[ตีพิมพ์แล้ว] THE MOON TO MY NIGHT [Austin X Esme]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,340 Views

  • 609 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    18,340

ตอนที่ 9 : CH.8 - I love making you smile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61


PRE-ORDER




  

เปิดจองตั้งแต่วันนี้ – 6 ม.ค. 2019 ย้ำ! คนที่ซื้อแบบรูปเล่มจะได้หนังสือ *ก่อนนิยายจบในเว็บ* (ในเว็บจะอัพไปได้ประมาณครึ่งเรื่องพอดี) และอีบุคก็จะลงในช่วงเดียวกับที่หนังสือถึงมือทุกคน ซึ่งคาดว่าจะประมาณกลางเดือนม.ค. หรือภายในอาทิตย์ที่สาม ไม่เกินนี้แน่นอน

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc



 

 

 

SALE 

ลด-โล๊ะ 5 วันเท่านั้น


Image may contain: 1 person, text

 


เซ็ท SEASONS : เหลืออยู่ 2 เรื่องที่ใกล้หมดเต็มที คือ Winter (เกว็น & ดีแลน) และ Till Our Hearts Catch Fire (เจเรด & เอลานอร์)

 

1. The Moon To My Night - เปิดจองถึง 6 ม.ค.นี้

2. Secret Little Love Birds - เหลือ 8 เล่ม

3. Hot Old Love Flame - เหลือ 10 เล่ม

4. Same Old Love Song - เหลือ 2 เล่ม

5. Winter Serenade - เหลือ 6 เล่ม *แนะนำ*

6. Till Our Hearts Catch Fire - เหลือ 6 เล่ม

7. Checkmate - เหลือ 10 เล่ม

8. To Infinity & Beyond - เหลือ 5 เล่ม

9. Acrux Toxin - เหลือ 3 เล่ม

10. Coz love needs time - เหลือ 3 เล่ม

 

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc

 


***หมายเหตุ : หนังสือส่งได้แค่ช่วงสุดสัปดาห์นะคะ***

 




8

I love making you smile

ฉันชอบการทำให้คุณยิ้ม

 

 

ถ้ามันเป็นเวลาปกติฉันคงยินดีที่อาทิตย์นี้มีเรียนแค่สามวัน แต่การที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันมันหมายความว่าฉันจะไม่ได้เจอออสตินไปด้วย และนั่นก็น่าหดหู่พอสมควรเลย

 

ฉันเริ่มวันแรกของสี่วันอันยาวนานนี้ด้วยการไปช็อปปิงคนเดียวแก้เซ็งและเฝ้ารอให้ออสตินโทรหรือส่งข้อความมาหาตลอดทั้งวัน คือต่อให้สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามันจะดีมาก แต่คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าออสตินเป็นยังไงที่มหาวิทยาลัย สิ่งเดียวที่เขาทำคือเรียน!

 

โมเมนท์หวานๆ น่ะเหรอ ลืมไปได้เลย

 

แล้วฉันก็ไม่อยากเป็นฝ่ายเริ่มต้นอยู่ตลอดเวลา ฉันพยายามไปพอสมควรแล้วนี่ ถ้าออสตินคิดอะไรเขาก็ควรจะพยายามบ้างจริงมั้ยล่ะ

 

แต่ไม่อ่ะ ออสตินไม่ได้โทรมา

 

พอวันที่สองมาถึงฉันก็ยิ่งหดหู่ยิ่งกว่าเดิม

 

“จริงๆ นะ ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่” ฉันบ่นกับแอลที่อยู่ปลายสาย ผู้ที่มีเวลาว่างจากการถ่ายโฆษณาที่เธอกำลังถ่ายอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง แล้วฉันก็กำลังขโมยเวลาของเธออยู่ “ทำไมพวกผู้ชายถึงชอบเป็นแบบนี้นะ มาให้ความหวัง มาพาไปนู่นไปนี่แล้วก็ไม่ติดต่อมาเลยน่ะ”

 

[Darling, it’s guys you’re talking about.] (ที่รัก เธอกำลังพูดถึงผู้ชายนะ) แอลลี่คงกลอกตาไปมาอยู่  [พวกเขาเป็นแบบนั้นเสมอแหละ เธอยังไม่รู้อีกเหรอ ในขณะที่ผู้หญิงตีความไปร้อยแปดพันเก้าอย่าง สิ่งที่พวกเขาคิดอย่างมากก็แค่ โอ้ เดี๋ยวโทรแล้วกันอาจจะเพราะเล่นเกมอยู่ หรือไม่ว่างน่ะ และเหตุผลมันก็แค่นั้นจริงๆ เอสเม่เชื่อเถอะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลย เพราะพวกผู้ชายน่ะไม่ได้คิดเหมือนเราสักนิด ไม่สิ อันที่จริงพวกเขาบื้อและแทบไม่คิดอะไรเลยต่างหาก]

 

“น่าหงุดหงิดจัง ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย”

 

[ฉันเข้าใจนะ แต่ถ้าอยากเจอเขาขนาดนั้นทำไมเธอไม่เป็นฝ่ายส่งข้อความไปก่อนล่ะ]

 

“โธ่ก็ที่ผ่านมามันเหมือนฉันเป็นคนพยายามตลอดเลยนี่นา ฉันอยากรู้ว่าออสตินจะแคร์บ้างมั้ยน่ะ”

 

[ถ้าอย่างนั้นเธอจะมาบ่นทำไมยะ รอต่อไปสิ!]

 

“ก็มันว้าวุ่นใจอ่ะ!

 

[เฮอะ นี่แค่ตอนเริ่มต้นของความสัมพันธ์เท่านั้นนะ อะไรๆ มันก็ดีไปหมดตอนที่ตกหลุมรัก เธอเครียดหนักสุดก็แค่ว่าเขาจะคิดเหมือนเธอหรือเปล่า แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คบกันแล้วเธอจะเครียดว่าจะทำยังไงถึงจะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีเหมือนตอนเริ่มต้นได้ ทีนี้พอทุกอย่างมันลงตัวแล้วปัจจัยต่างๆ ในชีวิตก็จะเข้ามาแทรก พวกเธอมีหน้าที่ของตัวเอง เซ็กซ์ที่หวือหวาอาจกลายเป็นกิจวัตร พวกเธอจะเริ่มเห็นด้านที่อาจจะแย่ของอีกฝ่าย นั่นแหละของจริง]

 

ฉันอ้าปากค้าง “ฉันยังไม่ทันได้เดตกับเขาอย่างจริงจังเธอก็ทำให้ฉันกลัวที่จะได้คบกับเขาแล้วหรอ แอลลี่”

 

เพื่อนสนิทหัวเราะ [มันเป็นความจริงเอส ที่ฉันจะก็บอกก็คือเธอเพิ่งจะตกหลุมรัก อย่าไปเร่งรัดกับมันเลย แล้วเธอก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว ทั้งหมดที่ฉันพูดไปมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับทุกคน สิ่งสำคัญก็คือถ้าผ่านทั้งหมดนั่นกับเขาและเธอต้องการเขาอยู่ นั่นต่างหากคือความรักที่แท้จริง แต่เห็นมั้ยว่าพวกเธอยังมีหนทางอีกไกลกว่าจะไปถึงจุดนั้น ใจเย็นๆ ก่อนจ้ะ]

 

“ฉันควรรออย่างนั้นสินะ” ฉันมีน้ำเสียงเศร้า แต่แอลก็พูดมีเหตุผล “เธอแก่กว่าฉันแค่ปีเดียวเอง ไปเอาความรู้เรื่องความรักมาจากไหนฮึ เธอไม่ได้มีแฟนด้วยนี่นา”

 

[แหม ก็ได้ยินมาเยอะกับฟังจากเพื่อนที่ชอบบ่นอย่างเธอนี่แหละ]

 

“ชิ ไม่บ่นแล้วย่ะ ไปอ่านนิยายดีกว่า!

 

[เอ๊อ ฉันมีค่าแค่ตอนเธออยากบ่นเรื่องผู้ชายใช่มั้ยล่ะ]

 

เพื่อนที่สนิทกันธรรมดาอาจจะรีบปฏิเสธนะ แต่สำหรับเพื่อนซี้ แน่นอนว่า “รู้ตัวก็ดี ฮิๆๆ”

 

[ย่ะ ซาบซึ้งใจซะจริง!]

 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่เธอจะมาเยี่ยมฉันที่นี่ซะทีฮึ”

 

[เอ่อ เลดี้เอสเม่ เธออาจจะลืมไปแล้ว แต่ฉันก็ทำงานเหมือนกันนะ]

 

“แหม ก็ไม่ได้เจอกันตั้งเดือนกว่าแล้วนี่นา

 

[น่าๆ เดี๋ยวเธอกลับมาช่วงปลายเดือนเราก็นัดเจอกันได้ พอเดือนหน้าเธอก็ปิดเทอมกลับมาอยู่บ้านตั้งนานยังไงก็ต้องได้เจอกัน]

 

“ถ้าเธอไม่ติดงานนะ”

 

[แหม ฉันไม่ได้ดังจนงานเยอะขนาดนั้น แล้วเดือนหน้ามันก็คริสมาสต์ ยังไงก็ต้องได้หยุด!]

 

“ฮ่ะๆ ก็จริง แต่ถ้างั้นปีหน้าเธอก็ควรจะบินมาเที่ยวบ้าง ฉันจะพาทัวร์เอง”

 

[ฉันไปแน่นอน ต้องไปดูหน้าออสตินของเธอด้วยนี่นา]

 

ว่าแล้วเชียว

 

อย่างไรก็ตาม ฉันวางสายจากแอลหลังจากนั้นเพราะเธอต้องไปทำงานต่อ แล้วก็มานั่งอ่านหนังสือได้พักหนึ่งเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก

 

โอ้ ออสติน!

 

ฉันหยุดทุกอย่าง รีบรับสายด้วยความรวดเร็ว “ออสติน ว่าไง” ฮู่ววววใจเย็นเอสเม่ แอลบอกให้เธอใจเย็น อย่าตื่นเต้นเกินหน้าเกินตาล่ะ

 

[เฮ้เอสเม่ ทำอะไรอยู่เหรอ]

 

เยส! ฉันร้องในใจ ถามอย่างนั้นแปลว่าอยากชวนฉันไปไหนใช่มั้ยนะ “ไม่ได้ทำอะไรหรอก แค่อ่านหนังสืออยู่น่ะ นายล่ะ”

 

[ฉันกำลังโดนใช้แรงงานอยู่] เขาบอกแล้วก็หัวเราะ หืม… [อยู่บ้านยายน่ะ พอดียายฉันอยากแต่งบ้านใหม่นิดหน่อย ฉันก็เลยมาทางสีห้องให้ยายอยู่]

 

ฉันอมยิ้ม ฟังดูน่ารักอีกแล้วแฮะ “แปลว่าตอนนี้นายก็อู้อยู่งั้นสิ”

 

[ก็ประมาณนั้น]

 

หมายความว่าออสตินพักจากการทาสีแล้วมาโทรหาฉันงั้นเหรอ แบบไม่ได้มีเหตุผลอะไรงั้นสิฉันนึกถึงภาพออสตินทาสีห้อง อาจจะมีสีเปื้อนเนื้อเปื้อนตัวหรือใบหน้าหล่อเหลานั่นนิดหน่อย อ่าฉันอยากจะเห็นภาพนั้นจัง

 

แอลบอกให้รอ แต่ฉันรอไม่ไหวหรอกจริงๆ นะ

 

“อยากได้ผู้ช่วยมั้ย”

 

[หืม…] ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่งราวกับคาดไม่ถึง แล้วเขาก็มีน้ำเสียงแกล้งหยอกอีกแล้ว [คุณหนูอย่างเธอจะทาสีบ้านไหวเหรอ]

 

“แหม อย่าดูถูกกันนะ ถึงจะไม่เคยทำมาก่อนแต่ฉันเรียนรู้เร็วนะจะบอกให้!

 

ออสตินหลุดหัวเราะ [จะมาจริงๆ เหรอ มันทั้งร้อนและเหม็นนะ…]

 

“ส่งที่อยู่มาเลย ฉันจะไปถึงในหนึ่งชั่วโมง” ฉันยืนกราน แล้วคนที่อยู่ปลายสายก็ได้แต่หัวเราะเพราะเขารู้ว่าฉันพูดจริงทำจริง

 

 

 

 

 

 

หนึ่งชั่วโมงเป๊ะๆ หลังจากนั้นฉันก็มากดกริ่งที่หน้าบ้านยายของออสติน ตอนที่บอกว่าจะมาที่นี่ฉันลืมคิดไปเลยว่านี่มันเป็นการมาเจอสมาชิกครอบครัวของออสตินจริงๆ ก็เลยแวะซื้อดอกทานตะวันติดไม้ติดมือมาช่อหนึ่ง หมายถึงฉันก็ควรจะเอาอะไรมาบ้างน่ะนะ

 

คนที่มาเปิดประตูเป็นยายของเขา เธอสวมเดรสลายดอกเดซีและก็มีรอยยิ้มทันทีที่เห็นฉัน

 

“หนูคงจะเป็นเอสเม่ เข้ามาก่อนสิจ๊ะ”

 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันค้อมศีรษะให้ ก่อนจะยื่นช่อทานตะวันให้เธอ “หนูซื้อมาฝากค่ะ”

 

“โอ้ ขอบคุณจ้ะ น่ารักอะไรอย่างนี้นะ” เธอยิ้มไม่หยุด เล่นเอาฉันเปลี่ยนจากเกร็งไปเป็นเขินเลย “นั่งรอก่อนสิจ๊ะ ออสติน

 

“เฮ้ ยายปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านเหรอเนี่ย”

 

พูดถึงก็มาเลย ช่างทักทายเสียจริงฉันส่ายหัว แต่ก็กอดตอบร่างสูง

 

อื้มขนาดแค่ใส่เสื้อยืดเก่าๆ ที่เปื้อนสีนิดหน่อยกับกางเกงวอร์มนะเนี่ย แถมวันนี้ออสตินไม่ได้ใส่แว่นด้วยล่ะ ดูฮอตโคตรๆ เลย

 

“แต่งตัวมาพร้อมเหมือนกันนี่” ว่าพลางจิ้มผมฉันที่มัดเป็นมวยสูงไว้สองข้าง

 

“แน่นอนล่ะ ฉันไม่ยอมให้นายมาหาว่าฉันทำอะไรไม่เป็นหรอก” ฉันเชิดคางขึ้น พราวด์กับเอาท์ฟิตของตัวเองวันนี้ไม่ใช่น้อย ฉันสวมเสื้อครอปสีเหลืองกับเอี้ยมเข้ารูปล่ะ ทะมัดทะแมงสุดๆ

 

“เอ๊ะ ออสติน ไปว่าเอสเม่เขาอย่างนั้นได้ยังไงกัน”

 

โอ๊ะโอ คุณยายดุแล้วแฮะ

 

“ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย” ออสตินรีบออกตัว ฉันหัวเราะคิกคัก “เดี๋ยวเหอะ อย่าหางานให้ฉันสิ”

 

“หลานเนี่ยน้า” ยายของเขาส่ายหัว ออสตินมีสีหน้าไม่เข้าใจ “เอสเม่ดื่มอะไรมั้ยลูก”

 

“แค่น้ำเปล่าก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ”

 

“ได้จ้ะ งั้นนั่งรอก่อนนะ”

 

ฉันพยักหน้ารับก่อนที่เธอจะเดินหายไป เมื่อมันเหลือเพียงเราสองคนแล้วเราก็ต้องสบตากันอย่างช่วยไม่ได้นี่ฉันเพิ่งมาหาออสตินที่บ้านยายของเขาจริงๆ แฮะ

 

“แน่ใจนะว่าไหว”

 

“ก็บอกว่าอย่าดูถูกกันไง” ฉันต่อยแขนออสตินเบาๆ

 

“ฮ่าๆ โอเคๆ” ร่างสูงยกมือยอมแพ้ใหญ่ เขายิ้มมองหน้าฉันและนั่นก็ทำให้ฉันต้องยิ้มตามไปด้วย ให้ตาย“เมื่อวานทำอะไรไป เอสเม่”

 

“ช็อปปิงอย่างเดียวเลย”

 

คำตอบนั้นทำให้เขาขำ “ซื้ออะไรไปบ้างล่ะนั่น”

 

“เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางของจำเป็นทั้งหลายของผู้หญิง” ฉันยิ้มยิงฟันแต่ออสตินส่ายหัว แหมผู้ชายก็อย่างนี้ “แล้วนายล่ะทำอะไร”

 

“ก็กลับมาบ้าน กินอาหารที่แม่ทำซะหนำใจ หลังจากนั้นก็เล่นสแครปเบิลกันน่ะ แล้ววันนี้ก็อย่างที่เห็น”

 

อืมมันก็ไม่ได้มีอะไรอย่างที่แอลบอกจริงๆ นั่นแหละ

 

บางทีเราอาจไม่ต้องได้ยินจากอีกฝ่ายทุกวัน แต่การที่เรามานั่งแลกเปลี่ยนวันของตัวเองอยู่ตรงนี้มันก็แสดงให้เห็นว่าเขาสนใจ และแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ

 

ยายของออสตินกลับเข้ามาพร้อมกับน้ำให้ทั้งฉันและหลานชายของเธอ เรานั่งคุยกันครู่หนึ่งเธอจะขอตัวออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของสำหรับทำอาหารในตอนเย็น ออสตินก็เลยพาฉันขึ้นไปห้องข้างบนที่เขากำลังทาสีอยู่ มันไม่ใหญ่มากแต่ออสตินก็เพิ่งทาไปได้แค่ด้านเดียว เขาติดเทปกาวเอาไว้บริเวณขอบของผนังและปูพลาสติกกันเปื้อนผืนใหญ่ไว้บนพื้น ฉันรับเอาถุงมือที่ออสตินส่งให้มาสวม

 

“ว่าไง อยากมีผมสีเขียวมั้ย” เขาถามอย่างนั้นก็เพราะเขาใช้สีเขียวอ่อนในการทา ฉันหรี่ตาลงมอง

 

“รู้สึกว่าพอสนิทกันแล้วนายจะพูดเยอะขึ้นนะ แต่พูดแต่อะไรที่กวนๆ ทั้งนั้น”

 

แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่ออสตินหัวเราะฉันชอบที่จะทำให้เขาหัวเราะอย่างนั้นเป็นบ้า

 

“ติดมาจากไอ้เอลเลียตหรือไม่ก็ไอ้ดีนชัวร์”

 

“ไม่ต้องไปโทษพวกเขาเลย” ฉันร้อง ออสตินนั่นแหละตัวดี ถ้าดูจากตอนเรียนนี่ไม่มีวันรู้แน่ๆ ว่านอกห้องเรียนเขาจะเป็นอย่างนี้

 

แต่ก็ดี ให้ออสตินใส่แว่นและทำตัวเนิร์ดไปนั่นแหละ ฉันจะได้ไม่มีคู่แข่ง

 

“ไม่โทษก็ได้ เพราะงั้น” เขาเว้นแล้วก้มลงหยิบโรลทาสีขึ้นมายัดใส่มือฉัน โอ้ มันหนักกว่าที่คิดแฮะ “ไหนโชว์ฝีมือให้ดูหน่อยซิ”

 

“แล้วนายจะใช้อะไรล่ะ” ฉันถาม เพราะดูเหมือนว่าเขาจะมีโรลทาสีแค่อันเดียวเอง

 

“ฉันก็จะไปนั่งกระดิกเท้าคอยกำกับเธอน่ะสิ” คนตัวดีหัวเราะลั่น ฮะ “ล้อเล่น ฉันจะใช้แปรงเพราะเรามีโรลแค่อันเดียว ทีแรกฉันทำอยู่คนเดียวนี่นา”

 

“สรุปว่าฉันมาช่วยหรือมารบกวนนายกันแน่เนี่ย” ฉันมึนไปหมด ออสตินอมยิ้ม

 

“ฉันดีใจที่เธอมา”

 

เอ้อ ตอบแบบนี้แค่ตั้งใจหลอกให้ช่วยทาสีหรือเปล่านะ ถ้าใช่มันก็ได้ผลเอามากๆ เลย

 

 

Next :

วินาทีถัดมาฝ่ามือที่แตะแก้มของฉันก็เปลี่ยนเป็นประคองใบหน้าฉันเอาไว้แทน มืออีกข้างของออสตินสอดเข้าไปในเรือนผม มันเป็นสัมผัสที่รั้งเอาไว้ไม่ให้ฉันถอยหนีไปไหนในยามที่เขา

 

 

 

 







“ดีล่ะ ก่อนอื่นเปิดเพลงปลุกอารมณ์หน่อยดีกว่า” ฉันชูสองแขนขึ้น ฮึดเต็มที่ ก่อนจะเข้าแอป Spotify เพื่อเลือกเพลย์ลิสต์ดีๆ ฟังไปด้วย ออสตินแค่มองขำๆ ฉันก็เลยแกล้งด้วยการใช้โรลทาสีเป็นไมค์ ร้องเพลงกรอกหูเขาและเต้นตามจังหวะไปด้วย

 

Oh God, you’re crazy.” ปากว่าอย่างนั้นแต่เขาก็หัวเราะ ฮี่ๆ สนุกจัง

 

แต่เอาล่ะ เริ่มทำงานดีกว่า!

 

ก่อนอื่นฉันก็ต้องเอาโรลนี่ไปจุ่มสีสินะอืม ฉันจุ่มมันลงไปในถาดที่ออสตินเทสีเอาไว้แล้วอย่างระมัดระวัง โดยมีเจ้าตัวเขายืนมองอย่างอยากรู้ว่าฉันจะทำได้จริงๆ มั้ย ฮึแค่นี้มันจะไปยากอะไร ฉันคิด

 

แต่พอยกขึ้น สีก็ไหลโจ๊กเป็นทาง

 

“เธอจะได้ทาพลาสติกที่พื้นนี่เป็นสีเขียวก่อนกำแพงแน่ถ้าทำงั้น” ออสตินมองขำๆ เขายื่นมือมาเอาโรลทาสีคืนไป

 

“อ้าว แล้วต้องทำยังไงอ่ะ”

 

“นี่ เห็นร่องที่ถาดนี่ไหม” เขาหมายถึงถาดสีนั่นแหละ “เอาโรลไปถูกับมันหลังจากที่จุ่มสี มันจะได้หมาดและไม่หยดเลอะเทอะตอนเธอเอาไปทา”

 

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ฉันพยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ รับโรลคืนมาหลังจากที่ออสตินทำให้ดูแล้ว

 

อ๊ะ ทีนี้ก็ทาได้แล้วสินะ ฉันทาบโรลทาสีกับผนัง ออสตินหันไปหยิบแปรงและถือถาดขึ้นมาบ้าง

 

อืมเริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ มันมีเทคนิคการทาหรือเปล่า หรือว่าควรจะเริ่มจากด้านบนสุดแล้วทาลงมา น่าจะต้องใช่แน่ๆ เพราะเดี๋ยวสีมันก็ไหลลงมาอยู่ดี

 

ทาๆ

 

“เอสเม่” ออสตินเรียกอีกแล้ว ฉันขมวดคิ้วแน่น อะไรอีกล่ะคราวนี้ “ลองทาเป็นตัวดับเบิลยูดู สีมันจะเท่ากันมากกว่าทาลงมาตรงๆ อย่างนั้น”

 

“จริงดิ” เขาทำแบบนั้นกันเหรอ ฉันหันไปมองกำแพง แล้วต้องวาดดับเบิลยูตัวใหญ่แค่ไหนอ่ะ

 

“มานี่มา” ออสตินคงเห็นฉันยืนงงอยู่หน้ากำแพงและมันคงจะตลกจนเขาทนไม่ไหว สุดท้ายร่างสูงก็เลยวางถาดกับแปรงลงและมาขอโรลทาสีไปจากฉัน เขาทามันเป็นดับเบิลยูตัวใหญ่บนผนัง จากนั้นก็ทาไปตามแนวตัวดับเบิลยู ฉันมองอย่างทึ่งๆเพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าเขาไม่ได้ลากขึ้นลากลงเวลาทาสีบ้านกัน “ลองทำตามฉันดู คิดว่าทำได้มั้ย”

 

“อ่าฮะ ก็ดูไม่เห็นยากอ่ะ”

 

เขายิ้ม เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขาจะคอยดูงั้นแหละ “ดี ฉันจะใช้แปรงทาสีนี่เก็บตรงขอบที่ใช้โรลทาไม่ได้แล้วกัน”

 

“ทำไมงานนายดูง่ายกว่าล่ะ” ฉันทาสีกำแพงส่วนออสตินเก็บขอบเรอะ

 

“มันไม่ง่ายนะเฮ้ย ใช้โรลอันใหญ่ๆ อย่างนั้นทาแป๊บเดียวก็เสร็จ แปรงทาสีฉันอันเล็กเท่านี้แถมยังต้องทาตรงมุม เธอคิดว่ามันง่ายเรอะ”

 

“เอ่อก็น่าจะยากอยู่นะ” ฉันคิดตาม ฟังดูเป็นงานละเอียดและต้องมีความอดทน ซึ่งไม่น่าใช้สไตล์ฉันเท่าไหร่

 

ฉันตัดสินใจว่าจะอยู่กับเจ้าโรลทาสีต่อไปและเริ่มทำตามที่ออสตินสอน มันเงอะๆ งะๆ ในทีแรกแล้วออสตินก็คอยขำท่าทางของฉันอยู่ตลอด แต่พอเวลาผ่านไปสักพักจนฉันพอจะชินขึ้นมาแล้วมันก็เริ่มสนุกก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นนี่นา โหะๆ

 

ฉันแหกปากร้องเพลงสนุกสนานของฉัน ออสตินที่ทำเหมือนฉันเพี้ยนอย่างนั้นก็ได้ยิ้มและคอยหัวเราะตามเวลาฉันเต้นแรงเกินไปแล้วสีมันกระเด็นมาติดเอี๊ยม ง่ะเออ ช่างมันเถอะ

 

แต่ทีนี้พอเวลาผ่านไปได้สักสองสามชั่วโมงและฉันเริ่มปวดแขน ฉันก็ตระหนักว่านี่มันไม่ใช่งานง่ายจริงๆ ด้วย ห้องนี้ใหญ่พอสมควร ฉันสงสัยว่าจนเย็นเราจะทาเสร็จกันหรือเปล่านะ จากที่กระโดดโลดเต้นฉันก็เริ่มอยากจะนั่งทาแล้วล่ะ และมันก็ร้อนจริงๆ ซะด้วยสิ

 

“เหนื่อยยัง” คนตัวสูงหันมาถามเพราะฉันทาเอื่อยลงทุกที

 

“ก็นิดหน่อย แต่เมื่อยแขนอ่ะ”

 

“งั้นก็พักก่อนสิ ฉันจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้” เขาว่าและหายออกไปจากห้อง ฉันเลยวางโรลลงก่อนจะถอดถุงมือและบิดแขนไปมา

 

โอ๊ยเมื่อยชะมัด พรุ่งนี้จะยกแขนได้มั้ยล่ะเนี่ย

 

“ชอบน้ำมะนาวมั้ย ยายฉันทำไว้น่ะ” ออสตินกลับมาพร้อมคำถามนั้น เขามีเหยือกน้ำมะนาวกับแก้วสองใบในมือ ฉันพยักหน้าโดยไม่มีลังเลเลย เขาก็เลยรินมาให้ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างพลางบ่น “ให้ตายสิ ร้อนชะมัดเลย สาบานว่านี่ต้นเดือนพฤศจิกานะเนี่ย”

 

“ก็เราทำงานกัน มันก็ต้องร้อน

 

ปลายเสียงของฉันขาดหายไป เพราะอะไรไม่อะไรออสตินดันถอดเสื้อยืดของเขาออกและยกมือขึ้นเสยเรือนผมที่ชุ่มเหงื่อนิดหน่อยด้วยท่าทางที่เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าโคตรจะเซ็กซี่น่ะสิ

 

ฉันเกือบจะสำลักใครจะไปรู้ว่าใต้แว่นนั่นนอกจากจะซ่อนความกวนกับมุมเจ้าเล่ห์นิดๆ เอาไว้แล้ว ใต้เสื้อนั่นยังจะซ่อนหุ่นล่ำๆ เอาไว้อีก ฉันเพิ่งสังเกตว่าออสตินมีกล้ามแขนเหมือนคนที่ชอบออกกำลังกาย และดูซิกซ์แพคนั่นสิโอ้ ให้ตายเถอะพระเจ้า

 

“เธอรีบกลับบ้านหรือเปล่าน่ะ” เขาหันมาถามโดยที่ยังยีผมตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งอยู่ ออสตินพาดเสื้อยืดตัวเดิมเอาไว้บนบ่า แต่ฉันตอบอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ “เอสเม่?

 

“เอ่อเปล่าๆ ไม่หรอก ทำไมเหรอ” โคตรไม่รีบเลยล่ะ โดยเฉพาะตอนที่เขายังถอดเสื้ออยู่แบบนั้น

 

“ยายฝากให้ฉันมาถามเธอน่ะว่าอยากอยู่กินมื้อเย็นด้วยกันหรือเปล่า หมายถึงถ้าเธอไม่ว่างหรือไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะ” ออสตินลดมือที่ยีผมลงมาลูบท้ายทอยด้วยท่าทีประหม่า นัยน์ตาสีฟ้าหลบตาฉันราวกับเขายังไม่แน่ใจนักว่าฉันจะคิดอย่างไรกับคำเชิญนั้น

 

มันคาดไม่ถึงนิดหน่อยนะ แต่

 

“ว่างสิ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “และยินดีที่สุดเลยล่ะ”

 

พอได้ยินคำตอบดวงตาคู่นั้นจึงสบตากับฉันอีกครั้ง ริมฝีปากสีธรรมชาติมีรอยยิ้ม เขาเดินมานั่งลงบนพื้นข้างที่ฉันนั่งอยู่ “ถ้างั้นก็ดี ยายฉันอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะ หลังตาเสียท่านก็เลยเหงานิดหน่อย พอมีใครมาบ้านทีไรก็ชอบเชิญให้อยู่กินมื้อเย็นด้วยแบบนี้” เขาเล่ายิ้มๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเศร้านิดหน่อยตอนที่พูดถึงตาของเขา “ไอ้เอลเลียตเองก็ชอบโผล่มาแบบไม่บอกเวลาที่มันเบื่อของซื้อกิน มันพยายามจะแย่งตำแหน่งหลานคนโปรดไปจากฉันน่ะ”

 

ฉันหลุดหัวเราะ เขากับเอลเลียตนี่ก็ซี้กันจริงๆ แฮะ “นายไม่มีพี่น้องคนอื่นเหรอ”

 

“มีน้องสาวคนนึง อลิสัน แต่ไม่รักดีเท่าไหร่เพราะท่าทางจะปิ๊งไอ้เอลเลียตน่ะ” เขาตอบแบบฉุนหน่อยๆ แถมถอนหายใจฟึดฟัด ฉันหัวเราะเสียงดังเลยทีนี้ “ฉันว่ามันต้องแอบเข้าทางยายฉันแหงๆ โคตรไม่น่าไว้ใจเลย”

 

“ฮ่าๆ นายต้องระวังหน่อยแล้วนะอย่างนี้” ดูจากที่เขาควงผู้หญิงไม่เคยซ้ำคนเวลาเจอกันที่ปาร์ตี้ ฉันว่ามันไม่ใช่ไอเดียที่ดีที่น้องสาวคนเล็กของออสตินจะชอบเขา “เธออายุเท่าไหร่เหรอ”

 

“สิบแปด กำลังจะเรียนจบปีนี้ ฉันพยายามจะยุอยู่ว่าให้ไปเข้ามหาวิทยาลัยที่รัฐอื่น แต่ดูจะคว้าน้ำเหลว”

 

“ถ้างั้นเธอก็โตแล้วนะ นายไปบังคับเธอไม่ได้หรอก” ฉันบอกยิ้มๆ

 

“นั่นแหละที่น่าโมโห” ออสตินบอกเซ็งๆ “อันที่จริงเอลเลียตมันไม่ได้สนใจอะไรอลิสันหรอก มันบอกฉันกับปากเองน่ะนะ แต่เธอก็รู้ ผู้หญิงอเมริกันชอบสำเนียงอังกฤษ ยิ่งบวกกับหน้ามันเข้าไปอลิสันก็ยิ่งปลื้มเลย”

 

“โอ้ ฉันว่าต่อให้เอลเลียตไม่ต้องเป็นคนอังกฤษสาวๆ ก็ยังจะกรี๊ดเขาอยู่ดีนะ”

 

ออสตินถึงกับมองหน้าฉันเลย “เธอก็คิดว่ามันฮอตงั้นสิ ให้ตาย”

 

อุ๊ย ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ แต่มันก็เป็นเรื่องจริงอ่ะ

 

ออสตินแอบหึงหรือเปล่านะ

 

“ก็ฉันแค่พูดตามความจริง เอลเลียตน่ะหล่อมาก” ฉันแกล้งเว้นนานๆ เพื่อหยั่งเชิง คราวนี้คนตัวสูงถึงกับหรี่ตาลงมองฉันเลย “แต่ไม่ใช่สเปคฉันหรอก”

 

ฉันเอ่ยประโยคนั้นออกไปโดยที่สบตากับออสตินตรงๆ เพื่อสื่อความหมายให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วคนที่ฉันชอบมากกว่าคือใคร และฉันก็รู้ว่าออสตินรู้นะเพราะรอยยิ้มของเขาที่กว้างขึ้นและเขาพยายามจะซ่อนด้วยการหลบตาฉันนั่น แต่ที่ฉันไม่รู้ก็คือทำไมออสตินถึงยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อีก

 

เขาขี้อายเหรอ

 

หรือเขาเริ่มต้นก่อนไม่เป็น

 

ก็ไม่น่าจะใช่

 

โอ๊ย ฉันจะต้องจับเขาปล้ำไหมเนี่ย ออสตินถึงจะรู้ว่าฉันเปิดโอกาสให้อยู่ตรงนี้

 

 

 

 

 

 

 

เราเริ่มทาสีต่อโดยที่ฉันยังหงุดหงิดนิดหน่อยที่เดาใจออสตินไม่ได้สักที แล้วจนเย็นเราก็ยังทาไม่เสร็จทั้งห้อง แต่เราก็ตัดสินใจพักเอาไว้ก่อนแล้วมาล้างไม้ล้างมือกินมื้อเย็นแทน ยายของออสตินทำสตูว์เนื้อตุ๋นใส่มันฝรั่งและแครอทที่หน้าตาโคตรน่าลิ้มลอง ฉันไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองเหนื่อยและหิวแค่ไหนจนกระทั่งตักคำแรกเข้าปาก

 

Oh, my God, this is amazing.” ฉันร้องบอกกับคุณยาย พระเจ้า นี่มันอร่อยกว่าที่ฉันเคยกินจากเชฟร้านดังๆ อีกนะ

 

“ดีใจที่ชอบนะจ๊ะ ทานเยอะๆ สิ”

 

“ขอบคุณมากเลยค่ะ”

 

เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “ที่อังกฤษมีอะไรอย่างนี้มั้ยจ๊ะ”

 

“มีค่ะ แต่ไม่เห็นจะอร่อยขนาดนี้เลย”

 

“ฮ่ะๆ คงจะแค่คนละสูตรกันน่ะจ้ะ แต่มาอยู่นี่หนูคงคิดถึงอาหารอังกฤษแย่เลย”

 

“ก็คิดถึงนะคะ แต่พอไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ แล้วได้ลองอาหารประเทศอื่นหนูก็รู้ว่าอาหารอังกฤษไม่ได้อร่อยขนาดนั้นเลย แล้วนิวยอร์กก็มีอาหารหลากหลายเชื้อชาติให้เลือกกินเยอะมาก มันก็เลยยังโอเคอยู่ เสียอย่างเดียวคืออาหารที่นี่จานใหญ่มากจนหนูกินไม่ค่อยหมด” ฉันเล่าเสียงใส แต่มันจริงๆ นะ จานนึงสำหรับพวกเขานี่ฉันกินได้สองมื้อเลย

 

“มิน่าล่ะเธอถึงได้ตัวแค่นั้น”

 

ฉันแยกเขี้ยวใส่ออสตินที่พูดประโยคนั้น คุณยายมองเราอย่างเอ็นดู

 

“แล้วไปไงมาไงถึงได้มาเรียนที่อเมริกาได้ล่ะเรา” เธอถาม ฉันก็เลยเล่าเหมือนที่เคยเล่ากับทุกคน ยายของออสตินใจดีมากแล้วก็ดูท่าทางจะชอบสหราชอาณาจักรเอามากๆ แถมเธอยังเล่าด้วยว่า

 

“ยายเคยต้องไปทำงานอังกฤษอยู่เดือนนึง และระหว่างที่อยู่ที่นั่นก็ได้เห็นควีนด้วยนะ”

 

“จริงเหรอ นานหรือยังคะ” ฉันทำตาโต

 

“ก็น่าจะสักปีหนึ่งเก้าปลายๆ ช่วงที่เจ้าหญิงไดอาน่าสิ้นพระชนม์น่ะจ้ะ”

 

อืมมันยากที่จะมีบทสนทนาเรื่องประเทศของฉันแล้วไม่มีเรื่องนี้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเลยจริงๆ นั่นแหละ

 

“น่าสงสารนะ เจ้าหญิงองค์นั้น” ว่าแล้วเธอก็ถอนหายใจ “ยายยังจำได้อยู่เลยว่าคนอังกฤษเศร้ากันแค่ไหน พวกเขาเอาดอกไม้ไปวางเรียงยาวเต็มถนนหน้าพระราชวังบักกิงแฮมกันทั้งสาย พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลย”

 

และนั่นก็เป็นภาพที่ฉันเคยเห็นแต่เพียงในสารคดีและหนังสือพิมพ์แต่มันก็ใกล้ตัวเกินไปจนฉันต้องเงียบ

 

ไดอาน่า เจ้าหญิงของประชาชน เธอทำยังไงผู้คนถึงได้รักเธอกันจนทุกวันนี้นะ

 

“แล้วหนูเคยเห็นมั้ยจ๊ะ”

 

“คะ?

 

“ควีนน่ะ” เธอถาม

 

ฉันลังเลว่าจะตอบยังไงดี ความจริงก็คือฉันเคยเห็นมากกว่าแค่ควีน แต่มันจะมีโอกาสแค่ไหนที่คนอายุเท่าฉันจะเคยเห็นพระองค์มาก่อน

 

“ไม่เคยหรอกค่ะ” ฉันโกหก รีบเปลี่ยนเรื่องดีกว่าเรา “ว่าแต่คุณยายอยากได้อะไรจากอังกฤษมั้ยคะ หนูจะบินกลับบ้านช่วง Thanksgiving น่ะค่ะ”

 

“อุ๊ย งั้นเหรอจ๊ะ แหมมีชาที่ยายเคยชอบดื่มมากๆ อยู่นะ แต่จำไม่ได้แล้วสิว่าชื่ออะไร” เธอมีท่าทางครุ่นคิด “เอาไว้ให้ยายคิดให้ออกก่อน แล้วจะฝากออสตินไปบอกนะ”

 

“ได้เลยค่ะ” ฉันบอกอย่างยินดี ฮู่วข้ามเรื่องราชวงศ์ไปจนได้นะเรา

 

บรรยากาศของการดินเนอร์เป็นไปอย่างเป็นกันเอง ฉันได้รู้เรื่องของออสตินกับน้องสาวสมัยเด็กๆ มากขึ้นอีกตั้งเยอะ (แม้ออสตินจะพยายามห้ามไม่ให้ยายของเขาเล่าแล้วก็ตาม) คิดๆ ดูแล้วเธอคงจะเหงาและต้องการเพื่อนคุยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ฉันไม่สามารถบอกได้เลยว่าเธอรู้เรื่องระหว่างฉันกับออสตินหรือเปล่า หมายถึง เดาว่าเขาคงบอกเธอว่าฉันเป็นเพื่อน แต่พอตอนที่ทานอาหารเสร็จและเธอไม่ยอมให้เราเข้าไปช่วยเก็บกวาดในครัว แถมบอกให้ไปนั่งกันในห้องนั่งเล่นสองคนฉันว่าเธอก็คงจะพอมองออกอยู่บ้าง

 

พวกผู้ใหญ่มองออกเสมอ และฉันก็รู้สึกเขินจนไม่รู้จะพูดอะไรกับออสตินดีตอนที่เขาไปชงชามาให้

 

“ถ้าเบื่อจะกลับก่อนก็ได้นะ เธอไม่ต้องอยู่ต่อแค่เพราะเกรงใจหรอกรู้มั้ย”

 

“มันฟังดูเหมือนนายไม่อยากให้ฉันอยู่เลยนะ” ฉันเอียงคอ ออสตินรีบอธิบาย

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ใครจะรู้ ยายฉันชอบชวนคุยนี่นา แต่เธออาจจะไม่ได้อยากคุยขนาดนั้น

 

“อย่าห่วงเลยออสติน ฉันคิดว่ายายของนายน่ารักมาก” ฉันบอกอย่างที่คิดจริงๆ เจ้าของเรือนผมสีช็อกโกแลตจึงมีรอยยิ้มฉันตระหนักในตอนนั้นว่าวันนี้มันเป็นวันที่อบอุ่นแค่ไหน น่าเสียดายที่มันกำลังจะจบลงอีกแล้ว ฉันสบตากับออสตินอยู่ตรงนี้และมันก็ยากมากขึ้นทุกทีที่จะต้องบอกลาเขาในแต่ละวัน ฉันชอบผู้ชายคนนี้จนหัวใจพองโตไปหมด “พรุ่งนี้นายทำอะไรเหรอ”

 

ออสตินชี้นิ้วไปทางข้างบน “ทาสีส่วนที่เหลือต่อน่ะสิ”

 

“แล้วอยากให้ฉันมาช่วยอีกมั้ย”

 

“เธออยากมาเหรอ”

 

 

“ทำไมล่ะ”

 

“นายไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอ” ฉันตัดสินใจเอ่ยออกไปจนได้ในที่สุด รอยยิ้มมันยังคงอยู่บนริมฝีปากของเราทั้งคู่ในตอนที่เราเอ่ยทั้งหมดนั้นออกมา มันราวกับว่าออสตินอยากทดสอบฉัน และฉันเองก็อยากทดสอบเขาเหมือนกัน และพอมันมาสิ้นสุดที่ประโยคนั้น เราต่างก็ยังไม่ยอมรับกันทั้งคู่และรอให้อีกฝ่ายพูดก่อน

 

ฉันไม่ยอมละสายตาจากนัยน์ตาคู่สวย ไม่ว่าจะเพราะวันนี้เขาไม่ได้สวมแว่นหรืออะไรก็ตาม แต่สีของมันชัดเจนมากและก็งดงามเหมือนน้ำทะเลที่กำลังดึงดูดให้ฉันจมลงไปช้าๆฉันเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ลมหายใจติดขัดเพราะความต้องการที่มีต่อผู้ชายคนนี้ ต่อดวงตา ริมฝีปากและหัวใจของเขา ทั้งหมดนั้นมันกำลังเล่นงานฉันอีกแล้วเหมือนอย่างที่มันทำในคืนแรกที่ฉันจูบเขาเพราะเชื่อคำยุยงของเอลเลียต

 

ออสตินไม่หลบสายตา เขายื่นมือมาใกล้และไล้ปลายนิ้วไปตามแก้มของฉัน สัมผัสแค่เพียงจากปลายนิ้วของเขาแทบจะทำให้ร่างกายของฉันสั่น

 

เพราะมันไม่เพียงพอเลย ฉันต้องการให้ออสตินสัมผัสมากกว่านี้

 

ฉันต้องการสัมผัสเขามากกว่านี้

 

Oh, fucking hell.” แล้วฉันก็ไม่สนบ้าอะไรอีก ฉันดึงเสื้อคนตรงหน้ามาใกล้และเงยหน้าขึ้นไปจูบเขาก่อน ฉันอดใจไม่ไหวกับการยั่วยวนของเขา กับนัยน์ตาที่ปั่นป่วนอยู่ในหัวฉันมาหลายต่อหลายสัปดาห์ ต่อให้ออสตินอาจจะไม่ได้คิดเหมือนกันฉันก็ไม่แคร์แล้ว

 

เพราะฉันเป็นเพื่อนเขาไม่ได้อยู่ดีฉันไม่เคยคิดกับเขาแค่เพื่อนเลย

 

ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งแรกที่ฉันจูบเขา ออสตินไม่ได้ดูแปลกใจกับมันเลย เขาไม่ได้จูบตอบในวินาทีแรก แต่ก็ไม่ได้ผลักออกเช่นกัน และมันตรงกันข้ามวินาทีถัดมาฝ่ามือที่แตะแก้มของฉันก็เปลี่ยนเป็นประคองใบหน้าฉันเอาไว้แทน มืออีกข้างของออสตินสอดเข้าไปในเรือนผม มันเป็นสัมผัสที่รั้งเอาไว้ไม่ให้ฉันถอยหนีไปไหนในยามที่เขากดริมฝีปากลงมาบนเรียวปากของฉัน หัวใจฉันเต้นระรัวอยู่ในอก ฉันไม่เคยลืมสัมผัสของออสตินในปาร์ตี้นั้น แต่นี่มันเป็นอะไรที่ต่างออกไปจูบหนักๆ ที่อ่อนหวานและเร่าร้อนที่เรียกร้องให้ฉันลิ้มรสอย่างไม่มีที่สุดอย่างนี้

 

และมันคงจะจบลงแบบสวยงามกว่านี้ถ้าจู่ๆ ออสตินไม่ได้ถอนริมฝีปากก่อน

 

Shit, wait, wait…I’m sorry.” (บ้าเอ๊ย เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนฉันขอโทษ)

 

ฉันมึนงงไปหมด “ขอโทษเหรอ…?

 

“ฉันแค่ไม่รู้สิ เอสเม่”

 

เอาล่ะ ออสตินทำให้ฉันใจเสียแล้วล่ะ

 

เขาผละออกห่างจากฉันและยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง ปล่อยให้ฉันนั่งบื้อเหมือนคนโง่ที่ไม่เข้าใจว่ามันเพิ่งจะเกิดอะไรขึ้น ทำไมล่ะ ฉันจูบเขาก่อนก็จริงแต่มันเป็นออสตินนะที่จูบตอบ

 

“ฉันรู้มาตั้งแต่แรกว่าเธอคิดยังไง” เขาถอนหายใจ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้รู้แล้วมันยังไงล่ะ ท่าทีนี้คืออะไร “แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่บอกตามตรงว่าฉันยังไม่มั่นใจเท่าไหร่” นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลยอมสบตากับฉันจนได้ คำพูดที่บอกว่าเขาไม่มั่นใจนั่นทิ่มแทงฉันจนเจ็บปวดไปหมด

 

“มีอะไรให้ไม่มั่นใจ ออสติน

 

“ฉันเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ เอสเม่ ฉันไม่มีอะไรเลยและเธออยู่เพนต์เฮาส์นั่น เธอมีคนขับรถส่วนตัว หมายถึงตอนนี้มันอาจจะยังไม่ใช่ปัญหา แต่

 

“พระเจ้า” ฉันไม่รอให้ออสตินพูดจบ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องพูดด้วยซ้ำ ฉันลุกขึ้นยืนทันที “ฉันไม่อยากจะเชื่อว่านายเพิ่งจะพูดแบบนั้นกับฉัน แค่ฐานะเราต่างกันแล้วมันยังไง ออสติน”

 

“ฉัน

 

“ที่ผ่านมานายไม่เห็นเหรอว่าฉันเองก็ใช้ชีวิตนักศึกษาแบบนาย ฉันไปทุกที่ที่นายไป ทำทุกอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน นายมาอยู่ใกล้ชิดฉัน มาพาฉันไปนู่นไปนี่ มาจูบกันแบบนั้นแล้วจะมาบอกว่านายมีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันแต่นายยังไม่แน่ใจเนี่ยนะ” ฉันไม่อาจบอกได้เลยว่าตัวเองผิดหวังแค่ไหน น้ำเสียงของฉันตัดพ้อ และดวงตาก็เต็มไปด้วยความเสียใจ ออสตินทำท่าจะลุกขึ้นมาอธิบาย แต่ฉันโกรธจนไม่อยากจะฟัง “นายมันแย่มากเลยรู้ตัวไหม แล้วฉันก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่านายจะเป็นคนอย่างนี้ ถ้าไม่แน่ใจนักก็อย่ามาให้ความหวังกันตั้งแต่แรกสิไอ้คนเฮงซวย!

 

“เอสเม่ เดี๋ยว…!

 

แต่ฉันไม่ฟัง ฉันไม่อยากจะคุยกับออสตินอีกต่อไป ฉันคว้ากระเป๋าแล้วจ้ำอ้าวไปหยิบแจ็กเก็ต ยายของเขาออกมาจากครัวด้วยสีหน้าตกใจ แต่ฉันก็แค่บอกลาเธอเร็วๆ แล้วเดินออกจากบ้าน

 

บ้าเอ๊ยบ้าที่สุดเลย ฉันหลงคิดไปได้ว่าออสตินใจดี หลงคิดว่าเขาจะชอบฉันโดยไม่สนใจเรื่องอื่นแบบเดียวกัน ฉันไม่รู้ว่าออสตินไม่เห็นบ้างเลยหรือไงว่าฉันไม่เคยแคร์ว่าเขาจะไม่ได้มาจากครอบครัวที่รวยล้นฟ้าเขาพูดมาได้ยังไงว่าเราต่างกันตั้งเยอะบ้าบออะไรนั่น นี่ล่ะสินะเหตุผลที่พยายามปฏิเสธและไม่ล้ำเส้นมาตั้งแต่แรก

 

เขามันใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย

 

 


 

FernniZ’s 2nd Talk : 24.12.18

          แฮปปี้คริสต์มาสอีฟ!!

          …เดาว่ารีดเดอร์ไม่ได้หวังตอนจบแบบนี้เอาไว้ ฮ่าๆๆ นี่นิยายใครคะ! เฟิร์นเองนะจำได้ไหม! ถ้าใครอ่านมานานจะรู้ว่าวันดีคืนดีนี่จะชอบหักมุม หักแล้วหักอีกอยู่นั่นแหละ ไม่ได้ทำอย่างนี้มานานแล้วนะเนี่ย! โฮ่ๆๆ ค้างล่ะสิไม่อยากค้างอย่างนี้ต้องสั่งนิยายนะ (สาบานว่าจะขายทุกตอน บอกแล้วว่าไม่สั่งตอนนี้เดี๋ยวอีกสักพักอาจจะอดใจไม่ไหวอยู่ดี) และจะเชื่อหรือไม่ก็ตามอีกสอง-สามอาทิตย์นิยายเรื่องนี้ก็จะถึงมือทุกคนที่สั่งแล้ว โอ๊ย เวลาเดินกันเร็วจริงๆ

            อย่างไรก็ตาม ออสตินผู้น่ารักทำแบบนี้โกรธดีมั้ยคะเนี่ย เอาไงกันดี เมนท์มา!

 

 

 

FernniZ’s 1st Talk : 22.12.18

          ขอตัดแบบค้างๆ แฮ่ มันต้องตัดตรงนี้แหละตอนนี้ ไม่รู้จะไปตัดตรงไหนดีแต่! ครึ่งหลังมีอะไรกันนะ ติ๊กต่อกๆ ใครอยากรู้เมนนนนนท์ เมนท์ไว้ ความเร็วของการอัพขึ้นอยู่กับความขยันของเฟิร์นและเมนท์ของทุกคน ฮ่าๆ เขาจะจูบกันไหมนะ นี่ตอนที่ 8 แล้วนะเนี่ย จะเริ่มกุ๊กกิ๊กกันจริงๆ จังๆ หรือยังน้า

          วันนี้เฟิร์นจัดส่ง Secret Little Love Birds (ลีออน & สเตลลา) ไปให้ทุกคนที่สั่งแล้วนะคะ อีกไม่กี่อาทิตย์เราก็จะได้อ่านเรื่องนี้แบบรูปเล่มกัน (รีบไปสั่งงงง!) ใครยังต้องการลีออนก็ต้องรีบกดสั่งนะ เพราะเหลือแค่ 7 เล่มเท่านั้น รวมไปถึงหลายๆ เรื่องที่นำมาลดราคาช่วงโปร X’mas Sale นี้ก็เริ่มจะทยอยหมดกันบ้างล้าวววว

 

 

Ed Sheeran – Dive

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #568 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:43
    แงงงงงงง อึดอัดแทน
    #568
    0
  2. #512 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:51
    โคตรเฟิร์นนิสสไตล์ 5555555555555
    #512
    0
  3. #354 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:44
    ออสตินต้องง้อแล้วมั้ย;-;
    #354
    0
  4. #288 Falafha (@Falafha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:59
    เห็นใจทั้งสองฝ่าย เดาทางไม่ถูกว่าใครจะง้อใครก่อน ออสจะง้อเอสก่อนไม๊รออ่านอยู่นร้าาา
    #288
    0
  5. #287 Bouquet Pemika (@ubotque) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 17:46
    สงสารเอสเม่ แต่แบบถ้าเจอแบบออสตินเราก็คงกลัวกับค.สัมพันธ์ที่ต่างกันเหมือนกัน;-;
    #287
    0
  6. #286 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 12:42
    ในจุดนี้ก็เข้าใจออสตินสุดๆเลย
    #286
    0
  7. #285 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:42
    ค้างงมากก สงสารเอสเม่แต่ก็แอบเข้าใจออสตินนะฮรึก
    #285
    0
  8. #284 JenT A (@jennyyy_jap) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:44
    พี่เฟิร์นนน มันบีบหัวใจหนูไปหมดเลย แงงง ดราม่าแบบจุกอกไปเลย น้ำตาไหลแล้ว เราโกรธออสตินแล้วนะ!!!
    #284
    0
  9. #283 PsychEros (@psyche-tm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:02
    แงงงงงง
    #283
    0
  10. #282 kikieluv (@kieluvkey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:27
    โห หักมุมแบบหน้าหงายมากเลยค่ะพี่เฟิร์นอีกนิดน้ำตาไหลแล้ว!! ออสตินก็นะ เห้อสงสารเอสเม่ อยากตีออสตินให้ตายแล้วเนี่ย
    #282
    0
  11. #281 Aldaren (@sripong_zizz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:39
    โกรธอ่ะ โมโหหหห ออสติน เราอุดส่าเชียเธอมาตลอดดดด ทำไมทำงี้ ฮึ่ยยยยยย
    #281
    0
  12. #280 _PPIMM_ (@wasita_pim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:23

    ฮื่อออ พี่เฟิร์นหักมุมได้พีคมาก ฮื่ออออ รู้สึกเจ็บ แถมเสียดายที่ไม่ได้พรีเรื่องนี้ด้วย ใกล้สอบเข้าแล้ว เพิ่งโดนค่าสมัครสอบนู่นนี่เยอะแยะไปหมดเลย แงงงง นิยายพี่เฟิร์นฮีลหนูได้จริงๆ ตอนนี้ซื้อแค่เล่มสเปนเซอร์กับพริมโรสเมื่อนานมาแล้ว จนถึงตอนนี้ยังมีหยิบมาอ่านบ้าง เวลารู้สึกเหนื่อยๆ เริ่มรู้จักครั้งแรกสมัยแธ็ตเชอร์ น่าจะตอนม.3 หลงรักมากๆ แล้วก็สอบเข้าม.4 เลยห่างๆไปพอม.4 ปลายๆ กลับมาอ่านอีก ก็หลงรักแนวคิด หลงรักตัวละคร หลงรักภาษาของพี่เฟิร์นจริงๆ ขอบคุณมากนะคะที่มาแต่งนิยาย

    ปอลิง. Merry Christmas Eve นะคะ ขอให้พี่มีความสุขมากๆในวันคริสต์มาสและปีใหม่นี้นะคะ

    #280
    1
    • #280-1 F e r n n i Z ' : )) (@fernniz) (จากตอนที่ 9)
      24 ธันวาคม 2561 / 19:27
      โหยยยย ยาวมากกกก ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ดีใจที่กลับมาอ่านน้า :) แต่เรื่องนี้ยังพรีได้อยู่นะคะ ได้จนถึงวันที่ 6 เดือนหน้าเลยยยย
      #280-1
  13. #279 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:21
    อ๊อสติ๊นนนนน ทำอารายยยยยย
    #279
    0
  14. #278 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:16
    หักจากฟ้าลงมาตู้มมมเลย อารมณ์ดิ่งวู้บ เดี๋ยวรู้เบื้องลึกเบื่องหลังของเอสเม่อีกออสตินไม่คิดมากตาค้างหรอ55555555
    #278
    0
  15. #277 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:14
    ใจเย็นน้าาาาา อยากเห็นออสตินง้อแล้วววว
    #277
    0
  16. #276 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 15:02
    จูบเลย จูบเลย จูบเลย 55555
    #276
    0
  17. #275 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 08:11
    ทำไมน่ารักงี้
    #275
    0
  18. #274 kikieluv (@kieluvkey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:36
    โอ้ยสุดยอดไปเลย ฮือคุณยายน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ ชอบมากเลยเนี่ยคุณยายน่ารัก แต่แบบสงสัยเหมือนกันนะคะ ต่างประเทศเค้าจะมีปัญหาแม่สามีแบบที่บ้านเรามั้ยเนี่ย แต่ไม่ค่อยเห็นข่าวเลย อาจจะไม่ได้สนใจเองแน่นอน ฮือเอสเม่น่ารักมากเลย ออสตินแบบเห้อสุดยอดแห่งความน่ารักทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้เนี่ย อยากช่วยออสตินทาสีบ้างจังเลยเนี่ย >_<
    #274
    0
  19. #273 My lovely (@nichapat88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 11:56
    เขามาเจอครอบครัวกันแล้ว น่ารักกันดีจัง
    #273
    0
  20. #272 ppwch_ (@ppwch_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 11:42
    ออสตินรุกหนักได้แล้ววว
    #272
    0
  21. #271 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 10:42
    โอ้ยยย บ้าบอน่ารักขนาดนี้อย่าดราม่านะ สปอยเขินนะคิดแล้วๆ
    #271
    0
  22. #270 Falafha (@Falafha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 09:51
    ลุ้นทุกตอนว่าคู่นี้จะทำให้กรี๊ดสุดๆตอนไหนน
    #270
    0
  23. #269 INMYHOPE (@phathicha_t) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 08:36
    อ่านอยู่ดีๆจบเฉยเลย เพลินมากค่ะ
    #269
    0
  24. #268 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 02:08
    เค้าจะได้หวานเลิฟๆกันบ้างแล้วววว
    #268
    0
  25. #267 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:23
    แงงงน่ารักง่ะ ยิ่งอิมเมจออสตินเป็นแพทริคยิ่งหลงง
    #267
    0