[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 31 : ดั่งฤทัยราชัน-29-คืนสู่อ้อมกอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    11 ม.ค. 63

-29-

 

คืนสู่อ้อมกอด


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เซฮุนอบอุ่น gif

 

2 ชั่วโมงที่แล้ว

 

องค์ไอศูรย์สาวพระบาทออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น สองหัตถ์รัดสายคาดเอวลวกๆพลางออกเดินไปด้วย ยังไม่ทันได้พ้นมุมเสาสไตล์โรมันตรงห้องโถง ราชองครักษ์ก็รีบวิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานเสียก่อน

 

ฝ่าบาท! นคราวรมันของเราโดนข้าศึกโจมตีแล้วพระเจ้าค่ะ”แม่ทัพผู้นั้นกราบทูลอย่างรีบร้อน

 

“ข้ารู้แล้ว! พวกมันเป็นใครถึงบังอาจกล้าบุกรุกนคราวรมันได้!

 

“องค์รัชทายาทโอ เซฮุน พระเจ้าค่ะ ทรงนำทัพพร้อมด้วยเหล่านักรบแห่งขุนเขาพระเจ้าค่ะ!”เมื่อได้ยินสิ่งที่องครักษ์ของตนรายงาน ร่างเจ้าแห่งแคว้นถึงกับสั่นเทิ้มอย่างโมโหจัด ที่นครของตัวเองที่สงบมานานถูกศัตรูตัวฉกาจบุกมาโจมตีอย่างนี้

 

“คนของมันมีมากเท่าไหร่!?

 

“ยังไม่อาจประเมินได้พระเจ้าค่ะ ตอนนี้เราทำได้แค่จัดกำลังเข้ารับมือเพราะถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว”

 

บัดซบที่สุด! เอาล่ะข้าจะออกไปรบกับมันเอง! ให้มันรู้ไปว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าจะพ่ายแพ้แก่เด็กเมื่อวานขึ้นอย่างมัน!” เจ้าแห่งแค้วนสั่งการอย่างมั่นใจในฝีมือของตัวเองยิ่งนัก โดยลืมไปเลยว่าวัยของตัวเองนั้นล่วงเลยวัยแห่งการสู้รบไปเสียแล้ว แต่พระองค์ก็ต้องนําทัพออกสู้อยู่ดีด้วยไม่มีพระโอรสผู้สืบทอดบัลลังก์เลยแม้แต่คนเดียว แล้วเหตุผลหนึ่งที่พระองค์ต้องเสาะหาสตรี มาบำรุงบําเรอกามนั้น ก็เพื่อสตรีเหล่านั้นอาจจะมีโอกาสให้พระโอรสแก่พระองค์ได้

 

“นั่นพระเจ้าค่ะ องค์รัชทายาทอยู่นั่น!” เพียงได้ยินคำกราบทูลก็ตวัดสายพระเนตรมองทันทีและก็ต้องขบกรามอย่างเคียดแค้นเมื่อเห็นว่าศัตรูที่แสนเกลียดชังเดินนำเหล่านักรบตรงมาทางนี้

 

“มาแล้วหรือพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันนึกว่านะทรงขี้ขลาดหลบอยู่ในรั้ววัง แล้วให้เหล่าทหารออกมาตายแทนเสียอีก” เอกองค์นครขุนเขาตรัสเอื้อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเหยียดหยัน นับว่าเป็นการประกาศสงครามอย่างแท้จริงหลังจากที่ก่อสงครามผ่านทางการทูตมาเนิ่นนาน

 

“ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างมึงมันก็ดีแต่โอหัง เอาเข้าจริงแม้แต่เมียของมึงกูยังช่วงชิงเอามาได้ง่ายๆเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” พอได้ยินแบบนั้นไฟโทสะก็กระพือโหมขึ้นท่วมกาย กัดฟันกรอดอย่างเคียดแค้น พระหัตถ์หนาก็เผลอกระชับด้ามดาบในมือมั่นขึ้น

 

“หม่อมฉันก็ไม่คิดว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของนคราวรมันจะกล้าใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ ไม่กล้าที่จะเผชิญหหน้าโดยตรง กลับกันใช้ผู้หญิงตัวเล็กๆมาเป็นเครื่องมือ ฮึ! น่าสมเพช”

 

ไอ้เซฮุน มึง!” ตวาดกร้าวและชักดาบขึ้นมาฟาดฟันเข้าใส่อย่างกะทันหันโชคดีที่องค์ชายนั่นได้เตรียมการป้องกันอยู่แล้วจึงชักดาบขึ้นมาป้องกันไว้ได้ จากนั้นก็เป็นการเปิดการต่อสู้ทันที แรงฟาดฟันหักหน่วงรุนแรงจนโลหะที่กระทบกันเกิดเป็นประกายไฟ ทหารของนคราวรมันที่เห็นว่ากษัตริย์แห่งแคว้นตนเองกำลังเพลี่ยงพล้ำเพราะเสียเปรียบวรองค์ทุกทาง ทั้งรูปร่างและอายุที่มากขึ้น ถลาจะเข้าช่วยแต่ก็ถูกอชิระและเหล่าองครักษ์กระโจนเข้าขวางและโจมตีสกัดกั้นอย่างองอาจสมกับเป็นนักรบแห่งขุนเขา จนพวกมันไม่สามารถบุกฝ่าเข้าช่วยกษัตริย์ตนเองได้เลยแม้แต่น้อย

 

องค์ชายโอเซฮุนไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดแรงมือที่ฟาดฉาดฉะ วรองค์ที่ใครๆก็เหยียดเย้ยว่าเป็นลูกผสมและถูกกระด่างกระเดื่องต่อการขึ้นครองราชย์ต่อในตอนนี้ ทรงน่าเกรงขามกว่าทุกครั้งสายพระเนตรดูดันไร้แววแห่งความปรานี ไม่นานนักองค์ไอศูรย์ก็อ่อนแรงและถูกแรงกระแทกแห่งการฟาดฟัน ทำให้ถอยล้มกลิ้งไปกับพื้นหญ้าหน้าตำหนัก และวรองค์หนุ่มจึงถือดาบปรี่ตามเข้าจ่อคออย่างรวดเร็วจนปลายคมของมันสะกิดเนื้อให้ได้เลือดซิบๆ

 

“ไอ้กษัตริย์ชั่ว! ทุรยศต่อแผ่นดินหิมันตลายาได้อย่างน่าไม่อาย วันนี้มันจบแล้ว!

 

“ฮึ! มึงอย่าคิดว่ากูจะยอมจบง่ายๆนะ ทั้งๆที่กูกำลังจะรวบเอาหิมันตลายามาเป็นของกูแล้วพ่อแม่มึงกูก็จำกัดไปให้พ้นทางจนสำเร็จ แต่ย่าของมึงก็สาระแนไปคว้าเอาไอ้เจ้าชายเลือดผสมอย่างมึงขึ้นมาจนได้!” ตรัสถ้อยเย้ยหยันกับความจริงที่พระองค์ไม่เคยทราบใส่คนที่กำลังถือดาบอยู่อย่างไม่เกรงกลัว คราแรกที่ตั้งใจจะจับเป็นกำลังถูกโทสะกลืนกินช้าๆ มือหนาจิกทึ้งผมของไอ้เจ้าแคว้นชาติชั่วและดึงรั้งให้แหงนเงยสบสายตาตรงๆ

 

“มึงหมายความว่ายังไง ห้ะ!

 

“ที่พ่อแม่มึงรถคว่ำตายก็เพราะกูเอง กูที่ใช้คนไปจัดการทำให้พ่อของมึงถูกเผาไหม้กับซากรถเหมือนหมาข้างถนนเพื่อที่จะไม่มีใครขึ้นครองบัลลังก์ มึงเห็นรึยังไม่ว่าอย่างไรมึงก็แพ้กู แพ้มาตั้งแต่ต้น!” ดวงตาระริกแดงก่ำเมื่อหวนนึกถึงความเจ็บปวดในวัยเด็กที่ตนต้องเผชิญ มือที่ถือดาบสั่นสะท้านอย่างเคียดแค้น

 

“มึงสินะที่สร้างความเจ็บปวดให้กับกูมาเนิ่นนาน วันนี้ก็จะให้มึงได้ลิ้มรสกับความเจ็บปวดที่กูต้องเจอมา มึงจะได้รู้ว่าการที่อยู่แบบตายทั้งเป็นมันมีรสชาติอย่างไร!” ตวาดกร้าวก่อนจะกระชับมือที่ดึงผมไว้ให้มั่น จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างตวัดปลายดาบกรีดลงบนผิวหน้าอันเหี่ยวย่นจนเป็นรอยแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วนโดยที่ไม่ลงแรงมากนักเพราไม่อยากให้มันตาย และให้ไอ้กษัตริย์ชั่วต้องอยู่แบบตายทั้งเป็น

 

“อ๊ากกกก ไม่นะ! โอ๊ยยย ช่วยข้าด้วย...” เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดปะปนประกอบภาพเลือดสีแดงสดที่ไหลเปื้อนตัวขององค์ไอศูรย์อย่างสยดสยอง กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทหารของนคราวรมันแทบจะกระโจนเข้าไปแต่ก็ถูกนักรบแห่งขุนเขาเข้าขวางไว้ บางส่วนที่รู้ว่าแคว้นของตนแพ้แน่แล้วก็หนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่นดูชุลมุนวุ่นวาย วรองค์หนุ่มที่ใครต่างก็ไม่เคยเห็นในด้านนี้ดูน่ากลัวราวกับปีศาจร้ายที่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเย็นชา หากหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ในราชสำนักเห็นตอนนี้ ก็คงจะต้องกลัวหัวหดและไม่มีใครกล้ากระด้างกระเดื่องเป็นแน่แท้

 

“ช่วยข้าด้วย! ทรมานเหลือเกิน...โอ๊ย....!” เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดไหลอาบจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย หรือจะเรียกได้ว่าคมมีดนั้นอาจจะโดนคมดาบไปด้วยจึงทุรนทุรายขนาดนั้น กระทั่งต้องถูไถใบหน้าไปกับพื้นหญ้าหวังทุเลาความเจ็บปวดนั้น

 

“การรอผลกรรมให้เกิดกับมึงคงจะช้าไป” ตรัสอย่างเรียบนิ่งก่อนจะหันกลับไปพยักหน้าให้อชิระเพื่อให้นำตัวเตรียมขังที่คุกหลวงและตั้งท่าจะสาวพระบาทออกตามหาพระชายาของพระองค์แต่ทว่าไม่ทันจะได้ออกเดิน เสียงขององค์ไอศูรย์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“เซฮุน!” เมื่อหันกลับๆไปก็เห็นว่าไอ้กษัตริย์ชั่วที่ดูท่าจะสิ้นฤทธิ์แล้วกำลังลุกขึ้นยืนอย่างซวนเซ ในมือกำดาบข้างกายไว้แน่น

 

“กูไม่มีวันยอมแพ้มึง ชายาที่มึงหวงนักหวงหนา...กูได้เชยชมเจ้าหล่อนแล้วแม้จะต้องซ้ำรอยของมึง กูจะไม่ยอมเสียเกียรติเข้าไปอยู่ในคุกอย่างอัปยศ เพราะฉะนั้นต่อให้กูเพลี่ยงพล้ำในครั้งนี้ แต่ก็ได้บดขยี้หัวใจของมึงกูก็ดีใจแล้ว ฮ่าๆ ”

 

ฉึบ!

 

เอ่ยถ้อยความสุดท้ายแล้วก็หันคมดาบเข้าหาตัวเองและเชือดคออย่างแรงในครั้งเดียว ซึ่งมันก็ตวัดตัดเส้นเลือดใหญ่อย่างเหมาะเหม็งจนเลือดกระฉูดแดงฉาน ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ร่างที่ฝืนยืนเมื่อครู่เอนไหวไปมาก่อนจะล้มลงในท่าคุกเข่าก่อนจะหงายหลังเอนราบไปกับพื้นอย่างน่าอนาถ ถ้อยคำสุดท้ายนั้นแก่งไกวพระทัยขององค์เองจนไหววูบ รีบสั่งการให้ตามหาพระวรชายาทันที  ออกวิ่งไปยังพระตำหนักและเปิดหาทั่วทุกห้องจนกระทั่งถึงประตูบานใหญ่ที่แกะสลักรูปสุริยะฉาดฉายซึ่งพระองค์มั่นใจว่าเจ้าจอมกัลยาจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน

 

และก็เป็นดั่งความคิดเมื่อเห็นร่างแน่งน้อยนอนหันหลังอยู่บนเตียงกว้าง สาวพระบาทเข้าไปโอบอุ้มเจ้าหล่อนแนบอุระ กายเปลือยเปล่ามันทำให้พระทัยร้าวรานกอดรัดเอาไว้แนบแน่นจนเจ้าหล่อนสั่นกลัว แม้จะเจ็บแค่ไหนก็ต้องฝืนพาน้องหนีออกมา แม้อยากจะกอดจูบรับขวัญแค่ไหนแต่ก็ต้องฝากน้องไว้กับนางกำนัลและให้เหล่านักรบรับจ้างแห่งขุนเขาเฝ้าน้องไว้ เพื่อที่จะกลับมาจัดการกับนคราวรมันที่กำลังวุ่นวายเพราะสูญเสียเจ้าแห่งนคร

 

ที่ลานกว้างหน้าพระราชตำหนักมีเหล่าทหารที่รอดชีวิต พร้อมด้วยนางกำนัล ข้าราชบริพารมากมายถูกเกณฑ์ให้มานั่งหมอบอยู่กลางวงล้อมโดยมีเหล่านักรบและทหารของหิมันตลายายืนล้อมตรึงกำลังเอาไว้ ร่างองอาจประทับตระหง่านอยู่ตรงหน้าและกวาดสายพระเนตรจ้องมองผู้คนอย่างสะท้อนใจ หากกษัตริย์ของพวกเขาไม่คิดชั่วทุรยศต่อหิมันตลายาและใช้วิธีสกปรกเข้าทำลาย วันแห่งการล่มสลายนี้ก็คงจะไม่มาถึง

 

“ต่อไปนี้เราขอประกาศว่า องค์ไอศูรย์แห่งแคว้นนคราวรมันได้สิ้นพระชนม์ลงแล้ว!” สิ้นเสียงประกาศตรงหน้าก็เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นไห้ร้องระงมเมื่อได้ทราบว่าเจ้าอยู่หัวสิ้นเสียแล้ว

 

“เราจะให้มีการจัดงานพระศพอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและหลังจากนี้ นคราวรมันจะตกอยู่ใต้การปกครองของหิมันตลายาอย่างสมบูรณ์คนในแคว้นแห่งนี้ต้องเชื่อฟังและทำตามกฎของหิมันตลายา จนกว่าพระราชโองการจะมีมาว่าจะทำอย่างไรกับแคว้นแห่งนี้ หวังว่าพวกเจ้าจะไม่คิดกระด้างกระเดื่อง ทั้งนี้เราขอสัญญาว่าจะไม่มีการปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนทาสเด็ดขาด พวกเจ้าจงใช้ชีวิตทำมาหากินแบบเดิมต่อไป” เมื่อสิ้นคำประกาศทุกคนก็โค้งคำนับลงอย่างพร้อมเพรียง ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับและยินยอมเพราะเจ้าแห่งนคราไม่อยู่เสียแล้ว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็มอบหมายให้อชิระจัดการดูแลความเรียบร้อยต่อ ตั้งใจจะกลับไปหาคนตัวน้อยที่กำลังน้อยใจพระองค์อยู่ก็พอดีกับที่นักรบคนหนึ่งสาวเท้าตรงมาหาพระองค์อย่างรวดเร็ว

 

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วพระเจ้าค่ะ”

 

“เกิดอะไรขึ้น!?

 

“พระชายาพระเจ้าค่ะ...พระชายาหนีไปแล้ว!

 

“ว่ายังไงนะ! รีบจัดคนออกตามหาเดี๋ยวนี้ พระชายาคงยังหนีไปได้ไม่ไกล” สั่งการเสียงดังก่อนจะรีบสาวพระบาทไปยังรถที่จอดรออยู่และทหารที่รีบส่งกุญแจให้อย่างรู้ใจ ไม่นานนักรถหรูก็พุ่งทะยานออกตัวอย่างรวดเร็วเพราะความร้อนใจและหงุดหงิด ดูเอาเถอะทำไมถึงไม่เคยจะเชื่อฟังกันบ้างนะเจ้าจอมกัลยา! คำรามอย่างหงุดหงิดและหักเลี้ยวไปตามทางที่คิดว่าเธอจะไป และก็เป็นไปตามคาดเมื่อลงจากรถไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำร่างเล็กก็เดินลับๆล่อๆออกมาจากพุ่มไม้ ก่อนที่ใบหน้าหวานจะซีดเผือดเมื่อเห็นพระองค์

 

แล้วคำสั่งของฉันก็ไม่มีความหมายสำหรับเธอเลยสินะ เจ้าจอมกัลยาพระองค์ตรัสถามอย่างดุดัน ก็พอจะรู้ว่าน้องกลัวจนตัวสั่นแต่ก็ไม่อาจข่มความโกรธให้มอดดับลงได้ง่ายๆ บ้านเมืองยังไม่สงบดีจะหนีออกมาเผชิญอันตรายได้อย่างไร

 

มาหาฉัน...เดี๋ยวนี้...ตรัสสั่งและเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย หอบร่างที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่เดินมาหาพระองค์ช้าๆ จนมาหยุดยืนใกล้ๆพระองค์ที่ยังคงประทับบนกระโปรงรถราคาแพงนั่น พอเห็นน้องใกล้ๆแบบนี้ยิ่งเห็นว่าเจ้าจอมกัลยามีท่าทีที่อ่อนโรยแรงเป็นอย่างมาก

 

ฝ่าบา...

 

ฟึบ! ไม่ทันได้เรียกพระองค์จบด้วยซ้ำสติก็ดับวูบลง ยังดีที่พระองค์ขยับกายว่องไวคว้าเอาเอวเล็กทันท่วงทีไม่ให้ล้มกระแทกพื้น ใจที่กริ้วโกรธาเมื่อครู่กลับกลายเป็นร้อนรุ่มเมื่อเมื่อเห็นน้องเป็นลมไปต่อหน้าต่อตา

 

เจ้าจอม...เจ้าจอมตรัสเรียกอย่างร้อนพระทัย สายพระเนตรที่เคยแข็งกร้าวเย็นชาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน สุดท้ายก็ช้อนเอาร่างปวกเปียกนั้นเข้าสู่อ้อมกอดและสาวพระบาทไปเปิดประตูรถและวางน้องลงอย่างเบามือ ปรับเอนเบาะลงและคาดเข็มขัดให้ นิ้วพระหัตถ์เกลี่ยแก้มนวลน้อยๆอย่างเบามือ เมื่อเธอตื่นคงจะต้องมีเรื่องคุยกันยาวเสียแล้ว

 

 

..........................................................

 

เปลือกตาสีมุกขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปรือเปิดขึ้นช้าๆ แสงสว่างที่สาดกระทบทำให้ตาพร่ามัว จำต้องปิดลงอีกครั้งเมื่ออาการทุเลาจึงเปิดขึ้นอีกครา

 

“ฝ่าบาท” อุทานเบาๆเมื่อขยับลุกขึ้นนั่งก็เห็นอดีตพระสวามีประทับนั่งนิ่งอยู่บนพระเก้าอี้ข้างพระบัญชร ในมือมีเอกสารที่ทรงกำลังตั้งใจอ่านแน่วนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงเธอก็ปิดหน้าเอกสารนั้นลงและสาวพระบาทตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ทิ้งวรกายบนพระแท่นข้างกันก่อนจะยกพระหัตถ์ขึ้นแตะลงบนพวงแก้มนุ่มเบามือ

 

“ฟื้นแล้วหรือ...เป็นอย่างไรบ้าง”

 

“เจ้าจอมไม่เป็นไรแล้วเพคะ แล้วฝ่าบาท...”

 

“ไม่เป็นไร...ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วนะเจ้าจอมกัลยาเธอปลอดภัยแล้ว....ไม่มีอะไรแล้ว” กดปลายจมูกลงบนหน้าผากนูนน้อยๆอย่างปลอบขวัญ เจ้าจอมหลับตาลงซึมซับความรู้สึกอบอุ่นทั้งมวล น้ำตาร้อนๆเอ่อคลอขึ้นมาตามขอบตา

 

“แล้วเจ้าจอมจะได้กลับไทยเมื่อไหร่เพคะ” ร่างสูงชะงักนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามของน้อง ขยับตัวออกช้าๆและจ้องมองอย่างไม่เข้าใจ

 

“จะไม่มีการกลับไปที่ไหนเด็ดขาด เธอจะต้องอยู่กับพี่ที่นี่!

 

“แต่เราหย่ากันแล้วนะเพคะ หากหม่อมฉันอยู่ที่นี่พระชายาของฝ่าบาทอาจจะรู้สึกไม่ดี หากหม่อมฉันดีขึ้นแล้ว หม่อมฉันจะรีบไปจากที่นี่ทันทีเพคะ” แม้จะเจ็บปวดในหัวใจแต่เธอก็ต้องฝืนทนข่มมันเอาไว้ เจ้าจอมไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าทำลายครอบครัวของใคร

 

“เจ้าจอมฟังนะ....เรื่องทั้งหมด...”

 

“ฝ่าบาทพระเจ้าค่ะ” วรองค์เผลอสบถออกมาเสียงดังเมื่ออชิระเข้ามาได้อย่างถูกจังหวะราวกับเป็นสูตรสำเร็จของนิยายน้ำเน่าและมันก็กำลังเกิดขึ้นกับพระองค์ในตอนนี้

 

“มีอะไร!

 

“เอ่อ...เรื่องขององค์หญิงดาริญญาพระเจ้าค่ะ” จะบ้าตายมาบอกถูกเรื่องถูกเวลาเสียด้วย พอหันกลับมามองคนตัวน้อยที่ตอนนี้ก้มหน้างุดไปแล้วเรียบร้อยยิ่งหงุดหงิดแต่มันก็สำคัญจริงแน่ อชิระถึงได้เข้ามาขัดจังหวะแบบนี้

 

“เดี๋ยวพี่จะกลับมาหา รออยู่แต่ในตำหนัก ห้ามไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม...?

 

“..........”

 

“พี่ถามว่าเข้าใจไหม...เจ้าจอมกัลยา” เชยคางเล็กขึ้นให้มองสบสายพระเนตรและก็เห็นว่าดวงตากลมโตนั้นรื้นด้วยน้ำตา จรดจุมพิตปรางแก้มนวลน้อยๆก่อนจะตัดพระทัยลุกขึ้นยืน

 

“เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา” หมุนตัวสาวพระบาทออกมาอย่างรวดเร็ว คงจะต้องรีบเคลียเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เมียจะหนีหายไปอีก คิดอย่างมุ่งมั่นในพระทัย

 

เมื่อลับหลังพระองค์เจ้าจอมก็เอนกายลงนอนอีกครั้งและร้องไห้ออกมาเงียบๆ มือเล็กยกขึ้นลูบบนหน้าท้องแบนราบเบาๆไปมาอย่างปลอบประโลม

 

“ลูกจ๋า...พระบิดาของหนูใจร้ายจังเลย แม่จะทนเห็นพระชายาคนอื่นอยู่ข้างพระบิดาได้อย่างไร” ร้องไห้น้ำตาเป็นสายจนเปียกชุ่มหมอน สัมผัสเดิมๆในตำหนักของสองเราไม่ช่วยปลอบประโลมแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งทำให้เธอระทมทุกข์เพราะภาพความทรงจำเดิมๆ

 

“พระชายา...” เสียงเรียกที่คุ้นเคยจากข้างหลังทำให้เธอรีบขยับลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็โผเข้ากอดทันที

 

“พี่มณฑา...เจ้าจอมคิดถึงจังเลย”

 

“หม่อมฉันก็คิดถึงพระชายาเพคะ” นางยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุข

 

“เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ซูบผอมลงไปเยอะเชียว” เสียงสั่นพร่าเมื่อลูบไปตามเนื้อตัวที่เคยผุดผ่องอวบอิ่ม ไม่บอกก็รู้ว่าพระเจ้าจอมตัวน้อยจมอยู่กับความเสียใจแค่ไหน

 

“สบายดีค่ะ...พี่มณฑาหละคะสบายดีไหม”

 

“หม่อมฉันสบายดี ไปเถอะเพคะเดี๋ยวหม่อมฉันจะดูแลองค์เอง” เอ่ยอย่างอ่อนโยนกับคนที่นางรักและผูกพันสุดหัวใจ ประคองร่างแน่งน้อยไปอาบน้ำและปรนนิบัตรอย่างที่เคยเป็นมาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยเมื่อวางแปรงที่หวีกลุ่มผมนุ่มลงเป็นลำดับสุดท้าย

 

“พี่มณฑา เจ้าจอมอยากไปสวนขวัญ” เงยหน้าขึ้นบอกพระพี่เลี้ยง

 

“แต่พึ่งทรงฟื้นจากการประชวรพระวาโยนะเพคะ ควรจะพักเสียก่อนเดี๋ยวฝ่าบาทจะดุเอานะเพคะ”

 

“แต่เจ้าจอมอยากลุกไปเปิดหูปิดตาบ้าง นะเพคะ...นะพี่มณฑา”

 

“เสวยเครื่องว่างก่อนดีไหมเพคะ...”

 

“ไม่ค่ะ เจ้าจอมอยากไปสวนขวัญ” พอโดนรบเร้าแบบนั้นพระพี่เลี้ยงก็ต้องยอมตามพระทัย ประครองร่างเล็กให้เดินออกมานอกตำหนัก เจ้าจอมยิ้มร่าอย่างสดชื่นขึ้นมาบ้าง ไม่กล้าบอกพี่มณฑาไปตรงๆ

 

ว่าเธอจะไปหาดอกไม้กิน...

 

 

 

ทิ้งพระวรกายสูงใหญ่บนลงพระเก้าอี้ตรงกึ่งกลางที่ล้อมรอบด้วยเหล่าท่านเจ้าคุณและข้าราชสำนักมากมายถึงเรื่องที่จะกราบทูล พยักหน้าให้เปิดประเด็นอย่างเรียบง่ายไม่ยืดเยื้อด้วยอยากจะกลับไปกอดเจ้าจอมกัลยาโดยเร็วที่สุด

 

“ว่าอย่างไรบ้าง”

 

“เรื่องขององค์หญิงดาริญญาพระเจ้าค่ะ เราจะ...”

 

“อาทิตย์หน้าเราถึงจะส่งตัวนางคืนมหรรณพธานินทร์” ตรัสตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คงต้องส่งคืนและจัดการยกเลิกเครื่องราชทุกอย่างให้เรียบร้อย ในเวลานี้เมื่อเนื้อร้ายถูกทำลายองค์ภูเตศวรก็คงไม่กล้ากระด้างกระเดื่องอะไรอีก

 

“เอ่อ...แล้วพระองค์จะเสด็จไปพบองค์หญิงไหมพระเจ้าค่ะ ทรงร้องขอที่จะพบพระองค์” ท่านเจ้าคุณกลาโหมกราบทูล วรองค์นิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างตกลงและยืนขึ้นเต็มความสูง กล่าวปิดการประชุมแบบรวบๆโดยเร็วลพยักหน้าให้กับอชิระตามเสด็จไปยังตำหนักท้ายวังอันเป็นที่ประทับขององค์หญิงดาริญญาเกือบๆสองเดือน

 

ร่างบอบบางนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวสะอาดในสวน ใบหน้าหวานแหงนเงยมองท้องฟ้ากว้าง วรองค์ประทับยืนมองเบื้องหลังอยู่ชั่วขณะก่อนจะสาวพระบาทเข้าไปหา

 

“พี่วิลลิส!” ร่างบอบบางถลันลุกขึ้นและตรงเข้ามาสวมกอดอย่างเต็มแรงด้วยความรักและคิดถึง วรองค์ก็ยินยอมให้เธอทำแบบนั้นก่อนที่จะเอ่ยตรัสถ้อยคำทำร้ายต่อไป

 

“สบายดีนะดาริญญา”

 

“สบายดีเพคะ แล้วพี่วิลลสิเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เห็นมาหาดาริญญาเลย”

 

“พี่มีเรื่องต้องจัดการหน่อยหนะ และวันนี้พี่ก็มีเรื่องจะมาบอกเธอ”

 

“อะไรหรือเพคะ?

 

“เตรียมตัวนะ อาทิตย์หน้าพี่จะส่งเธอกลับมหรรณพธานินทร์” คำตรัสนั้นทำให้ร่างบางชะงักนิ่งอย่างไม่เข้าใจ กับคำพูดนั้น

 

“หมายความว่ายังไงเพคะ เราสองคนยังไม่ได้เข้าพิธีสรงน้ำบุษบาเลยนะเพคะ เสด็จย่าก็ยังไม่กลับ หากหม่อมฉันกลับก่อน มันจะผิดขนบธรรมเนียมนะเพคะ” หัตถ์หนากอบกุมสองไหล่เล็กไว้ให้มั่นก่อนจะอ่ยอย่างจริงจังกับเธอ

 

“จะไม่มีพิธีใดเกิดขึ้นเป็นอันขาด รวมไปถึงพิธีอภิเษกด้วย”

 

“หมายความว่ายังไงเพคะพี่วิลลิส” คนที่ฟังเรี่ยวแรงดั่งถูกกลืนหาย ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมช้าๆจนพระองค์ต้องยอมปล่อยมือ

 

“องค์ภูเตศวรสมคบคิดกับองค์ไอศูรย์ทรยศต่อบ้านเมืองของพี่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นรวมไปถึงการส่งเครื่องราชบรรณาเษกโสภณ มันเป็นแผนที่พี่คิดขึ้นมาเพื่อตัดกำลังคนชั่วพวกนั้น และแน่นอนว่างานอภิเษกของเราจะไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะพี่ก็รักชายาของพี่แต่เพียงผู้เดียว” ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนตัวน้อย น้ำตารินไหลลงมาหยาดแล้วหลาดเล่าเมื่อได้สดับฟังคำตรัสเหล่านั้น เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองพระองค์ด้วยสายตาแห่งความร้าวรานแทบจะวางวาย

 

“แสดงว่าตลอดเวลาที่หม่อมฉันอยู่ที่นี่...ในฐานะตัวประกันงั้นหรือเพคะ”

 

“ใช่...และพี่ก็หวังว่าเธอจะยินยอมรับฟังแต่โดยดี เพราะคนทรยศไม่สมควรได้รับสิ่งตอบแทนใดๆ”

 

เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตาอย่างไม่อาจทำใจ ด้วยสมัครใจรักคนตรงหน้ามาตั้งแต่วัยเยาว์ ดีใจมากแค่ไหนที่คิดว่าจะได้อภิเษกขึ้นเป็นชายาและก้าวขึ้นสู่การเป็นราชินีในภายภาคหน้า วันนี้ก็ยิ่งเจ็บปวดมากมายทบเท่าตัว ไม่เคยรู้เลยว่าพระบิดาจะกระทำการเช่นนี้ลงคอ สุดท้ายมหรรณพธานินทร์จึงเป็นฝ่ายที่สูญเสียเองทั้งหมด รวมทั้งหัวใจของดาริญญาด้วย

 

“ฮึก...หม่อมฉันเข้าใจเพคะ ว่าบ้านเมืองหม่อมฉันเป็นฝ่ายผิด แล้วนี่พระบิดาและพระมารดาของหม่อมฉันเป็นอย่างไรบ้างเพคะ มิได้ทรงทำร้ายใดๆใช่หรือไม่”

 

“เปล่าเลย พี่เพียงแต่กักบริเวณทั้งสองพระองค์ให้อยู่ในวังหลวงเท่านั้นไม่ได้ทำอันตรายใดๆ ด้วยยังทรงไม่ได้ร่วมมือกระทำการรุนแรง” เพียงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับอย่างโล่งพระทัย ร่างแน่งน้อยขยับกายลุกขึ้นยืนก่อนจะย่อวรองค์โค้งศีรษะอย่างอ่อนช้อย

 

“ขอบพระทัยเพคะ”

 

“ขอบใจที่เจ้าเข้าใจนะดาริญญา” แย้มพระโอษฐ์ให้ก่อนจะหมุนวรองค์หันหลังกลับ แม้จะเป็นคำพูดตัดรอนที่โหดร้าย แต่ดาริญญาจำต้องรับรู้สิ่งที่พระบิดาของนางทำลงไป ท้องนภากว้างเบื้องบนดูสว่างสดใสกว่าทุกวันด้วยปมในชีวิตคู่ได้ปลดออกหนึ่งปมแล้ว

 

........................................................

การที่เสด็จกลับเข้าในพระตำหนักแล้วไม่เจอร่างแน่งน้อยรอคอยอยู่ในห้อง นำพาความเกรี้ยวกราดเข้าโถมในพระทัยดังไฟลุก หงุดหงิดจนสบถคำหยาบมากมายแต่สุดท้ายก็ตั้งสติและออกเดินตามหา สาวพระบาทไปยังพระบัญชรใกล้ๆแล้วก็ต้องระบายลมหายใจบางเบาเมื่อเห็นคนตัวน้อยนั่งอยู่ในสวนขวัญใต้ร่มไม้ใหญ่กับพระพี่เลี้ยง เมื่อเห็นตำแหน่งของชายาจึงได้รีบเสด็จออกจากพระตำหนักตรงเข้าสู่สวนขวัญ

 

“ล้างดีแล้วใช่ไหมคะ” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยถามมณฑา ซึ่งพระพี่เลี้ยงก็พยักหน้ารับและส่งตะกร้าที่ข้างในมีดอกบัวอยู่สามสี่ดอก หยุดยืนตระหง่านอยู่ข้างหลังเพื่อเฝ้ามองเธอพอดีกับที่มณฑาเงยหน้าขึ้นมาเจอพอดี จึงส่งสัญญาณให้เจ้าหล่อนไม่เอ่ยทัก ซึ่งนางก็ทำตามเป็นอย่างดี

 

“เจ้าจอมหนะอยากกินเมี่ยงกลีบบัวมาตั้งนาน ช่วยเตรียมของให้หน่อยนะคะ”

 

“ไม่ต้องทำเองหรอกเพคะ ที่นี่เรามีแม่ครัวไทยทำถวายพระชายา พักดีกว่านะเพคะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ยังไงก็อย่าลืมสำทับด้วยนะคะว่าอย่าลืมเกสรบัวเป็นเครื่องเคียงด้วย” แค่คิดว่าที่คุณแม่ก็น้ำลายสอตามเสียแล้ว

 

“ได้เลยเพคะ งั้นเดี๋ยวมณฑาไปเอาเครื่องว่างมาเพิ่มให้นะเพคะ จะได้แวะไปบอกห้องเครื่องไว้ด้วย”

 

“โอเคค่ะ รีบมานะคะ”

 

“เพคะ” รับคำเสร็จก็รีบออกจากบริเวณทันทีด้วยรู้ว่าฝ่าบาทแทบอยากจะเข้ามาหาพระชายาเต็มแก่อยู่แล้ว

 

“หอมจัง แบบนี้สิถึงจะอร่อย” พูดอยู่คนเดียวก่อนจะเด็ดกลีบบัวขึ้นมา จ่อเข้ากับปลายจมูกสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆอย่างอารมณ์ดี นำพาความสงสัยขององค์สวามีที่ยืนมองเนิ่นนาน

 

“หิมันตลายาไร้อาหารการกินมากหรือไร ชายาของพี่ถึงได้ต้องหากลีบดอกไม้กินแบบนี้” คนถูกถามสะดุ้งโหยง จะขยับหนีก็ไม่ทันเพราะถูกวรองค์ใหญ่โตทรุดกายลงบนเสื่อผืนเดียวกันและนั่งแนบชิด ซ้ำยังกอดรัดเอวเล็กเอาไว้ด้วย

 

“.........”  

 

“ลืมเอาปากมาจากนคราวรมันด้วยหรือไง...หืม” ครานี้มาพร้อมการดอมดมพวงแก้มนุ่มจนเธอย่นคอหนีแทบไม่ทัน

 

“..........” ใครจะอยากพูดกับคนใจร้ายกัน ร่างแน่งน้อยเบือนหน้าหนีพลางคิดในใจ

 

“จะไม่พูดกับพี่จริงหรือชายา...” มือปลาหมึกกอดรัดร่างบาง ช้อนเอาขึ้นสู่ตักและบังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นมองสบสายตา

 

“.........”

 

“นึกยังไงถึงกินกลีบบัวหืม...มันอร่อยรึไง”

 

“......” และก็ได้คำตอบเช่นเดิม เมื่อเธอเบือนหน้าหนีและเด็ดกลีบบัวเข้าปากอย่างไม่อยากจะคุยด้วย ความน้อยใจสะสมเทียบเท่ามานานทำไมอยู่ดีๆถึงได้มาทำดีกับเธอกัน

 

“ถ้าไม่คุยกับพี่งั้นก็เข้าในตำหนักกัน พี่จะได้ปล้ำเธอทั้งวันทั้งคืนจนกว่าจะยอมเปิดปากคุยกัน เริ่มจากตรงนี้เลยไหม!?” ว่าจบก็ตรงเข้าปล้ำจูบเธอเป็นพัลวันจนคนที่ปิดปากเงียบเผลอร้องออกมา

 

“อย่านะเพคะฝ่าบาท!” มือเล็กทิ้งดอกบัวลงและยกขึ้นคำยันแผ่นอกกว้างเอาไว้

 

“ยอมพูดแล้วหรือ...” จรดปลายจมูกลงบนแก้วนุ่มอีกครั้งย้ำๆ

 

“........” คนตัวน้อยหน้ามุ่ยลงอย่างไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับคนเจ้าเล่ห์ดี

 

“พี่ทำจริงนะเจ้าจอม”

 

“อื้อ! ยอมแล้วเพคะ” สุดท้ายก็ยอมพ่ายแพ้ ขยับจะดิ้นรนลงจากตักแกร่งแต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเขากอดรัดเธอเอาไว้ให้แน่นจนแทบขยับตัวไม่ได้

 

“ปล่อยเจ้าจอมก่อน...อึดอัด”

 

“ไม่ปล่อย...พี่คิดถึงเนื้อตัวของเธอจะแย่” ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ เหตุใดจึงไม่คิดถึงพระทัยขององค์หญิงดาริญญานะ ว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรหากสวามีมากอดผู้หญิงอื่นแบบนี้

 

“แต่พระชายาของพระองค์...อื้อ...” ถ้อยคำถูกกลืนหายด้วยรอยจูบที่ทาบทับลงมา จูบนี้ยังคงหวานหอมเช่นเดิม ละมุนละไมผสานไปกับดวงใจสามดวงที่เต้นคลอไปด้วยกัน ซึ่งเจ้าจอมก็ไม่อาจต้านทานได้อ้าเผยอปากเล็กรับจุมพิตอย่างเต็มใจด้วยความรักและโหยหา อ้อมกอดของฝ่าบาทยังคงอบอุ่นและปลอดภัยสำหรับเธอเสมอ เนิ่นนานกว่าที่จะยอมถอดจูบออกมาหากน้องไม่ครางในลำคอประท้วงเพราะขาดอากาศหายใจรสจูบจุมพิตก็คงจะเนิ่นนานกว่านี้

 

“องค์ชายเซฮุน  มีพระชายาเพียงองค์เดียวชื่อว่า เจ้าจอมกัลยา...”

 

“............” ดวงตากลมโตช้อนมองคนเอื้อนเอ่ยคำนั้นอย่างไม่เข้าใจ จวบจนกระทั่งหัตถ์หน้าเอื้อมขึ้นมากอบกุมสองปรางแก้มเอาไว้

 

“พี่มีเรื่องราวมากมายอยากจะเล่าให้เธอฟัง...ชายาของพี่”

 

 

100%

 

แงงงงงงงง ไม่น่าจะเกินสองตอนจบค่ะ เกียมเปย์รูปเล่มน้าาาาาา

ปล.ชอบมาม่า ขอมาม่าส่งท้ายอีกตอนนึงละกันโนะ~~~~~~~

ปล.2 เจอคำผิดขออภัยค่ะ ช่วงนี้นอนน้อย

B
E
R
L
I
N
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #1001 MTYXX (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 08:38
    เย้ๆๆ รอเล่มเลยค้าบบ อีกอย่างรอพระชายาบอกด้วยว่ามีเจ้าตัวน้อยแย้ว ฮื่ออต้องอบอุ่นมากแน่ๆเลย พี่ฟ้าสู้ๆนะฮ้าบรออ่านตลอดเลยย
    #1,001
    0
  2. #1000 m.mee_na (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 16:22

    รอองค์ชายรู้ว่าเจ้าจอมตั้งครรภ์ทายาทตัวเองจะดีใจขนาดไหนลุ้นนๆๆ
    #1,000
    0
  3. #998 Sunshine_Miew (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 15:07
    คืนดีสักที
    #998
    0
  4. #997 0932653191 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 14:49
    อยาดได้รูปเล่มมากเลยคะ รอน้ะคะ ❤
    #997
    0
  5. #996 NaNankkkk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 10:19
    รอค่าาาาา
    #996
    0
  6. #995 AoM_PimtongG (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:59
    ไม่ร้องนะลูกเจ้าจอม
    #995
    0
  7. #993 mystery_pp (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 03:07
    โอยยยย ตอนนี้มันเป็นน่ารัก นุเขินค่ะแม่
    #993
    0
  8. #992 Asterisaom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:59
    ฮืออออในที่สุดดดด
    #992
    0
  9. #991 fariswaiting (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:56
    มารอทุกวันเลยค่ะ ในที่สุดดดด
    #991
    0
  10. #990 zammmm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:46
    โอ้ยยนน องค์ชายปากหวานมากเลยย เจ้าจอนเขินม้วนแน่เลยอะ แงงงงง เอ็นดูมากเลยย รอต่อเลยนะค๊าาา
    #990
    0
  11. #989 บิบิมบับว่างี้ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:28

    ในที่สุดไรท์ก็มา เค้ามารอไรท์ในนี้ทุกวันเลย

    #989
    0
  12. #988 Boramboz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:21
    สุดยอดมากกกก มาแต่ละตอนนี้คือแบบสุดจริงๆ พร้อมเปย์รูปเล่มแน่นอน เป็นกำลังใจให้ไรท์ตลอดๆเลยค่าาาา
    #988
    0
  13. #986 mtrdttt (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:16
    เย้ เรื่องทุกอย่างจบแล้ว>< รีบๆบอกเรื่องท้องน้าเจ้าจอมม
    #986
    0
  14. #985 abbypas (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:16
    ในที่สุด ฮืออ หวังว่าจะยอมคุยกันดีๆน้า แง
    ปล.เป็นกำลังใจให้ไรท์ตลอดนะคะ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆให้ได้อ่านค่ะ
    #985
    0
  15. #984 u.under (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:15
    รีบบอกน้องเถอะ ไม่อยากให้เข้าใจผิดนานอ๊าาาาา
    #984
    0
  16. #983 PharisaPattong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:09

    เอาอีกนะ
    #983
    0
  17. #982 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 23:05

    คำก็พี่สองคำก็พี่เลยน้าาา แหมๆๆๆ
    #982
    0
  18. #981 Seesasom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:59
    เปนกลจให้นะค้าา
    #981
    0
  19. #980 ParkMild (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:56
    แต่อ่านทอล์คแล้วกำพระแน่นเลย ไม่ดราม่าแล้วได้ไหมคะ แง ๅ😭
    #980
    0
  20. #979 ParkMild (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:55
    ดีใจมากเลย ในที่สุดก็ได้คุยกันแบบดี ๆ สักที ฮื้ออ แย่าลืมตรวจครรภ์นะเจ้าจอม ใจเต้นทุกครัเงเลยที่องค์ชายแทนตัวเองว่า พี่ ฮื้ออ
    #979
    0
  21. #978 35572 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:49
    อยากอ่านต่อแล้ว อุแงงง
    #978
    0
  22. #977 ricekimmybery (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:45
    งืออออออ มาสักทีรอมานานมากๆเลยยย ลงตอนต่อไปพรุ่งนี้เลยได้ไหมค้างคาใจนานมากกกกก (ขอร้องอ้อนวอนตาปริบๆ)
    #977
    0
  23. #976 นวาระ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:44
    รอจ้าาา แหม น่าจะให้เจ้าจอมแอบเอาคืนสักหน่อย 555
    #976
    0
  24. #975 pakkadqq (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:40
    สารเลวมากกก มอหอๆๆๆแทนน สมควรแล้วจะถูกฆ่าตายย องค์ชายแหมมมไไไๆๆๆๆๆ รีบบอกน้องทั้งหมดก่อนเร้วว
    #975
    0