เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 32 : ทัณฑ์สวรรค์ [32]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,086
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    12 ส.ค. 59



-63-

                วันต่อมา ข่าวอันน่าตื่นตะลึงก็แพร่กระจายไปทั่วดินแดนสวรรค์ราวกับน้ำที่เดือดพล่าน------เทวทูตระดับล่างต้อยต่ำตัวเล็กๆคนหนึ่ง ทั้งยังไม่มีปีกซักคู่ กลับสามารถร่ายเวทเพลิงขั้นสูง ไร้อรุณออกมา ทำลายปราสาทเพลิงแห่งสำนักภาวนาที่ยืนหยัดมากว่าหนึ่งพันปีสวรรค์

                ส่วนผมก็กลับมานอนแผ่อยู่ในห้องของเมตาตรอน ฟื้นขึ้นมาอย่างงงๆ

                โลกอันน่ามหัศจรรย์ จักรวาลอันลึกลับ

                ผมกลับยังมีชีวิตรอดกลับมาได้

                พึ่งขยับกายเตรียมจะลุก ก็มีคนผลักประตูเปิดเข้ามา ขยี้ตาไปมาก็เห็นว่าผู้ที่เข้ามาคือราฟาเอล เมตาตรอน และแซนเดอฟาน พวกเขาเข้ามาพร้อมกัน เมตาตรอนพูดขึ้น “ที่รัก เจ้าฟื้นแล้วเหรอ? ข้ามีข่าวสามเรื่องต้องบอกเจ้า หนึ่งคือข่าวดี หนึ่งคือข่าวร้าย อีกหนึ่งไม่รู้ว่าดีหรือร้าย เจ้าอยากฟังอันไหนก่อนดี?”

                ผมลุกขึ้นนั่ง “ข่าวร้าย”

                เมตาตรอนพูดขึ้น “ภาษาสวรรค์กับเวทมนตร์ขั้นต้นของเจ้าเป็นตัวฉุดคะแนนที่เก่งกาจมากเลยล่ะ ยินดีด้วย เจ้าสอบไม่ผ่าน”

                ผมทิ้งตัวพิงหัวเตียง “เฮ้อ...... ว่าแล้วเชียว แล้วข่าวดีล่ะ?”

                เมตาตรอนพูดต่อ “เจ้าสำแดงเวทเพลิงขั้นสุดยอดออกมา กระดูกซี่โครงเจ้าหักประมาณ 4-5 ซี่ เป็นแซนเดอฟานที่ช่วยรักษาให้”

                ผมส่งคำขอบคุณให้แซนเดอฟาน

                แซนเดอฟานโบกมือ “ม...ม...ม...ไม่เป็นไร”

                เมตาตรอนตบบ่าผมด้วยใบหน้าหดหู่ “ไร้อรุณมีเพียงเซราฟิมธาตุไฟเท่านั้นที่ร่ายออกมาได้ โชคไม่ดีจริงๆ ที่สำนักภาวนาขอแค่มีดีที่เวทมนตร์ อย่างอื่นก็ผ่านฉลุย ด้วยเหตุนี้ คะแนนสอบวิชาอื่นๆของเจ้าไม่ทันต้องคำนวณก็ได้คะแนนเต็มแล้ว”

                ผมอ้าปากค้างอย่างห้ามไม่อยู่ “อ...อะไรนะ......”

                เมตาตรอนยิ้มกว้าง “อีกเดี๋ยวเจ้าตามข้าไปที่แท่นศักการะ ทำพิธีเพิ่มปีกกันเถอะ อิสเรียล”

                ผมได้แต่ตกตะลึง

 

                เมตาตรอนพูดขึ้น “อิสเรียล ยังมีข่าวที่ไม่นับว่าดีหรือแย่อีกหนึ่งเรื่อง เหตุผลคงไม่ต้องให้ข้าอธิบายหรอกกระมัง? เจ้าร่ายไร้อรุณออกมา ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บจนหมดสติ แต่กลับไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แรงทำลายล้างแทบจะห่างจากข้าไม่มาก เรื่องนี้ทำให้พระผู้เป็นเจ้าประหลาดใจมาก เขาต้องการให้เจ้าไปพบในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”

                ผมพยักหน้า พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ยุ่งเหยิงของตัวเอง

                ราฟาเอลกล่าวขึ้น “ไม่ต้องกังวลไป พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้มีเมตตา ไม่มีทางทำให้เจ้าลำบากใจหรอก”

                เมตาตรอนกล่าวเสริม “ดังนั้นข้าถึงได้บอกยังไงล่ะว่าพวกเราผัวเมียเหมาะสมกันที่สุดแล้ว”

                ไอ้ชิ-หาย... เสียอารมณ์หมด!

                เมตาตรอนพูดเปลี่ยนเรื่อง “เจ้าน่าจะรู้ว่าบนแดนสวรรค์แห่งนี้ ตำแหน่งของชาวสวรรค์ไม่ใช่จะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เพราะอย่างนั้น การเลื่อนขั้นแค่ละครั้งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เทพที่จะทำพิธีให้เจ้าจะต้องมีตำแหน่งสูงกว่าตำแหน่งเดิมของเจ้าสองขั้น พูดอีกอย่างก็คือต้องใช้เทวะอารักษ์ขึ้นไป เวทมนตร์ของเจ้านับจากนั้นจะได้รับอิทธิพลมาจากเขาด้วย เรื่องนี้สำหรับชาวสวรรค์ในสำนักนักสวรรค์ไม่นับเป็นปัญหาอะไร แต่สำหรับสายภาวนากลับส่งผลรุนแรงมาก ดังนั้น เทพที่ทำพิธียิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เจ้าศึกษาศาสตร์แห่งไฟ วายุหนุนอัคคี ถ้าหาเทพธาตุลมมาได้ก็จะดีที่สุด”

                เทพธาตุลม? ผมมีคนรู้จักที่เป็นเทพธาตุลมด้วยเหรอ?

                ผมมองไปทางราฟาเอล เหมือนจะมีแต่เขา......

                แต่เขาเป็นถึงอัครเทวทูต ทางที่ดีอย่าคิดฟุ้งซ่านจะดีกว่า

                ราฟาเอลยิ้มบาง “เพราะงั้น มหาเทพเมตาตรอนเลยเซ้าซี้ข้าไม่หยุดให้ทำพิธีให้กับเจ้า ไม่รู้ว่าอิสเรียลจะยินยอมหรือไม่?”

                อยู่ๆก็มีพายเนื้อชิ้นโตหล่นลงมาจากฟ้า แถมยังเป็น Pizza ขอบหนาขนาด 16 ชิ้นซะด้วย

                ในสถานการณ์อย่างนี้ ผมปฎิเสธได้ด้วยเหรอ?

 

                หลังจากแสดงความขอบคุณซาบซึ้งตรึงใจให้กับราฟาเอลแล้ว เมตาตรอนก็ทำท่ายิ้มเป็นพระธพธิสัตว์

                แซนเดอฟานพูดขัดขึ้น “อ...อ...อิสเรียล ทำพิธีเพิ่มปีกส...ส...เสร็จแล้ว อย่าลืมป...ป...ป...ไปที่ปราสาทแห่งแสง มหาเทพลูซิเฟอร์มีเรื่องจะค...ค...ค...ค...คุยกับเจ้า”

                ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางปาดเหงื่อ พูดคุยกับเขาต้องเหนื่อยมากแน่ๆ ผมไม่อยากไป......

                แซนเดอฟานกล่าวว่า “มหาเทพบอกว่า ถ้าจ...จ...จ...เจ้าไม่อยากไป ก็ม...ม...ม...ไม่ต้องฝืนใจ”

                แม่- ลูซิเฟอร์แทบไม่ต่างไปจากเทพเซียนเลยจริงๆ เรื่องนี้เขาก็คิดไว้แล้วเหรอ ไอ้คำว่าไม่บังคับของเขามันก็แค่คำที่ทำให้ผมมีข้ออ้างเท่านั้นแหละ คิดว่าผมจะมองไม่ออกหรือไง?

 

                ผมตอบกลับไป “แต่ผมไปปราสาทแห่งแสงไม่ถูก”

                “เข้ามาในแชงกรีล่าแล้ว ไม่ว่าจากตรงไหนเจ้าย่อมมองเห็นปราสาทแห่งแสงเสมอ” ราฟาเอลเดินไปที่ริมหน้าต่าง ผลักบานหน้าต่างหนาหนักออกไป

                แสงแดดเจิดจ้าส่องเข้ามาในห้องดุจมหาสมุทรทะลักออกจากเขื่อน ทะลุเข้ามาตามแนวม่านที่เปิดออก ผมจำต้องยกมือขึ้นบังสายตาทันที

                ท่ามกลางแสงแดดสีทอง สายลมพลิ้วอ่อนไหว ละอองฝุ่นสีทองปลิวอยู่กลางอากาศราวกับกลีบดอกไม้ส่ายไหว กลีบแล้วกลีบเล่า ด้านนอกเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสไตล์โกธิค ดูสูงส่งงดงาม ด้านบนเป็นเมฆกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าลอยล่อง ปรากฏเส้นสีทองเล็กละเอียดลอดผ่านลงมา สาดส่องลงบนความรุ่งเรืองสมบูรณ์แห่งแชงกรีล่า

                ที่เด่นชัดที่สุด คือปราสาทสีทองอร่ามสูงเทียมฟ้า

                ราฟาเอลชี้ไปยังที่นั่น หันกลับมามองผม “เห็นปราสาทสีทองที่อยู่ตรงนั้นหรือไม่? นั่นคือวิหารใหญ่ของเซราฟิม ตึกตรงกลางที่สูงที่สุด มีทางเข้าทั้งหมด 7 ทาง นั่นคือวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้า ทางเข้า 7 ทางแสดงถึงอัครเทวทูต 7 ตน ด้านซ้ายที่ประดับไม้กางเขนอยู่บนยอด คือปราสาทคริสต์ของมหาเทพจีซัส ส่วนปราสาทที่งดงามที่สุดทางขวา ก็คือปราสาทแห่งแสงของมหาเทพลูซิเฟอร์”

                ผมมองสิ่งก่อสร้างหลังนั้นอย่างตกตะลึง

                ในที่สุดก็รู้แล้วว่าอะไรที่เรียกว่า ไม่รู้จักรูปร่างของเขาหลูซานเพราะตนก็อยู่ในเขาหลูซาน

                ครั้งก่อน เพราะมองจากปราสาทแห่งแสงออกไปข้างนอก จึงรู้สึกว่าจักรวรรดิแห่งนี้รุ่งเรืองชวนตะลึงจนเหมือนเป็นภาพลวงตา พอตอนนี้ได้มาเห็นวิหารเซราฟิมที่เปล่งประกายระยิบระยับ ทั้งยังมีม่านน้ำตกกระจ่างใสสีแปลกตาที่ไหลลงมาจากยอดเสาโรมันอยู่ทางหน้าวิหาร ก็รู้สึกราวกับฝันไป

 

                ราฟาเอลจ้องมองวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้าที่อยู่ไกลลิบ ริมฝีปากฉีกยิ้มบางเบา “ตอนที่ข้าได้มาที่แชงกรีล่าครั้งแรก ก็มีสีหน้าเช่นเดียวกันกับอิสเรียลนี่แหละ ราวกับไม่เคยมองเห็นสถานที่ๆทั้งศักดิ์สิทธิ์และงดงามเช่นนั้นมาก่อน วันๆได้แต่จ้องมองวิหารแห่งนั้นอย่างตกตะลึง พอมาตอนนี้ ข้าเพียงรู้สึกว่าหากมีซักวัน ให้ข้าได้ยืนร่วมกับเหล่าผองชาวสวรรค์ ร่วมกันแซ่ซ้องสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า นั่นก็ดีที่สุดแล้ว”

                เมตาตรอนนำเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมา ก่อนจะสวมให้ผมอย่างใส่ใจ ท่าทางราวกับเป็นแม่ผมจริงๆ เขาส่งยิ้มบางๆมาให้ผม ริมฝีปากคู่นั้นกลับเปล่งคำพูดว่า “เรื่องไม่ดีตั้งแต่ก่อนสงครามครั้งที่สาม จะพูดถึงให้ได้อะไรขึ้นมา? ทำอย่างกับจะกล่าวคำสาบานอย่างนั้นแหละ” ราฟาเอลตอบกลับ “สมัยนั้นเป็นยุคแห่งความโกลาหล แม้แต่แชงกรีล่าก็ยังได้รับผลกระทบ มีเพียงปราสาททั้งสามหลังนั้นเท่านั้นที่ตั้งตระหง่านไม่อาจถูกสั่นคลอน จนถึงตอนนี้ ยามที่ได้อ่านตำราอยู่ในสำนักภาวนา คนที่ข้าเคยรู้จักทั้งยามอส ทีนาซีย์ เรย์โนลส์ โอลเซย์...... ตอนนี้ กลายเป็นแค่รูปภาพอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์เท่านั้น”

                ความเร็วในการสวมเสื้อผ้าของเมตาตรอนเพิ่มสูงขึ้นแทบจะพอๆกับตอนที่เขาถอดเสื้อผ้า จัดชุดให้ผมเรียบร้อย ก็ตบบ่าผมเบาๆ ยิ้มอย่างไม่ยี่หระ “ไปแท่นบูชากันเถอะ เทวทูตระดับกลางอิสเรียล”

 

 

-64-

                แท่นบูชาสำหรับทำพิธีเพิ่มปีกมีทั้งหมด 2 ที่ ที่หนึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้น 6 อีกที่อยู่ที่ด้านนอกวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้า แห่งแรกใช้เลื่อนขั้นชนชั้นบุตร เรียกว่าแท่นบูชาบุตร แห่งหลังใช้เลื่อนขั้นชนชั้นศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่าแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นการตั้งชื่อที่มักง่ายสิ้นดี พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ จากสองปีกเพิ่มเป็นสี่ปีกจะทำที่สวรรค์ชั้น 6 สี่ปีกเพิ่มเป็นหกปีกก็จะทำที่ชั้นบน

 

                แท่นบูชาอยู่ห่างจากซีมาร์ค่อนข้างไกลแทบจะอยู่สุดขอบชายแดน และยังเป็นเพียงสถานที่เดียวในสวรรค์ชั้นหกที่สามารถมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ คนที่เดินทางมาถึงก่อนหน้ามีจำนวนค่อนข้างเยอะ ในจำนวนนั้นยังมีเทวทูตระดับล่างที่มาจากเมืองเยลูซาเล็ม สีหน้าของพวกเขาที่ใช้มองผม ไม่ต้องคิดก็รู้ว่ากำลังสาปแช่ง

 

                แท่นบูชาตั้งอยู่ตรงใจกลางทะเลสาบผืนใหญ่ หมอกยามค่ำคืนลอยปกคลุมอยู่เหนือผิวน้ำ น้ำในทะเลสาบใสแจ๋วจนแทบมองเห็นพื้น เหล่าชาวสวรรค์ไม่อาจบินข้ามไปยังแท่นบูชาได้ จำเป็นต้องเดินเข้าไป ทะเลดวงดาวพร่าวพรายโอบล้อมพวกเราเอาไว้ เคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้า ดวงดาวดวงน้อยนับไม่ถ้วนแข่งกันส่องแสงเปล่งประกาย สีเงินบ้าง สีทองบ้าง ราวกับกระจก

                ท่ามกลางราตรีสีน้ำเงินเข้ม ม่านหมอกพลิ้วล่องอยู่เหนือผิวน้ำ ขนปีกสีขาวพิสุทธิ์ปลิวไปตามสายลมราวกับเกล็ดหิมะในเหมันตฤดูเกร็ดแล้วเกร็ดเล่าพัดผ่านเหนือแท่นบูชาไป ลอยละล่องไปอย่างไร้กฎเกณฑ์

                ชาวสวรรค์แต่ละคนเริ่มก้าวลงจากฝั่งทีละคน ปีกแต่ละคู่ส่ายไหวไปตามสายน้ำเกิดเสียงใสไพเราะขึ้นเบาๆราวกับทำนองที่ดังขึ้นจากกล่องดนตรี

                ราฟาเอลจูงมือผมก้าวเท้าลงไปในทะเลสาบ

                น้ำในทะเลสาบเย็นจัดจนแทบเป็นน้ำแข็งทำให้ผมส่งเสียงร้องออกมาอย่างอดไม่อยู่ ราฟาเอลกุมมือผมไว้แน่น ยิ้มปลอบใจ “ปล่อยตัวตามสบาย อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว” ผมพยักหน้า ก้าวขาไปพร้อมๆกับเขาทีละก้าวๆ ชาวสวรรค์รอบด้านต่างพากันจ้องมองปีกสีทองทั้ง 6 ข้างของเขา เส้นผมสีแดงงดงามดุจกุหลาบของเขา ใบหน้าขาวกระจ่างน่ามองของเขา อัครเทวทูตไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตกเป็นเป้าสายตาจริงๆด้วย

 

                รออยู่นานกว่าจะสามารถก้าวขึ้นไปบนแท่นบูชาได้ บนแท่นบูชากลับปรากฏร่างของซาริเอลยืนอยู่

                เขาสวมชุดคลุมตัวสั้น ด้านหลังสะพายธนูสั้นสีเงินงดงามอยู่คันหนึ่ง บนต้นขาเรียวเล็กของเขาคาดซองลูกธนูที่บรรจุลูกศรด้ามเล็กๆเอาไว้ ภายใต้แสงจันทร์ยามนี้ดวงตาสีทองแวววาวคู่นั้นของเขาดูงดงามตรึงใจเป็นพิเศษ ด้านหน้าของเขาคือเทวทูตระดับกลางที่กำลังเปลือยเปล่าตนหนึ่ง เส้นผมของเขาเปียกชื้น หยดน้ำกระจ่างใสดุจคริสตัลร่วงหล่นลงที่แทบเท้าของเขา

                มือซ้ายของซาริเอลถือแก้วเขาสัตว์สีทอง มือขวาจุ่มลงไปในน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์พลางเอื้อนเอ่ยทำนองแผ่วเบาออกมาก่อนจะกดนิ้วไปตามหน้าผาก แนวคาง และหน้าอกของเทวทูตระดับกลางตนนั้น ปีกทั้งหกที่ด้านหลังพลิ้วไหวเล็กน้อย เปล่งแสงออกมา

                เทวทูตระดับกลางตนนั้นมีท่าทางไม่สบายตัวเล็กน้อย เอาแต่จ้องมองซาริเอลไม่เคลื่อนไหวไปไหน

                ซาริเอลประคองแก้มทั้งสองข้างของเทวทูตตนนั้นขึ้น ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย

                แสงสีเงินพร่าวพราวดุจม่านหมอก ปกคลุมริมฝีปากอมชมพูสองคู่ที่สนิทแนบ ราวกับดอกซากุระที่ผลิบานในช่วงต่อระหว่างวสันต์และคิมหันตฤดู

 

                ราวกับมีมีใครเสกหิมะสีน้ำเงินให้ร่วงหล่น ท่ามกลางผิวน้ำกระจ่างใสบนทะเลสาบ ท่ามกลางแสงแพรวพราวดุจคริสตัลบนแท่นบูชา เส้นขนอ่อนนุ่มบนปีกค่อยๆถูกย้อมให้กลายป็นสีฟ้า

 

                ผมทอดถอนใจเสียงเบา “อัศจรรย์มาก เทวทูตทุกตนต้องทำแบบนี้เหมือนกันเหรอ?”

                ราฟาเอลส่งเสียงตอบสั้นๆ “อืม”

                ผมถามขึ้น “งั้นตอนนั้นท่านก็เคยผ่านอะไรแบบนี้เหมือนกันเหรอ? ใครกันที่ทำพิธีให้ท่าน?”

                ราฟาเอลตอบกลับมา “เป็นมหาเทพเมตาตรอน”

                ผมสงสัย “เขาไม่ใช่เป็นเทพธาตุไฟหรอกเหรอ ตามทฤษฎี ไฟข่มวายุนี่นา”

                “ใช่แล้ว ตอนนั้นเขาสั่งให้ข้าไปหามหาเทพอูเรียล แต่ข้ายืนกราน ในเมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงได้พาข้ามาที่นี่” ราฟาเอลยิ้มอย่างเหม่อลอย “หลังจากนั้น จูบแรกของข้าก็มอบให้กับเขา”

                ผมพูดไม่ออก บนแดนสวรรค์ที่แสนหมกมุ่นในราคะแห่งนี้ กลับยังมีคนถือสาเรื่องจูบแรกหลงเหลืออยู่ แม่-เอ้ย ราฟาเอลจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว

 

                ผมมองซาริเอลปล่อยมือจากเทวทูตระดับสูงข้างกาย ทั้งสองก้าวลงไปจากแท่นบูชา

                “ว่าแต่ว่า... อีกเดี๋ยว......พวกเราก็ต้อง......ทำแบบนั้นเหรอ?”

                ราฟาเอลจูงมือผมขึ้นไปด้านบน “ไม่เป็นไรหรอก แค่ตามพิธีการเท่านั้น”

                พูดนุ่มนวลขนาดนี้ ไม่สู้บอกว่าเป็นจูบแบบไม่ล้วงลิ้นก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ

                ผมถามอย่างสงสัย “ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นก็ต้องจูบกันแบบนี้เหรอ?” เหงื่อตก... ไม่แปลกที่ทำไมที่นี่ถึงมีพวกรักเพศเดียวกันเยอะ ถึงไม่มีอารมณ์ก็ต้องถูกทำให้เกิดอารมณ์อยู่ดี

                ราฟาเอลตอบกลับ “ไม่หรอก นี่จำกัดแค่แท่นบูชาบุตรเท่านั้น ถ้าเป็นที่แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์จะต้องอาบน้ำร่วมกัน”

                ผมอึ้ง “อ...อ...อ...อ...อาบน้ำร่วมกัน?”

                ราฟาเอลพยักหน้า “อืม ต้องโอบกอดกัน จุมพิตกัน ให้ร่างกายแนบสนิท ต้องสัมผัสผิวกายฝ่ายตรงข้ามให้ถ้วนทั่ว แต่ก็หยุดแค่นี้แหละ”

                ไอ้ชิ-หาย......ลูบก็ลูบกันขนาดนี้ จูบก็จูบกันขนาดนั้น ทั้งยังทำด้วยร่างกายล่อนจ้อนอีก แถมต้องอาบน้ำด้วยกันอีก หื่นขนาดนี้......ไม่ XXOO กันให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยล่ะ!

                ผมถามอย่างระมัดระวัง “ง...งั้น... คนที่ท่านขอให้ทำพิธียังใช่เมตาตรอนอยู่หรือเปล่า?”

                ราฟาเอลพยักหน้า

                ผมถามอีก “แล้วมีปฏิกิริยาอะไรบ้างหรือเปล่า?”

                ราฟาเอลนิ่งอยู่ครึ่งค่อนวันถึงค่อยพยักหน้า

                ผมปาดเหงื่อ “ต้องกลั้นเอาไว้คงจะลำบากมากเลยสินะ น่าเห็นใจจริงๆ”

                ราฟาเอลจ้องมองไปยังแท่นบูชา เส้นผมดุจทับทิมแดงของเขาเรืองแสงออกมาอย่างน่ามหัศจรรย์ “ตอนนั้นพวกข้า......ไม่อดกลั้นเลยซักนิด”

                เปรี้ยง!

                เมื่อกี้เขาว่าไงนะ?

                ......ราฟาเอลกับเมตาตรอน มีซัมติงกัน!

 

                “ถึงตาพวกเราแล้ว” ราฟาเอลจูงมือผมขึ้นไปบนแท่นบูชา

 

                ในสมองผมยังฉายแต่ภาพคนสองคนเคล้าคลอนัวเนียกัน ไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าตัวเองตอนนี้กำลังยืนอยู่บนที่สูงจนคนด้านล่างสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

                ราฟาเอลถอดชุดตัวบนของผมออกไปวางไว้ด้านข้าง จากนั้นก็ยกแก้วเขาสัตว์ขึ้นตักน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ แตะลงบนใจกลางหน้าผากของผม

                ดวงตาดุจหินโมราคู่นั้นงดงามหาใดเปรียบ นุ่มนวลราวสายน้ำ ทั้งยังคงลักษณะอิสรเสรี ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ของสายน้ำ

                ริมฝีปากบางเฉียบของเขากำลังเอื้อนเอ่ยท่วงทำนองเสนาะหู

                ผมไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาของมันเท่าไหร่นัก น่าจะมีหลายคำที่ผมยังไม่เคยเรียน

                ท่วงทำนองเพลงยังคงดังต่อไป รู้สึกได้ถึงกฎเกณฑ์ที่มีมาแต่โบราณของแดนสวรรค์ ท่ามกลางราตรีอันเงียบสงบ ภายใต้แสงดาวระยิบระยับ บทเพลงไพเราะ งดงามราวกับบทเพลงนางเงือกขจรขจาย

                ปีกทั้งหกเปล่งแสงสีทางจางๆออกมา ก่อนจะกางออกท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีกาล

                มือของเขาสัมผัสลงที่ริมฝีปากล่างของผม ก่อนจะลงมาที่หน้าอก

                น้ำมนตร์เย็นจัดไหลลงไปตามผิวกาย

 

                ดวงดาวนับไม่ถ้วนเต็มท้องฟ้า นั่นราวกับเป็นดอกไม้หยกที่เรืองแสงได้

                หัวใจรู้สึกได้ถึงความรุ่มร้อน บางส่วนของร่างกายกำลังได้เกิดใหม่

                ผมรู้สึกได้ถึงความหดหู่บางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ในใจ

                ก่อนที่ราฟาเอลจะประทับริมฝีปากลงมา เขายังคงแย้มยิ้ม

 

                ผมทดลองขยับของตัวเองก็ต้องเบิกตากว้าง ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นบนแผ่นหลังของผม เส้นผมของราฟาเอลเปลี่ยนเป็นสีแดงแซมเงิน นั่นเกิดจากแสงที่ส่องกระทบออกมาจากปีก

 

                พวกเราเดินลงจากแท่นบูชา ผมขยับปีกของตัวเองพุ่งทะยานขึ้นไปบนอากาศ จ้องมองปีกสี่ข้างสีขาวของตัวเอง ในใจบังเกิดความตื่นเต้นยากควบคุม ราฟาเอลก้าวตามมาอยู่ที่ข้างกายผม ใช้สายตาเจือรอยยิ้มจ้องมองมา ท่าทางคล้ายพอออกพอใจอย่างมาก

                ในตอนนั้นเอง เทวทูตสี่ปีกตนหนึ่งก็บินเข้ามา “มหาเทพราฟาเอล พบเผ่าปีศาจเข้ามาใกล้ชายแดนของพวกเราขอรับ ต้องการให้ส่งกำลังไปจัดการหรือไม่?” ราฟาเอลถามขึ้น “ศัตรูมีเยอะหรือไม่?” เทวทูตสี่ปีกรายงาน “ไม่เยอะขอรับ พละกำลังจัดว่าอ่อนแอ” ราฟาเอลสั่งการ “จัดการเองได้เลย หากไม่มีเรื่องใหญ่ไม่ต้องมารายงานข้า” เทวทูตสี่ปีกรับคำสั่งก่อนจะล่าถอยไป

                ผมบินเคียงข้างไปกับเขา

                ราฟาเอลถามขึ้น “อิสเรียล เจ้าจะไปไหน?”

                ผมยิ้ม “บุญคุณใหญ่หลวง คำขอบคุณใช้ไม่พอ! วันหน้าต้องตอบแทน! ผมจะทำให้เต็มที่!

 

                พึ่งบินมาถึงด้านนอกเมืองซีมาร์ ก็เห็นเทวทูตหกปีกตนหนึ่งที่นำขบวนเทวทูตสี่ปีกติดตามมาด้วยขโยงใหญ่ยืนอยู่ตรงด้านล่างทางเชื่อมสู่แชงกรีล่า ผมราวกับถูกกดปุ่มฉุกเฉิน ไม่ทันคิดก็พุ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น “มหาเทพลูซิเฟอร์!

                ลูซิเฟอร์ขานรับ “มีอะไรรึ?”

                ผมยักไหล่ “ไม่มี ผมแค่เสียงดังไปหน่อย ท่านดูสิ ผมมีสี่ปีกแล้ว!” จากนั้นผมก็หมุนตัว ขยับปีกอย่างบ้าคลั่งให้เขาดู

                ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มบางเบา “เจ้าพึ่งเข้ามาข้าก็มองเห็นแล้ว สวยงามมาก”

                ผมขอบคุณ “ขอบคุณมหาเทพ ผมขอตัวกลับล่ะ”

 

                สีหน้าของลูซิเฟอร์ที่ใช้มองผมดูค่อนข้างแปลกใจ ผมว่าผมคงจะตื่นเต้นโอเวอร์เกินไป......ทั้งยังหมุนตัวกระพือปีกตัวเองให้เขาดูอีก นี่ผมเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาตอนใหม่มาลงให้แล้วน๊า

เราไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจรีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลายเลยแม้แต่น้อย (จริงจริ๊ง)

แต่ตารางชีวิตตอนนี้ค่อนข้างวุ่นจริงๆค่ะ

อบรมติดต่อกันสี่วันไม่ได้พักเลย ชีวิตนักศึกษาปีสุดท้ายก็ลำบากเยี่ยงนี้แล...

ดูจากตารางเรียนเทอมนี้ ที่มีเรียนเช้าซะส่วนใหญ่...

เราเลยตัดสินใจว่าจะอัพตอนใหม่ให้ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ก็แล้วกันค่ะ

อย่างน้อยอาทิตย์ละสองตอน ไม่ว่ากันเนาะ

นัดวันกันแบบนี้ หลายคนจะได้ไม่ต้องรอเก้อด้วย ดีป้ะ? 55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1597 palm4588 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 14:57
    ปีศาจเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหรอ..
    #1,597
    0
  2. #1554 did-you-know (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:57
    ราฟาเอลน่ารักมากไปแล้ว -//-
    #1,554
    0
  3. #1489 neaumn_sm (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:48
    ราฟาเอลชอบเมตาตรอนแน่ๆ ฮืออออออ บริสุทธิ์จริงๆ
    #1,489
    0
  4. #1368 chiffon-156 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:07
    โอ้ววว สติแตกก >0 #1,368
    0
  5. #1220 peung002 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 13:31
    ความจริงก็แอบจิ้นเมตาตรอนกับราฟาเอลตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดของเมตาตรอนแล้วล่ะ แต่ไม่นึกว่าจะลึกซึ้งถึงขั้นครั้งแรกทุกอย่างของราฟาเอลเป็นของเมตาตรอน.... ลึกล้ำนัก
    #1,220
    0
  6. #813 spondboz_ss (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 00:37
    ราฟาเอลกับเมตาตรอน...
    #813
    0
  7. #752 relis (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:32
    ตะลึงกับราฟาเอล แสดงว่าเวอร์จิ้นทุกอย่างของราๆาดอลตกเป็นของเมตราตรอนหมดแล้วสินะ แล้วไปเปลี่ยนใจชอบสาวได้ยังไงนั่นๆๆๆ(แอคโค่) จำเป็นมั้ยที่พอไปขั้นสูงแล้วคนทำพิธียังต้องคนเดิม ถ้าให้ลูบๆไล้ยอมให้ลูซิเฟอร์ลูบได้คนเดียว



    เมตาตรอนก็น่าโดนทุบเรื่องดีทำหน้าซะน่าเข้าใจผิดสุดๆ



    อิสเรียลที่จริงก็คิดถึงลูซอเฟอร์ซินะ ได้ปีกมาก็โชว์ให้ดูคนแรกเลย



    เป็นตอนที่มีความสุขมากในรอบหลายๆตอนที่ผ่านมา
    #752
    0
  8. #743 miyakojan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 02:21
    กรี๊ดๆๆๆ ?? ???? _ ??????
    #743
    0
  9. #742 งอมแงม (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 02:00
    ขอบคุณที่ลงให้อ่านนะค่าาาา เค้าไปตามถามถึงในเพจเลย 55555 โรงเรียนเค้าเปิด อาทิตย์หน้าแล้ว ต้องอ่านเยอะเลยยยย แต่เค้าจะแอบบๆมาอ่านนิยาย ถึงจะว่างนิดหน่อย>< จุ๊บๆ
    #742
    0
  10. #740 Monkey_D_Luffy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 20:12
    ป๊าดดดดด กุนึกแล้ววววว กุนึกแล้วว่าเมตาตรอนกับราฟาเอลต้องมีซัมติงค์กัน! นี่แปลว่าเป็นคนสำคัญของกันแล๊ะกันน่ะสิ?! นี่นายยังไม่รู้อีกเหรอ? ขนาดในกระจกยังบ่งบอกเลย แต่อิสเรียลที่ในกระจดโชว์รูปลูซิเฟอร์น่ะสินางก็ไม่รู้เหมือนกันนี่เนอะ ราฟาเอลจะหึงมากไหมเนี่ย!? เหยยยยย เรื่องราวมันซับซ้อนจริงวุ้ย! ขี้เกียจคิดแล๊ะ สมองerrorหมด / ตอนนี้นางน่ารักมากเลยค่ะ บินเป็นผึ้งเหมือนลูซิฟินิลเลยนี่เนอะ คริๆๆ / ค่ะ เข้าใจค่ะ แต่ก็ทนไม่ค่อยได้นี่นาาา ต้องมาต่อทุกวีคนะคะ คิดถึงลูซิฟินิล จะกลั้นน้ำตารอน๊าาา
    #740
    0
  11. #739 pimnaje-77 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 19:02
    อิสเรียลน่าร๊ากกกกก><
    #739
    0
  12. #738 nodoka2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 17:56
    ตอนนี้สัมผัสได้ถึงความสุขข อิสเรียลมี4ปีกสักที ท่าทางเห่อมาก มีอวดด้วย น่ารักก ทั้งๆที่ปกติไม่ค่อยๆกล้าเข้าไปคุยกับลูซิเฟอร์แท้ๆ 55555



    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ!
    #738
    0
  13. #737 ffarn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 17:02
    กำเนิดคู่รักใหม่อีกคู่ปะเนี่ย 2 ตอนก็ยังดีค่า เป็นกำลังใจให้คนแปล อิอิ
    #737
    0
  14. #736 akerah (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 16:34
    อึ้งนิดๆ เมตาตรอนเป็นรักแรก จูบแรก และครั้งแรกของราฟาเอลสินะ .......มิน่าในกระจกที่อิสเรียลเห็นคนสำคัญของเมตาตรอนคือราฟาเอลนี่เอง แต่พี่เมตาตรอนยังไม่รู้ตัวสิเนี่ย  ก็ต้องยอมรับอ่ะนะพี่ลูซิเฟอร์เป็นพระเอกนิ......ฮรืออออออ อยากอวยพี่เมตาตรอนต่อไปอ่ะ Fc. เมตาตรอน
    #736
    0
  15. #735 beam75321 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 16:30
    น่ารักกกกกกกกกก
    #735
    0
  16. #734 marnhwa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 16:14
    น่ารักกกกมากเลยยย ขอบคุณค่ะ
    #734
    0
  17. #733 chinkichki (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 13:09
    การทำพิธีทำให้จิตใจของสาวน้อย มันฟุ่งซ่านมาก เมตาตรอนกับราฟาเอลเผยไต๋แล้ว ตั้งแต่ในกระจกมีซัมติงเพราะการทำพิธีนี้เอง รอวันที่อิสเรียลหกปีก ร่างกายแกเปลี่ยนไปแน่ลูกแม่ กระพือปีกแล้วกลับ อือนี้แหละอิสเรียล โชว์เช้าเย็นแน่ๆกับลูซิฟินิล5555555555555
    #733
    0
  18. #732 dgaryman (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 12:25
    รู้สึกเป็นไปได้ว่าตอนอิสเรียลได้หกปีกลูซิเฟอร์จะเป็นคนทำพิธีให้ อิงจากตอนกระจก 555 เมตาตรอนกับราฟาเอลนี้นี้มีโมเมนท์ แอบเชียร์
    #732
    0
  19. #731 bennett13 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:42
    ได้ปีกใหม่รีบอวดว่าที่สามีเลยนะ =.,=
    #731
    0
  20. #730 fon13fon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:10
    เป็นพิธีที่ทำให้ชวนฟินจริงๆ นั่นแหละ 555 สุดหล่อเราเก่งที่สุดดดด ทั้งๆ ที่ปากแข็งบอกไม่ชอบมหาเทพลูซี่แท้ๆ แต่เอาปีกมาอวด น่ารักจริงๆ เราว่าสองมหาเทพราฟาเอลกับเมตาตรอนนี่อาจคู่กันก็ได้ //กระแอม
    แต่ไม่ว่ายังไงใครคู่กับสุดหล่อเราก็รักหมดค่ะ! //โบกธงออลหลีปิน
    #730
    0
  21. #729 waranya-nan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 10:38
    น่ารักกกกกกก งู้ยยยยย มีมาอวดกันด้วยง่าาาาาาาา แค่ไรต์มาอัพก็ดีใจแล้ววววววววว พักผ่อนมากๆน้าาาาาาา >3<
    #729
    0
  22. #728 meenion (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 10:29
    น่ารักกไปอีก เหมือนอิสเรียลหึงเมตาตรอนกะราฟาเอลเลยเเฮะ~ เมตาตรอนมีความขี้โม้สูงมาก ชอบม่อด้วย555 เมื่อไหร่ลูซิเฟอร์จะรุกจิงจังซะที เดี๋ยวเมตาตรอนกะลูซิฟินิลจีบหนักกว่านาา //คิดถึงไรท์มากกก เเค่อัพก็ดีใจเเล้วว สู้นะๆไรท์พักผ่อนมากๆนะ*^*
    #728
    0
  23. #727 choompuu28501 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 10:16
    อิสเรียลน่ารักจัง ตื่นเต้นกับสี่ปีก แล้วเมื่อไหร่จะได้ปีกสีฟ้าน๊า เมตาตรอนขี่ตู่มาก จะรวบหัวรวบหางหนูอิสเรียลให้ได้เลยสินะ 😂 นี่เค้ากังวลเรื่องหนอนมาก มันยังไม่เคลียร์ มันยังไม่ถูกจำกัดอ่ะ กังวล กังวล
    #727
    0
  24. #726 eyelove123 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 09:45
    อิสเรียลน่ารักมาก55555 ไปกระพือปีกให้ลูซิเฟอร์ดูแล้วก็กลับ55555
    #726
    0
  25. #725 moo-fatz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 09:33
    ตื่นเต้นใหญ่เลย อวดปีกใหญ่เลย 5555 อะไรจะน่ารักขนาดนี้ค้าา
    #725
    0