เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 33 : ทัณฑ์สวรรค์ [33]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    13 ส.ค. 59



-65-

                พอมีปีกสี่ข้างก็รู้สึกต่างจากตอนมีสองปีกอย่างที่คิด แม้การเคลื่อนไหวของปีกจะลดลง แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่กลับเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยามที่พุ่งตัวทะลุผ่านชั้นเมฆกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ผมถึงค่อยรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ออกจากซีมาร์มานานแล้ว ไม่นานก็ลงมาถึงนอกเขตสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ผมพึ่งนึกได้ว่ามาจนถึงบัดนี้ ตัวเองยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นโลกในตอนนี้มาก่อน

                เมื่อลองหันหน้าลงไปดู ก็เห็นแต่ภูเขาป่าไม้เรียงรายเต็มสายตา ไม่มีตรงไหนที่จะไม่มีต้นไม้

                ที่แท้แล้วสภาพอากาศจริงๆนั้นดีมาก ไม่ใช่แค่บนสวรรค์ แต่ทั่วทั้งโลกก็ไม่มีแม้แต่มลพิษ ไม่แปลกที่จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ หวนนึกถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนต้องหันมาใส่หน้ากากปิดหน้าของบ้านเรา แล้วหันมามองสภาพอากาศในตอนนี้......เฮ้อ

 

                ออกค้นหาไปรอบๆอยู่นาน ครึ่งค่อนวันถึงค่อยได้ยินเสียงตะโกนดังมา ผมพุ่งตัวไปตามเสียงนั้นก็มองเห็นเทวทูตระดับกลางกลุ่มหนึ่งยืมล้อมกันเป็นวงกลม เสียงที่ได้ยินก็ดังมาจากในวงล้อมนั้น ผู้นำกลุ่มที่เป็นเทวทูตระดับสูงตนหนึ่งเหยียบอะไรบางอย่างไว้ใต้เท้าด้วยสีหน้าที่เรียกได้ว่าเย็นชา

                ผมก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง ในที่สุดก็เข้าใจกระจ่าง......

 

                เผ่าพันธุ์วิเศษในแดนสวรรค์ไม่ได้มีเพียงแค่เทวทูต แต่ยังมีพวกภูตผีวิญญาณ เทพยดา เป็นต้น แต่กลับเห็นได้ไม่บ่อยนัก ระดับชั้นของพวกมันห่างจากชาวสวรรค์อย่างมาก จะมีก็แต่เผ่าม้าสวรรค์ ยูนิคอร์น กริฟฟอน มังกรอะไรเทือกนั้นที่ชาวสวรรค์ใช้เป็นสัตว์พาหนะหรือสัตว์เลี้ยง ในโลกปีศาจ มังกรเป็น 1 ในเผ่าพันธุ์สูงศักดิ์ ดังนั้น เผ่าปีศาจเมื่ออยู่ในสายตาของชาวสวรรค์ มีค่าน้อยกว่าสัตว์พาหนะซะอีก

                ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกปีศาจเท่าไหร่นัก รู้แค่ปีศาจหัววัวกับหัวแพะเป็นปีศาจระดับเดียวกัน ต่างก็เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ สิ่งที่ตกอยู่ในวงล้อมของเทวดากลุ่มนี้คือมนุษย์หัววัวตนหนึ่ง เขานอนกองอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยว คล้ายได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

                ความแตกต่างที่ได้เห็นทำเอาผมตกใจไปพักใหญ่ ปกติเพราะเห็นชาวสวรรค์มาเยอะแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าพวกเขาหน้าตาดีอะไรนักหนา แต่พอมายืนอยู่ต่อหน้าปีศาจแล้ว ถึงได้พบว่าที่จริงพวกเขาหน้าตาดีสุดๆ ผมเคยได้ยินมาอยู่เหมือนกันว่า ในเผ่าปีศาจ ขอแค่มีซักตนที่หน้าตาเทียบได้กับชาวสวรรค์หน้าตาทั่วๆไปก็นับว่าอัศจรรย์มากแล้ว

 

                มนุษย์หัววัวหน้าตาอัปลักษณ์ดิ้นไปมาอยู่บนพื้น ปากใหญ่อ้ากว้างเผยให้เห็นลิ้นสีแดงสดหนาน่าเกลียด น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยออกมาไม่ขาดสาย เทวทูตกลุ่มนั้นมีปฏิกิริยาไม่ต่างไปจากผม เกิดความรู้สึกรังเกียจ ใครคนหนึ่งเสนอขึ้น “สังหารมันซะเถอะ ปล่อยเอาไว้ก็น่าขยะแขยงเปล่าๆ”

 

                มนุษย์หัววัวตนนั้นดิ้นรนอย่างเจ็บปวด สองตาแดงก่ำรีบพลิกร่างขึ้นมานั่งคุกเข่าโขกศีรษะอย่างแรง “ละเว้นข้าเถิด ละเว้นข้าด้วย ท่านเทวทูตที่สูงส่ง ปล่อยข้าไปเถิด...... คราวหน้าข้าจะไม่เข้ามาเหยียบแดนสวรรค์อีกแม้เพียงครึ่งก้าว!

                “คราวหน้า? ยังจะมีคราวหน้าอีกงั้นรึ?”

                มนุษย์หัววัวร่ำไห้ตัวสั่น “ข...ขอร้องพวกท่าน ชาวสวรรค์ผู้มีจิตใจดีงาม ชาวสวรรค์ผู้งดงามสูงส่ง พวกท่านมีร่างกายของเผ่าสวรรค์ อายุขัยยืนนานไร้จำกัด แต่กลับไม่เข้าใจความสุขของชีวิต----อ๊ากกกกกกก------------“

                เทวทูตระดับกลางคนหนึ่งชูคทาขึ้นสูง ชั่วพริบตานั้น ลาวาร้อนระอุก็ผุดขึ้นใต้ร่างของมนุษย์หัววัวตนนั้น

                “ไปเอาคำพูดไร้สาระนั่นมาจากไหน? เผ่าปีศาจอันน่ารังเกียจ เข้าใจความสุขของชีวิตบ้าบออันใด? สังหารซะ!

                “ข...ขอร้องพวกท่าน ปล่อยข้าไปเถิด ปล่อยข้าไป------ข้ายอมชดใช้ความผิดทุกอย่าง ขอเพียงพวกท่านไว้ชีวิตข้าซักหน----อ๊ากกกกกกก------------“

 

                เพลิงมหึมาลุกไหม้ขึ้นกลบเสียงกรีดร้อง มนุษย์หัววัวดีดดิ้นอยู่ในกองเพลิง ไร้หนทางกล่าวคำพูดให้จบประโยค เหล่าเทวทูตพากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมใจกันชูคทาในมือ โหมเพลิงให้ยิ่งลุกไหม้ ทั้งยังใช้เวทลมเข้าช่วยเสริม

 

                มนุษย์หัววัวดีดดิ้นยิ่งมายิ่งช้า ใบหน้าบิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์ สุดท้ายก็หยุดลง สิ้นชีพอย่างอนาถ

 

                ผมเบิกตาอ้าบากค้างมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ชักฝีเท้าถอยหลัง สุดท้ายก็กางปีกโผบินขึ้นไปบนฟ้า ไม่กล้าหันกลับไปมองอีก ได้แต่เงยหน้า จ้องมองท้องฟ้าเจิดจ้าบาดตา พุ่งตัวขึ้นไปไม่ยอมหยุด

 

                วิชาภาษาสวรรค์เล่มแรกจำกัดความชาวสวรรค์เอาไว้ว่า บุตรธิดาแห่งพระผู้เป็นเจ้า เผ่าสวรรค์ที่สูงส่งสูงศักดิ์ ไม่เพียงมีรูปลักษณ์ที่งดงาม ยังคงมีจิตใจที่เมตตาการุณย์ งามสง่า บริสุทธิ์ รักถนอมสรรพชีวิตทั่วหล้า

 

                หลังจากกลับไปก็เห็นว่าห้องนอนมืดสนิทไร้แสงไฟ ตอนแรกคิดอยากจะระบายอารมณ์กับเจ้าเด็กแสบ แต่เขากลับหายหัวไปไหนไม่รู้ ผมเปิดประตูห้องเข้าไปนั่ง จ้องมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก จากนั้นก็หันร่างชื่นชมปีกของตัวเอง อารมณ์ไม่ดีๆตลอดทั้งวันพลันหายวับ ผมก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียง พลันหันไปเห็นถุงมือสีขาวที่อยู่ตรงหัวเตียง บนถุงมือยังมีรอยเปื้อนอยู่เล็กน้อย......

                เปรี้ยง!

                ผมดันลืมเรื่องสำคัญไปตั้งสองเรื่อง!

                เรื่องแรก ผมลืมซักถุงมือ ทั้งยังลืมเอาถุงมือไปคืนลูซิเฟอร์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา วันนี้ค่อยซักแล้วเอาไปคืนทีหลังก็ยังได้

                แต่ว่า เรื่องที่สอง ลูซิเฟอร์เรียกผมให้ไปหาเขา ผมกลับพูดกับเขาว่า “มหาเทพ ผมลาล่ะ” ปัดคำเชิญของเขาทิ้ง......ชิ-หาย! ผมตายแน่ๆ!

                เอาหัวฟุบเข้าไปในที่นอน ร้องตะโกนอย่างรันทดใจ “เด็กน้อย~~~รีบไสหัวออกมาเขกหัวฉันที~~~

 

                ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าเด็กน้อย แต่บานหน้าต่างกระจกใสกลับส่งเสียงขึ้นทีหนึ่งราวกับโดนหินโยนใส่

                ผมสะดุ้งตกใจ หวนนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ชายแดน จึงไม่กล้าผุดลุกขึ้น

                เว้นช่วงอยู่นาน ที่หน้าต่างก็เกิดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

                ผมคิดว่านั่นอาจจะเป็นเมตาตรอน

                ผมลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แต่กลับไม่เห็นใบหน้ากวนประสาทใบนั้น จึงรู้สึกแปลกใจ ผมเปิดหน้าต่างชะโงกหน้าออกไปข้างนอก สายลมยามเย็นพัดมา ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บเล็กน้อย มองเห็นเพียงตึกรามบ้านช่องสีขาวที่เรียงรายออกไปได้รางๆ ทั้งยังสนามหญ้าเขียวชอุ่ม

                นอกเหนือจากนั้น ผมก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

                ผมยักไหล่ กลับเข้าไปในห้อง

                พึ่งจะนั่งลง ที่หน้าต่างก็เกิดเสียงขึ้นอีกครั้ง

                คราวนี้ผมถูกทำให้ตกใจกลัวขึ้นมาจริงๆ รออยู่ครึ่งค่อนวันถึงกล้ายืนขึ้น ค่อยๆย่องไปที่หน้าต่าง แง้มออกดู ก็ไม่เห็นอะไรเหมือนเดิม

                แม่-เอ้ย ไม่ใช่ว่าพอผมหันหน้ากลับไปจะเจอผีผู้หญิงพูดว่า “อิสเรียล เอาชีวิตฉันคืนมา” หรอกนะ

 

                ผมค่อยๆถอยหลัง ไม่ยอมหันหน้า พลันได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้น “อิสเรียล”

                ผมตกตะลึงไปพักใหญ่ ไม่ใช่ตกใจเพราะเสียง แต่ตกใจเพราะเจ้าของเสียงมากกว่า

                ผมรีบเปิดหน้าต่างก่อนจะชะโงกหน้าลงไปมองข้างล่าง

 

                ลูซิเฟอร์ยืนอยู่ด้านล่างตึก เงยหน้าขึ้นมองผม

                ผมแทบจะพลัดตกจากชั้นบน รีบร้องถาม “มหาเทพ ผมไม่รู้ว่าท่านมา เดี๋ยวผมจะรีบลงไป! รอเดี๋ยว!” ซวยแล้ว เขาจะต้องมีเรื่องด่วนแน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางถ่อมาถึงที่นี่หรอก ตอนที่คิดจะวิ่งลงไป ก็พบว่ามีวิธีอื่นที่เร็วกว่า ผมยกเท้าขึ้นเหยียบราวหน้าต่าง คิดจะบินลงไป

                ลูซิเฟอร์กลับยั้งไว้ “ไม่ต้อง”

                ผมชะงักค้างอยู่ในท่าเดิมอยู่นานก่อนจะชักเท้ากลับไป “มหาเทพมีธุระอะไรงั้นเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์หัวเราะเบาๆ “ข้าเดินผ่านมาทางนั้นน่ะ เห็นไฟสว่างอยู่...... เลยนึกว่าเจ้าคงกลับมาแล้ว ข้าจึงมาทักทาย ไม่มีอะไรมาก”

                ผมร้องอ๋อออกมา อยากจะถามใจจะขาดว่าทำไมเขาถึงเดินผ่านทางนี้ได้ แต่ก็ไม่กล้าเปิดปากถาม

                ลูซิเฟอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “งั้นข้ากลับล่ะ ราตรีสวัสดิ์”

                ผมคิดอยู่นานก็พูดขึ้น “เอ่อ... ถุงมือของมหาเทพยังอยู่ที่ผม ถ้ายังไงท่านเข้ามานั่งรอข้างในก่อน รอผมซักถุงมือเสร็จท่านค่อยนำกลบไปด้วย”

                ลูซิเฟอร์ตอบกลับมา “ตกลง”

                เฮ้อ... ในที่สุดก็หาข้ออ้างได้

                เดี๋ยวนะ... ข้ออ้างอะไร?

                นี่ไม่ใช่ข้ออ้างอะไรทั้งนั้น!

 

                จากนั้นเขาขยับปีกทีเดียวก็พุ่งขึ้นมาอยู่ตรงหน้าผม ผมยื่นมือคิดจะช่วยดึงเขาเข้ามา พลันนึกได้ว่าเขามีนิสัยรักสะอาด ไม่ชอบให้ใครแตะตัว จึงชักมือกลับ......แต่เขากลับเป็นฝ่ายจับมือผมก่อนจะขยับเข้ามาข้างใน

                “วันนี้อารมณ์ไม่ดีเหรอ?” ดวงตาสีฟ้าอัญมณีของเขาดูสวยงามเป็นพิเศษท่ามกลางท้องฟ้ายามกลางคืน

                ผมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

                ลูซิเฟอร์ถามขึ้น “อยากจะไปเที่ยวที่โลกปีศาจรึเปล่า?”

                ผมชะงักไปอีกครั้งก่อนจะพยักหน้า

                ลูซิเฟอร์ถามยิ้มๆ “อยากไปตอนไหนล่ะ?”

                ผมเลิกคิ้ว ยิ้มทะเล้น “ตอนนี้”

                ลูซิเฟอร์หัวเราะออกมา “เอามือข้างนั้นให้ข้า”

                ผมงุนงง ยกมืออีกข้างวางไว้บนฝ่ามือของเขา พลันร่างก็ถูกเขาดึงนำไป

 

                คงไม่คิดจริงจังหรอกใช่มั้ย? ผมแค่พูดไปเล่นเท่านั้นเอง......

 

 

-66-

                ผมคิดจะบินตามไป แต่อยู่ๆก็หยุดซะก่อน “ไม่ได้ ถ้าไปเดี๋ยวปีกจะดำหมด” ลูซิเฟอร์กล่าวว่า “มีข้าอยู่ ปีกจะกลายเป็นสีดำได้ยังไง?” ผมยังไม่ยอมแพ้ “แต่ว่า ถ้าพวกเราเอาชนะพวกเขาไม่ได้......” ลูซิเฟอร์เพียงยิ้มบางพลางส่ายหน้า ผมถามอย่างสงสัย “ท่านมีเพื่อนที่สนิทกับพวกปีศาจงั้นเหรอ?” ลูซิเฟอร์ตอยว่า “พวกอาซาเซลก็ไม่เลวอยู่” ผมถามอย่างข้องใจ “อาซาเซล...... ไม่ใช่ว่าเขาเคยสังหารปีศาจหรอกเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์อธิบายว่า “เผ่าปีศาจรักถนอมชีวิต แต่เมื่อเป็นเรื่องต่อสู้กับคนอื่นกลับไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ถ้าเกิดเขาพ่ายแพ้ ก็เต็มใจยอมสละหัวของตัวเอง ทั้งไม่ยอมให้ใครมาล้างแค้น ในจุดนี้ พวกเขาให้ความนับถือคู่ต่อสู้อย่างมาก”

                ผมเสนอขึ้น “ถ้าอย่างนั้น พวกเราเอาอาซาเซลไปด้วยดีมั้ย? ป้องกันเวลาถูกเข้าใจผิด” ลูซิเฟอร์อมยิ้ม ยังคงส่ายหน้า ผมเสนอขึ้นอีก “อา......อืม... ถ้าอย่างนั้น ซามูเอลล่ะ......”

                ลูซิเฟอร์ไม่แม้แต่จะส่ายหน้า เพียงใช้สายตาเจือรอยยิ้มมองผม

                ผมไม่มีทางเลือก เสมองไปทางอื่น “งั้นก็ตามนี้ พวกเราไปกันเถอะ......”

               

                ในที่สุดเขาก็เก็บสีหน้าชวนขนลุกกลับไป ก่อนจะพามุ่งออกไปข้างนอก ผมรีบตามเขาออกไป ไม่รู้ว่าควรจะอยู่ในตำแหน่งไหน ด้านหน้า? ด้านข้าง? ด้านหลัง? รู้สึกเหมือนไม่ว่าจะตรงไหนก็ไม่เหมาะทั้งนั้น

                ......ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ราชาหลีคนนี้กลายเป็นพวกอ่อนไหว ก็แค่ลูซิเฟอร์เองไม่ใช่เหรอ เขาจะทำอะไรผมได้

                เมื่อบินมาถึงใจกลางเมืองซีมาร์ ลูซิเฟอร์ก็หยุดที่ใจกลางจัตุรัส ผมบินตามไปเหมือนแมลงวัน ดีที่เวลาเย็นย่ำแล้ว บนถนนไม่มีเงาคนให้เห็น ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนขโยงใหญ่พากันรุมล้อมมุงดู แบบนั้นผมรับไม่ไหวจริงๆ

 

                ลูซิเฟอร์กล่าวขึ้น “จริงสิ คาลอสเป็นยังไงบ้าง?” ผมตอบกลับไป “ขอบคุณมหาเทพที่ให้รางวัล เขาอยู่ในห้องที่บ้านของผม ทุกวันจะต้องโดนซ้อม 1 ยก” ลูซิเฟอร์เผยรอยยิ้มที่ชวนคนเหงื่อตกออกมาอีกครั้ง “ไม่เลว ไว้รอเจ้าระบายความโกรธหมดแล้วก็มาบอกข้า ข้าจะสั่งคนให้พาเขาไปทิ้งนอกเมืองเยลูซาเล็ม ให้ถูกแช่แข็งไปชั่วชีวิต”

                เจ้าบ้านี่ โยนคนไปทางนั้นทีทางนี้ทีแบบนี้มีที่ไหน เขาโหดกว่าผมตั้งสิบเท่า!

                ถูกแช่แข็งไปชั่วชีวิต... นั่นมันทฤษฎีอะไรกัน

                เขามีสติรับรู้ ยังคงมองเห็น ยังคงได้ยิน ยังคงมีทุกอย่าง แต่ไม่อาจเคลื่อนไหว ไม่ต่างจากรูปสลักน้ำแข็ง เฝ้ารอวันล่มสลาย...... มีชีวิตแบบนั้นไม่สู้ตายไปเลยจะดีกว่า

                ผมอยากจะประณามเขา แต่ว่า... เขาคือลูซิเฟอร์......

 

                ในตอนนั้นเอง เงาร่างร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าของพวกเรา เทวดา 6 ปีกตนหนึ่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่ที่พื้น “คารวะมหาเทพลูซิเฟอร์!” ลูซิเฟอร์หงายมือขึ้น รอให้เทวทูตตนนั้นลุกขึ้นยืนถึงค่อยรู้ว่านั่นคือซาริเอล ลูซิเฟอร์พูดทักทาย “ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่นอน” ซาริเอลตอบกลับมา “พึ่งเสร็จจากทำพิธีเพิ่มปีกที่แท่นบูชามาขอรับ ก่อนกลับจึงออกมาเดินเล่น มหาเทพล่ะขอรับ?” ลูซิเฟอร์พูดว่า “ข้าจะไปโลกปีศาจซักหน่อย”

                ซาริเอลเสนอตัว “อา... มหาเทพ พาข้าไปด้วยเถิดขอรับ”

                ลูซิเฟอร์ตอบกลับไป “ไม่”

                เขาตัดบทฉับพลัน ไม่แม้แต่จะให้เหตุผล

                ซาริเอลพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “แต่ข้าอยากไปมากจริงๆ มหาเทพ พาข้าไปด้วยเถิด!

                ลูซิเฟอร์ยังยืนยันคำเดิม “ไม่”

                ซาริเอลตัดพ้อ “มหาเทพ~~~

                ผมขัดขึ้น “มหาเทพ มีคนเยอะขึ้นก็น่าสนุกขึ้น พวกเราไม่เอาเขาไปด้วยจริงๆเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์ตอบชัด “ไม่เอา”

                ซาริเอลยังคงขอร้อง “มหาเทพ~~ มหาเทพพาข้าไปด้วยเถอะน้า~~ ข้ารับประกันว่าถ้าพวกท่านรู้สึกไม่สะดวกตอนไหนจะรีบหายตัวไปทันที ข้าอยากไปมากจริงน้า~~~

                ผมรีบปฎิเสธ “ไม่ใช่แล้ว ท่านเข้าใจผิด......”

                ลูซิเฟอร์กลับพูดขึ้นเสียงเรียบ “แต่ไหนแต่ไรข้าไม่ชอบถูกคนเซ้าซี้ อย่าให้ข้าต้องทวนซ้ำสอง”

                ซาริเอลปาดน้ำตา ก่อนจะวิ่งจากไปอย่างน่าสงสาร

 

                ผมพูดขึ้น “มหาเทพไม่ใช่ว่ามีธุระหรอกเหรอ? ถึงผมจะอยากไป แต่ว่าก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร......นั่น ไม่ถือเป็นการบกวนเหรอ” ลูซิเฟอร์กลับพูดขึ้นอีกอย่าง “จะถือสามั้ยถ้าข้าจะจับมือเจ้า?”

                ผมส่ายหน้าไปตามจิตใต้สำนึก พลันเห็นมือที่ไม่ได้สวมถุงมือของเขายื่นออกมา ก็วางมือของตัวเองลงไปโดยอัตโนมัติ ลูซิเฟอร์จับมือของผมแน่น กระแสแปลบปลาบแล่นผ่านเข้ามาที่มือของผมราวกับถูกไฟช็อต ได้แต่วิ่งตามเขาไปอย่างโง่งม

 

                เดินไปได้ซักพัก ผมถึงค่อยรู้ตัวว่าตัวเองก็มีช่วงเวลาเผลอเหม่อๆกับเขาด้วยเหมือนกัน เดิมผมคิดว่าเขาแค่จะจูงมือผมเล่นๆเท่านั้น ผลคือเขากลับจับมือผมไม่ปล่อย นิ้วมือของลูซิเฟอร์เรียวยาว ผิวพรรณก็อ่อนนุ่ม ไม่ว่าจะมองหรือสัมผัส ต่างก็ถือเป็นการเสพสุขอย่างหนึ่ง แต่เมื่อลูซิเฟอร์จับมือผมแบบนี้ สมองด้านบัดซบของผมก็บ้าคลั่งขึ้นมาทันที วิตกกังวลจนใจเต้นรัวไปหมด เดินได้ซักพัก เขาก็พาผมบินขึ้นไป

                คงเพราะใจเต้นแรงมากเกิน ก่อนหน้านี้ก็ใช้พลังงานกับคาลอสไปซะเยอะ ท้องจึงร้องขึ้นมา

                ลูซิเฟอร์พลันพูดว่า “ที่โลกปีศาจมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง รสชาติไม่เลว อยากไปหรือไม่?”

                ลูซิเฟอร์ นายมันเทวดาของจริง~~~

                ผมกำหมัดแน่น ทำท่าขึงขัง “อยากไป!

 

                หลังจากนั้นเขามองผม ผมมองเขา

                ผมเสสายตาออกไปมองที่อื่น แต่เขายังคงจ้องผมอยู่ ดังนั้นผมเลยหันไปมองเขาอีกครั้ง

                อา... ผมไม่รู้ว่าภาพลักษณ์ “หนุ่มเรียบร้อย” ของตัวเองจะคงรักษาไว้ได้นานเท่าไหร่ต่อหน้าเขา เกิดนิสัยเดิมระเบิดออกมา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะตบมือ พูดว่า “ตัดหัวอิสเรียล” แบบนั้นผมได้ซี้แหงแก๋

 

                ถูกเขาจูงมือพาบิน ไม่นานก็มาถึงชายแดนนอกโลกปีศาจ ที่นั่นยังดูมืดๆทึมๆอยู่เช่นเดิม ราวกับมีนักฆ่าสาวโบกมือรอต้อนรับ ผมรู้สึกทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้น ลูซิเฟอร์เก็บปีกของตัวเองก่อนจะช่วยเก็บปีกให้ผม เขาหยิกฝ่ามือผมเบาๆ “ห้ามแตะต้องของในนั้นสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่อย่างนั้นจะได้รับบาดเจ็บ เข้าใจรึเปล่า?” ผมพยักหน้า เขาจึงจูงมือผมเดินเข้าไปข้างใน

 

                ก้าวลงบันไดไปตามขั้นบันไดสีแดงเข้มชั้นแล้วชั้นเล่า ไม่มีเมฆหมอกสีขาวปกคลุมเหมือนแดนสวรรค์ แต่เป็นลาวาร้อนระอุ อุณหภูมิที่ด้านในค่อนข้างสูง ผมปาดเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ดึงมือตัวเองออกจากมือของเขาก่อนจะถอดเสื้อนอกของตัวเองออก เพิ่งจะถอดออก ลูซิเฟอร์ก็ดึงชุดในมือผมออกไปคล้องไว้ที่แขนตัวเอง นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือยื่นออกมาดีดเบาๆ ก็ปรากฏหมอกเย็นๆลอยออกมา เขาจับมือผมอีกครั้ง

                ผมไม่รู้เลยซักนิดว่าลูซิเฟอร์ที่แท้ก็เป็นเครื่องปรับอากาศดีๆนี่เอง

 

                โลกปีศาจก็คือโลกปีศาจ โทนสีหลักๆคือสีแดงและดำ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นหนาม กุหลาบสีม่วงดำ ทั้งยังมีฝูงค้างคาวสีแดงดำบินผ่านไปมา เพราะอยู่ในสวรรค์มานานเกินไป พอมาเห็นที่นี่ จึงรู้สึกแปลกใหม่อยู่ไม่น้อย เพราะโลกปีศาจในตอนนี้ไม่นับว่าแข็งแกร่งอะไร เพราะอย่างนั้นจึงมีตึกสิ่งก่อสร้างสูงๆอยู่น้อย ระหว่างที่เดินไป ก็พบเห็นชนเผ่าปีศาจอยู่มากทีเดียว

                ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่ ลาวาก็ยิ่งมาก สองชั้นแรก ที่พบเห็นมากที่สุดคือภูตผีวิญญาณ โครงกระดูก หมานรก พอมาถึงชั้นกลาง ก็จะเห็นพวกนายทาสนำขบวนเหล่าวิญญาณกับโครงกระดูกเดินผ่านไป ดูน่าสนใจเป็นพิเศษ ทั้งยังมีพ่อมดศาสตร์มืดที่สวมชุดดำทั้งตัว มนุษย์หัววัว ปีศาจแพะ......และปีศาจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

                ผมถามขึ้น “มหาเทพ ปีศาจไม่ใช่ว่าจะต้องมีหูแหลม เขายาว ตาสีแดง แล้วก็ปีกโครงกระดูกหรอกเหรอ? ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นปีศาจพวกนั้นมาก่อน?” ลูซิเฟอร์อธิบายว่า “นั่นเป็นปีศาจที่พบได้ในชั้นลึกๆเท่านั้น ปกติแล้วเผ่าปีศาจค่อนข้างมีความหลากหลายเป็นอิสระ พวกเขารู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ขอแค่ถูกใจก็สามารถนับเป็นเพื่อนกันได้ เจ้าดูสิ คนอื่นๆเพียงแค่มองมาที่เราเท่านั้น”

                ผมและดวงตาของผมต่างก็เป็นสีน้ำตาล ยังพอกล้อมแกล้มว่าเป็นพวกเดียวกับปีศาจได้ แต่ลูซิเฟอร์กลับมีเส้นผมสีทองไปทั้งหัวรวมทั้งดวงตาสีฟ้าสว่างดุจอัญมณี......เหงื่อตก... นั่นเรียกว่ามองเหรอ? เรียกว่าจ้องไม่ละสายตาเลยจะดีกว่ามั้ย?

 

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “โลกปีศาจชั้นที่ลึกที่สุดยิ่งมีศัตรูที่แข็งแกร่ง พวกเขาชอบกินชาวสวรรค์เป็นอาหาร ข้าสามารถปกป้องเจ้าได้ แต่พวกเขาอาจจะใช้คำพูดหยาบคายไม่น่าฟังซักหน่อย เจ้าอยากไปหรือไม่?” ผมพึมพำ “กินชาวสวรรค์......เรื่องนี้ ค่อยว่ากันละกันนะ เมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้หาอะไรกินกันซักที?” ลูซิเฟร์ชี้ไปยังร้านอาหารที่ค่อนข้างใหญ่ร้อานหนึ่ง “อยู่ข้างหน้านั่น”

 

                เมื่อเดินไปถึงที่นั่น จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูสองเสียง

                “ซีซิก้า มาดูเร็วมาดูเร็ว นั่นใช่นายท่านลูซาซาร์รึเปล่า?”

                “เอ๋เอ๋เอ๋ จริงด้วยจริงด้วย นายท่านลูซาซาร์!

                ......เป็นเจ้าสองตัวนั้นจริงๆด้วย

                แต่ว่าในที่สุดผมก็ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของปีศาจสองตนนั้นชัดๆเสียที พวกเขาเป็นปีศาจตนแรกที่ผมเห็น ทั้งสองรูปร่างหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ต่างก็มีหูแหลมตาแดงผิวซีดปีกโครงกระดูกตามมาตรฐาน แต่ใบหน้ากลับเหมือนสาวน้อยวัยละอ่อน

                ผมไม่อาจแยกแยะว่าใครเป็นใคร “ลูซาซาร์?”

                ลูซิเฟอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ เอนตัวเข้ามากระซิบข้างหูผม “ข้าบังเอิญเจอพวกเขาบ่อยมาก เพียงบอกพวกเขาว่าในชื่อของข้ามีคำว่า ลูอยู่ พวกเขาก็เรียกข้าแบบนี้ตั้งแต่นั้นมา”

                เขาพูดจบประโยคไปนานแล้ว ผมถึงค่อยเรียกวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างได้

                ผมไม่ได้คิดฟุ้งซ่านอะไรเลยจริงๆ ไม่ฟุ้งซ่าน เป็นเขาที่ทำตัวสนิทสนมเกินไปต่างหาก อย่ามาโทษผมนะ......

 

                คนหนึ่งกระโดดเข้ามาอย่างตื่นเต้น “นายท่านลูซาซาร์ นี่คือคนรักของท่านเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์ยังคงกระซิบอยู่ข้างหูผม “อิสเรียล ข้าควรจะตอบยังไงดี?”

                ผมถอนใจยาวเหยียด ขยับตัวออกห่างจากเขาเล็กน้อย “ไม่ใช่ๆ ลู......นายท่านลูซาซาร์ตำแหน่งหน้าที่บนสวรรค์สูงส่ง ยังไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน อย่าคิดอะไรเหลวไหล”

                ลูซิเฟอร์มองเมินคำพูดของผม พูดกับปีศาจสองตนนั้นว่า “ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น แต่ไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไง”

                ผมยิ้มแห้ง “มหาเทพ มุกนี้หนาวเกินไปแล้ว”

                ลูซิเฟอร์หันกลับมามองผม “อิสเรียล เจ้าเต็มใจหรือไม่?”

                เหงื่อตก... ชักจะหนาวเกินไปแล้ว หนาวไปถึงกระดูกเลยเชียว

                สมองผมหยุดทำงานไปชั่วขณะ สุดท้ายก็ลืมมารยาท สะบัดมือเขาได้ก็เดินเข้าร้านอาหารไปในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1598 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 15:20
    สนุกมากกก
    #1,598
    0
  2. #1511 Sopimzize (@sopimzize) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:06
    แอบจีบเรียลอยู่นะจ๊ะ แต่เรียล(ทำเป็น)ไม่รู้บ้างเลย
    #1,511
    0
  3. #1490 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:12
    แน่ะ เขินหรอจ๊ะ
    #1,490
    0
  4. #1433 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:14
    เอาแล้วค่ะ เขินใช่ไหมท่านหลี ปีศาจทุกตัวน่ารักแบบสองตัวนี้ปะเนี้ย 5555555555555555555555555
    #1,433
    0
  5. #1369 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:21
    ฮี่ๆ .ยิ้มชั่วร้าย
    #1,369
    0
  6. #814 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 00:43
    เขาไปเดทกันค่ะแม่ ที่ไหนไม่สน แต่รอบ ๆ มีแต่สีชมพู~~~ หรือม่วง(?)
    #814
    0
  7. #773 Ayumi-III (@Ayumi-III) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 00:43
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ สนุกมากกกกกกก อาจจะมีงงๆบางช่วง แต่ก็แปลได้ดีและอ่านเข้าใจคะ ขอย้ำว่าสนุกมากกกกก สู้ๆนะคร๊าาา จะรอติดตามมม
    #773
    0
  8. #769 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 13:30
    จริงๆก็อยากให้หนูอิสช่วยคุณวัวนะ แต่คิดว่าถ้าไปช่วยจริงโดนอัดเละแน่นวล
    #769
    0
  9. #768 วนิลาฮาเฮ (@waranya-nan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 09:37
    ความมาเดททท ทำไมโรแมนจัง5555 ตอนแรกนึกว่าจะช่วยวัวซะอีก อิสเรียลลลลนั่นเขาเรียกหึงไหมละะะะ~
    *บทสนทนาจำลอง*
    ลูซาซา:อิสเรียบเจ้าเห็นลาว่าที่กำลังพุ่งมาไหม เจ้าว่ามันสวยงามไหมละ?
    อิสเรียล:โอ้แน่นอนมหาเทพมันช่างงดงามและดูเหมือนจะไหลมาทางเรา
    ลูซาซา:แน่นอนมันไหลมาทางนี้เหมือนที่ข้ากำลังไหล(?)เข้าไปอยู่ในห้องหัวใจของเจ้า

    และ ตู้ม! เกิดเป็นโกโก้ครั้น
    ^
    ^
    ^
    นี่เล่นอะไร 55555555555
    #768
    0
  10. #767 Pierria Zagan (@pierria) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 09:28
    อ่านไป เขินไป ลูซิเฟอร์เริ่มเปิดทางแล้ว โอ๊ย มีกระซิบหูด้วย มีจับไม้จับมือกันอีก////// อิสเรียลไม่สงสัยบ้างเหรอว่า ตอนที่พูดอยากไปโลกปีศาจกับลูซิฟินิล แต่ทำไมลูซิเฟอร์มาแทน แต่น่าจะสงสัยตั้งแต่กำไีลข้อมือแล้วเนอะ/////// เราจะรอวันที่สองคนนี้รักกัน 

    ขอบคุณผู้แปลค่า
    #767
    0
  11. #766 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 09:15
    หนาวเยือกเลยย ลูของเราช่างรสนิยมดีอะไรเช่นนี้ พาอิวเรียลมาเดทที่แดนปีศาศ
    #766
    0
  12. #765 ffarn (@ffarn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:37
    ขอขนาดนี้ อิสเรียลยอมเถอะ 555
    #765
    0
  13. #764 เต่าหมุน^0^ (@Eagles) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:00
    ผึ้งบ้างล่ะ แมลงวันบ้างล่ะ ราชาหลีเห็นปีกชาวสวรรค์เป็นอะไรละเนี่ย :-)
    #764
    0
  14. #763 Silver Fish (@rilima1711) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:06
    อ่าๆๆๆ สนุก รออ่านต่อค่า เป็นกำลังใจให้
    #763
    0
  15. #762 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:48
    เอ๋~~~~~ขอกันง่ายๆเลยรึ

    สะเทือนใจตรงปิศาจหัววัวถูกชาวสวรรค์ฆ่า ไม่แปลกใจเลยที่ท่านลูเลือกตกสวรรค์มาที่โลกปิศาจ
    #762
    0
  16. #761 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:18
    โอ้ย ลูซิเฟอร์น่ารักเกินไปแล้ว ฮือ ตอบรับไปสิอิสเรียล เห็นใจแฟนคลับตาดำๆของนายทีสิ โอ่ยยยย มีความนกโมเม้น 555555 ปีศาจสองตัวนั้นจะจำอิสเรียลได้มั้ย ตอนบาดเจ็บตัวเยินไปหน่อย ถ้าจำได้อยากให้อิสเรียลขอบคุณ ที่รอดมาได้ส่วนหนึ่งก็สองตัวนี้ช่วย ถ้าปีศาจไม่ดีตัวอื่นไปเจออิสเรียลตอนนั้นคงไม่รอดแน่ๆ ^_^ ถือเป็นโชคดีของหนูหลีแหละนะ รอตอนต่อไปนะคะ ติดงอมแงม งมอ่านในเว็บก็ได้เพียงความงงกลับมา ทรานส์กูเกิ้ลมั่วดีจริงๆ เฮ้อ
    #761
    0
  17. #760 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:09
    เปย์กว่านี้มีอีกมั้ยยยย ความป๋านี้~~~
    #760
    0
  18. #759 Miyakochan (@miyakojan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:06
    โอ้ยชอบเรื่องนี้จัง ฟินมาก
    #759
    0
  19. #758 Beemie'k 75321 (@beam75321) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 21:54
    น่ารักอ่ะ จิกหมอนขาดกระจายยยยยย
    #758
    0
  20. #757 marnhwa (@marnhwa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 21:26
    กรี้ดดด น่าร้ากกกก ขอบคุณคร้าา
    #757
    0
  21. #756 UltearTUM (@somenum) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 21:21
    ค่าตัวแพงสินะลูซิเฟอร์ ออกมาทีนึงนี้จัดหนักกันเลย
    #756
    0
  22. #755 relis (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:50
    ซาริเอลผิดหวังไปซะเถอะบังอาจจะมาขัดขวางเดตแรกของลูซิเฟอร์กับอิสเรียลได้ยังไง ลูซิเฟอร์เยี่ยมมาก



    ที่จริงนายเฃแอบติดเครื่องดักฟังใช่มั้ย แค่หลีปินบอกให้มาเขกหัวก็มาเคาะกระจกถึงที่ กลัวประวัติซ้ำรอยที่รักโดนจับตัวไปทรมาณอีกล่ะสิท่า



    เดตในแดนนรกในร้านอาหารจะถึงขั้นป้อนให้เลยมั้ยนะ บริการเอาใจคนรักในอนาคตเต็มที่
    #755
    0
  23. #754 Yaluc_1100 (@warin-2000) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:50
    ลูฟโคตรรุก.... อิสเรียลอย่ายอมนะคะลูก555
    #754
    0
  24. #753 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:36
    ลูซิเฟอร์ออกตัวแรงมากกกกกกกก
    #753
    0
  25. #751 เหยียนโม่เก้อ (@alaudi1) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:27
    กรี้ดดดดด น่ารักเกินไปแล้วอิสเรียล ท่านลูค่ะ มุขท่านหนาวเกินไปแล้วไม่แพ้เมตาตรอนเลย //รอวันที่สองคนนี้เปิดใจต่อกันให้มากกว่านี้อีก
    #751
    0