[ตีพิมพ์แล้ว] THE MOON TO MY NIGHT [Austin X Esme]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,341 Views

  • 609 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    66

    Overall
    18,341

ตอนที่ 8 : CH.7 - You are driving me insane (อัพทีเดียว 100 per. กันไปเลย!)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61


GIVEAWAY

แจกกกกกก!


No automatic alt text available.

 

ถ้าใครติดตามเฟิร์นมาหลายปีอาจจะทราบว่าทุกปลายปีเฟิร์นมักมีอะไรมาแจกหรือจัดโปรนิยาย แน่นอนว่าปีนี้ก็ไม่พลาด ของขวัญทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วยแพลนเนอร์ เซ็ทเครื่องเขียน คลิปหนีบกระดาษ (รูปเพชรและเป็นสีโรสโกลด์สโนว์บอล กล่องดินสอรูปยูนิคอร์น ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกล่องของขวัญใหญ่ๆ สีขาวในรูป ส่วนการ์ดนั้นคือการ์ดที่เฟิร์นจะเขียนให้นะ แฮ่

 

กติกา : คราวนี้ไม่ต้องทำอะไร สำหรับคนที่สั่งจอง The Moon To My Night” เท่านั้นนะ เฟิร์นจะสุ่มให้คนที่มีชื่อสั่งจองตั้งแต่ตอนเปิดจองจนถึงวันที่ 22 นี้ เพื่อที่จะส่งให้ถึงมือก่อนคริสต์มาส ส่วนหนังสือจะตามไปทีหลัง เพื่อเป็นการตอบแทนที่สนับสนุนและอุดหนุน งานนี้จะไม่บอกว่าใครได้จนกว่าของจะถึงมือด้วย เป็นซีเครตซานต้ากันไปเลย

 

ตามนี้นะ!

 

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc

อ่านตัวอย่าง : https://goo.gl/hpDCjn







7

You are driving me insane

คุณทำให้ฉันแทบเป็นบ้า

 

 

ฉันนอนแทบไม่หลับเมื่อคืน แถมวันนี้ยังตื่นเต้นจนตื่นก่อนเวลา ใบหน้าของออสตินอยู่ทุกที่ในบ้านฉันเลยตอนนี้ แล้วฉันก็มีรอยยิ้มงี่เง่า อารมณ์ดีจนเกินเหตุเหมือนคนบ้า ไม่ว่าจะตอนส่องกระจก อาบน้ำหรือแต่งตัวมันมีความเป็นไปได้ว่าฉันบ้าไปแล้วจริงๆ

 

ฉันหยิบเดรสแขนยาวลายจุดสีเลือดหมูมาสวม มันเป็นตัวโปรดและก็เป็นเหมือนเดรสนำโชค ส่วนผมก็มัดเป็นหางม้าและผูกด้วยผ้าสีเดียวกัน สภาพบ้านกลับเป็นปกติแล้วตอนที่ฉันลงมาข้างล่างและอากาศก็แสนแจ่มใส

 

ส่วนเฟร์ยาก็ยังส่งข้อความกับโทรมาไม่หยุด

 

บอกตามตรงว่าฉันโกรธเธอน้อยลงแล้วหลังผ่านไปคืนหนึ่ง แต่ฉันก็ยังไม่อยากมาดราม่าตอนนี้เพราะไม่อยากทำลายวันดีๆ ก่อนออกไปเจอออสติน

 

Aw, don’t you look lovely.” (น่ารักอะไรอย่างนี้นะ) ลีอาห์ยกมือขึ้นทาบอกเหมือนเธอปรื้มปริ่มที่เห็นลูกสาวโตเป็นสาวอีกแล้ว โอ๊ย

 

“มากไปค่ะลีอาห์ มากไป”

 

“ก็เอสเม่ของฉันน่ารักจริงๆ นี่คะ”

 

ฉันว่าฉันควรเลิกห้ามลีอาห์ไม่ให้ชมฉันได้แล้วล่ะ เพราะเธอจะไม่มีวันฟังฉันอยู่ดี แต่เพราะลีอาห์ใจดีกับฉันขนาดนี้นี่แหละ ฉันถึงได้รักเธอนัก

 

“จ้าๆ ขอบคุณค่ะ”

 

“รับรองได้ว่าถ้าออสตินมาเห็นเอสเม่ในชุดนี้เขาต้องหลงตายเลย”

 

“ถ้ามันจริงก็ดีน่ะสิ” ฉันหัวเราะ “แต่อย่าเพิ่งพูดอะไรอย่างนั้นเลย ฉันยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นเดตหรือเปล่า”

 

“ถ้าไม่เรียกว่าเดตแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีกล่ะคะ แหม”

 

ฉันบู้ปาก “ไม่รู้สิ ออสตินไม่เหมือนผู้ชายอเมริกันทั่วไปสักหน่อย ฉันไม่อยากตีความอะไรถ้ามันยังไม่แน่นอน”

 

“งั้นก็ขอให้มันแน่นอนเร็วๆ นะ” พี่สาวคนโตกอดฉันแน่น นอกจากจะภูมิใจตอนฉันไปเรียนมหาวิทยาลัยวันแรก ลีอาห์ก็ยังจะภูมิใจกับเรื่องความรักของฉันอีก เธอไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ แต่ก็รู้หลายอย่างเยอะกว่าพวกพี่ๆ ของฉันจริงๆ ซะอีก

 

ออสตินมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน เขาสวมแจ็กเก็ตยีนส์ที่สวมทับจัมเปอร์สีชมพูอ่อนกับยีนส์สีซีด ดูดีจนยากจะสายตาและเขาก็น่ารักที่ขึ้นมารับฉันถึงข้างบน

 

“เธอเป็นคนเดียวกับที่แต่งตัวเป็นแม่มังกรเมื่อคืนเหรอเนี่ย”

 

“หวังว่านั่นมันจะเป็นคำชมนะ” ฉันดึงผมตัวเองให้เขาดู “คนเดียวกันสิ ผมยังหยิกจากเปียที่ถักเมื่อคืนอยู่เลย”

 

“ฮ่าๆ มันเป็นคำชมเอสเม่ เธอดูน่ารักมาก”

 

ฉันกัดริมฝีปากออสตินมุมแบบนี้รับมือยากจริงๆ นั่นแหละ

 

“แต่โอเคแน่นะกับการนั่งเมโทรไปไหนต่อไหนน่ะ” เขาแกล้งถามเหมือนอยากหยั่งเชิง ฉันเชิดหน้าขึ้น

 

“อย่าดูถูกกันสิ ฉันก็นั่งรถสาธารณะเป็นนะ”

 

Shall we go then?” (งั้นเราจะไปกันเลยมั้ยล่ะ)

 

เพราะงั้นเราจึงออกจากเพนต์เฮาส์ ฉันยังคงไม่รู้ว่าออสตินจะพาไปกินมื้อสายที่ไหน แต่ก็ปล่อยให้เขาพาขึ้นรถไฟใต้ดิน เพราะเอาจริงๆ นะฉันไปได้ทุกที่แหละตอนนี้

 

“หวังว่านายคงจะไม่พาฉันไป Botanic Café หรอกนะ”

 

“เธอคงหนีฉันกลับไปกินมื้อเช้าที่บ้านก่อนแน่ถ้าเป็นงั้น” เขาบอกกลั้วหัวเราะ เพราะเราสองคนเอียนเกินกว่าจะไปหาอะไรกินที่นั่นในวันแบบนี้ “เปล่า ฉันจะพาเธอไปที่อื่น”

 

“โอเค ฉันจะรอดูก็แล้วกัน”

 

ไม่นานหลังจากนั้นเราก็ถึงที่หมาย ออสตินพาฉันมาคาเฟ่ที่ชื่อ Happy Bones ความพิเศษของมันก็คือนี่เป็นคาเฟ่สไตล์มินิมอลที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวและดำ มีภาพศิลปะมากมายแขวนอยู่ตามผนังร้าน ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่ก็สวยงามจนน่าถ่ายรูปไปหมดในร้านนี้

 

“พวกเขาสนับสนุนศิลปินท้องถิ่นน่ะ เห็นเธอชอบไปร้านหนังสือเลยคิดว่าน่าจะชอบศิลปะด้วย” ออสตินเอ่ย ทีแรกฉันก็ไปร้านหนังสือเพราะเขานั่นแหละ แต่พักหลังก็เริ่มกลายเป็นหนอนหนังสือขึ้นมาจริงๆ แล้วออสตินก็คิดไม่ผิดหรอก

 

“มันอาร์ตมากเลย” ฉันหยิบไอโฟนขึ้นมาเก็บรูปไว้ อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปออสตินเก็บไว้ด้วย แฮ่โห เมนูก็มีแต่ของน่ากินแฮะ “อ๊ะ ชาเขียวน่ากินจัง ฉันสั่งดีกว่า”

 

“ชาอีกแล้วเหรอ” ออสตินแกล้งเพราะแปดสิบเปอร์เซ็นต์เวลาที่ไป Botanic Café ฉันน่ะสั่งแต่ชา

 

“มันอยู่ในสายเลือดจ้ะ” ชากับคนอังกฤษเป็นของคู่กัน ส่วนพวกคนอเมริกันน่ะดื่มกาแฟเยอะมาก “อืม กินอะไรดีน้า”

 

“ลอง Egg Benedict สิ ของขึ้นชื่อของร้านนี้เลยนะ เสิร์ฟกับแซลมอนรมควันด้วย”

 

“จริงเหรอ” ดีล่ะ งั้นก็เอาตามนี้เลยแล้วกัน

 

เราสั่งอาหารกันและมือถือที่ฉันวางไว้บนโต๊ะก็สั่น ฉันนึกว่าเป็นเฟร์ยาที่โทรมาอีก กำลังคิดจะตั้งโหมดห้ามรบกวนแล้วล่ะ แต่เอ้อเป็นเจฟฟรีย์แฮะ

 

เอ่อ ไม่รับดีกว่า

 

“แล้วนี่ยังไม่ได้คุยกับเฟร์ยาอีกเหรอ”

 

ฉันส่ายหัว “เธอโทรมา ส่งข้อความมาด้วย แต่ฉันยังไม่รับสายขี้เกียจคุยตอนนี้น่ะ”

 

“อืม เธอก็คงจะรู้สึกผิดนั่นแหละ”

 

“คงงั้น จริงๆ มันก็เป็นความผิดของฉันด้วยเหมือนกัน”

 

“แต่คนที่ผิดที่สุดคือพวกคนที่ทำข้าวของบ้านเธอเสียหายต่างหาก” ออสตินบอก พอคิดตามแล้วฉันก็ใจอ่อนนิดหน่อย “กับสองคนนั้นที่ไปมีอะไรกันในห้องเธอน่ะนะ”

 

โอ๊ยแย่ที่สุดเลยเรื่องนั้น

 

“ให้ตายเถอะ นายมาย้ำฉันอีกแล้วนะ”

 

“ฮ่าๆ โทษที แต่พอมาคิดดูตอนนี้แล้วมันตลกดีน่ะ ฉันกำลังงงๆ ไม่รู้ว่าเธอจะพาไปทำอะไร แล้วก็ดันเปิดประตูไปเจอคนทำเรื่องอย่างว่ากันเฉยเลย”

 

เออมันก็จริง

 

“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ ทีแรกฉันเจอสองคนนั้นที่หน้าห้องน้ำเลยไล่ให้ไปที่อื่นรู้มั้ย นึกว่าพวกเขาจะกลับบ้าน ที่ไหนได้ดันขึ้นไปทำกันบนห้องฉันหน้าตาเฉย” ฉันยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดใบหน้า ทำไมจู่ๆ ก็มาเข้าเรื่องนี้กับออสตินได้ก็ไม่รู้ “แบบอะไรจะทนไม่ไหวขนาดนั้น”

 

“แถมไม่ล็อกประตูอีกต่างหาก”

 

“ใช่มั้ยล่ะ! เพี้ยนชะมัด” ฉันมีท่าทางสงสัยอย่างจริงจังแต่ออสตินกลับหลุดหัวเราะ

 

“สงสัยบรรยากาศวันปล่อยผีจะดีไปหน่อยล่ะมั้ง” เขาว่าขำๆ “แต่เปลี่ยนเรื่องจะดีกว่ามั้ย ฟังดูไม่เหมาะกับตอนกินมื้อเช้าเท่าไหร่นะ”

 

ฉันหัวเราะคิกคัก แปลกใจจังที่จู่ๆ ก็สนิทกับออสตินจนคุยเรื่องนี้ได้โดยไม่มีกระอักกระอ่วนแม้สักนิด นับว่าเป็นการพัฒนาที่ดีนะ

 

“อืมทำไมนายไม่บอกฉันล่ะว่าเราจะไปไหนกันหลังจากนี้”

 

“เธออยากไปไหนล่ะ ฉันยังไม่รู้สักหน่อยว่าเธอไปไหนมาบ้างแล้ว” เขาถามกลับ อืม “แต่ได้โปรดอย่าบอกว่าอยากไปเทพีเสรีภาพนะ”

 

“ทำไมเหรอ”

 

“เพราะฉันยังไม่เคยไปเลย”

 

ฉันทำตาโตมาก อ้าปากค้าง “Are you shitting me!? (ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย!)

 

แต่ออสตินส่ายหัว เขามีสีหน้าเหมือนจะบอกว่า ฉันรู้ ฉันรู้…’ I shit you not.” (ไม่ได้ล้อเล่นสักนิด)

 

“นายเกิดและโตในนิวยอร์กนะ ออสติน!” ฉันแผดเสียงใส่

 

“เพราะงั้นไง” เขาว่า “เพราะฉันเห็นมันตั้งแต่จำความได้ถึงได้ไม่รู้ว่าจะไปดูมันทำไม มันก็เหมือนคนที่เกิดลอนดอนแต่ไม่เคยไปขึ้นลอนดอนอายน่ะ ของพวกนั้นเขาสร้างไว้ให้นักท่องเที่ยว”

 

อันนั้นฉันเคยไปขึ้นนะ แต่มันเป็นความจริงที่คนลอนดอนส่วนใหญ่ก็ไม่ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์นั่นหรอก

 

“งั้น” ฉันลากเสียงยาว มันมีแววอ้อนนิดหน่อย ออสตินมองอย่างไม่ไว้ใจ “ไปดูเทพีเสรีภาพกัน”

 

Oh, fucking hell…” เขาถึงกับยกมือขึ้นปิดหน้าเลยทีเดียว ฮ่าๆ

 

“เอาน่า เราจะได้ไปทำอะไรที่นายไม่เคยทำด้วยไง” ฉันหัวเราะ “แล้วหลังจากนั้นก็ไปทำอะไรที่ฉันไม่เคยทำกัน”

 

“อะไรล่ะที่เธอไม่เคยทำ”

 

“อืม” ฉันใช้ความคิด ถึงจะเพิ่งมาอยู่นิวยอร์กได้เดือนกว่าๆ แต่ความจริงฉันเคยมาเที่ยวที่นี่หลายครั้งแล้ว หนึ่งในสิ่งที่ฉันไม่เคยทำเลยก็คือConey Island น่ะฉันไม่เคยไป Coney Island

 

“ไอ้สวนสนุกริมชายหาดนั่นน่ะนะ ถามจริง ฉันนึกว่ามันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเขาชอบไปกันมากที่สุดซะอีก” ออสตินดูคาดไม่ถึง “แล้วเธอรู้มั้ยว่าที่นั่นไม่ได้เปิดทั้งปี พวกเขาเปิดแค่ช่วงอีสเตอร์ถึงวันฮาโลวีน”

 

“ก็วันนี้น่ะสิ” ฉันเบิกตากว้าง บังเอิญขนาดนั้นเลย! “เราต้องไปแล้วล่ะถ้าอย่างนั้น!

 

ออสตินหัวเราะให้กับความเป็นเด็กของฉัน (ฉันคิดว่านะ) แต่เขารู้ดีเลยล่ะว่าเขาห้ามฉันไม่ได้แน่ “โอเคๆมันอยู่ไม่ไกลจากเทพีเสรีภาพเท่าไหร่ ฉันจะพาไปก็ได้”

 

“เย้” ฉันปรบมือเปาะแปะ ออสตินตามใจฉันดีจังเลยนะยิ่งอยากอ้อนเลยอย่างนี้

 

ถึงเราจะแพลนโปรแกรมของวันนี้เอาไว้แล้ว แต่เราก็ไม่รีบร้อนกับการกินมื้อสายของเรา ฉันไม่อยากกำหนดเวลาอะไรในวันนี้ที่จะได้ใช้ร่วมกับเขา แค่อยากให้ทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างที่ความรู้สึกเรามันพาไปเท่านั้นออสตินพาฉันนั่งเมโทรไปขึ้นเฟอร์รีที่จะข้ามไป Liberty Island เขาคอยส่งมือมาให้จับเวลาขึ้นเรือหรือตอนที่ต้องเบียดเสียดนักท่องเที่ยว และฉันก็ไม่อยากจะปล่อยมือจากเขาเลย

 

มันกึ่งๆ จะเป็นเดต เป็นเหมือนช่วงเวลาที่เราจะข้ามจากเพื่อนไปเป็นอะไรที่มากกว่านั้นแต่ก็ไม่ใช่แฟน และมันดูไม่แน่นอนแต่สิ่งนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ

 

ยังไม่ผูกมัด มีแต่รอยยิ้ม เหมือนช่วงแรกของการตกหลุมรักที่แสนสวยงาม

 

“ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือกันเถอะ” ฉันชวน เรือเฟอร์รีที่เรานั่งมีสามชั้น และหลังจากที่เรือแล่นออกไปสักพักเราจะเห็นวิวของเกาะแมนฮัตตันทั้งเกาะ ฉันส่งมือมาให้ร่างสูง และเขาก็มีสายตาของคนขี้ใจอ่อน

 

ดาดฟ้าเรือเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว นิวยอร์กไม่เคยหลับใหลและผู้คนก็หลั่งไหลมาที่นี่ตลอดทั้งปี ทุกคนบนเรือต่างก็มีจุดประสงค์เดียวกันคือการเสาะหามุมดีๆ เพื่อถ่ายรูปแต่สายตาของฉันจับจ้องอยู่ที่ออสติน

 

“อะไรคือสิ่งที่นายชอบที่สุดของนิวยอร์กเหรอ” จู่ๆ ฉันก็นึกสงสัยขึ้นมา

 

“อืมตรงที่มันมีอะไรให้ทำเยอะมากล่ะมั้ง” ออสตินตอบ “นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรมมันก็เลยหลากหลายไปด้วย เธอหาทุกอย่างที่เธออยากทำได้ในเมืองนี้ และหลายอย่างก็หาไม่ได้ที่เมืองอื่นด้วย ต่อให้มันจะเสียงดังหรือวุ่นวายแต่นั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงของนิวยอร์กเลย”

 

“ก็จริงในบางมุมมันก็แอบคล้ายลอนดอนนะ ที่นั่นก็วุ่นวายเหมือนกัน”

 

“เมืองใหญ่ก็อย่างนี้แหละ แล้วเธอคิดถึงบ้านบ้างมั้ย”

 

“คิดถึงสิ ฉันชอบลอนดอนมาก มันยากที่จะอธิบายนะ ถึงที่นั่นจะฝนตกบ่อยแต่มันก็มีกลิ่นอายบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ สิ่งก่อสร้างที่ลอนดอนก็งดงามมาก เราอาจจะไม่มีไทม์สแควร์ แต่เราก็มีลีสเตอร์สแควร์” ฉันยิ้ม “ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านเราน่ะ”

 

“ฮ่ะๆ นั่นสินะ แล้วเธอจะย้ายกลับบ้านหลังเรียนจบหรือเปล่า”

 

“อืมตามแพลนก็เป็นอย่างนั้นนะ” ฉันเว้น คำถามนี้มันสื่อความหมายอะไรหรือเปล่านะ “แต่นั่นมันก็อีกตั้งสี่ปี บางทีถ้าชอบที่นี่มากๆ ฉันอาจอยู่ถาวรเลยก็ได้ ใครจะรู้”

 

ออสตินไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่ยิ้มแล้วเท้าแขนกับราวกั้นของเรือเพื่อมองดูวิว มันเป็นบทสนทนาที่เราไม่จำเป็นต้องมาคุยตอนนี้ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้คือการที่เราอยู่ด้วยกันต่างหากอย่างน้อยนั่นก็เป็นความคิดของฉัน

 

“นายเคยไปลอนดอนมั้ย”

 

“ยังไม่เคย แต่ฉันอยากไปนะ เอลเลียตก็ชวนบินไปช่วงปิดเทอมอยู่เหมือนกัน”

 

“นายน่าจะมานะ คนชอบเที่ยวอย่างนายต้องชอบลอนดอนแน่”

 

“ที่แน่กว่านั้นก็คือมันต้องแพงมากน่ะสิ”

 

“ก็จริง มาลอนดอนสักเดือนอาจแพงพอๆ กับตอนนายไปเอเชียหกเดือนน่ะ แต่นายก็มีที่พักฟรีนี่ นายมีฉันและเอลเลียต”

 

“โอ้ เธอจะให้ฉันไปพักในปราสาทของเธอที่ลอนดอนและฉันก็จะมีคนรับใช้ส่วนตัวใช่มั้ย”

 

ฉันหัวเราะฝืดๆ เพราะเรื่องล้อเล่นของออสตินมันจริงไปซะส่วนหนึ่งแล้ว “ฉันจะให้นายมาพัก แลกกับการทำงานบ้านให้ฉันต่างหาก”

 

“อย่างนี้นี่เอง” ออสตินหัวเราะใหญ่

 

“ล้อเล่นน่า” ฉันย่นจมูก “ฉันยินดีต้อนรับนายเสมอ แค่มาให้มันจริงก็แล้วกัน”

 

“งั้นคงต้องขอเวลาให้ฉันเก็บเงินก่อนนะ”

 

นานแค่ไหนฉันก็จะรอแหละ

 

เรามาถึง Liberty Island กันหลังจากนั้นครู่หนึ่ง และสิ่งแรกที่ทำก็คือถ่ายรูปตรงหน้าทางเข้าเทพีเป็นทีระลึก ด้านในของเทพีเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงประวัติของเทพีเสรีภาพ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ฉันกับออสตินรู้กันดีอยู่แล้ว เราก็เลยไม่ได้ใช้เวลาเดินอ่านนานนักและขึ้นลิฟต์ไปที่ส่วนฐานแทน

 

ทีนี้เรื่องสนุกก็อยู่ตรงนี้แหละ

 

“ฉันไม่เดินขึ้นแน่ๆ ออสติน นั่นมันบันไดวนสามร้อยกว่าขั้นนะ” ฉันยืนกรานเพราะออสตินมีไอเดียที่แสนสนุก (สนุกของเขา!) ว่าเราควรจะเดินขึ้นบันไดวนไปตรงส่วนยอดมงกุฎของเทพี

 

“ไหนว่าเคยมาแล้วไง อย่าบอกนะว่าคราวก่อนก็ไม่ได้ขึ้นน่ะ”

 

“ก็อ่านรีวิวมาแล้ว เขาบอกว่าข้างบนมันเป็นแค่ที่แคบๆ ยืนได้ไม่กี่คนเองนี่” แต่มันก็แหงล่ะ เพราะมันเป็นห้องข้างบนมงกุฎของเทพี มันไม่ใช่แบบ open air ด้วยซ้ำ

 

“แล้วฉันก็นึกว่าเราจะมาทำอะไรที่เธอไม่เคยทำซะอีกนะเนี่ย”

 

“อ่ะ” ฉันชะงัก ออสตินเล่นมุกนี้เลยเหรอ แถมยังมีการเลิกคิ้วอย่างท้าทายอีก

 

Come on.” (มาเถอะน่า) เขาโน้มน้าวด้วยการส่งมือมาให้จับกับรอยยิ้มหวาน

 

เยี่ยมไปเลยออสติน

 

ฉันยอมจับมือกับออสติน และการเดินขึ้นบันไดสามร้อยกว่าขั้นก็ดูจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปเมื่อสมาธิของเราจดจ่อกับสิ่งอื่น ออสตินทำให้ฉันหัวเราะเวลาเล่าเรื่องอะไร เราไม่ได้ปล่อยมือจากกันเลยและทันใดนั้นฉันก็หวังว่าขั้นบันไดมันจะมีมากกว่านี้ เพราะก่อนที่เราจะรู้ตัวเราก็มายืนเบียดในที่แคบๆ บนยอดมงกุฎของเทพีเสรีภาพซะแล้ว

 

ถ้าไม่นับที่ได้จับมือกับออสติน ฉันก็จะขอบอกว่ามันไม่คุ้มเอาซะเลย ออกจะแออัด ร้อน แถมมองออกไปก็ไม่ได้เห็นวิวงดงามขนาดนั้น

 

“โอเค เธอพูดถูกจริงๆ นั่นแหละว่ามันไม่มีอะไร”

 

“ก็บอกแล้วไง” ฉันแยกเขี้ยวใส่ ของบางอย่างมันสวยแค่เฉพาะเวลาดูไกลๆ เท่านั้นแหละ เหมือนที่ฉันไม่เคยคิดจะขึ้นลิฟต์ไปข้างบนหอไอเฟล เพราะดูจากที่ไกลๆ สวยกว่าตั้งเยอะ

 

“ฮ่าๆ ไป Coney Island กันดีกว่า”

 

อืมฉันไปไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละตราบใดที่เขายังจับมือกันอยู่อย่างนี้

 

 

 

 

 

 

 

Coney Island, NY, United States

 

 

Let’s try this.” (ลองนี่กัน) ออสตินเปลี่ยนมาเป็นไกด์ประจำวันทันทีเมื่อเราออกจากเกาะลิเบอร์ตี้มาที่ Coney Island เขาเล่าว่ามันเป็นเหมือนสถานที่วัยเด็กสำหรับคนที่เติบโตขึ้นในนิวยอร์ก เพราะเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นกว่าห้าสิบเครื่องเล่น ร้านค้ามากมายและโชว์ต่างๆ แห่งนี้คือสถานที่ที่คนทุกเพศทุกวัยชอบมาใช้เวลาในฤดูที่อากาศอบอุ่น บรรยากาศของมันเหมือนกับในหนังอเมริกันไม่มีผิด ทั้งซุ้มของกินสีสันสดใส ชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ ร้านขายขนมหวานและร้านอาหาร แล้วตอนนี้ออสตินก็ดึงมือฉันไปที่ร้านขายขนมหวานที่ชื่อ Williams Candy

 

พวกเขาขายตั้งแต่ลูกอม สายไหม ไปจนไอศกรีมและแคนดี้แอปเปิล หรือก็คือแอปเปิลที่เอามาชุบช็อกโกแลต เกล็ดน้ำตาลและอะไรอีกหลายอย่าง และร้านก็ตกแต่งด้วยไฟนีออนหลากสีสัน

 

Oh my God.” ฉันร้อง ทำไมทุกอย่างที่นี่ถึงเหมาะกับอินตาแกรมขนาดนี้นะ ฉันว่าฉันต้องให้ออสตินถ่ายรูปให้เป็นร้อยรูปแล้วแน่ๆ

 

“นี่เป็นขนมโปรดของฉันเลย มาร์ชเมโลบอล ทำจากมาร์ชเมโล เม็ดมะม่วงหิมพานต์กับคาราเมล ลองดูสิ” ออสตินยื่นมาร์ชเมโลบอลที่เขาซื้อมาให้ฉันกัด แค่ส่วนผสมของมันก็ฟังดูเหมือนรสชาติจากสวรรค์แล้ว ฉันลองชิมดูแล้วก็แทบจะครางอย่างมีความสุข

 

“พระเจ้า ทำไมมันอร่อยอย่างนี้นะ”

 

“ทีนี้เธอเข้าใจแล้วนะว่าผู้คนมาทำอะไรกันที่ Coney Island มากที่สุด” ออสตินหัวเราะ เขาเฉลย “หาอะไรกินไง”

 

“มีของขึ้นชื่ออะไรให้ลองอีกมั้ย” ฉันตื่นเต้นกับของกินมากกว่าเครื่องเล่นอีก ณ จุดนี้

 

“ก็มีฮ็อตดอกที่ร้าน Nathan’s Famous น่ะ ร้านนั้นอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 1960 แล้ว นอกจากนั้นก็ต้องลองกินคนิช มันเป็นเหมือนมันฝรั่งบดที่เอาไปอบ เป็นอาหารที่มาจากยุโรปตะวันออก-ยิวหรือไงเนี่ยล่ะ ฉันไม่รู้ว่าเธอเคยกินหรือยัง”

 

“ยังเลย ไปกินกัน!

 

“ฮ่าๆ ใจเย็น เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ แล้วค่อยกินตอนเย็นก็ได้”

 

“อ๊ะ แล้วเราจะไปเล่นรถไฟเหาะนั่นกันมั้ย” ฉันชี้

 

Cyclone น่ะเหรอ ฉันเคยเล่นหลายครั้งแล้ว มันเป็นหนึ่งในรถไฟเหาะรางไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาเลย เธออยากเล่นเหรอ?

 

“มาแล้วก็ต้องเล่นสิ!

 

“ฉันไม่ได้นึกว่าเธอจะชอบของหวาดเสียวอย่างนี้นะเนี่ย”

 

“ฉันแค่เป็นพวกทำทุกอย่างเวลาไปเที่ยวต่างหาก”

 

“ฮ่าๆ ก็ดี อย่าอ้วกเอาขนมที่กินไปเมื่อกี้ออกมาล่ะ” ออสตินดูถูกกันอีกแล้ว แถมยังวิ่งหนีไม่ให้ฉันตีเขาได้อีกต่างหาก ผู้ชายบ้าทำให้ฉันต้องวิ่งไล่ตาม พอเห็นว่าฉันหอบแฮ่กๆ เขาถึงได้หยุด ฉันก็เลยวิ่งไปกระโดดขี่หลังเขาซะเลย ทั้งเดรสนี่แหละ “พระเจ้า หนักเป็นตันเลยนะเธอเนี่ย”

 

“เสียมารยาท! ไม่ได้หนักขนาดนั้นซะหน่อย” นี่แน่ะ งับไหล่ให้ซะเลย ออสตินร้องโอครวญซะเว่อร์ “ตาบ้า เว่อร์จริงๆ เลยนายเนี่ย”

 

เขาหัวเราะลั่น ปล่อยให้ฉันลงยืนดีๆ และเราก็กลับมาเดินข้างกันอีกครั้งมันเป็นการเดินข้างกันบนถนนที่มีร้านค้าทอดยาวฝั่งหนึ่ง และอีกฝั่งเป็นชายหาด ฉันได้กลิ่นของขนมหวาน พิซซ่า ปะปนไปกับกลิ่นเค็มของเกลือ และให้ตายไม่ว่าวันนี้มันจะคืออะไร แต่มันก็เป็นอะไรที่ดีกว่าเดตที่ฉันเคยมีมาทั้งหมดเลย

 

เราสองคนไปต่อแถวเล่นรถไฟเหาะ Cyclone กัน ตอนที่ดูจากไกลๆ มันก็ไม่น่าหวาดเสียวเท่าไหร่หรอก แต่พอได้มาเล่นจริงๆ เท่านั้นแหละฉันกรี๊ดลั่น จับมือออสตินไว้แน่น เราหัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลังตอนที่ลงมา

 

Fucking hell…” ฉันส่ายหัว ขำก็ขำ แต่เหนื่อยก็เหนื่อย

 

“ไปนั่งพักกันหน่อยดีมั้ยล่ะ ฮ่าๆ”

 

ฉันรีบพยักหน้าเห็นด้วย เราแวะซื้อน้ำและไปหาที่นั่งริมชายหาด ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายและออสตินก็มองอย่างแปลกใจ “ทำไมเหรอ?

 

“เธอทำอะไรที่ฉันคาดไม่ถึงหลายอย่างนะวันนี้ ทั้งที่อยากเล่นรถไฟเหาะ และนั่งบนทรายในชุดแบบนั้นโดยไม่ลังเลเลยนะ”

 

“นายไม่เคยเห็นคุณหนูติดดินล่ะสิ” ฉันยิ้ม “คนที่บ้านฉันคงบ่นถ้าพวกเขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่ขอร้องเราอยู่ที่ชายหาด ถ้าไม่นั่งบนทรายมันก็ไม่ได้อารมณ์น่ะสิ”

 

“ฮ่ะๆ ถูกต้อง” ออสตินทิ้งตัวลงนั่งตามมา “ตั้งแต่พฤหัสนี้เราหยุดยาวตั้งสี่วัน เธอจะทำอะไรเหรอ”

 

อืมเป็นคำถามที่ดีนะ มหาวิทยาลัยมีวันหยุดให้เราในช่วงสั้นๆ ก่อนที่เราจะกลับมาเรียนอีกหนึ่งเดือน (และหยุดช่วง Thanksgiving อีก 5 วันในระหว่างนั้น) และเริ่มสอบปลายภาค คิดๆ ดูแล้วเทอมหนึ่งมันก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะเนี่ย

 

“ยังไม่รู้เหมือนกัน อาจจะนอนให้เต็มอิ่มล่ะมั้ง” ฉันบอกกลั้วหัวเราะ “ช่วง Thanksgiving ฉันจะบินกลับอังกฤษ แต่สี่วันนี้คงไม่ได้ทำอะไรมาก นายล่ะ”

 

“คงกลับไปอยู่บ้านจะได้ประหยัดน่ะ” ออสตินเองก็หัวเราะ “ทำอาหารกินเองมันไม่อร่อยเหมือนเวลาแม่หรือยายฉันทำสักที สี่วันนี้ฉันตั้งใจจะกินให้พุงกางไปเลย ช่วงนั้นฉันไม่ต้องทำงานด้วย”

 

อืม ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ฉันคิดถึงก็คงจะเป็นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกับที่บ้านนี่แหละนะ

 

“ฟังดูดีนะ ที่บ้านนายทำอะไรเหรอ”

 

“แม่เป็นพยาบาล ส่วนพ่อเป็นทนายน่ะ”

 

“ว้าว นายไปเอาความชอบประวัติศาสตร์มาจากไหนล่ะถ้างั้น”

 

“อ่านหนังสือน่ะสิ ฉันอ่านหนังสือเยอะมากมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ชอบสงสัยเรื่องนู้นเรื่องนี้ ประวัติศาสตร์มันน่าสนใจจะตายคำถามก็คือเธอต่างหาก มาสนใจประวัติศาสตร์ได้ยังไง”

 

“ก็ครอบครัวฉันมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่อังกฤษ ฉันชอบค้นที่มาที่ไปของตัวเอง แล้วก็มักจะเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจเสมอ ก็เลยคิดว่าฉันอยากรู้ประวัติศาสตร์โลกมากกว่านี้”

 

“ครอบครัวที่มีประวัติยาวนานเหรอ?” ออสตินทวนคำยิ้มๆ

 

อ่าจะเล่ายังไงดีนะ “คือที่บ้านฉันเป็นชนชั้นสูงนิดหน่อย”

 

“ฮ่ะๆ ฉันไม่แปลกใจเรื่องนั้นหรอก”

 

เขาจะแปลกใจกว่านี้ตอนที่รู้ว่าฉันเป็นมากกว่านั้น

 

แต่ก็นะ จะเป็นเอสเม่ หรือเลดี้เอสเม่ ฉันก็หวังว่ามันจะไม่สร้างความแตกต่างกับเขา

 

เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อยและดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเล เวลาผ่านไปไวเสมอเวลาที่เรามีความสุข พระอาทิตย์มันตกดินก่อนที่ฉันจะรู้ตัวซะอีก และฉันก็ลืมไปแล้วล่ะว่านี่มันเป็นวันฮาโลวีนจนกระทั่งเริ่มเห็นผู้คนที่แต่งตัวแฟนซีมาเดินตามถนนกันนั่นแหละ

 

มันก็ให้บรรยากาศพิเศษไปอีกแบบ ฉันกับออสตินไปเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ และก็พักกินฮ็อทดอกกับคนิช เราถ่ายรูปเล่นกันเป็นพักๆ และยามดึกก็คลืบคลานเข้ามาในตอนที่เราหวังว่าค่ำคืนนี้จะไม่มีวันจบลงเลย

 

เรานั่งเมโทรกลับบ้านเหมือนตอนขามา แต่รอยยิ้มที่มีให้กันมันก็กว้างกว่าตอนนั้นนัก

 

พอออสตินขึ้นมาส่งถึงข้างบนตอนที่เรากลับมาถึง และฉันก็สาบานเลยว่าจะต้องจูบลาเขาแน่ๆ ถ้าเราออกปากว่าวันนี้มันเป็นเดตตั้งแต่แรก

 

“ฉันจะเจอนายพรุ่งนี้นะถ้าอย่างนั้น” ฉันกัดริมฝีปากตัวเอง พยายามจะไม่ยิ้มมากเกินไปเพราะฉันว่าฉันดูเหมือนคนบ้ามากไปแล้วล่ะวันนี้

 

“ครับ แล้วอย่าตื่นสายล่ะ” เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าบอกยิ้มๆ

 

ฉันจะนอนหลับหรือเปล่าเถอะ เอาอย่างนี้ดีกว่า

 

“นายก็โทรมาปลุกฉันสิ” ฉันแกล้งเฟลิร์ตเล็กๆ

 

“กี่โมงดีล่ะ ตีห้าดีมั้ยนะ”

 

“ออสติน

 

“ฮ่ะๆ ฉันจะโทรมา เอสเม่” เขารับคำ ไอ้รอยยิ้มที่ฉันพยายามจะกลั้นไว้ก็กลั้นไม่อยู่เลยทีนี้ ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่ฝ่ามืออบอุ่นยกขึ้นลูบผมฉันอีกนะ “เอาล่ะ ฉันกลับก่อนดีกว่า”

 

ฉันเฝ้าภาวนาให้ออสตินจูบฉันสักที แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นอ้อมกอดของเขาแทน ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดีหรอกนะ แต่ความสงสัยที่ฉันมีว่าวันนี้มันเป็นเดตหรือไม่เป็นจะหายไปทันทีถ้าออสตินยืนยันมันด้วยจูบจะยังไงก็ตาม ฉันก็ฝันหวานไม่น้อยไปกว่ากันเท่าไหร่หรอกคืนนี้

 

แต่ก่อนจะไปนอนฝันหวานได้ ฉันคงต้องเคลียร์กับเฟร์ยาสักหน่อย

 

เธอโทรมาเป็นสิบสาย ส่งข้อความมาอีกเพียบ เฮ้อ

 

ฉันต่อสายกลับไปหาเฟร์ยาและเธอก็รับตั้งแต่ที่เสียงสัญญาณดังครั้งแรก

 

[เอสเม่! พระเจ้า ฉันนึกว่าเธอจะไม่อยากคุยกับฉันซะแล้ว]

 

ฉันถอนหายใจ “เมื่อคืนฉันก็ไม่ได้อยากคุยจริงๆ”

 

[โธ่ ที่รักฉันเสียใจจริงๆ ทั้งที่เชิญคนมาเยอะเกินไปและที่พวกเขาทำข้าวของเธอเสียหาย ฉันยินดีจะชดใช้นะรู้มั้ย จะให้ฉัน…]

 

“ฉันไม่ต้องการเงินหรอก เฟร์ยา แต่เธอควรรู้ว่าฉันไม่โอเคกับเหตุการณ์เมื่อคืนจริงๆ” ฉันบอกอย่างตรงไปตรงมาขณะเดินขึ้นห้องตัวเอง ฉันรู้ว่าเฟร์ยาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดอะไรขึ้น เธอก็แค่รักสนุกอย่างที่เธอเป็นมาตลอด

 

[ถ้าอย่างนั้นเธอจะให้ฉันทำยังไง ฉันยินดีทำหมดเลย แต่ขอร้องนะอย่าเลิกเป็นเพื่อนกับฉันเลย]

 

ฉันสัมผัสได้ถึงความเสียใจในน้ำเสียงของเธอ และจริงๆ นะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะโกรธเคืองเธอต่อไปเพื่ออะไร ของที่แตกไปแล้วมันก็ไม่ได้จะกลับมาต่อกันได้เหมือนเดิม แล้วเฟร์ยาก็ดีกับฉันมาโดยตลอด

 

“อย่าเหลวไหลน่า ฉันไม่ถึงขนาดตัดเพื่อนกับเธอหรอก”

 

[จริงนะ! โอ๊ย ดีใจจัง ฉันขอโทษจริงๆ ต่อไปนี้จะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก สาบานเลย]

 

“จ้าๆ แล้วทำให้มันจริงด้วยล่ะ”

 

[จริงแท้แน่นอน! และเพื่อเป็นการไถ่โทษ พรุ่งนี้เราไปกินมื้อเย็นกันนะ ฉันเลี้ยงเอง!]

 

“ตราบใดที่เธอไม่เชิญคนทั้งชั้นเรียนก็ได้เลย” ฉันแกล้ง

 

[โหย ก็บอกว่าไม่แล้วไง จะเชิญแค่ดีนเท่านั้นแหละ] เธอร้อง ฉันหัวเราะหึในลำคอ แต่พูดถึงดีนแล้วก็นึกขึ้นมาได้เรื่องผู้หญิงคนนั้นไง

 

“พูดถึงดีน เธอจะเอายังไงกับเขาล่ะ จะเดินหน้าหรือยังไงดี” ฉันหยั่งเชิง

 

[ไม่รู้สิ ฉันไม่แน่ใจเลย เมื่อคืนตอนที่เธอไล่ออกมาฉันก็กลัวจะโดนเธอตัดเพื่อนมาก หมอนั่นก็เลยอยู่ปลอบฉันอยู่พักหนึ่ง มันก็รู้สึกดีนะ แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาแค่ปลอบในฐานะเพื่อนหรือเปล่า]

 

โถเฟร์ยานะเฟร์ยา

 

“ฉันว่านะทางที่ดีอยู่เป็นเพื่อนกันแบบนี้อาจจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดเธอทำอะไรลงไปแล้วดีนไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอมันจะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ หรือต่อให้ดีนคิดจริงๆ สมมติน่ะมันก็เป็นไปได้อยู่ดีว่าคบกันแล้วพวกเธออาจจะลงเอยด้วยการพังความสัมพันธ์นี้ไปเลย”

 

อย่างน้อยนี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ฉันพูดได้พูดให้เธอเปลี่ยนใจน่ะ

 

[ฉันรู้ๆ แต่ไหนทีแรกเธอบอกว่าจะช่วยกันไงล่ะ]

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเจ็บปวด

 

[จะทางไหนฉันก็เจ็บอยู่ดีนั่นแหละ] เฟรย์ยาถอนหายใจ ซึ่งก็จริงของเธอ [ที่จริงฉันก็คิดเหมือนเธอ ฉันจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน บางทีฉันอาจจะเจอหนุ่มหล่อแล้วลืมอีตาบ้านั่นไปเลยก็ได้]

 

ฉันหลุดหัวเราะ “ฉันเอาใจช่วยนะจ๊ะ”

 

[ขอบใจจ้ะ ว่าแต่เธอน่ะเมื่อวานตัวติดกับออสตินเชียวนะ]

 

ฉันอมยิ้ม “วันนี้ก็เหมือนกัน”

 

[Shit! อะไร ยังไง เล่า!]

 

ฉันทิ้งตัวลงบนเตียง ความเขินเริ่มจู่โจมอีกแล้ว แต่ฉันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เฟร์ยาฟัง ซึ่งเธอก็กรี๊ดเหมือนทุกครั้งพร้อมกับบอกด้วยว่าเธอกลับมาเชียร์ออสตินแทนเจฟฟรีย์แล้ว ขนาดเฟร์ยาเองก็ยังไม่เชื่อว่าออสตินจะมีมุมหวานแบบนั้น

 

สรุปเหตุการณ์วันนี้สั้นๆ ก็คือฉันตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

 

 

 

Next :

ออสตินไม่หลบสายตา เขายื่นมือมาใกล้และไล้ปลายนิ้วไปตามแก้มของฉัน สัมผัสแค่เพียงจากปลายนิ้วของเขาแทบจะทำให้ร่างกายของฉันสั่น

เพราะมันไม่เพียงพอเลย ฉันต้องการให้ออสตินสัมผัสมากกว่านี้

ฉันต้องการสัมผัสเขามากกว่านี้

Oh, fucking hell. แล้วฉันก็ไม่สนบ้าอะไรอีก ฉันดึงเสื้อคนตรงหน้ามาใกล้และ

 

  

 

 


FernniZ’s Talk : 19.12.18 [Next นั่นมันอะไรกัน!?]

          เอาไปเลย เต็มๆ ตอน! เวลาที่มันเป็นตอนฟินๆ ต่อเนื่องอย่างนี้เฟิร์นไม่ค่อยอยากตัดตอนเพื่อที่อรรถรสของมันจะได้ไม่ขาดห้วง อยากให้รีดเดอร์ฟินกันอย่างจุใจนั่นเอง เพราะงั้นนนนนจะขอบคุณมากๆ เลยค่ะถ้าสามารถตอบแทนกันด้วยคอมเมนท์ได้ ขอแค่คนละเมนท์เดียวจริงๆ ให้หายเหนื่อยกับที่ตรากตรำคิด + เขียน + ที่มาอัพแบบเอาใจสุดๆ ด้วยนะ!       และใครที่ยังไม่จองนิยายเรื่องนี้อย่าลืมรีบไปจองกันนะคะ เหลือเวลาอีก 2 อาทิตย์กับอีก 2 วัน เฟิร์นขอบอกเลยว่าถ้าไม่ซื้อตอนนี้และเดี๋ยวยิ่งอัพไปเรื่อยๆ และยิ่งค้างก็จะยิ่งอยากมาซื้อทีหลัง (หัวเราะ) แต่ทีนี้เฟิร์นอาจสั่งนิยายมาเกินไม่มากนะ (คาดว่าไม่เกิน 30 เล่ม) ถ้าถึงตอนนั้นแล้วต้องพึ่งอีบุคหรือไม่ก็อดทนอย่างเดียวเลย ฮิ้วววว ขออนุญาตชงหน่อย ฮ่าๆ ไม่อยากให้พลาดกันค่า :)

            ว่าแต่ Next มันอะไรกันนะอยากรู้มั้ยยยยย???

 

 

Troye Sivan – Strawberries & Cigarettes 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #567 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:26
    next ก็คือเขินบิดไปแล้ววว
    #567
    0
  2. #511 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:00
    ถ้าผชเมกันทั่วไปคิดว่าการออกไปเที่ยวกับผญคือการไปเดท แล้วออสตินจะคิดว่าการไปเที่ยวครั้งนี้เป็นการเดทเหมือนผชคนอื่นมั้ยนะ
    #511
    0
  3. #433 -JHKH- (@fierceoam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:41
    ฮื่อน่ารักกกกก
    #433
    0
  4. #258 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 10:33
    กรี๊ดดดดดดดดดตอนต่อไปอะไรยังไงงงงงง
    #258
    0
  5. #257 INMYHOPE (@phathicha_t) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:48
    เค้าเดตกันนนนนน><
    #257
    0
  6. #256 pranittra rittivittayasakul (@pranittra) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 17:26
    น่ารักมากกกก
    #256
    0
  7. #255 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:55
    อยากิ่านแล้ววววว
    #255
    0
  8. #254 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 09:49
    ยิ้มทั้งตอนเลยค่ะ น่ารักมากๆๆๆ
    #254
    0
  9. #253 Ggaaiill (@kranravee_gail) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 01:31
    อยากรู้แล้ววว
    #253
    0
  10. #252 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 21:14
    เขินวนไปปปปป
    #252
    0
  11. #251 ppeesw (@ricriccute) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:47
    ออสติน นายเกินไปมากจริงๆ เขินไม่ไหวเล้ง;-;
    #251
    0
  12. #250 K_Darin (@K_Darin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:43
    ออสตินนนน แล้วแบบนี้จะไม่ให้รักได้ไง
    #250
    0
  13. #249 maylodyza (@maylodylovely) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:29

    ออสติน แบบนี้ใครจะห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรักนายไหวได้ยังไง
    #249
    0
  14. #248 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:57

    น่ารักมากก อยากเห็นตอนออสตินรู้ว่าเอสเม่เป็นใครแย้วว
    #248
    0
  15. #247 Orange_the kid (@sommainao) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:52
    ออสตินน่ารัก ไม่ไหวแล้วววว
    #247
    0
  16. #246 noobowiie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:44

    น่ารักกกกก อยากอ่านพาร์ทออสตินบ้างจัง

    #246
    0
  17. #245 Bouquet Pemika (@ubotque) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:59
    น่ารักอีกแล้ววววว ตอนหน้าคืออัลไลลลล รอฟินๆๆ
    #245
    0
  18. #244 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:19
    จุใจม้ากกกกกกกก นางเอกคอยจีบอยู่เล็กๆสุดท้ายก็ได้ไปเดตซะทีฮืออออดีใจจจจจ
    #244
    0
  19. #243 ทีเอเอ็ม (@matzr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:02
    โอ้ยยยยยย แม่จ๋าาาาาาาา ช่วยด้วยยยนยนยนย เขินนนนน
    #243
    0
  20. #242 maprangtree (@maprangtree) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:54
    ออสตินน่ารักมากกกก
    #242
    0
  21. #241 kikieluv (@kieluvkey) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:49
    ฮือๆๆๆๆๆๆ โอ้ยน่ารักมากเลยค่ะ!!! ออสตินแบบโอ้นฮือจับมือกันบ่อย!!! อิจฉาๆๆๆๆๆ ฮืออยากเป็นเอสเม่จะแย่แล้วเนี่ย เอสเม่น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ next ก็คือรอไม่ไหวแล้วเนี่ย แบบโอ้ยจูบใช่มั้ยคะ ยังไงดีหน้าร้อนรอเลยเนี่ย
    #241
    0
  22. #240 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:44
    ยิ้มแก้มแทบแตกต่อเนื่องสุดดดดด อะไรจะฟินได้ขนาดนี้ ออสตินน่ารัก เอสเม่ก็น่ารัก เนี่ยตัวอย่างของกุลสตรีเชิงรุกที่แท้จริง5555555 ชอบมากๆเลยค่าาา
    #240
    0
  23. #239 Pin Rinrada (@ppinn-bfc) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:39
    โอ๊ยออสตินนนนน น่ารักอะไรขนาดนั้นนนน
    #239
    0
  24. #238 Aldaren (@sripong_zizz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:26
    ตกหลุมรักออสตินแบบ

    again and again.
    #238
    0
  25. #237 PsychEros (@psyche-tm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:25
    น่าร้ากกก รอนะคะ
    #237
    0