[END ทำมือ+มีอีบุ๊ค] BAD KARMA รักเดิมพัน

ตอนที่ 6 : BAD KARMA รักเดิมพัน EP:5 (100%) CUT NC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

5


หลังจากที่พี่กรานต์ขับรถมาส่งฉันที่หน้าหอพัก ฉันก็เดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังห้องของตัวเอง โดยก่อนที่จะแยกกับพี่กรานต์ ฉันก็ไมลืมที่จะโบกมือลาและกล่าวขอบคุณเขาด้วย


แกร๊ก...


ฉันเปิดประตูเข้าห้องด้วยรอยยิ้ม เมื่อเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องแล้ว มือของฉันยกขึ้นแตะใบหน้าของตัวเอง ไม่ต้องส่องกระจกฉันก็รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของฉันแสดงความรู้สึกออกมายังไง


ฉันรีบเดินไปคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะได้รีบแต่งตัว เพราะอีกสักพักพี่กรานต์ก็จะขับรถมารับฉันไปที่บ้านเพื่อนพี่เค้า ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเพื่อนพี่กรานต์แต่ละคนมีนิสัยกันยังไงบ้าง เพราะฉันไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน


แต่ฉันเชื่อว่าเพื่อนพี่กรานต์ต้องนิสัยดีกันมากแน่ๆ

...

...

...

-บ้านนาวิน-


ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้าหลังจากเดินลงมาจากรถ ก็คือบ้านหลังใหญ่โตกว้างขวางและดูหรูหรา ฉันเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้มาเหยียบพื้นที่ในบ้านที่สวยงามแบบนี้


จากที่เห็นฉันคิดว่าเพื่อนๆ ของพี่กรานต์รวมถึงพี่กรานต์เองคงจะมีฐานะกันไม่ใช่น้อยๆ


"เข้าบ้านกันเถอะเพื่อนพี่รออยู่" ฝ่ามือหนาเอื้อมมากอบกุมที่มือบางของฉัน ร่างสูงแต่งตัวสบายๆ แต่ก็ดูดีอย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร ขณะที่ฉันเปรียบเหมือนผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่มีอะไรหน้าจับตามอง ฉันใส่ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องความยาวพอดีกับเข่า พอมองไปที่เขาแล้วสลับมามองฉันมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ร่างสูงพาฉันเดินเข้าไปในตัวบ้าน ก่อนที่ขายาวจะพาฉันก้าวเดินไปยังห้องๆ หนึ่ง ที่อยู่ในมุมมืดสุดของบ้านหลังใหญ่


มือหนาเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้น เสียงเพลงจังหวะหนักๆ ที่ดังเข้ามาในหูมันทำให้ฉันรู้ว่าห้องนี้คงจะเป็นห้องที่เอาไว้สังสรรค์ กลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งกระทบเข้ามาในจมูก ทำให้ฉันถึงกับเบ้หน้าด้วยความมึน


ความจริงฉันไม่ถูกกับสิ่งเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ แต่จะให้เดินกลับออกไปตอนนี้ก็คงไม่ได้


ทุกคนที่นั่งอยู่บนตัวโซฟาตัวใหญ่ ขณะที่ในมือก็กำลังยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันเป็นต้องชะงักมือค้างเอาไว้แล้วหันมามองทางฉันอย่างพร้อมเพรียง


"ไม่คิดว่าเธอจะมา" นับดาวที่อยู่ในชุดที่ดูล่อแหลมเลิกคิ้วขึ้น ฉันไม่ได้รังเกียจหรือไม่ชอบคนที่แต่งกายแบบนี้ แต่แค่มันไม่ชินตา ขนาดฉันเป็นผู้หญิงเหมือนกันกับเธอฉันยังอายแทน หน้าอกหน้าใจของคนตรงหน้าแทบจะล้นออกมานอกเสื้อกล้ามตัวเล็กที่เธอใส่ ซึ่งอิงค์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็แต่งตัวไม่ต่างอะไรกับเธอ


ผู้ชายที่นั่งกันอยู่บางคนก็ไม่ใส่เสื้อ ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็มีรอยสักกันแทบทุกคน แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่กรานต์จะมีด้วยอีกคนหรือเปล่า


"นี่โฟกัส..." ริมฝีปากหยักลึกขยับพูดเพื่อแนะนำฉันให้เพื่อนๆ ของเขาได้รู้จัก ก่อนที่พวกเขาจะแนะนำตัวกับฉันบ้าง มือบางของฉันยกมือขึ้นไหว้เพื่อนของเขาทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้


ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร แต่ฉันไม่ชอบสายตาของพวกเขาที่มองมาเลย หรือบางทีฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ฉันคงไม่ชินกับอะไรแบบนี้ล่ะมั้งถึงได้เกร็งกว่าปกติ


"พาน้องมานั่งนี่สิวะ" เพื่อนของพี่กรานต์ที่ชื่อนาวินกวักมือเรียก พร้อมกับตบที่นั่งข้างกายของเขา รอยสักรูปมังกรตามร่างกายของเขามันทำให้ฉันไม่อยากจะเดินเข้าไปใกล้ แต่พี่กรานต์กลับแตะมือที่แผ่นหลังของฉันแล้วดันให้ฉันไปนั่งลงที่ตรงนั้น


แขนแกร่งของพี่นาวินยกขึ้นพาดที่พนักพิงด้านหลังของฉัน มันคล้ายกับเป็นการกอดไหล่ทางอ้อม ฉันก้มหน้างุดมือบางก็กำประสานกันอยู่ที่หน้าตัก


"เป็นอะไรหืม...กลัวเหรอ" ฝ่ามือหนาเชิดปลายคางของฉันให้เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคมของพี่นาวินมองเข้ามาในดวงตาของฉัน


"เอ่อ...คือ" ฉันไม่รู้ว่าจะพูดออกไปยังไง สิ่งที่ฉันอยากจะบอกตอนนี้ก็คือฉันกลัว


พรึบ!


"มึงอย่าแกล้งน้องแบบนั้นดิ" พี่กรานต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันปัดมือของพี่นาวินออกจากปลายคางของฉัน พี่นาวินหัวเราะขำอยู่ในลำคอ


"อ่ะโฟกัส" นับดาวยื่นแก้วที่ข้างในมีแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉันมองไปที่แก้วนั้นอย่างลังเล ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยแตะหรือลิ้มลองมันเลยสักครั้ง


"เธอจะบ้าเหรอนับดาว คนอย่างโฟกัสคงจะไม่เคยดื่มของพวกนี้หรอก เธอเก็บไปเลย เดี๋ยวฉันจะไปเอาน้ำผลไม้มาให้โฟกัสเอง" สิ้นประโยคนั้นอิงค์ก็ขยับตัวลุกขึ้นยืน ก่อนที่ร่างบางสมส่วนของเธอจะเดินนวยนาดออกไป โดยปล่อยฉันให้นั่งงงอย่างไม่เข้าใจ เพราะไม่คิดว่าอิงค์จะทำสิ่งนี้ให้ ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าอิงค์ให้ความสำคัญกับฉัน


เธอหายไปจากห้องสักพักแล้วจึงกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำผลไม้ในมือ


"ขอบคุณนะ" ฉันเอื้อมมือไปรับแก้วนั้นมาจากมือเธอ ฉันส่งยิ้มให้กับเธอเพื่อขอบคุณ ก่อนจะยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจรดที่ริมฝีปาก แล้วดื่มมันลงไปจนเหลืออยู่ครึ่งแก้ว


"ดื่มให้หมดเลยก็ได้ ถ้าจะเติมก็บอกฉัน" อิงค์พูดบอกฉันถึงได้ยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมด เพราะฉันเองก็รู้สึกคอแห้งตั้งแต่เข้ามาแล้ว

...

...

...

เวลาผ่านไป


ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว สายตาของฉันกำลังมองไปที่พวกเขาที่กำลังนั่งล้อมวงเล่นเกมอะไรสักอย่างกันอยู่ที่พื้นด้านล่าง ยิ่งเวลาเดินไปเรื่อยๆ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นอะไร


เพราะอยู่ๆ ศีรษะของฉันมันก็ปวดหนึบขึ้นมาจนฉันต้องยกมือขึ้นกุมเอาไว้ ร่างกายของฉันเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน มันร้อนๆ หนาวๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


"เป็นอะไรโฟกัส" มือหนาจับที่ศีรษะของฉัน พร้อมกับจ้องมองใบหน้าของฉันไปด้วย ความร้อนมันเริ่มเห่อขึ้นบนใบหน้าจนฉันรู้สึกได้ ลมหายใจของฉันมันดังขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อร่างสูงแตะมือลงมา


"กัส...ไม่รู้ค่ะ" เสียงของฉันมันสั่นเทาและเบาราวกับกระซิบ


"เหมือนจะไม่สบายนะงั้นพี่จะพาขึ้นไปพักก่อนละกัน นาวินเปิดห้องให้กูที" ท้ายประโยคพี่กรานต์หันไปพูดกับเพื่อนของเขา ร่างสูงช้อนตัวฉันขึ้นอุ้ม โดยที่ฉันไม่สามารถทักท้วงอะไรได้ เพราะฉันรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะพูดออกมา แค่หายใจแบบปกติฉันยังทำไม่ได้เลย ตอนนี้มันรุนแรงมากเกินไปจริงๆ


ร่างกายของฉันมันบิดไปมาอยู่บนท่อนแขนแกร่งที่กำลังอุ้มฉันขึ้นไปบนห้อง ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร รู้แต่ว่ามันทรมานเอามากๆ


"อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะทำให้หายเอง"


********************CUT NC*********************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

967 ความคิดเห็น