(END)[Fic Attack on Titan] Dessert Menu คาเฟ่ขนส่งรัก (Levi x Eren)

ตอนที่ 18 : Special Recipe 01 : Bitter Chocolate Lava (100%)+NC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61



Love drives people to madness. No matter how wise or clever you may be, love will turn you into a fool.


ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูกาลที่อากาศอบอุ่นและดอกไม้ผลิบาน เป็นช่วงหนึ่งของปีที่จะมีซากุระสร้างความโรแมนติกและเส้นถนนสีชมพูไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น 

ไปก่อนนะครับ!”

อืมรีไวล์เฮย์โจวพยักหน้ารับรู้แต่สายตายังคงไม่ละออกไปจากหนังสือในมือ ผมยิ้มให้กับภาพนั้นแล้วเดินออกมาจากห้องพร้อมปิดประตู

ผ่านมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่เรื่องแจนที่สวิสเซอร์แลนด์ ตอนนี้แจนเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วและอาการกำลังดีขึ้นตามลำดับ อาร์มินกลับมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเพราะมหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้ว แจนกับอาร์มินตอนนี้จึงมีรักทางไกลกัน ส่วนผมก็ตัดสินใจกลับมาญี่ปุ่นหลังจากอยู่สวิสเซอร์แลนด์มาหลายเดือน โดยมีรีไวล์เฮย์โจวกับฮันจิซังตามกลับมาด้วย

ฮันจิซังบอกว่ามีธุระที่นี่เลยมาญี่ปุ่นพร้อมผม ส่วนรีไวล์เฮย์โจวผมชวนมาเองแหละ แหม~ ก็ผมไม่อยากห่างกับเฮย์โจวนี่นา ไม่อยากต้องมีรักทางไกลแบบอาร์มินด้วย ไหนๆ เฮย์โจวก็จะปิดร้านสักพักอยู่แล้วผมเลยถือโอกาสชวนเฮย์โจวมาด้วยซะเลย 

กลับมาญี่ปุ่นวันแรกผมก็พารีไวล์เฮย์โจวกลับบ้านไปแนะนำตัวกับพ่อทันที ตอนแรกผมก็ตื่นเต้นอยู่หรอกแต่ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่คิด(?)ผมเลยโล่งใจ อ่าแต่พ่อผมมีแอบเขม่นเฮย์โจวนิดหน่อยตามประสาคนหวงลูก ทั้งที่ความจริงแล้วออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ผมพาแฟนมาแนะนำถึงบ้าน

ผมเป็นลูกชายคนเดียว แต่พ่อแม่ของผมเป็นคนหัวสมัยใหม่และเปิดกว้างมาก พวกท่านไม่เคยหวังให้ผมต้องแต่งงานมีลูกมีหลานสืบสกุลเลยสักนิด เพียงแต่หวังให้ผมได้พบกับคนที่จะอยู่ไปด้วยกันจนแก่เถ้าเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้

สถานีต่อไป สถานี…’

เสียงประกาศบนรถไฟฟ้าดังขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองประกาศบอกสถานีถัดไปแล้วเตรียมตัวลง วันนี้ผมนัดกับเพื่อนๆ มหาลัยของผมเอาไว้ หลังเรียนจบกันไปแล้วพวกผมก็ไม่ค่อยได้มารวมตัวกันเท่าไหร่ เพราะผมตระเวนประเทศโน้นประเทศนี้ไปเรื่อย ส่วนเพื่อนคนอื่นก็ทำงานหรือเรียนต่อกันเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างมารวมตัวกันเหมือนกับวันนี้

ผมเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าและตรงไปยังร้านที่เพื่อนผมส่งข้อความมาบอก เห็นบอกว่าคนอื่นมารวมตัวกันเกือบครบทุกคนแล้ว ผมจึงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิดเพื่อไม่ให้ไปสาย

กรุ้งกริ้ง~

ยินดีต้อนรับค่า~” เสียงกระดิ่งหน้าร้านมาพร้อมเสียงพนักงานกล่าวต้อนรับ ผมผงกหัวให้พนักงานต้อนรับหน้าร้านเล็กน้อยก่อนจะมองหาเพื่อนตัวเอง แล้วผมก็พบคนคุ้นหน้าคุ้นตาสองสามคนกำลังนั่งอยู่ภายในมุมหนึ่งของร้าน

โทษที ฉันมาสายรึเปล่าผมเดินไปที่โต๊ะแล้วทักเพื่อนๆ ทุกคนจึงหันมามองผมแล้วพูดทักทายตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน 

พ่อนักเขียนดัง ช่างหาตัวจับยากจริงๆ เลยนะ

นั่นสิ กว่าจะมารวมตัวกับเพื่อนได้เล่นเอาเกือบปีเลยนะเอเลน

นึกว่าดังจนลืมเพื่อนไปแล้ว~”

ไม่ลืมน่า ฉันเพิ่งกลับมาญี่ปุ่นไม่กี่วันก่อนเองผมโต้ตอบเพื่อนที่พากันแซวซะผมแอบรู้สึกผิด จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยได้ติดต่อเพื่อนๆ นานแล้วจริงๆ นั่นแหละ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ตั้งแต่พบกับรีไวล์เฮย์โจวผมก็เจอแต่เรื่องจนไม่มีเวลาคิดทำอย่างอื่นเลย 

เพื่อนผมส่วนใหญ่เป็นเพื่อนในคณะเดียวกันจึงค่อนข้างสนิทกันมาก เพราะไปท่องเที่ยวด้วยกัน กินนอนด้วยกันบ่อยยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกันซะอีก แต่ก็มีบางคนที่ผมเพิ่งเคยพบหน้าในวันนี้ ซึ่งเพื่อนผมแนะนำว่าเป็นรุ่นน้องที่ทำงานและเป็นแฟนผลงานของผม

ฉันติดตามผลงานของเยเกอร์เซ็นเซมาตลอดเลยค่ะ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอตัวจริง!”

ฮ่าๆๆ ขอบคุณครับ แต่ช่วยเรียกผมว่าเอเลนเถอะนะครับ

เอะ! จะดีเหรอคะ!?”

ครับ โดนเรียกเซ็นเซแล้วผมรู้สึกแปลกๆ อีกอย่างคุณก็เป็นรุ่นน้องเพื่อนผมด้วย

อะ ค่ะ เอ่อเอเลน..ซัง?”

ครับ ^^” ผมยิ้มเพื่อให้แฟนผลงานตัวเองรู้สึกผ่อนคลายลง เลยถูกเพื่อนแซวนิดหน่อยเพราะทำแฟนผลงานใบหน้าแดงเรื่อ

ผมออกสื่อค่อนข้างเยอะตอนผลงานดังใหม่ๆ จึงค่อนข้างชินแล้วกับปฏิกิริยาแบบนี้ของบรรดาแฟนผลงานตัวเอง ก็งานเขียนของผมเป็นนิยายรักโรแมนติก แฟนผลงานส่วนใหญ่เลยจะเป็นเด็กสาววัยรุ่นไปจนถึงหญิงสาวกลางวัย จะมีน้อยครั้งที่ผมจะเจอแฟนผลงานเป็นผู้ชายบ้าง ผมจึงรู้วิธีรับมือกับเหล่าแฟนผลงานสาวๆ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

นี่เอเลน พรุ่งนี้นายว่างรึเปล่าเพื่อนผมคนหนึ่งหันมากระซิบถามผมเสียงเบา ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องกระซิบคุยกันด้วย แต่ก็กระซิบตอบกลับไปด้วยระดับเสียงเดียวกัน

ว่าง มีอะไรรึเปล่า?”

ดีเลย! งั้นพรุ่งนี้นายช่วยไปซื้อของเป็นเพื่อนยูมิแทนฉันหน่อยสิเพื่อนผมทำท่าขอร้องแต่ดวงตาเป็นประกายจนน่าสงสัย

นั่นรุ่นน้องนายไม่ใช่รึไง” 

ก็เพราะรุ่นน้องนั่นแหละฉันเลยไม่อยากผิดสัญญา แต่พรุ่งนี้ฉันมีธุระจริงๆ นะๆ เอเลน ถือว่าช่วยเพื่อนสักครั้ง!” 

รุ่นน้องนายจะยอมไปกับคนแปลกหน้ารึไงผมเพิ่งเจอรุ่นน้องเจ้าหมอนี่แค่วันเดียวก็คือวันนี้ แล้วจู่ๆ เพื่อนผมจะมาให้ผมไปซื้อของเป็นเพื่อนรุ่นน้องแทนตัวเองในวันพรุ่งนี้เนี่ยนะ? ได้อึดอัดกันตายพอดี ไม่ได้สนิทกันสักหน่อยแล้วจะให้ไปเดินซื้อของด้วยกันได้ยังไง

โฮย! คนแปลกหน้าอะไรกัน นายเพื่อนฉัน แล้วที่สำคัญยูมิก็เป็นแฟนคลับนาย ยัยนั่นคงยิ่งกว่ายินดีซะอีกถ้านายไปแทนฉัน

“…..” ผมขมวดคิ้วนิ่งและใช้ความคิด ยิ่งเป็นแฟนคลับมันยิ่งน่าอึดอัดนะ ผมไม่เคยออกไปเดินซื้อของหรือพูดคุยเป็นส่วนตัวกับแฟนผลงานคนไหนของตัวเองมาก่อนเลยด้วย แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ ผมติดใจไอ้ดวงตาเป็นประกายของเจ้าเพื่อนข้างๆ ผมนี้มากกว่า

น่านะ ฉันมีธุระสำคัญจริงๆ ไม่งั้นฉันไม่มาขอร้องอะไรแบบนี้กับนายหรอก” 

“…..”

น่า เอเลนน นะ น้าาา

เฮ้ออออ ก็ได้ผมเกลียดนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่นเขาไปทั่วของตัวเองจริงๆ พอมีคนมาขอร้องด้วยท่าทางลำบากใจแบบนี้ทีไรผมล่ะปฏิเสธไม่เคยได้สักที ถึงจะแอบติดใจสงสัยดวงตาเป็นประกายนั่นไม่หายก็เถอะ

ขอบใจมาก! นายนี่เป็นผู้ช่วยชีวิตฉันจริงๆ!”

อย่าเว่อน่าผมส่ายหัวกับท่าทางโอเว่อของเพื่อน แต่เพื่อนข้างๆ ผมกลับหัวเราะชอบใจซะงั้น

ฮ่าๆๆๆ เออ! แล้วพรุ่งนี้นายอย่าลืมแต่งตัวหล่อๆ ไปล่ะ

หา? ทำไม?” ผมกระพริบตาปริบทำหน้างง

อ้าว เดททั้งทีก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อยสิ

“…..”

“^____^”

ห๊าาอุ๊บ!” ผมโดนเพื่อนยกมือขึ้นปิดปากทันทีก่อนจะทันได้ตะโกนเสียงดังออกไปด้วยความตกใจ แต่นี่มันอะไร? เดทงั้นเหรอ!?!!? ใครจะไปเดทกันฟะ!!

น่าๆ~ นายรับปากกับฉันแล้วห้ามเบี้ยวนะเว้ย

“( - -^)++” ผมส่งสายตามองแรงกลับไปให้คนข้างๆ ทั้งที่ยังถูกปิดปากเอาไว้อยู่ ก็ว่าทำไมรู้สึกมันน่าสงสัยที่จู่ๆ เพื่อนผมมาขอให้ช่วยไปเดินซื้อของกับรุ่นน้องตัวเองแบบนี้ ถ้าคิดสักหน่อยผมคงจะเอะใจบ้างว่าเพื่อนผมมันวางแผนอะไรเอาไว้ แต่ผมกลับไม่ทันเอะใจเพราะท่าทางลำบากใจที่เพื่อนผมแสดงออกมา

ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะแต่รุ่นน้องฉันมันแอบชอบนายอยู่ ฉันเลยอยากทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ดีช่วยรุ่นน้องตัวเองบ้างยังไงก็แค่วันเดียวน่า ฝากดูแลรุ่นน้องฉันด้วยนะ เอเลน ^^” คนข้างๆ ปล่อยมือออกจากปากผมแล้วส่งยิ้มอย่างจริงใจมาให้ ผมจึงได้แต่มองหน้าเพื่อนด้วยความลำบากใจ อยากบอกว่าผมมีแฟนแล้วโว้ยและถ้าแฟนผมรู้ว่าผมไปเดทกับคนอื่นผมตายแน่! แต่ดูจากใบหน้าของเพื่อนที่ไม่ได้ตั้งใจจะจับคู่ให้ผม เพียงแต่อยากให้ผมไปเดทกับรุ่นน้องตัวเองเพียงหนึ่งวัน แล้วหลังจากนั้นจะปล่อยเป็นหน้าที่ให้ผมตัดสินใจเองแล้วผมก็ได้แต่เม้มริมฝีปากด้วยความลำบากใจ

เอาใจจริงเลยนะ ผมไม่อยากไป! ผมต้องรู้สึกผิดกับรีไวล์เฮย์โจวแน่ๆ ถ้าแอบไปเดทกับคนอื่น แต่จะไม่แอบแล้วบอกรีไวล์เฮย์โจวไปตรงๆ ว่าผมจะไปเดทกับคนอื่นก็ไม่ได้อีก ถึงผมบอกไปแต่จะมีใครใจกว้างมากพออนุญาตให้แฟนตัวเองไปเดทกับคนอื่นบ้างครับ? ไม่ใช่ผมล่ะคนนึง!

เฮ้อออ แค่วันเดียวนะแต่ผมดันเป็นพวกใจอ่อนโดนใครขอร้องแล้วปฏิเสธไม่เป็นอีก เอาเถอะ ไว้ค่อยปฏิเสธรุ่นน้องเพื่อนผมให้ชัดเจนหลังจากจบเดทพรุ่งนี้แล้วกัน เพราะจู่ๆ จะให้ผมเดินไปบอกว่าผมคงรับความรู้สึกของเธอไม่ได้เพราะผมมีแฟนอยู่แล้วทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้สารภาพหรือแสดงท่าทีอะไรเลยก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ

ขอบใจนะ เอเลน” 

อื้อ เฮ้ออออผมพยักหน้าแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง มันช่างเป็นเรื่องที่น่าหนักใจจริงๆ แล้วผมจะบอกกับเฮย์โจวยังไงดีล่ะเนี่ย หรือจะปิดไว้ก่อนดีอ่า ท่าทางปิดไว้ก่อนน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า

ผมลองประเมินแล้วว่าหากบอกไปจะโดนอะไรบ้างจึงคิดว่าปิดไว้ก่อนน่าจะดีกว่า เอาไว้จัดการเรื่องพรุ่งนี้จบรวมทั้งปฏิเสธรุ่นน้องเพื่อนผมให้ชัดเจนแล้วค่อยบอกเฮย์โจวก็ยังไม่สาย แล้วผมจะได้จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดทีเดียวเลยด้วย แบบนั้นเฮย์โจวน่าจะฟังผมมากกว่าให้ผมไปอธิบายตอนนี้


ผมคิดถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้ด้วยความลำบากใจ โดยไม่ได้เอะใจเลยว่าการรับปากช่วยเหลือคนอื่นในครั้งนี้จะนำพาเหตุการณ์ใดเข้ามาในชีวิต



————————————————20%


ผมกลับไปถึงบ้านด้วยความรู้สึกหนักใจไม่หาย บ้านที่ผมอยู่ตอนนี้เป็นอพาร์ตเม้นต์ที่พ่อผมเช่าเอาไว้ให้ตั้งแต่ตอนเข้ามหาลัยใหม่ๆ และผมตัดสินใจซื้อมันหลังจากเรียนจบเพราะว่าที่นี่อยู่ใกล้ทั้งมหาลัยและรถไฟฟ้ามากกว่าแถวบ้าน เดินเข้ามาจนถึงห้องนั่งเล่นผมก็เจอรีไวล์เฮย์โจวกำลังนั่งเขียนอะไรในกระดาษอยู่ด้วยใบหน้าจริงจัง คาดว่าฮันจิซังคงรีเควสสูตรขนมใหม่กับเฮย์โจวอีกแล้ว

กลับมาแล้วครับผมพูดทักรีไวล์เฮย์โจวออกไป

“…..” เฮย์โจวหันมามองผมเล็กน้อยและพยักหน้าให้ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ 

“…..” ผมมองรีไวล์เฮย์โจวอย่างชั่งใจว่าจะบอกเรื่องพรุ่งนี้ดีหรือไม่บอกดี ใจหนึ่งไม่อยากปิดบังอะไรแต่อีกใจหนึ่งกลับกลัวว่าถ้าบอกไปแล้วจะโดนอะไรบ้าง เฮ้ออ ทำไมผมต้องรับปากเพื่อนเอาไว้ด้วยนะ

มีอะไรรีไวล์เฮย์โจวพูดกับผมแต่สายตายังคงไม่ได้ละออกไปจากงานตรงหน้า

เอะ เอ่อพะ..พรุ่งนี้เฮย์โจวจะออกไปไหนรึเปล่าครับ” 

มีนัดกับยัยสี่ตา

อะ อ่อครับหลังจากผมตอบไปแบบนั้นทั้งห้องก็เงียบกริบ มีเพียงเสียงครืดคราดของดินสอที่วาดเส้นลงบนกระดาษเท่านั้นที่กำลังดังอยู่

แกเป็นอะไรรีไวล์เฮย์โจววางดินสอในมือลงแล้วหันกลับมามองผมที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

“…เปล่าครับผมทำท่าจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเก็บเรื่องพรุ่งนี้เอาไว้เป็นความลับ เอาไว้จบเรื่องแล้วค่อยสารภาพบาปทีเดียวเลยแล้วกัน ตอนนี้ขอผมยืดเวลาตายออกไปอีกนิด

มานี่รีไวล์เฮย์โจวยื่นมือมาให้ ผมจึงเดินไปจับมือเฮย์โจวเอาไว้

อะ!” 

ตุบ

ลำตัวเอียงล้มตามแรงโน้มถ่วงก่อนผมจะหล่นตุบลงไปบนตักรีไวล์เฮย์โจว ผมเบิกตาโตอ้าปากค้างจ้องรีไวล์เฮย์โจวด้วยความตกใจ แต่เฮย์โจวกลับใช้มือโอบเอวผมเอาไว้ด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

จะ..จู่ๆ อะไรกันครับ!” ผมติดอ่างด้วยความตกใจไม่หาย ถึงปกติเฮย์โจวจะชอบทำอะไรตามใจแบบนี้ประจำแต่ผมกลับไม่เคยชินสักที

จุ๊บ

“…!!!! ฮะ..เฮย์โจว!!” ผมจ้องรีไวล์เฮย์โจวเขม็งแม้ใบหน้าจะเริ่มแดงเรื่อ สัมผัสของริมฝีปากที่แนบลงมาบนพวงแก้มยังคงหลงเหลือความร้อนอยู่

ยินดีต้อนรับกลับน้ำเสียงเย็นชากระซิบข้างใบหู ผมเอียงคอหลบลมหายใจร้อนที่เป่ารดลงมา แต่กลับหลบไม่พ้น เพราะรีไวล์เฮย์โจวแนบหน้าผากลงบนหัวไหล่ของผม และใช้สองแขนกอดเอวผมเอาไว้แน่น

ฮื้ออ ทำไมวันนี้เฮย์โจวอ้อนจังครับผมแอบประท้วงด้วยการขยับตัวถอยห่างแต่ถอยไปได้ไม่มากเฮย์โจวก็ดึงผมกลับไปกอดแน่นอย่างเก่า ปกติแล้วรีไวล์เฮย์โจวจะไม่ใช่คนชอบแสดงออกตรงๆ หรือทำท่าอ้อนแบบนี้เท่าไหร่ แต่วันนี้เฮย์โจวกลับดูแตกต่างออกไป

เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับผมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเฮย์โจวยังคงเงียบ 

“…..” (ส่ายหัว) แปลว่าไม่ใช่

เหนื่อยเหรอครับ?”

“…..” (นิ่ง) แปลว่าใช่

ให้ผมชงชาให้ไหมครับผมถามแล้วจะผละตัวออกไปชงชาตามที่พูด แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับกระชับอ้อมกอดรั้งผมเอาไว้

ไม่ต้องรีไวล์เฮย์โจวกอดผมนิ่งแล้วหลับตาลง ตั้งแต่กลับมาญี่ปุ่นได้ไม่กี่วันรู้สึกว่างานของเฮย์โจวจะเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนเปิดร้านซะอีก ทั้งจะงานปาติซิเย่และงานทหารที่แม้จะเลิกไปแล้วแต่กลับต้องคอยให้คำปรึกษาแก่รุ่นน้องและลูกทีมเก่าอยู่

เรื่องทหารผมไม่ได้รู้หรอกว่าสมัยนี้เขาทำอะไรกันบ้าง แต่คิดว่าคงเป็นงานอันตรายไม่แตกต่างไปจากในอดีตเท่าไหร่ ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากให้เฮย์โจวเกี่ยวข้องกับพวกงานอันตรายอีกแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าถึงห้ามไปเฮย์โจวก็ไม่ฟัง เผลอๆ จะยิ่งปิดบังไม่ให้ผมรู้มากกว่าเก่า

ปัจจุบันใช่ว่ารีไวล์เฮย์โจวจะยอมเล่าเรื่องงานทหารให้ผมฟังหรอกนะ แต่พอผมถามก็ยอมตอบมาตามตรงเท่าที่ตอบได้ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

อยู่แบบนี้ไม่เมื่อยเหรอครับผมนั่งอยู่บนตักเฮย์โจวมากสักพักแล้วกลัวว่าเฮย์โจวจะเหนื่อยกว่าเดิมถ้าเรายังอยู่ท่านี้กันอยู่ แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับนิ่งไม่ตอบจนผมแปลกใจเลยขยับตัวออกมามองหน้า

“…..”

หลับ…?” ผมพึมพำด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าด้านข้างที่ยังพิงอยู่บนหัวไหล่ของผมสงบนิ่ง ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าคนที่กอดผมอยู่ได้หลับไปแล้วจริงๆ 

ดูท่าแล้วเฮย์โจวคงเหนื่อยมากจริงๆ ถึงได้กอดผมหลับไปแบบนี้ งานยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลยสินะรีไวล์เฮย์โจวของผมเนี่ย :)

ผมพยายามผละตัวออกจากรีไวล์เฮย์โจวให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากปลุกเฮย์โจวให้ตื่น และเมื่อเอาตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเฮย์โจวได้แล้วผมก็ไปหยิบผ้าห่มจากห้องนอนออกมาคลุมให้ร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนโซฟา นานๆ ผมจะได้เห็นเฮย์โจวเหนื่อยจนหลับไปแบบนี้ จะว่าไปครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่สองเองมั้งที่ผมเห็นเฮย์โจวเป็นแบบนี้ ส่วนครั้งแรกนี่คือวันก่อนที่แจนจะเข้ารับการผ่าตัด จำได้ว่าวันนั้นทุกคนวุ่นกันมากจนไม่มีแม้แต่เวลาจะทักทายกัน แต่สุดท้ายผลผ่าตัดของแจนออกมาดีทุกคนเลยหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ฝันดีครับ รีไวล์เฮย์โจวผมเดินเข้าห้องตัวเองไปหลังจากจัดท่าให้รีไวล์เฮย์โจวนอนอย่างสบายบนโซฟา เรื่องวันพรุ่งนี้เข้ามาในหัวอีกครั้งเมื่อต้องอยู่คนเดียวในห้องมืด

พรึบ

แสงจากไฟหัวเตียงส่องสว่างทั่วห้องนอน แต่จิตใจของผมกลับไม่ได้สว่างตามไปด้วยเลย ตอนนี้เหมือนมีตะกอนอะไรสักอย่างตกค้างอยู่ภายในหัวใจเป็นตัวถ่วงน้ำหนักให้ร่างกายของผมรู้สึกหนักอึ้ง ผมรู้สึกไม่ดีที่ต้องปิดบังเรื่องเดทวันพรุ่งนี้กับรีไวล์เฮย์โจว แต่ดูจากท่าทางเหนื่อยล้าของเฮย์โจวแล้วผมก็กลับรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ยังไม่ได้บอกเรื่องวันพรุ่งนี้กับเฮย์โจวออกไป

เอาเถอะ แค่ไปเดทแล้วปฏิเสธให้มันชัดเจนคงไม่มีอะไรเสียหายหรอก รับปากกับเพื่อนเอาไว้แล้วด้วย ผมถึงไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง

เฮ้ออ เหนื่อยชะมัดแม้ไม่ได้ทำงานเยอะเหมือนกับรีไวล์เฮย์โจวช่วงนี้แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ผมกลับรู้สึกเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คงเพราะจิตใจเหนื่อยล้าร่างกายเลยอ่อนแรงตามไปด้วย รีบอาบน้ำรีบนอนเพื่อเก็บแรงเอาไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ดีกว่า

หวังว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจะราบรื่นดีนะ


คำว่าพรุ่งนี้มาถึงไวจนเหมือนเป็นเรื่องโกหก รีไวล์เฮย์โจวออกไปพบฮันจิซังตั้งแต่เช้า ผมที่มีนัดช่วงสายเลยไม่ทันได้เอ่ยทักทายอรุณสวัสดิ์กับเฮย์โจว สงสัยเมื่อคืนผมมัวแต่คิดมากจนนอนไม่หลับนั่นแหละถึงได้ตื่นสายแบบนี้ ไม่รู้ตัวเองเผลอหลับไปตอนไหนเลยด้วย

เฮ้อออผมถอนหายใจออกมาหลังจากมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวและแจ็คเก็ตแบบนี้ไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่ เพราะปกติผมชอบใส่เสื้อยืดมากกว่า แต่จะให้ใส่เสื้อยืดทับแจ็คเก็ตไปเดทก็ดูไม่ค่อยสุภาพ รวมทั้งยังดูเด็กไปหน่อยด้วยเมื่อเทียบกับอายุผมตอนนี้ (แต่ความจริงผมก็ไม่ได้อายุเยอะขนาดนั้นนะ?)

ออกมาจากห้องตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้ามีคนไม่มากเพราะตอนนี้สายแล้ว รวมทั้งวันนี้เป็นวันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดคนบนรถไฟฟ้าเลยไม่เยอะเท่าไหร่ ผมเดินไปยังสถานที่ๆ นัดกับรุ่นน้องของเพื่อนเอาไว้แล้วต้องยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เพราะเห็นหญิงสาวในชุดวันพีชสีฟ้าได้ยืนรอผมอยู่ก่อนแล้ว

ยูมิซัง สวัสดีครับผมทักทายรุ่นน้องเพื่อนหรือยูมิซังทันทีที่เดินไปถึงสถานที่นัด หญิงสาวหันหลังกลับมาแล้วส่งยิ้มปนเขินอายมาให้ผม

สวัสดีค่ะเอเลนซัง

ครับ ยูมิซังมาเร็วจังเลยนะครับ รอนานรึยังครับผมดูนาฬิกาแล้วตัวเองไม่ได้มาสายอย่างแน่นอน เพราะยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบกว่านาทีกว่าจะถึงเวลานัด

ไม่นานค่ะ ฉันเพิ่งมาถึงเหมือนกันยูมิซังส่งยิ้มมาให้ผมก่อนเราจะเริ่มออกเดิน บทสนทนาเป็นไปอย่างเรียบง่าย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นยูมิซังที่พูดและถามเกี่ยวกับผลงานของผม ซึ่งผมก็ตอบคำถามเธอไปด้วยความยินดี ฟังจากที่เธอพูดมาทั้งหมดบอกได้เลยว่ายูมิซังเป็นแฟนผลงานของผมจริงๆ ได้มาพูดคุยกับคนที่ชอบงานตัวเองแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในความหมายที่ไม่ดี

ตอนเที่ยงหลังทานอาหารเช้าควบอาหารเที่ยงเสร็จก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องช่วยยูมิซังซื้อของจริงๆ สักที ยูมิซังบอกว่าอยากเลือกของขวัญยินดีให้กับน้องชายที่เพิ่งสอบเข้ามหาลัยได้แต่กลับไม่รู้จะเลือกอะไรดี เลยไปขอคำปรึกษากับเพื่อนของผมที่เป็นรุ่นพี่ของเธอเพราะเห็นว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เจ้าเพื่อนผมกลับโยนงานนี้มาให้ผมแทนแถมยังไม่ได้บอกอะไรกันเอาไว้ล่วงหน้าเลยด้วย

อื้มม อันนี้เป็นไงครับผมหยิบกล้องถ่ายรูปตัวหนึ่งขึ้นมา ยูมิซังบอกว่าน้องชายชอบถ่ายภาพผมเลยคิดว่างั้นถ้าซื้อกล้องให้น่าจะดี ถึงจะดูตรงตัวไปหน่อยและไม่ได้สร้างสรรค์อะไรแต่น้องชายเธอน่าจะชอบแน่ รวมทั้งมันยังเป็นประโยชน์อีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

ฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกล้องเลยค่ะยูมิซังบอกหลังจากลองพลิกกล้องที่ผมส่งให้ไปมา

ผมพอรู้อยู่บ้าง แต่เราลองให้พนักงานแนะนำดูก่อนก็ดีนะครับผมเคยหาความรู้เรื่องกล้องถ่ายรูปตอนตัดสินใจจะซื้อกล้องตัวแรก แต่นั่นมันนานแล้ว ตอนนี้ไม่รู้กล้องมันพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้วผมจึงคิดว่าถ้าถามเอากับผู้เชี่ยวชาญน่าจะดีกว่า

การเลือกกล้องถ่ายรูปกินเวลานานกว่าที่คิด แต่สุดท้ายยูมิซังก็ได้ของขวัญให้กับน้องชายตามที่คาดหวัง ตอนนี้พวกเราจึงเดินไปเรื่อยจนมาถึงสวนสาธารณะกลางเมือง 

ในสวนสาธารณะยามบ่ายวันธรรมดาแทบจะร้างไร้ผู้คน บรรยากาศเงียบสงบมีต้นซากุระเรียงตัวกันอย่างสวยงามแลดูโรแมนติกเหมาะสำหรับการเดทเป็นอย่างยิ่ง ผมกับยูมิซังเดินกันไปเรื่อยจนมาหยุดกันอยู่ตรงม้านั่งริมสวน ผมลังเลมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าควรพูดเรื่องที่รู้มาจากเพื่อนกับยูมิซังดีรึเปล่า ผมรู้ว่าเธอแอบชอบผมอยู่แต่การที่ผมจะไปบอกปฏิเสธทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันพูดอะไรเลยมันดูจะเป็นการเสียมารยาทมากไปหน่อย ผมเลยรู้สึกลังเลตั้งแต่ซื้อของเสร็จจนเดินมาถึงสวนสาธารณะแห่งนี้

“…..”

“…..” ความเงียบโรยตัวอย่างเอื่อยเฉื่อยเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา บรรยากาศโดยรอบค่อยๆ เริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ จนผมไม่รู้ควรทำยังไงดี จะขอตัวกลับก่อนก็ดูแปลกๆ และอีกอย่างถ้าไม่เคลียเรื่องปฏิเสธให้มันชัดเจนคาดว่าจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกได้ในภายหลัง

ผมรู้จักเพื่อนตัวเองดีจึงรู้ว่าเพื่อนผมไม่ใช่คนที่จะมาขอร้องให้ผมช่วยทำอะไรแบบนี้ ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนผมคนนี้ไม่เคยชวนผมไปนัดบอด ไม่เคยคุยเรื่องความรักด้วย และก็ไม่เคยพยายามจับคู่ผมกับใคร เพราะงั้นผมจึงรู้ได้ทันทีว่ายูมิซังมีความพิเศษต่อเพื่อนผมอย่างไร ยูมิซังเป็นผู้หญิงน่ารัก ทั้งจากรูปร่างหน้าตาและนิสัยเท่าที่ได้คุยกันมาสองวันนี้ผมสามารถบอกได้ว่า การจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผิดกันตรงที่ผมมีคนรักอยู่แล้วผมจึงไม่สามารถรู้สึกอะไรกับเธอได้

พรึบ!

“…! ปะ เป็นอะไรไปครับยูมิซังผมสะดุ้งตกใจที่จู่ๆ ยูมิซังก็ลุกพรวดขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้า

เอเลนซังคะ คือฉัน เอ่อ…” ยูมิซังเงียบไป แต่ผมพอรู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อจากนี้จึงนั่งนิ่งรออย่างเงียบๆ จนกระทั่ง

เอเลนซังคะ ฉัน..ฉัน ชอบคุณค่ะ!” ยูมิซังรวบรวมความกล้าและพูดออกมาในที่สุด ผมเงียบไปสักพักก่อนจะค่อยๆ แย้มยิ้มบางๆ ออกมาเพื่อไม่ให้อีกคนเกร็งมากไปกว่านี้

ขอบคุณสำหรับความรู้สึกนะครับแต่ผมคงรับความรู้สึกของยูมิซังเอาไว้ไม่ได้ผมพยายามพูดให้นุ่มนวลมากที่สุดเพื่อไม่ให้ยูมิซังรู้สึกแย่จนเกินไป

“…ทราบค่ะ

เอะ?” คำตอบอันไม่คาดคิดจากหญิงสาวตรงหน้าทำให้ผมต้องกระพริบตาปริบด้วยความแปลกใจ ยูมิซังที่เห็นแบบนั้นเลยช่วยขยายความคำพูดของตัวเองให้

ผลงานเล่มล่าสุดของเอเลนซัง โรแมนติกมากจนฉันอ่านไปหน้าแดงอินไปตามตัวละครเลยนะคะ

“….?”

ปกติแล้วผลงานเล่มก่อนๆ ของเอเลนซังจะเขียนเกี่ยวกับความรักอันลึกซึ้งแต่กลับมีความอาลัยและความเหงาสอดแทรกอยู่ ฉันอ่านแล้วรู้สึกทั้งอิ่มเอมและน้ำตาซึมเลยล่ะค่ะ แต่เล่มล่าสุดที่ออกมาจะบอกว่าแตกต่างจากเล่มก่อนอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ค่ะ เพราะมันทั้งโรแมนติก อ่อนหวาน และทำเอาใจเต้นตึกตักตามไปด้วยเลยค่ะ ^^” ยูมิซังยิ้มออกมาบางๆ แต่ผมก็สังเกตเห็นมือที่กำเข้าหากันแน่นอยู่ด้านหน้า

ฟังแล้วน่าอายนิดๆ เหมือนกันนะครับผมยิ้มแหยอย่างรู้สึกอายตามที่พูด ไม่คิดเลยว่าผลงานตัวเองจะสามารถสื่ออะไรออกมาได้มากกว่าที่คิด ความรู้สึกที่แท้จริงของผมมันคงมากเกินกว่าจะเก็บกักเอาไว้ได้ถึงได้สะท้อนออกมาผ่านผลงานแบบนั้น

ขอบคุณเอเลนซังมากนะคะที่อุตส่ามาช่วยซื้อของในวันนี้

ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ว่างพอดีผมยิ้มและพยายามทำให้บรรยากาศกระอั่กกระอ่วนกลับมาเป็นปกติตามยูมิซังที่กำลังพยายามทำอยู่

เอเลนซังขอบคุณมากจริงๆ นะคะยูมิซังพูดแล้วยื่นมือออกมาข้างหน้า ผมจึงยื่นมือออกไปจับด้วยในท่าเช็คแฮนด์

ครับเรื่องยูมิซังหลังจากนี้คงต้องปล่อยหน้าที่ให้เป็นของเพื่อนผมต่อไป ส่วนผมน่ะต้องกลับไปสารภาพบาปกับรีไวล์เฮย์โจวซะก่อน ( - -;)

หมับ!

“…!! อะ เอ่อยูมิซัง?” ผมตัวแข็งทื่อและได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ อ้อมแขนเล็กที่โอบล้อมรอบตัวอยู่ทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก จะให้ผลักผู้หญิงออกมันก็ยังไงๆ อยู่ แต่จะให้ยืนนิ่งอยู่แบบนี้มันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน

แค่นิดเดียวนาทีเดียวเท่านั้นค่ะ

“…ครับเล่นพูดเสียงเบาอย่างอ่อนแรงแบบนั้นแล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยิ่งนิ่งๆ ให้อีกคนกอด ผมยืนนิ่งให้อีกคนกอดไปเงียบๆ ยูมิซังไม่ได้ร้องไห้ออกมาแต่แขนเล็กกอดผมแน่นมากจนแอบรู้สึกเจ็บ ยูมิซังดูเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งมากคนนึงเลย เป็นผมหน่อยไม่ได้ร้องไห้จนตาบวมแน่ๆ!

ผมเคยโดนรีไวล์เฮย์โจวปฏิเสธความรู้สึกมาแล้วจึงรู้ดี ว่าการถูกคนที่ชอบปฏิเสธมันเจ็บปวดมากแค่ไหน ผมไม่รู้หรอกว่ายูมิซังชอบผมมากน้อยขนาดไหน แต่ไม่ว่ามันจะเพียงผิวเผินหรือลึกซึ้ง ความรู้สึกเจ็บจากการโดนปฏิเสธมันก็คงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่หรอก และคงเพราะรู้แบบนั้นล่ะมั้ง ผมถึงได้ยอมยืนนิ่งให้อีกคนกอดอยู่แบบนี้ เฮ้อออ เป็นพวกขี้ใจอ่อนสินะผมเนี่ย

ปี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!!!!!!!!!!!!

“…!!!” เสียงบีบแตรรถดังลั่นทำให้ทั้งผมและยูมิซังตกใจสะดุ้งโหยงแล้วผละห่างออกจากกันโดยอัตโนมัติ ผมหันไปมองตามเสียงที่ได้ยินก็พบว่ามีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนนข้างสวนสาธารณะที่พวกผมยืนอยู่ และใครบางคนที่ผมรู้จักเป็นอย่างดีก็กำลังเปิดประตูเดินลงมาจากรถ

ฮันจิซัง!?” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นฮันจิซังเดินลงจากรถมายืนส่งยิ้มแหยให้ผม ฮันจิซังกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปใกล้ ผมจึงต้องร่ำลายูมิซังก่อนจะเดินไปหาเธอ

เอ่อฮันจิซังมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับผมถามฮันจิซังทั้งที่ยังเหงื่อตก เมื่อกี้ฮันจิซังต้องเห็นยูมิซังกอดผมอย่างแน่นอนถึงได้ทำหน้ายิ้มลำบากใจแบบนี้

อ่า เรื่องนั้นพอดีฉันมีธุระแถวนี้เลยให้รีไวล์มาส่งน่ะหลังฮันจิซังพูดชื่อรีไวล์เฮย์โจวออกมาผมก็แทบหยุดหายใจ ฮันจิซังเหลือบสายตาเข้าไปมองในรถผมจึงมองตามสายตาของเธอเข้าไปด้านใน 

ฮะ..เฮย์โจว

ขึ้นรถรีไวล์เฮย์โจวไม่แม้แต่จะหันมามองทางผม ใบหน้าเย็นชายังคงเรียบเฉยจนผมเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่พอรู้ว่าจากสถานการณ์แบบนี้รีไวล์เฮย์โจวต้องไม่ได้กำลังอารมณ์ดีอยู่อย่างแน่นอน

เอเลน ถ้ามีอะไรโทรหาฉันนะ เข้าใจไหมฮันจิซังบีบไหล่ผมก่อนจะหลีกทางให้ผมขึ้นรถ

“…ครับผมรับคำเสียงเบาก่อนจะยอมเดินขึ้นรถแม้จิตใจจะรู้สึกหวาดกลัวจนขาแข็ง ผมรู้ว่าตัวเองกำลังกลัวความนิ่งเฉยของรีไวล์เฮย์โจว แต่ผมก็จำเป็นต้องอธิบายให้เฮย์โจวเข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่จึงรวบรวมความกล้าแล้วก้าวขาขึ้นรถ

แอร์บนรถเย็นเฉียบจนเหมือนผมอยู่ขั้วโลกเหนือ ระหว่างทางกลับอพาร์ตเมนต์เงียบสนิทเพราะไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา รีไวล์เฮย์โจวขับรถเร็วมากอย่างน่ากลัว ผมจึงไม่กล้าพูดอะไรออกไปเป็นการกระตุ้นให้ตัวเองต้องตายไวขึ้น แต่คิดว่าพอไปถึงห้องผมต้องรีบอธิบายทุกอย่างให้เฮย์โจวฟังอย่างเร่งด่วน ไม่งั้นอารมณ์ร้อนของคนที่ทำท่านิ่งเฉยอยู่ข้างผมตอนนี้คงไม่มีทางเย็นลงได้


กว่าจะถึงห้องผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้เล่นรถไฟเหาะตีลังกาไปหลายรอบมาก ถึงความจริงแล้วผมจะไม่ได้ไม่ถูกกับเครื่องเล่นชนิดนี้แต่ถ้าเล่นไปหลายรอบมันก็ต้องมีเอียนกันบ้างเป็นธรรมดา ความรู้สึกว่าตัวเองต้องรีบอธิบายเรื่องทั้งหมดให้รีไวล์เฮย์โจวฟังยังคงอยู่ แต่แข้งขามันกลับอ่อนแรงจนเดินตามเฮย์โจวไม่ทัน ตอนนี้ผมเลยเพิ่งเดินมาถึงห้อง 

นั่น เฮย์โจวจะไปไหนครับผมถามรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังถือกระเป๋าเดินทางอยู่อย่างสับสน เฮย์โจวเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผมที่เพิ่งเข้ามาในห้อง แล้วเดินผ่านหน้าผมไปเหมือนผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้

หมับ!

เดี๋ยวครับ! เฮย์โจวจะไปไหน!” ผมจับหูหิ้วกระเป๋าที่เฮย์โจวกำลังถือเอาไว้อยู่แน่น รีไวล์เฮย์โจวเงยหน้าขึ้นมามองผม ใบหน้ายังคงเรียบเฉยตามเดิม แม้แต่ดวงตาก็ไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น

ปล่อย

ไม่ปล่อยครับ!! เฮย์โจวจะเดินหนีผมออกไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้นะครับ! ฟังผมอธิบาย…”

ฉันบอกให้ปล่อย!!!” 

เฮือก!” ผมสะดุ้งโหยงกับเสียงดังลั่นที่รีไวล์เฮย์โจวตะโกนแทรกขึ้น ดวงตาสีเทาดูเหมือนมีเปลวเพลิงลุกวาวโรจน์อยู่ภายใน ใบหน้าเรียบเฉยดูนิ่งสนิทและเย็นชายิ่งกว่าเก่า แต่ผมพยายามรวบรวมความกล้าและกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นกว่าเดิม

ผะ..ผม ไม่ให้ไป ฮะ..เฮย์โจว ต้องฟังผมอ..อธิบายก่อนคำพูดคำจาตะกุกตะกักเพราะจิตใจขลาดกลัว รีไวล์เฮย์โจวตอนนี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมากจนผมไม่อยากเข้าใกล้ แต่ผมกลับกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นเพราะสิ่งที่ผมหวาดกลัวยิ่งกว่าคือรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังจะทิ้งผมไป

ฉันจะกลับมาฟังทีหลังรีไวล์เฮย์โจวพยายามพูดอย่างใจเย็นเมื่อเห็นผมตัวสั่น แต่ผมยังคงกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจนเฮย์โจวต้องส่งเสียงดุออกมา

เอเลน

ผะ..ผม ไม่ให้ไป…”

“…..”

อย่าไปฮึก อย่า…”

“…..”

เฮย์โจว ฮึกฟะ..ฟังผมฮึกก่อนผมเริ่มร้องไห้และเริ่มสะอื้นจนพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่รีไวล์เฮย์โจวยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ไม่มีคำปลอบ ไม่มีท่าทีเห็นใจ มีเพียงสายตาเย็นชาที่มองมายังผมที่น้ำตาไหลเป็นสาย

มันไม่น่าเป็นแบบนี้ ผมไม่ได้ต้องการให้มันออกมาเป็นแบบนี้ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เฮย์โจวกำลังเข้าใจผมผิด มีถ้อยคำมากมายที่ผมอยากจะพูดและต้องการอธิบาย แต่กลับไม่มีคำใดเลยที่หลุดออกไปจากริมฝีปากของผมนอกจากเสียงสะอื้น

ตึง!!!

อะ!” กระเป๋าถูกโยนลงบนพื้นอย่างแรงจนผมที่กำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นพลอยเซจนเกือบล้มลงไปด้วย แต่โชคดีที่ผมทรงตัวทัน ผมหันกลับไปมองรีไวล์เฮย์โจวด้วยความสับสนว่าทำไมจู่ๆ เฮย์โจวถึงได้โยนกระเป๋าทิ้ง แต่กลับต้องเผลอกลั้นหายใจเมื่อเจอสายตาที่อีกคนมองมา

อย่าคิดว่าน้ำตาของแกจะใช้กับฉันได้ผล เอเลน

ผมไม่ได้…!” คำพูดว่าร้ายทำให้ผมอยากพูดแก้ไขให้มันถูกต้อง แต่กลับโดนหยุดทุกคำพูดเอาไว้ด้วยมือหนาที่กำข้อมือของผมเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ

แกคงไม่คิดว่าฉันจะใจเย็นพอฟังแกอธิบายจนจบตอนนี้หรอกใช่ไหม” 

อึก…!” ความเย็นชาในดวงตาสีเทาคู่นั้นทำให้ผมสะอึก ผมรับรู้ได้ถึงอารมณ์ร้อนยิ่งกว่าภูเขาไฟปะทุในความสงบนิ่งและเฉยชานั้น รีไวล์เฮย์โจวพูดถูก ตอนนี้เฮย์โจวไม่อารมณ์เย็นพอจะฟังผมอธิบายเรื่องทั้งหมดจนจบหรอก แต่ว่า

หมับ!

ยะ..อย่าไป…” ผมจับมือรีไวล์เฮย์โจวที่กำลังจะปล่อยออกจากข้อมือตัวเองเอาไว้แน่น ผมรู้ว่าผมเอาแต่ใจ ผมรู้ว่าผมเห็นแก่ตัว ผมรู้ว่าเฮย์โจวอยากออกไปให้ห่างจากผมและทำอารมณ์ตัวเองให้เย็นก่อนเพื่อผลประโยชน์ของผม สมองของผมมันเข้าใจ เข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดีเลยล่ะ แต่ว่ายังไงผมก็ไม่อยากให้รีไวล์เฮย์โจวออกไป หัวใจของผมมันรับไม่ไหว ถ้าเฮย์โจวหันหลังให้ผมตอนนี้แล้วเดินออกไปจากห้อง ผมต้องวิ่งตามไปแน่ๆ ผมไม่อยากรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนทิ้ง ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นเพียงความรู้สึกของผมฝ่ายเดียวหรือไม่ก็ตาม

ฮึกฮึก…” น้ำตาของผมยังคงไหลไม่หยุดระหว่างที่รีไวล์เฮย์โจวเอาแต่นิ่งเงียบ

ตึง!!

เฮือก!” รีไวล์เฮย์โจวชกมือลงบนกำแพงข้างตัวผมอย่างแรงจนผมสะดุ้งเฮือก ดวงตาสีเทาเงยขึ้นสบกับผม สายตาเย็นชามีแววอันตรายพาดผ่านเข้ามาแว่บหนึ่งจนผมตัวสั่น แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมรู้จักแววตาแบบนั้นดี

จะไม่ยอมให้ไป?” น้ำเสียงรีไวล์เฮย์โจวราบเรียบ แต่ผมรู้ดีว่าภายในของเฮย์โจวนั้นไม่ได้สงบนิ่งตามที่ภายนอกแสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย

คะ..ครับผมรวบรวมความกล้าแล้วกลั้นใจตอบ

ยังไงก็ไม่?”

ฮึกครับ อะ…!” 

ตึง!

ผมรู้สึกเหมือนโลกหมุนไป 180 องศา จากตอนแรกที่สองเท้ายืนอยู่บนพื้นราบ แต่จู่ๆ กลับลอยขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะดิ่งลงสู่พื้นอีกครั้ง พร้อมกับแผ่นหลังที่ได้สัมผัสกับความเย็นของพื้นห้อง 

ฮะ..เฮย์โจว?” ผมเรียกรีไวล์เฮย์โจวด้วยความสับสนและตื่นตระหนก รีไวล์เฮย์โจวคล่อมอยู่บนตัวผมขณะที่ผมถูกกดให้นอนราบอยู่บนพื้นห้องหน้าประตู 

งั้นจับฉันเอาไว้แน่นๆ แล้วกัน

หะอื้อ!?”



——————————————50%


- CUT - (กดได้เลยค่ะ)




มันควรจะเป็นเช้าอันสดใสที่ผมได้ตื่นขึ้นมาเพราะจูบอรุณสวัสดิ์ของรีไวล์เฮย์โจว แต่เช้านี้กลับเป็นเช้าที่ผมยังไม่ได้นอนเลยสักนิด

เมื่อคืนหลังจากจบรอบที่สอง ผมคิดว่าทุกอย่างจะจบลงแล้วจริงๆ แต่รีไวล์เฮย์โจวกลับอุ้มผมมาที่เตียงแล้วทำต่อ ผมแทบสลบจากความเจ็บปวดทางร่างกายและความเหนื่อยล้า แต่ผมคงสุขภาพดีมากกว่าที่ตัวเองคิดถึงได้มีสติอยู่ครบจนทุกอย่างจบลงจริงๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้น 

“…เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ฮึกผมสารภาพเรื่องทุกอย่างให้รีไวล์เฮย์โจวฟังหมดแล้ว รวมถึงได้อธิบายแก้ไขในสิ่งที่เฮย์โจวกำลังเข้าใจผิดอยู่ด้วย แต่ใบหน้าด้านข้างของคนที่ตอนนี้นั่งหันหลังให้ผมกลับไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้ผมสามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกเช่นไร ผมคิดว่าเฮย์โจวจะรู้สึกผิดสักนิดหลังจากกระทำการโหดร้ายกับผมไปทั้งหมดเพียงเพราะความเข้าใจผิด แต่ก็ไม่ เฮย์โจวไม่ได้มีวี่แววของความรู้สึกผิดอยู่เลย

“…..”

เฮย์โจว?” ผมลองเรียกรีไวล์เฮย์โจวดูเมื่อเฮย์โจวเอาแต่เงียบแล้วนั่งนิ่ง ผมคิดว่าตัวเองอธิบายทุกอย่างไปเคลียแล้วนะ แต่ทำไมเฮย์โจวถึงยังได้ทำดวงตาแบบเดิมอยู่อีก

เอเลน

ครับ?” หลังจากเงียบไปนานรีไวล์เฮย์โจวก็ยอมพูดสักที ผมนอนมองใบหน้าด้านข้างของรีไวล์เฮย์โจวอย่างรอคอยว่าเฮย์โจวจะพูดอะไรต่อ รู้อยู่หรอกว่าท่าทางของผมตอนนี้มันไม่ค่อยเหมาะสม แต่ผมลุกไม่ขึ้นครับ! หลังจากผ่านมรสุมเมื่อคืนมาถ้าตอนนี้ผมลุกขึ้นผมว่าผมคงเก่งกว่าซุปเปอร์แมนแล้วล่ะ

แกกลัวฉันรึเปล่า

เอะ? ไม่ครับ! ผมไม่เคยกลัวเฮย์โจวนะครับ! จริงอยู่ว่าบางครั้งผมมีรู้สึกเกรงๆ อยู่บ้างแต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกลัวเฮย์โจวเลยนะครับ! แค่กๆๆผมรู้สึกตกใจจนต้องรีบพูดด้วยเสียงอันแหบแห้งจึงไอออกมาหลายครั้ง รีไวล์เฮย์โจวยังคงนั่งหันหลังให้ผม ใบหน้าด้านข้างยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ผมอ่านไม่ออกเลยว่าตอนนี้เฮย์โจวกำลังคิดอะไรอยู่ จึงได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยกับใบหน้าเรียบนิ่งนั้น

แล้วทำไมแกถึงปิดบังฉัน

ผม ผม..คิดจะบอกเฮย์โจวทีหลังจากที่จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ผมไม่ได้คิดจะปิดบังเฮย์โจวเลยนะครับผมสะอึกนิดหน่อยกับคำถาม แต่ก็ตอบไปตามความคิดจริงๆ ตั้งแต่แรก

แกเคยคิดจะปฏิเสธบ้างไหมก่อนรับปากทำเรื่องแบบนั้น

ผมคิดแล้วนะครับ แต่ว่าเพื่อนผมคือ มันจำเป็นน่ะครับผมพยายามเลือกหาคำพูดที่จะฟังดูไม่เป็นการแก้ตัว แต่คำพูดที่พูดออกไปกลับฟังดูเหมือนการแก้ตัวทุกประการ แต่นั่นมันคือความจริงนะ ผมคิดเรื่องจะปฏิเสธแล้ว คิดอย่างถี่ถ้วนเลยด้วย แต่ผมคิดแล้วว่าถ้าปล่อยให้เรื่องมันค้างคาเพื่อนผมจะลำบากและยูมิซังก็อาจจะยังติดอยู่กับความรู้สึกนั้น ผมก็เลยรับปากไป มันจำเป็นจริงๆ นั่นแหละ

ถ้ามีครั้งหน้าที่จำเป็นอีก แกก็จะทำเหมือนเดิมใช่ไหม

ผมมะ…! เอ่อคือ..ผม…” ผมปฏิเสธไม่ออกว่าผมจะไม่ทำอีกแล้ว เพราะผมไม่มั่นใจว่าถ้าใครเดือดร้อนอยู่แล้วผมถูกขอร้องมาแบบนั้นอีกผมจะกล้าปฏิเสธรึเปล่า

ถ้าฉันไปเดทกับผู้หญิงคนอื่นบ้างเพราะจำเป็นแกจะว่ายัง…”

ไม่นะครับ!!” ผมตอบโพลงออกไปก่อนที่รีไวล์เฮย์โจวจะทันพูดจบ แค่คิดถึงเรื่องนั้นหัวใจผมก็บีบรัดแน่นจนเจ็บแล้ว ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ตอนนั้นผมจะเป็นยังไง

อะ!…นั่นสินะ เฮย์โจวคงรู้สึกแบบนี้เองสินะ

ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของรีไวล์เฮย์โจวขึ้นมาบ้างหลังจากลองคิดดูในมุมมองที่กลับกัน ถึงจะบอกว่ามันจำเป็นแต่การต้องมารับรู้เรื่องคนรักตัวเองไปเดทกับคนอื่นนี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย แต่นี่เฮย์โจวดันถึงขนาดเห็นผมยืนกอดกับผู้หญิงคนอื่นอีก คงต้องโกรธเป็นเรื่องธรรมดา

หมับ!

เฮย์โจวจะไปไหนครับ!” ผมรีบจับมือรีไวล์เฮย์โจวเอาไว้เมื่อเฮย์โจวทำท่าจะลุกไปไหน เฮย์โจวจะหนีผมไปไหนอีกแล้วเหรอ ทั้งที่เมื่อคืนผมยอมทนขนาดนั้นแล้วนะ จะหนีผมไปจริงๆ เหรอ

ผมคงทำท่าเหมือนลูกหมากำลังจะโดนทิ้งมากเกินไปรีไวล์เฮย์โจวถึงได้ถอนหายใจแล้วยอมหันหน้ากลับมามองผมในที่สุดหลังจากหันหลังให้กันอยู่นาน ใบหน้าของเฮย์โจวยังคงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ฝ่ามือที่สัมผัสลงมาบนพวงแก้มกลับอ่อนโยนแตกต่างจากเมื่อคืนลิบลับ

แกกลัวฉันทิ้งมากขนาดนั้นเลย?” รีไวล์เฮย์โจวถามขณะมือหนายังคงลูบแก้มช่วยปลอบโยนผมอยู่

ครับ ผมกลัว นั่นเป็นเพียงเรื่องเดียวเกี่ยวกับเฮย์โจวที่ผมกลัวที่สุดผมยอมรับออกไปตรงๆ มองรีไวล์เฮย์โจวอย่างพยายามสื่อว่าอย่าทิ้งผมไป รีไวล์เฮย์โจวย้ายมือจากพวงแก้มแล้วเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะ ส่วนมืออีกข้างที่ถูกผมจับเอาไว้ก็ยกมือผมขึ้นไปแนบลงบนอกข้างซ้ายของตน

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจเต้นดังสะท้อนขึ้นลงจนฝ่ามือสามารถรับรู้ได้ ผมรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจเต้นแรงซึ่งขัดกับใบหน้านิ่งเฉยของอีกคนลิบลับบนฝ่ามือที่แนบลงกับอกข้างซ้าย รีไวล์เฮย์โจวใช้ดวงตาสีเทาจ้องมองผมนิ่งๆ ทำให้ผมต้องละสายตาออกจากอกข้างซ้ายแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอีกคน

วางใจได้ มันจะไม่มีวันนั้นคำพูดของรีไวล์เฮย์โจวทำให้สิ่งที่อยู่ภายในอกข้างซ้ายของผมเริ่มเต้นแรง จนสอดคล้องกับอัตราการเต้นของหัวใจบนฝ่ามือที่ผมแนบอยู่ รีไวล์เฮย์โจวก้มลงมาใกล้จนใบหน้าห่างกับผมไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนเป่ารดเหนือริมฝีปากของผม แม้รู้ว่าไม่ควรรู้สึกแบบนี้หลังจากเพิ่งผ่านเรื่องเมื่อคืนมา แต่ใบหน้าของผมกลับแดงเรื่อขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เพราะความใกล้ชิดและความร้อนจากร่างกายซึ่งถ่ายเทมาของคนด้านบน

สิ่งนี้เป็นของแก…” รีไวล์เฮย์โจวแนบฝ่ามือลงมาบนหลังมือของผมซึ่งวางอยู่บนอกข้างซ้ายของเขา

“…..” 

และไม่ว่าแกจะดูแลหรือทำลายมัน มันก็ยังเป็นของแก

เฮย์อื้ออ!” รีไวล์เฮย์โจวจูบผม ไม่ใช่จูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนจนผมปากแตกเหมือนเมื่อคืน แต่ก็ไม่ใช่จูบเรียกร้องและอ่อนโยนอย่างปกติเช่นกัน แต่มันเป็นจูบที่แสนเศร้า

ฮึก เฮย์โจอื้อน้ำตาผมไหลลงมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ รีไวล์เฮย์โจวยังคงจูบผม อีกครั้ง และอีกครั้งปิดเสียงสะอื้นและทุกคำพูดของผมไปจนหมด จูบครั้งนี้เหมือนสิ่งที่ถ่ายถอดความรู้สึกทั้งหมดของรีไวล์เฮย์โจวออกมา และมันทำให้ผมได้แต่ร้องไห้อย่างไม่มีเสียง

เขาพูดออกมาได้ยังไงว่าผมจะทำลายมัน ผมไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก!! รีไวล์เฮย์โจวใจร้ายที่สุด…! แต่คนที่ใจร้ายยิ่งกว่าคงเป็นตัวผมเอง ผมยอมหักหลังรีไวล์เฮย์โจวเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ผมคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นก่อนความรู้สึกของเฮย์โจว ผมคงทำให้มันร้าวไปแล้วหัวใจที่เขายอมมอบให้ผมแม้รู้ว่าสักวันอาจต้องถูกทำลาย

มันไม่ใช่ความตั้งใจ แต่ไม่ว่าผมจะตั้งใจทำมันหรือไม่ น่าตลกที่ผลลัพธ์กลับออกมาเท่ากัน

น้ำตาของผมยังคงไหลไม่หยุดหลังจากรีไวล์เฮย์โจวผละริมฝีปากออกไปแล้วค่อยๆ จูบซับน้ำตาให้ผมเพื่อปลอบใจ อย่ามาทำดีกับผมตอนนี้ ช่วยใจร้ายกับผมที ได้โปรด

ฮึก ฮืออ เฮย์โจฮึก! ผะ..ผมผมขอ..ฮึกขอโทษ

อืม

เฮย์โจวฮึกเลิกเศร้าฮึก....ได้ไหม

“…อืม

ฮึก..ฮืออออออผมเจ็บจะตายอยู่แล้ว อย่ามองผมด้วยดวงตาแบบนั้นได้ไหม เลิกเช็ดน้ำตาให้ผม เลิกลูบหัวปลอบโยนผม เลิกทำดีกับผมสักที!!! นี่มันจะโหดร้ายเกินไปแล้ว เฮย์โจวจะโหดร้ายกับผมเกินไปแล้ว ผมเจ็บนะ ยิ่งเห็นเฮย์โจวเสียใจผมยิ่งเจ็บ และการที่ผมเป็นคนทำให้เฮย์โจวต้องเสียใจ ผมเจ็บที่สุด

ผมไม่ใช่คนรักที่ดีเลย เฮย์โจวเป็นความรักครั้งแรก เป็นแฟนคนแรก และเป็นครั้งแรกของผมในหลายๆ อย่าง ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ใช่เด็กๆ แล้ว แต่พอเทียบกับรีไวล์เฮย์โจวผมกลับดูเด็กทั้งนิสัยและความคิด ผมไม่รู้ว่าการเป็นแฟนที่ดีต้องทำยังไง ในอดีตกับตอนนี้เหตุการณ์และทุกอย่างมันต่างกันมาก ความรักที่ดูเหมือนจะดำเนินไปด้วยดีของผมจึงมีสะดุดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะทำเรื่องจนถึงขั้นที่เกือบจะแตกหักกับเฮย์โจวไปจริงๆ แบบครั้งนี้ ผมควรต้องปรับทัศนคติใหม่ ไม่งั้นครั้งหน้า ผมอาจทำลายหัวใจของคนที่ผมรักมากที่สุดไปจริงๆ ก็ได้

ฮือออ เฮย์โจว ผมขอโทษ! ฮึก..ฮืออออ!” ผมคิดว่าตัวเองกลั้นน้ำตาเก่ง ผมไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้ารีไวล์เฮย์โจวผู้เข้มแข็งคนนี้ แต่ไม่ว่าผมจะพยายามมากแค่ไหน ไม่รู้ทำไมสุดท้าย คนที่ช่วยอยู่ปลอบใจยามผมร้องไห้กลับกลายเป็นรีไวล์เฮย์โจวทุกครั้ง


อื้ออ…” ความทรงจำสุดท้ายคือผมร้องไห้อย่างหนักโดยมีรีไวล์เฮย์โจวปลอบอยู่ข้างๆ แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งคนที่อยู่ด้านข้างของผมกลับกลายเป็นคนอื่น

ตื่นแล้วสินะเอเลน รู้สึกยังไงบ้างฮันจิซังส่งยิ้มมาให้ผมที่ยังคงมึนงงไม่หาย หัวผมรู้สึกปวดตุบๆ จนคิดอะไรไม่ออก ลำคอก็แห้งผากไปหมด แถมร่างกายยังร้อนมากกว่าปกติจนผมรู้สึกได้ นี่ผมไม่สบายสินะ

เฮย์โจวล่ะครับเสียงของผมแหบแห้งจนน่าตลก ฮันจิซังจึงส่งน้ำให้ผมดื่มก่อนจะตอบคำถาม

เธอหลับไปวันนึงเต็มๆ เลยนะ ตอนนี้รีไวล์ไปสนามแล้วฮันจิซังตอบด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่คำตอบของเธอกลับทำให้ผมช็อคจนเกือบปล่อยแก้วน้ำให้หลุดมือ

สะ..สนา…! แค่กๆๆๆ!” 

เอ้า ใจเย็นๆ ก่อนค่อยๆ ดื่มน้ำ…” ฮันจิซังพยายามปลอบผมให้ใจเย็นลง แต่ตอนนี้ผมรู้สึกหัวหมุนไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกและไม่ทันฟังด้วยว่าเธอพูดอะไรต่อไป ในหัวของผมตอนนี้มีแต่เรื่องรีไวล์เฮย์โจวกำลังไปสนามบินเท่านั้น เฮย์โจวจะไปที่นั่นทำไม หรือคิดจะหนีผมกลับอเมริกาไม่นะ!! ผมยอมไม่ได้!

แคว๊ก!

ว๊าย! เอเลน! ตายแล้ว! จะทำอะไรน่ะ!? เดี๋ยวสิ! เอเลน!” ฮันจิซังโวยวายใหญ่เมื่อเห็นผมดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนจนเลือดไหล แล้วพยายามลุกขึ้นจากที่นอน

ผมต้อง…!”

ตุบ

โอ๊ย!!” ผมร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ด ขาของผมไม่มีแรงจนล้มลงกับพื้นหลังจากพยายามลุกออกจากเตียง แต่ความเจ็บปวดหลังล้มลงเพียงเบาๆ สร้างความเสียหายมหาสารให้กับร่างกายช่วงล่างของผม ผมรู้สึกเหมือนครึ่งร่างตัวเองพิการไปแล้วในตอนนี้ เพราะมันรู้สึกเจ็บมากจนผมต้องงอตัวและขยับอะไรไม่ได้เลย

เธอต้องนอนพักนะเอเลน! รู้ตัวรึเปล่าว่าสภาพเธอตอนนี้มันแย่แค่ไหนฮันจิซังช่วยพยุงให้ผมลุกขึ้นแล้วนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง แต่ผมกลับจับแขนเธอเอาไว้แน่นและไม่ยอมนอนลง

แค่กๆๆ ผมต้องไปสนามบินแม้ลำคอจะเจ็บทุกครั้งยามที่พูด แต่ผมก็พูดเพื่อบอกฮันจิซังให้ชัดๆ ถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ 

หา? แต่…”

นะครับ! แค่กๆๆๆฮันจิซังลูบหลังให้เมื่อเห็นผมไอไม่หยุด ผมมองหน้าฮันจิซังอย่างขอร้องและไม่ยอมนอนพักตามที่เธอพูด สุดท้ายฮันจิซังจึงถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้

กินยานี่แล้วเราไปกันฮันจิซังส่งยามาให้ผม ผมจึงรีบกินยาตามที่เธอบอกก่อนเธอจะช่วยพยุงผมลงจากเตียงเพื่อไปยังสนามบิน

ในหัวของผมยังคงมีแต่เรื่องรีไวล์เฮย์โจวกำลังไปสนามบินตลอดทางที่นั่งรถซึ่งมีฮันจิซังเป็นคนขับ ฮันจิซังบอกให้ผมนอนพักไปก่อนได้เลยแต่ผมกลับนอนไม่หลับไม่ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหน ท้องฟ้าด้านนอกแจ่มใส อากาศเริ่มอบอุ่น และมีซากุระบานเต็มตลอดสองข้างทางไปยังสนามบิน แต่จิตใจของผมตอนนี้กลับไม่มีช่องว่างมาชื่นชมธรรมชาติอันสวยงาม และได้แต่สวดภาวนาให้ไปถึงสนามบินเร็วขึ้นอีกสักหนึ่งวินาทีก็ยังดี

ถึงแล้ว เดี๋ยวฉันเฮ้! เอเลน!!!” 

ตึกๆๆๆๆๆ

เสียงของฮันจิซังไม่อาจรั้งสองเท้าของผมให้หยุดวิ่งได้ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แค่จะลุกลงจากเตียงเองยังทำไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ผมกลับวิ่งพล่านไปทั่วสนามบินเพื่อตามหาใครบางคนที่ฮันจิซังบอกว่าได้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าผม

รีไวล์เฮย์โจว เฮย์โจว! เฮย์โจว เฮย์อะ!” ผมวิ่งตามหารีไวล์เฮย์โจวไปทั่วและหลุดเรียกชื่อเฮย์โจวออกมาตลอดทาง แต่คงเพราะผมรีบวิ่งมากเกินไปบวกร่างกายไม่สู้ดีด้วย ทำให้สองขาหมดแรงและทำท่าจะล้มลงกับพื้น แต่ก็ได้อ้อมแขนของใครบางคนมาช่วยกอดพยุงผมเอาไว้จากทางด้านหลัง

หมับ!

ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่?” น้ำเสียงคุ้นเคยทำให้ผมรีบหันหน้าไปมองคนที่ช่วยตัวเองเอาไว้ทางด้านหลังทันที หัวคิ้วเจ้าของอ้อมกอดขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้าดูดุยังคงเรียบเฉย น้ำเสียงที่ใช้พูดก็ติดเย็นชาเหมือนปกติแต่มีแฝงวี่แววความห่วงใย 

ฮึกคนโกหก

หา? แก…!”

หมับ!!

ฮือออ เฮย์โจวจริงๆ ด้วย ฮือออออ!” ภาพตรงหน้าผมพร่าเบลอไปหมด ผมทั้งปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ และปวดช่วงล่างที่ยังระบมไม่หาย บอกเลยว่าตอนนี้สภาพร่างกายของผมมันเละไม่มีชิ้นดี แต่ผมกลับมีแรงกอดรีไวล์เฮย์โจวเอาไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้เฮย์โจวหนีผมไปไหนได้อีก

ไหนว่าแค่กๆ ไหนว่าจะไม่ไปไหนไงครับ ฮึก! แล้วทำไมถึงจะหนีผมกลับไปแบบนี้ล่ะ ฮืออผมยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หาย ไม่สนด้วยว่าคนรอบข้างจะมองเราสองคนยังไง เพราะตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าคือการทำยังไงก็ได้เพื่อรั้งไม่ให้รีไวล์เฮย์โจวจากผมไป

พูดเรื่องอะไรของแก?” รีไวล์เฮย์โจวกอดตอบเพื่อช่วยพยุงผมเอาไว้ สองขาตอนนี้ของผมสั่นไปหมดจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่รู้เมื่อกี้เอาเรี่ยวแรงจากไหนวิ่งมาได้ไกลขนาดนี้

ก็เฮย์โจวฮึก! เฮย์ฮึก!..ฮึก..โจว มาสนาม..ฮึก..บินฮืออออผมเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องจนรีไวล์เฮย์โจวต้องถอนหายใจออกมา แล้วช่วยลูบหลังแทนศีรษะปลอบโยนให้ผมสงบลงเพราะรู้ว่าผมกำลังปวดหัวอยู่

ฉันแค่มารับฮิว

ฮึก! นั่นแหละ! เฮย์โจวมา…! เอะ?” ผมชะงักกึกไปหลังจากสมองที่ปวดตุบเพิ่งประมวลผลคำพูดเมื่อกี้ของรีไวล์เฮย์โจวได้

“…..”

มะ..มามารับฮิวเหรอครับ? ฮึกผมผละตัวออกจากรีไวล์เฮย์โจวเล็กน้อย แล้วมองใบหน้าของเฮย์โจวพลางกระพริบตาปริบๆ 

ใช่

ไม่ได้จะกลับ…?”

ไม่! ใครไปเอาความคิดว่าฉันจะกลับประเทศมาใส่หัวแก

ก็ฮันจิซังเขาอะ!” อ่า ไม่น่าไม่น่าเผลอพูดชื่อฮันจิซังออกไปเลย ขอโทษด้วยครับฮันจิซัง! (T^T;)

“( -__-^)+”

อ่า เอ่อแค่กๆ โอ๊ย! ปวดหัวจังเลยครับ (;; )” ผมใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนที่ตัวเองเคยเขียนในนิยายทันทีที่รู้ตัวว่าทำพลาดไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของรีไวล์เฮย์โจว แต่สิ่งที่พูดออกไปนั่นหาใช่เรื่องโกหกไม่ ตอนนี้ผมรู้สึกปวดหัวมากจริงๆ เหมือนโลกกำลังหมุนติ้วๆ อยู่เลย ขาก็ไม่มีแรงจะยืนแล้ว นี่ถ้าไม่ได้เฮย์โจวช่วยกอดพยุงเอาไว้ผมคงได้ล้มเจ้าเบ้าลงไปอยู่บนพื้นอีกรอบแน่ๆ

พรึบ

อะ! แค่กๆ ฮะ..เฮย์โจว ทำอะไรน่ะครับ!” ตัวของผมลอยขึ้นสูงเหนือพื้นด้วยสองแขนอันแข็งแรงของรีไวล์เฮย์โจว ผมตกใจและเริ่มประหม่าเมื่อเพิ่งระลึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน

กลับ

เอะ! แต่ คือ ตะ..ต้องอุ้มท่านี้ด้วยเหรอครับ…” นี่มันท่าอุ้มเจ้าหญิงชัดๆ! แต่ผมเป็นผู้ชายนะ แล้วตอนนี้พวกเราก็อยู่กันกลางสนามบินเลยด้วย

แกเดินได้?”

เอะ! เอ่อก็..ไม่ครับพอผมก้มหน้าลงอย่างยอมรับชะตากรรมรีไวล์เฮย์โจวก็เริ่มก้าวออกเดินไปยังทางออกของสนามบิน

ละ..แล้วฮิวล่ะครับ แค่กๆผมยังคงรู้สึกประหม่าจนพูดตะกุกตะกัก แต่นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นฮิวเลย ไหนเฮย์โจวบอกว่ามาเพื่อรับฮิวไง แล้วฮิวไปไหนล่ะ?

ยัยสี่ตาพาไปแล้ว ก่อนฉันจะเจอแก

อ่อ…” ผมพยักหน้ารับรู้แล้วก้มหน้านิ่งเพื่อหลบสายตาผู้คนรอบข้าง ในหัวของผมตอนนี้มันปวดมากขึ้นกว่าเดิมจนผมต้องยืมไหล่เฮย์โจวเป็นที่วางหัว

ฮึก

เอเลน?”

ฮึก ฮื่อปวดหัว แค่กๆ เจ็บ แค่กๆๆผมรู้สึกได้ว่าอาการตัวเองเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ ตามตัวมันปวดไปหมด เจ็บช่วงล่าง และปวดหัวด้วยจนน้ำตามันไหลออกมาเอง แล้วผมก็เริ่มสะอื้นอีกครั้งโดยไม่สามารถห้ามตัวเองได้ แม่เคยบอกว่าตอนผมป่วยจะงอแงมาก แต่ผมไม่ค่อยป่วยบ่อย ผมสุขภาพดีเลยจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และยิ่งป่วยหนักขนาดนี้คงเป็นครั้งแรกเลยมั้ง

ฮืออ เฮย์โจว จะไปไหนฮึกผมกอดรีไวล์เฮย์โจวเอาไว้แน่นเมื่อเฮย์โจววางผมลงแล้วทำท่าจะผละออกไป ไม่เอานะ! เฮย์โจวจะทิ้งผมไปจริงๆ เหรอ

โฮ่ย ฉันต้องขับรถ

ฮือออ เฮย์โจวอย่าทิ้งผม แค่กๆๆผมคิดอะไรไม่ออก สมองประมวลผลไม่ได้ว่าคำพูดของรีไวล์เฮย์โจวเมื่อกี้หมายความว่ายังไง และได้แต่กอดเฮย์โจวเอาไว้ให้แน่นที่สุด เพราะกลัวว่าเฮย์โจวจะทิ้งผมไป

เจ้าลูกหมา อย่างอแง

ฮึก!”

ฉันต้องขับรถ

ฮืออออออออออออ!!” 

“(-_____-;)” รีไวล์เฮย์โจวยอมนิ่งให้ผมกอดหลังจากผมปล่อยโฮออกมา อะไรไม่รู้แหละแต่ห้ามเฮย์โจวไปจากผม!

วุ่นอยู่กับผมได้สักพักรีไวล์เฮย์โจวก็โทรหาฮันจิซังให้เรียกคนขับรถออกมาให้ และพอคนขับรถมาถึงเฮย์โจวก็อุ้มผมพาไปเบาะหลังแล้วยอมให้ผมกอดไปตลอดทางจนผมเผลอหลับไป ดูท่าว่ายาที่ฮันจิซังเอาให้ผมกินก่อนออกมาสนามบินจะเริ่มออกฤทธิ์


หลังเอเลนร้องไห้จนหลับไปทั้งๆ แบบนั้นรีไวล์ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนออกมาเขากำชับฮันจิเอาไว้นักหนาว่าให้เฝ้าเจ้าลูกหมาให้ดีๆ เพราะเจ้านี่ป่วยแล้วงอแงมาก (ข้อมูลมาจากคุณแม่ของเอเลน) แต่สุดท้ายดันปล่อยให้เจ้าลูกหมาป่วยออกมาวิ่งเล่นซะได้ เล่นวิ่งไปซะขนาดนั้นถ้าอาการไม่แย่ลงก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ตึงตึ่งรือรึ้ง~

มีอะไรรีไวล์ถือโทรศัพท์ไว้แนบหูและพูดเสียงเบาเพื่อไม่ให้รบกวนคนหลับ เอเลนขยับตัวเล็กน้อยและเบียดเขามากยิ่งเมื่อได้ยินเสียงรบกวน

(ฉันจะโทรมาถามอาการเอเลนว่าเป็นยังไงบ้าง) ฮันจิที่อยู่ปลายสายมีน้ำเสียงเป็นห่วง เพราะอาการของเอเลนมันแย่มากจริงๆ ตอนที่เธอไปเห็นครั้งแรก

หลับไปแล้ว

(เฮ้อ งั้นเหรอ ยาคงออกฤทธิ์แล้วสินะแต่ว่านะรีไวล์ นายไม่น่าทำถึงขนาดนั้นเลย รู้ไหมว่าตอนฉันตรวจเอเลนอยู่นี่ฉันแทบลมจับ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าดอกเตอร์เยเกอร์เป็นคนตรวจจะเป็นยังไง)

“…..” ได้ยินฮันจิพูดแบบนั้นทำเอารีไวล์ถึงกับเงียบพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน

(แต่เอาเถอะ ถ้านายทำถึงขนาดนี้แสดงว่าวางแผนอะไรเอาไว้สินะ) ฮันจิพูดอย่างรู้ทัน ซึ่งรีไวล์ก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนัก

แค่สั่งสอนเด็กนิดหน่อย ครั้งหน้าจะได้รู้จักปฏิเสธคนอื่นซะบ้าง

(จ้าๆ พ่อคนขี้หวง โอ๊ย! ฉันล่ะแอบสงสารเอเลนจริงๆ ที่ได้คุณลุงหื่นๆ เจ้าแผนการ แถมยังขี้หึงขี้หวงแบบนายไปเป็นแฟน) ฮันจิแอบแขวะนิดหน่อยแต่รีไวล์ก็หาได้สนใจไม่

ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม รบกวนคนหลับรีไวล์กำลังจะกดวางสาย แต่เสียงของฮันจิก็พูดแทรกออกมาจากปลายสายซะก่อน

(มี! รีไวล์ นายอย่าลืมกลับไปแล้วให้น้ำเกลือเอเลนใหม่ด้วย เพราะเอเลนดึงสายน้ำเกลือทิ้งตอนออกมาหานาย ส่วนยาฉันจัดเป็นชุดๆ เอาไว้ให้แล้ว อย่าลืมให้เอเลนกินตรงเวลาด้วยล่ะ อ้อ! แล้วเรื่องไปเที่ยวออนเซ็น เลื่อนออกไปก่อนนะ รออาการเอเลนดีขึ้นเมื่อไหร่ค่อยไป เพราะฮิวดูอยากเที่ยวโตเกียวอยู่ด้วย ฉันเลยจะพาฮิวเที่ยวโตเกียวก่อน) ฮันจิพูดยาวแบบม้วนเดียวจบเพื่อไม่ให้รีไวล์ต้องเสียเวลา เพราะเธอรู้ว่ารีไวล์อยากเอาเวลาไปดูแลคนข้างๆ มากแค่ไหน ตอนเขาตื่นก็ทำเป็นเย็นชาปากไม่ตรงกับใจ พอเขาหลับล่ะอ่อนโยนพูดตรงขึ้นมาเชียว ช่างเป็นผู้ชายที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

เออ

ติ๊ด

รีไวล์พูดแค่นั้นก่อนจะกดวางสายไป ไม่ได้สนใจหากฮันจิจะเรียกรั้งเขาเอาไว้อีก ตัวของคนข้างๆ ยังคงร้อนรุ่ม เหงื่อออกตามขมับและหัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น รีไวล์ใช้นิ้วจิ้มระหว่างหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นเพื่อคลายปมออก ใบหน้าเอเลนเลยดูสงบขึ้น แต่พอรีไวล์เอานิ้วออกหัวคิ้วก็กลับเริ่มขมวดเข้าหากันใหม่อีกครั้ง

จุ๊บ

“I love you Eren” จุมพิตระหว่างหัวคิ้วมาพร้อมกับคำบอกรักซึ่งถูกกระซิบชิดริมใบหู เอเลนส่งเสียงอื้ออึงออกมาเล็กน้อยต่อเสียงรบกวน แต่เพียงไม่นานก็หลับสนิทไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว โดยใบหน้าที่ดูสงบลงแล้วถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ เหมือนรับรู้ถ้อยคำกระซิบกระซาบนั้น


งืมๆ love you Levi…zzZ”













———————————————100%


จบไปแล้วค่ะกับตอนพิเศษตอนแรกของเมนูขนมหวาน ก็จะปวดตับหน่อยๆ แต่กลับมาหวานเหมือนเดิมอยู่ดีสมชื่อเรื่อง ฮาาาา

ตอนพิเศษตอนไปไรท์จะพารีดเดอร์ไปออนเซ็นกันค่ะ ทานช็อกโกแลตขมๆ ไปแล้วเราต้องล้างปากด้วยขนมหวานๆ สักหน่อย~ ฮุๆๆๆ

แอบเตือนล่วงหน้าว่าตอนต่อไปรีดเดอร์อาจตกใจจนตกเก้าอี้ได้โปรดเตรียมตัวเตรียมใจของท่านมาอย่างดี แล้วพบกันใหม่…ปั่นต่อ ヽ( ̄д ̄;)ノ=3=3=3




แจกโปสการ์ดตามรูปค่ะ ใครสนใจกรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้เลยนะคะ

https://goo.gl/forms/Gmt9GJKv4Rn2Jkfr2

ถ้าครบจำนวนแล้วจะปิดฟอร์มค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #83 nnaninan (@rinkoi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:43

    ฮืออออออออ เป็นตอนพิเศษที่ดีอะไรแบบนี้คะะ น้องเอเลนงอแงหนักมากเลย แงงงง น่ารักมากกกก รีไวเจ้าแผนการจริงๆรู้ว่าน้องกลัวก็ยังแกล้ง เป็นตอนพิเศษที่ดีมากๆเลยค่า

    /กัดผ้าเช็ดหน้า
    #83
    0
  2. #79 Conako (@Conako) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 18:45

    เย้ สนุกมากเลยค่ะไรท์

    ปล.อยากรู้จริงๆ ถ้าพ่อเอเลนเป็นคนมาตรวจ จะเป็นอย่างไง
    #79
    1
    • #79-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 18)
      28 ธันวาคม 2561 / 12:15
      อันนี้อาจถึงขั้นต้องเปิดอกคุยตามประสาลูกผู้ชายระหว่างพ่อตาและว่าที่ลูกเขยนอกรอบเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ
      #79-1
  3. #78 หัวห๊อมหอม (@chomcan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 15:36
    ฮื้ออออออ เฮย์โจว ถึงมันจะเป็นแผนแต่น้องก็เจ็บน้องก็เสียใจนะ ใจร้ายยยยยย แต่เอเลนก็ผิดจริงๆนั่นแหละ รอตอนต่อไปที่ออนเซ็นจ้าาา
    #78
    1
    • #78-1 Teddy_BeBear (@fhaanna) (จากตอนที่ 18)
      28 ธันวาคม 2561 / 12:16

      เชิญต่อสถานีถัดไปค่ะ...
      #78-1
  4. #77 Conako (@Conako) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:13

    สนุกมากเลยค่ะไรท์
    #77
    0
  5. #76 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:17
    20% ยังไงก็จะเอา มาก่อนคนแรกด้วย อิ_อิ
    #76
    0