[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 25 : ดั่ฤทัยราชัน-23-เพียงข่มใจเจ็บ-100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 327 ครั้ง
    26 ก.ค. 62

-23-

 

เพียงข่มใจเจ็บ...


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 


ใจครวญรานรวดร้าว  ทรวงใน

เพียงข่มตรมฤทัย             ด่าวดิ้น

ฝืนทนเจ็บปานใจ              คมกริช กรีดนา               

แย้มโอษฐ์กลบสิ่งสิ้น          ฉาบน้ำตานอง          

 

“ครานี้ฝ่าบาทจะเสด็จที่ใดก่อนพระเจ้าค่ะ” อชิระทูลถามขณะช่วยวรองค์สวมอุปกรณ์ป้องกันในการขับขี่ดูคาติ

 

“คราวนี้เราจะไม่ไปที่เหมือง เราจะเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนก่อนข้ามไปนคราวรมัน ท่านเจ้าคุณเตรียมการทุกอย่างไว้ให้เราหมดแล้ว”

 

“พระเจ้าค่ะ”

 

“อืม...รีบไปกันเถอะ คราวนี้เราต้องเดินทางไกลกว่าเดิม เดี๋ยวจะกลับมาไม่ทัน” ตรัสจบก็สาวพระบาทไปยังรถที่จอดรอ ขยับขึ้นคร่อมตัวถังเอาไว้ก่อนจะสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตราย ไม่กี่อึดใจรถสองคันก็พุ่งทะยานออกตัวราวกับสายฟ้า โดยไม่ทรงทราบสักนิดว่าปัญหาหัวใจกำลังเกิดขึ้น รอให้พระองค์กลับมาสะสาง

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมารถดูคาติที่วิ่งตามกันมาติดๆก็เข้าสู่เขตหมู่บ้าน พ่อเฒ่าของหมู่บ้านรีบออกมาต้อนรับทันที โยเตรียมความพร้อมทั้งเสื้อผ้า อาหาร และพาหนะเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย

 

“ถวายบังคมพระเจ้าค่ะองค์ชาย” พ่อเฒ่าทรุดตัวลงจะกราบลงกับพื้นจนองค์ชายต้องรีบคว้ามือเอาไว้และประคองให้ลุกขึ้น

 

“ไม่ต้องหรอกพ่อเฒ่า ฉันมาแบบลับๆ ไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงตัวตน อย่าเสียงดังไปหละ” ตรัสขณะที่เดินสาวเท้าเข้าสู่ใต้ถุนบ้าน

 

“พระเจ้าค่ะองค์...”

 

“รวินทร์...เรียกเราแบบนี้” ตรัสกระซิบ

 

“เอ่อ นี่เสื้อผ้าชนเผ่าที่เราเตรียมไว้ให้ ส่วนม้าเราเตรียมไว้ให้พวกเจ้าสองคนแล้วที่คอก ถ้าพร้อมก็เปลี่ยนชุดเดินทางได้เลย”

 

“เราพร้อมแล้ว”

 

“งั้นรีบไปกันเถอะ” พ่อเฒ่าออกเดินตรงไปยังคอกม้าข้างบ้าน อาชาพันธุ์ดีเงยหน้าขึ้นจากรางหญ้าเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของมนุษย์ มันหายใจฟืดฟาดก่อนจะสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่แมลง

 

“ขี่ม้าไปตามเส้นทางข้างภูเขาลูกนี้  ไม่ถึงสองชั่วโมงก็จะเข้าสู่เขตรอยต่อของสองเมือง ที่นั่นจะมีทหารเอกขององค์ไอศูรย์คุมอยู่ แต่พวกทหารมันชอบขูดเลือดขูดเนื้อนัก แต่หากพระ...รวินทร์บอกพวกมันไปว่าเป็นคนของพ่อเฒ่าอินคา พวกเธอทั้งสองก็จะผ่านไปได้ และหากเสร็จงานแล้วลูกน้องของเราจะรออยู่ที่ใกล้ๆเชิงเขาวงจันทร์ เพื่อรับพวกท่านกลับ”

 

“ขอบใจมากพ่อเฒ่า เราไปนะ”

 

“ขอรับ...ปลอดภัยนะพระเจ้าค่ะองค์ชาย” วรองค์พยักหน้ารับก่อนจะหันไปสบตากับอชิระ ม้าพันธุ์ดีสองตัวเงยหน้าส่งเสียงร้อง ก่อนจะออกทะยานวิ่งตามแรงควบของผู้บังคับทันที

 

อาชาไนยวิ่งไปตามระยะทางรกชัฏของผืนป่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแผงขนที่คอพลิ้วไกวไปตามเเรงลมที่ปะทะ หางยาวเป็นพุ่มพวงสะบัดไปมาโดยมีคนที่ควบคุมมันจ้องมองเส้นทางที่มืดมิดอย่างระเเวดระวังโดยอาศัยดวงจันทร์เต็มดวงส่องทางเท่านั้น สองชั่วโมงต่อมาม้าที่วิ่งมาตลอดก็ถูกบังคับให้ชะลอฝีเท้าลงเมื่อแสงไฟจากป้อมชายแดนสว่างให้เห็นแต่ไกลบ่งบอกว่าเข้าเขตรอยต่อสองเมืองแล้ว ทหารในชุดลายพรางอาวุธครบมือยืนเรียงหน้ากระดานไม่ต่ำกว่าสิบคน วรองค์พยักหน้าให้อชิระลงจากหลังม้าเพื่อไปเจรจาความกับคนของฝั่งนคราวรมัน

 

“ชื่ออะไร”

 

“ผมชื่อชินทร์ ส่วนนั่นรวินทร์พี่ชายของผม” อชิระเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ร่องรอยของพิรุธใดๆ

 

“บอกพี่มึงลงจากหลังม้ามานี่ซิ” ไอ้หัวหน้าตะโกนเสียงดัง วรองค์ใบหน้าเขม็งเครียดเล็กน้อยแต่ก็ยอมก้าวลงจากม้าสีเงินด้วยท่วงท่าสง่างาม ในใจวรองค์ก็ข่มโทสะไว้กับกิริยาต่ำช้าของพวกมัน สาวพระบาทไปยืนเคียงข้างกับอชิระอย่างไม่เกรงกลัว  หัวหน้าของกองทหารเดินวนรอบวรกายอย่างสำรวจ มันรับรู้ได้ถึงรังสีอำนาจบางอย่างรอบกายของชายผู้นี้แม้จะอยู่ในชุดมอซอตามแบบฉบับชาวบ้านก็ตาม

 

“พวกมึงเป็นคนของใคร”

 

“ผมสองคนเป็นหลานของพ่อเฒ่าอินคา จะนำม้าเข้าไปผสมพันธุ์ในเมืองและหาซื้อตัวงามๆกลับไปเลี้ยงที่หมู่บ้าน”

 

“ได้....แต่ตอนนี้มีรับสั่งให้เก็บค่าผ่านดินแดนเพิ่มอีกเท่าตัว จ่ายมา” พระขนงเลิกขึ้นเมื่อได้ยินดังนั้น

 

“แต่พี่ชาย...ผมกับพี่เรามีเงินมาเพียงแค่พอซื้อม้าเท่านั้นเอง”

 

“มีเท่าไหร่มึงก็เอามา เร็วๆไม่งั้นมึงจะไม่เหลือทั้งม้าทั้งเงิน!” ถ้อยคำข่มขู่เรียกให้โทสะของวรองค์พุ่งสูง แต่กระนั้นก็ทรงทำได้เพียงกำพระหัตถ์แน่น อชิระรีบตัดสินใจคว้าเอาเงินในถุงเสื้อออกมาและยื่นไปให้มัน เสียงหัวเราะในลำคอได้ยินอย่างพึงพอใจก่อนที่มันจะพยักพเยิดให้ลูกน้องเปิดที่กั้นออกให้

 

“ไปได้!” สาวพระบาทขึ้นทรงม้าก่อนจะตวัดสายตามองพวกทหารชั้นต่ำเรียบเย็น สักวันพวกมันจะไม่มีหัวประดับบ่า เพราะความไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

 

เมื่อเข้ามาสู่ในดินแดนได้ หมู่บ้านวัชราคือจุดมุ่งหมายเพราะเป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านเหมืองเพชรด้วยภูมิประเทศที่ติดกับเขตพื้นที่ทับซ้อนของเหมืองเพชรสองดินแดน จึงเป็นแหล่งที่วรองค์จะสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นอย่างดี ด้วยรู้ว่าเวลากลางคืนที่นี่จะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่เริ่มออกทำงานแตกต่างจากที่อื่น และกลางวันจะเงียบสงบราวกับเป็นโลกคู่ขนาน

 

ม้างามถูกผูกไว้ในพื้นที่บริเวณที่มีการจัดเตรียมเอาไว้ ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาทั้งนายทุนและชาวบ้านที่เริ่มออกมาตั้งร้านขายเพชรที่ไม่สามารถเจียระไนให้เป็นน้ำงามได้ ชาวบ้านจึงตั้งวางขายอย่างถูกๆ นายทุนเดินเข้าแย่งกันเป็นพ่อค้าคนกลางที่จะรับเพชรไปขายต่ออย่างล่ำสัน ในหมู่บ้านจึงราวกับตลาดย่อมๆดูคึกคัก นั่นก็ยิ่งทำให้องค์เซฮุนขบกรามแน่นกับภาพตรงหน้า ในขณะที่นคราวรมันกำลังกอบโกยผลประโยชน์จากอัญมณีล้ำค่า แต่ราษฎรของหิมันตลายากลับรอคอยคำประกาศจากราชวังที่สั่งเริ่มฤดูกาลทำเหมืองอย่างซื่อสัตย์

 

“น้องชาย! สนใจเพชรไหม ข้าขายให้ถูกๆ” เสียงจากชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนเรียกเมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนจ้องลังใส่เพชรเนิ่นนาน  สาวพระบาทเข้าไปใกล้ๆก่อนจะย่อตัวลงทำทีสนใจกับก้อนเพชรที่ถูกเจียระไนหยาบๆ

 

“ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้ มันเป็นเพชรเนื้อดีไม่ใช่หรือ” ตรัสถามเมื่อทรงยกก้อนวาววามขึ้นมองอย่างพิจารณา

 

“นี่เกรดต่ำสุดแล้ว ปีนี้เหมืองเราเริ่มเร็ว พวกข้ากับชาวบ้านจึงได้เก็บเพชรพวกนี้ได้มากมาย นี่นะเห็นทหารในวังเมืองออกมาป่าวประกาศว่าราคากำลังไต่ขึ้นสูง จะซื้อก็รีบซื้อไว้ไอ้พวกต่างชาติเข้ามา ราคาขึ้นอีกเท่าตัวนะน้องชาย”

 

“คงเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำเลยสินะ” น้ำเสียงติดเย้ยหยันอย่างคับแค้นในใจ

 

“ใช่ อีกไม่นานบ้านโกโรโกโสของข้าก็คงจะมั่นคงขึ้นหากขายเพชรรอบนี้หมด” ได้ยินดังนั้นก็ต้องทรงถอดถอนลมหายใจ ชาวบ้านตาดำๆไม่ผิดหรอกที่จะต้องหาเลี้ยงชีพของตัวเอง คนที่อยู่เบื้องบนต่างหากที่คอยแต่จะคิดคดทรยศประชาราษฎร์ของตนเองแม้จะทำงานหนักเจียนตาย แต่ความเป็นอยู่ของชีวิตกลับไม่ดีขึ้น

 

“ว่าไงไอ้น้อง จะเอาไหม”

 

“ไม่หละพี่ชาย ข้ามาหาซื้อม้าไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเพชร”

 

“เออ ก็หลอกให้ข้าพูดเสียนาน” ส่ายศีรษะพลางโบกมือไล่พระองค์ออกจากหน้าร้าน สาวพระบาทเดินจากมาพลางกวาดสายพระเนตรดเพื่อกะเกณฑ์หลักทางภูมิศาสตร์คร่าวๆ เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้เข้ามาเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง ส่วนข้อมูลอื่นๆพลทหารฝีมือดีที่ถูกส่งเข้ามาเป็นสายก็สามารถรวบรวมให้พระองค์แล้วเกือบครึ่ง ทั้งลู่ทางเข้าออก ภูมิศาสตร์ และกำลังพลที่นคราวรมันกำลังจัดเตรียม หันมองสบสายตากับอชิระก่อนจะค่อยๆทำตัวกลมกลืนกับนายทุนคนอื่นๆและรีบเดินทางกลับทันทีเมื่อเวลาที่มีเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

........................................................

 

เจ้าจอมกัลยากอดเข่าสองข้างเอาไว้แน่นพลางซุกหน้าลงซอนซบเอาไว้ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสฉายแววราบเรียบลง เหม่อมองแมกไม้ท่ามกกลางความมืดมนที่กำลังจะจางหายด้วยแสงอาทิตย์ที่กำลังเรื่อรองริมขอบเตรียมขับไล่ให้สีดำหายและสว่างสดใสแทน นาฬิกาบนผนังร้องดังบอกเวลาหกนาฬิกาพอดีกับที่หูแว่วได้ยินเสียงรถดูคาติชะลอเทียบกับหลังตำหนัก ร่างบางซุกกายลงกับผ้าคลุมไหล่บางๆแนบกายไปกับเก้าอี้หวายตัวใหญ่นอกระเบียงห้องนอน เสียงกุกกักดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนจะได้ยินเสียงหนักๆจากการก้าวเดินในห้องนอน สรรพสิ่งทุกอย่างเงียบงันไปชั่วขณะก่อนที่ประตูบานเลื่อนของระเบียงจะถูกเปิดออกและร่างของเธอที่ถูกรวบเข้าไปกอด

 

“ทำไมตื่นเช้าจั..../เสด็จไปไหนมาเพคะ” เกิดความเงียบทันทีเมื่อคำถามทั้งสองถูกถามขึ้นพร้อมๆกัน

 

“ฉันออกไปขี่รถสำรวจแถวนี้มาหนะ เห็นเธอหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุก” สุรเสียงนุ่มทุ้มแนบชิดกับใบหูพร้อมกับปลายนาสิกที่กดลงบนกลุ่มผมของเธอ เจ้าจอมหลับตาลงช้าๆเพื่อสะกดกลั้นทุกความอ่อนแอที่กำลังเอ่อท้นขึ้นมา

 

“ฝ่าบาทประทับกับหม่อมฉันทั้งคืนหรือเพคะ”

 

“ใช่ ทำไมถามแบบนั้นหืม...หรือโกรธเหรอที่ไม่ได้ไปด้วย ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวกินข้าวก่อน แดดร่มๆจะพาไป” ถูกช้อนอุ้มให้ขึ้นมานั่งบนตักแกร่งก่อนที่นิ้วพระหัตถ์จะเชยคางเล็กๆขึ้นมาเตรียมจะประทับจูบหวานๆ แต่ทว่าเจ้าจอมกลับเบือนหน้าหนีเสียก่อนที่ปลายจมูกจะได้ทันแตะผิวนุ่มๆนั่นเสียอีก

 

“หากทรงประทับกับเจ้าจอมทั้งคืนแล้ว เหตุใดถึงไม่รู้...ว่าเจ้าจอมยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน...” น้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อกว่าจะรวบรวมเรี่ยวแรงให้เอื้อนเอ่ยออกมาได้ วรองค์ชะงักนิ่งไปทันทีและนั่นก็เพียงพอที่จะให้เจ้าจอมน้ำตาร่วงหล่นเป็นเม็ดลงอาบแก้ม ขยับตัวลุกหนีจากอ้อมกอด รู้สึกเจ็บจนพังไปทั้งหมด

 

“เจ้าจอม” ตรัสเรียกพลางขยับลุกขึ้นยืนจะคว้าเอาต้นแขนเล็กเข้ามาโอบกอดเอาไว้แต่เธอก็เบี่ยงตัวหลบทันที

 

“ทรงไปมหรรณพธานินทร์มาใช่ไหมเพคะ....หม่อมฉันถามว่าใช่ไหม!

 

“ไม่ได้ไป...นั่งลงก่อน อย่าใช้อารมณ์” ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่กว่าน้องจึงจำต้องเย็นเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังร้อน

 

“เหรอเพคะ...แล้วที่หายไปทั้งคืนกลับมาเอาเช้ามืดมันหมายความว่ายังไงเพคะ แล้วที่เสด็จพาหม่อมฉันมาที่นี่พร้อมกับที่เจ้าหญิงดาริญญาเสด็จเยี่ยมประชาชนแถบนี้พอดีคืออะไร แล้วที่เสด็จหายไปทั้งคืนแถมวางยาหม่อมฉันหมายความว่ายังไง!” ตะโกนถามทั้งน้ำตาอย่างคับแค้นในหัวใจ ร่างน้อยทรุดลงกกอดตัวเองร้องไห้ ยิ่งเห็นใบหน้าเรียบเฉยของพระสวามีเจ้าจอมก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ

 

“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะเจ้าจอม เธอกำลังคิดไปเอง” รวบตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น ยิ่งเห็นน้ำตาของน้องพระองค์ก็ร้าวรานในพระทัย

 

“............”

 

“ฉันขอโทษ”

 

“ฮึก...พอเถอะเพคะ พอที....” ซุกใบหน้าลงกับอังสากว้างเมื่อวรองค์โอบกอดเอาไว้ เหนื่อยเกินจะดิ้นหนี มีเพียงหยดน้ำตาเท่านั้นที่เคลื่อนไหว บ่งบอกความร้าวรานในหัวใจ

 

 

 

 

สายพระเนตรเต็มไปด้วยความอ่อนพระทัยเมื่อเหลือบมองคนข้างๆที่เอาแต่ผินใบหน้าออกนอนหน้าต่าง แทบจะไม่มีสมาธิบังคับพวงมาลัยรถเพราะความเงียบงันชวนอึดอัดลอยวนอยู่ภายในรถ

 

“นอนหลับหรือ” ตรัสถามพลางเอื้อมพระหัตถ์ไปกอบกุมเข้ากับมือเล็กๆเอาไว้ซึ่งเธอก็ไม่ได้ดึงหนีแต่อย่างใด

 

“.......”

 

“เมารถรึเปล่าเจ้าจอม...หรือหิวไหม...”

 

“ฝ่าบาทอย่าทรงห่วงหม่อมฉันเลยเพคะ สนพระทัยกับการขับรถเถอะ หม่อมฉันอยากกลับตำหนักเต็มที” น้ำเสียงราบเรียบของเธอเอื้อนเอ่ยก่อนจะชักมือออกช้าๆและขยับหันหลังให้พร้อมกับหลับตาลงปิดกันอย่าไม่อยากจะพูดอะไรอีก ชินชาเสียแล้วกับการถูกทำร้ายจิตใจ

 

“กรี๊ด!” เผลอร้องเสียงหลังเมื่อตัวรถถูกเหวี่ยงเข้าข้างทางก่อนจะถูกเบรกกะทันหัน กำลังจะหันไปต่อว่าเข็มขัดนิรภัยก็ถูกกระชากออกจากตัว ฝ่าบาทไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเธอ...เขากระชากดึงร่างบางให้ลอยละลิ่วไปคร่อมทับร่างสูงใหญ่ของอีกฟากฝั่งแทน

 

“จะทรงทำอะไร! นี่มันในรถนะ!” เธอเอ่ยถามด้วยท่าทางตื่นๆราวกับลูกกระต่ายที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าราชสีห์

 

“แล้วไง...กลัวเหรอ...แล้วทีทำตัวงี่เง่าทำไมไม่กลัว!?” น้ำเสียงดุๆมันยิ่งทำให้เจ้าจอมกลั้นน้ำตาไว้จนขอบตาร้อนผ่าว

 

“ปล่อยเพคะ...เดี๋ยวนี้เลยนะ..อ๊ะ!” ไม่ทันได้โวยวายริมฝีปากร้อนๆก็ทาบทับลงมาอย่างรุนแรง เจ้าจอมพยายามขืนตัวเองเอาไว้แต่ร่างทั้งร่างก็ถูกกอดรัดอย่างรุนแรง ต้นคอถูกรั้งด้วยฝ่ามือใหญ่ บีบบังคับให้เธอจำยอมแด่รสจุมพิตป่าเถื่อนของฝ่าบาท

 

“อึก....” แม้แต่เสียงสะอื้นก็แผ่วเบาเพราะการปิดปากที่แนบชิด สองมือเล็กทั้งทุบทั้งตีแต่เขาก็เหมือนกับกำแพงหนาที่ไม่รู้สึกอะไร  หนำซ้ำยังขบเข้าที่กลีบปากเล็กๆจนได้กลิ่นเลือด  ไม่...ฉันจะไม่คล้อยตามไฟที่กำลังแผดเผาเด็ดขาด ยิ่งเธอยอมพระองค์ก็จะใช้วิธีนี้จัดการกับเธอซ้ำๆ เธอต้องแข็งใจไว้ เพราะต่อให้ไม่ยอมคนแบบสวามีก็ต้องบังคับเอาจนได้

 

“อื้อ...” สัมผัสได้ถึงมือหนาที่เริ่มคุกคามตามต้นขาเนียนจนกระโปรงสีสวยเลิกขึ้นไปตามการขยับ แต่เธอก็มือไวพอที่จะตะครุบเอาไว้ เจ้าจอมได้ยินเสียงพ่นลมหายใจหนักๆอย่างหงุดหงิดข้างหูก่อนที่ข้อมือเล็กๆจะถูกรวบเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้าง...ลดลงจากต้นคอของเธอมายุ่มย่ามกับส่วนบน รสจูบถูกถอนออกจากปากของเธอแล้วเลื่อนลงไปที่ซอกคอแทน สาบเสื้อชุดเดรสถูกดึงรั้งแรงๆจนเผยไหล่เนียน พระองค์จ้องมองอย่างพอใจก่อนจะซุกหน้าเข้ากับเนินอกของเธอ สัมผัสเจ็ฐแสลมันทำให้รู้ว่าเธอกำลังถูกประทับรอย

 

“เจ็บ....!” ดิ้นรนจะหนีแต่ก็ไม่ได้ รถกว้างๆดูแคบไปทันตาเมื่อร่างสองร่างมากองกันอยู่ฝั่งเดียว

 

“เจ็บสิ...จะได้จำว่าฉันอยู่เหนือเธอ...ไม่ใช่เธออยู่เหนือฉัน”

 

“.......”

 

“เพราะฉะนั้นต่อไปนี้...อย่าทำให้ฉันวุ่นวายใจ”

 

“......”

 

“อย่าทำให้ฉันปั่นป่วน....หัวหมุนก็เพราะเธออีกเด็ดขาด”

 

“........”

 

“จำเอาไว้....เจ้าจอมกัลยา” เจ็บจนพูดไม่ออกเป็นอย่างไรเธอก็พึ่งจะเข้าใจในวันนี้ เจ้าจอมกลืนถ้อยคำพูดให้มันกลับลงไปพร้อมกับก้อนสะอื้น พยักหน้าช้าๆรับคำบัญชานั้นด้วยเพราะรู้ดีว่ามันคงจะไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะเถียงฝ่าบาทอีกแล้ว มีเพียงหยดน้ำตาเท่านั้นที่รินไหลออกมาบอกว่าเธอเจ็บแค่ไหน....

 

 

.............................................................

 

“พระชายาอยู่ที่ไหน” ตรัสถามพระพี่เลี้ยงที่กำลังเดินมาพร้อมกับตะกร้าเล็กๆในมือที่มีดอกไม้เล็กๆสีน้ำเงินอมม่วงเล็กน้อยกระจายเกลื่อนอยู่ข้างใน

 

“ในห้องเครื่องหลังพระตำหนักเพคะฝ่าบาท ทรงกำลังทำข...” ไม่รอให้เธอพูดจบ วรองค์ก็สาวพระบาทไปยังทิศทางใต้เบื้องขวาทันที เมื่อรับรู้ว่าคนที่ตนถามหาอยู่ตำแหน่งใดของตำหนัก

 

“ได้แล้วเหรอเพคะพี่มณ...ฝ่าบาท” เงยหน้าขึ้นจากชามผสมแป้งเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว แต่ก็ต้องเปลี่ยนคำเมื่อเห็นว่าเป็นพระสวามีที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู

 

“มาเล่นซนอะไรที่นี่อีกแล้ว” ตรัสถามเสียงราบเรียบ

 

“เจ้าจอมทำขนมอยู่เพคะ พรุ่งนี้องค์หญิงดาริญญาก็จะเสด็จมาแล้วนี่ เจ้าจอมก็เลยอยากทำเครื่องว่างขึ้นต้อนรับด้วย...”

 

“แล้วนี่จะทำอะไร” สุรเสียงดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

 

“ขนมไทยเพคะ เจ้าจอมว่าจะทำช่อม่วง บุหลันดั้นเมฆแล้วก็ว่าจะทำขนมเรไรด้วย” ไล่รายชื่อขนมที่คิดไว้พลางนวดแป้งในชามไปมา

 

“มณฑา”

 

“เพคะฝ่าบาท”

 

“ฝากบอกพระชายาของเธอด้วยว่าถ้าเสร็จแล้วยกไปให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย” ตรัสเสร็จก็หมุนตัวเดินหนีไปทันที ทิ้งให้เธอยืนมึนงงเล็กน้อยกับพระพี่เลี้ยง ว่าเหตุใดถึงรับสั่งเช่นนั้นทั้งๆที่เธอก็อยู่ตรงหน้าพระพักตร์

 

“เอ่อ...พระชายาทรงได้ยินแล้วใช่ไหมเพคะ” พระพี่เลี้ยงเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ

 

“จ้ะ...ไหนดอกอัญชันที่เก็บมา วานพี่มณฑาล้างให้เจ้าจอมด้วยหน่อยนะ”

 

“เพคะพระชายา” เมื่อพระพี่เลี้ยงเดินเลี่ยงไปยังซิงค์ล้างจานอีกทาง เจ้าจอมที่แม้จะยิ้มบางๆแต่ในใจก็เต็มไปด้วยคำถามที่ผุดขึ้นมาด้วยความไม่สบายใจ ว่าเผลอทำอะไรให้พระสวามีกริ้วหรือเปล่า หรือว่าทรงเหนื่อยล้าจากการทำงานเหรอ? ได้แต่คิดพร้อมกับความไม่เข้าใจ

 

 

ขนมไทยที่พึ่งยกลงจากเตาใหม่ๆถูกจัดวางเรียงลงในจานที่จัดแต่งอย่างสวยงาม กลิ่นกรุ่นหอมๆลอยปะปนกับไอร้อนอบอวลจนคนที่ทำมานานรวมสองชั่วโมงยิ้มออกมาอย่างพอใจ จัดวางจานขนมลงในถาดพร้อมกับแก้วน้ำสมุนไพรใบเตยเย็นๆและประคองด้วยสองมือก่อนจะสาวเท้าไปตามทางเพื่อนำถวายแด่องค์ฝ่าบาทที่หนีหายเข้าไปในห้องทรงพระอักษรเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว

 

หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักแผ่วเบาด้วยตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากพฤกษ์สรวง ความคุกกรุ่นระหว่างชีวิตคู่ก็ส่งกระไอร้อนอยู่ลึกๆ นับตั้งแต่ที่ถูกประกาศกร้าวใส่หน้าว่าเธอเป็นเพียงชายาที่ไม่มีสิทธ์จะทำให้พระองค์ต้องวุ่นวายใจในเรื่องต่างๆ...แม้แต่ความเจ็บปวดของเธอก็ไร้ค่านับแต่นั้นมาเจ้าจอมก็ทำตัวเป็นชายาที่ดี ไม่โวยวาย ไม่แม้แต่แสดงความน้อยใจใดๆออกมา เธอเก็บมันไว้ในหัวใจอันร้าวราน ฉาบทาด้วยรอยยิ้มสดใสเกลื่อนกลบทุกอย่าง ทำตัวเป็นคนใต้บัญชาที่ดี จัดเตรียมข้าวของทั้งดอกไม้ตกแต่งท้องพระราชวัง จัดเตรียมเครื่องว่างต่างๆแม้มันจะไม่ใช่หน้าที่ของเธอเลยก็ตาม แม้ในวันแรกเธอจะฝืนใจจนกระทั่งวอนขอแยกห้องบรรทมกับพระองค์ แต่สิ่งที่ได้ก็คือการเดินหนีไม่ตรัสเอ่ยถ้อยอะไร นั่นมันก็ทำให้เธอเข้าใจว่าพระองค์ยินยอม ไฉนเลยเธอกลับตื่นขึ้นมาในอ้อมพระอุระในทุกเช้าจนอ่อนใจเพราะรู้ดีว่ายังไงก็หนีพระองค์ไม่พ้น จำข่มหัวใจที่เจ็บร้าวสนองความต้องการวรองค์ตามหน้าที่ที่พึงกระทำอยู่ทุกวัน

 

ก็อกๆ

 

“หม่อมฉันเองเพคะ”

 

“เข้ามา” เมื่อได้ฟังถ้อยตรัสอนุญาตเธอก็สาวเท้าเข้าสู่ข้างในห้องทรงงานโดยการเปิดประตูของราชองครักษ์ ฝ่าบาทเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารตรงหน้าก่อนจะรวบเอาแฟ้มงานต่างๆออกไปไว้อีกข้างให้บนโต๊ะมีพื้นที่สำหรับวางถาดขนม

 

“มานั่งตรงนี้” ตรัสขึ้นเมื่อเธอวางถาดสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะทรงงาน พร้อมกับวางมือลงบนหน้าขาแกร่งเพื่อบอกตำแหน่งที่เธอต้องเดินไปทิ้งตัวลง

 

“เจ้จอมจะกลับไป...”

 

“อย่าขัดคำสั่ง” แววพระเนตรดุสำทับพระบัญชานั้นบ่งบอกว่าอีกไม่นานหากเธอไม่เชื่อฟังระเบิดก็คงจะทำงาน เจ้าจอมหน้างอลงเล็กน้อยก่อนจะจำยอมเดินอ้อมโต๊ะตัวใหญ่เข้าไปหาวรองค์ เอวบางถูกรวบกอดเอาไว้อย่างรวดเร็วและดึงให้เธอทิ้งตัวลงบนตักกว้างโดยมีสองแขนโอบกอดเอาไว้อีกขึ้น

 

“ปล่อยนะเพคะ เจ้าจอมพึ่งทำขนมมา มีแต่กลิ่นเหงื่อกลิ่นแป้ง” เธอปรามเสียงเบาอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ไม่เห็นได้กลิ่นเลย มีแต่กลิ่นหอม” จรดพระนาสิกลงบนพวงแก้มนุ่มหนักๆจนคนถูกกรทำแก้มแดงฉ่ำ ก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่ประสานเอาไว้บนหน้าตัก กดดอมดมซ้ำๆราวกับได้สูดดมยาหอมชั้นดีที่ช่วยบำรุงหัวใจ

 

“พอได้แล้วเพคะ แก้มช้ำหมดแล้ว” ยกสองมือขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้เมื่อมันชักจะเลยเถิดไปใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อจู่ๆพระองค์ก็เลื่อนหัตถ์มากอบกุมมือเล็กของเธอเอาไว้และยกขึ้นดูเมื่อเห็นว่านิ้วเรียวถูกพลาสเตอร์ยาพันติดเอาไว้ถึงสองนิ้ว

 

“ทำไมมีแผล!?” ตรัสถามเสียงดุที่ผสมเจือไปด้วยความห่วงใย

 

“เจ้าจอมไม่ระวังเองเพคะ มีดก็เลยบาดนิ้วนิดหน่อย”

 

“ทำไมไม่รู้จักระวัง” พอถูกดุคนตัวเล็กก็หน้าหงอยลง จะเถียงก็ไม่ได้ พอคนพี่เห็นน้องหน้าเศร้าลงใจที่เคยอยากจะดุต่อก็อ่อนยวบลง เธอจะรู้ไหมว่าที่ถูกดุนั้นก็เพราะเป็นห่วงทั้งหมด

 

“วันหลังไม่ต้องเข้าไปในครัวอีก”

 

“ทำไมต้องห้ามด้วย” เงยหน้าขึ้นมาเถียงคนเอาแต่ใจ ดูเถอะอะไรที่เธอชอบพระองค์ก็สั่งห้ามทุกอย่าง ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตำแหน่งทุกวันนี้ของตนเองคือชายาหรือว่านักโทษกันแน่

 

“ก็เธอไม่ระวัง เห็นไหมได้แผลมาถึงสองนิ้ว”

 

“คราวหน้าเจ้าจอมจะระวัง” เอ่ยอย่างไม่ยินยอมจนพระองค์อยากจะตีคนที่ดื้อดึงแรงๆให้ช้ำไปทั้งตัว

 

“ไม่มีคราวหน้าแล้ว ฉันสั่งคำไหนคำนั้น” พอได้ยินคนที่ถียงเก่งเมื่อครู่ก็น้ำตาเอ่อคลอ ความน้อยใจที่สะสมกำลังถูกดึงเข้ามาเจือปนกับของใหม่ แต่พอนึกถึงคำตรัสวันนั้นเธอก็พยายามฝืนกลั้นไว้จนขอบตา จมูกน้อยๆแดงก่ำไปหมด

 

“ทำขนมอะไรมา ป้อนฉันหน่อยวันนี้ทำงานจนเหนื่อยไปหมด” ไม่ได้สนใจกับอาการของคนในอ้อมแขน เบือนหน้าไปยังถาดขนมบนโต๊ะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปกติใช่ว่าพระองค์จะโปรดของหวานนักหรอก แทบจะไม่กินเลยด้วยซ้ำแต่พอเห็นว่าชายาเป็นคนทำ  ใจก็อยากจะกินขึ้นมาเสียดื้อๆ

“นี่ช่อม่วง...อึก...เพคะ” ฝืนตัวเองทำหน้าที่ด้วยการหยิบช้อนมาตักขนมสีม่วงอ่อนที่ถูกจับจีบอย่างสวยงามเพื่อป้อนตามคำสั่งนั้น ทว่าเสียงสะอื้นกลับหลุดรอดออกมาจนได้ แถมมือที่ควบคุมช้อนอยู่ก็สั่นระริกอย่างน่าสงสาร สุดท้ายพระองค์ก็ไม่อาจทนใจร้ายได้อีก จึงหยุดมือเล็กไว้ ดึงช้อนออกและนำไปวางลงบนจานที่เดิม

 

“........” ไม่มีแม้แต่เสียงจะเร้นลอดออกมาเมื่อครานี้เธอเม้มปากเอาไว้แน่น พระพักตร์เคลื่อนเข้าใกล้และกดหอมลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างอ่อนโยน แค่นั้นทำนบน้ำตาของเธอก็พังทลาย  สองแขนเล็กโอบรอบพระศอเอาไว้ก่อนจะซบหน้าลงบนพระอังสาเมื่อถูกรวบกอดจากวรองค์ คนตัวน้อยที่กักเก็บทุกอย่างมาเกือบอาทิตย์ปล่อยโฮเสียงดัง สะอื้นจนตัวสั่นสะท้านเพียงแค่สองแขนแกร่งที่กอดรัดลูบลงบนหลังเล็กเบาๆ

 

“ร้องไห้ทำไม...หืม”

 

“ฮึก...ฮือออออ ทำไม...ทำไมใจร้ายกับเจ้าจอมนัก...ฮืออออ” รำพันตัดพ้อจนพระทัยแกร่งวูบไหวราวกับใบไม้ที่ปลิดปลิวท่ามกลางพายุลูกใหญ่

 

“.........”

 

“เจ้าจอมเจ็บแค่ไหนเคยรู้บ้างไหม...หรือว่ารู้แต่แค่ไม่สนใจ”

 

“เจ้าจอม...หยุดร้องก่อน”

 

“ฮึก...แค่ร้องไห้ยังไม่มีได้เลย...ถามจริงๆเห็นเจ้าจอมเป็นนักโทษใช่ไหม...ฮือออออ”

 

“ไม่เป็นไรนะ...งั้นร้องออกมาเท่าที่ใจเธอต้องการเลย” สุดท้ายก็ได้แต่ปลอบ อยากจะหัวเราะด้วยความเอ็นดูก็กลัวเธอจะงอแงอีก จะปลอบโยนก็กลัวหาว่าใช้อำนาจ สุดท้ายก็ทำได้เพียงกอดเธอแน่นๆ ลูบหลังเบาๆด้วยความอ่อนโยนให้เธอรู้สึกอุ่นใจและเย็นลงกว่านี้เสียก่อน

 

............................................................

 

“ฮื้อ...” เสียงหวานครางในลำคอแผ่วเบาเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ดวงตากลมโตเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะหลับลงอีกเมื่อสู้แสงไม่ไหว ขยับจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวเองซุกตัวอยู่ในอ้มกอดอบอุ่นของพระองค์ ที่หลับสนิทอยู่ตรงหน้าบนพระแท่นในห้องนอน ความทรงจำสุดท้ายก็คือที่ตัวเองร้องไห้อยู่บนตักของฝ่าบาทก่อนจะตื่นขึ้นมาบนเตียง นี่แสดงว่าเธอร้องไห้จนหลับไปเลยสินะ

 

“อื้อ”  ส่งเสียงออกมาอย่างขัดใจเมื่อถูกกอดเอาไว้แน่นจนจะพลิกตัวลุกก็ไม่ได้ แถมยังถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนเช่นเดิมจนหายใจแทบไม่ออก และคนที่คิดว่ากำลังหลับก็ลืมตาขึ้นมาพลางจ้องมองวงหน้าของเธอแน่นิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ถูก

 

“นอนต่ออีกหน่อยสิ ฉันไม่ค่อยได้นอนกลางวันแบบนี้นานแล้ว พึ่งรู้ว่าเหนื่อยขนาดนี้” ตรัสแผ่วเบาอ่อนโยน

 

“ก็บรรทมไปสิเพคะ เจ้าจอมจะลงไปหาพี่มณฑา” เอ่ยอย่างแง่งอนพลางสะบัดหน้าหนีเพราะตัวถูกกอดเอาไว้แน่น

 

“ไม่มีหมอนข้างนอนไม่หลับ”  ดูคำพูดสิน่าฟังซะที่ไหน

 

“หลับอีกนิดนะ เมื่อคืนก็นอนไม่พอไม่ใช่เหรอ” สุรเสียงเจือความล้อเลียนและก็เป็นตามคาดเมื่อพวงแก้มนุ่มแดงซ่านขึ้นทันตา เจ้าจอมได้แต่กรีดร้องในใจอยากจะตะโกนถามเหลือเกินว่าใครกันที่รังแกเธอเกือบจะค่อนคืน

 

“เจ้าจอมกลับไปนอนที่ห้องก็ได้”

 

“นอนนี่แหละไม่ต้องดื้อ เดี๋ยวจะได้ปลุกไปลองชุดด้วยว่าพอดีไหม จะได้ปรับแก้ทัน” พระองค์หมายถึงชุดที่ถูกตัดเย็บขึ้นสำหรับสวมใส่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างแดนในวันรุ่งขึ้น มีรับสั่งให้ตัดชุดขึ้นมาใหม่เฉพาะสำหรับชายาตัวน้อยของพระองค์ด้วยรูปแบบที่พระองค์พอพระทัย เจ้าจอมส่งเสียงฮึดฮัดเล็กน้อย สุดท้ายก็ยอมขยับตัวแนบชิดซุกหน้าลงกับอ้อมอกของพระองค์เช่นเดิม จรดจุมพิตลงบนเรือนผมนุ่มเบาๆก่อนจะกอดกระชับและลูบไล้แผ่นหลังกล่อมคนขี้น้อยใจให้หลับใหลอีกรอบ

 

 

 

ชุดกระโปรงสีชมพูหวานถูกตัดเย็บออกมาได้อย่างพอดีกับร่างอรชรของเจ้าจอมกัลยาอย่างลงตัว ส่วนบนตรงเกาะอกฉลุลายลูกไม้เป็นเครือเถาอ่อนช้อย ตัวกระโปรงเย็บเข้ารูปกับเอวคอดก่อนจะปล่อยชายยาวลงคลุมถึงเท้าพอดี มีผ้าชีฟองบางๆเย็บเป็นทรงแขนตุ๊กตาดูเรียบหรูและอ่อนหวานน่ามอง ทุกอย่างดูลงตัวหากไม่ติดว่า....

 

“ทำไมส่วนอกมันโชว์ขนาดนั้น!?” ฝ่าบาทของเจ้าจอมหันไปถามช่างด้วยเสียงราบเรียบเจือความไม่พอพระทัยในถ้อยตรัส ซึ่งมันก็ทำให้เหล่าช่างตัดเย็บก้มศีรษะกันเป็นแถบ

 

“เป็นรูปแบบของชุดเพคะฝ่าบาท การตัดเย็บเว้าแบบนั้นจะเสริมสรีระของพระชายาให้น่ามองยิ่งขึ้น เมื่อสวมเครื่องเพชรที่พระองค์ทรงเลือกไว้เพคะ” เจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจกอีกรอบและก็สังเกตว่าด้วยรูปแบบของชุดมันเสริมดันตรงช่วงอกของเธอให้น่ามองมากกว่าเดิม ดูสวยโดดเด่นรับกับชุด...ไม่เห็นโป๊ตรงไหนเลย

 

“ปรับแก้ซะ อย่าให้มันเลื่อนต่ำลงมาขนาดนั้น”

 

“พระองค์!” เจ้าจอมรีบหอบชุดขึ้นให้เดินได้สะดวกและตรงเข้ามาหาวรองค์ทันที แอบเห็นใจช่างตัดเย็บที่พากันก้มหน้าตัวสั่นกันเป็นแถว แถมคนเป็นหัวหน้าก็ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเธอเต็มกำลัง

 

“มีอะไร” ตรัสกับเธอเสียงห้วนจนหน้าหงอย ดูสิไปโกรธอะไรมาก็ไม่รู้ถึงได้พาลคนอื่นไปทั่วขนาดนี้

 

“จะทรงรับสั่งอย่างเอาแต่พระทัยไม่ได้นะเพคะ งานจะเริ่มพรุ่งนี้แล้วพวกเขาจะปรับแก้ยังไงทัน”

 

“ฉันมีสิทธ์สั่ง หรือพวกเขาทำไม่ได้?” ประโยคหลังกวาดสายพระเนตรไปยังกลุ่มคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ และแน่นอนว่าครั้งนี้แทบจะทรุดตัวลงนั่งขอความเมตตา

 

“มันดูเป็นงานที่หนักเกินไป เจ้าจอมไม่เห็นว่ามันจะโป๊ตรงไหนเลย ปรับแก้ก็ต้องใช้เวลานานอีก พระองค์อย่ากริ้วสิเพคะ” ครานี้น้องยื่นมือไปเกาะเกี่ยวต้นแขนของพี่เขาเอาไว้ด้วยขณะช้อนสายตาขึ้นมอง และแน่นอนว่าคนตัวสูงกว่าก็ต้องก้มลงมองใบหน้าหวานที่เอ่ยออดอ้อนองค์เองอยู่

 

“ชอบรึไง อวดเนินอกให้คนเป็นไปทั่ว” สุรเสียงอ่อนลงเสียเกือบครึ่งเมื่อเจอลูกอ้อนของน้อง

 

“มันไม่ถึงขนาดนั้นนี่เพคะ จะใส่เครื่องเพชรก็ต้องชุดแบบนี้กันทั้งนั้นถึงจะสวย เจ้าจอมชอบชุดนี้มากๆเลย ทรงอย่ารับสั่งให้ช่างแก้เลยนะเพคะ”

 

“......”

 

“นะเพคะ...เจ้าจอมขอร้องนะเพคะ...” ใบหน้าหวานแนบลงกับอ้อมอกกว้างและส่งสายตาขึ้นอ้อนวอน แค่นั้นใจที่เคยแข็งประดุจหินก็อ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ

 

“ก็ได้...แต่พรุ่งนี้ต้องเซฟตัวเองดีๆนะ”

 

“ได้เลยเพคะ ขอบพระทัยนะเพคะ” ยืดตัวขึ้นฝังปลายจมูกลงบนแก้มสากและหันกลับไปชวนช่างเย็บให้เดินหนีเข้าสู่ห้องลองชุด ก่อนที่คนบ้าอำนาจจะเปลี่ยนใจเสียก่อน

 

เจ้าจอมพึ่งรู้....มารยาหญิงเขามีไว้ทำอะไรก็วันนี้...

 

 

100%

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 327 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #711 loogtarn1970twz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 11:33

    น่ารักไม่ไหวแน้ววว
    #711
    0
  2. #710 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 01:13
    พี่ไรท์ฮือออออออออ คิดถึงแล้ววว มาต่อได้แล้วแงงงงง
    #710
    0
  3. #707 Yougain (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 17:59
    เจ้าชายเอาแต่ใจชะมัด!
    #707
    0
  4. #706 KrongkarnMangmee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:21

    อยากอ่านต่อแล้วว
    #706
    0
  5. #705 Pare2161 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 11:36
    โอ๊ยยยยยย เขินแทนเลยน่ารัก
    #705
    0
  6. #704 zammmm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:18
    เขินนนนน ครึ่งหลังน่ารักมากเลยย ชอบมากๆ อยากเห็นแบบนี้บ่อยๆเลยย น่ารักจริงๆ รอต่อนะค๊าาา
    #704
    0
  7. #703 Nichamayyay (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 10:20
    น้องงงน่ารักมาก
    #703
    0
  8. #702 conner_123 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 09:09
    น้องก้อ้อนเก่งคนพี่ก้ปากแข็งเหลือเกินทำน้องร้องบ่อยสุด!
    #702
    0
  9. #701 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 02:42
    หวานมากกกกกกกกก โอ้ยเขิงงงงง แต่พี่มันชอบปล่อยให้น้องเข้าใจผิดตลอดเลย เรื่องที่แล้วๆมาก็ยังค้างคาใจไม่บอกความจริง
    #701
    0
  10. #700 ParkMild (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 01:37
    เจ้าจอมใช้เยอะ ๆ เลยลูก อ้อนเยอะ ๆ 55555
    #700
    0
  11. #699 lovecy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 00:52
    รอองค์ชายที่แอพนี้ทุกวันเลยนะเพคะ55555555
    #699
    0
  12. #698 mtrdttt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:45
    โดนอ้อนทีใจก็อ่อนยวบยาบเลยนะค้า5555555
    #698
    0
  13. #697 ohtao (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:39

    กลิ้งไปมาบนที่นอนมีอยู่จริง!!!/เขินนน

    #697
    0
  14. #696 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:23

    เจ้าจอมรู้จักมารยาหญิงละ55555
    #696
    0
  15. #695 u.under (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:17
    ฉันเขินมากจ้าาาาาาาาาาาาาา
    #695
    0
  16. #694 Panatpxnxt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:17
    หากพระองค์ทรงดุมากๆ ข้าจะเอาลูกสาวข้าคืนจากพระองค์!
    #694
    0
  17. #692 hanahanie2004 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 19:56
    พระองค์อย่าดุน้องสิเพคะ สงสารน้องงงงงงงงงㅠㅠ
    #692
    0
  18. #691 guide....... (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 22:20
    โหหหห คือน้องน้อยใจอยู่ แลัวเจอแบบนี้อีก ฮือออออ สงสารง่าาาา
    #691
    0
  19. #690 zammmm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:50
    สงสารน้องง น้องยิ่งน้อยใจง่าย อันเก่าก็ยังไม่เคลียเลย พระองค์อย่าใจร้ายมากสิ สงสารน้องง ใจเย็นๆ
    #690
    0
  20. #688 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 00:57
    โห้ยยยยย ดุง่าองค์ชายจะง้อแบบนี้ก็ได้นะเพคะ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้น้องมันเข้าใจผิดเลยนะ อธิบายดีๆ
    #688
    0
  21. #687 chaompph (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:01
    แงงงไรท์กลับมาแล้ววว ฮือหน่วงในใจมากเลยยย
    #687
    0
  22. #686 tnykiki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:46

    รอทุกวันเลยไรท์
    #686
    0
  23. #685 aom.soracha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 19:03
    มารอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลย;-;
    #685
    0
  24. #684 MTYXX (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 19:02
    แง;-; รอไรท์มานานมากกก คิดถึงมากเลยยย เห็นอัพแล้วรีบกดเข้ามาอ่านเลย รอบที่10ได้มั้งคะรอบนี้อ่านวนๆซ้ำๆไม่ไหวแย้ววว มาต่อเร็วๆนะค่า สู้ๆเน้ออ
    #684
    0
  25. #683 Yourita (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:20
    มาต่อเร็วๆเถอะน้าาา ค้างค่ะค้าง ณ จุดนี้บอกไว้ค้างงงงงง
    #683
    0