(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 5 : Recipe 04 : Crème Brûlée (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    15 ก.ย. 61



Let’s hit the limit and break the line !


หลังจากบอกว่ามีไอเดียดีๆ ยูมิลกับชาช่าก็หายหน้าหายตาไปเลยหลังจากวันนั้น ทั้งสองคนบอกว่าต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวแต่ยังไม่ยอมบอกผมว่าไอเดียที่ว่าคืออะไรกันแน่ ผมจึงได้แต่กังวลกับไอเดียของสองสาวจนกระทั่งผ่านไปไม่กี่วันทั้งสองสาวก็กลับมาที่ร้านคาเฟ่อีกครั้ง

กว่าจะได้แบบที่ถูกใจใช้เวลานานเหมือนกันยูมิลพูดขึ้นหลังจากขึ้นมานั่งบนชั้นสองของรถคาเฟ่

ก็เธอเล่นเปลี่ยนแบบแทบทุกวันเลยนี่นาชาช่าพูดแอบแขวะยูมิลเล็กน้อย 

ช่วยไม่ได้ ไม่มีคนลองให้นิ

จ้าๆ

เอ่อนี่พูดเรื่องอะไรกันน่ะผมซึ่งไม่เข้าใจอยู่คนเดียวเอ่ยแทรกบทสนทนาของทั้งสอง ทำให้สองสาวหันกลับมาสนใจผมที่ทำหน้างงอยู่

เรื่องอะไร? ก็ต้องเรื่องของนายอยู่แล้วสิ

ใช่ๆ ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันกับยูมิลกำลังช่วยนายทำคะแนนกับหัวหน้าอยู่นะไอ้นั่นก็เข้าใจครับ แต่คุณเพื่อนยังไม่เคยบอกผมเลยไม่ใช่เหรอว่าไอ้ไอเดียดีๆ ที่ว่าน่ะมันคืออะไร!?

แล้วสรุปมันอะไรล่ะไอเดียที่ว่าน่ะผมนั่งกอดอกขมวดคิ้วมองสองสาวสลับกันไปมาอย่างต้องการคำตอบ ทำให้สองสาวกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะพากันร้องอ๋ออย่างเพิ่งนึกได้

อ๋อ! ฉันก็ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้บอกนายชาช่าชกกำปั้นลงบนฝ่ามือ

นั่นสิยูมิลพยักหน้าอย่างเพิ่งนึกได้

ทั้งสองคนที่เพิ่งระลึกได้ว่าทำไมผมถึงได้ทำหน้างงตัดสินใจเล่าไอเดียดีๆ ที่พูดถึงเมื่อคราวก่อนให้ผมฟังอย่างละเอียดทันที แต่พอได้ฟังแล้วผมก็ต้องอ้าปากค้างแล้วออกปากค้านสุดตัว จะให้ยอมทำตามไอเดียของสองสาวนี้เอามีดมาปาดคอผมเลยง่ายกว่า!

ไม่เอา!!” ผมยังคงไม่ยอมและพยายามจะวิ่งหนีแต่ก็โดนพลังของสองสาวยื้อตัวเอาไว้จนไม่สามารถวิ่งหนีลงไปข้างล่างได้ตามใจนึก กำลังของหนึ่งชายหรือจะสู้ความถึกของสองสาว

เถอะน่า~ นี่ยูมิลอุตส่าอดหลับอดนอนทำเพื่อนายเลยนะเอเลนชาช่าพยายามพูดโน้มน้าว

เรื่องนั้นฉันก็ขอบคุณนะ แต่ยังไงก็ไม่เอาด้วยเด็ดขาด!” ผมพยายามจับยื้อบานประตูเอาไว้เมื่อสองสาวพยายามจะลากผมเข้าห้องของฮันจิซังซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเพราะฮันจิซังไปนอนโรงแรมทุกคืน

หมับ!

ทำใจซะเอเลนยูมิลจับมือผมที่พยายามยื้อตัวเอาไว้แล้วค่อยๆ แงะมือของผมออกจากบานประตูด้วยแรงอันมหาสารที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน

ม่ายยยยยยยยยยยยยย!!!” 

ปัง!

บานประตูปิดลงโดยที่ผมไม่สามารถหนีออกไปข้างนอกได้อีก เพราะสองสาวยืนจังก้าขวางทางประตูเอาไว้พลางแสยะยิ้มอย่างสนุกสนานส่งมาให้ผม เอื๊อก! ใครก็ได้ช่วยผมออกไปจากสถานการณ์นี้ที๊!!!


การต่อต้านไม่เป็นผลเมื่อพลังกายของสองสาวรวมกันแล้วมากกว่าผมเกือบเท่าตัว ผมจึงต้องจำยอมนั่งเป็นตุ๊กตาให้ยูมิลกับชาช่าละเลงเล่น ยูมิลแทบจะทึ้งเสื้อผ้าของผมออกจากตัวเมื่อผมไม่ยอมถอด และแทบจะยัดชุดที่เธอตัดมาใส่ให้ผมโดยมีชาช่าคอยช่วยเป็นลูกมือเมื่อผมพยายามจะวิ่งหนีอีกรอบ ให้ตายเถอะ! ผมไม่เคยคิดไม่ก่อนเลยในชีวิตว่าผู้หญิงแค่สองคนจะน่ากลัวได้มากขนาดนี้! แล้วนี่พวกเธอไม่อายบ้างเหรอไงมายืนมองผู้ชายแก้ผ้าเนี่ย แต่ผมน่ะอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว!

แหม~ จะน่าแดงอะไรขนาดนั้นเอเลน พวกฉันไม่ได้จับนายถอดบ็อกเซอร์ด้วยซะหน่อย~” ชาช่าพูดพลางอมยิ้มส่งมาทางผม ถึงเหลือบ็อกเซอร์เอาไว้ก็อายเว้ย! พวกผู้หญิงไม่เข้าใจหรอก!

ไหนมาดูสิยูมิลเดินเข้ามาใกล้พลางหมุนตัวผมไปมาอย่างสำรวจความเรียบร้อย

“…..” ผมเงียบและไม่เอ่ยเถียงอะไรอีกเพราะถึงเถียงไปก็คงสู้ไม่ได้อยู่ดี แต่ในหัวของผมก็ลอบหาทางหนีทีไล่เอาไว้เป็นร้อยๆ วิธีหลังจากสามารถออกไปจากห้องนี้ได้

อ๋อ แล้วไม่ต้องคิดจะหนีล่ะเอเลน เพราะพวกฉันจะไปส่งนายถึงที่เลย ^^”

ครืนนนน หลังจากชาช่าพูดพลางส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษมาให้ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเห็นภูเขาลูกใหญ่พังครืนลงต่อหน้าต่อตายังไงอย่างงั้น

เรียบร้อย ใส่นี่แล้วเราไปกันเลยดีกว่า

เดี๋ยว! เฮ้!!” ผมพยายามต่อต้านเป็นครั้งสุดท้าย แต่ยูมิลก็ผลักผมออกไปจากห้องก่อนชาช่าจะดันหลังผมให้ต้องเดินไปตามทางที่พวกเธอกำหนด

ทำยังดีๆๆๆ ตอนนี้ในหัวของผมมันวุ่นไปหมดเพราะกำลังเดินเข้าใกล้ประตูนรกเข้าไปทุกทีแต่ก็ยังหาทางหนีทีไล่ไม่ได้เลย ชาช่าคอยดันหลังผมอยู่ตลอดโดยมียูมิลคอยช่วยดึงแขนผมให้เดินตามไปไม่ยอมให้หลบหนีไปไหนจนกระทั่งในที่สุดพวกเราก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องครัว

อย่า…!”

ปัง!

ผมอยากจะบอกยูมิลว่าอย่าเพิ่งเปิดประตูเข้าไปแต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะมือของเธอผลักประตูเปิดออกโดยไม่ทันฟังเสียงทัดทานของผมสักนิด ผมจึงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่อย่างทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งสองสาวผลักตัวผมให้ต้องเดินเข้าไปข้างใน

เอาของมาส่งค่ะหัวหน้า

ขอให้มีความสุขกับบริการของเรานะคะ~ หุๆ

ปัง!

แล้วสองสาวก็ปิดประตูไล่หลังโดยไม่ยอมให้ผมได้ออกไปพร้อมกับพวกเธอด้วย อ่าแล้วจะเอาไงต่อดีล่ะงานนี้ 

“…..”

“…..”

ในห้องเงียบสนิทเพราะไม่มีใครพูดอะไรหรือแม้กระทั่งขยับตัว ผมหันหลังกลับไปสบกับดวงตาสีเทาที่จ้องตรงมาแล้วก็ต้องก้มหน้าหลบลงมองพื้นแทน พอได้ก้มหน้าลงเห็นชุดที่ตัวเองใส่อยู่แล้วผมก็ต้องเม้มริมฝีปากแน่นอย่างรู้สึกอับอายเพราะมันเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวใหญ่ตกแต่งด้วยผ้าซีทรูบางส่วนอย่างมีศิลป์และกางเกงขาสั้นที่ผมไม่เคยคิดจะใส่มาก่อนในชีวิตถูกสวมอยู่บนตัวของผมแล้ววันนี้ ถ้าเป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารักใส่มันก็คงดูดีอยู่หรอก แต่มาให้ผู้ชายสูงเกือบ 170 ใส่แบบนี้มันไม่มากไปหน่อยเหรอ!?

ผมได้แต่ยืนลนลานอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีเพราะรีไวล์เฮย์โจวยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ท่าเดิมไม่ยอมขยับจนผมชักไม่แน่ใจว่าเฮย์โจวช็อกไปแล้วรึเปล่า ช็อกกับความน่าอับอายของผมน่ะนะ T^T

เอ่อ คือนี่…” ผมตั้งใจจะอธิบายให้เฮย์โจวฟังว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะใส่ชุดนี้มาหาเฮย์โจวเลยแม้แต่น้อย แต่ก็กลับพูดอะไรไม่ออกขึ้นมาซะดื้อๆ จนผมต้องเงียบไป

“…..” รีไวล์เฮย์โจวยังคงไม่พูดและไม่ขยับตัวจนผมที่ลนลานทำอะไรไม่ถูกต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าเฮย์โจวเป็นอะไรรึเปล่า

เฮย์โจว?” ผมเดินเข้าไปใกล้พลางโบกมือตรงหน้าของคนที่ยังคงนิ่งไม่ขยับ นี่จะเหมือนรูปปั้นเข้าไปทุกทีแล้วนะ คงไม่ใช่แค่ช็อกแล้วมั้งเนี่ย

“…..” ใบหน้าของเฮย์โจวยังคงนิ่งเฉยแต่ดวงตาสีเทาก็มองตามผมตลอดทำให้ผมรู้ว่าเฮย์โจวยังคงรู้สึกตัวอยู่ แต่ทำไมถึงนิ่งไปแบบนี้ล่ะ?

เอ่อ อืมเฮย์โจวครับ?”

“…..” ไม่มีปฏิกิริยา

เฮย์โจว…?”

“…..” ยังคงไม่มีการตอบสนอง

“…เหมียว

พรวดดด! แค่ก! แค่กๆๆๆๆ!!” โอะ! ขยับแล้ว!

เอ่อเป็นอะไรรึเปล่าครับผมถามอย่างเป็นห่วงเมื่อรีไวล์เฮย์โจวสำลักและไอแค่กๆ จนหน้าดำหน้าแดงไปหมด แหม แค่แกล้งนิดเดียวเอง

ไอ้ที่ร้องเหมียวเมื่อกี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ พอดีว่าชาช่าช่วยสอนอะไรหลายๆ อย่างเพื่อให้ผมทำตัวน่ารักก่อนจะลากผมมาที่นี่ ผมเลยลองใช้มันสักหน่อยเพราะเรียกก็แล้วก็เขย่าตัวก็แล้วก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรกลับมา แต่พอลองยกมือขึ้นกำหลวมๆ ตรงข้างแก้มแล้วร้องเหมียวเท่านั้นแหละรีไวล์เฮย์โจวก็ขยับทันทีเลย! …ถึงจะเป็นเพราะตกใจเกินไปก็เถอะนะ เหอๆ

แค่กๆ ไม่ แค่กๆๆ” 

อ่า เดี๋ยวผมเอาน้ำมาให้นะครับผมตัดสินใจเดินไปรินน้ำมาให้คนที่ยังไอไม่เลิกจนหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว อืมว่าแต่แค่ไอเนี่ยเขาหน้าแดงกันไปถึงหูเลยเหรอ?

แค่กๆ ขอบใจรีไวล์เฮย์โจวรับแก้วน้ำจากผมไปก่อนจะยกขึ้นดื่มอึกๆ อย่างกระหายแล้วค่อยๆ สงบลงในที่สุด

เป็นยังไบ้างครับผมถามเมื่อเห็นเฮย์โจวเลิกไอแล้ว เฮย์โจวจึงพยักหน้าให้เพื่อบอกว่าไม่เป็นไร

ทำไมถึงใส่ชุดนี้เฮย์โจวไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะตั้งคำถาม ผมจึงถอนหายใจออกมาเมื่อได้มีโอกาสอธิบายสักที

ผมไม่ได้ตั้งใจใส่เองนะครับ แต่ชาช่ากับยูมิลน่ะ…” ได้ทีผมก็ฟ้องเฮย์โจวถึงสิ่งที่สองสาวทำกับผมทันทีอย่างไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เชื่อสิว่าเฮย์โจวก็คงไม่พอใจเหมือนกันที่ต้องมาเห็นผู้ชายตัวโตๆ มาแต่งตัวเหมือนสาวน้อยตัวเล็กน่ารักแบบนี้อยู่ตรงหน้า เพราะมันไม่ได้ดูเจริญหูเจริญตาเลยสักนิด

โฮ่ เข้าใจคิดดีนิ

ใช่ไหมล่ะครับ! เข้าใจเมื่อกี้เฮย์โจวพูดว่าอะไรนะครับ?” ผมถามกลับอย่างไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องรึเปล่า ไม่ใช่ความคิดแย่มากแต่เป็นเข้าใจคิดดีงั้นเหรอ!?

แล้วกระต่ายทำไมร้องเหมียวรีไวล์เฮย์โจวไม่ตอบคำถามแต่กลับถามผมกลับมาเรื่องอื่นแทน อะ จริงด้วยสิผมสวมหูกระต่ายอยู่นี่นา เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย

ก็ผมไม่รู้ว่ากระต่ายอะ! ไม่ใช่สิ! อย่าเปลี่ยนเรื่องสิครับเฮย์โจว ที่บอกว่าความคิดดีนั่นหมายความว่ายังไงกันครับ หรือเพราะผมใส่แล้วมันตลกดีอย่างงั้นใช่ไหมครับผมพูดพลางทำหน้ามุ่ยเพราะหงุดหงิดชุดที่ตัวเองโดนบังคับให้ใส่

ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่ามันตลก

ก็หน้าของเฮย์โจวมันฟ้องนิครับ! ( '^' )” ผมเห็นดวงตาสีเทามีประกายวิบวับอย่างขบขันแม้ใบหน้าจะนิ่งเฉยก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

หืม…”

หมับ!

อะ!” ผมเสียการทรงตัวทันทีเมื่อรีไวล์เฮย์โจวจู่ๆ ก็คว้าแขนผมแล้วดึงเข้าไปใกล้ด้วยแรงมหาสารอย่างที่ผมไม่ทันตั้งตัว

ตุบ

หน้าฉันมันบอกว่าแกตลก?” 

“…!!!” ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันยิ่งกว่าเคยทำให้ใบหน้าของผมรู้สึกเห่อร้อนขึ้น และกลิ่นหอมเหมือนขนมหวานที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกคนก็ส่งกลิ่นอบอวลอยู่ใกล้จมูกจนผมรู้สึกมึนเมา

จะว่ายังไงดี ไม่เคยใกล้ชิดกับรีไวล์เฮย์โจวมากขนาดนี้มาก่อนเลย นี่มันจะใกล้กันเกินไปแล้ว แถมยังข้ามขั้นกันเร็วไปรึเปล่า! หัวใจของผมมันกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะถ้าจะให้สงบใจลงตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าความร้อนที่ส่งผ่านมาจากลำตัวของอีกคนกำลังจะทำให้คลั่งน่ะสิ!

ว่าไงรีไวล์เฮย์โจวขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ในขณะที่ผมก็พยายามถอยห่าง แต่จะขยับมากก็ไม่ได้เพราะตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่บนตักของอีกคนแถมเขายังกอดเอวผมไว้แน่นมากอีกต่างหาก!

อะ เอ่อปะ..ปล่อยผมก่อนได้ไหมครับ…” ผมพูดเสียงเบาพลางพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่มองมาอย่างสุดกำลัง ฮือออ เขินจะบ้าตาย!

ฉันอยากได้คำตอบรีไวล์เฮย์โจวไม่ยอมให้ผมหันหน้าหนีแล้วใช้มือที่ว่างอยู่จับใบหน้าของผมให้ต้องก้มลงไปสบตากับเขา

อะ..เอ่อ…” อย่ามาต้องการคำตอบอะไรจากผมตอนนี้ได้ไหม คิดอะไรไม่ออกแล้วครับ!

แก…”

อะ! หะ..หิวจังเลยนะครับ! อ่านี่ก็เย็นมากแล้ว อ่อ! เฮย์โจวยังไม่ได้ทำอาหารเย็นเพราะผมเข้ามากวนซะก่อนใช่ไหมครับ งั้นเดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอกแล้วกันนะครับ เฮย์โจวจะได้มีสมาธิทำอาหาร ^^;” ผมพูดเร็วๆ เพื่อพยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ก็ดูเหมือนรีไวล์เฮย์โจวจะไม่ได้เล่นไปตามเกมของผมเลยสักนิด เพราะเขายังคงจ้องหน้าของผมนิ่งจนผมได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ กลับไป

อืม ฉันก็หิวสำเร็จ! ผมพยายามกลั้นรอยยิ้มแห่งความดีใจเอาไว้เมื่อรีไวล์เฮย์โจวยอมเออออไปกับผมอย่างไม่คาดคิด

งั้นเดี๋ยวผม…!” แต่ขณะที่ผมกำลังจะลุกออกจากตักของอีกคนมือที่อยู่บนเอวก็กระชับแน่นขึ้นจนผมสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ใบหน้าของรีไวล์เฮย์โจวขยับเข้ามาใกล้ขึ้นก่อนจะเบี่ยงไปด้านข้างแล้วกระซิบเสียงเบาอยู่ข้างใบหูของผม

“But I wanna eat RABBIT.” (แต่ฉันอยากกินกระต่ายมากกว่า)

เฮือก!!” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อความร้อนชื้นไล้ผ่านใบหูจนผมต้องเอียงคอหลบแล้วใช้มือปิดหูตัวเองเอาไว้แน่นอย่างพูดอะไรไม่ออก มะ..เมื่อกี้เฮย์โจวละ ละ..เลียหูผมเหรอ!?

หึดวงตาสีเทามีประกายแห่งความสนุกสนาน ส่วนริมฝีปากก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยๆ อย่างพอใจกับปฏิกิริยาของผมจนน่าหมั่นไส้

ทะ..ทำ ฮะ..เฮย์โจว อืมม เอ่อ กะ..กินเอ่อโอ๊ย! เลิกมองผมเดี๋ยวนี้เลยนะครับ!” ผมรู้ว่าตัวเองพูดจาไม่รู้เรื่องซะจนน่าตลก แต่จะให้ผมทำยังไงได้ล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้ผมทั้งรู้สึกตกใจ เขิน โกรธ ดีใจ(?) และอับอายปะปนกันมั่วไปหมดจนผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว!

หึๆ

หยุดหัวเราะอะ! ปะ..ปล่อยเลยนะครับ!” ผมพยายามพูดไม่ให้เสียงตัวเองสั่นแม้ว่าจะทำยังไงมันก็ออกมาสั่นอยู่ดีเมื่อรีไวล์เฮย์โจวเอื้อมมือทั้งสองข้างมาโอบเอวผมเอาไว้แน่นจนไม่ว่าผมจะดิ้นยังไงก็ไม่อาจหลุดออกไปจากอ้อมกอดของอีกคนได้ ฮึ่ย! ยอมแพ้ก็ได้!

“…..” เมื่อผมยอมอยู่นิ่งๆ ให้กอด รีไวล์เฮย์โจวก็คลายอ้อมกอดที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกเป็นอ้อมกอดหลวมๆ ที่ทำให้ใจผมรู้สึกสั่นไหวแปลกๆ แทน

ผมไม่รู้จะวางมือเอาไว้ที่ไหนดีจึงได้แต่เกาะไหล่ของเฮย์โจวเอาไว้แน่น จะให้กอดตอบก็ไม่กล้าอ่ะ ดูสกิลสูงเกินไปผมยังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงได้แต่วางมือเอาไว้บนไหล่หนาพลางก้มหน้าแอบสูดดมกลิ่นหวานๆ เหมือนขนมหวานของอีกคนไปด้วยนี่ไม่ได้ยอมเพราะกลิ่นขนมหวานพวกนี้หรอกนะ (////'^')

พะ..พอได้รึยังครับ…” ผมพยายามดันตัวเองเอาไว้ไม่ให้ลำตัวแนบชิดกับรีไวล์เฮย์โจวจนเกินไปเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจของผมที่มันเต้นรัวอยู่ตลอดอย่างไม่ยอมสงบ แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลมากนัก ผมจึงต้องเอ่ยปากพูดเพื่อหาทางหนีออกไปจากตรงนี้ก่อนเฮย์โจวจะจับได้ว่าใจผมมันเต้นแรงมากแค่ไหนยามได้ใกล้ชิดกับเขา แค่นี้ผมก็เสียเปรียบจะแย่แล้ว ให้ผมได้หลงเหลืออะไรเอาไว้ให้ได้เปรียบเฮย์โจวสักอย่างเถอะครับ!

นั่งอยู่นี่ ฉันจะทำอาหาร

แต่…”

งั้นไม่ปล่อยนี่ไม่กะจะให้ทางเลือกผมเลยใช่ไหม?

“…ก็ได้ครับผมยอมตกลงเพื่อให้เฮย์โจวยอมปล่อยผมไปสักที ผมใจเต้นแรงจนเหนื่อยแล้วเห็นในกันบ้างเถอะ

ปกติแล้วเวลาเฮย์โจวทำขนมเมนูใหม่หรือแม้กระทั่งตอนทำอาหารเฮย์โจวจะห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในห้องครัวเด็ดขาดเพราะเป็นการรบกวนสมาธิ มีครั้งหนึ่งที่ผมพยายามจะช่วยยังโดนเตะโด่งออกไปจากครัวเลย แต่วันนี้ผมกลับได้มานั่งดูเฮย์โจวทำอาหารอยู่ในห้องครัว

ที่เฮย์โจวบอกให้ผมอยู่ต่อได้แสดงว่าผมเริ่มใกล้ชิดกับเฮย์โจวมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ? เฮย์โจวเริ่มชอบผมบ้างรึยังครับ? อ่า ผมคงต้องกลับไปขอบคุณยูมิลกับชาช่าซะแล้วสิที่ช่วยคิดแผนนี้ขึ้นมา อะ! ต้องอย่าลืมขอบคุณโคนี่ซังตัวน้อยด้วยสินะ ฮิๆ

หัวเราะอะไรของแก?” รีไวล์เฮย์โจวหันหน้ากลับมามองผมพลางขมวดคิ้ว นี่ผมหัวเราะออกไปเสียงดังขนาดนั้นเลยเหรอ?

เปล่าครับ ^^” ผมส่งยิ้มสดใสไปให้ รีไวล์เฮย์โจวจึงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจแต่สุดท้ายก็หันหน้ากลับไปทำอาหารเย็นต่อโดยไม่หันกลับมาอีก ผมจึงจ้องมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นแล้วทำท่าเอื้อมไปข้างหน้าเหมือนจะไขว่ขว้าแผ่นหลังนั้นเอาไว้


นี่เฮย์โจวถ้าครั้งนี้ผมจะขอคิดเข้าข้างตัวเองบ้างคงได้สินะครับ (*^ω^*)



——————————————40%




ผมรู้สึกได้เลยว่าตั้งแต่วันที่ผมทำตามแผนการของยูมิลกับชาช่าเกตความใกล้ชิดของผมกับรีไวล์เฮย์โจวก็เพิ่มขึ้นพรวดพราดอย่างน่าพอใจ ผมดีใจที่รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับรีไวล์เฮย์โจวมากยิ่งขึ้นและดีใจที่ได้รู้เรื่องของเฮย์โจวเพิ่มมากขึ้นด้วย 

ผมเพิ่งได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในครัวกับเฮย์โจวตอนเฮย์โจวกำลังทำขนมเมนูใหม่ก็เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง ผมไม่ได้มีความรู้ในการทำเบเกอรี่หรือขนมหวานจึงช่วยอะไรมากไม่ได้ แถมก็ดูเหมือนรีไวล์เฮย์โจวจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากผมเลยด้วย เพราะตอนที่เฮย์โจวกำลังทำขนมอยู่ใบหน้าของเฮย์โจวแลดูจริงจังซะจนเหมือนเขาตัดขาดตัวเองออกจากโลกทั้งใบอยู่ยังไงอย่างงั้น และนั่นมันก็ดูเท่มาก!

ไม่เหมือนกับรีไวล์เฮย์โจวที่เป็นทหารซึ่งได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติ รีไวล์เฮย์โจวที่เป็นปาติซิเย่นั้นมีความแข็งแกร่งซึ่งดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ

งั้นผมเอาพวกนี้เข้าตู้เย็นเลยนะครับผมยกถาดขนมที่เสร็จแล้วเข้าตู้เย็นเมื่อไม่ได้รับการตอบรับกลับมา ก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนที่นีไวล์เฮย์โจวกำลังจดจ่อกับการทำขนมถึงจะพูดอะไรไปเฮย์โจวก็ไม่ได้ยินหรอก

“…..” รีไวล์เฮย์โจวยังคงจดจ่ออยู่กับการทำขนมตรงหน้าจนกระทั่งผมยกถาดขนมเข้าตู้เย็นเสร็จและกลับมานั่งที่เดิมก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมเลย แผ่นหลังที่มุ่งมั่นอยู่กับสิ่งตรงหน้าช่างคุ้นเคยในความรู้สึกแต่ก็ดูแตกต่างจากในความทรงจำ ไม่ใช่แค่เพราะเครื่องแบบที่แตกต่างหรือเป็นเพราะความกดดันในตัวของรีไวล์เฮย์โจวที่ลดลง แต่มันเป็นเพราะความรู้สึกที่ว่ามันช่างแบกรับอะไรมากมายเหลือเกินจนดูโดดเดี่ยวมันได้หายไปแล้วต่างหาก 

รีไวล์เฮย์โจวตอนนี้ไม่ใช่หัวหน้าทหารที่ต้องแบกรับความคาดหวังของมวลมนุษยชาติเอาไว้อีกแล้ว และเป็นแค่ปาติซิเย่ทำขนมคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทำไมกันนะ แผ่นหลังตรงหน้าผมนี้มันยังคงดูแข็งแกร่งจนผมอยากจะไล่ตามไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน ผมยังคงพยายามไล่ตามและไขว่ขว้ามันเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือแม้กระทั่งตอนนี้

เสร็จแล้วเหรอครับผมถามเมื่อรีไวล์เฮย์โจวยอมเงยหน้าขึ้นมามองผมหลังจากหลายชั่วโมงผ่านไป

เออเฮย์โจวตอบก่อนจะค่อยๆ ปลดเครื่องแบบที่ใส่อยู่ออก

วันนี้ยูมิลกับชาช่าก็มาที่ร้านด้วยนะครับผมพูดพลางช่วยเฮย์โจวเก็บอุปกรณ์และเริ่มทำความสะอาดห้องครัว

เจ้าพวกนั้นไม่มีเรียนกันรึไง มาได้เกือบทุกวันรีไวล์เฮย์โจวพูดเหมือนจะบ่นแต่น้ำเสียงที่ใช้พูดก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ารำคาญตามคำพูดไปด้วยเลย

คงมาหลังเลิกเรียนกันแล้วแหละครับ อะ เห็นยูมิลบอกว่ากำลังทำโปรเจ็คใหญ่ด้วยนะครับ ยูมิลเคยบ่นๆ กับผมด้วยว่าอะไรสักอย่างยังไม่เรียบร้อยเพราะหาที่ถูกใจกันไม่ได้สักที?” ผมพยายามนึกว่ายูมิลเคยบ่นเรื่องอะไรบ้างแต่มันเยอะจนผมจำไม่หมดเลยน่ะสิ ท่าทางงานจะยุ่งยากน่าดูถึงมาบ่นกับผมขนาดนั้น

เอามานี่ขณะที่ผมกำลังนึกอยู่ว่าอะไรสักอย่างที่ยูมิลพูดเอาไว้คืออะไรรีไวล์เฮย์โจวก็แย่งกองอุปกรณ์ทำขนมที่ต้องล้างไปจากผม

อะ เดี๋ยวผม…”

มัวแต่เหม่อเดี๋ยวแกก็ทำหล่น

ฮึ่ม! ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อยนะครับ แล้วอุปกรณ์พวกนี้ก็ไม่ได้หนักมากด้วยผมบ่นเล็กน้อยเมื่อรีไวล์เฮย์โจวยกพวกอุปกรณ์ทั้งหมดในมือผมไปวางไว้ในอ่างล้างจานแล้ว

เลิกบ่นและทำงานได้แล้วเจ้าหนูรีไวล์เฮย์โจวไม่ฟังคำทัดทานแล้วส่งถุงมือยางกับฟองน้ำให้ผมทันที

“…ก็ได้ครับ ( '^' )” เถียงไม่เคยชนะอ่ะ เซ็ง!

ทำหน้าอะไรของแก

เปล่านิครับ ( '^' )”

งอน?”

งะ! งะ! มะ..ไม่ใช่ครับ! (  ;'^')” ผมหันหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเมื่อเห็นสายตาที่อีกคนจ้องตรงมา

หืม…” รีไวล์เฮย์โจวไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกทำให้ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่การต้องมายืนล้างจานอยู่ข้างกันในพื้นที่แคบๆ แบบนี้มันก็ทำเอาใจผมเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไปเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อมีกลิ่นหอมเหมือนขนมหวานอันคุ้นเคยคอยลอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ อ๊ากกก! นี่ผมเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย! แค่ล้างจานก็ใจเต้นแรง ท่าจะไม่ไหวแล้วนะเอเลน เยเกอร์ ตั้งสติหน่อย! สติน่ะสติ!

ผมกลับออกมาด้านนอกด้วยความเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่จากการทำความสะอาดแต่เป็นจากหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเกินขนาดต่างหาก เฮ้อออ ท่าจะไม่ไหวจริงๆ ซะแล้วสิผม

เอเลน เฮ้!”

อะ! ยูมิล ชาช่า ยังไม่กลับกันอีกเหรอผมเงยหน้าขึ้นเจอสองสาวที่คุ้นเคยกันดีทุกวันนี้ก็ต้องเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะนี่ก็ค่ำแล้ว ผมคิดว่าพวกเธอจะกลับไปทันทีหลังจากผมเข้าครัวไปช่วยเฮย์โจวซะอีก

พวกเราอยู่คุยกับฮันจิซังเพลินไปหน่อยน่ะชาช่าตอบ

แล้วฉันก็มีบางอย่างให้หัวหน้าช่วยด้วยยูมิลพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ให้เฮย์โจวช่วย? เรื่องอะไรเหรอ?” ผมถามยูมิลอย่างสงสัย

โปรเจ็คงานของยูมิลน่ะสิชาช่าเป็นคนตอบแทนขณะที่ยูมิลก็สอดส่ายสายตาหาเฮย์โจวไปทั่ว

เอะ โปรเจ็คใหญ่ของคณะที่เคยบ่นให้ฉันฟังน่ะเหรอ แล้วจะให้เฮย์โจวช่วยอะไรล่ะ

คือว่านะ…”

อะ! หัวหน้าคะ!!” ขณะที่ชาช่ากำลังจะอธิบายให้กับผมฟังเสียงของยูมิลก็ดังขึ้นขัดบทสนทนาซะก่อน ทำให้พวกเราหันไปมองตามยูมิลที่กำลังเดินเข้าไปหารีไวล์เฮย์โจวกันทันที

มีอะไรสีหน้าของรีไวล์เฮย์โจวยังคงนิ่งเฉยหลังจากเจอสีหน้าอันจริงจังของยูมิลทักไป ผมกับชาช่าที่ยังยืนอยู่กับที่จึงได้แต่ยืนมองกันอยู่ห่างๆ เพราะไม่อยากเข้าไปขัด

ได้โปรดช่วยฉันเถอะค่ะหัวหน้า!”

หา?” รีไวล์เฮย์โจวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเมื่อเจอการขอร้องอย่างจริงจังโดยไม่มีการอารัมภบทใดๆ ทั้งสิ้น อ่ารีบไปแล้วนะยูมิล ไม่อธิบายแล้วเฮย์โจวจะรู้เรื่องไหมนั่น

ฉันคิดถึงคนอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ!”

เดี๋ยว…”

ต้องเป็นหัวหน้าเท่านั้นเลยค่ะ!”

ฉันบอกว่า…”

ช่วยฉันด้วยเถอะนะคะหัว…!”

เงียบ!!”

“…..!” คำเดียวเล่นเอาเงียบกันทั้งคันรถ ผมกับชาช่าพากันสะดุ้งไปด้วยและพาลนึกไปถึงรีไวล์เฮย์โจวเมื่อก่อนขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ หวา ความโหดยังไม่เปลี่ยนแปลงสินะ

หุบปากได้สักที อธิบายมาว่านี่มันเรื่องอะไรสายตาของรีไวล์เฮย์โจวบ่งบอกเลยว่าถ้ายูมิลยังพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้อยู่อาจต้องได้มีเจ็บตัวกันบ้าง ยูมิลจึงแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเปิดปากอธิบายเรื่องทั้งหมดให้กับเฮย์โจวฟัง

คือแบบนี้ค่ะหัวหน้า ตอนนี้ฉันกำลังทำโปรเจ็คของคณะอยู่ แต่ว่าเพราะโปรเจ็คมัน บลาๆๆ แล้วพวกคนอื่นๆ ก็ บลาๆๆๆ

พอ! เอาแค่เนื้อๆดูเหมือนรีไวล์เฮย์โจวจะทนฟังคำบ่นถึงโปรเจ็คคณะอันยากลำบากของยูมิลต่อไม่ไหวจึงยกมือขึ้นห้ามแล้วขอข้ามไปบทสรุปเลย

สรุปเลยนะคะก็คือฉันอยากให้หัวหน้าช่วยเป็นนายแบบของโปรเจ็คนี้ให้ฉันหน่อยค่ะ!”

“( -_- )” รีไวล์เฮย์โจว

“(*⁰⁰*)” ยูมิล

ก็เป็นแบบนี้แหละเอเลนชาช่า

หาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!” และผม

นายแบบ!? นี่ผมได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า หรือหูของผมมันเพี้ยนไปแล้วถึงได้ยินคำพูดอะไรที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้แบบนั้นออกมาจากปากของยูมิล นายแบบเนี่ยนะ! ล้อกันเล่นใช่ไหม!? จะให้คนอย่างรีไวล์เฮย์โจวเนี่ยนะไปเป็นนายแบบให้ คนที่แค่ออกไปรับมือกับลูกค้าหน้าร้านก็ยังไม่เคยทำเลยสักครั้งเพราะเหตุผลแค่ว่ามันน่ารำคาญเนี่ยนะ!? เป็นไปไม่ได้อ่ะ!!

ซุบซิบๆๆๆขณะที่ผมกำลังสติแตกกับคำว่านายแบบของยูมิลอยู่ ยูมิลก็เข้าไปกระซิบกระซาบอะไรก็ไม่รู้กับรีไวล์เฮย์โจวให้ได้ยินกันอยู่แค่สองคนและยังไม่วายมีการหันมามองผมเป็นระยะๆ ด้วย อืมทำไมผมถึงได้รู้สึกว่างานจะเข้ายังไงก็ไม่รู้? …แค่คิดไปเองสินะ?

หื้ม~” เอะ? ทำไมเฮย์โจวต้องยกยิ้มมุมปากแบบนั้นอ่ะ 

ตกลงไปเป็นนายแบบให้ฉันเถอะนะคะหัวหน้า ^^” เอะ? แล้วทำไมยูมิลต้องแสยะยิ้มน่าสยดสยองอย่างนั้นด้วย ( - -;)

ได้

หะ!?” นี่ตกลงกันไปแล้วเหรอ!? อะไร! ยังไง! ผมยังไม่เห็นเข้าใจอะไรเลยนะ! ผมได้แต่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่คนเดียวในขณะที่สองคนที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วอยู่ตรงโน้นมีบรรยากาศที่ดูยังไงก็ไม่น่าเข้าใกล้ทั้งคู่ บรื๋ออ! ทำไมผมถึงรู้สึกขนลุกแปลกๆ นะ หรืออากาศจะเย็นลงรึเปล่า?


เรื่องที่รีไวล์เฮย์โจวตกลงไปเป็นนายแบบให้กับยูมิลดูจะช่วยให้งานของยูมิลคืบหน้าไปมากเลยทีเดียว เพราะชาช่าที่มาที่ร้านบอกว่าช่วงนี้ยูมิลกำลังยุ่งกับโปรเจ็คจึงจะมาที่ร้านไม่ได้สักพัก แต่ก่อนตอนโปรเจ็คยังไม่คืบหน้างานเลยไม่มีแต่พอโปรเจ็คเริ่มเดินหน้างานจึงเข้ามาเพียบแทบไม่ได้นอน ชาช่าบอกผมมาแบบนั้น

ก็ดีแล้วที่แก้ปัญหากันได้ แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเฮย์โจวจะยอมตกลงทำผมยังคงอึ่งไม่หายหลังจากวันที่รีไวล์เฮย์โจวตกลงไปเป็นนายแบบให้กับยูมิลอย่างง่ายๆ ผมคิดว่าเฮย์โจวจะปฏิเสธไปแบบไม่ต้องคิดเลยซะอีก ท่าทางผมจะเดาผิดไปสินะ

อ๋อ เรื่องนั้นมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนนิดหน่อยน่ะ~” ชาช่าพูดพลางอมยิ้มมองหน้าผมแบบแปลกๆ

ผลประโยชน์ทับซ้อน? หมายความว่ายังไง?” ผมเอียงคออย่างงงๆ

หืม~ ฮุๆๆชาช่าไม่ตอบแต่กลับหัวเราะอย่างน่าสงสัยออกมาแทน อื้มทำไมผมถึงได้รู้สึกไม่ดีกับเสียงหัวเราะของชาช่าเลยนะ (;;- -)

เฮย์โจวจะเริ่มถ่ายแบบพรุ่งนี้ใช่ไหมผมเลิกสนใจเรื่องน่าสงสัยนั่นไปก่อนแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน เพราะรู้สึกว่ายิ่งคุยต่อผมก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงไม่รู้

ใช่ นายจะไปด้วยรึเปล่าเอเลน

อืม พรุ่งนี้ร้านหยุดฉันกับฮันจิซังเลยจะได้ด้วย

งั้นพรุ่งนี้ฉันก็จะได้เจอนายที่สตูดิโอสินะ

เธอก็จะไปเหรอชาช่า?”

แหม~ โอกาสที่จะได้เห็นหัวหน้าถ่ายแบบไม่ได้มีมาบ่อยๆ นินา~”

อ่า…” ผมว่าผมพอเข้าใจนะ เพราะฮันจิซังก็ตื่นเต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน เห็นบอกจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้ไปเล่าต่อจนถึงลูกถึงหลานเลยเชียวแหละ 

ถึงผมจะไม่ได้แสดงออกเหมือนกับฮันจิซังหรือชาช่าแต่ผมก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันที่จะได้เห็นรีไวล์เฮย์โจวถ่ายแบบ คนที่ไม่ตื่นเต้นเลยคงจะมีแต่เจ้าตัวคนเป็นนายแบบเองเท่านั้นแหละ ผมเห็นเฮย์โจวยังคงทำตัวปกติไม่หือไม่อือเกี่ยวกับเรื่องของวันพรุ่งนี้เลยสักนิด จนผมคิดไปแล้วว่าเฮย์โจวลืมรึเปล่าว่าพรุ่งนี้รับปากกับยูมิลเอาไว้ว่าจะไปถ่ายแบบให้ แต่ดูจากนิสัยของรีไวล์เฮย์โจวแล้วผมไม่คิดว่าเฮย์โจวจะลืมหรอก แต่แค่ไม่ได้สนใจมันเลยต่างหาก

ผมนอนคิดถึงเรื่องของวันนี้พรุ่งนี้อยู่บนเตียงคนเดียวหลังจากชาช่ากลับไปแล้ว พรุ่งนี้เฮย์โจวจะไปถ่ายแบบให้กับยูมิล เห็นยูมิลบอกว่าคอนเซ็ปที่จะใช้ถ่ายตรงกับคาแรคเตอร์ของรีไวล์เฮย์โจวมาก แต่ถึงยูมิลจะพูดมาแบบนั้นผมก็ยังคิดภาพไม่ออกอยู่ดีว่าเฮย์โจวจะเป็นนายแบบได้ยังไง? ก็ออกจะไม่ชอบออกไปพบปะผู้คนซะขนาดนั้น แต่ต้องมาให้ถ่ายแบบอืมม ยังไงก็คิดภาพไม่ออก

เฮ้ออ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของพรุ่งนี้ละกันผมเลิกคิดไปเพราะถึงจะพยายามนึกถึงความเป็นไปได้ยังไง ผมก็ยังนึกภาพของเฮย์โจวท่ามกลางแสงสปอตไลท์หน้ากล้องถ่ายรูปไม่ออกอยู่ดี


เช้าวันต่อมา วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเหมือนเดิมแม้จะไม่ได้เปิดร้าน คงกลายเป็นความเคยชินไปแล้วล่ะมั้ง ยูมิลนัดตอนเกือบเที่ยงตื่นขึ้นมาทำไมตอนเช้าเนี่ย? ผมถอนหายใจกับตัวเองขณะทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ไปด้วย ปกติรีไวล์เฮย์โจวจะไม่ได้กินมื้อเช้าเพราะฉะนั้นทุกเช้าผมจึงต้องหาอาหารกินเอง

อะ! จริงด้วย!” ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวขณะที่ผมกำลังทานอาหารเช้าอยู่

วันนี้เฮย์โจวมีถ่ายแบบทั้งวัน กว่าจะเสร็จก็คงตอนค่ำๆ ฮันจิซังบอกว่าจะตามไปที่สตูดิโอตอนเย็นเพราะวันนี้ต้องไปรับเมล็ดกาแฟที่สั่งเอาไว้ก่อน ตอนสายวันนี้จึงจะมีแค่ผมไปคนเดียว ผมคิดหาวิธีจีบรีไวล์เฮย์โจวมาก็มากแต่มันก็ดูไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นวันนี้ล่ะก็น่าจะใช้วิธีนั้นที่ผมไม่มีโอกาสได้ใช้สักทีได้!

ฮิๆๆผมอมยิ้มกับตัวเองเมื่อสบโอกาสเหมาะในการรุกจีบรีไวล์เฮย์โจวสักที แล้วก็เริ่มลงมือเตรียมตัวทันทีโดยไม่รอช้า


สตูดิโอที่ยูมิลส่งโลเคชั่นมาให้เป็นสตูโอใหญ่ซึ่งมีนักศึกษาหลายสิบชีวิตกำลังวิ่งวุ่นเตรียมตัวสำหรับงานถ่ายแบบวันนี้อยู่ และเมื่อผมกับเฮย์โจวมาถึง ยูมิลพร้อมกับนักศึกษาอีกคนหนึ่งก็รีบมาลากรีไวล์เฮย์โจวไปที่ห้องแต่งตัวทันทีจนแทบไม่มีเวลาแม้แต่แนะนำตัว ตอนแรกผมก็ยืนเอ๋อไม่รู้จะทำอะไรต่อดีอยู่คนเดียว แต่ว่าก็ได้ชาช่าซึ่งมาช่วยงานยูมิลวันนี้ช่วยพาผมไปด้วยกันกับเธอด้วย

ภายในสตูดิโอถูกตกแต่งด้วยฉากหลากหลายที่ชาช่าบอกว่าเซ็ตฉากเอาไว้เพื่อถ่ายงานวันนี้โดยเฉพาะ ผมจึงหันไปมองฉากอลังการพวกนั้นอย่างอึ่งๆ ทั้งฉากสีขาวที่มีโคมไฟหลากหลายห้อยระย้าอยู่ด้านบนจรดพื้น ฉากงานปาร์ตี้ที่มีเก้าอี้ซึ่งเป็นเหมือนบัลลังก์อยู่ตรงกลาง และฉากสุดท้ายที่อลังการที่สุดเป็นฉากของห้องขังซึ่งเหมือนจริงมากโดยเฉพาะเจ้าลูกกรงเหล็กนั่น

คนทำนี่เก่งจังเลยนะผมพูดกับชาช่าที่นั่งอยู่ข้างกันและดูการทำงานของนักศึกษาแฟชั่นซึ่งกำลังวิ่งวุ่นกันไปรอบสตูดิโอ

ฝีมือใช้ได้เลยล่ะ แต่พวกนั้นไม่ใช่เหล็กจริงหรอกนะชาช่าชี้ลูกกรงเหล็กที่ผมจ้องอยู่ให้ดู ผมจึงต้องใช้สายตาพิจารณามันดีๆ ถึงได้รู้ว่ามันเป็นแค่พลาสติกทาสีเท่านั้น

โห ถ้าไม่ดูดีๆ ไม่รู้เลยนะ ชาช่านี่เก่งจังดูออกด้วย” 

ฉันเรียนมัฒนศิลป์นะ นายอย่าลืมสิ

อ่า จริงด้วย

ลืมจริงๆ สินะ ชิ! งอน

โอ๋ๆ อย่างอนครับคนสวย ฉันแค่ใช้เวลาคิดนานไม่นิด อะ! นี่ลูกอม ง้อ~” ผมยื่นเจ้าลูกอมที่หยิบมาก่อนออกจากร้านคาเฟ่ให้ชาช่าพลางส่งยิ้มหวานไปให้

โห แอบใจเต้นกับนายไปแว่บนึงเลยนะ จะจีบสาวก็ทำได้นินา ทำไมทีตอนจีบหัวหน้าถึงได้ง่อยนักล่ะชาช่าเบิกตาโตก่อนจะรับลูกอมไปแล้วหันกลับมาเอียงคอถามผม

งะ..ง่อย!? ใช้คำได้ดูถูกกันมากครับคุณเพื่อน!”

ก็มันจริง

ชิ ก็จีบผู้หญิงกับจีบผู้ชายมันเหมือนกันที่ไหนล่ะ

แล้วมันต่างกันตรงไหน?”

แค่เพศก็ต่างแล้วครับ

แต่การจีบใครสักคนมันไม่ต้องสนเรื่องนั้นนิจริงไหม? นายก็แค่ต้องทำให้ตรงนี้ของหัวหน้าเต้นแรงขึ้นก็เท่านั้นเอง เหมือนเมื่อกี้ไงชาช่าชี้นิ้วมาที่อกข้างซ้ายของผมก่อนจะหันกลับไปแกะลูกอมกินอย่างเอร็ดอร่อย

“…..” มันก็จริงที่การจีบใครสักคนไม่จำเป็นต้องสนใจเพศของคนๆ นั้น แต่ว่า

อื้ม~ แต่ถ้านายทำกับหัวหน้าเหมือนเป็นผู้หญิง หัวหน้าคงเตะนายตายแน่ๆ

“…..” ก็ว่างั้นแหละคร้าบบบบ

แล้วผมกับชาช่าก็พากันเปลี่ยนเรื่องคุยไปเป็นเรื่องอื่นแทน ชาช่าบอกว่าเธอเป็นคนออกแบบฉากโคมไฟช่วยงานเด็กแฟชั่น และเล่าถึงว่าเธอต้องทำยังไงบ้างถึงจะออกมาเป็นฉากนี้ได้ ผมฟังแล้วก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างตามประสาคนไม่มีหัวด้านศิลปะ แต่ฟังดูแล้วไอ้ฉากโคมไฟกับพื้นขาวที่ผมคิดว่ามันเรียบง่ายสุดในสามฉากจะไม่ได้ทำออกมาง่ายอย่างที่คิดเลย

ผมกับชาช่าพากันนั่งคุยและช่วยงานนักศึกษาแฟชั่นบ้างจนกระทั่งเลยเที่ยงรีไวล์เฮย์โจวก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จ ชาช่าบอกว่าเขาเริ่มถ่ายจริงกันตอนบ่าย ตอนนี้ทุกคนจึงพากันทยอยพักทานอาหารเที่ยง มันเลยเป็นช่วงโอกาสเหมาะสำหรับให้ผมเริ่มแผนการจีบรีไวล์เฮย์โจวพอดี

ผมเดินไปตามทางเดินที่ชาช่าบอกว่าเป็นทางไปยังห้องแต่งตัวหมายเลขหนึ่งซึ่งมีรีไวล์เฮย์โจวอยู่ในนั้นพลางถือของในมือที่จะใช้ในแผนการจีบเอาไว้อย่างดีไม่ให้ตกหล่น และอมยิ้มเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานต่อจากนี้ หึๆๆ งานนี้ต้องออกมาสำเร็จอย่างสวยงามแน่นอน แล้วคราวนี้ก็จะไม่มีใครมาบอกว่าผมอ่อนหรือง่อยในการจีบเฮย์โจวได้อีก

ก็อกๆ

เฮย์โจวครับผมทำ…!!!” ผมเปิดประตูเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากคนด้านในแต่ก็ต้องยืนสะตั้นอยู่กับที่เมื่อดวงตาสีเทาเงยขึ้นมาสบ

รีไวล์เฮย์โจวในตอนนี้ดูแตกต่างไปจากรีไวล์เฮย์โจวที่ผมเคยรู้จักจนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกันรึเปล่า เสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มกับกางเกงยีนส์แฟชั่นสีซีดเป็นอะไรที่ดูเข้ากันกับรีไวล์เฮย์โจวเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นตอนปกติเฮย์โจวคงไม่แต่งตัวสไตล์นี้เด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อทรงผมที่ปกติจะปล่อยไว้ไม่เคยเซ็ตถูกยีจนฟูและใบหน้าที่ดูดุตามธรรมชาติถูกตกแต่งด้วยกริตเกอร์เล็กๆ รอบดวงตา

ตุบ!

“…?”

อะ! แย่แล้ว! กล่องข้าว!” ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าเผลอทำกล่องข้าวที่อุตส่าทำมาเพื่อทำคะแนนกับเฮย์โจวตกพื้นก็ตอนที่เฮย์โจวก้มหน้าลงไปมองที่กล่องข้าวบนพื้นอย่างงงๆ นั่นแหละ

กล่องข้าว?” รีไวล์เฮย์โจวเลิกคิ้วมองผมอย่างแปลกใจขณะที่ผมกำลังตรวจสอบดูของข้างในว่ายังอยู่ดีรึเปล่า ฟู่ท่าจะปลอดภัยแฮะ

ครับ ผมตื่นมาตั้งแต่เช้าเลยทำข้าวกล่องมาด้วยผมเดินเข้าไปด้านในพลางปิดประตู แต่เมื่อมองไปรอบๆ แล้วไม่เห็นใครจึงได้แต่เอียงคอสงสัย เขาไปไหนกันหมด? ตอนมาถึงยังมีตั้งหลายคนตามหลังเฮย์โจวเข้าห้องแต่งตัวไป

มองหาใคร

เปล่าครับ ว่าแต่แล้วคนอื่นๆ ล่ะครับ

ไปเซ็ตแสงกับกล้อง

อ๋อ…” งั้นตอนนี้ก็มีแค่ผมกับรีไวล์เฮย์โจวอยู่ด้วยกันแค่สองคนสินะ เมื่อทำความเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ผมกำลังอยู่ด้วยกันตามลำพังกับรีไวล์เฮย์โจวใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้น เพราะบรรยากาศที่ดูแตกต่างออกไปจากเดิมรอบๆ ตัวของเฮย์โจว

โฮ่ย เป็นอะไร?” รีไวล์เฮย์โจวจับแก้มผมที่ยังคงความร้อนอยู่ให้เงยขึ้นไปสบกับดวงตาสีเทา

ปะ..เปล่า คือไม่ เอ่อขะ..ข้าว! ทานข้าวกันเถอะครับ!” ผมแทบจะพูดไม่เป็นภาษาเมื่อต้องจ้องมองกับดวงตาสีเทานั้นตรงๆ อ๊ากกก! ดาเมจจะรุนแรงเกินไปแล้วนะครับเฮย์โจว! แบบนี้ผมไม่ไหวนะ! หัวใจผมเนี่ยจะรับไม่ไหวแล้ว!

โฮ่ย…”

เฮือก!” ผมสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อมือของรีไวล์เฮย์โจวที่ตั้งใจจะยื่นมาช่วยผมแกะกล่องข้าวแตะโดนมือผม ผมชักมือตัวเองกลับจนเฮย์โจวต้องรีบรับกล่องข้าวเอาไว้ก่อนมันจะตกพื้น และเมื่อดวงตาสีเทาเงยขึ้นมาสบกับดวงตาของผมอีกครั้งอย่างตั้งคำถาม ผมก็ลนลานน้ำท่วมปากจนตอบอะไรไม่ได้

กินข้าวรีไวล์เฮย์โจวดูเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังทำอะไรไม่ถูกจึงเปลี่ยนเรื่องคุยและไม่คิดจะถามเซ้าซี้อะไรผมอีก

การกินข้าวเที่ยงที่น่าจะโรแมนติกหวานแหววตามที่ผมวางแผนเอาไว้พังไม่เป็นท่าเพราะผมรู้สึกประหม่ากับรีไวล์เฮย์โจวเวอชั่นใหม่จนไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ฮือออ จบกันแผนการจีบอันสวยหรูของผม อยากจะเอาหัวโขกกับโต๊ะลงโทษให้กับความงี่เง่าของตัวเอง แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ช่างไม่เอื้ออำนวยเพราะบรรยากาศโดยรอบแลดูอึดอัดตั้งแต่ผมชักมือออกมาตอนนั้นจนผมแทบหายใจไม่ออก

“…..” ผมนั่งกินข้าวกับเฮย์โจวไปเงียบๆ จนกระทั่งข้าวกล่องหมดเกลี้ยงก็ยังไม่มีใครพูดอะไร ทำยังไงดี ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้เลยนะ แต่ตอนนี้บรรยากาศมันก็ช่างดูอึดอัดจนผมพูดอะไรไม่ออก 

โฮ่ย เจ้าเด็กเหลือขอรีไวล์เฮย์โจวเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ผมจึงเงยหน้าที่เอาแต่ก้มลงมองตักตัวเองขึ้น แต่เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีเทาไม่ถึงสามวิผมก็ต้องก้มหน้าลงมองที่ตักตัวเองอีกครั้ง

หมับ!

อะ!”

ชอบแบบนี้?”

หะ!? เอะ! เอ่อ…” ตอนแรกผมก็สับสนตอนที่รีไวล์เฮย์โจวดึงมือผมเข้าไปใกล้และพอได้สบกับดวงตาสีเทาในระยะใกล้ลมหายใจของผมก็สะดุด แต่พอได้ยินคำถามเท่านั้นแหละ ใจผมที่ว่าเต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งเต้นแรงกว่าเดิมจนผมกลัวว่าเสียงมันจะดังออกไปจนถึงข้างนอก

ว่าไง แกชอบแบบนี้?” รีไวล์เฮย์โจวถามย้ำอีกครั้งเมื่อผมยังไม่ตอบ แต่จะให้ผมตอบได้ยังไงก็เล่นถามตรงซะขนาดนั้น! …แต่จะมัวแต่อายอยู่แบบนี้ตลอดก็คงไม่ได้สินะ

ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะปล่อยออกมาช้าๆ อย่างพยายามสงบจิตใจตนเอง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยทำให้ใจของผมเต้นช้าลงหรือความร้อนบนใบหน้าของผมหายไปแต่อย่างใด แต่มันก็ช่วยให้ผมมีสติมากยิ่งขึ้นจนกล้าที่จะสบตากับอีกคนก่อนตอบคำถาม

ผมไม่ได้ชอบแบบนี้ครับแต่ผมชอบคนนี้ผมมองตรงเข้าไปในดวงตาสีเทาของคนตรงหน้าไม่หลบไปไหนเพื่อให้เฮย์โจวรู้ว่าผมจริงจังกับทุกคำที่พูดออกไป เฮย์โจวจึงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างที่ชอบทำตอนอารมณ์ดีหรือถูกใจอะไรเข้า

ตอบได้ดีรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากทำให้ใจของผมเต้นแรงจนเหนื่อย แต่ดูเหมือนเฮย์โจวจะไม่ได้รู้สึกสงสารผมเลยสักนิดและกลับทำให้ผมต้องรู้สึกเหนื่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยการ

จุ๊บ

“….!”

“This is a thank you”

จุ๊บ!

“….!!!!”

“…and this’s a reward”

ผมพูดอะไรไม่ออกไปแล้วตั้งแต่รีไวล์เฮย์โจวจับมือผมขึ้นมาก่อนจะจูบลงไปบนหลังมือเบาๆ พลางสายตาก็มองหน้าผมไปด้วย แล้วไหนจะไอ้การขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วขโมยจูบแก้มผมไปพลางกระซิบเสียงสุดเซ็กซี่อยู่ข้างหูนั่นอีก อ๊ากกกก! ตายตาหลับเฮ้ย! ไม่ใช่! ไปไม่เป็นแล้วครับ! ไอ้แผนการจีบของผมมันคืออะไรบ้างนะผมจำไม่ได้ ว่าแต่นี่ผมกำลังเป็นคนจีบเฮย์โจวอยู่จริงๆ ใช่ไหม ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองจะเสียเปรียบเข้าไปทุกทียังไงก็ไม่รู้?

หึ

“&k#*+/@7$?-+;(-%9a+~!!!!!!!” ใครจีบใครไม่รู้แล้วเฟ้ย! รู้แต่ว่าตอนนี้หน้าของผมมันต้องแดงมากแน่ๆ และตอนนี้ผมก็อายสุดๆ จนพูดภาษาอะไรไปก็ไม่รู้แล้ว


ฮืออ ดูเหมือนว่าผมจะโดนรีไวล์เฮย์โจวน็อกเอาท์เข้าให้แล้วล่ะครับลาก่อน (///; ^ ; )/~~~










———————————————100%


เอเลนน็อกเอาท์ไปแล้วค่าาาาาา ฮ่าๆๆๆ

ตอนแรกจะเขียนจนจบถ่ายแบบ เขียนไปเขียนมาท่าจะยาวเอาไปเป็นตอนหน้าแล้วกัน

ตอนต่อไปรีไวล์เฮย์โจวจะเป็นนายแบบจำเป็นค่ะ แอบกรีดกร๊าดเบาๆ 

แล้วเราค่อยมาลุ้นกันต่อว่าเอเลนจะจีบเฮย์โจวต่อไปอย่างไรกันในตอนหน้านะคะ~ ><



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #26 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 08:22
    ลาก่อยยยยเอเลน โดนหัวหน้ารุกหนักมาก
    #26
    0
  2. #25 kusumakhieowarn (@kusumakhieowarn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 07:47
    อ้ากกกกก ดิ้นจนไม่รู้จะดิ้นยังไงแล้วค่ะ กรี้ดดดดด ฟิน-หนัก-มาก
    #25
    0
  3. #24 NiGhte N.S.N. (@shigamorinice) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 01:19
    เอเลนจีบเฮย์โจว หรือเฮย์โจวจีบเอเลนกันแน่คะ//////
    #24
    1
    • #24-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 5)
      16 กันยายน 2561 / 18:01
      เอาไงดีนะ 5555
      #24-1
  4. #23 Panda_ata (@Panda_ata) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 19:49
    นี่ๆ..... ใครรุกใครรับกันแน่อ่ะ!!?
    #23
    0
  5. #22 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 11:03
    น่ารักกกก กระต่ายน้อยทำเฮย์โจวหน้าแดงได้ด้วยล่ะ ถึงจะแดงเพราะสำลักก็เถอะ555555 แผนต่อไปคงต้องพึ่งยูมิล ซาช่า กับโคนี่แล้วมั้งงง
    #22
    0
  6. #21 canyouhear (@canyouhear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:35

    อ๊ากกก ฟินมากกกกก เอาอีกชอบๆ รักไรท์ที่สุดเลยมาต่อไวๆนะคะ
    #21
    1
  7. #20 kusumakhieowarn (@kusumakhieowarn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:32
    ฟินเกินบรรยาย เฮย์โจว์ไทป์นี้เจริญหูเจริญตาสุดๆค่ะ !//ยกนิ้วให้ชาช่ากับยูมิลด้วย
    #20
    1
    • #20-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 5)
      13 กันยายน 2561 / 22:14
      ชอบไทป์ซึนกันสินะคะ (-w- X)
      #20-1