[END มีอีบุ๊ค] MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

ตอนที่ 52 : MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ EP:17 (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

EPISODE: 17


อะไรจะอยากได้หมอปลื้มเป็นลูกเขยขนาดนั้น...

ฉันเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับแม่ เมื่อเข้ามาก็เห็นว่าทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คุณปราชญ์พ่อของหมอปลื้ม รวมถึงตัวเขาต่างมองมาที่ฉันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ทว่าฉันทำเพียงแค่ยกมือไหว้เร็วๆ ก่อนจะเดินไปทรุดนั่งที่โซฟาเดี่ยว

"ลุงคุยกับพ่อของหนูแล้วนะข้าวหอม งานหมั้นจัดเร็วๆ นี้ดีมั้ย เรียนจบจะได้แต่งเลย" ถ้าคุยกันแล้วก็ไม่น่าจะมาถามความเห็นฉันแบบนี้

"ไม่ดีค่ะ" 

"ข้าวหอม" พ่อเรียกชื่อฉันเพื่อปราม พลางส่งสายตามองมาอย่างกดดัน

"ทำไมล่ะ" ที่คุณปราชญ์ถาม ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ฉันได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจของตัวเองออกมา

"ข้าวไม่อยากหมั้น แล้วก็ไม่อยากแต่งงานกับหมอปลื้ม ข้าวมีคนที่ข้าวรักอยู่แล้ว แบบนี้มีเหตุผลมากพอหรือเปล่าคะ" กระแสน้ำเสียงของฉันเต็มไปด้วยความหนักแน่น 

บรรยากาศรอบกายปกคลุมด้วยความเงียบโดยฉับพลัน หนำซ้ำยังแฝงเร้นไปด้วยความอึดอัด และฉันก็รับรู้ด้วยว่าเวลานี้พ่อมองฉันด้วยสายตาแบบไหน

ถ้าดวงตาคู่นั้นเปรียบเป็นมีดคมๆ ฉันคงพรุนไปทั่วทั้งร่างเป็นแน่

แม่รีบขยับเข้ามาหาฉัน พร้อมค่อยๆ ลูบแผ่นหลังเพื่อให้ฉันสงบอารมณ์ของตัวเอง

"แบล็คมันมีดีอะไรนักหนา พ่ออุตส่าห์หาคนดีๆ มาเป็นคู่ชีวิต ทำไมถึงตาต่ำขนาดนั้น" ถึงพ่อจะไม่ได้ตะคอก แต่คำพูดจาและน้ำเสียงกระแทกแดกดันนั้นก็บ่งบอกชัดเจนว่าท่านกำลังโมโหถึงขีดสุด

"ก็ดีแล้วกันค่ะ อย่างน้อยพี่แบล็คก็ไม่เคยไปมีอะไรกับใครลับหลัง...ใช่มั้ยคะ หมอปลื้ม" ฉันตวัดสายตาหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้าม

"ถ้าข้าวหอมหมายถึงเรื่องปลื้มกับพยาบาลฝึกงานที่ชื่อหลิน ลุงไปถามหลินมาให้แล้ว เขาสองคนไม่ได้มีอะไรกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด" คุณปราชญ์ออกหน้ารับแทนลูกชายของตัวเอง 

ฉันได้แต่แค่นหัวเราะเมื่อได้ยินดังนั้น ขณะที่สายตาก็ยังคงมองจ้องไปที่หมอปลื้มอย่างไม่ละไปไหน มันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดได้ยังไง ก็ในเมื่อฉันเห็นเองกับตา ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมหลินถึงปฏิเสธ แต่ไม่อายกันบ้างเหรอที่ถูกจับได้แล้วยังปั้นเรื่องมาโกหกแบบนี้

ฉันล่ะเชื่อเลย พวกเขาเล่นละครเก่งมากๆ อยากจะลุกขึ้นแล้วปรบมือให้สักชุดใหญ่...

"อยากจะให้ข้าวเชื่อไปด้วยอีกคนเหรอคะ? ในเมื่อสิ่งที่พวกเขาพูดมันคือคำโกหก ข้าวคงเชื่อไม่ลงหรอกค่ะ ไม่โง่ขนาดนั้น" ภาพคืนนั้นยังคงฉายชัดเข้ามาในหัว ฉันเห็นทุกอย่างกับตาตัวเอง เห็นทุกการกระทำของเขา แล้วแบบนี้จะให้ฉันเชื่อน่ะเหรอ?

แล้วคนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์มีสิทธิ์อะไรมาแก้ตัวแทน ไม่อยากจะพูดเลยจริงๆ เอาเป็นว่าตัดสินกันเอาเองแล้วกันว่าพ่อของฉันกับคุณปราชญ์เป็นยังไง...

"ข้าวหอม!!" ดูเหมือนพ่อจะข่มอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ท่านดีดตัวลุกขึ้นยืน เมื่อได้ยินคำด่าอ้อมๆ จากฉัน

"ถือว่าข้าวได้พูดความต้องการของตัวเองไปหมดแล้ว เพราะงั้นขอตัวก่อนนะคะ" ใครจะทำอะไรต่อก็ช่าง เพราะฉันไม่ขอเกี่ยวข้องด้วยแล้ว สิ้นประโยคนั้นฉันก็รีบลุกพรวดแล้วเดินออกมาจากบ้านทันที โดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกจากพ่อ หูได้ยินแว่วๆ ว่าแม่และทุกคนกำลังห้ามพ่อไม่ให้เดินตามฉันออกมา

บอกตรงๆ เลยว่าฉันโคตรอึดอัดกับสถานการณ์บ้าๆ นี่จนอกแทบระเบิดแล้ว...

Tru...Tru...Tru...

ระหว่างที่กำลังนั่งรอรถอยู่ตรงป้ายรถเมล์เพื่อกลับคอนโดพี่ขอบฟ้า โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็แผดเสียงร้อง จนฉันต้องหยิบขึ้นมากดรับ

"ว่าไงพ้อยท์" น้ำเสียงที่กรอกทักทายลงไปยังคงเจือไปด้วยความหงุดหงิด

("ไปหงุดหงิดอะไรมาเนี่ย") ดูแล้วพ้อยท์เองก็จับสังเกตในน้ำเสียงนั้นได้

"เรื่องมันยาว จะฟังเหรอ"

("ฟังสิ ตอนนี้อยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวไปรับ")

"นี่เธอกำลังจะออกไปไหน" ฉันย้อนถาม 

("ก็ที่โทรหาเพราะจะชวนเธอไปดื่มเป็นเพื่อนนี่แหละ ฉันทะเลาะกับบอมส์เลยจะมาระบายกับเธอสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเธอน่าเป็นห่วงกว่าเยอะ")

นี่มันเป็นวันปรับทุกข์กันหรือไง ทำไมทั้งฉันและเพื่อนสนิทต่างมีเรื่องให้ปวดหัวทั้งนั้นเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

100 ความคิดเห็น