[ FIC BLEACH ] ผมนี่แหละเทพมรณะ

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 908 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

สองวันผ่านไปที่หน้าประตูเซ็นไกมง ราเซ็ตสึกำลังยืนมองหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังพูดคุยกับหัวหน้าอุคิทาเกะในเรื่องของการใช้เซ็นไกมอนในครั้งแรก คำสั่งจากวังกลาง 46 ห้องในด้านการตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยของตัวเธอเอง ใช้เวลากว่าสิบนาทีก่อนหัวหน้าจะหันมายิ้มให้ราเซ็ตสึอย่างมีลับลมคมในและจากไปทันที



ทางเขาเองก็ไม่รีรอเพราะอีกเดี๋ยวประตูเซ็นไกมงจะถูกเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ และคงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าลูเคียจะกลับมาโดยคำนวนตามต้นฉบับ ทว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะกลับมาเร็วก่อนกำหนด 



ในเรื่องคำสั่งของวังกลาง 46 ห้องที่จะส่งลูเคียไปตรวจความปลอดภัยของในโลกมนุษย์เขาได้ทำพยายามทุกวิถีทาง ในการขอสับเปลี่ยนตัวเองกับลูเคีย แต่ทางนั้นกลับคะยั้นคะยอให้ส่งลูเคียไปเพียงคนเดียว และจะไม่อนุญาติให้สับเปลี่ยนตัวหรือเพิ่มจำนวนคนในภารกิจ



"ดูเจ้าไม่พอใจเลยนะ"



"ผม...ผมแค่เป็นห่วงคุณ"



ลูเคียเบิกตาขึ้นมองที่ชายหนุ่มที่มักวอนบาทาเธอเสมอ ทว่าท่าทีของเขาแปลกไปตั้งแต่สองวันก่อน เธอก็ไม่รู้ว่าทำไม และไม่มีโยชน์ที่จะถาม เพราะต่อให่ถามไปเขาก็ไม่ตอบอยู่ดีทางราเซ็ตสึหลังได้เห็นหญิงสาวมุ่ยหน้าก็ถอนหายใจ เขาเดินไปหาลูเคียและดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด หญิงสาวดูตกใจมากเขาไม่สนท่าทีของเธอและกล่าวทันที



"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้เชื่อว่าผมก็ยังอยู่ข้างคุณเสมอ จงทำให้ดีที่สุด"



"อื้มข้าจะทำให้ดีที่สุด เจ้าคงคิดว่าข้าจะพูดแบบนั้นใช่ไหมเจ้าเซ่อ!"



"โอ้ยยยยยๆ เบาครับเบา ~เนื้อจะหลุดแล้วครับ!"



นิ้วเรียวเล็กจิกและบิดเข้าที่เอวของชายหนุ่มแบบเต็มสเกล ความเจ็บปวดที่ราวกับเนื้อจะหลุดทำให้ชายหนุ่มกรีดร้องออกมาอย่างทรมานแต่ทว่ามือที่โอบกอดอีกฝ่ายก็ยังคงอยู่ไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว




"โทษฐานที่เอาเปรียบข้า แต่ก็ขอบใจนะ"



สิ้นกล่าวกล่าวลูเคียก็ปล่อยนิ้วที่หยิกและสวมกอดเขาแน่นชั่วครู่หนึ่งก่อนจะรีบผละออก เธอยิ้มเยาะหลังเห็นสีหน้าตกตะลึงของราเซ็ตสึและวิ่งหายเข้าไปในเซ็นไกมง ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอึนไปชั่วครู่หนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่เขาก็ยิ้มและหันหลังเดินจากไป



ใบหน้าที่เคยยิ้มกลับมาเป็นไร้อารมณ์นัยน์ตาเผยให้เห็นความโหดเหี้ยมชั่วครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ในใจคอยย้ำเตือนไว้อยู่เสมอว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการตามแผน ถ้าเขาพยายามขัดขวางแผนการของอีกฝ่ายมากเกินไป ผู้แพ้น่าจะเป็นเขาเสียเอง



ทางไอเซ็นได้ดำเนินการวางแผนทุกอย่างมาตลอดร้อยสองร้อยปีตั้งแต่อีกฝ่ายได้เห็นสภาพราชันย์วิญญาณในปัจจุบัน สุดยอดอัจฉริยะผู้ไม่อยากรับใช้ตัวตนที่ใกล้มอดดับและอยากขึ้นเป็นราชันย์วิญญาณเสียเองมันก็คือชายคนนี้ ไอเซ็น โซสึเกะ



แต่ด้วยปัจจุบันสถานะของไอเซ็นยังอยู่ในระดับหัวหน้าหน่วย ถ้าราเซ็ตสึเคลื่อนไหวในตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร 13 หน่วยพิทักษ์จะเชื่อในคำพูดของเขาหรือไม่ วังกลาง 46 ห้องถูกสังหารหมู่และกลายเป็นของอีกฝ่ายไปแล้วหรือยัง และสุดท้ายถ้าเขาเลือกทำตามอารมณ์สถานะของเขา สุดท้ายก็มีเพียงตัวเขาเองที่จะกลายเป็นกบฏของโซลโซไซตี้



ถูกปลดจากตำแหน่ง ถูกตัดสินโทษประหาร ถูกไล่ล่าโดยหัวหน้าทั้งสิบสามหน่วย แต่ถ้ามีชีวิตรอดก็อาจจะเป็นแบบอุราฮาระ คิสึเกะหรือชิโฮอิน โยรุอิจิ ซึ่งเขาไม่ได้อยากใช้ชีวิตแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว



'ความใจร้อนจะทำให้เราสูญเสียงานใหญ่'



ยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือน ถ้าหนึ่งเดือนลูเคียไม่กลับมาตามระยะเวลาที่กำหนดเขาสามารถออกเดินทางไปยังโลกมนุษย์ได้โดยตรง ต่อให้ไอเซ็นผู้ยึดครองจะมีสถานะของวังกลาง 46 ห้องคอยช่วยเหลือแต่เขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้ตามสถานะของรองหัวหน้าหน่วย



ถ้าทางวังกลาง 46 ห้องยังเลือกที่จะปฏิเสธเขาแล้วละก็ ครั้งนี้อาจจะทำให้เกิดข้อสงสัยระหว่างวังกลาง 46 ห้อง และ 13 หน่วยพิทักษ์ขึ้นได้ ขอเพียงเขาไปพูดกับหัวหน้าอุคิทาเกะ การเดินทางไปยังโลกมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นในช่วงเวลาหลังจากนั้น



มุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นก็คือสำนักงานหน่วยวิถีมาร เนื่องจากการติดต่อของหัวหน้าอุคิทาเกะและสถานะของเขาในปัจจุบัน เขาสามารถเข้าออกหน่วยวิถีมารได้อย่างง่ายดาย



เพื่อเพิ่มความชำนาญและเรียนรู้วิถีมารในบทที่เหนือกว่าเขาจึงตัดสินใจไปที่นั่น ปัจจุบันวิถีมารด้านพันธนาการและทำลายล้างเขาเรียนรู้และชำนาญเพียงแค่บทที่ 1 จนถึงบทที่ 64 ยังเหลือวิถีมารระดับสูงอีกหลายบทที่เขายังไม่ได้เรียนรูั



คิดว่าอย่างน้อยถ้าตัวเขาเรียนรู้วิถีมารจนถึงบทที่ 88 หรือสูงกว่านั้นก็จะเป็นการรับประกันความปลอดภัยของลูเคียและตัวเขาเองได้มากยิ่งขึ้น และนี่เองทำให้ชายหนุ่มหมกตัวอยู่ในหน่วยวิถีมารตลอดหนึ่งเดือน



เขาทั้งอ่านบทความ การวิจัย และพัฒนาของวิถีมารของสึคาบิชิ เท็ตไซ อดีตหัวหน้าหน่วยวิถีมารที่เก่งกาจในด้านวิถีมารมากที่สุดของโซลโซไซตี้ในอดีต แม้แต่อุโชดะ ฮาจิเง็นหรือฮัจจากกลุ่มไวเซิร์ดเองก็เทียบชั้นไม่ได้ มีเพียงคนเดียวที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าสึคาบิชิ เท็ตไซนั่นก็คือยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิโนะคุนิและไอเซ็น โซสึเกะผู้ซุกซ่อนความแข็งแกร่งของตนเอง



แต่เรื่องนั้นเขาไม่ได้สนใจมากนักสิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือบทความและการขยายความรู้ของตนเอง บทความเกี่ยวกับวิถีมารของเท็ตไซนั้นช่วยให้เขาเปิดหูเปิดตาโลกแห่งวิถีมารในตัวเขาได้กว้างมากยิ่งขึ้น



"แบบนี้นี่เองถ้าเราขยายอัตราส่วนในการใช้งานวิถีมารด้วยแรงดันวิญญาณจะช่วยให้เราควบคุมวิถีมารได้มากยิ่งขึ้น"



หลังจากศึกษาได้หลายบทความเขาก็ไปทดสอบมันในที่รับตา ด้วยความรู้ความเข้าใจใหม่ก็ยิ่งทำให้เขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วและได้รับรู้ว่าวิถีมารระดับสูงบางบทเขาไม่สามารถใช้ออกมันได้เนื่องจากความไม่เข้ากันของดาบฟันวิญญาณและแรงดันวิญญาณ



อย่างเช่นวิถีทำลายในบทที่ 96 อิตโต คะโซ ที่ต้องรวบรวมไฟเป็นตัวกระตุ้นเพื่อระดับร่างของผู้ใช้ วิถีมารบทนี้ไม่เหมาะสมกับเขา หนึ่งเขาไม่ใช่ดาบฟันวิญญาณสายไฟ บทนี้คนที่ใช้ได้มีเพียงหัวหน้าใหญ่



ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในสายพลังของตนเอง ดาบฟันวิญญาณของเขาไม่ใช่สายไฟ แต่ตัวเขาเป็นสายพลังในหมวดสายทมิฬ เป็นสายพลังเดียวกับคุโรซากิ อิจิโกะและอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 10 คุโรซากิ อิชชิน



สายพลังจะเป็นไปตามความเข้าใจของตนเอง โดยนำพลังที่เป็นธรรมชาติมาเป็นของตนเองได้มากที่สุด บางก็คนก็มีดาบฟันวิญญาณสายธาตุ สายวิถีพันธนาการ สายวิถีทำลาย สายรักษา สายควบคุม สายมนุษย์และสายสุดท้ายสายทมิฬ



ดาบฟันวิญญาณของเขาจัดอยู่ในสี่รูปแบบ หนึ่งสายพันธนาการ จากความสามารถโลกฝันมายา สองสายทำลายที่ผสานกับสายทมิฬจากทักษะโจมตีของเขา และสุดท้ายสายมนุษย์ที่เป็นจำพวกที่ทำให้ประสาทด้านชา หรือตัวดาบฟันวิญญาณเข้าประสานกับร่างกายที่เป็นทักษะจากการสะกด 




โดยสายทมิฬถือเป็นขุมพลังที่แท้จริงของ ดาบฟันวิญญาณในระดับบังไค ดังนั้นดาบฟันวิญญาณของเขาจึงจัดอยู่ในสายทมิฬ สายทมิฬจะมีความพิเศษอยู่และถือว่าเป็นสายที่ทำลายตัวเองด้วยเช่นกัน ทักษะเฉพาะของสายทมิฬคือทักษะการปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณในขั้นสุดท้าย 



การปลดปล่อยในขั้นสุดท้ายจะเป็นการผสานตัวเองกับดาบฟันวิญญาณ และตัวผู้ใช้จะกลายเป็นดาบเสียเองผลสุดท้ายที่ใช้ทักษะนี้แรงดันวิญญาณของยมทูตจะหายไปทั้งหมดตัวอย่างเช่นคุโรซากิ อิจิโกะในต้นฉบับที่ใช้เท็ตสึกะเท็นโชขั้นสุดท้ายในการปราบปรามไอเซ็นที่วิวัฒนาการตนเองด้วยโฮเงียคุ



ดังนั้นถ้าเขาอยากจะใช้บทวิถีทำลายที่ 96 มีทางเดียวเท่านั้นที่เขาทำได้นั่นคือการสร้างวิถีมารสายเฉพาะของตนเอง วิถีทำลาย อิตโต คะโซก็เป็นทักษะที่ถูกสร้างด้วยประสบการณ์ของหัวหน้าใหญ่เอง



เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ที่จะสร้างบทตำนานของตนเอง การบัญญัติวิถีมารของตัวเองถือเป็นการพิสูจน์สิ่งสำคัญสำหรับเขาด้วยเช่นกัน



"อาจจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานหลายร้อยปี แต่ด้วยทักษะโลกฝันมายา เราจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร ภายใต้โลกที่มีเส้นเวลาแตกต่างกัน"






























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 908 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,078 ความคิดเห็น

  1. #157 Creator Happiness Invulnerable (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 09:56
    สนุกมากๆเลยค่ะ อ่านเพลินเลย
    #157
    0
  2. #148 Redeye69 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 07:00

    ขอบคุณครับ
    #148
    0
  3. #146 แพนด้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 16:50

    สนุกมากๆเลยค่ะ นานๆจะเจอฟิคที่อาเจ๊ลูเคียเป็นนางเอกแล้วไม่ฮาเร็มด้วย จะรอตอนต่อไปนะคะ

    #146
    1
    • #146-1 มังกู (จากตอนที่ 15)
      16 ตุลาคม 2563 / 20:55
      ใช่หาฟิคสนุกๆน่าติดตามอ่านยาก
      #146-1
  4. #145 Rnozero (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 07:34

    ลับคมดาบเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับไอเชนเท่มากเลยคุโรกิ

    ป.ล ถ้าลููเคียไม่คู่กับอิจิโกะขอเห็นด้วยว่าให้คู่กับคุโรกิชะดีกว่า

    #145
    0
  5. #144 Nicezii114 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:38
    รออออออ
    #144
    0
  6. #143 ChampGmaer7 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:27
    อัพอีกตอนเดียวหาโลลิให้คนนึง
    #143
    4
  7. #142 นีน่ะเหรอตัวฉัน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:19

    สนุกๆๆ
    #142
    0
  8. #141 MUYCOKEZ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:19
    รออ่านตอนต่อไป
    #141
    0
  9. #140 DARKSWORDKUNG (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:16

    มาเร็วๆหน่อยได้ไหมน้อ
    #140
    0