พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 33 : เด็กฝึกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

             ตอนที่33 :เด็กฝึกงาน


             ร่างบางพยายามขืนข้อมือ เพื่อให้พ้นจากการเกาะกุมของเขาไปตลอดทางจนถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ที่มีหญิงท้องแก่อายุประมาณสามสิบต้นๆ ลุกขึ้นยืนต้อนรับเขากับหล่อน พลางส่งยิ้มให้ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้เขาที่ยืนอยู่ข้างๆ


             “สวัสดีค่ะคุณติณวีย์” ชายหนุ่มพยักหน้ารับไหว้เลขาส่วนตัว พร้อมกับแนะนำให้รู้จักกับคนตัวเล็กข้างๆ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย


             “นี่ไอยรดา..เขาจะมาทำงานแทนคุณ ในช่วงที่ลาคลอดสามเดือน..และนี่ก็คุณอรอุมา เลขาผม เขาจะสอนงานคุณทุกอย่างภายใน 2 วันนี้..ผมฝากด้วยนะคุณอรอุมา” เสียงทุ้มพูดจบก็หมุนตัวเดินไปยังห้องของตัวเอง ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวนั้นทันที หลังจากที่ได้ยินคำ ตอบรับจากเลขาสาว


             “ค่ะ..ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” อรอุมาเอ่ยตอบกลับไปพลางเหลือบมองไปยังร่างบางข้างๆด้วยสายตายิ้มๆกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น…


             เด็กสาวน่าตาน่ารักกำลังค้อนขวับไปยังเจ้านายของตนพร้อมกับย่นจมูกใส่กับแผ่นหลังของเขาไปด้วยความหมั่นไส้เต็มที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานเจื่อนๆให้..เมื่อเห็นว่าตัวเองได้ถูกจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว


             “สวัสดีค่ะ..คุณอรอุมา” หล่อนยกมือไหว้เลขาสาวอย่างเป็นทางการ เมื่อมือบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

             “เรียกพี่อรดีกว่าค่ะ..จะได้ดูสนิทสนมกันมากขึ้นกว่านี้” อรอุมาเอ่ยบอกกับหล่อน หลังจากรับไหว้แทบไม่ทัน ด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวที่น่ารักตรงหน้าจะยกมือขึ้นไหว้เขา ด้วยกิริยาที่อ่อนน้อม ที่เห็นแล้วให้รู้สึกเอ็นดูขึ้นมาทันที กับการมีสัมมาคาราวะของหญิงสาว


             “ค่ะ..งั้นเรียกอ้าย ว่าอ้ายก็ได้ค่ะ..อ้ายไม่เคยทำงานด้านเลขามาก่อนเลย พี่อรช่วยแนะนำอ้ายด้วยนะคะ”


             “ตกลงค่ะ..เดี๋ยวพี่จะถ่ายทอดวิชาจนหมดไส้ หมดพุงเลยล่ะค่ะ ว่าแต่น้องอ้ายเถอะ ต้องรับให้ไหวด้วยนะคะ ยอมแพ้ก่อนไม่ได้เด็ดขาด”


             “ค่ะ..อ้ายจะพยายามให้เต็มที่เลย ยังไงก็เมตตาอ้ายด้วยนะคะ อย่าเพิ่งให้สมองกลวงๆของอ้าย จะต้องระเบิดในวันนี้เลย”


             สิ้นเสียงคำสนทนา สองสาวต่างวัย ก็หัวเราะกันเสียงใส กับคำพูดที่ติดตลกและออกจะโอเวอร์นิดๆ เพื่อให้เกิดอารมณ์ขันและสัมพันธ์ที่ดี ตามมาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ไปอีกด้วย


             หลังจากที่ไอยรดาได้เรียนรู้งาน จากคุณเลขามาได้ครึ่งวันแล้ว หล่อนก็พอจะเข้าใจกับงานเลขามากขึ้น ที่ต้องรู้ทุกอย่างของเอกสาร ที่มีรายละเอียด ปลีกย่อยอีกมากมาย     

             ...ไหนจะทั้งเรื่องนัดหมายงานให้กับผู้เป็นเจ้านาย ว่าวันนี้ต้องไปพบกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่..และสิ่งสุดท้าย ที่ทำให้หล่อนต้องลำบากใจอย่างมากก็คือ ต้องออกค้างอ้างแรมกับเขา เพื่อไปดูงานนี่ซิ แค่คิดหล่อนก็เหนื่อยหัวใจซะแล้ว นี่ยังไม่นับที่จะต้องออกงานสังสรรค์ พบปะกับผู้บริหารต่างสาขาอีกด้วยนะ..ทำไมคนเป็นเลขาถึงต้องทำงานมากมายขนาดนี้เชียว ไม่รู้ว่าพี่อรทำอยู่ได้ยังไงกัน


             หญิงสาวนั่งอ่านเอกสาร อย่างตั้งใจ เพื่อจะทำความเข้าใจกับรายละเอียดของเนื้อหาให้ได้มากที่สุด หัวข้อไหนที่ไม่เข้าใจ หล่อนก็จะจดลงกระดาษ เพื่อนำมาให้พี่อร ได้อธิบายให้ฟังอีกที


             เที่ยงกว่าไปแล้วหรือเนี่ย เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกินสำหรับหล่อน หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาพลางถอนหายใจออกมา กับเอกสารมากมาย ที่หล่อนต้องอ่าน เพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งมันเพิ่งจะยุบลงไปเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น และวันนี้หล่อนตั้งใจไว้ว่าจะอ่านให้ได้สักครึ่งกองก็ยังดี


             ในขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดแฟ้มเอกสาร เพื่อจะอ่านเป็นแฟ้มต่อไป ก็ต้องตกใจ กับมือหนาที่เอื้อมมาปิดแฟ้ม แล้วดึงออกจากมือบางของหล่อน ก่อนจะเอาไปวางไว้บนโต๊ะตามเดิม ทำให้หล่อนต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ และรู้สึกไม่พอใจนักกับการกระทำเช่นนี้..ที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอก จากเขา…


             “ถึงเวลาทานอาหารกลางวันแล้ว..ไปทานข้าวก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นคล้ายออกคำสั่ง จนติดเป็นนิสัยของผู้เป็นเจ้านาย ก่อนจะคว้าข้อมือบางดึงให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทำให้หล่อนดึงข้อมือกลับในทันที แต่ก็ไม่หลุดพ้นจากการเกาะกุมอีกเหมือนเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน เพื่อไม่ให้พี่อรที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ..ได้ยิน


             “นี่คุณ..ปล่อยค่ะ..เดี๋ยวฉันจะไปทานกับพี่อร คุณไปทานก่อนเถอะค่ะ”


             “คุณอรเขามีข้าวกล่อง มาด้วย เพราะไม่ไหวเดินขึ้นเดินลง คุณจะไปแย่งเขาทานรึไง..ไปกับผมนี่แหล่ะ..” เขายังคงไม่ปล่อยข้อมือบาง พลางดึงให้หล่อนลุกขึ้นอีกครั้ง


             อรอุมาได้ยินคำสนทนาของคนทั้งคู่ จึงเอ่ยขึ้นเพื่อบอกให้ไอยรดาไปทานข้าวกับเจ้านายได้เลย เพื่อไม่ให้หญิงสาวจะต้องมาเกรงใจตนเอง...


             “ไปเถอะค่ะน้องอ้าย ไม่ต้องห่วงพี่นะคะ พี่มีข้าวกล่องมาจากบ้านแล้วค่ะ”


             “ว่าไง..จะไปได้รึยัง ผมหิวแล้วนะ” ติณวีย์แกล้งทำเสียงเข้ม ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ


             “เอ่อ..ก็ได้ค่ะ แต่ฉันจะทานที่โรงอาหารของบริษัทนะคะ คุณจะไปทานข้างนอกก็เชิญเถอะค่ะ แต่กรุณาบอกทางไปโรงอาหารให้ฉันก่อน ว่าไปทางไหน”


             “ทำไมต้องไปกินที่โรงอาหารด้วย” เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นมา อย่างไม่สนใจกับคำตอบของหล่อนนัก พลางก้าวเดินไป โดย ที่มีหล่อนก้าวตามไปติดๆ เพราะแรงลากจูงของอีกฝ่าย อย่างไม่พอใจ แต่ก็สู้แรงของคนที่ตัวใหญ่กว่าไม่ไหว


             “ก็ถ้าไปทานข้างนอก กว่าจะไปกว่าจะมา อย่างน้อยก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ถึงจะได้กลับมาถึงที่ทำงาน แต่ถ้าทานในโรงอาหาร ใช้เวลาอย่างมากก็แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ฉันต้องรีบกลับมาอ่านเอกสาร อีกเป็นกองเลยนะคะ คุณให้เวลาฉันเรียนรู้งานแค่สองวันเองนะ..ทำเป็นจำไม่ได้” หล่อนบ่นพึมพำในขณะที่ตวัดสายตาผ่านแผ่นหลังกว้างของคนข้างหน้าพลางก้าวขาตาม กึ่งวิ่งกึ่งเดิน ให้ทันคนตัวโต ที่ลากหล่อนไปจนถึงหน้าลิฟท์แล้ว..ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มหน้าลิฟท์ทันที โดยไม่ได้สนใจร่างบางที่ยืนหอบหายใจ อยู่ข้างๆนั่นอีกเลย


             ******************

            

             

             

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #16 kar1965 (@karfile1965) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:39

    ห่วงคนขาสั้นๆๆหน่อยดิ เนาะๆๆ

    #16
    0
  2. #4 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:44
    ทำโหด เพื่อ
    #4
    0