[ตีพิมพ์แล้ว] THE MOON TO MY NIGHT [Austin X Esme]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,337 Views

  • 609 Comments

  • 315 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    62

    Overall
    18,337

ตอนที่ 7 : CH.6 - All I want is to be with you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61


PRE-ORDER

**** โปรส่งฟรีสิ้นสุดวันนี้ (14.12.18) นะคะ รีบเร๊ววว **** 




  

เปิดจองตั้งแต่วันนี้ – 6 ม.ค. 2019 ย้ำ! คนที่ซื้อแบบรูปเล่มจะได้หนังสือ *ก่อนนิยายจบในเว็บ* (ในเว็บจะอัพไปได้ประมาณครึ่งเรื่องพอดี) และอีบุคก็จะลงในช่วงเดียวกับที่หนังสือถึงมือทุกคน ซึ่งคาดว่าจะประมาณกลางเดือนม.ค. หรือภายในอาทิตย์ที่สาม ไม่เกินนี้แน่นอน

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc








6

All I want is to be with you

สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือการได้อยู่กับคุณ

 

 

Oh my God, I love it!” ทุกคนที่มาปาร์ตี้ในวันรุ่งขึ้นชมบ้านของฉันแบบนั้น พวกเขาหมายถึงทั้งการตกแต่งและความอลังการของเพนต์เฮาส์ และหลังจากนั้นพวกเขาก็จะชมเอาท์ฟิตของฉันด้วย “และก็ชอบชุดเธอด้วย แม่มังกร! กรี๊ด ถ่ายรูปกันๆ!

 

อ่าฮะประมาณนั้นแหละวันนี้

 

ฉันแต่งตัวเป็นเดอแนริส ทาแกเรียนหรือแม่มังกรจากซีรีส์เรื่องดัง Game of Thrones ลีอาห์เป็นคนช่วยหาชุดให้และยังช่วยฉันถักเปียแบบในหนังด้วย และฉันก็ชอบมันเอามากๆ

 

ปัญหาอย่างเดียวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือสามทุ่มกว่าแล้วและออสตินยังไม่มาสักที

 

นอกจากนั้นก็คือคนที่มานี่มันเริ่มจะเยอะเกินไปแล้ว

 

“เฟร์ยา เธอชวนคนมาทั้งมหาวิทยาลัยหรือเปล่าเนี่ย” ฉันถามเพื่อนในชุดเมดูซ่า งูบนหัวของเธอน่ากลัวชะมัด ฉันไม่รู้ว่าเธอไปเอามาจากไหน

 

“แหม ไม่เยอะขนาดนั้นหรอกน่า” เธอหัวเราะคิกคัก ฉันว่าเธอเริ่มเมานิดหน่อยแล้วล่ะ “และก็อย่าห่วงไปเลยจ้ะ หวานใจของเธอต้องมาแน่”

 

ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น แต่ทำไมมันถึงไม่มีวี่แววเลยล่ะ

 

ฉันเช็กไอโฟนเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความหรือโทรมา แต่ก็ไม่มีทั้งคู่ หรือว่าออสตินขึ้นมาแล้วแต่ฉันหาเขาไม่เจอเพราะผู้คนที่แต่งตัวแฟนซีแน่นขนัดอยู่ในห้องนี้กันแน่เนี่ย เอลเลียตก็มาแล้วนะ (แถมเขายังหล่อมาก เอลเลียตแต่งเป็นมัลฟอยในแฮร์รี พอตเตอร์เพราะผมเขาสีบลอนด์ แล้วมันก็เข้ากับเขาอย่างไม่น่าเชื่อเลย)

 

“เอสเม่” ใครบางคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เรียก ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วก็พบกับโอ้ เจฟฟรีย์

 

เจฟฟรีย์ในชุดแวมไพร์น่ะ

 

“ว้าว เจฟฟรีย์” ฉันร้อง เขาหล่อใช่ย่อยเลยนะเนี่ย

 

“ฮ่าๆ ไง” เขากอดทักทายฉัน โดยไม่วายกระซิบ “อยากจะจูบเธออยู่นะ แต่ฉันคงต้องเอาเขี้ยวปลอมนี่ออกก่อน เดอแนริส”

 

“หยุดเฟลิร์ตน่า” ฉันส่ายหัวยิ้มๆ เรายังคุยกันอยู่จริง แต่ฉันก็บอกปัดทุกครั้งที่เจฟฟรีย์ชวนไปเดตอีก ซึ่งเขาก็ดูจะไม่ละความพยายามง่ายๆ สักที

 

“ใจร้ายจัง” เจฟฟรีย์แกล้งทำหน้าเจ็บปวด “ฉันชักอยากรู้แล้วแฮะว่าผู้ชายคนไหนกันแน่ที่ทำให้เธอใจแข็งกับฉันแบบนี้”

 

“ฉันไม่บอกนายหรอก” ฉันยังคงยิ้มและหมุนตัวหนีเพื่อจะไปเอาเครื่องดื่ม หากแต่ก็โดนเจฟฟรีย์รั้งมือเอาไว้

 

“ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะรู้มั้ย

 

“อืม” ฉันแสร้งทำเป็นครุ่นคิด “ไม่รู้สิ”

 

ก่อนที่ฉันจะเดินออกมา และเจฟฟรีย์จะได้แต่มองตามอย่างนั้นเขาน่ารักนะ แล้วฉันก็ชอบที่เขายังพยายามอยู่ แต่ไม่รู้สิ ฉันก็แค่ชอบออสตินมากกว่าจริงๆ

 

แต่โอเคดูเหมือนว่าคนมันจะเยอะเกินไปแล้วจริงๆ แฮะ

 

ฉันเริ่มกังวลนิดหน่อย เพราะขนาดว่าห้องนั่งเล่นมันใหญ่แล้ว แต่จำนวนคนที่มากก็ทำให้ทุกอย่างดูแออัดไปหมด นี่มันอย่างกับฉากในหนังอเมริกันไม่มีผิด ฉันหวังว่าพวกเขาจะไม่ดื่มเยอะเกินไปหรือทำอะไรเสียหายหรอกนะ ทุกคนดูตื่นตาตื่นใจกับวิวและทุกอย่างในนี้จนเว่อร์ไปหมด

 

“เอสเม่ บ้านเธอสวยมากเลย!” ผู้หญิงที่เดินผ่านฉุดแขนฉันเอาไว้ ฉันจำไม่ได้เลยว่าเธอเป็นใครเพราะเธอสวมวิกและแต่งตัวเป็นสการ์เลตต์ โจแฮนสันในเรื่องดิ อเวนเจอร์

 

“ขอบคุณจ้ะ” ฉันตอบรับเหมือนกันทุกครั้งเพราะก็ได้ยินมันมาเป็นสิบๆ ครั้งได้แล้ว

 

ฉันเข้าไปในห้องน้ำ อยากจะเช็กเมกอัพและหาที่เงียบๆ สักหน่อย แต่พระเจ้าใครก็ตามที่เข้ามาในนี้ก่อนหน้าฉันถ้าไม่ได้เมามากก็ต้องเอาทิชชู่ในห้องน้ำมาม้วนตัวเป็นมัมมี่แน่ๆ เพราะมันกองอยู่บนพื้นเต็มไปหมด แถมน้ำยังเปียกเป็นหย่อมๆ

 

Oh, God…” ฉันต้องคิดใหม่แล้วล่ะเรื่องจัดปาร์ตี้ให้คนจำนวนมหาศาลที่บ้าน คิดแล้วก็สงสารพี่ๆ ที่ต้องทำความสะอาดทีหลังเป็นบ้าฉันถอนหายใจแรง ก้มลงเก็บกวาดห้องน้ำและมาล้างมือ พอตอนที่ออกมาข้างนอกก็ดันเจอคู่รักคู่หนึ่งยืนกอดกันนัวเนียอยู่ข้างนอก

 

“อ๊ะ เอสเม่” คนผู้หญิงยิ้มหวานให้ แล้วเธอก็หัวเราะคิกคัก มองแฟนตัวเองตาเยิ้มก่อนจะเริ่มจูบกันอีกและพากันเข้าไปในห้องน้ำ โอ้เวร

 

“ขอร้องล่ะ ไปที่อื่นได้มั้ย” ฉันรีบเรียกเอาไว้ พวกเขาไม่ได้แค่จะมาใช้ห้องน้ำแน่ๆ

 

“โทษทีๆ” แฟนของเธอว่า อย่างน้อยพวกเขาก็ยังพอจะฟังอยู่บ้าง ฉันยืนรอให้ทั้งสองคนเดินจากไปก่อนค่อยออกมา ถ้าอยากจะมีอะไรกันก็กลับไปมีที่บ้านสิให้ตายเถอะฉันพ่นลมหายใจแรง

 

ทันใดนั้นมือถือก็สั่นโอ้ ออสติน!

 

ฉันรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนที่เสียงเบากว่าเพื่อรับโทรศัพท์ “เฮ้ ออสติน ว่าไง”

 

[เอสเม่ โทษทีที่มาช้า แต่คนเฝ้าประตูข้างล่างเขาไม่ยอมให้ฉันขึ้นไปน่ะ พวกเขาโทรขึ้นมาข้างบนแล้วแต่ไม่มีใครรับสาย]

 

“ว่าไงนะ” ฉันงงสุดขีด “ทำไมกันล่ะ”

 

[เห็นบอกว่าเพราะฉันไม่มีบัตรเชิญ]

 

อ้าเฟร์ยาไม่ได้เอาให้เขาแน่ๆ เพราะฉันเป็นคนที่เชิญออสตินนี่ “ฉันลืมให้นายไปเลย โทษทีๆ ฉันจะลงไปรับนะ”

 

พอวางสายแล้วฉันก็อารมณ์ดีขึ้นมาเป็นปลิดทิ้ง สองเท้ารีบวิ่งไปกดลิฟต์ ส่วนใจน่ะลงไปอยู่ข้างล่างเรียบร้อยแล้วฉันไม่ได้สนเลยว่าตัวเองจะแต่งตัวแฟนซีอยู่ เพราะนี่มันเป็นสุดสัปดาห์แห่งการฉลองวันปล่อยผีที่ใครก็แต่งตัวบ้าๆ กันทั้งนั้น และแม้จะกระทั่งรีเซฟชั่นข้างล่างก็ยังตกแต่งเป็นธีมฮาโลวีนอยู่เลย

 

ออสตินยืนอยู่หน้ารีเซฟชั่น ท่าทางเขาหัวเสียนิดหน่อยและฉันไม่แปลกใจเลย เพราะระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่มันดีมากและชาค คนที่รับหน้าที่ดูแลคนเข้าออกก็ค่อนข้างเข้มงวด

 

“ชาคคะ” ฉันเรียก เขารีบลุกขึ้นยืนตัวตรงหลังตรงราวกับพร้อมจะต้อนรับพระราชินีอย่างนั้น “นั่นออสติน เพื่อนฉันค่ะ”

 

“อ๋อ ต้องขอโทษด้วยครับ เขาบอกว่ามาปาร์ตี้แต่ไม่มีบัตรเชิญและไม่ได้แต่งตัว ผมเลยให้เข้าไม่ได้ครับ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก แต่คราวหลังช่วยปล่อยให้เขาเข้ามาเลยนะคะ”

 

Yes, my Lady.” เขารับปากเสียงดัง ฉันอยากจะตบหน้าผากตัวเอง

 

Oh, my word จะทำยังไงให้เขาเลิกพูดอะไรแบบนั้นนะ ฉันส่ายหัวแล้วรีบดึงมือออสตินที่มีสีหน้างงสุดๆ เข้ามา

 

My Lady?” ออสตินทวนคำ ฉันส่ายหัว

 

“เขาหลงยุคน่ะ เห็นฉันแต่งตัวเป็นเดอแนริสเลยแค่จะตบมุกล่ะมั้ง” ฉันอ้าง โชคดีไปนะที่เดอแนริสเป็นควีนในเรื่อง ว่าแต่ “แล้วทำไมนายไม่แต่งตัวมาล่ะเนี่ย”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าจะแต่งเป็นคนที่เจ๋งที่สุดในโลก” ร่างสูงว่าด้วยท่าทีทะเล้น ฉันกอดอกใส่ “โอเค ก็ไม่รู้จะแต่งเป็นอะไรนี่นา”

 

“นายเนี่ยน้า” ฉันถอนหายใจ มองหน้าเขาตอนที่อยู่ในลิฟต์ ออสตินสวมจัมเปอร์สีน้ำเงินเข้มกับยีนส์สีดำ ดูจะประยุกต์เป็นเอาท์ฟิตอะไรยาก แต่อ๊ะ “ฉันมีไอเดียดีๆ ล่ะ”

 

“ไอเดียดีๆ?

 

แต่ฉันเอาแต่อมยิ้ม ไม่บอกอะไรออสตินและดึงมือเขาขึ้นไปที่ห้องนอนตอนที่ขึ้นมาถึงข้างบน แต่พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ

 

“Oh, yes, yes, honey!

 

เสียงครางก็ดังออกมาเลย ฉันอ้าปากค้าง ออสตินก็เบิกตากว้างไอ้คู่รักสองคนนั้นไง!

 

Oh, my fucking God! ฉันบอกให้ไปทำกันที่อื่นที่ไม่ใช่ห้องน้ำ ไม่ได้แปลว่าให้มาทำกันในนี้นะ!!” ฉันแผดเสียงใส่ทั้งสองคนที่ดูตกใจสุดขีด รีบผละออกจากกันก่อนจะกุลีกุจอหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม ฉันลูบใบหน้าตัวเองด้วยสองมือ โกรธจนอยากจะกรีดร้องดังๆ พวกเขามามีอะไรกันบนเตียงของฉันเนี่ยนะ พระเจ้า!! “ออกไปเลยนะ ออกไปจากบ้านฉันเลย!

 

ฉันไล่ ออสตินเริ่มทำอะไรไม่ถูก ส่วนสองคนนั้นก็ดูขัดใจแต่ฉันไม่สนใจ พอพวกเขาออกไปฉันก็ปิดประตูห้องดังปึงและคำรามในลำคอ

 

“ให้ตายเถอะ! น่าเกลียดเป็นบ้า ทำไมพวกนั้นต้องมามีอะไรกันในห้องฉันด้วยเนี่ย” น่าโมโห! ฉันว่าจะมาช่วยหาเอาท์ฟิตดีๆ ให้ออสตินสักหน่อย ตอนนี้เลยหมดอารมณ์เลย

 

ออสตินก็ดูจะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกลัวว่าฉันจะวีนใส่เขาด้วยอีกคน และนั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากทำมากที่สุด ฉันพ่นลมหายใจแรงร่างสูงค่อยๆ เข้ามาลูบหลังอย่างระวัง

 

“เฮ้ใจเย็นๆ”

 

ฉันทำหน้างอ เย็นลงนิดหน่อยเพราะน้ำเสียงเป็นห่วงของเขา “ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหงุดหงิดใส่นาย”

 

“อืม ฉันเข้าใจ ก็นะมันก็น่าหงุดหงิดจริงๆ นั่นแหละ" ร่างสูงยักไหล่ เขาดึงฉันไปโอบและลูบแขนไปมาอย่างต้องการให้เย็นลงฉันเงยหน้ามองร่างสูง บู้ปากใส่

 

“ทีแรกฉันว่าจะมาหาเอาท์ฟิตให้นายนะ แต่ตอนนี้คงต้องให้นายช่วยกันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหน่อย เพราะฉันจะไม่นอนบนเตียงที่พวกนั้นเพิ่งจะมีเซ็กซ์กันไปโดยไม่เปลี่ยนผ้าปูแน่ๆ”

 

พอฉันบอกแบบนั้นออสตินก็หัวเราะ แล้วในวินาทีนั้นมันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่ารอยยิ้มของเขาเลย ออสตินเดินไปดึงผ้าปูที่นอนออกแทนการตอบ เขาทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นอีกแล้วฉันเอาผ้าปูชุดใหม่ออกมาจากในตู้ พอช่วยกันปูแล้วมายืนมองหน้ากันตอนที่ปูเสร็จมันก็เขินยังไงไม่รู้แฮะ

 

นี่ฉันอยู่ในห้องนอนกับออสติน และเพิ่งจะช่วยกันปูที่นอนไป

 

อ่าฉันทำสิ่งที่ฉันตั้งใจจะขึ้นมาทำดีกว่านะ

 

“เฟร์ยาซื้อผ้าคลุมมาสองสามผืนสำหรับเอาท์ฟิตเมดูซาของเธอน่ะ เมื่อเย็นเธอมาแต่งตัวที่นี่ มันก็เลยเหลือผืนที่ไม่ได้ใช้อยู่” ฉันเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวที่รกนิดหน่อยเพราะเรารื้อชุดออกมาลองเล่นแล้วก็กองทิ้งไว้บนพื้น แต่เอ่อช่างเถอะ “แล้วพอเห็นเอลเลียตแต่งตัวเป็นมัลฟอยเมื่อกี้ฉันเลยนึกขึ้นได้”

 

“ว่า…?

 

“ว่านายเป็นแฮร์รี พอตเตอร์ได้น่ะสิ” ฉันมีน้ำเสียงนึกสนุก ตรงข้ามกับออสตินที่ดูไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกฉันดึงออสตินมาใกล้และเขย่งเท้าขึ้นสวมผ้าคลุมให้เขา “อืมมันไม่เหมือนชุดนักเรียนในหนังแต่ก็พอจะคือกันได้อยู่นะเพราะนายสวมแว่น”

 

“เอาจริงเหรอเนี่ย

 

“จริงสิ” ฉันตีมือออสตินที่ทำท่าจะแกะผ้าคลุมออกอีก ก่อนจะดันหลังเขาให้นั่งลงที่หน้ากระจกแล้วรื้อเอาอายไลเนอร์ออกมา

 

What the hell?” ออสตินรีบผงะหนี แต่ฉันดึงมือเขาที่พยายามจะห้ามลง

 

“จะเป็นแฮร์รีก็ต้องมีแผลเป็นสิ” ฉันดุ เขาขมวดคิ้วใหญ่ แต่เมื่อฉันนั่งลงข้างกายโดยหันหน้าไปทางเขา ออสตินก็เงียบลงฉันขยับเข้าใกล้ใบหน้าคมคาย ประคองใบหน้านั้นไว้ด้วยมือข้างหนึ่งก่อนจะวาดรูปสายฟ้าที่เป็นแผลเป็นของแฮร์รี พอตเตอร์บนหน้าผากของออสตินช้าๆ

 

ตอนที่ฉันลดมือลงและชื่นชมกับผลงานของตัวเองใกล้ๆฉันก็ตระหนักว่าใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันในระยะที่ลมหายใจต่อลมหายใจ และนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลก็กำลังจ้องฉันไม่วางตา ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องขณะลากสายตาลงมองริมฝีปากคู่นั้นที่ฉันเคยสัมผัส

 

ริมฝีปากของฉันเคลือบลิปสติก แต่ฉันก็รู้สึกราวกับมันแห้งผาก และแทบไม่กล้ายอมรับว่าฉันต้องการที่จะสัมผัสริมฝีปากของออสตินอีกครั้งมากแค่ไหน

 

“เธอดูสวยมากเลยคืนนี้ รู้ตัวมั้ย” นั่นเป็นประโยคที่ฉันไม่คาดคิดว่าออสตินจะเอ่ย เพราะเขาไม่เคยพูดอะไรให้ฉันรู้ว่าเขารู้สึกอะไรกับฉันเลยไม่เคยพูดอย่างจริงจัง มีแต่คำพูดล้อเล่นที่เดาใจยาก แต่ตอนนี้ออสตินพูดประโยคนั้นออกมาและไล้ปลายนิ้วไปตามใบหน้าฉัน สัมผัสของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะขาดใจเพราะฉันต้องการมันมากกว่านี้

 

ฉันกัดริมฝีปาก ต้านทานอะไรไม่อยู่จนต้องซบใบหน้าลงกับไหล่คนตรงหน้าแก้เขิน

 

“นายเมาแล้วเหรอยังไม่ทันได้ดื่มอะไรเลยนะ”

 

ออสตินหัวเราะเบาๆ ฝ่ามือที่ลูบใบหน้าฉันเปลี่ยนมาลูบศีรษะและเลื่อนลงมาประคองต้นคอของฉันแทน และเพราะว่าเขาทำแบบนั้นตอนที่ฉันซบเขาอยู่ มันก็เลยเหมือนถูกเขาโอบอยู่ในอ้อมแขนก็ไม่ต่างฉันไม่รู้เลยว่าความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นนี้คืออะไร แต่ออสตินก็ทำให้ฉันเขินมากจนไปไม่เป็นเพราะประโยคเดียวของเขากับสัมผัสนี้แท้ๆ

 

เราจะเป็นมากกว่านี้ได้มั้ยนะ

 

ฉันข้ามเส้นที่เราขีดไว้เลยได้หรือเปล่าถ้าการกระทำนี้มันยืนยันอะไรที่มากกว่าเพื่อนน่ะ

 

“ถ้าฉันเมาแล้วอาจจะพูดมากกว่านี้ก็ได้นะ” ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าออสตินจะเล่นมุกแบบนั้น แต่อันที่จริงฉันว่าฉันก็ควรจะชินได้แล้วนะ ออสตินไม่เคยเนิร์ดเลยสักนิด ฉันยิ้มแก้มแทบแตก

 

“งั้นฉันต้องมอมเหล้านายแล้วล่ะ”

 

เราหัวเราะให้กัน มันคล้ายๆ กับเป็นการยอมรับว่าเราคิดอะไรกับอีกฝ่ายยังไงก็ไม่รู้นะ แต่มันยังแน่ใจไม่ได้หรอก และฉันก็ไม่อยากจะเร่งเร้าอะไรในความสัมพันธ์นี้ ดังนั้นฉันก็เลยลุกขึ้นและชวนเขาลงไปข้างล่าง แต่ตอนที่ลงบันไดก็ดันเจอคู่รักอีกคู่จูบกันอยู่

 

ครั้งนี้ฉันทำอะไรไม่ถูก เพราะฉันรู้จักหนึ่งในพวกเขา

 

“โอ้เฮ้ เอสเม่” ดีนน่ะเขาผละออกจากเธอ ดูเหมือนตกใจนิดหน่อย แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มแทนเพราะเขาเพิ่งจับได้ว่าฉันลงมาจากข้างบนกับออสติน “ไงออสติน”

 

“เฮ้ ดีน”

 

“สวัสดีค่ะ” เธอคนนั้นก็ทักเราด้วย ฉันยิ้มรับ ดีนขยิบตาให้อยู่ข้างหลังเธอ

 

“ดีจ้ะ คือเราแค่จะลงไปข้างล่างน่ะ” ฉันไม่รบกวนพวกเขาจะดีกว่า (ตราบใดที่พวกเขาไม่พากันขึ้นไปบนห้องของฉันนะ) เธอหัวเราะเขินๆ และทั้งสองคนก็เปิดทางให้เรา แต่พอลงมาถึงข้างล่างได้ฉันก็ต้องลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

ดีนนะดีน

 

ฉันจะบอกเฟร์ยายังไงล่ะทีนี้

 

 

 





แจ้งปรับปรุงปก + VOTE  รีปริ้นนิยายในปี 2019!

 

มาจ้ะ! มีหลายเสียงเรียกร้องเข้ามาว่าให้ตีพิมพ์นิยายที่หมดไปแล้ว (โดยเฉพาะเซ็ท Seasons - พิมพ์กี่รอบก็เกลี้ยง) เฟิร์นมีแพลนเพียบเลย และ "ถ้าหาก" ได้ตีพิมพ์ เฟิร์นก็จะต้องแพลนอีกกว่าจะได้พิมพ์ (เล่มพิเศษเซ็ท Seasons ก็กำลังจะมาเนอะ)

 

ถ้ายังไงลองลงชื่อกันไว้คร่าวๆ นะคะ ขอเป็นคนที่ "อยากได้จริงๆ" นะ เพราะเฟิร์นต้องกะปริมาณให้คุ้มกับที่จะพิมพ์ซ้ำเนอะ :)

 

หมายเหตุ : นิยาย "บางเรื่อง" จะใช้หน้าปกใหม่นะคะ เฟิร์นเพิ่งจะปรับปรุงมาสดๆ ร้อนๆ เล๊ยยยยย และจะทยอยมาลงเพิ่มเรื่อยๆ

 

ขอบคุณค่ะ!

 

ไปโหวต : https://goo.gl/oNJsfA

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc




 

 

 

 

 

 

 

ฉันตัดสินใจลืมเรื่องนั้นไปก่อนและพาออสตินไปหยิบเครื่องดื่มในครัว ขนาดในนี้ก็ยังมีคนเยอะวุ่นวายพอๆ กับข้างนอก ฉันล่ะปวดหัวเลย

 

“สาบานว่าครั้งหน้าฉันไม่ให้เฟร์ยาเป็นคนแจกบัตรเชิญแน่ๆ” ฉันบ่นพึมพำ พวกพี่แม่บ้านเดินเก็บขวดเปล่ากับแก้วใช้แล้วที่วางอิเหระเขระขระกันให้วุ่น

 

“เฟร์ยาเป็นคนแจกบัตรเชิญเหรอ มิน่าล่ะ ฉันก็ว่าอยู่ว่าเธอรู้จักคนพวกนี้ได้ยังไง”

 

“ฉันรู้จักไม่ถึงครึ่งเลย” ฉันเปิดขวดเบียร์ให้ตัวเอง “เฟร์ยาเองก็คงไม่ได้รู้จักทุกคนหรอก เชื่อฉันสิ” คิดว่าเธอน่าจะไปป่าวประกาศและพวกเขาก็ตามๆ กันมาเองมากกว่า

 

“แล้วเธอไม่เป็นบาร์เทนดี้หน่อยเหรอคืนนี้” ออสตินถามยิ้มๆ

 

“ไม่ต้องมาแกล้งกันเลย” แค่เป็นโฮสต์ก็เหนื่อยจะแย่

 

“อ้าวเฮ้ย ไอ้คู่อริ!” เจ้าของเสียงนั้นความจริงแล้วเป็นเพื่อนสนิทของออสติน แต่เขาเรียกว่าคู่อริก็เพราะแฮร์รีกับมัลฟอยไม่ถูกกันในหนังน่ะ

 

“ไอ้เอลเลียต” ออสตินมีสีหน้าเบื่อหน่าย

 

โอ้โหยืนด้วยกันแล้วเหมือนแก๊งนายแบบไม่มีผิดเลยแฮะ ฉันแอบถ่ายรูปพวกเขาไว้ได้ไหมเนี่ย

 

“แต่งตัวแฟนซีเป็นกับเขาด้วยเหรอวะ ไม่อยากจะเชื่อ”

 

“เอสเม่แต่งให้ต่างหาก” พอออสตินบอกอย่างนั้นเอลเลียตก็หันขวับมาทำตาโตใส่ฉันทันที

 

Blimey, Esmé!” (โอ้โห เอสเม่!) คนกวนประสาทแกล้งร้องราวกับตกใจสุดๆ (ด้วยคำที่โคตรอังกฤษสุดๆ) แค่สายตาก็บอกได้แล้วว่าเขาคิดไปถึงไหนต่อไหน ฉันกลอกตาไปมา ออสตินก็รู้เพราะเขาก็ยกแขนขึ้นถองเพื่อนเหมือนกัน มิหนำซ้ำยังเลียนแบบสำเนียงอังกฤษของเอลเลียตด้วยคำว่า

 

Shut up, mate. (หุบปากไปเลยเพื่อน)

 

เอลเลียตหัวเราะลั่น “Nice one, mate, but guess what…” (เข้าใจเล่นนี่ เพื่อน แต่รู้อะไรมั้ย) เขาเว้นพลางยื่นหน้ามากระซิบใกล้หูออสติน “ต่อให้แกเลียนแบบสำเนียงฉันแกก็ฮอตได้ไม่เท่าฉันโว้ย เพราะสาวๆ พวกนี้ชอบหนุ่มอังกฤษแท้ๆ มากกว่าไอ้อเมริกันอย่างแก โฮ่ๆ”

 

จ้ะ ใช้ความเป็นอังกฤษให้เป็นประโยชน์เพราะใครๆ ต่างก็คิดว่าสำเนียงของเรามีเสน่ห์ทั้งนั้น

 

“เออๆ อะไรก็ช่าง” ออสตินหมดอารมณ์จะเถียงกับเพื่อนแล้วล่ะ “แล้วแกไปเอาชุดนักเรียนสลิธีรีนมาจากไหน ซื้อที่อังกฤษแล้วขนมาด้วยรึไง”

 

“ไม่ใช่โว้ย ยืมรุ่นน้องมาต่างหาก มีไม้กายสิทธิ์ด้วยนะเว้ย!” เอลเลียตกล่าวอย่างภาคภูมิใจเกินไปหน่อยนะ เขาเปิดผ้าคลุมแล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ที่เสียบอยู่ด้านในออกมาโชว์ เอ้อ “แค่ใส่ชุดนี่กับถือไม้กายสิทธิ์แล้วก็เซ็ทผมไปด้านหลังให้เหมือนมัลฟอย” ว่าพลางยกมือขึ้นเสยผมอีก ก่อนที่เขาจะยักคิ้วกวนๆ “Bob’s your uncle! Call me Draco Malfoy!” (แค่นี้ก็เสร็จ เรียกฉันว่าเดรโก มัลฟอยซะสิ!)

 

ฉันหลุดหัวเราะ แต่ออสตินมีสีหน้างุนงง

 

Bob’s whose uncle?” (บ็อบ ลุงอะไรใครนะ?)

 

ฉันกับเอลเลียตชะงักกึกกับคำถามของออสติน ก่อนจะระเบิดหัวเราะพร้อมๆ กันซึ่งทำให้ออสตินยิ่งไม่พอใจเข้าไปกันใหญ่

 

What the fuck? บางครั้งฉันก็คิดว่าเราไม่ได้พูดภาษาเดียวกันจริงๆ นะ” ออสตินโกรธใหญ่ที่เขาไม่เข้าใจแสลง Bob’s your uncle ของเอลเลียต

 

“โถ เพื่อน” เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ยังหัวเราะไม่เลิก เขาตบไหล่เพื่อนสองสามทีพลางส่ายหัว “Bob’s your uncle เป็นสแลงโว้ย มันแปลว่าเอ้อ จะอธิบายยังไงดีวะเอสเม่”

 

“ไม่รู้สิ มันเหมือนจะมีความหมายแต่ก็ไม่มีนะ เอาไว้ใช้เวลาอธิบายอะไรเป็นขั้นตอนน่ะ” แต่ออสตินก็ยังดูงงหนัก “เหมือนเวลาฉันอธิบายให้ใครฟังว่าทำป็อปคอร์นด้วยไมโครเวฟได้ยังไง ฉันก็จะบอกว่าเอาถุงป็อปคอร์นเข้าไมโครเวฟ กดเวลาไปสามนาที จากนั้นฉันก็จะพูดว่า Bob’s your uncle! ประมาณว่าแท่นแท๊น ป็อปคอร์นเสร็จแล้วน่ะ” เหมือนที่เอลเลียตเพิ่งอธิบายว่าเขามีชุดนักเรียน มีไม้กายสิทธิ์ แค่เซ็ทผมทรงเดียวกับมัลฟอย ก็แท่นแท๊นเรียกเขาว่ามัลฟอยได้เลยอะไรอย่างนั้น

 

“ฉันว่าเราพูดคนละภาษาจริงๆ นั่นแหละ” ออสตินถึงกับส่ายหัว “Bob’s your uncle เนี่ยนะเมกเซนส์ตรงไหนวะเนี่ย”

 

ฮ่าๆ คิดๆ ดูแล้วมันก็จริงอย่างที่ออสตินบ่นนั่นแหละ ไม่เมกเซนส์สักนิด

 

“นึกว่าพอรู้จักกันเป็นปีแล้วแกจะแตกฉานภาษาอังกฤษแบบบริทิชมั่งนะเนี่ย ไม่ไหวเลยพวก” เอลเลียตส่ายหัวก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบเบียร์ขวดใหม่

 

“ฉันไม่ใช่คนอังกฤษนะโว้ย”

 

“ฮ่าๆ ช่วยไม่ได้ อยากเอาภาษาอังกฤษที่รับไปจากประเทศฉันไปยำซะเละทำไม”

 

ก็ถ้าเราจะเถียงกันเรื่อง British English กับ American English ล่ะก็นะ

 

ฉันล่ะเอ็นดูพวกเขาเป็นบ้า

 

ทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องงี่เง่าประมาณว่า เอลเลียตบ่นว่าชาวอเมริกันรับคำศัพท์ไปแล้วก็ไปตัดออก เช่นคำว่า Colour ก็ตัดเป็น Color หรือ Favourite ที่ตัดเป็น Favorite หรือ Travelling เป็น Traveling และอีกหลายคำมากมายที่เราเรียกไม่เหมือนกัน และบลาๆช่างเป็นบทสนทนาที่เข้ากับปาร์ตี้ฮาโลวีนอะไรอย่างนี้

 

พอเถียงกันเสร็จพวกเขาก็ขำกัน (ฮะ?) แล้วเอลเลียตก็ยื่นมือถือมาให้

 

Anyway, can you take some photos of me and this wanker, please, Esmé?” (อะไรก็แล้วแต่ ช่วยถ่ายรูปฉันกับไอ้งั่งนี่ให้ทีสิ เอสเม่) เอลเลียตว่า “ไหนๆ ก็อุตส่าห์แต่งตัวมาเป็นคู่อริกันทั้งที”

 

“เฮ้ย ฉันรู้นะเว้ยว่า wanker แปลว่าอะไร” ออสตินบ่นอีก เพราะ wanker เป็นสแลงอังกฤษ แปลว่า ไอ้งั่ง

 

ฉันกับเอลเลียตก็ยังคงขำไม่หยุดไม่หย่อน ภาพมันจะสั่นก็เพราะฉันหยุดขำไม่ได้นี่แหละโอ๊ย

 

ช่างเป็นสมบัติของสองชาติที่งดงามอะไรอย่างนี้นะสองคนนี้

 

“มา ฉันถ่ายให้เธอกับมันบ้าง เอามือถือมาสิ”

 

เนี่ยนะฉันไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเอลเลียตตั้งใจทำอะไร (เชื่อเถอะว่าออสตินก็รู้) ฉันกลอกตาให้เขาแต่ก็ยอมส่งมือถือให้แล้วไปยืนข้างออสติน มันเกร็งๆ นิดหน่อยและเอเลียตก็ยังคงไม่พอใจ

 

“ขอร้อง ทำอย่างกับคนไม่สนิทกันงั้นอ่ะ ออสตินแกก็โอบเอสเม่หน่อยสิวะ”

 

โอ้ให้ตาย เอลเลียต

 

ออสตินพ่นลมหายใจแรงเหมือนเพลียกับเพื่อนตัวเอง แต่ก็ยอมทำตามที่เอลเลียตบอก ฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงอยู่ในอกเมื่ออ้อมแขนกว้างดึงฉันเข้าหาตัว เราสองคนยิ้มให้กล้อง เอลเลียตกดถ่ายแต่เขาก็ยังคงทำเหมือนตัวเองเป็นตากล้องมือโปรและต้องการภาพที่ดีกว่านี้

 

“เอางี้ เอสเม่ลองขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ซิ”

 

ฉันขมวดคิ้วแน่น “จะทำอะไรของนายน่ะ”

 

“เออน่า ขึ้นไปดิ”

 

เอ้าอะไรของเขากัน แล้วทำไมฉันต้องทำตามด้วยเนี่ย ฉันคิดแต่ก็ปีนขึ้นไปจนได้

 

“ส่วนออสติน แกมายืนหน้าเอสเม่” เขาชี้นิ้วสั่งเพื่อน ก่อนจะฉีกยิ้มซะตาหยี “ทีนี้เอสเม่ก็กอดไอ้ออสตินจากข้างหลังและวางคางบนไหล่มันสิ”

 

เอ่อ

 

What are you, a fucking wedding photographer?” (แกเป็นใคร ช่างถ่ายภาพงานแต่งหรือไงวะ) ออสตินถาม

 

Just fucking do it.” (แค่ทำๆ ตามไปเถอะโว้ย) เอลเลียตจอมบงการสั่ง ฉันคิดว่าออสตินน่าจะปฏิเสธ แต่เขาก็เดินมายืนตรงหน้าฉันจนได้ เยี่ยมแล้วฉันจะปล่อยโอกาสดีๆ ทิ้งทำไมล่ะทีนี้

 

ฉันค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ออสตินทำตามที่เอลเลียตบอกด้วยการโอบแขนกอดรอบคอคนตัวสูงจากด้านหลังและวางคางลงบนบ่าของออสติน หัวใจของฉันเต้นแรงมากจนฉันคิดว่าออสตินต้องสัมผัสได้แน่ๆ ร่างสูงหันมาหาวินาทีหนึ่งและทำให้ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันเกินไปฉันหลบสายตาก่อนและหันไปมองกล้อง เอลเลียตยังคงยิ้มอย่างพึงพอใจสุดๆ อยู่ด้านหลัง

 

แล้วเอลเลียตก็รู้งานดีเป็นบ้าพอคืนมือถือให้ฉันเสร็จแล้วก็รีบสลายโต๋ไปเลย

 

และรูปพวกนี้นะ รูปตอนที่เราสบตากัน ตอนที่ฉันหันมามองกล้องแล้วแต่สายตาของออสตินยังจับจ้องอยู่ที่ฉัน หรือจะตอนที่เราสองคนยิ้มให้กล้องทั้งคู่ก็ดี

 

มันอย่างกับเราเป็นคู่รักกันไม่มีผิด

 

“ไอ้บ้านั่นเป็นตากล้องที่ดีจริงๆ ด้วยสิ” ออสตินพึมพำ ฉันเขินจนต้องดื่มเบียร์เย็นๆ ดับความร้อนบนใบหน้า ก่อนที่ออสตินจะล้วงมือถือตัวเองขึ้นมา “ส่งมาให้บ้างสิ”

 

อื้มขอฉันเป็นแฟนเลยเถอะ ออสติน

 

ฉันพูดบ้าอะไรไม่เป็นไปเลย ได้แต่ก้มหน้าก้มตาส่งรูปผ่าน air drop ให้ออสติน แล้วใครบางคนก็เข้ามาช่วยชีวิตฉันไว้ไม่ให้ตายจากการจมลงไปในความเขินดีนอีกแล้ว

 

“เอสเม่ อยู่นี่เอง ขอคุยด้วยทีสิ”

 

โอ้ มาแปลกแฮะ ฉันมองหน้าออสติน เขาก็ยักไหล่ให้ “อืม ได้สิ”

 

เราสองคนออกมาจากห้องครัวที่พลุกพล่านและเข้าไปในห้องอ่านหนังสือ ดีนปิดประตูตามหลัง

 

“คืองี้ฉันอยากให้เธอเก็บเรื่องที่เธอเห็นเอาไว้ก่อน ได้มั้ย”

 

“หมายถึงที่นายจูบกับผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ?” ฉันถามและดีนพยักหน้า “มันเป็นเรื่องส่วนตัวของนาย ฉันไม่ได้จะเอาไปบอกใครอยู่แล้วนี่”

 

“ฉันหมายถึงเฟร์ยาน่ะ”

 

 

“อย่าบอกเฟร์ยาได้มั้ย”

 

โอเค มันฟังดูแปร่งๆ แล้วล่ะ ดีนสนิทกับเฟร์ยา ถ้าเขาจะมีแฟน เขาก็ไม่ควรจะปิดบังเธอเลยนะ “ทำไมเหรอ?

 

“ไม่รู้ดิ ฉันไม่ค่อยอยากคุยเรื่องผู้หญิงกับเฟร์ยา หมู่นี้รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้”

 

เวรกรรมดีนคงไม่ได้สัมผัสได้ว่าเฟร์ยาอาจจะคิดกับเขามากกว่าเพื่อนหรอกนะ “เอ่ออย่าห่วงเลย ฉันไม่พูดหรอก”

 

“ขอบใจ ฉันจะบอกแค่นั้นแหละ” เขาว่าแล้วก็ยกมือขึ้นเกาหัว “โทษทีที่มันฟังดูแปลกๆ แต่เอาไว้ให้ฉันพร้อมแล้วฉันจะบอกเฟร์ยาเอง เธอก็ช่วยทีแล้วกันนะ”

 

ก็แล้วฉันจะพูดอะไรได้ล่ะถ้าอย่างนั้น “อืม ได้เลย”

 

แล้วฉันก็กลับออกมาจากห้องอ่านหนังสือแบบงงๆ หลังจากนั้น ดีนกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น ส่วนฉันก็เดินกลับไปที่ครัว เฟร์ยายังคงโบกมือมาให้จากฟลอร์แดนซ์อยู่เลยตอนที่เธอหันมาเห็น ฉันนี่ไม่รู้จะรู้สึกผิดหรือยังไงดี

 

มันไม่ใช่เรื่องของฉันนี่นะ

 

ออสตินไม่ได้ถามอะไรตอนที่ฉันกลับมา มีผู้หญิงเข้ามาคุยกับเขาด้วยเถอะ (ฉันหายไปไม่ถึงห้านาทีนะเนี่ย!)

 

“เอสเม่” เธอทัก ฉันยิ้มให้ทั้งๆ ที่แอบเซ็งอยู่ในใจ “ฉันเพิ่งคุยกับออสตินเลยว่าเธอแต่งบ้านได้เก๋มาก ขอบคุณมากเลยนะที่เชิญมา”

 

“ไม่มีปัญหาจ้ะ” ฉันยิ้ม ก่อนจะแอบบอกเธอเป็นนัยๆ ว่า “ส่วนเรื่องแต่งบ้านเธอคงต้องชมออสตินด้วยน่ะ เขาเป็นคนช่วยตกแต่งเมื่อคืน”

 

เธอหัวเราะเจื่อนๆ ไปเลย นอกจากความรักแล้วก็ความหึงนี่แหละที่ทำให้คนเป็นบ้า

 

ฉันจิบเบียร์และมีรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่เมื่อเธอยกขวดไวน์ในมือขึ้น รอยยิ้มของฉันก็เลือนหายไปในทันที

 

“เธอไปเอาไวน์นั่นมาจากไหนน่ะ”

 

“อ๊ะ นี่น่ะเหรอ” เธอชู Cabernet Sauvignon ขวดละเกือบสามพันเหรียญในมือขึ้นมา “ก็จากตู้ในห้องเก็บไวน์ของเธอน่ะ มีคนบอกว่าให้เข้าไปหยิบได้ ฉันก็เลย

 

“ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย!” ฉันรีบคว้ามันคืนมา “นี่มันขวดละเกือบสามพันเหรียญ ใครเขาจะให้เธอเข้าไปหยิบได้ฟรีๆ!

 

“อะไรนะ!

 

“พระเจ้า ฉันล่ะเชื่อเลย” ฉันกระแทกขวดลงบนเคาน์เตอร์ เปิดแล้วอย่างนี้เอาคืนมาก็ไม่ได้อะไร ฉันรีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องเก็บไวน์ที่อยู่ถัดจากห้องครัว นอกจากประตูจะเปิดอยู่แล้วไวน์ในนั้นยังหายไปตั้งสี่ห้าขวด

 

โอ๊ยนี่มันอะไรกัน!

 

ฉันรีบปิดประตูห้อง โมโหได้ที่ แต่ยังไม่ทันจะเดินไปไหนก็ดันเห็นพอลลีกำลังเช็ดคราบอ้วกบนพรมในห้องครัวซะก่อน

 

You’ve got to be shitting me!” (นี่มันต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่) ฉันร้อง “ใครทำคะเนี่ย”

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ในห้องน้ำก็เละเทะไปหมดเลย” พอลลีครางฮือ มีสีหน้ากลัดกลุ้มเหมือนกลัวถูกดุ แต่เธอไม่จำเป็นต้องกลัวฉันเลย เพราะฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ

 

บ้าจริง ไม่เอาแล้วนะปาร์ตี้แบบนี้!

 

“ให้ตายเถอะ ขอโทษนะคะที่ทำให้ลำบาก เดี๋ยวเอสเม่ช่วย”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการได้

 

ยังไม่ทันที่พอลลีจะพูดจบ เสียงเหมือนอะไรแตกดังเพล้ง! ก็ดังขึ้นจากทางห้องเล่น พวกเราตกใจกันมากและทุกอย่างก็เงียบสนิทไปพักหนึ่ง เสียงมันดังจนได้ยินผ่านเสียงเพลงด้วยซ้ำ

 

“โอ้ไม่นะ” คราวนี้อะไรอีกล่ะ ฉันรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่นและเปิดไฟทั้งหมด แล้วภาพที่เห็นก็เล่นเอาฉันต้องกุมขมับ

 

ใครบางคนทำแจกันใบสูงที่ตั้งประดับอยู่แตก

 

แจกันที่มีอายุมากกว่าฉันหรือทุกคนที่นี่ซะอีก

 

ฉันไม่ควรให้เฟร์ยาเชิญคนพวกนี้มาเลยจริงๆ

 

My God…” ฉันยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง พยายามจะข่มอารมณ์โกรธและบอกตัวเองว่าหลายคนที่นี่ก็ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกับเรื่องบ้าบอคอแตกที่เกิดขึ้น แต่มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่สองคนนั้นไปมีอะไรกันในห้องฉัน แม่คนนั้นกับผู้คนที่ขโมยไวน์ขวดเป็นพันๆ เหรียญออกมาโดยไม่รับอนุญาต กับพวกที่ทำบ้านฉันรกเละเทะไปหมดเหมือนคนที่ที่บ้านไม่เคยสั่งสอนมาก่อนแล้วก็มานี่ “ใครเป็นคนทำ?

 

 

“ฉันถามว่าใครทำ” ฉันย้ำ และมันไม่ใช่การตะคอกด้วยซ้ำ แต่ทั้งห้องก็เงียบกริบ เสียงเพลงก็ถูกปิดไปในวินาทีนั้น ทุกคนหน้าเสียกันเป็นแถบๆ เฟร์ยารีบตรงเข้ามาหา แต่ฉันไม่อยากคุยกับเธอในตอนนี้

 

ฉันรอและก็ยังคงไม่มีใครตอบ

 

“สรุปจะไม่มีใครยอมรับใช่มั้ย” ฉันถามซ้ำอีกครั้ง ออสตินเพิ่งออกมาจากครัวและเห็นความพังพินาศนี่ คนในห้องต่างก็มองหน้ากันไปมา และเส้นความอดทนของฉันก็ขาดพึง “ดีงั้นก็ออกไปจากบ้านฉันกันซะให้หมดเลยนะ”

 

“เอสเม่” เฟร์ยาทำตาโตใส่

 

“เธอด้วย ออกไปซะ” ฉันกล่าวเสียงแข็ง เพื่อนสนิทหน้าเสีย แต่ฉันไม่สนใจ เพราะนี่มันเป็นความผิดของเธอส่วนหนึ่ง “แค่ฉันบอกให้เธอเชิญคนมาได้ ไม่ได้หมายความว่าให้เชิญมาทั้งมหาวิทยาลัยขนาดนี้ กลับไปเลยเฟร์ยา ฉันยังไม่อยากคุยกับเธอตอนนี้”

 

เฟร์ยามีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ และทุกคนก็ยังยืนตะลึงกันอยู่อย่างนั้นเหมือนคิดว่าฉันคงไม่ได้พูดจริง พวกเขาแทบจะไม่ขยับกันไปไหน ดังนั้นฉันเลยตวาดออกไปเสียงดัง

 

I said get the fuck outta here!” (ฉันบอกให้ออกไปไง!)

 

เท่านั้นแหละพวกเขาถึงได้รีบกุลีกุจอกันออกไป เฟร์ยาทำท่าเหมือนจะเข้ามาหาแต่ดีนก็ดึงแขนเธอไว้และมันก็ดีมากที่เขาทำอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นฉันได้ทะเลาะกับเธอต่ออีกคนแน่ การที่เราสนิทกันไม่ได้แปลว่าเธอจะชวนใครที่เธอชอบมาก็ได้ นี่มันเกินขอบเขตกันไปแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรในทีแรกแค่เพราะเห็นว่าไหนๆ ทุกคนก็มากันแล้วและไม่อยากไปทำให้มันกร่อยเท่านั้น

 

และนี่ไงล่ะผลของมัน

 

แต่จะไปโทษเฟร์ยาคนเดียวก็ไม่ได้ ฉันเองก็ผิด

 

“อย่าไปหยิบนะคุณหนู เดี๋ยวฉันกับพอลลีจัดการเองค่ะ” แอนน์รีบบอกเมื่อเห็นนั่งลงและทำท่าจะช่วยเก็บเศษแจกัน เธอหายไปหยิบอะไรสักอย่าง แต่ฉันก็เริ่มหยิบเศษเซรามิคที่แตกมากองไว้ด้วยกันอยู่ดี

 

“มานี่มา ฉันช่วย”

 

มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้ออกไปอย่างคนอื่นๆออสติน เขานั่งยองๆ ลงข้างกายและฉันก็ต้องมองอย่างขอบคุณ ฉันไม่ได้อยากจะอารมณ์เสียอย่างนี้เลย แต่พวกเขาทำเกินไปจริงๆ

 

“บ้าชะมัด” ฉันสบถ โยนเศษเซรามิคไปรวมกันอย่างโกรธๆ แต่ถ้าคืนนี้มันยังแย่ไม่พอฉันยังโดนมันบาดอีก “Shit!

 

“เอสเม่ ระวังหน่อยสิ” ออสตินรีบดึงมือฉันไปหา ทีแรกมันก็แค่เจ็บแปลบๆ เท่านั้น แต่พอของเหลวสีแดงเริ่มไหลออกมามันก็เจ็บจนฉันอยากจะร้องไห้ ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “เวรเอ๊ย มานี่ก่อนเลย เดินระวังๆ นะ”

 

ฉันลุกขึ้นตามร่างสูง ออสตินพาฉันไปนั่งและลุกขึ้นไปหยิบทิชชู่มาให้ฉันกดแผลห้ามเลือด ความโกรธเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนของฉันมลายหายไปเพราะความเจ็บปวดในทันที ลีอาห์ที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ร้องเสียงดัง

 

“ตายแล้วเอสเม่ ไปทำอะไรมา”

 

“เศษแจกันบาดน่ะครับ” เป็นออสตินที่ตอบแทน “มีกล่องปฐมพยาบาลมั้ยครับ”

 

“มีจ้ะ รอเดี๋ยวนะ” ลีอาห์รีบวิ่งไปหยิบให้ เธอกลับมาในเวลาไม่ถึงสองนาที “นี่จ้ะ โอ๊ย เอสเม่นะเอสเม่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะเนี่ย”

 

“ก็คนพวกนั้นนั่นแหละ” ฉันฟ้องด้วยน้ำเสียงที่เหมือนอยากจะร้องไห้ “นอกจากจะหยิบไวน์ไปดื่มเองแล้วยังอ้วกใส่พื้น ทำห้องน้ำสกปรก ทั้งยังขึ้นไปมีอะไรกันในห้องเอสเม่ แล้วยังจะทำแจกันนั่นแตกอีก”

 

Oh, dear.” ลีอาห์ยกมือขึ้นทาบอกมองไปรอบกาย “เอาล่ะๆ ฉันจะไปช่วยพวกแอนน์ก่อนแล้วกันถ้าอย่างนั้น ฝากเอสเม่ด้วยนะจ๊ะออสติน”

 

“ครับ” เขารับปากขณะรื้อกล่องปฐมพยาบาล ฉันดีใจที่เขายังอยู่กับฉันแม้ฉันจะออกปากไล่ทุกคนออกไปนะ แต่จะร้องไห้ก็เพราะออสตินหยิบน้ำเกลือกับเบตาดีนออกมานี่แหละ

 

“แค่ปิดพลาสเตอร์ไม่ได้เหรอ” ฉันขอร้องเสียงสั่น

 

“เลือดเธอไหลเป็นน้ำขนาดนั้นจะปิดแค่พลาสเตอร์ได้ยังไง” เขาส่ายหัว ดึงมือข้างที่เจ็บของฉันมาหาแต่ฉันฝืนเอาไว้ “เอสเม่ มาทำแผลก่อนน่า”

 

ฮือทำก็ทำ รู้งี้เชื่อแอนน์ตั้งแต่แรกดีกว่าเรา

 

ออสตินค่อยๆ เอาทิชชู่ออกอย่างระวัง แล้วเลือดมันก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด ประเด็นก็คือมันไม่ได้บาดนิ้วของฉัน แต่บาดฝ่ามือเป็นแนวยาว แม้จะไม่ได้ลึกเท่าไหร่แต่มันก็เจ็บมากอยู่ดีฉันสูดปากเมื่อออสตินเช็ดแผลให้ด้วยน้ำเกลือ แต่พาร์ทที่เจ็บที่สุดคือตอนที่เขาใส่เบตาดีนและเล่นเอาฉันแสบจนต้องหันหน้าหนีและร้องออกมาต่างหาก

 

“ชู่วนิดเดียวเอสเม่”

 

ถึงออสตินจะเป่าหูฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มอย่างนั้นก็เถอะ แต่ความเจ็บมันก็ไม่ได้ลดลงเลย ฉันเบะปากใส่แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังทำแผลให้ฉันอย่างใจเย็นและแสนอ่อนโยนน้ำเสียงนั้น ฝ่ามือของเขาและทุกอย่างที่เป็นออสตินรวมกันสงบฉันลงช้าๆ

 

ทั้งจากอารมณ์โกรธ และจากความเจ็บปวด

 

พระเจ้าฉันชอบผู้ชายคนนี้อย่างแท้จริงเลย

 

“เสร็จแล้ว เห็นมั้ย” ออสตินชูมือข้างที่เขาพันแผลให้ขึ้น ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยตอนนั้นนอกจากเรื่องที่ว่าฉันชอบเขามากแค่ไหน ฉันกุมมือออสตินไว้ด้วยมือข้างเดิม

 

“ขอบคุณนะที่อยู่ต่อ

 

 

“พรุ่งนี้มาอยู่ด้วยกันอีกวันได้มั้ย” ฉันเอนตัวไปใกล้คนตัวสูงและยิ้มถาม “ไปกินมื้อสายและพาเที่ยวนิวยอร์กทีสิ”

 

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้ม เขาทำแบบนั้นอีกแล้วเลื่อนมือมาประคองใบหน้าฉันและจิ้มแก้มเบาๆ แบบนั้น “ฉันนึกว่าเธอจะเที่ยวจนครบแล้วซะอีกนะ”

 

ฉันส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก “ยังมีที่ที่ไม่เคยไปตั้งเยอะ”

 

Yeah?” ออสตินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ฉันจะพาไปร้านโปรดนะถ้าอย่างนั้น”

 

ฉันยิ้มแก้มแทบแตก มีความสุขจนตัวแทบจะระเบิดได้ยิ่งกว่าแจกันที่แตกไปซะอีก ฉันสวมกอดออสตินแน่นและแม้เราจะเคยกอดกันมาก่อนแล้ว แต่มันก็ไม่มีครั้งไหนที่จะให้ความรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลยก็ถ้าลีอาห์กับคนอื่นๆ ไม่ได้เดินกลับมาก่อนและทำให้ฉันต้องผละออกเพราะเขินน่ะนะ

 

แต่เอาเถอะ ได้แค่นี้ฉันก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว

 

 

Next :

“แล้วฉันก็นึกว่าเราจะมาทำอะไรที่เธอไม่เคยทำซะอีกนะเนี่ย”

“อ่ะ” ฉันชะงัก ออสตินเล่นมุกนี้เลยเหรอ แถมยังมีการเลิกคิ้วอย่างท้าทายอีก

Come on.” (มาเถอะน่า) เขาโน้มน้าวด้วยการส่งมือมาให้จับกับรอยยิ้มหวาน

เยี่ยมไปเลยออสติน

 

 

 

 

FernniZ’s 2nd Talk : 16.12.18

          เขาจะไปเดตกันหรือเปล่านะซิ้ส! ไม่รู้วววววถ้าอยากรู้ตอนต่อไปแบบไม่ต้องค้างบ่อยๆ อย่างนี้ก็รีบจองหนังสือซะสิ ฮ่าๆๆๆ (ขายของอีกแล้ว) ทุกคนจะได้รู้ตอนต่อไปก่อนใครแน่ๆ โฮ่ๆ อย่างที่เห็นว่าครึ่งหลังยาวม๊ากกกก นิยายเรื่องนี้ตอนๆ นึงยาวมากจริงๆ ดังนั้นรีดเดอร์ก็จะได้อ่านความน่ารักน่าเอ็นดูอย่างนี้กันอย่างจุใจ ขอย้ำว่าเดี๋ยวถ้าใครได้รูปเล่มแล้วในกลางเดือนหน้า (ถ้าไม่มีอะไรเลทนะ) อ่านจบเมื่อไหร่จะต้องอยากอ่านเอลเลียตมากกกกก

            ส่วนคนที่รออ่านเว็บคงต้องรอค้นพบอีกสักพักว่าเพราะอะไร แฮ่ๆ เดี๋ยวรู้กันเล๊ยยยย

          อย่าลืมเมนท์กันนะ คู่นี้เขาจะไปเดตกันหรือเปล่า จะมีฉากจูบอีกไหมนะ…?




FernniZ’s 1st Talk : 14.12.18

          โอ๊ะโอใครบางคนอดใจไม่ไหวและเริ่มหยอดบ้างแล้วล่ะ เจอออสตินโหมดนี้เอสเม่จะทำยังไงเนี่ยยยย ที่สำคัญ รีดเดอร์จะทำยังไง ฮ่าๆๆ เอาหมอนมาจิกอย่างที่บอกไว้ตอนที่แล้วหรือเปล่า ขอกระซิบว่าตอนหน้าจะต้องจิกหมอนกว่านี้! โหะๆๆๆ ถ้ารีดเดอร์เองก็อดใจไม่ไหวก็อย่าลืมไปสั่งเรื่องนี้นะคะ! โปรส่งฟรีหมดวันนี้แล้วววว

            อยากไซโคแบบนี้ว่าถ้าไม่สั่งตอนนี้ (และเอาโปรส่งฟรีไป) เดี๋ยวอีกสักพักก็จะอดใจไว้ไม่ไหวอยู่ดี เพราะคู่นี้เค้าดีม๊ากกกก และพอถึงตอนนั้นก็ต้องเสียค่าจัดส่งแล้วนะ โฮ่ๆ

 

Gabrielle Alpin – Start of time

 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #566 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:11
    เอลเลียตคือชงเข้มมาก ปรบมือออ
    #566
    0
  2. #510 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:57
    เข้าใจฟิลเอสเม่เลยอ่ะ มันโคตรน่าหงุดหงิดนะเอาจริงงงง
    #510
    0
  3. #236 JenT A (@jennyyy_jap) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 22:37
    เอลเลียตตต คือทำดีมากกก โอ้ยยย//สงสารเอสเม่นะ คือเข้าใจว่าการที่เพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้านแล้วพังข้าวของนี่มันแย่จริงๆ เหมือนแบบนั่นของรักของเรานะ พังไปได้ยังไง ฟีลแบบเพื่อนยืมนิยายเล่มโปรดไปแล้วทำเป็นรอยหรือทำขาด
    #236
    0
  4. #235 K_Darin (@K_Darin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:26
    เอลเลียตคือกับตันเรือ 5555555 ชงเก่ง พายเก่งจ้าาา
    #235
    0
  5. #234 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:21
    เอลเลียตทำดีมากกก5555 และออสตินน่ารักสุดด
    #234
    0
  6. #233 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:13
    น้องว่าน้องต้องซื้อหนังสือแล้วว แง้ โดนตก น่ารักไปหมดด >______<
    ปล. โกรธแทนเอสเม่มาก เข้าใจเลย น่าโมโหสุดๆ
    #233
    0
  7. #232 Bouquet Pemika (@ubotque) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:11
    ทุกอย่างมันเกินไปจริงๆสำหรับการไปบ้านคนอื่น สงสารเอสเม่ ////ฮือกำลังฟินโมเม้นบรรยายกาศคู่รัก
    #232
    0
  8. #231 รีดเด้อออ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:55

    โอ้ยยยยยย เขิลลลลลลลล >///<

    #231
    0
  9. #230 Aldaren (@sripong_zizz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:33
    นี่เป็นเอสเม่ก็จะไล่ยังงี้แหละ ไม่โอเคกับการพังบ้านคนอื่นเด้อออออ แต่ออสตินคือดียยยย์
    #230
    0
  10. #229 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:13
    เอลเลียตคือMVPไปเลย5555555555
    ก็น่าหงุดหงิดจริงๆถ้ามีคนมาทำแบบนี้กับบ้านเราอะเนอะ แต่ก็ได้โอกาสกับออสตินต่อไง ให้อภัยๆ
    #229
    0
  11. #228 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:07

    แอบโมโหไปด้วยเลย เรื่องปาตี้ ฮืออออ // แต่มีโมเม้นให้หัวใจพองโต กรี๊ดดดดดด
    #228
    0
  12. #227 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:34
    กรี๊ดดดดดดดดดดด
    #227
    0
  13. #226 kikieluv (@kieluvkey) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:33
    โอ้ก็อด55555555555 ฮือทำไมทำกันแบบนี้ละคะ U_U โอ้ยสงสารเอสเม่แบบแต่ละอย่างที่โดนก็คือเฟลแทนๆๆๆ แต่อย่างเดียวที่ดีในตอนนี้คือออสติน!!! อยากเป็นเอสเม่จังเลยค่ะ ฮือ เขินตอนถ่ายรูปมาๆๆๆๆ เอลเลียตแบบได้ใจจริงพ่อหนุ่มคนนี้!! ฮือ ขอบคุณที่มาอัพวันเว้นวันนะคะ ติดตามมากๆๆๆคิดถึง พี่เฟิร์นมากช่วงที่ไม่ค่อยได้อัพตอนนั้น ชอบมากเลยนะคะทุกเรื่องเลย
    #226
    0
  14. #225 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 16:19
    เผลอหลับไปก่อนได้สั่ง คงต้องอีบุ๊คแล้วแหละค่ะ
    #225
    1
    • #225-1 F e r n n i Z ' : )) (@fernniz) (จากตอนที่ 7)
      16 ธันวาคม 2561 / 19:11
      ยังสั่งได้อยู่น้า แค่ไม่ได้สิทธิ์ส่งฟรีค่า
      #225-1
  15. #224 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:17
    โอ้ยน่ารักมากๆๆๆๆๆ
    #224
    0
  16. #223 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:43
    โมเม้นนี้ ละลายไปเลยค่าาา ถ้าจะหยอดกันขนาดนี้ >///<
    #223
    0
  17. #221 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:56
    แงงงงง เค้าหยอดกลับแล้วค่ะพี่ตาาา
    #221
    0
  18. #218 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 00:45

    แง้ น่ารักมากๆๆเลย ชอบเอสเม่มากก ผู้ดีสุดด รออ่านต่อไม่ไหวแล้วว
    #218
    0
  19. #214 PsychEros (@psyche-tm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:55
    กรี๊ดดดด
    #214
    0
  20. #213 Aldaren (@sripong_zizz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:52
    กรี้ดดดดดดดด ออสตินนน กรี้ดดดดดดดดดด
    #213
    0
  21. #212 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:41

    น่ารักเป็นบ้า เขินจนตัวม้วนไปหมด

    #212
    0
  22. #211 My lovely (@nichapat88) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:34
    ฟินมากกกกกก รออีบุ๊คใจจดจ่อเลยค่ะ
    #211
    0
  23. #210 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:33
    เขินออสตินน กรี้ด
    #210
    0
  24. #209 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:34
    หมอนขาดแล้วค่ะ ไรท์พอจะมีสำรองให้ยืมมั้ยคะ ใจไม่ไหวแล้ววว55555
    #209
    0
  25. #208 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:28
    โอ้ยยยย น่ารัก แง
    #208
    0