พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 34 : ยอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

             ตอนที่34 :ยอม

             อรอุมามองตามเจ้านายหนุ่มและสาวน้อยที่ก้าวตามแรงลากจูงนั่นไปจนลับตา พลางยิ้มน้อยๆออกมา..พร้อมกับความคิดที่ว่า สาวน้อยที่น่ารักคนนี้ จะต้องเป็นคนพิเศษสำหรับเจ้านายหล่อนเป็นแน่ เพราะตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกันมาถึง 5 ปีเต็มนั้น เจ้านายของหล่อน ออกจะเป็นคนที่เย็นชา พูดน้อย ติดจะดุๆเสียด้วยซ้ำไป แถมยังเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจ และอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีใครกล้าที่จะขัดใจเลยสักคน...


             แม้ที่ผ่านมาจะมีสาวๆมาติดพันมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในแวดวงไฮโซ และนางแบบแทบทั้งนั้น แต่ทุกคนก็จะได้เห็นแค่เพียงใบ หน้าที่เฉยเมย และสายตาเย็นชา ที่แต่งแต้มรอยยิ้มแค่มุมปากเท่านั้น จากเจ้านายของหล่อน


             แต่กลับสาวน้อยคนนี้ กลับพูดจาต่อล้อต่อเถียง และยอมลงให้.. โดยไม่มีทีท่าของคนเอาแต่ใจเหมือนแต่ก่อนเลยแม้แต่น้อย...


             ...สุดท้ายเขาก็ต้องยอมพาหญิงสาวมาที่โรงอาหารของบริษัทจนได้..ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องยอมหล่อนไปซะทุกที คงเป็นเพราะเหตุผลของหล่อนที่เอ่ยบอกกับเขาก็เป็นได้…


             ในขณะที่ทั้งสองคนเข้ามาถึงโรงอาหาร ก็เกือบจะบ่ายโมงเข้าไปแล้ว ผู้คนจึงเริ่มเบาบางลงไปบ้าง จะเหลือพนักงานอยู่เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ยังคงนั่งทานอาหารกันอยู่ ไอยรดาจึงรีบเดินตรงไปยังร้านอาหารที่อยู่ตรงหน้าทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลางานไปมากกว่านี้ หลังจากที่ยืนเถียงกันอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะได้ลงมาทานอาหาร


             ไอยรดาเดินไปดูอาหารที่ยังเหลืออยู่สามถึงสี่อย่างด้วยกัน พร้อมกับชี้ไปยังอาหารที่ต้องการกับแม่ค้าในทันที


             “ป้าคะ..หนูเอาแพนงเนื้อกับทอดมันค่ะ” สั่งเสร็จก็หันกลับไปถามคนข้างหลัง ที่บอกว่าหิวซะเหลือเกิน..แล้วต้องตกใจเมื่อชนเข้ากับอกกว้าง ที่มายืนชิด อยู่ด้านหลังของหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ โดยที่คนโดนชนกับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เมื่อหน้าผากและจมูกของหล่อนชนเข้าอย่างจังขนาดนั้น


             “อุ๊ย!..นี่คุณขยับออกไปหน่อยสิคะ..” เสียงหวานเอ่ยต่อว่าเขาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าผากและจมูกของตัวเองด้วยความเจ็บ โดยมีสายตาไหวระริกที่มองมายังหล่อนอย่างขบขัน ก่อนจะขยับออกห่างให้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


             “คุณจะทานอะไรคะ ฉันจะได้สั่งให้ทีเดียวเลย” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่พอใจนัก เมื่อได้เห็นแววตาขบขันของเขาที่มองสบมาที่หล่อนในเวลานี้


             “สั่งมาเถอะ..ผมทานได้ทั้งนั้น” เสียงเข้มที่เอ่ยบอกออกมาทำเอาหล่อนอดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาผ่านใบหน้าคม ก่อนที่จะหันไปสั่งอาหารแบบเดียวกันอีกหนึ่งชุดให้ทันที


             เมื่อแม่ค้าตักอาหารส่งให้ หล่อนก็ยื่นมือไปรับมาวางไว้ ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรใบสีแดงออกมา แต่ยังช้ากว่าร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ที่โน้มตัวเบียดชิดร่างบางเข้ามา แล้วยื่นธนบัตรใบสีม่วงส่งให้แก่แม่ค้าซะก่อน


             “นี่ครับ..ไม่ต้องทอน” สายตาคมกริบปรายตามองไปยังหล่อนเล็กน้อย ก่อนที่จะยกอาหาร แล้วก้าวออกไปในทันที แต่เมื่อเห็นว่าหล่อนยังคงนิ่งเฉย มีเพียงดวงตากลมโตเท่านั้นที่มองนิ่งมายังเขาอย่างไม่วางตา จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย


             “ไปสิ..จะยืนรออะไรอีกไม่หิวรึไง”


             ดวงตากลมโตของหล่อนเบิกกว้าง อ้าปากค้าง หมายจะห้ามปราม เมื่อเห็นเขายื่นธนบัตรใบสีม่วงให้แก่แม่ค้า แต่จำต้องเดินตามเขาออกไป ก่อนจะหยุดแวะซื้อน้ำเปล่าไปด้วยอีก 2 ขวด


             หล่อนนั่งมองเขาก้มหน้าก้มตาทานอาหาร อย่างเอร็ดอร่อย ก็ให้นึกแปลกใจว่า คนในระดับเขาไม่น่าจะมานั่งทานอาหารในที่แบบนี้ได้ แต่เขาก็ทานจนจะหมดจานแล้ว ทั้งๆที่หล่อนเพิ่งทานได้เพียงสามสี่คำเท่า นั้นเอง


             “อะไร?..” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นถามเสียงเข้ม เมื่อรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าจับตามองอยู่อย่างไม่วางตา


             “ป่ะ..เปล่าค่ะไม่มีอะไร” หล่อนหลบสายตาคมดุที่มองสบมานั้นทันที ก่อนจะก้มหน้าลงทานข้าวต่อ อย่างไม่สนใจคนตรงหน้าอีกเลย


             “ไม่มี!..แล้วที่นั่งมองหน้าผมเมื่อสักครู่นี้ล่ะ..มันหมายความว่าอะไร” เสียงทุ้มที่ยังคงคาดคั้นอย่างไม่ยอมปล่อยผ่าน ทำเอาหล่อนต้องเงยหน้าขึ้นตอบเขา ให้หายจากอาการข้องใจ...


             “ฉันก็แค่แปลกใจเท่านั้นเองค่ะ ที่เห็นคุณทานอาหารแบบนี้ได้”


             “แล้วทำไมผมถึงทานไม่ได้..มันก็เป็นอาหารเหมือนกัน ไม่ใช่รึไง มีอะไรแปลกกว่ากันตรงไหน..” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับคำถามของหล่อน


             “ก็คุณเป็นถึงเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียง เคยแต่ทานอาหารฝีมือเชฟระดับห้าดาว หรือไม่ก็ตามร้านอาหารชื่อดัง จะมาทานอาหารแบบนี้ได้รึคะ” หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างต้องการรู้คำตอบ จึงได้เห็นสายตายิ้มๆของเขาที่มองกลับมา


             “หึ!..แล้วคุณอยากรู้มั้ยล่ะว่า อาหารข้างทางแถวบริษัทเราเนี่ย ร้านไหนอร่อยที่สุด..” หล่อนได้ฟังถึงกับตาโต ก่อนจะเอ่ยปากถามเขาออกไปทันที


             “คุณลองทานมาทุกร้านแล้วรึคะ” ดวงตากลมโตมองค้าง อย่างคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ได้ยินนัก ก่อนจะได้เห็นเขาพยักลงเล็กน้อย แทนคำตอบ


             “ผมทำธุรกิจโรงแรมนะก็ควรหาประสบการณ์จากทุกๆที่ เพื่อเป็นความรู้ในการประกอบธุรกิจไม่ใช่รึไง..แล้วอาหารในแต่ละที่ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว แค่เราเอามาดัดแปลง ให้เข้ากับจุดประสงค์ที่เราต้องการก็เท่านั้น..ซึ่งอาหารข้างทางที่คุณว่านี่ ก็มีอาหารถึง 4 ภาคให้ได้ลิ้มลองแตกต่างกันออกไป..แล้วไอ้เอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาหารพวกนี้นี่แหล่ะที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับธุรกิจโรงแรมของผม” ติณวีย์มองสบไปยังดวงตากลมโตที่จับจ้องมายังเขาอย่างไม่วางตาด้วยความความขบขัน ก่อนจะเผลอยิ้มพราวออกมาอย่างลืมตัว กับท่าทีอึ้งๆ ของหล่อนเมื่อได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดออกมา


             รอยยิ้มพราวที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าคมเข้มของเขา ทำให้หล่อนได้รู้สึกตัว..พร้อมกับหัวใจที่มันเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ จนต้องรีบรวบช้อนแล้วอิ่มขึ้นมาทันที ก่อนที่หัวใจของหล่อนมันจะเต้นดังโครมครามและดังขึ้นมาเสียจนคนตรงหน้านี่จะได้ยินเอาได้


             ******************


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #17 kar1965 (@karfile1965) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:44

    เขินอ่ะดิๆๆอ้ายเอ้ย

    #17
    0