนผมกำลังหนีเฮย์โจวด้วย และพอผมเล่าไปถึงตอนที่ผมกับโคนี่โดนจับตัวไปและมารู้ทีหลังว่าแท้จริงแล้วโคนี่เป็นใคร ทั้งชาช่าและยูมิลก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเหมือนกลั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ฮ่าๆๆๆๆๆ! เจ้าโคนี่น่ะนะเป็นลูกคุณหนู ฮ่าๆๆๆๆ!”

แถมยังแค่เจ็ดขวบ ก๊ากกก! ไม่ไหวๆ โอ๊ย! ปวดท้อง ฮ่าๆๆๆ

อืม…” ทั้งชาช่าและยูมิลหัวเราะจนหมดมาดของหญิงสาว ผมจึงได้แต่มองทั้งสองคนตาปริบๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก เรื่องที่โคนี่เป็นคุณหนูและอายุเจ็ดขวบมันน่าตลกขนาดนั้นเลยเหรอ?

ยูมิลบอกให้ผมวีดีโอคอลหาโคนี่ขณะที่ชาช่ายังคงหยุดเสียงหัวเราะตัวเองไม่ได้แม้จะต้องกุมท้องที่ปวดไปด้วยก็ตาม ผมทำตามที่ยูมิลบอกและวีดีโดคอลไปหาโคนี่ที่ไม่ได้เจอกันมาสักพัก ไม่นานใบหน้าของเพื่อนวัยเจ็ดขวบก็โผล่ขึ้นมาผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และยูมิลกับชาช่าก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นกันอีกรอบทันที

(หุบปากไปเลย!! ยูมิล! ชาช่า!) 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!” 

ก๊ากกก! โอ๊ย! คุณหนูโคนี่~ ฮ่าๆๆๆ!” ยูมิลและชาช่าดูเหมือนจะหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ส่วนโคนี่ก็ได้แต่ตะโกนให้ทั้งสองคนหยุดหัวเราะตัวเองสักทีจนหน้าดำหน้าแดงผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ผมจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ มองทั้งสามคนสลับกันไปมาโดยไม่รู้จะช่วยฝั่งไหนก่อนดี

(อีกไม่กี่ปีฉันจะโตแซงพวกเธอให้ดู! ฮึ่ย!) เด็กน้อยโคนี่พูดเถียงแต่มันหลับยิ่งทำให้สองสาวส่งเสียงหัวเราะดังขึ้นไปอีก โถ โคนี่ถึงนายจะโตขึ้นยังไงก็แซงสองสาวนี่ไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่าพอนายโตขึ้นพวกผมก็ต้องอายุมากขึ้นตามไปด้วย

โคนี่ ไม่ได้คุยกันมาสักพักเลยนะผมพูดทักโคนี่ไปเพื่อเปลี่ยนเรื่อง โดยปล่อยสองสาวเอาไว้ให้สงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน

(โอ้! เอเลน แผนการสำเร็จด้วยดีสินะ แล้วตอนนี้นายกับหัวหน้าเป็นยังไงบ้างล่ะ) โคนี่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงแผนการเซอร์ไพร้ที่พวกเราวางแผนกันเอาไว้ก่อนผมออกจากอิตาลี

อ่า จะว่าสำเร็จก็คงจะสำเร็จล่ะมั้ง แต่เฮย์โจวดูเหมือนจะไม่ตกใจเลยน่ะ เฮ้ออ

(ก็สมกับเป็นหัวหน้าล่ะนะ แล้วหลังจากนั้นพวกนายเป็นยังไงบ้าง)

เอ ก็เหมือนเดิมล่ะมั้ง?” ผมตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก จะว่าไปไอ้แผนการจีบเฮย์โจวของผมมันคืบหน้าขึ้นบ้างไหมนะ?

(อะไร นายยังไม่ได้สารภาพรักไปอีกเหรอ)

สารภาพไปแล้ว…”

(จริง! แล้วหัวหน้าตอบว่าไง!) 

ก็ไม่ว่ายังไง

(หา? หมายความว่าไงน่ะ?) โคนี่ทำหน้างงเมื่อผมตอบไปแบบนั้น และขณะเดียวกันสองสาวที่หยุดหัวเราะได้แล้วก็มาเข้าร่วมบทสนทนาด้วยอย่างสนใจ

อะไรๆ เอเลนสารภาพรักกับหัวหน้าเหรอ~” ชาช่าพูดพลางดวงตาก็เป็นประกายอย่างอยากรู้อยากเห็น

โห เดี๋ยวนี้กล้าไม่เบานิยูมิลเสริมพลางทำสายตาวิบวับอย่างล้อเลียน

(กล้าอะไรกัน กว่าฉันจะยุให้เจ้าเอเลน…)

อะแฮ่ม! ฉันยังอยู่ตรงนี้นะทั้งสามคนผมกระแอมไอขัดบทสนทนาที่ดูเหมือนจะนินทาผมไปไกลทั้งๆ ที่ผมก็ยังคงนั่งหัวโด่ให้เห็นอยู่ตรงหน้า นินทาไม่ได้เกรงใจคนฟังด้วยเลย

ผมตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับยูมิลและชาช่าฟังด้วย เพราะมันดีกว่าที่พวกเธอจะไปหาคำตอบกันเอาเองอย่างแน่นอน และไม่รู้ด้วยว่าคำตอบที่พวกเธอจะหามาได้นั้นเป็นคำตอบแบบไหน แค่คิดก็ทำเอาหัวผมรู้สึกปวดตุบๆ แล้ว

เอ๋~ นั่นมันไม่เรียกว่าเดทได้หรอกนะชาช่าพูดออกมาหลังจากผมเล่าเรื่องทั้งหมดจบ รวมถึงเรื่องเดทเมื่อวานนี้ด้วย

นายเคยเดทมาก่อนรึเปล่ายูมิลถามพลางขมวดคิ้ว

เคยสิ!”

แค่ออกไปซื้อของหลังเลิกเรียนเขาไม่เรียกว่าเดทกันหรอกน้าาชาช่าพูดเสริม

ง่ะ…”

การเดทจริงๆ ไม่ใช่การเดินช้อปปิ้งกับคุณแม่หรือมิคาสะด้วยยูมิลกล่าวดักคอ

อุ่ก…!”

คงไม่ใช่ว่านายไม่เคยคบกับมาก่อนเลยใช่ไหม?” ชาช่าถามด้วยดวงตาเบิกโตอย่างเหลือเชื่อ

อั่ก!” เอเลน เยเกอร์ตายสนิทแล้วครับ

เฮ้อออ/เฮ้อออยูมิลกับชาช่าถอนหายใจออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นท่าทีของผม 

(เด็กน้อยจริงๆ นะนาย) ไม่อยากได้เด็กเจ็ดขวบมาว่าผมแบบนี้หรอกน่า! ผมมองแรงผ่านหน้าจอไปยังโคนี่ที่ถอนหายใจเหมือนเหนื่อยใจกับผม แค่เจ็ดขวบเองแท้ๆ อย่ามาทำท่าทีใหญ่โตนักได้ไหม นายก็ไม่เคยคบกับใครมาก่อนเหมือนกันนั่นแหละโคนี่!

(ทำหน้าแบบนั้นฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่เอเลน ไม่ต้องห่วงฉันเคยมีแฟนแต่เลิกแล้ว และตอนนี้ฉันก็มีคู่หมั้นแล้วด้วย)

“∑(Д)!!!!” ผมแพ้เด็กเจ็ดขวบครับ! ผมแพ้มันแล้ว! ผมแพ้โคนี่! ว๊ากกกกกกกกก

ปุบๆ

ชาช่าและยูมิลตบบ่าผมคนละข้างอย่างให้กำลังใจแถมยังส่งสายตาอย่างเห็นใจมาให้ด้วย ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด! ถึงผมจะไม่เคยคบกับใครมาก่อนแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยๆ กับใครเลยสักหน่อย! …ถึงตอนนั้นผมจะไม่รู้ตัวว่าเธอชอบผมอยู่ก็เถอะ แต่ก็นั่นแหละ! ผมก็ยังมีประสบการณ์อยู่นะ!(??) แล้วเรื่องเดทนั่นจะแบบไหนเดทมันก็คือเดทเหมือนกันหมดนั่นแหละ! เชอะ…( ;;'^')

ทำอะไรกันอยู่เสียงของผู้มาใหม่ทำให้พวกผมสามคนรวมทั้งคนที่อยู่หลังหน้าจอสะดุ้งกันเป็นแถว ผมหันไปมองผู้มาใหม่ที่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียงพร้อมกันกับสองสาว

แค่คุยกันเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะยูมิลเป็นคนตั้งสติได้คนแรกและตอบคำถามของรีไวล์เฮย์โจว เฮย์โจวจึงพยักหน้าใหญ่อย่างเข้าใจก่อนจะหันมองมาทางผม

แล้วแกเป็นอะไร

เอะ! ผม ไม่ได้เป็นอะไรครับผมตกใจก่อนจะหลบดวงตาสีเทาที่จ้องตรงมาแล้วมองพื้นแทน 

ไม่เป็นอะไร แต่ทำหน้าแบบนี้?” 

“…!!” ฝ่ามือร้อนที่แนบลงข้างแก้มทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อยและทำอะไรไม่ถูก มือหนาบังคับให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสีเทาจ้องตรงมาเหมือนจะมองทะลุไปจนถึงจิตวิญญาณของผมได้ ผมพยายามจะหันหน้าหนีแต่ก็กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถละสายตาออกไปจากดวงตาของคนตรงหน้าได้เลย

ว่าไง

ปะ..เปล่า ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ครับเสียงของผมเบาหวิวยามตอบคำถาม รีไวล์เฮย์โจวจึงจ้องมองผมอยู่อย่างนั้นสักพักเหมือนจะพิจารณาก่อนจะละมือออกจากใบหน้าแล้วยกขึ้นไปลูบหัวของผมแทน

งั้นก็ดีพูดจบรีไวล์เฮย์โจวก็เดินปลีกตัวออกไปและเดินเข้าห้องของตัวเองไปเลยโดยไม่หันกลับมาสนใจพวกผมอีก ผมจึงได้แต่ยกมือขึ้นแนบไปยังอกข้างซ้ายที่บางสิ่งกำลังเต้นรัวเร็วซะจนผมกลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกอกจริงๆ

แหม~ แล้วมาบอกเราว่าจะไปจีบเขา

โดนลูบนิดจับหน่อยก็ไปไม่เป็นซะแล้วเพื่อนเรา

(เฮ้ออ อ่อนเกินไปแล้วนะนายน่ะ

ทั้งสามคนน่ะเงียบไปเลย!!” ผมหันกลับไปแหวใส่ชาช่า ยูมิลและโคนี่ที่เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วอย่างหงุดหงิดปนเขินอาย ก็ใครมันจะไปรับมือกับไอ้การกระทำแบบนั้นของรีไวล์เฮย์โจวไหวกันล่ะ

เอาน่าๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดไป มันต้องมีสักทางที่นายจะทำได้นั่นแหละมั้งยูมิลพูดเหมือนจะให้กำลังใจแต่ก็หันหน้าหนีผมไปตอนพูดคำสุดท้ายเพื่อไม่ให้ผมได้ยิน แต่ผมได้ยินนะ!

น่าๆ~ หัวหน้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มันก็ต้องมีสักทางที่นายจะทำให้หัวหน้ายอมใจอ่อนได้สิน่ามั้งก็บอกว่าผมได้ยินไงล่ะ! ชาช่าหันหลับมาส่งยิ้มแหยๆ ให้เมื่อเห็นผมคิ้วกระตุกหลังจากเธอพูดจบ

(เลิกตั้งความหวังลมๆ แล้งๆ แล้วพวกเรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่ามันมีวิธีไหนบ้างที่คนอ่อนๆ อย่างเอเลนจะใช้จีบหัวหน้าได้)

โคนี่!” อ่อนอะไรที่ว่าอ่อนน่ะห๊าาา! ฮึ่ม! ผมแสดงท่าทีหงุดหงิดไม่พอใจต่อคำพูดของเจ้าเพื่อนวัยเจ็ดขวบแต่ท่าทีโตเกินตัว แต่ก็ดูเหมือนว่าโคนี่จะไม่ได้ใส่ใจผมเลยแล้วกลับไปปรึกษากับสองสาวแทนเหมือนผมไม่มีตัวตนอย่างไงอย่างงั้น นี่สรุปแล้วทั้งสามคนตั้งใจจะช่วยผมแต่กลับไม่ยอมให้ผมมีส่วนร่วมเลยงั้นสิ? ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่ามันเป็นความช่วยเหลือที่น่าหงุดหงิดขนาดนี้กันนะ ( - - )++

การปรึกษาดูเหมือนจะกินเวลานานพอสมควร เพราะทุกคนระดมความคิดแล้วก็ปัดตกมันไปเพราะมีความเห็นกันว่าผมไม่น่าจะทำมันได้โดยไม่ได้ถามกับผมเลยสักนิดว่าผมจะทำได้รึเปล่า ผมก็มีความสามารถ(?)เหมือนกันนะ ทำไมทุกคนถึงได้ไม่เข้าใจ!

โอเค! นี่น่าจะเวิร์คสุดแล้วสำหรับตอนนี้

เห็นด้วย~”

(เฮ้อ ก็ไม่มีความคิดอื่นแล้วล่ะนะ)

นี่คุณเพื่อนครับ ฮัลโหลล~ ยังเห็นผมอยู่ตรงนี้รึเปล่า~ ผมไม่ใช่มนุษย์ล่องหนนะ ช่วยสนใจกันหน่อย! ผมกรอกตาอย่างเซ็งเพราะดูไปแล้วคงไม่มีใครสนใจถามความเห็นของผมอีกต่อไป นี่สรุปแล้วทุกคนมาช่วยหรือมาแกล้งกันแน่ผมชักไม่แน่ใจ ( -*- )

เอเลน พวกเรามีความคิดดีๆ แล้ว” 

รับรองว่างานนี้สนุก เอ๊ย! ได้ผลแน่~ ฮ่าฮ่าฮ่าเมื่อกี้พูดคำว่าสนุกสินะครับชาช่า ผมได้ยินไม่ผิดสินะ!

(เรื่องง่ายๆ นายน่าจะทำได้แน่นอน)

ความคิดอะไรกันครับผมถามด้วยความหวาดระแวงเมื่อทั้งสามคนมองผมกันเป็นตาเดียวแถมยังพากันแสยะยิ้มแล้วหัวเราะหึๆ อีก

หึๆ

หุๆ~”

(หึๆๆๆ)

อึก…!” รู้สึกไม่ดียังไงชอบกลผมขอผ่านได้ไหมอ่ะความคิดนี้ ไม่เอานะ! ผมไม่ซื้อครับ! อย่ามายัดเยียดมันให้กับโผมมมมมมมมม!!!








————————————————100%


เอาล่ะค่ะ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนที่เอเลนจะใช้จีบรีไวล์เฮย์โจวนับจากนี้ก็ต้องรอติดตามกันตอนหน้านะคะ รับรองว่าหวานเลี่ยนฟินกระจายกันแน่นอนนน~

แหม~ เพื่อนก็ต้องช่วยเหลือเพื่อนยามเดือนร้อนสิจริงไหม~ หุๆ (´-ω-`)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #19 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 18:52
    โง้ยยยยยยยย โดนจับนิดลูบหัวหน่อยก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว แล้วจะไปจีบเขายังไงล่ะเนียยย รอดูแผนการช่วย(?)จีบของทั้งสามคนเลยค่ะ
    #19
    0
  2. #18 wherever (@wherever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 10:22
    โถๆๆๆ ก็เอเลนมัวแต่เขินนี่ เฮย์โจเลยทำเอง(?) ซะเลย~

    น่ารักมากๆเลยค่ะ อิจฉาเอเลนจริงจริ๊งงงง /งับผ้าเช็ดหน้---
    #18
    0
  3. #17 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 09:50
    เอเลนไม่กล้าทำอะไรสักที เฮย์โจวก็แค่ทำให้ แค่นั้นเอ๊งงงงงงงง เอเลนจีบเฮย์โจวนั่นแหละ คิดมากกกกกก
    #17
    0
  4. #16 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 08:01
    งุ้ยยยย อยากเป็นเอเลน
    #16
    0