[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 23 : ดั่งฤทัยราชัน-21-คำวอนขอของวรองค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    5 พ.ค. 62

 

-21-

 

คำวอนขอของวรองค์



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hug gif


 

องค์หญิงดังหยาดฟ้า     ลงดิน

ลอยเลื่อนโฉมเฉิดฉิน             เพริศฟ้า

สูงศักดิ์ยิ่งยศยุพิน               เมืองมิ่ง  เเดนนา

เเตกต่างจากตัวข้า                ต่ำต้อยเพียงชน

เจ้าจอมจมทุกข์ไหม้       อกตรม

เเสนขื่นพิษรักขม                 โศกเศร้า

ฤาๅรักพ่างเพียงลม               คำเล่ห์ ลวงนา

วรองค์คงเคียงเคล้า              คู่ฟ้าไกลดิน

หวงพระองค์ดั่งคล้าย      ดวงใจ

ยินแต่ข่าวคำไกล                  ขื่นเเท้

อภิเษกนาถพิไล                   หญิงอื่น

จำวิโยคยับยอมแพ้               ด่าวดิ้นแดดวง

สวามีแห่งเจ้า              จอมใจ

ทรงบ่ยอมเเถลงไข               ข่าวร้าย

จำตริข่มหทัย                    ผิเจ็บ แดนา

รอขจัดภัยผ้าย                   หวังเจ้าทนรอ

(นรินทร์ภิญญา)



“ไม่มีใครทำอะไรตามใจตัวเองได้เสมอไป” ถ้อยคำที่แม่มักพร่ำบอกกับเจ้าจอมเสมอดังขึ้นมาในห้วงของความคิดขณะปล่อยร่างกายและจิตใจล่องลอยไปกับปุยเมฆสีขาวนอกหน้าต่างของเครื่องบิน

 

ใช่....เจ้าจอมกำลังเดินทางกลับหิมันตลายา

 

หลังจากที่พักกายพักใจที่บ้านของตัวเองนานหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ.....

 

เพราะหัวโขนพระราชทานอันสูงส่งที่ครอบคลุมเธอเอาไว้ ทำให้ต้องข่มทุกความรู้สึก กล้ำกลืนทุกความร้าวรานลงไปให้ลึกสุดในหัวใจก่อนจะเดินทางกลับหิมันตลายา สถานที่อันเป็นแหล่งพำนักของพระชายานอกหทัยเช่นเธอ เจ้าจอมยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองไปมาช้าๆเพื่อบรรเทาสิ่งที่รุมเร้าให้สลายตัว เธอต้องปรับอารมณ์ทุกอย่างให้เป็นปรกติทันทีที่เหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินแห่งหิมันตลายา

 

“ถวายบังคมเพคะ” ร่างผอมบางของพี่มณฑาย่อลงทำความเคารพเจ้าจอมกัลยาอย่างอ่อนช้อย ก่อนจะหยิบเอาพวงมาลัยดอกมะลิน้อมส่งให้กับเธอ

 

“ขอบใจจ้ะพี่มณฑา ”  เจ้าจอมรับดวงดอกไม้มาและยกขึ้นสูดกลิ่นหอมอ่อนๆของมะลิขาวที่ถูกเสียบร้อยได้งดงามไม่แพ้ที่ไทย ระบายยิ้มออกมาได้ขณะก้าวเดินไปตามทางที่ถูกปูพรมไปจรดกับรถทรงของทางราชวัง ก้าวขาขึ้นนั่งลงบนเบาะจากราชองครักษ์ที่เปิดให้พร้อมกับพี่มณฑาที่ขึ้นนั่งบนเบาะหน้าข้างทหารพลขับ ไม่กี่อึดใจขบวนรถก็เคลื่อนออกจากลานจอดสนามบินมุ่งหน้าสู่ตัวพระมหาราชวัง

 

“คราวนี้พระชายาคงได้อยู่ที่นี่ยาวเลยใช่ไหมเพคะ” พระพี่เลี้ยงทูลถามเสียงเบา

 

“ค่ะ ปิดเทอมแล้วเจ้าจอมก็คงอยู่ที่นี่ยาวสามเดือน”

 

“ดีจังเลยเพคะ ตั้งแต่พระชายากลับไปพำนักที่ไทย มณฑาคิดถึงพระชายามาก นี่ที่พระตำหนักขององค์เองกับฝ่าบาทมีอะไรแปลกใหม่เยอะเลยนะเพคะ” เบี่ยงตัวกลับมาทูลด้วยน้ำเสียงยินดีและดวงตาที่เป็นประกาย

 

“หือ? ชักอยากให้ถึงตำหนักเร็วๆแล้วสิ อยากจะรู้จริงๆว่าจะมีอะไร พี่มณฑาถึงได้ดูภูมิใจนำเสนอขนาดนี้”

 

“เดี๋ยวก็รู้เพคะ” พยักหน้าให้พร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเบือนสายตาไปตามหนทางทอดยาว ทิวทัศน์ข้างทางยังคงงดงามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป มันสามารถจรรโลงใจที่บอบช้ำของเจ้าจอมได้ดีเช่นเคย ยังคงความมีชีวิตชีวาให้เห็นในทุกๆครั้งที่เธอกลับมา

 

ทันทีที่รถยนต์จอดเทียบหน้าตำหนักและองครักษ์วิ่งมาเปิดประตูให้แล้ว เจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงที่ถูกเกริ่นๆไว้ก่อนจะขมวดคิ้วโก่งสวยเข้าหากันเมื่อไม่เห็นมีความเปลี่ยนแปลงที่พระพี่เลี้ยงโม้ไว้เสียเยอะแยะ

 

“เสด็จเข้าไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะเพคะ ทรงมาเหนื่อยๆ ไว้แดดร่มลมตกมณฑาจะนำเสด็จไปชมเองเพคะ”

 

“เนี่ยมาทำให้อยากรู้แล้วก็ขัดไว้” บ่นอย่างไม่จริงจังนักแต่ก็ยอมสาวเท้าเดินขึ้นไปยังห้องบรรทมตามคำกราบทูลอยู่ดี เอ่ยปากขออยู่คนเดียวสักพักเพราะเธอกะว่าจะนอนพักเสียหน่อย นั่งเครื่องบินนานๆปวดเนื้อตัวไปเสียหมด

 

ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สวมใส่มาอย่างมิดชิดเป็นเสื้อผ้าที่บางสบายกว่าเดิมก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังเตียงกว้างที่อวดโชว์ดึงดูดให้ทิ้งตัวลงนอนเสียเหลือเกิน และก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อความนุ่มสบายของฟูกนอนขยับขยายรองรับเรือนกายของเธอทันทีที่ฝังร่างลงไป  เปลือกตาสีมุกทำท่าว่าจะคลี่คลุมปิดการมองเห็นอยู่รอมร่อถ้าหากจมูกไม่ถูกกระตุ้นจากกลิ่นที่คุ้นเคยเสียก่อน

 

กลิ่นหวานละมุนแบบนี้....ดอกปีป

 

ฝืนขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะสอดสายตามองหาต้นตอของกลิ่นหอมอ่อนๆนี้ ด้วยเพราะไม่คิดว่าจะมีดอกไม้ที่ตนชอบในต่างแดนนี้ แม้จะเคยเห็นดวงดอกถูกถักร้อยเป็นม่านไม้หอมตอนที่เธอมาที่นี่ใหม่ๆ แต่ไฉนเลยคนอย่างเธอจะไม่รู้ว่ามันถูกอัดแข็งเสียจนกลบความธรรมชาติอันบอบบางของดอกกาสะลองสีขาวนี้ไปเสียหมด ไม่นานก็เจอต้นตอจากช่อดอกที่ถูกจัดรวมเป็นช่อขนาดย่อมๆวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ยืดตัวไปเอื้อมมาถือไว้ในกำมือ ก้มใบหน้าลงสูดดมความหอมที่แสนคิดถึงช้าๆและก็ต้องยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นว่ามันเป็นดอกไม้จริงๆ

 

“สงสัยพี่มณฑาจัดไว้ให้ รู้ใจเสียจริง” ระบายยิ้มอ่อนหวานพลางจรดปลายจมูกลงสูดกลิ่นอีกครั้ง เจ้าจอมค่อยๆวางเจ้าสุมาลีสีขาวลงบนหมอนใบข้างๆและเอนกายลงตาม อากาศเย็นๆที่แตะแต้มผิวเนื้ออ่อนกับกลิ่นละมุนของเจ้าดอกปีปช่วยกันขับกล่อมให้เธอสาวเท้าเข้าสู่ดินแดนแห่งนิทรา

 

................................................................

 

เสียงจังหวะการก้าวเดินอย่างหนักแน่นที่ใกล้เข้ามาทำให้มณฑาที่พึ่งจัดถวายงานเสร็จรีบทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมเหล่าธารกำนัล อย่างรู้ดีว่าเป็นองค์เหนือหัวที่เสด็จสู่ตำหนัก

 

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”

 

“พระชายาอยู่ที่ไหน” เพียงแค่เห็นหน้าพระพี่เลี้ยงก็ตรัสถามถึงเจ้าตัวน้อยทันที

 

“บรรทมอยู่ในตำหนักเพคะ เมื่อสักครู่นี่เอง”

 

“ขอบใจ” ตรัสสั้นๆก่อนจะสาวพระบาทตรงเข้าสู่ตำหนักทันที การเปิดพระทวารเป็นไปอย่างเบาพระหัตถ์เมื่อได้ฟังคำทูลว่าเจ้าจอมพึ่งจะหลับไปเมื่อครู่นั้น การก้าวเดินที่เคยหนักแน่นก็ผ่อนแรงลงไปเกือบครึ่ง และเมื่อเข้าสู่เขตแดนห้องบรรทมก็ทอดพระเนตรเห็นร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนตียงกว้าง หมอนใบข้างๆมีช่อดอกกาสะลองที่ทรงจัดเองวางไว้อย่างทะนุถนอม ใบหน้าพริ้มเพราพ่นลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ

 

“ชอบหรือเปล่า ฉันจัดช่อไว้ให้เองเลยนะ” แย้มสรวลอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นว่าดอกไม้สีขาวที่ทรงรวมช่อดอกด้วยองค์เองถูกวางเคียงกับพระชายา คิดอยู่ในพระทัยว่าเจ้าตัวน้อยจะรู้สึกอย่างไรหากเห็นต้นกาสะลองคู่ที่รับสั่งให้นำต้นมาปลูกไว้ตรงกึ่งกลางสวนขวัญ

 

ค่อยๆทิ้งวรกายลงที่ว่างข้างเตียงพลางนั่งจ้องมองวงหน้ารูปไข่ที่ติดตรึงในห้วงพระทัยขององค์เองตลอดเวลาที่ห่างกัน จากการสำรวจเบื้องต้นร่างแน่งน้อยที่เคยมีน้ำมีนวลในแต่ครั้งก่อนกลับกายเป็นผอมลงเสียเกือบครึ่งในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ นิ้วพระหัตถ์เกลี่ยกลุ่มผมนุ่มที่หล่นลงระเรี่ยปรางแก้มออกอย่างเบามือเพราะกลัวจะรบกวนการนอนหลับของเธอ

 

“อื้อ...” แต่คงจะเบาไม่พอ คนที่พึ่งหลับไปไม่เท่าไหร่ถึงได้ขยับกายน้อยๆก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตฉายแววตกใจเล็กๆเมื่อเห็นพระพักตร์ของพระองค์ เจ้าจอมกัลยารีบดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เกิดความเงียบน่าอึดอัดเกาะกลุ่มในห้องบรรทม องค์รัชทายาทหนุ่มชักมือที่ค้างอยู่กลับมาช้าๆแม้สายตาจะไม่เลื่อนออกห่างกายเล็กเลยก็ตาม เจ้าจอมกะพริบตาให้ความอ่อนแอที่เผลอตีตื้นขึ้นมาให้ถอยกลับไปก่อนจะตัดสินใจทูลถามเสียงเบา

 

“เสด็จมานานรึยะ....” คำพูดที่ฝืนเปล่งออกมาถูกกลืนหายไปเมื่อถูกรวบร่างเข้าไปกอดเอาไว้และกดปลายนาสิกลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เจ้าจอมเม้มปากเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นน้ำตา จะฝืนตัวออกจากอ้อมกอดแต่ความโหยหาลึกๆในใจกลับเอาชนะทิฐิของเธอได้ ซบใบหน้าลงกับอังสากว้างและหลับตาลงเพื่อซึมซับอ้อมกอดที่คุ้นเคย

 

“คิดถึง...” ถ้อยตรัสสั้นๆแต่อานุภาพร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา พยายามฝืนตัวเองไม่ให้ร้องไห้แต่ก็เกินจะต้านทาน หยดน้ำไร้สีค่อยๆรินหล่นออกมาเป็นสายก่อนจะกลิ้งหายไปตามเนื้อผ้าของพระสวามีที่ทำหน้าที่รองรับมันเอาไว้

 

“.........” รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาทันทีเมื่อถูกดันตัวออกช้าๆ เจ้าจอมกดสายตาลงต่ำบนตักของตัวเองอยู่แบบนั้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา

 

“ฉันมากวนเธอหรือเปล่า”

 

“มะ ไม่หรอกเพคะ เจ้าจอมแค่พักนิดหน่อยเท่านั้นเอง แล้วฝ่าบาทเสด็จนานแล้วหรือเพคะ?

 

“ไม่หรอกพึ่งกลับจากห้องทำงานหนะ”

 

“......แล้ว...” สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ ยิ้มน้อยๆออกมาก่อนจะเบือนสายตาไปยังทิศทางอื่นอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

 

“ฉันแค่แวะมาเปลี่ยนเสื้อผ้านิดหน่อย” คำตรัสดูนุ่มทุ้มกว่าที่เคยจนเธอใจสั่น

 

“สรงน้ำไหมเพคะเผื่อจะสดชื่นขึ้น เดี๋ยวเจ้าจอมถวายงานเอง”

 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอนอนต่อเถอะ” หัตถ์หนาวางลงบนศีรษะของเธอพร้อมกับโยกไปมาเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรเพคะ เจ้าจอมไม่ง่วงแล้ว รอสักครู่นะเพคะ”  กระถดกายลงจากเตียงช้าๆและเดินหายเข้าไปเตรียมน้ำสรงในห้องน้ำ หน้าที่ของเธอเป็นสิ่งที่ไม่ควรขาดตกบกพร่องและควรจะกระทำมันเสมอ แม้ร่างกายจะทำงานต่างๆอย่างคล่องแคล่วแต่ในใจของเจ้าจอมก็ยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน ความอบอุ่นเมื่อครู่นี้คืออะไร...คำที่บอกว่าคิดถึง...อ้อมกอดอบอุ่น ทุกอย่างมันกำลังทำให้เธอสับสนและตัดใจยากยิ่งกว่าเดิม

 

เพราะหากวันที่เธอรักพระองค์จนยากที่จะถอนตัว...เธอจะเจ็บจนไม่อยากหายใจ

 

ก็แค่นั่นเอง.....

 

………………………………………………………….

 

หลังสรงน้ำเสร็จวรองค์สูงใหญ่ก็สาวพระบาทเข้าสู่ห้องแต่งตัวที่พระชายาจัดการตระเตรียมไว้ให้แล้วเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ เดินออกมาสอดสายพระเนตรตามหาร่างบางก่อนจะเห็นว่าเธอกำลังยืนมองทิวทัศน์รอบนอกอยู่ตรงช่องหน้าต่าง

 

“แดดร่มพอดี ออกไปเดินเล่นกันไหม” ตรัสชวนคนที่เอาแต่มองไปนอกหน้าต่างพร้อมกับยิ้มบางๆอย่างอารมณ์ดี  เจ้าจอมชะงักไปเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดแต่สุดท้ายก็ยินยอมพยักหน้าเบาๆ ยื่นมือใหญ่ไปตรงหน้าอย่างรอคอยให้เธอวางมือลง และเธอ...ก็วางมือลงไปอย่างเต็มใจ

 

อากาศที่กำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิมันดีมากๆ มากเสียจนเจ้าจอมรักและอยากจะออกมาเดินในทุกๆวัน สาวเท้าตามแรงจับจูงกระทั่งเข้าสู่อาณาเขตสวนขวัญ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจกับภาพตรงหน้าที่เห็นและไม่เชื่อว่ามันจะเป็นความจริง ปล่อยมือที่ถูกจับออกช้าๆก่อนจะวิ่งตรงไปยังจุดหมายที่มองเห็นทันที ร่างบางทรุดตัวลงนั่งตรงขอบสระและยื่นมือลงไปสัมผัสผิวน้ำอย่างจะพิสูจน์ว่าตนไม่ได้ฝันไป

 

สระบัว...ที่มีดอกบัวหุบดอกเต็มไปหมด

 

และก็คงจะออกบานในตอนเช้า....

 

ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะหันกลับไปหาพระสวามีอย่างต้องการคำตอบกับสิ่งตรงหน้า วรองค์ทรุดลงประทับเคียงข้างก่อนจะโอบตวัดไหล่เล็กเอาไว้ด้วยวงแขนแกร่ง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ติดอยู่กับความสนใจของพระชายาก็คือสระบัวที่มีสายน้ำหล่อเลี้ยงใสราวกับกระจกบานใหญ่สะท้อนผืนฟ้า

 

“ชอบไหม...ฉันให้คนหามาปลูกให้”

 

“เพคะฝ่าบาท...” พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอย่างชอบใจ แม้มันจะไม่ได้กว้างใหญ่มากเหมือนกับแม่น้ำหลังเรือนที่ไทย แต่ตรงนี้ในที่ห่างไกลมีสระบัวให้เธอเห็นแค่นี้ก็เยียวยาหัวใจของเธอมากพอแล้ว

 

“ดีใจนะที่เธอชอบ...” ถ้อยตรัสอ่อนโอนพลางทอดพระเนตรใบหน้าหวานที่กำลังอมยิ้มสลับกับยื่นมือลงไปตีน้ำ พระองค์อยากจะเห็นเจ้าจอมในแบบนี้...มากกว่าที่จะเห็นหยดน้ำตาเปื้อนพวงแก้มนุ่ม อยากจะเห็นเธอมีความสุขในทุกๆวัน ไม่อยากจะเห็นเธอเศร้าเสียใจในทุกครั้ง ทรงให้คำมั่นกับองค์เองเอาไว้อย่างหนักแน่น

 

จะไม่ทรงยินยอมให้การหย่าเกิดขึ้นเป็นอันขาด...พระองค์สาบาน

 

“เจ้าจอม...”

 

“เพคะ...อ๊ะ!” ถูกรวบตัวเข้าไปจรดจุมพิตริมฝีปากหนักๆ ไม่ทันจะขืนตัวประท้วงก็ถูกยกร่างเข้าไปก่ายเกยทับบนพระเพลาของวรองค์ กลีบปากนุ่มๆถูกบดคลึงเคล้าไปกับความหวามหวานท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ มือเล็กเผลอบีบกำเข้ากับเสื้อตัวใหญ่ที่สวมทับบนร่างหนา อยากจะดิ้นรนขัดขืนเพราะกลัวตัวเองจะเดินตกหลุมเดิมซ้ำๆ แต่สุดท้ายร่างกายก็เผลอตอบรับเช่นเดิม

 

แพ้...แพ้ให้กับคนคนนี้ซ้ำๆ

 

วงแขนเล็กแปรเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นโอบรอบพระศอเอาไว้เพื่อเป็นหลักพยุงตัวเอง ขยับกลีบปากตอบรับการจูบจุมพิตหวานๆนั้น พวงแก้มเล็กถูกจับกระชับมือเพื่อให้ได้จูบชายาตัวน้อยถนัดมากยิ่งขึ้น ชิวหาชื้นไล่สอดประสานเข้าเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กๆที่เอาแต่จะหลบส่ายอย่างกระดากอาย แต่กระนั้นความชำนาญขององค์เองก็สามารถไล่เล็มความหวานจากอุ้งปากเล็กได้ทุกหยาดหยด

 

“ประทานอภัยเพคะฝ่าบา...ว้าย!” เสียงพี่มณฑาทำให้เจ้าจอมสะดุ้งอย่างตกใจ แต่คนที่เอาเปรียบกันอยู่นี่สิไม่ยอมถอนจูบออกง่ายๆจนต้องทุบแผ่นอกกว้างแรงๆ กระนั้นพระองค์ก็ยังแกล้งเลื่อนใบหน้าออกอย่างเชื่องช้า มิวายจรดจูบหนักๆที่ปากอีกรอบอย่างเป็นการส่งท้ายและไม่ยอมปล่อยวงแขนที่โอบกอดเธอออกด้วย

 

“คนนิสัยไม่ดี...” บ่นเบาๆพร้อมกับก้มหน้างุดลงอย่าเขินอาย สองแก้มแดงก่ำราวกับมะเขือเทศพยายามจะอันตัวเองออกจากตักกว้างแต่ก็ไร้ผล จึงจำต้องซุกใบหน้ากับแผ่นอกกว้างเพื่อหลบหลีกสายตาคนอื่นที่มอง

 

“มาขัดจังหวะแบบนี้ อยากถูกสั่งโบยรึไงมณฑา!

 

“พระองค์” ฟาดมือลงบนไหล่กว้างแรงๆกับถ้อยตรัสนั้น ดูเอาเถอะคนอะไรนิสัยไม่ดี

 

“ขอประทานอภัยเพคะ พอดีท่านเจ้าคุณกลาโหมขอเข้าเฝ้า”

 

“มีเรื่องอะไรถึงได้มาในตอนที่เราพักผ่อนอยู่!?

 

“เอ่อ...เรื่อง” พระพี่เลี้ยงดูมีสีหน้าลำบากใจที่จะเอ่ยออกมา

 

“เรื่องอะไร อ้ำอึ้งอยู่ได้” ตรัสดุอย่างไม่จริงจังนัก

 

“เรื่องที่องค์หญิงดารัญญาจะเสด็จเยือนที่ราชอาณาจักรของเราในเดือนหน้าเพคะ” รับรู้ได้ถึงคนในอ้อมกอดที่ตัวแข็งขึ้นมา พ่นพระปัสสาสะหนักๆก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กให้ลงจากตัก ยืดตัวขึ้นสูงและส่งพระหัตถ์ให้กับพระชายาเพื่อจะประคองลุกขึ้น

 

“เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่ตำหนักก่อน...”

 

“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันจะขอเดินดูอะไรสักหน่อย ฝ่าบาทเสด็จกลับไปคุยเรื่องงานเถอะเพคะ” องค์วิลลิสแทบอยากจะกุมขมับเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอเมินใบหน้าหนีไปอีกทางราวกับไม่อยากที่จะเห็นพระองค์ในสายตา

 

“แต่เจ้าจอม!...

 

“เอ่อฝ่าบาทเสด็จเถอะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะดูแลพระชายาเอง” มณฑารีบยื่นมือเข้ามาเป็นตัวกลางเมื่อเห็นความอึดอัดที่กำลังก่อตัว เพราะเจ้าจอมที่เบือนหน้าหนีหลบหลีกไม่ให้ใครเห็นหยาดรื้นของน้ำตา เธอจึงไม่มีโอกาสเห็น

 

สายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความขอโทษ....

 

แม้อยากจะบอกทุกเรื่องราวแค่ไหนแต่สุดท้าย องค์รัชทายาทก็ทำได้เพียงตัดพระทัยเดินจากมา แม้ความจริงทรงอยากเข้าไปกอดเจ้าจอมกัลยามากแค่ไหนก็ตาม...

 

 

“พระชายา...” มณฑาเอ่ยเรียกคนที่นั่งเหม่ออยู่บนม้านั่งเบาๆ คนที่เคยเป็นความสดใสของทุกคน บัดนี้มีแต่ความหม่นเศร้า

 

“พี่มณฑา...เจ้าจอมดูแย่ใช่ไหมที่ไม่รู้จักเก็บอารมณ์เลย...”

 

“ไม่เลยเพคะ...อย่าตรัสแบบนั้น..”

 

“เจ้าจอมไม่อยากเป็นแบบนี้เลย...ไม่ได้อยากงี่เง่าแบบนี้ แต่ไม่รู้ทำไมที่ได้ยินชื่อองค์หญิงองค์นั้นเจ้าจอมเจ็บในใจทุกที” ถ้อยคำหม่นหมองจนน่าใจหาย พระพี่เลี้ยงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นก่อนจะเอนตัวโอบกอดสองเข่าเล็กเอาไว้อย่างปลอบประโลม

 

“รอฟังคำตรัสอธิบายของพระสวามีก่อนเถอะนะเพคะ ชาวหิมันตลายาถือการแต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิต กระแสข่าวที่ลือออกไปก็อาจจะเป็นเพียงการปลุกปั่นจากผู้ไม่หวังดีเท่านั้นเองนะเพคะ”

 

“ขนาดสามัญชนอย่างเจ้าจอมยังได้เป็นถึงชายา แล้วทำไม...กฎมณเฑียรบาลจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้หละ” และนั่นก็ทำให้พระพี่เลี้ยงราวกับคนเป็นใบ้ไปทันทีเมื่อไม่สามารถหาคำตอบใดมาตอบได้ เพียงก้มลงลูบสองขาเล็กไปมาน้อยๆราวกับจะปลอบประโลมปัดเป่าความหมองหม่นให้หายไป...

 

 

 

“องค์รัชทายาทเสด็จ!” เสียงของทหารอารักขาหน้าประตูเอ่ยร้องเมื่อพระองค์สาวพระบาทสู่ห้องรับรอง เจ้าคุณกลาโหมรีบหยัดกายลุกขึ้นโค้งคำนับทันที พระองค์พยักหน้ารับก่อนจะผายมือเชิงบอกให้นั่งลง

 

“มีความคืบหน้าอย่างไรบ้างท่านเจ้าคุณ” ตรัสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“วันนี้เกล้ากระหม่อมเข้าไปตรวจงานที่ตำหนักรับรององค์หญิงดาริญญามาแล้วพระเจ้าค่ะ งานยังไม่คืบหน้าไปถึงครึ่งเลย”

 

“อะไรกัน! เดือนหน้าก็จะถึงกำหนดแล้วงานยังไม่ถึงครึ่งนี่นะ หรือต้องให้เราลงไปตรวจงานเองเลยรึไงกัน” พระเนตรวาววับด้วยเจือแสงแห่งความกริ้ว

 

“หากฝ่าบาทกระทำการเช่นนั้น อาจทำให้ผู้ที่คิดคดทรยศต่อราชวงศ์ไหวตัวทันได้นะพระเจ้าค่ะ กระหม่อมว่าเราควรจะใจเย็นและรอถอดรากถอนโคนทีเดียวดีกว่านะพระเจ้าค่ะ” เจ้าคุณกราบทูลอย่างเตือนพระสติ

 

“เราเกลียดนักคนที่ทรยศได้แม้แต่ผืนดินเกิดของตัวเอง มันน่าตัดหัวเสียบประจานนัก!” กำพระหัตถ์แน่นอย่างกริ้วโกรธา ด้วยทั้งๆที่รู้ตัวคนคิดคดอยู่เต็มพระทัยแต่พระองค์กลับต้องรอเวลา ที่จะหาข้อมูลมามัดตัวให้ดิ้นไม่หลุด

 

“วันนั้นคงมาถึงอีกไม่นานนี้พระเจ้าค่ะ”

 

“เอาเถอะ! ในเวลานี้สถานการณ์กำลังตึงเครียด ทุกอย่างราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันจะถาโถมเรา เห็นทีครานี้จะอยู่เฉยไม่ได้ ท่านเจ้าคุณช่วยเตรียมการให้เราด้วยนะ เราจะเยือนชายแดนหิมันตลายาและนคราวรมัน”

 

“อะไรนะพระเจ้าค่ะ!” ท่าทีตกใจช่างไม่เหมาะกับข้าราชบริพารวัยหกสิบกว่ายิ่งนัก

 

“เราจะข้ามชายแดน”

 

“แล้วจะเสด็จเมื่อไหร่พระเจ้าค่ะ กระหม่อม...” จำต้องหยุดคำพูดลงเพราะถูกโบกพระหัตถ์ห้ามเสียก่อน

 

“เราจะแฝงตัวเข้าไป เยือนชายแดนครั้งนี้ต้องเป็นความลับ ช่วยเตรียมดูคาติให้เรากับอชิระก็พอ”

 

“ไม่ได้นะพระเจ้าค่ะ มันอันตรายมาก จะเสด็จแค่กับอชิระไม่ได้”

 

“ต้องได้ ท่านเจ้าคุณจะให้เราแห่ไปเป็นขบวนคงข้ามเขตได้หรอกนะ” ตรัสอย่างจริงจังด้วยสายพระเนตรแน่วแน่ แตกต่างกับท่านเจ้าคุณกลาโหมที่ตอนนี้แทบจะนั่งไม่ติดพื้น

 

“สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด พระองค์เองอีกไม่นานก็จะทรงอภิเษกขึ้นครองราชย์แล้ว กระหม่อมไม่อยากให้พระองค์ต้องไปเสี่ยงกับอันตรายนะพระเจ้าค่ะ อีกอย่างหากสมเด็จพระราชินีทรงทราบ เกล้ากระหม่อมเกรงว่า....”

 

“นั่นคือเหตุผลที่เราส่งเสด็จย่าไปตากอากาศที่อิตาลี และอีกเรื่องเราฝากท่านเจ้าคุณจัดการข่าวให้เราด้วย อย่าให้การที่เราไม่อยู่ในวังทำให้ศัตรูไหวตัวเด็ดขาด เราขอเวลาแค่สามวันเท่านั้น”

 

“หากเป็นพระประสงค์ กระหม่อมจะจัดการให้ดีที่สุดพระเจ้าค่ะ”

 

“ขอบใจมาก ยังไงระหว่างที่เราไม่อยู่ก็ช่วยจัดการความเรียบร้อยแทนเราที ในตอนนี้เราแบกความมั่นคงของประเทศไว้ในมือ...” ถ้อยตรัสทรงพลังบ่งบอกถึงความแน่วแน่ขององค์รัชทายาท

 

........................................................

 

“เหล่าธารกำนัลจัดเตรียมพระกระยาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ” พี่มณฑาเดินมาเรียกเธอที่นั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้อง เจ้าจอมปิดหน้าหนังสือที่กำลังอ่านลงก่อนจะพยักหน้ารับและเดินตามออกไปช้าๆ ใจจริงก็อยากจะปฏิเสธหละนะเพราะกินอะไรไม่ค่อยลงนักในช่วงนี้ แต่เพราะมีรับสั่งว่าจะร่วมเสวยด้วย เธอก็ไม่มีทางจะขัดได้

 

“หิวมากไหม? รอตั้งนาน” ตรัสถามทันทีที่เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตรงข้าม ส่ายศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มบางๆ

 

“ไม่เท่าไหร่เพคะ หม่อมฉันทราบว่าต้องทรงงาน” พยายามทำตัวปกติสุดความสามารถขณะวางจุดสนใจตัวเองกับจานข้าว กระแสความอึดอัดก่อตัวขึ้นเมื่อเหล่าบริพารทั้งหลายเดินหายไปเพื่อทิ้งให้เธอกับพระสวามีอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

 

“วันนี้เจ้าจอมสั่งให้โรงครัวทำแต่อาหารที่พระองค์โปรดทั้งนั้นเลย ทานเยอะๆนะเพคะ จะได้หายเหนื่อยจากทรงงาน” สูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อให้มันกดทับความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหมด ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยกับพระองค์อย่างร่าเริงราวกับมีปุ่มเปลี่ยนโหมดได้ มือเล็กตักอาหารน่าทานและเอื้อมไปวางลงในจานหน้าพระพักตร์พร้อมกับรอยยิ้ม วรองค์ชะงักไปเล็กน้อยกับท่าทีนั้นก่อนจะทรงแย้มพระโอษฐ์ตอบกลับไป

 

ทำไมพระองค์จะไม่รู้ว่าเจ้าจอมกำลังฝืนตัวเอง...

 

“เธอก็เหมือนกัน ทานเยอะๆนะผอมลงไปมาก” ตักชิ้นปลาน่าทานวางลงในจานของเธอพร้อมกับถ้อยตรัสอ่อนโยน บรรยากาศดูผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว

 

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” ตัดชิ้นปลาเป็นชิ้นเล็กๆตักทาน สลับกับจัดการเลือกกระยาหารรสเลิศให้พระองค์ตามหน้าที่ของตัวเองที่พึงกระทำ

 

“ปิดเทอมแล้ว คงได้พักสักทีนะ”

 

“เพคะ”

 

“แล้วเป็นยังไงบ้าง ใกล้จบแล้วใช่ไหม...”

 

“เจ้าจอมต้องออกฝึกสอนก่อนเพคะ อีกปีเดียวก็จบแล้ว”

 

“ฝึกสอนคืออะไร” ตรัสถามขณะที่พระหัตถ์ก็เลื่อนจานขนมหวานมาให้เธอด้วย

 

“ก็เหมือนฝึกงานนั่นแหละเพคะ แต่เจ้าจอมต้องไปฝึกที่โรงเรียนจริงๆ ไม่ได้เรียนในมหาลัยแล้ว”

 

“เหมือนครูหนะเหรอ?

 

“เพคะ สอนเหมือนครูจริงๆเลย....เจ้าจอมคงไม่ได้กลับมาที่นี่บ่อยเหมือนปีนี้”

 

“อะไรกัน? ปกติก็แทบไม่กลับอยู่แล้ว ยังจะมากกว่านี้อีกหรือไง” พระขนงขมวดเข้าหากัน เจ้าจอมพ่นลมหายใจเบาๆเพราะคิดว่าต้องเจอกับท่าทีแบบนี้อยู่แล้ว

 

“เพคะ ด่านสุดท้ายแล้ว เจ้าจอมอยากให้พระองค์เข้าใจนะเพคะ แต่เจ้าจอมสัญญา หากมีราชกิจเจ้าจอมพร้อมจะกลับมาเสมอและหากไม่ได้จริงๆ...เจ้าจอมจะทิ้งที่นั่นเพื่อหิมันตลายาเพคะ” ตวัดสายพระเนตรมองวงหน้าเล็กยามเอ่ยถอยเมื่อครู่....แล้วไฉนเลยจะใจร้ายกับเธอได้

 

“เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน...ยังไงก็แค่อีกปีเดียว ฉันรอได้” คำที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากคนที่ไม่อยากจะให้เธอเรียนในตอนนั้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองวรองค์ แต่ก็แกล้งไม่สบสายตากับเธอ เบนเบี่ยงไปมองทิวทัศน์ข้างนอกเสียอย่างนั้น

 

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” ก้มลงจัดการกับขนมตรงหน้าเพื่อซ่อนเร้นรอยยิ้มของตัวเอง จึงไม่เห็นคนที่หันกลับมาลอบมองด้วยสายตาเอ็นดู

 

“เจ้าจอม...”

 

“เพคะ”

 

“อยากไปเที่ยวไหม?

 

“หือ? ไปเที่ยวเหรอเพคะ”

 

“ใช่ ตอนนี้ที่เมือง พฤกษ์สรวง อากาศดีมากๆ ธรรมชาติก็สวยอยากไปไหม” พอได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวคนตัวเล็กก็พยักหน้ารัวๆพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายแวววาวดุจดวงดาว

 

“งั้นก็เตรียมตัวนะ วันมะรืนเราจะออกเดินทางไปกันสักสามวัน”

 

“แล้ว...ไม่ต้องทรงงานหรือเพคะ ถ้าเราไปเที่ยวกันตั้งสามวันเลย” พอคิดถึงข้อนี้หัวใจที่กำลังพองฟูก็ค่อยๆแฟบลง

 

“ไม่เป็นไรถือว่าพาเธอไปฉลองปิดเทอมด้วย ดีไหม”

 

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”

 

“ไม่ต้องขอบคุณ ฉันคิดค่าตอบแทน”

 

“คะ?” ไม่ทันเข้าใจวรองค์ก็หยัดลุกจากเก้าอี้มาอุ้มเธอจนตัวลอยขึ้นในอ้อมพระอุระ แขนเล็กรีบคล้องพระศอไว้กันตกทันที

 

ตัวโตหยั่งกะยักษ์ปักหลั่น...อุ้มเธอทีนึกว่าลอยอยู่บนฟ้า

 

“จะ...จะทรงทำอะไรเพคะ...เจ้าจอมยังกินขนมไม่หมดเลย...” สองแก้มแดงก่ำไปหมดเมื่อพอจะเดาสิ่งที่กำลังจะเกิดได้จากทิศทางที่ทรงสาวพระบาทไปยังห้องบรรทม

 

“ไม่ต้องกินหรอก...มีอะไรที่หวานกว่านั้นให้กิน...” เลศนัยที่ส่งผ่านสุรเสียงออกมาทำให้เจ้าจอมแทบอยากจะล่องหนหายไปจากตรงนี้

 

 

................................................................

“อื้อ...พอแล้วเพคะ...เจ้าจอม...ง่วงแล้ว” เสียงหวานกระท่อนกระแท่นเมื่อถูกรังแกเป็นรอบที่สามแล้ว บิดกายจะคลานหนีก็ถูกทำแรงขึ้นทุกที แม้จะตอบสนองร่างกายให้เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติและหัวใจของตนเอง จึงไม่เจ็บเนื้อตัวเช่นทุกครั้ง...แต่ถ้ามันมากเกินไปเจ้าจอมก็เหนื่อยเป็นนะ

 

“ครางเสียงหวานขนาดนี้...ยังคิดจะหย่าอยู่อีกไหม” ตรัสกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอจนขนลุกไปทั้งตัว อยากจะงับใบหูเสียให้ขาดกับคำถามที่ไม่ดูเวลาของพระองค์

 

“อ๊ะ!...อื้อ...คิดเพคะ...ถ้าไม่หยุด...แกล้งเจ้าจอม...”

 

“ถ้างั้นยิ่งปล่อยไม่ได้...ต้องรีบทำให้เชื่อง” เหมือนกับได้ฟังคำสั่งลงดาบจากเพชฌฆาต ถูกดึงตัวให้แนบชิดอ้อมพระอุระและจรดจุมพิตหนักๆ ก่อนที่ความแข็งชันจะกระเบียดแนบชิดกับความอ่อนนุ่ม ภุมรินจะซาบไซ้กลีบดอกไม้ และคำที่จะเถียงก็กลายเป็นเสียงครางหวานๆสลับเคล้าไปกับเสียงครางทุ้มผสานสร้างเป็นท่วงทำนองแสนเพราะพริ้ง ดื่มกินให้สมกับที่ห่างหายไปนาน...

 

 

“อื้อ...ง่วง” เจ้าตัวน้อยส่งเสียงอืออาในลำคอเมื่อถูกดึงร่างเข้าไปหอมฟัดทั้งๆที่พึ่งวางหัวถึงหมอนและดึงผ้าห่มมาคลุมร่าง  พระองค์ไม่ตรัสตอบอะไร นอกจากกระชับอ้อมกอดและพลิกกายเล็กให้แนบใบหน้าเข้ากับอ้อมอุระแกร่งเปลือยของพระองค์ เจ้าจอมขยับใบหน้าไปมาเพื่อหามุมสบายที่สุด เมื่อเจอแล้วก็หลับตาลงเมื่อความเหนื่อยล้ากลืนกินร่างกายไปหมดแล้ว

 

“ระหว่างรอเรียนจบในหนึ่งปีนี้เธอต้องดูแลตัวเองดีๆนะ ทำร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงเข้าไว้”

 

“ทำไมเพคะ” ปรือตาที่เกือบจะปิดสนิทขึ้นใหม่เพื่อถามคำถามที่สงสัย

 

“พอเธอเรียนจบก็เตรียมตัวท้องได้เลย...ฉันเบื่อที่จะป้องกันแล้ว”

 

“เรื่องนี้อีกแล้ว...” บ่นอุบก่อนจะซุกใบหน้าลงเซ่นเดิมกับความอบอุ่นจากอ้อมพระอุระ และครั้งนี้ก็หลับจริงๆ มีเพียงพระองค์ที่เกลี่ยพระอังคุฐไปมากับหัวไหล่เปลือยพร้อมกับจ้องมองวงหน้าหวานใสที่ดูพริ้มเพราเหลือเกินในยามหลับ

 

“ตอนนี้ปัญหาเยอะหน่อย ช่วยรอและอดทนกับมันนะเจ้าจอมกัลยา...ชายาของฉัน” ตรัสแผ่วเบาแม้จะทรงทราบดีว่าเธอคงจะไม่ได้ยิน แต่ก็ทรงอยากจะตรัสกับเธอ...วันใดที่ไฟสงบ วันนั้นจะทรงตรัสกับเธอในยามตื่นให้รับรู้

 


 

100%

 แก้ชื่อตอนนะคะ เพราะคำเยอะเกินเเล้วองค์วิลลิสยังงไม่เฉียดออกนอกราชวังเลย55555 ต่อไปก็เริ่มจะไม่หวานเเล้วนะคะเพราะหน้าที่ที่องค์วิลลิสต้องแบกรับเอาไว้ ใครที่เบื่อมาม่าก็เบื่อได้นะคะเเต่ห้ามเบื่อไรต์//กอดขาาาาาา รักทุกคนเสมอนะคะ /ปาสปอยไป!

สปอย : “ทรงไปมหรรณพธานินทร์มาใช่ไหมเพคะ!

          “เลิกงี่เง่าสักทีได้ไหม!

          “ถ้าไม่ยินยอม....เราพร้อมจะเปิดศึกกับนคราวรมัน!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #640 jihoonny999 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:37
    นานเกินอ่ะ
    #640
    0
  2. #639 u.under (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:44
    ชายาของฉันตายไปเลยจ้า เขินมากเวอร์
    #639
    0
  3. #638 abbypas (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    เตรียมทิชชู่รอแล้วนะคะ5555
    #638
    0
  4. #637 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 08:36

    รอตอนต่อไปเลยค่ะ ถึงจะกลัวมาม่าก็ตาม ฮือออ
    #637
    0
  5. #636 Panatpxnxt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 07:22
    บอกน้องไปเถ๊อะ;-;
    #636
    0
  6. #635 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 03:21
    จริงๆพระองค์ควรบอกน้องอะ ทำแบบนี้ก็เสียใจกันทั้งคู่ สู้บอกให้รู้และเข้าใจกันและกันเลยดีกว่า จะได้ช่วยกันแก้ ทำแบบนี้มันเจ็บนะรู้มั้ยTT
    #635
    0
  7. #634 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 03:11
    ร้องไห้ไว้รอเลยได้มั้ยฮือออออออออออออ
    #634
    0
  8. #633 ParkMild (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 02:59
    องค์หญิงร้ายแน่เลย ใช่มั้ยอ่ะ ทำไงดีเจ้าจอมนองหม่อมฉัน นี่นะถ้าพระองค์ไม่ป้องหรือไม่ติดที่พระชายาเรียนอยู่นี่ว่าท้องนานแล้ว 5555
    #633
    0
  9. #632 Ntwrp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:12
    จะเกินไรขึ้นอ่ะะ อยากรู้แล้ววว
    #632
    0
  10. #631 chaompph (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:08
    แงงแสดงว่าต้องมีดราม่าแน่ๆเลย ฮือออขอเตรียมใจไว้ หน่วงน่าดูแน่เลยยฮือออ
    #631
    0
  11. #630 Tnpyokky (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:42

    รอนะคะไรท์ สนุกมากค่าาา
    #630
    0
  12. #629 pakkadqq (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:40
    องค์ชายจะทำอะไรร ใครคิดจะทำลายพระองค์ หลบสปอยยย5555555556
    #629
    0
  13. #628 Partintida Jakthong (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 07:40
    ฮือออออออออ สงสาร
    #628
    0
  14. #627 Ntwrp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:02
    อึดอัดเเทนเลยอ่าาา
    #627
    0
  15. #626 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 01:03
    ฮือออออออ เกือบจะดีแล้วเชี่ยวแงงงง สงสารทั้งสองคนเลย
    #626
    0
  16. #625 ParkMild (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 12:59
    แง องค์ชายเขาก็รักของเขานะแต่เป็นเพราะเรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ปะ แต่ก็อยากให้บอกพระชายานะฮืองอนแล้วนั่น
    #625
    0
  17. #624 ทิม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:24

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

    #624
    0
  18. #623 ohtao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:23
    อยากรู้ว่าองค์หญิงดารัญญาจะมาไม้ไหน เจ้าจอมไฟท์หลายคนมากลูกเอ้ย55555
    #623
    0
  19. #622 Itim902 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:56
    แงงงงง หดหู่ที่สุดดด
    #622
    0
  20. #621 chaompph (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:29
    ฮือออ สู้ๆนะคะไรท์เป็นกำลังใจให้ ขอให้สอบผ่านลุลวงไปได้ด้วยดี รอนะคะ
    #621
    0
  21. #620 ohtao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    ดิช้อนก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุผลของพระองค์คืออะไร เพนงงไพหมด
    #620
    0
  22. #619 mtrdttt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:05
    อึดอัดๆๆๆๆๆ อึดอักอ่าา อึดอัดแทนฝ่าบาท เสียใจแทนเจ้าจอม อารมณ์ตีกันไปหมด
    #619
    0
  23. #618 49cm. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    รอนะคะ ยังเชื่อมั่นฝ่าบาท
    #618
    0
  24. #617 Tnpyokky (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:35
    รอนะค๊าาา สู้ๆค่ะไรท์ ชอบมากๆเลยค่า
    #617
    0
  25. #616 tnykiki (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:32

    รอนะค่ะ
    #616
    0