พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 32 : ก็แค่จูงมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

             ตอนที่32 :ก็แค่จูงมือ


             เช้านี้ไอยรดาตื่นไวกว่าปกติ เพราะเป็นวันแรกที่หล่อนต้องไปฝึกงานก่อนจะเริ่มทำงานจริงในอีก2วันข้างหน้า ตามที่ได้ตกลงกับเขาเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน หญิงสาวรีบเดินลงไปยังสวนข้างบ้าน เพื่อปลูกต้นไม้ที่ ค้างอยู่จากเมื่อวานต่อให้เสร็จ แล้วจึงรีบขึ้นมาแต่งตัวเพื่อให้ทันกับเวลาอาหารเช้า


             ร่างบางอยู่ในชุดเดรสกางเกงสีเทาเข้มเข้ารูป แขนกุดที่ยาวมาจนถึงข้อเท้า ผมของหล่อนเกล้าขึ้นสูง เรียบตึงเป็นหางม้ายาวลงมาจนถึงสะโพก ที่เผยให้เห็นลำคอระหง ขาวเนียน รับกันได้ดีกับใบหน้าหวานที่แต่งในโทนอ่อนๆดูเป็นธรรมชาติ..อีกทั้งริมฝีปากบางที่แต่งแต้มด้วยลิปสติก สีส้มนู้ดก็ทำให้หล่อนกลายเป็นสาวมั่นขึ้นมาได้ในทันที อย่างไม่น่าเชื่อ


             หล่อนก้มหน้าก้มตาทานอาหาร โดยไม่สนใจกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยเลยแม้แต่น้อย เพราะยังคงไม่ลืมกับสิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้ ในเมื่อเย็นวานนี้


             ซึ่งต่างจากอีกฝ่าย ที่ปรายตามองไปยังหล่อนตลอดเวลาในขณะที่รับประทานอาหารร่วมกัน หล่อนทำให้เขาแทบจะไม่มีสมาธิในการทานอาหารเอาซะเลย เพราะสายตาที่คอยแต่จะจับจ้องไปยังร่างบางตรงหน้าอยู่ตลอดเวลานั้น..จึงทำให้เขาแทบไม่ได้แตะต้องอาหารของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยกับอาการเฉยเมยของหล่อนที่แสดงออกมา


             “อิ่มแล้ว?..ทำไม” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อเห็นหล่อนรวบช้อนเอาไว้ในจานอย่างเรียบร้อย ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม หลังจานที่ทานไปได้เพียงไม่กี่คำ


             “ค่ะ” หล่อนตอบออกไปในขณะที่เหลือบสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเสมองไปอีกทาง อย่างไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่ายนัก..


             “ทำไมถึงได้ทานน้อยนัก เห็นทุกทีทานเป็นจานๆ..หรือว่าป้านอมทำไม่ถูกปาก จะได้ให้ไปทำมาให้ใหม่” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาแม้จะเรียบเฉย แต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยอำนาจ ในขณะที่สายตาคมกริบก็มองหาแม่บ้านเพื่อจะเรียกให้ออกมาหา…


             ทำให้ไอยรดาต้องหันหน้ากลับมาทันที ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้าง แล้วตวัดสายตาใส่คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ


             “ไม่ใช่ไม่อร่อยค่ะ..แต่ฉันไม่ค่อยหิวจริงๆ..” เสียงที่เอ่ยขึ้นมา แม้จะแข็งและห้วนไปบ้าง แต่เขาก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ..


             “งั้นก็แล้วไป..ในเมื่ออิ่มแล้วก็ลุกสิ จะได้ไปกันสักที” ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากที่ได้แกล้งให้หล่อน พูดกับเขาจนได้ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่รถโดยมี ร่างบางที่เดินตามไปห่างๆ ด้วยสีหน้าที่บอกบุญไม่รับ เอาซะเลยในเช้าวันนี้


             เมื่อมาถึงบริษัท ติณวีย์ก้าวลงมาจากรถ แล้วยืนรอให้หล่อนก้าวตามออกมา ก่อนที่จะคว้าข้อมือบางให้ก้าวตามเขาไปในทันที โดยที่หล่อนไม่ทันได้ตั้งตัว…               

                             

             ไอยรดาปรายตามองไปยังคนที่อยู่รอบๆ ในขณะที่ก้าวเดินเข้ามาในตึก ที่เวลานี้มีสายตาแทบจะทุกคู่จับจ้องมาที่เขาและหล่อนเป็นตาเดียว แต่ร่างสูงใหญ่ที่เดินอยู่ข้างหน้านั่นกับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ยังคงเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปหยุดยังด้านหน้าลิฟท์ของผู้บริหาร ก็พอดีกับที่ลิฟท์เปิดออก ทำให้เขาก้าวเข้าไปด้านในลิฟท์ทันที โดยที่ยังคงเกาะกุมมือของหล่อนอยู่อย่างไม่ยอมปล่อย


             “ปล่อยค่ะ ฉันเดินเองได้ คุณไม่ต้องลากจูงเหมือนกับว่าฉันเป็นเด็กๆได้มั้ย..”เสียงหวานต่อว่าเขาทันที เมื่อเดินเข้ามาในลิฟท์ ในขณะที่มือบางก็ พยายามที่จะแกะมือเขาให้ออกจากมือของหล่อน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งแน่นขึ้นไปอีก ทำให้หล่อนจนใจจริงๆกับการให้หลุดพ้นเป็นอิสระจากเขาได้ ก่อนที่จะตวัดสายตาผ่านใบหน้าคมไปอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ มากยิ่งขึ้นไปอีกในเวลานี้


             “ผมจูงคุณน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าคุณจะสะดุดล้มลงไป แต่ถ้าคุณล้มผมก็ยังดึงมือไว้ได้ทัน แล้วจะอะไรนักหนากับอีแค่จูงมือ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพลางมองนิ่งไปยังใบหน้ารูปไข่ที่แม้จะงอง้ำด้วยความโกรธ แต่หล่อนก็ยังดูน่ารัก มีเสน่ห์ สำหรับเขา และกลับทำให้เขารู้สึกพอใจลึกๆ กับปฏิกิริยาที่หล่อนแสดงออกมา เหมือนกับเด็กดื้อ ที่ชอบต่อล้อต่อเถียง และอยากเอาชนะเขาให้ได้ ถึงจะพอใจ


             “ก็คุณ..เอ่อ..จูงฉันต่อหน้าคนเยอะแยะนี่คะ เดินไปทางไหนก็เจอกับสายตาของใครต่อใครที่มองมาที่ฉันกับคุณเป็นตา เดียว..คุณไม่อาย..แต่ฉันอายนะ” หล่อนเหลืออดกับความเอาแต่ใจของเขา จึงพรั่งพรูคำพูดออกมาซะยืดยาว ก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนี่อย

                                       

             “ทำไมต้องอาย..ผมก็แค่จูงมือ ไม่ได้จูบซะหน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างหยอกเย้า พร้อมกับหยักยิ้มมุมปากอย่างอดกลั้นไว้ไม่ไหวกับอาการของคนตรงหน้าเขาในตอนนี้


             “นี่คุณ!..ย่ะ..อย่าทำอะไรบ้าๆนะ..”เสียงที่เปล่งออกมาตะกุกตะกัก พร้อมท่าที่ตื่นตระหนก โดยเฉพาะดวงตากลมโต ที่ตอนนี้มันใหญ่เสียจน จะเท่าไข่ห่านอยู่แล้ว ทำเอาเขาต้องหัวเราะออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ


             ไอยรดามองหน้าชายหนุ่มอย่างตื่นตะลึง กับใบหน้าคมคายในยามที่หัวเราะออกมา อย่างลืมตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หล่อนได้เห็น มันทำให้เขายิ่งดูมีเสน่ห์ มากขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยทีเดียว หล่อนมัวแต่อึ้ง..มองเพลินเสียจนไม่ทันเห็นประตูลิฟท์เปิดออก..มารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเขาลากออกจากลิฟท์ไปแล้ว…


             ******************

             

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #32 Peapear (@Peapear) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 08:18

    มีความเขินนนนน
    #32
    0