Baby!! Don't Cry เสิร์ฟรัก เสิร์ฟหัวใจ ผู้ชายขี้แย [Yaoi]

ตอนที่ 2 : Part 2 จุดเริ่มต้นของความสนิท(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 พ.ค. 57

PART 2 จุดเริ่มต้นของความสนิท

Zenbernastra secondary school
16.30 นาฬิกา เวลาหลังเลิกเรียน

          ผมนั่งอยู่โรงยิมของโรงเรียนในโซนสนามบาสเกตบอล มองชายคนหนึ่งที่กำลังเลี้ยงลูกบาสหลบหลีกคู่แข่งอย่างสนุกสนาน ใบหน้าคม ผิวขาว จมูกโด่ง ร่างกายสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแต่พอดูดี ที่ตอนนี้แม้เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนความหล่อให้ลดลงไปเลย และใบหน้านี้ใบหน้านี้ยังทำให้ผมหลงใหลไม่เคยเปลี่ยน ผมมองปริ๊นซ์อย่างไม่ละสายตาและมักจะเป็นแบบนี้เสมอ จนไม่ได้สนใจคนที่เพิ่งมานั่งข้างๆ

“เอา เอาอีกและมองแบบนี้อีกและ ทำไมมึงชอบมองไอปริ๊นซ์เหมือนจะกลืนกินเลยว่ะ หรือว่ามึงจะชอบมันจริงๆ อย่ามาปิดบังกูบอกมา” มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ผมต้องรีบตอบกลับทันที

“จะบ้าหรอ ไอมิกซ์
!! กูแค่มองชื่นชมในความสามารถของมันก็แค่นั้น” คนที่พูดขึ้นมาก็คือมิกซ์เพื่อนสนิทของผมเองมันถามแบบนี้เป็นรอบที่ร้อยแล้ว ผมจึงต้องรีบแก้ตัวทันที ใครจะไปกล้าบอกว่าแอบชอบเพื่อนสนิท(อีกคน)ของตัวเองแถมเป็นผู้ชายด้วยกัน อายเค้าตาย แต่ไอมิกซ์ก็หันมาทำหน้าเหมือนกับว่ากูเชื่อมึงมากเลยยยยแต่ก็นะ ผมคงจะเก็บอาการไม่ค่อยได้ [เรียกว่าไม่ได้เลยดีกว่าไรท์ว่านะ] เพื่อนผมก็คงไม่ได้โง่ขนาดนั้น แต่ผมคิดว่าปริ๊นซ์คงยังไม่รู้เพราะผมจะชอบออกอาการเวลามองมันไกลๆ แต่เวลาอยู่ใกล้ๆกันผมก็จะพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แม้มันจะยากมากก็ตาม

หลังจากนั้น ปริ๊นซ์ก็มานั่งข้างๆผมหลังจากที่เล่นเสร็จ

“เห้ย วิสกี้ ได้ข่าวว่าได้งานที่จะหาแล้วหนิ” ปริ๊นซ์เริ่มถามเรื่องที่ผมทำงานพิเศษ

“ใช่แล้ว งานเสิร์ฟขนมปัง ชา กาแฟ อะไรประมาณนี้” ผมอธิบายแบบสั้นๆ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรงก็เกิดขึ้น เมื่อปริ๊นซ์เอามือสองข้างประกบแก้มผมดันให้ผมหันไปไปสบตา

“จำไว้นะ อย่าให้ใครเค้าหลอกง่ายๆ เป็นห่วงยิ่งซื่อๆอยู่ด้วย” ให้ตายเถอะทั้งใบหน้าที่ใกล้มาก บวกกับคำพูดที่เพิ่งออกไปทำให้ผมถึงกับใจละลาย เค้ามักจะเป็นห่วงผมแบบนี้อยู่เสมอ แต่เค้าไม่รู้เลยว่ายิ่งทำแบบนี้ความรู้สึกของผมยิ่งถล่ำลึกลงไป ผมรู้สึกดีนะ แต่ผมก็รู้ว่ายิ่งรักมากเท่าไร ถ้าเกิดถึงเวลาที่ต้องเจ็บปวดมันจะมากกว่านี้หลายเท่า


“ไม่เป็นไรหรอกน่ะ เราดูแลตัวเองได้” ผมพูด

“หรอคับคุณชายขี้แง” มิกซ์พูดแทรกขึ้นและก็ทำหน้าล้อเลียนผมอย่างเคยเวลาที่ผมบอกว่าดูแลตัวเองได้

“มึงก็ไปล้อมันมากไอมิกซ์ เออแสดงว่าวันนี้ก็ไปเที่ยวไม่ได้แล้วอะดิ ต้องไปทำงานใช่มั้ย” ปริ๊นซ์หันไปว่ามิกซ์ก่อนที่หันมาถามผม

“คงงั้นมั้ง” ผมตอบอย่างเซงๆ
“เสียดายแต่ไม่เป็นไรเอาไว้วันหลังแล้วกัน แต่จำไว้เลยนะถ้ามีใครรังแกวิสกี้ บอกปริ๊นซ์เดี๋ยวปริ๊นซ์ไปจัดการ” ปริ๊นซ์พูดด้วยสีหน้าที่ห่วงใย

“เอออออ รู้แล้ววว”ผมตอบแบบลากเสียง

“โอเคงั้นไปก่อนนะ” ปริ๊นซ์บอกลาโดยไม่ลืมบีบจมูกผมแล้วทำหน้าหมั่นเขี้ยวเหมือนทุกที ก่อนที่ทั้งสองจะโบกมือและยิ้มให้ ให้ตายเถอะจะทำให้ผมตกหลุมลึกลงไปถึงไหน

         
             หลังจากที่แยกกับเพื่อนสนิทสองคนนั้นผมก็เดินบนฟุตบาตรเลื่อยๆ เพื่อที่จะไปป้ายรถเมล์ แต่อยู่ๆก็มีรถสีดำคันหรูคุ้นตามาจอดเทียบฟุตบาต เอ๊ะ!! รถนี้คุ้นๆจัง ผมหยุดมองและรถมาจอดที่ผมพอดี พร้อมกับกระจกรถค่อยๆเลื่อนลง นั่นไง!!ใช่พี่ทาร์ตจริงๆด้วย

“จะไปทำงานใช่มั้ย” พี่ทาร์ตถาม

“ครับ”

“ไปด้วยกันสิ มาขึ้นรถ” พี่ทาร์ตพูดไม่พอ ยังมาลากผมขึ้นรถอีก แต่ผมอยากไปเองมากกว่า

“ไม่เอา ผมไม่ไป” ผมตอบปฎิเสธ แต่พี่ทาร์ตดึงผมเข้าไปกอด พร้อมกับยืนหน้ามาจะหอมแก้ม ให้ตายเถอะผมก็เขินเป็นนะ ที่สำคัญนี่มันหน้าโรงเรียนผมด้วย ทุกคนหันมามองกันหมดแล้วให้ตายสิ ผมจึงพยามยามดิ้นออกแต่ก็ดิ้นไม่หลุด

“พี่ทาร์ตปล่อยผมนะ”
“จะต้องขึ้นรถไปกับพี่ พี่ถึงจะปล่อย” ขณะที่พูดก็ยังไม่ยอมปล่อย

“ก็ได้ ก็ได้” ในที่สุดผมก็ต้องขึ้นรถมาเพราะทนสายตาประชาชีไม่ไหว เราก็หยอกล้อกันมาตลอดทาง ผมรู้สึกมีความสุขแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ ในที่สุดเราก็มาถึงแล้ว
MAGIC DREAM CAFÉ ให้ตายสิ ผมตื่นเต้นชะมัด นี่เป็นครั้งแรกของผมเลยที่ต้องมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ไม่สิจะพูดให้ถูกมันเป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาทำงาน

“นี่
!! จะยืนอยู่อีกนานมั้ย ปะเข้าร้าน” พี่ทาร์ตพูดขึ้น พร้อมกับจับมือดึงผมให้เดินตาม ที่จริงร้านก็อยู่ข้างหน้าไม่เห็นจะต้องจับมงจับกันมือเลย แต่ผมขี้เกียจพูด
 

   หลังจากที่ผมเดินเข้าร้านผมก็สวัสดีเกือบทุกคนในร้าน ที่ผมใช้คำว่าเกือบก็เพราะหลายคนหัวปั่นกับงาน บางคนก็เสิร์ฟอยู่จนไม่เห็นผมซะด้วยซ้ำ เฮอะ!! งานที่นี้ ยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอแล้วผมจะทำไหวรึเปล่าเนี้ย ผมเดินตามพี่ทาร์ตไปที่ห้องพนักงาน พี่ทาร์ตยื่นกล่องๆหนึ่งมาให้ผม

“อ่ะ นี่ชุดใส่ทำงาน” พี่ทาร์ตพูดพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง

“จะไปไหนน่ะ”ผมเรียกไว้เพราะถ้าพี่ทาร์ตไปผมคงทำอะไรไม่ถูก

“เอ๊า
!! ก็จะให้วิสกี้เปลี่ยนชุดไง หรือว่าจะให้เปลี่ยนให้ล่ะ” ไม่พูดเปล่า พี่ทาร์ตเดินมาทำท่าจะถอดเสื้อผ้าผมด้วยสีหน้าแลดูหื่นกาม

“ไม่ ไม่ ผม ผมเปลี่ยนเองได้ พี่ออกไปก่อนเถอะครับ”ผมรีบปฏิเสธ ทำให้น้ำเสียงตะกุกตะกัก ไอพี่บ้าคิดจะแกล้งกันอีกแล้วใช่มั้ย

“แต่พี่ไม่อยากออกไปแล้วสิ” พี่ทาร์ตกระซิบข้างหูใกล้มากจนผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา จากนั้นเขาเริ่มเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนเราสบตากัน และเลื่อนหน้าเข้ามาจนริมฝีปากเราห่างกันไม่ถึงมิลเลื่อนเข้ามาจะประกบกัน ผมหลับตาลงและ

“ก็อกๆๆ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นผมตั้งสติได้แล้วผลักพี่ทาร์ตออก นี่เค้าจะจูบผมหรอ หรือเค้าแค่จะแกล้ง
แล้วผมเป็นอะไรไปทำไมไม่ต้อต้านตั้งแต่แรก ผมเดินไปเปิดประตูเป็นพนักงานคนหนึ่งในร้านยืนอยู่ ให้ตายเถอะเขาหล่อมากเลย
[เอาอีกและ]

“อ้าว นายเองหรอพนักงานใหม่ที่ชื่ออะไรนะ วิ วิน วิว”

“วิสกี้ครับ” ผมตอบออกไปเพราะถ้ารอเขาให้ทายชื่อผมถูกคงต้องทั้งวัน

“อ่อ น้องวิสกี้ พี่ชื่อพี่ปอนด์ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” ที่แท้พี่สุดหล่อคนนี้ชื่อพี่ปอนด์นี่เอง

“แล้วนี่น้องกับทาร์ตกำลังทำอะไรอยู่หรอ” พี่ปอนด์พูดพร้อมชี้มาที่ผมกับพี่ทาร์ตซึ้งตอนนี้ทำหน้าเหมือนกับเซ็งอะไรซักอย่าง พี่ทาร์ตหันหน้ามามองแล้วพูดขึ้น

“ก็กำลังจะจูบกันแต่นายมาขัดจังหวะพอดี” อืมพี่ทาร์ตพูดได้ดีมาก เฮ้ยย
!!พูดว่าอะไรนะ

=0=” ผมหันไปมองหน้าพี่ปอนด์ซึ่งตอนนี้ ทำหน้าตกใจผมจึงรีบแก้ตัว

“ไม่ต้องตกใจครับ พี่ทาร์ตเค้าชอบพูดเล่นน่ะ คือ พี่ทาร์ตเค้ากำลังอธิบายงานผมอยู่” ผมพูดจบพี่ปอนด์ก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ จะเข้าใจจริงๆมั้ยนะ

 

“อ่อ งั้นพี่ไม่กวนแล้ว พอดีพี่จะมายิบถุงแยมที่อยู่ตรงตะกร้าข้างประตูขวามือน้องอ่ะครับช่วยหยิบให้หน่อย” พี่ทาร์ตชี้ไปที่ตระกร้าแยมผมจึงหยิบให้และพี่ปอนด์ก็เดินออกไป

“ปอนด์ก็ไปแล้ว งั้นเรามาต่อกันดีกว่ามั้ย” พี่ทาร์ตพูดพร้อมโผล่มากอดจากข้างหลัง เอาคางวางไว้บนไหล่ผม ผมรีบผลักออกทันที

“พี่เลิกแกล้งผมได้แล้ว ผมจะแต่งตัว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงซีเรียส บวกงอนอีกนิดหน่อย

“โอเค งั้นไปล่ะ” พูดไม่พอ พี่ทาร์ตเอื้อมมือมายิกแก้มก่อนยิ้มให้ผมอย่างกวนประสาท แล้วเดินออกนอกห้องไป ผมรีบปิดประตูล็อกทันที จะบ้าตายแกล้งกันแบบนี้ถ้าผมหวั่นไหวใครจะรับผิดชอบ



ผมเปิดดูกล่องชุดพนักงานของผม ผมถึงกับตกใจ ชุดเกาะอกสีชมพูแบบดันนม กางเกงขาสั้นในชนิดที่แบบ ใบเตยชิดซ้าย โบว์สีแดงอันใหญ่ ถุงน่องตาข่ายสุดเซ็กชี่ นี่เขาจะให้ผมเป็นเด็กเสิร์ฟหรือโคโยตี้กันแน่เนี่ย  
แต่ไม่แน่อาจจะเป็นตัวเรียกลูกค้าอะไรแบบนี่ ถ้าเค้าให้ใส่ผมก็ใส่ ท่องไว้วิสกี้ ท่องไว้เพื่อเงิน

            หลังจากที่ผมแต่งตัวเสร็จ ผมมองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกอายมาก ไม่อยากจะออกไปพบคนเลย ถึงผมจะชอบผู้ชายด้วยกันก็เถอะ แต่ก็ไม่เคยและไม่ชอบแต่งหญิง เพราะผมไม่ใช่พวกสาวประเภทสอง แล้วอีกอย่างหุ่นผมก็ไม่ได้ บางเพรียว เรียว สลิม  เหมือนเพิ่งกินโยเกิตน้ำตาลศูนย์เปอร์เซ็นต์มาอะไรประมาณนั้น หุ่นผมก็เหมือนผู้ชายทั่วไป กล้ามเนื้อนิด ซิกแพ็กหน่อย
พอมาใส่ชุดแบบนี้จึงไม่ได้มีความเซ็กซี่หรือคิกคุอาโนเนะเหมือนเคะในการ์ตูน Y
           
           
ผมทำใจอยู่นานก่อนจะเดินออกไปจากห้องพนักงาน เมื่อผมเดินไปถึงหน้าร้าน ทุกคนถึงกับอึ้งต่อมาก็มีเสียงหัวเราะ ผมมองไปทางพี่พายเจ้าของร้านที่มีนิสัยเงียบขรึม เย็นชา ยังอมยิ้มทำหน้าเหมือนพยายามกลั้นหัวเราะไว้ หลายคนคงดีใจเพราะได้เห็นรอยยิ้มของเขาซึ้งไม่ได้เห็นกันง่ายๆ แต่มันต้องไม่ใช่มาจากการแต่งตัวของผม....
ToT

“นี่น้องวิสกี้จะใส่ชุดนี้ทำงานจริงๆหรอครับ” พี่ปอนด์เดินมาพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเหมือนจะหัวเราะให้ได้ ผมเริ่มสงสัย

 “อ้าว
!! นี่มันชุดทำงานปกติไม่ใช่หรอครับ” ผมถาม

“น้องวิสกี้ ลองดูชุดพนักงานคนอื่นสิครับ” ผมสังเกตตามที่พี่ปอนด์บอก ที่จริงผมก็เห็นตั้งแต่แรกแล้ว แต่ผมคิดว่าจะให้ผมเรียกลูกค้าอะไรประมาณนั้น

“ตกลงนี่ไม่ใช่ชุดใส่ทำงานใช่ไหมครับ” คราวนี้ผมไม่ได้ถามพี่ปอนด์ แต่ผมหันไปถามพี่พายเจ้าของร้าน คำตอบที่ได้คือสายหน้า ผมเริ่มน้ำตาคลอ

“พี่ว่าคนที่เอาชุดมาให้เค้าคงอยากจะแกล้งน้อง” พี่ทาร์ตพูด ผมก็คิดอย่างนั้นผมว่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอพี่ทาร์ตนั่น


กริ๊งๆๆๆ เสียงกริ๊งเปิดประตูร้าน
ตายยากจริงๆ พี่ทาร์ตเปิดประตูเข้ามาในร้าน เห็นผมแล้วเดินเข้ามาหาทันที

“นี่ใส่ชุดอะไรเนี้ยใครใช้ให้ใส่ น่าเกียจชะมัด ฮ่าๆๆๆ” พี่ทาร์ตพูดพร้อมหัวเราะ น้ำตาที่คลอไหลออกทันที

“พี่เป็นคนแกล้งผมใช่มั้ย ผมไม่คิดว่าพี่จะแกล้งผมได้ขนาดนี้ แย่ที่สุดเลยผมไปทำอะไรให้พี่” ผมปล่อยโห่ออกมา แล้ววิ่งไปที่ห้องพนักงาน ฮือๆๆ ผมร้องให้อีกแล้วเกียจตัวเองจริงๆ แต่พี่ทาร์ตตามมาในห้องและ
ขว้าแขนผมไว้ ผมพยายามสะบัดมือออก

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อย ฮือๆๆๆ” ผมบอกและพยายามผลักเขาแต่แรงผมคงน้อยไป

“เข้าใจผิดแล้วพี่ไม่ได้เป็นคนทำ” คนตรงหน้าผมพูดอย่างหน้าด้านๆ ใครจะไปเชื่อ

ปึง
!! ผมผลักเขาอย่างแรง และอาจเป็นเพราะเขาไม่ระวังเขาจึงล้ม ผมกำลังจะวิ่งหนี แต่เขาดึงผมเข้าไปแล้ว

ประกบปาก!! ผมพยายามผลักและต่อต้าน แต่ยิ่งทำเขายิ่งรุกหนัก เขาจูบผมทั้งที่รู้จักกันไม่ถึง 2 วัน ร้ายกาจจริงๆ

“อื่อๆๆ”

ผมพยายามดันเขาออก แต่เขายิ่งเพิ่มความเร้าร้อนและรุนแรงของรสจูบมากขึ้นผมเริ่มหายใจไม่ออก และได้รสคาวเพราะเลือดซิบๆที่ปาก เขายังไม่หยุดตอนนี้หน้าของผมเต็มไปด้วยน้ำตา ผมจะขาดใจตายอยู่แล้ว ToT

ผลัก!!’ มีใครซักคนดึงพี่ทาร์ตออกไปและชกหน้าเต็มแรง จนล้มลงไป พอผมหันกลับไปดู

“ปริ๊นซ์
!!” ผมเอ่ยชื่อคนที่ผมจำได้ดี แต่ปริ๊นซ์ไม่พูดอะไรเอาเสื้อมาคุมตัวผมแล้วพาออกไปจากร้าน คนใจร้ายเหมือนจะตามมาแต่พี่พายห้ามไว้ ปริ๊นซ์พาผมเดินขึ้นรถทันที




            ขณะที่ปริ๊นซ์กำลังขับรถอยู่ ผมก็ไม่กล้าจะพูดอะไร ออกจะน่าอายมากด้วยซ้ำที่ปริ๊นซ์มาเห็นผมในสภาพนี้ ส่วนปริ๊นซ์ก็นั่งเงียบทำหน้าซีเรียสมาก จนผมไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เป็นอย่างนั้นตลอดทาง จนในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านผม

“ขอบคุณมากเลยนะปริ๊นซ์ เดี๋ยววิสขอตัวเข้าบ้านก่อน” ผมพูดขอบคุณ แต่ไม่ทันที่ผมจะเปิดประตูรถ ปริ๊นซ์จับมือผมดึงให้หันกลับไป โอบเอวพร้อมกับประกบริมฝีปากของเขาลงที่ริมฝีปากของผมอย่าง นิ่มนวล อ่อนโยน ผมตกใจมากแต่มันคือสิ่งที่ผมปรารภนา ผมจึงเลือกที่จะจูบตอบและคล้อยตาม เราค่อยจูบกันอย่างร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆผมรู้สึกดีมากไม่เหมือนจูบกับคนๆนั้น ผมนึกถึงพี่ทาร์ตอยู่ดีดีผมก็ผลักปริ๊นซ์ออก
ปริ๊นซ์ทำสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะจับมือผม

“ปริ๊นซ์ขอโทษ” ปริ๊นซ์เอ่ยด้วยสีหน้าหงอย

“ไม่เป็นไรหรอก” ผมบอก

“ปริ๊นซ์เป็นห่วงวิสนะ ปริ๊นซ์ว่าวิสเลิกทำงานที่นั่นเถอะ” ปริ๊นซ์จับมือผมและพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ไม่ได้หรอก เราจำเป็นต้องทำ” ผมบอก

“จำเป็นอะไร บ้านวิสก็ออกจะรวย” ปริ๊นซ์ถามต่อด้วยความสงสัย

“เอาเป็นว่าเรามีความจำเป็นที่ต้องทำงานที่นั่นแล้วกัน” ผมพูดเชิงตัดบทเพราะผมไม่อยากบอกเรื่องที่บ้านกับใครถึงแม้จะเพื่อนสนิทก็ตามที ปริ๊นซ์ทำหน้า(เหมือนจะ)เข้าใจ

“โอเค ไม่ว่าวิสจะมีความจำเป็นอะไร ปริ๊นซ์ยังขอยืนยันคำเดิมว่า ถ้าวิสกี้เดือดร้อนหรือมีใครมารังแกวิส

ปริ๊นซ์จะอยู่ข้างๆและช่วยปกป้องวิสเอง” ปริ๊นซ์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมลูบหัวผม

“ขอบคุณนะ
T^T” ผมพูดด้วยน้ำตาที่คลอ เสียงแหบเหมือนจะร้องให้ ก็คนมันดีใจหนิ

“ไม่ต้องร้องเลย ปริ๊นซ์พูดจริง ดึกมากแล้ววิสเข้าบ้านเถอะ บาย”

“อืม บาย” ผมลา ก่อนเปิดประตูรถและปิดลงพร้อมรอให้รถเคลื่อนตัวออกไปผมจึงเดินเข้าบ้าน

เฮอะ
!! ก็ทำแบบนี้จะไม่ให้หลงรักยังไงไหว
ผมรีบเดินเข้าบ้านโชคดีที่ไม่มีใครอยู่ไม่งั้นถ้าแม่พ่อมาเห็นลูกในสภาพนี้คงจะยาว







...............................................................................................................................................................................................

จะอัพเรื่อยๆ อ่านแล้วช่วยเม้นกันหน่อยนะค่ะ

 

         

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น