tori ni naritakunai! เกิดใหม่ทั้งที ไม่ต้องพกความนกมาด้วยได้ไหมคะ!

ตอนที่ 5 : เคล็ดลับฉบับนกๆข้อที่ 2 : ขอบกระดาษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61


เคล็ดลับฉบับนกๆข้อที่ 2 : ขอบกระดาษ














เคล็ดลับต่อไป!



.



..



...





.....ยังไงดีล่ะ?



เรรินะกำลังงงกับตัวเอง จดเคล็ดลับไว้ซะหลายข้อก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าจะาามารถใช้ได้ตามใจนึกซะหน่อย อย่างข้อแรกมันทำได้ แต่ข้ออื่นมันไม่ได้...



ต้องให้มันเป็นไปตามทางสินะ.... คอตก






-หลังจากนั้นไม่นาน-




"เรจัง~ ฉันมาให้หายคิดถึงแล้วล่ะ~"


ชายหนุ่มผู้มาเยือนเป็นชายหนุ่มนักการทูตผู้แข็งแกร่ง เจ้าของหัวใจรักของสาวน้อยใหญ่ เสียงทุ้มกรุ้มกริ่มรื่นเริงดังก่อนตัวเขาจะมาถึงโต๊ะทำงานของเธอ


"อะ สวัสดีค่ะวาตาเบะซัง แหะๆ" พอได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เรก็เงยหน้ามองอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ 'คนที่เธอเฝ้ารอ' แต่เป็น 'วาตาเบะ ซาโตรุ' แทน เรก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้



รอให้เป็นไปตามทาง แล้วถ้าไม่มีทางให้ไปล่ะ...



ฮือ



ว่าแต่เมื่อกี้วาตาเบะซังพูดว่าอะไรนะ?



'วาตาเบะซัง' เห็นสีหน้าเลื่อนลอยของหญิงสาวที่เงยหน้ามอง เขาก็รู้ทันที "ไม่ได้ฟังเลยสินะ..."


คำพูดผิดหวังเล็กๆ ประกอบกับสีหน้าผิดหวังน้อยๆของชายหนุ่มเจ้าสำราญที่ยิ้มแย้มเสมอทำเอาเรตาพอง "อะ ขอโทษค่ะวาตาเบะซัง! ฉันเหม่อไปหน่อยก็เลย..."



เหม่อคิดเรื่องจะจีบเพื่อนคุณยังไงน่ะค่ะวาตาเบะซัง....




เซกิซังกับวาตาเบะซังเป็นเพื่อนกันมานานแล้วตั้งแต่ในอดีต



ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า ตั้งแต่สมัยมัธยมต้นเลย การคบหากันอย่างยาวนาน ทำให้ความสัมพันธ์แบบ'เพื่อน'ของทั้งสองเป็นสิ่งที่ดีมากๆ


เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน เธอสัมผัสได้ บุคลิก'เจ้านายในอุดมคติที่ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉา'ของเซกิซังเปลี่ยนเป็น 'เพื่อนที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจกันให้มากความ'แทน คิดแล้วก็แอบอิจฉาวาตาเบะซังเบาๆไม่ได้


'....ได้เห็นได้อยู่กับเซกิซังตอนยังเอ๊าะๆด้วย ฉันเองก็อยากเห็นจังนะ~'



ต้องโมเอะมากแน่ๆเลย ฮุๆ


คิดไปพลางเหลือบมองคนที่เธอแอบอิจฉาอยู่ ในจังหวะนั้นเลยทำให้เธอสังเกตว่าอีกฝ่ายมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวผงะตกใจ ก่อนจะกระแอมไอเปลี่ยนเรื่อง



เหงื่อตก



"เอ้อ! จริงสิ วาตาเบะซังมีธุระอะไรเหรอคะ? จริงๆเลย ฉันนี่แย่จริง ไม่ต้อนรับคุณให้ดีๆเลย"


คนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ยิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะหึๆในลำคอของบุคคลที่ควรจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี "มีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้ไหมคะ ฉันจะทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อทำให้สำเร็จผลแน่นอนเลยค่ะ!"


ฉันทำดี ไม่หวังผลตอบแทนอะไรเลยจริงๆนะคะ!



...โอเค หวังนิดเดียวเท่านั้นเอง ขอแค่อย่าตั้งคำถามกับสีหน้าเพ้อฝันเมื่อกี้ก็พอนะคะ...




"หึๆ ไม่มีธุระอะไร มาหาเรจังไม่ได้เหรอ?" คำตัดพ้อแสนจั้กจี้ใจสาว ทำอะไรสาวตรงหน้าไม่ได้


เธอแสดงสีหน้า 'ถ้าไม่มีธุระกับฉัน ฉันก็ไม่น่ามีความสำคัญอะไรให้คุณที่งานยุ่งอยู่ต้องอุตส่าห์เดินทางมาหาเลยนี่คะ?' อย่างโจ่งแจ้งไม่เสแสร้งแดกดันใดๆ


สงสัยด้วยใจบริสุทธิ์เลยล่ะน้า~ หึๆ



"เรจังเนี่ยน่ารักไม่เปลี่ยนเลย" ครั้งนี้ไม่ได้ล้อกันเฉยๆ วาตาเบะพูดอย่างที่คิด


ท่าทางซื่อๆจริงใจไร้การปรุงแต่ง ไร้การวางท่าให้ต้องตีความเพื่อหาความรู้สึกจริงๆของหญิงสาวคนนนี้ รอบตัวเขาช่างหายากจนแทบไม่มีเสียด้วยซ้ำ


สำหรับเขาที่เป็นนักการทูตที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คนที่มีอำนาจชื่อเสียงมากมายที่สวมหน้ากากปากยิ้มไปไม่ถึงตา....



นี่เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่หาไม่ได้ง่ายๆ



จะว่าเป็นเพราะเหตุผลนี้ เขาที่มีแต่โดนเข้าหาเลยมักเป็นฝ่าย'เข้าหา'หญิงสาวตรงหน้าโดยที่เธอไม่ต้องหาทางให้เขาสนใจสักนิด



นอกจากไม่พยายามเรียกร้องความสนใจแล้ว เธอยังไม่มีความสนใจจะเรียกร้องแม้สักนิดด้วย



น่าสนใจจริงๆ
วาตาเบะลูบคางที่มีหนวดจัดแต่งอย่างดีพลางมองไปที่เรริเนะ หลังเขาพูด ดูเหมือนประโยคนั้นจะไม่ดูเป็นคำชมเชยสำหรับคนถูกชมที่ตอนนี้ทำหน้าเหยเกแทน


สีหน้านั้นบอกว่า 'วาตาเบะซังกำลังประชดเธอที่ไม่ตั้งใจฟังด้วยวิธีแบบใหม่รึเปล่า?'


ฮ่าๆๆ



'น่ารักจริงๆนั่นล่ะ'



เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปหมายจะลูบหัวสาวน้อยตรงหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยว




ขณะยื่นมือไปนั่นเอง....





"ทำอะไรอยู่วาตาเบะ..."



มีเสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นหยุดการกระทำของเขาทันที เสียงทุ้มออกจะขรึมไปจากปกติเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตดีๆไม่มีทางรู้แน่นอน


แต่เขาที่เป็นเพื่อนมานาน ถึงไม่สังเกตก็รู้....



หึๆ ซะหน่อยดีกว่า


วาตาเบะยิ้มกริ่มทำทีปัดป่ายมือเชิงปฏิเสธให้เพื่อนหนุ่ม "อิย้า~ แค่หยอกล้อกันเอง อย่าทำหน้าน่ากลัวอย่างนั้นสิคุณพ่อ~"



"...."



ทำหน้าเข้า น่ากลัวเกินไปแล้ว!



ใบหน้าที่ชายหนุ่มที่หยอกล้อเพื่อนได้รับ ทำให้เขาอดนิ่วหน้าไม่ได้ นายจะจริงจังเกินไปแล้ว!



นักการทูตหนุ่มหันไปหาเรริเนะราวกับจะขอความชอบธรรมว่าเขานั้นบริสุทธิ์ "....เรจังก็ว่างั้นใช่ไหม?"




'เรจัง' ในตอนนี้ไม่พร้อมเป็นลูกพยานให้ชายหนุ่มขี้เล่นคนนี้ได้จริงๆ



'เซกิซังเดินมาทางนี้ด้วย! โอกาสกำลังมาหาเธอแล้วล่ะ!'


ตั้งแต่ได้ยินเสียงเซกิซัง เธอก็ลุกลี้ลุกลนด้วยความตื่นเต้น อาการเธอหนักขนาดนี้เลยเหรอ? เมื่อกี้วาตาเบะซังพูดอะไรก็ดันฟังไม่ทันเลยเนี่ย


"อ่า ฮะๆๆ"


เวลามีคนพูดอะไรกับคุณ แล้วคุณไม่ได้ยินเลย คุณก็เลยหัวเราะเออออไปกับเขา และหวังว่าจะไม่ใช่คำถามเนี่ย...




....ขอโทษนะคะวาตาเบะซัง




"....."



....ไม่ได้ฟังสินะ เฮ้อ เป็นเด็กที่น่าตีจริงๆ


วาตาเบะ ซาโตรุ ชายเนื้อหอมที่ไม่ว่าไปที่ไหน สาวน้อยสาวใหญ่ก็พร้อมใจกันหยิบยื่นหัวใจให้ กลับต้องมาโดนหญิงสาวคนนี้คนเดียวเมินครั้งแล้วครั้งเล่านี่มัน....



"....หึๆ"


เฮ้ๆ ฉันได้ยินนะ


เสียงหัวเราะเบาๆของเซกิดังเข้าหูเขา ทีอย่างนี้ล่ะอารมณ์แจ่มใสเชียว



หึๆ เอาเถอะ




"เรจังเนี่ยเด็กไม่ดีเลยน้า คุณพ่อไม่อบรบดีๆ เดี๋ยวคุณลุงคนนี้ลงโทษซะเลยดีไหมเอ่ย~"




"....!" ท่าทางชะงักนิ่งของชายอีกคนทำให้ครั้งนี้เป็นฝ่ายวาตาเบะที่อารมณ์แจ่มใสแทน



หัวเราะเยาะเพื่อนไม่ดีนะ คุณพ่อ!




'....ทำไมลามไปที่คุณพ่อกับคุณลุงได้นะ'



เรยืนมองทั้งสองสลับไปมา เธอตามบทสนทนาไม่ทัน แต่การที่ได้เป็นฝ่ายมองดูเฉยๆแบบนี้ก็ดี ได้เห็นสีหน้าที่ต่างจากตอนทำงานของเขาด้วย


กำไรเห็นๆเลยฉัน หุ



'จะว่าไป เซกิซังเอง พออยู่กับเพื่อนอย่างวาตาเบะซังก็ยังหล่อ- แค่ก ก็มีท่าทีที่แตกต่างจากท่าทีปกติเหมือนกันล่ะ'




มิตรภาพลูกผู้ชายช่างสวยงามเสียนี่กระไร ฮ้า~





"....แล้วนายมาทำอะไรที่นี่?"


เสียงเซกิซังพูดถึงเรื่องงาน เรเลยรีบปรับสีหน้าเคลิบเคลิ้มให้เป็นจริงจัง ครั้งนี้ฝ่ายผู้มาเยือนจึงยอมแต่โดยดี



'เซกิตอนโกรธน่ากลัวมากเชียวล่ะ....'



ถ้าเรรู้ความคิดนี้คงเสริมแน่ๆว่า




ถึงน่ากลัวก็ยังหล่ออยู่ดีค่ะ ฮิ้ว!




ชายหนุ่มขี้เล่นยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งส่งให้เธอ "เอาเอกสารข้อมูลของเอเย่นที่นายขอไปมาให้น่ะ ได้มาไม่น้อยเลย"


เรยื่นมือไปรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มผู้ถือหันตัวไปเล็กน้อย พอมือที่ถือเอกสารเลื่อนจากจุดเดิมนิดหน่อย ขอบกระดาษเลยสไลด์บาดเข้าที่มือของหญิงสาวเป็นทางยาวประมาณหนึ่งนิ้ว



คนโดนกระดาษบาดชะงักไป ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดรึอะไร เธอกำลังนึกถึงบางอย่าง




หรือว่า...





นี่มัน!





เคล็ดลับที่ 2 : ขอบกระดาษบาดนิ้วหวิวในอก

Note : เมื่อโดนของมีคมบาดที่นิ้วมือ จะได้รับความห่วงใย เขาจะดึงมือเข้าไปดูบาดแผล แล้วก็เป่าเพี้ยง หรือว่า....นิ้ว เพิ่มความหวั่นไหวของใจทั้งสอง!



โอกาสมาถึงแล้ว! ต้องไปได้สวยแน่!




แต่ฉันโดนบาดที่ฝ่ามือนี่นา....




อืม






หยวนได้อยู่





"....! เรจัง!" วาตาเบะยื่นมือไปจะดึงมาดูแผลที่เขาถือกระดาษไม่ดี ทำให้เรจังต้องได้รับบาดแผลจนได้เลือดแบบนี้



"โซริอานะ!" ชายหนุ่มอีกคนเป็นฝ่ายเร็วกว่า เขาเดินเข้ามาดูแผลที่มือของเธออย่างตกใจ



"....!"




"เอ๊ะ...."


แต่ผิดคาด คนที่เร็วที่สุดกลับเป็นหญิงสาวที่โดนบาด เธอยกมือขึ้นก่อนที่พวกเขาจะคว้ามือเธอได้ แล้วแนบกับปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ


แนบได้ซักพัก เธอก็เหลือบไปเห็นสีหน้าแปลกประหลาด พิศวงเหมือนเจอของแปลก และมือที่ยกค้างไว้ของชายหนุ่มทั้งสอง


"อะ...."



"......"



"......"




ว้าก!



ลืม! ปัดโถ่เอ้ย!



มันเป็นสัญชาตญาณเฉพาะตัว เธอเองก็เพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ พลาด พลาดอีกแล้ว!


ยิ่งเห็นมือแกร่งได้รูปแบบผู้ชายที่เพิ่งเก็บกลับไปคาตา เรยิ่งชอกช้ำน้ำตาแทบเล็ด ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด อีกนิดเดียว...




ซิทูเอชั่นเลิฟๆอาจจะเกิดกับเธอไปแล้วก็ได้!




ทำไมเป็นคนแบบนี้!



ปุ่มรีเพลย์อยู่ไหน อยู่ไหนนน



ได้แต่ตีอกชกลมอยู่ในใจอย่างหนัก ภายนอกทำได้แค่ยิ้มแหยๆส่งให้พวกเขาที่ยังยืนมองนิ่งเหมือนเดิม เธอเลยเสริมให้พวกเขาหายห่วง "แหะๆ กระดาษนี่คมไม่น่าเชื่อเลยนะคะ! บาดอย่างกับมีด"



"....."



โอเคอันนี้ไม่เวิร์ก


"...ดีนะคะที่เลือดไม่ไปเลอะกระดาษ--" คนที่พยายามแถให้ความซุ่มซ่ามของเธอเลือนหายไปจากภาพความทรงจำพวกเขาพูดไม่ทันจบ


...เสียงหล่อระทวยใจเรก็ดังขึ้นแทรก



"โซริอานะ... ตามฉันมา" เจ้าของเสียงหล่อระทวยกล่าวเสร็จก็หมุนตัวเดินนำไป




'....ทำให้เขาโกรธเข้าซะแล้ว'


เธอเดินคอตกกำลังจะตามหลังเขาไป แต่มีเสียงหนึ่งได้หยุดไว้ก่อน "เรจังฉันขอโทษนะที่ไม่ระวังจน..."


เรไม่เคยเห็นวาตาเบะซังที่รื่นเริงตลอดทำสีหน้ารู้สึกผิดแบบนี้ เธอได้แต่บอกปัดว่า ไม่ใช่แบบนั้น ไม่กล้ารับคำขอโทษ


"ไม่เลยค่ะ! นี่เป็นอุบัติเหตุ วาตาเบะซังไม่ผิดแน่นอนค่ะ คำขอโทษโดยที่วาตาเบะซังไม่ผิดอะไรแบบนี้ ฉันจะรับไว้ได้ยังไงกันคะ!"


"เรจัง..."



อุ


เห็นชายหนุ่มรู้สึกไม่ดียิ่งกว่าเดิม เรถึงกับตาพองกว่าเดิม


"....."


เอาไงดี นี่เธอถึงกับเป็นตัวการให้หนุ่มหล่อที่ดีกับเธอเสมอแถมยังเป็นเพื่อนของที่รัก ต้องมาไม่สบายใจเพราะเรื่องของเธออย่างนั้นเหรอ....


ไม่ได้นะ คิดสิ คิดว่าทำยังไงดี จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ จะให้วาตาเบะซังกังวลไม่ได้ คิดให้ออกสิเร เร็วเข้า!



เห็นสีหน้าที่มีเมฆหมอกปกคลุมรุนแรงซะยิ่งกว่าเขาที่ทำผิด วาตาเบะเลือกไม่ถูกว่าควรจะหัวเราะกับท่าทีหน้าดำคร่ำเครียดเกินปกติ หรือควรจะร้องไห้สงสารดี


เรจัง--!!



"...เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะ'ไถ่โทษ'ให้อีกที ถึงตอนนั้นห้ามบ่ายเบี่ยงไม่รับแล้วนะรู้ไหมเรจัง"


วาตาเบะเอ่ยหาทางออกให้อย่างใจดี สีหน้ามืดครึ้มของหญิงสาวตรงหน้าเมื่อครู่หายวับ สีหน้าแววตาเจิดจ้า เธอพยักหน้าแข็งขันเชิงขอบคุณราวกับเขาเป็นผู้ช่วยชีวิต


วาตาเบะเห็นแบบนี้ เขายกมือกุมหน้าตัวเองไว้ 'เรจัง น่ารักเกินไปแล้ว!'



"รีบไปทำแผลเถอะ คุณพ่อมองฉันตาเขียวแล้ว ฮะๆ" ได้ยินดังนั้น เรหันไปขอกำลังใจส่งให้เธอ ก่อนจะรีบก้าวยาวๆเพื่อตามแผ่นหลังกว้างที่อยู่ไกลๆให้ทัน



ขนาดหันหลังยังหล่อ คนอะไรกัน!


รู้ว่าไม่ใช่เวลา แต่ขอหวีดก่อนได้ไหม? หวี๊ดดดด




คนได้รับคำขอบคุณพร้อมหน้าตาน่าสงสารหัวเราะหึๆ ถึงจะสงสารแต่ความน่าสนใจในเรื่องที่จะเกิดขึ้นมีมากกว่า





'สู้ๆนะ ขอโทษด้วยเรจัง หึๆ'







¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥





"...."



"...."



ตอนนี้เธอกับเซกิซังอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นสี่ของที่ทำงานมาโทริ เรได้แต่นั่งโง่ๆเหม่อมองเงาร่างของชายหนุ่มที่กำลังจัดเตรียมการทำแผลที่มือของเธออยู่เท่านั้น



'โซริอานะนั่งรอตรงนี้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปหยิบกล่องพยาบาล แล้วค่อยมาทำแผลกัน'


'แบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ฉันจะรบกวนเซกิซังขนาดนั้นได้ยังไงกันคะ! อีกอย่างนี่น่ะไม่เป็นอะไรจริงๆนะคะ แผลแค่นี้เอง ทิ้งไว้เดี๋ยวก็หาย---'


'.....'



สายตานิ่งๆแบบนั้นมันอะไรกัน มันเร้าใจจนฉันไม่กล้าสบตาด้วยเลยค่ะ.....



ไม่ทันไรฉายแววแม่บ้านใจกล้าแล้วนะเนี่ย... อืม แม่บ้านของเซกิซังเหรอ?




อุฮิ




แล้วทุกอย่างก็มาจบลงอย่างที่เห็น ทำไงได้ เธอขัดใจคนหล่อไม่ได้!


'.....'



โอเค ฉันมันใจง่ายด้วยส่วนหนึ่ง....





-หลายนาทีผ่านไป-



"....ไหนดูซิ" เธอรีบยื่นมือให้เขาทั้งสองข้าง อ๋อเป็นมือที่พันแผลแล้วน่ะนะ


ใช่ จะด่าจะว่าว่าเธอมันป๊อดก็ได้ ไม่กล้าให้เขาทำแผลให้ ถึงเขาจะเสนอช่วยเองเลยก็เถอะ



ฉันมันป๊อด! อุ



เซกิซังลากสายตามองมือที่ยื่นมาตรงหน้าเขาทั้งสองข้างก็หัวเราะเสียงหล่อออกมาเบาๆ "ฮะๆ ทั้งสองข้างเลยเหรอ?"


เรเอียงคอสงสัย ก่อนจะเข้าใจทั้งหมด เธอโดนบาดแค่ข้างเดียว การบ้าจี้ยกมือทั้งสองข้างนี่มัน...


"อุ"


....โดนหัวเราะเข้าให้



ทำไงได้ ฉันตื่นเต้นนี่คะ ใครใช้ให้คุณหล่อขนาดนี้กันเล่า!



หลังเขาตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว จึงยอมอนุญาตให้ผ่านได้ "ทีหลังอย่าใช้ปากอีก.... เชื้อโรคมันจะเข้าแผลได้รู้ไหม?"


"ค่ะ" เรยืนกุมมือ ก้มหัวปลกๆตอบรับคำอย่างเหม่อลอย


"ไม่ทำอีก?"


"ค่ะ" ก้มหัวปลกๆท่าเดิม


"ฮะๆ"


"ค่ะ....อะ" เอาอีกแล้ว นี่เธอจะขายหน้ากับเขาอีกกี่ครั้งถึงจะสาแก่ใจกัน...



ความจริงที่ฉันอยากขายคือ ขายใจกับกายให้เขาต่างหาก!--แค่ก




ในตอนนี้เรริเนะโดนความหล่อสะกดให้เป็นข้าทาสของทูนหัวอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้โดยสมบูรณ์แบบ




แย่จริง...




นี่ถ้าเซกิซังขอแต่งงานล่ะ? ฉันก็คงพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่รู้ตัวไปแล้วแน่ๆเลย!




เอ๊ะ แบบนั้นก็ดีสิ!?






ฮิ้ว ฮิ้ววว








พลังความหล่อดูถูกไม่ได้จริงๆค่ะท่านผู้ชม!








เคล็ดลับที่ 2 : ล้มเหลว







•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น