เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 31 : ทัณฑ์สวรรค์ [31]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    9 ส.ค. 59



-61-

                ผมใช้มือลูบไล้สิ่งของนุ่มนิ่มที่อิงแอบอยู่ในอ้อมอกเบาๆพลางถอนใจ เจ้าหนูนี่ เป็นเด็กเป็นเล็กก็พูดอะไรแก่แดดแก่ลมได้ขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นมันจะขนาดไหน ลูซิฟินิลพึ่งจะเงยหน้าขึ้น อยู่ๆก็รีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ผมหันไปมองทางประตูโดยไม่ได้ตั้งใจก็เห็นเมตาตรอนเดินถือถาดใบหนึ่งเข้ามา ในถาดนอกจากวางมีดและซ่อมเอาไว้ ยังมีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆวางอยู่ด้วย

                บนถาดเป็นเนื้อย่าง ไข่ไก่ ผักสดและผลไม้ ต่างก็เป็นของมีคุณค่าทางสารอาการทั้งสิ้น สาวใช้คนหนึ่งลากโต๊ะตัวเล็กเดินตามเข้ามาด้วย อีกคนกลากเก้าอี้เข้ามา เมตาตรอนก้าวเข้ามานั่งข้างผม มือขวาถือมีด มือซ้ายถือซ่อม เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วสง่างาม จะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยเห็นเขากินข้าวจริงๆจังๆมาก่อน ผิดคาดที่คนท่าทางบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างเขาก็ทำตัวเป็นผู้เป็นคนได้เหมือนกัน แต่พอเขาเริ่มหั่นผลไม้ผมก็ต้องเหงื่อตก... แอปเปิ้ลชิ้นนั้นจะหั่นใหญ่เกินไปแล้ว... เมตาตรอนกางผ้าเช็ดหน้าลงบนตักของผม จากนั้นก็ส่งแอปเปิ้ลมาให้ถึงปาก ผมจำต้องอ้าปากกว้างเพื่องับมันเข้าไป เมตาตรอนส่งยิ้มกว้างอย่างชอบใจ ก้มลงหั่นแอปเปิ้ลชิ้นใหญ่กว่าเดิม

                ผมยื่นมือไปคว้าซ่อม “ให้ผมกินเองดีกว่า”

                เมตาตรอนส่ายหน้า ยืนกรานจะเป็นแม่ผมให้ได้ ผมถูกเขาทำแทบจะปากฉีก งับแอปเปิ้ลเข้าปากเคี้ยวหงุบๆๆ เนื้อแน่นหวานฉ่ำ อร่อยมากทีเดียว

                ด้วยกลัวว่าเจ้าเด็กน้อยที่มุดอยู่ในผ้าห่มจะขาดอากาศหายใจตาย ผมแอบยื่นมือออกไปลูบๆ ตะปบเข้ากับใบหน้าของเด็กน้อยก่อนจะจิ้มแรงๆหนึ่งที เจ้าเด็กแสบจิ้มกลับที่ขาทำเอาผมร้องอย่างเจ็บปวด เมตาตรอนใช้สายตาจ้องมองผมอย่างสงสัย

                ผมยิ้มแห้ง “ผมอยู่ที่ไหนเหรอ”

                เมตาตรอนบรรจงหั่นสัปปะรดก่อนจะส่งให้ถึงปาก “ที่บ้านข้า”

                ผมงับสัปปะรดมากิน ตะลึงอยู่นานก็ถามออกไป “บ้านหลังไหนของท่าน?”

                เมตาตรอนเริ่มหั่นเนื้อ “แชงกรีล่า”

                ผมตกใจ “สวรรค์ ตอนนี้ผมอยู่ที่แชงกรีล่า?”

                เมตาตรอนพูดขึ้นอย่างสบายใจ “กินเนื้อก่อนสิ”

                ผมกินเนื้อเข้าไปอย่างว่าง่าย เคี้ยวช้าๆ เนื้อนุ่มๆฉ่ำน้ำ ไม่หนาไม่บางเกินไป ช่างอร่อยล้ำจริงๆ...... ผมหิวอยู่จริงๆด้วย

                เด็กน้อยที่กอดขาผมอยู่นิ่งไปนานแล้ว ผมคิดว่าเขากำลังหลับอยู่

                ผมวางมือลงบนตักอย่างไม่มีอะไรทำ สายตาพลันเลื่อนลงมองเห็นรูเล็กๆสีแดงบนข้อมือ เส้นเลือดบนท่อนแขนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าไปแล้ว บนอกคล้ายมีบางอย่างกำลังเต้นอยู่ภายใน ร่างกายพลันสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกรังเกียจ ผมยื่นมือออกมาลูบบริเวณที่ขยับไหว เหงื่อเย็นพลันหลั่งออกมา

                หนอนมิราร์ยังคงเต้นอยู่ในร่างของผม

                พลันรู้สึกหน้ามืดตาลาย ผมโบกมือพลางพูด “ผมไม่อยากกินแล้ว ขอบคุณ”

                เมตาตรอนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางซ่อมและมีดในมือลง ปรบมือสองสามทีเรียกให้คนเข้ามาเก็บจานเก็บของทำความสะอาด ก่อนจะเข้ามานั่งลงที่ข้างเตียง เด็กน้อยเปลี่ยนตำแหน่งมือที่ใช้กอดขาของผม ใช้ใบหน้าเล็กๆถูไถไปมาก็ไม่ขยับอีก...... รู้สึกเหมือนขาตัวเองเปลี่ยนเป็นก้อนแฮมในทันที

 

                เมตาตรอนกล่าวว่า “เรื่องนี้ค่อนข้างจัดการยาก หนอนมิราร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างประหลาด เพราะมันมีโครงสร้างร่างกายที่แปลกพิเศษ ดังนั้นจึงถูกชาวปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนใช้เป็น แม่กุญแจแม่กุญแจตัวหนึ่งจะลูกกุญแจแค่ดอกเดียว” ผมฟังอย่างสงสัย เมตาตรอนขยับเข้ามาอีก ใช้มือลูบหน้าผากของผมเบาๆ “ยาแก้สำหรับหนอนมิราร์แต่ละตัวไม่เหมือนกัน...... ข้าเดาว่ายาแก้ของเจ้า ถ้าไม่อยู่ที่อูเรียล ก็ต้องอยู่ที่คาลอส”

                ร่างเด็กน้อยที่อยู่ใต้ผ้าห่มแข็งค้าง

                ผมเองก็แข็งค้างโดยสิ้นเชิง

                เมตาตรอนพูดต่อ “ไม่เป็นไรๆ ตอนนี้ข้ากำลังหาคนมาช่วยอยู่ จะต้องมีทางออกแน่ๆ” ผมถามออกไป “กรีดผิวเอามันออกตรงๆไม่ได้เหรอ?” เมตาตรอนส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก ที่ไหนก็ตามที่มันไหลผ่านจำเป็นต้องใช้ยาในการล้างพิษ ไม่อย่างนั้นถึงจะเอาหนอนออกไปแล้ว ที่ๆถูกมันเคยสัมผัสจะเริ่มเปื่อยเน่า”

                ชิ-หาย พลังฤทธิ์เจ้าหนอนบัดซบมิราร์นี่จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว

                เมตาตรอนถอดผ้าคลุมยาวบนร่างออก ด้านในสวมเพียงเสื้อเชิ้ตบางๆ เผยให้เห็นโครงร่างงดงามสมส่วนของเขา เขาเลิกคิ้ว “เทวะชั้นยอดไม่มีร่างเนื้อ ต่อให้ถูกหั่นร่างเป็นชิ้นๆก็สามารถเกิดใหม่ได้” ผมถามออกไป “งั้นเทวะชั้นยอดก็ไม่มีวันตายงั้นเหรอ?” เมตาตรอนตอบว่า “มีสิ หากถูกโจมตีอย่างรุนแรงสาหัสก็สามารถตายได้ แต่หนอนมิราร์ไม่นับเป็นอะไรได้” ผมเหล่ตามองเขา “หมายความว่ายังไง?” เมตาตรอนยื่นมือมากุมไหล่ของผมทั้งสองข้าง “เพราะงั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ส่งผลอะไรทั้งนั้น เจ้าตอนนี้คงจะทนไม่ไหวแล้วใช่หรือไม่? เข้ามาในอ้อมกอดของข้าสิ......”

                ไม่ทันคิด หมัดหนึ่งก็พุ่งออกไปในทันใด เมตาตรอนใช้มือกุมดั้งจมูกของตัวเองพลางใช้สายตาตัดพ้อมองผม          

                ผมบอกเขา “ผมจะกลับบ้าน”

                เมตาตรอนฉีกยิ้มกริ่มทันที “ไม่ต้องรีบ เจ้าตอนนี้ไม่มีปีก อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะใช้เท้าบินกลับไป?”

                ผมยิ้มแห้ง “มหาเทพเมตาตรอนผู้มีอารมณ์ขัน ใครใช้ให้ท่านพาผมมาที่นี่...... เดี๋ยวนะ ผมไม่มีปีก... ปีก...... อา... การสอบของผม! !” เมตาตรอนเริ่มยกมือขึ้นเสียผม พูดอย่างอ่อนใจ “ข้านับถือเจ้าจริงๆ เวาลอย่างนี้ยังจะคิดถึงเรื่องสอบอีก การสอบแน่นอนว่าผ่านพ้นไปแล้ว”

                ผมฟุบหน้าลงบนที่นอน “หมดกัน ผมสอบไม่ผ่าน ผมต้องถูกคนอื่นรุมซ้อมจนตายแน่ๆ”

                เมตาตรอนพูดขึ้น “ไม่เป็นไรน่า ข้าสั่งคนให้เตรียมน้ำมนตร์ไว้พร้อมแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะพาเจ้าไปเลื่อนขั้นเป็นเทวทูตระดับสูง”

                ผมคำราม “ผมจะพึ่งแต่ความสามารถของตัวเอง! บ้าเอ้ย!

                เมตาตรอนชูนิ้วโป้งขึ้นมา “ดีมาก อิสเรียลน้อย ความจริงข้ายื่นเรื่องขอสอบซ่อมไว้ให้เจ้าแล้ว”

                ผมตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะร้องอย่างชอบใจ โผขึ้นจับนิ้วโป้งของเขาเขย่าไปมา “ขอบคุณ! ท่านช่างเป็นคนดีโคตรๆ!

                เมตาตรอนหัวเราะ “เจ้าคงจะกังวลเรื่องสอบวิชาเวทมนตร์เพลิงภาคปฏิบัติสินะ? สาขานี้ไม่ว่าใครก็สอบไม่ผ่าน ยังมีเวลาอีกสามวัน ระหว่างนี้เจ้าสามารถสอบซ่อมวิชาภาษาสวรรค์ ศาสตร์คำนวณกับประวัติศาสตร์สวรรค์ได้” ผมพยักหน้า อีกเดี๋ยวคงต้องรบกวนเจ้าเด็กน้อยซะแล้ว

                เมตาตรอนพูดต่อ “เจ้าศึกษาเวทเพลิง นั่นก็ง่ายมากๆ เจ้าแค่จำสิ่งนี้ก็พอ” พูดจบ ก็โยนม้วนกระดาษสีทองใส่มือผม ผมตัดเชือกออกก่อนจะกางกระดาษแผ่นนั้นออกอ่านพลางถามอย่างสงสัย “นี่คืออะไร?” เมตาตรอนตอบว่า “ที่เจ้าอ่านอยู่คือ ไร้อรุณ เวทมนตร์ขั้นสุดยอดของศาสตร์เพลิง แต่บทนี้พลังของเจ้ายังไม่พอ ยังร่ายไม่ไหว ที่ข้าพูดถึงคืออันนี้ เพลิงพิชิตมารเอานี่ไปสอบ จะได้ไม่ยากมาก” เขาชี้ไปยังอีกหน้าหนึ่งที่มีอักษรเขียนเอาไว้ยาวเหยียด

 

เพลิงพิชิตมารผู้บ้าคลั่ง

นำพามาซึ่งพลังทำลายล้างและการกำเนิดใหม่

ทรราชผู้เก่งกาจกล้าหาญ

ดวงวิญญาณคมกล้าผู้มีสีแดงดั่งชาดเอย

พันธมิตรผู้ยิ่งใหญ่แห่งตัวข้า

ผู้ลงนามโลหิตแห่งพันธสัญญาแห่งพระผู้เป็นเจ้า

จงกำเนิดเมื่อเลือดแห่งข้าหลั่งไหล

จงแตกดับเมื่อเลือดของข้ามอดม้วย

จงตอบรับเสียงเรียกแห่งข้า

รวบรวมแรงกำลังแห่งเจ้า

เป็นดั่งศาสตราวุธแห่งพระผู้เป็นเจ้า

แผดเผาอริราชให้ดับสูญ

 

                ผมพยักหน้า ทวนอ่านซ้ำอยู่หลายรอบ “จริงสิ ท่านเป็นเทวดาธาตุไฟ...... แล้วอย่างนั้น มหาเทพลูซิเฟอร์กับจีซัสเป็นธาตุอะไรงั้นเหรอ?” เมตาตรอนตอบว่า “พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เกิดขึ้นจากแสงบริสุทธิ์ ทั่วทั้งสวรรค์มีเพียง 2 ท่านนั้นเท่านั้น มหาเทพจีซัสชำนาญศาสตร์เวทย์ขาวและเวทย์ป้องกันขั้นสูง ถ้าว่าตามทฤษฎีแล้ว เขาไม่อาจใช้เวทโจมตีได้”

                ผิดคาด... เขาใช้เป็นแต่เวทมนตร์ป้องกันตัวเอง ตอนหลังถึงได้......

                “ส่วนมหาเทพลูซิเฟอร์เชี่ยวชาญเวทย์แห่งแสง ระหว่างสงครามแห่งแสงสว่าง เขาใช้เวทมนตร์แสงสว่างแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สงครามครั้งนั้นถูกเรียกว่าแสงพิสดาร จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังจำภาพของระเบิดลูกนั้นได้ขึ้นใจ บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะพร่างพราย บนพื้นดินคือแสงเปลวเพลิงที่ระยิบระยับดุจดวงดาว ไม่ว่าชาวสวรรค์หรือปีศาจต่างตกตะลึงดุจต้องมนตร์ ดวงประกายพรึกเจิดจ้าคล้ายร่วงลงมาจากฟากฟ้า ยืนอยู่เหนือยอดปราสาทแห่งเมืองเยลูซาเล็ม...... แสงเจิดจ้าที่ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา ทุกคนบนสนามรบราวกับกำลังจะถูกกลืนหายไป...... ไม่ว่าจะฝ่ายศัตรูหรือพวกเดียวกันเอง” สายตาของเมตาตรอนล่องลอยไปไกลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบฉีกยิ้ม “เอาล่ะ ฝึกฝนใช้เวทมนตร์ให้ดี อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ”

 

                ต้นไม้แห่งชีวิต......แล้วไหนจะผู้ชายที่ชื่อเรย์โนลส์นั่นอีก

                เอ่อ... ถึงยังไงเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับผม ไม่คิดมากจะเป็นการดีกว่า

                ผมเงยหน้าใช้สายตาตื่นเต้นขึ้นมองเขา “มหาเทพ ท่านเป็นคนดีจริงๆ!” เมตาตรอนฉีกยิ้ม “ถ้าอยากขอบคุณข้าจริงๆ ก็ใช้การกระทำบอกข้าสิ”

 

                บางครั้งผมก็ค้นพบว่า ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน จะสามารถเกิดความเข้าอกเข้าใจกัน ความเท่าเทียมกัน ความคุ้นเคยกันก็ยังจำเป็นต้องอาศัยความพยายามระดับหนึ่ง แต่บางครั้ง  คุณกับเขาสามารถประกอบกันเป็นเลขแปด() โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามเลยด้วยซ้ำ

 

                ยามที่เมตาตรอนเดินจากไป ผมรีบพลิกผ้าห่มออก ลูซิฟินิลยังคงกอดขาผมเอาไว้ เหงื่อไคลไหลเต็มใบหน้า หลับไปแล้วจริงๆ

 

 

-62-

                การสอบวิชาศาสตร์คำนวณมีขึ้นในวันถัดไป ผมเกิดความรู้สึกว่า นี่มันปอกกล้วยเข้าปากชัดๆ ราชาหลีคนนี้นี่ล่ะก็... ไม่ว่าเรื่องไหนก็สบายๆ ปราดเปรื่องไปหมด especially คณิตศาสตร์

                หลังจากสอบเสร็จ ผมก็รีบบึ่งกลับที่พัก ลงมือกระทืบสุนัขน่าตายที่ถูกมัดไว้เป็นบ๊ะจ่าง “คาลอส สองวันนี้นายเป็นยังไงบ้าง?” ปีก 4 ข้างของคาลอสเองก็ถูกตัดออกไปหนึ่งคู่ ทั้งยังไม่มีใครให้การรักษาแก่เขา เลือดไหลนองราวกับน้ำตก เขาสะลึมสะลือ ยิ้มเย็นชา “เจ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าซะสิ ฆ่าข้าแล้ว เจ้าก็จะไม่มีวันได้รับยาแก้หนอนในร่างของเจ้า”

                ผมพุ่งเข้าไปใช้เท้ากระทืบลงบนท้องของเขา “เอายาแก้ออกมา” คาลอสตอบกลับ “นี่เรียกว่าน้ำเสียงขอร้องเหรอ?” ผมเตะ XX ของเขาสุดแรงอย่างไม่ปรานี “ขอร้องกับผีน่ะสิ!” คาลอสกัดริมฝีปากแน่น ยอมตายไม่ยอมพูด

                แม่-เอ้ย ดีมาก ไอ้หนูนี่ยังนับว่ามีความกล้าอยู่บ้าง

                ผมเปิดประตู ลากหัวเขามาที่ทางออกก่อนจะกระแทกประตูใส่อย่างแรง ปัง!

                คาลอสร้องโอดโอย

                ผมยื่นสองมือออกไป ดึงประตูอีกครั้ง-----

                ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง……

                ดึงไปดึงกลับสิบกว่ารอบ แรงที่บิดาใช้แทบจะแบะหัวคาลอสออกมาได้อยู่รอมร่อ เมื่อทุบจนหนำใจ ผมก็คว้าก้อนหินออกมาจากด้านข้าง โยนใส่ปีกของเขาอย่างแรง เสียง ตึงดังขึ้น เหมือนปีกจะหักไปหนึ่งข้าง คาลอสส่งเสียงราวกับหมูถูกเชือด ผมเอาก้อนหินรอบๆมากองรวมไว้ ทุ่มใส่หมดตัว ทุ่มจนปีกเขาแทบจะไม่เหลือความเป็นอวัยวะ ตอนหลังกลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งเต็มไปหมด ผมก็ทุ่มหินต่อไปไม่ไหว แม่-เอ้ย ที่แท้ผมก็เป็นโรคกลัวเลือด

 

                ผมเตะเขากลิ้งหลุนๆออกนอกประตู เช็ดเหงื่อ พูดเสียงลอดไรฟัน “เชิญฝันหวานต่อไปได้เลย ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ยอมควักยาออกมา พ่อจะหั่นร่างแกเป็นชิ้นๆ!

               

                กลับมาที่ห้อง ลูซิฟินิลที่นั่งอยู่บนที่นอนเงยหน้าขึ้นมองผม “ดูไม่ออกเลยจริงๆ เวลาเจ้าลงมือ ทำได้โหดเหี้ยมมาก”

                ผมกางแขนทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ถามยียวน “ทำไม? ทนดูไม่ได้รึไง?”

                มุมปากของลูซิฟินิลยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา “สมกับเป็นที่รักของข้า”

                ผมเขกกำปั้นใส่หัวเขาทีหนึ่ง “ที่รักกับผีน่ะสิ! เจ้าเด็กเปรต ไสหัวออกไปกินนมของนายนู่นไป๊!

 

                วันต่อมาสอบวิชาภาษาสวรรค์ เอิ่ม......ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี น่าจะ... ผ่านอยู่มั้ง?

                กลับบ้านซ้อมคาลอสปางตายอีกหนึ่งยก นั่งคุยเล่นกับเจ้าเด็กผี สุดท้ายไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหน ผมกับเขาก็ทะเลาะกันขึ้นมา......อา... มีเพียงผมที่ทะเลาะ ส่วนเขามองผมยิ้มๆ

 

                วันต่อมาสอบวิชาประวัติศาสตร์สวรรค์ เหงื่อตก... ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าลูซิเฟอร์รู้โจทย์ข้อสอบล่วงหน้ารึเปล่า~~~

                จากนั้นก็อัดคาลอสจนนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกรอบ คุยกับเด็กน้อยจนไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรกันอีก สุดท้ายเขาถูกผมใช้เป็นวัวเป็นม้า ขณะที่กำลังได้ใจ เจ้าเด็กน้อยไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน พลิกตัวขึ้นมากดผมไว้ด้านล่าง อีกนิดก็เกือนจะโดนบังคับจูบอยู่รอมร่อ ยังดีที่ฝ่ามือของผมแข็งแรงมาก... เฮ้อ

 

                วันสุดท้าย สอบวิชาเวทมนตร์ นี่เป็น 1 ในสี่วิชาสอบ นอกจากวิชาภาษาสวรรค์ที่ต้องสอบพูดแล้ว นี่เป็นวิชาเดียวที่มีการสอบภาคปฏิบัติ ถึงจะบอกว่าเป็นสำนักภาวนา แต่ที่เน้นสำคัญคือเวทมนตร์ ผู้คุมสอบกลับเป็นถึงอัครเทวทูต ทำเอาผมตกตะลึงไปหมด ไม่ว่าจะธาตุไหน ตั้งแต่ระดับ 5 ขั้นไปจะต้องสอบรวมกันหมด ผู้คุมสอบธาตุน้ำคือกราบิเอล ธาตุลมคือราฟาเอล ธาตุสายฟ้าคืออูเรียล ธาตุไฟคือโจฟิเอล สายภาวนาคือแซนเดอฟาน ได้ยินว่าสำนักสวรรค์ก็กำลังมีการสอบเช่นกัน ผู้คุมสอบวิชาดาบคือซามูเอล ธนูคือซาริเอล ผู้นำทัพคืออาซาเซล ฝ่ายป้องกันคือไทเรียล

 

                เอาตรงๆนะ ผมดูถูกเมตาตรอนเอามากๆเลยล่ะ กราบิเอลราฟาเอลก็มากันหมดแล้ว แม้แต่อูเรียลที่พึ่งโดนตัดปีกไปก็ยังมา แต่เขากลับไม่มาซะงั้น ขณะที่ผมกำลังจะทำท่าเครื่องหมายไม้กางเขนส่งให้กระสอบทราย กระสอบทรายกลับโกรธจนแทบจะจับผมตีเป็นกระสอบทรายซะเอง “เจ้าคิดว่าเหตุผลที่มหาเทพไม่มาเป็นเพราะอะไร! ถ้าเขาออกข้อสอบให้เจ้า ถ้าเกิดเจ้าสอบผ่าน เจ้าคิดว่าคนอื่นจะเอาไปซุบซิบนินทารึเปล่า? เจ้ามันน่าตายนัก!

                อยู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองกลายร่างเป็นมินิแมลงสาบไปในพริบตา

 

                เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ สัญลักษณ์ของปราสาทประจำธาตุทั้งหมดจึงถูกนำออกมาจัดวางอยู่เหนือยอดปราสาท เหนือปราสาทภาวนาคือบอลแสงเจิดจ้า เหนือปราสาทวายุคือธงรูปกลีบดอกไม้ เหนือปราสาทวารีคือรูปสลักที่ผสานน้ำแข็ง เกร็ดหิมะ และสายน้ำเข้าด้วยกัน ส่วนเหนือปราสาทอัสนีมีสายฟ้าแล่นแปลบปลาบอยู่ด้านบน เหนือปราสาทอัคคีปรากฎเปลวเพลิงลุกไหม้ ปราสาทอัคคีเดิมทีก็เป็นสีดอกกระเจี๊ยบอยู่แล้ว พอมีไฟลุกขึ้นก็ดูเหมือนปีกของนกกระติ๊ดแดงยังไงยังงั้น

 

                ผมเดินตามกลุ่มคนเข้าไปในปราสาท ในมือถือกระดาษสีทองติดมาด้วย ท่องวนซ้ำอยู่ในใจหลายรอบ ทดลองอยู่ใจกลางฝ่ามือหลายหน ทั้งสองหน้าต่างจำได้ขึ้นใจ ไม่มีสับสน เวทไฟระดับกลางขึ้นไปไม่เพียงแต่ยอดเยี่ยมธรรมดา ไฟที่แต่ละคนเรียกออกมาราวกับจุดพลุมงคลยังไงยังงั้น

                ถึงแม้จะเป็นเวทมนตร์ระดับหก แต่ก็ยังต้องสอบระดับพื้นฐานก่อน เวทมตร์ระดับต้นมีผู้คุมสอบเป็นเทวทูตระดับสูง ทั้งยังมีหลายคน เพราะงั้นเรียงลำดับไม่นานก็ถึงคิวของผม

                เทวทูตระดับสูงตนนั้นคล้ายจะคุมสอบมานานจนเสียสติ เอาแต่ก้มหน้างุดมองโต๊ะไม่มองผมแต่แต่วินาทีเดียว “ลูกบอลไฟ”

                “เทพแห่งอัคคีผู้ยิ่งใหญ่เอย จงรับฟังคำภาวนาแห่งข้า------“ ผมใช้มือซ้ายกุมข้อมือขวา ปรากฎเปลวเพลิงน้อยใหญ่ไหลวนอยู่บนใจกลางฝ่ามือ เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น บนฝ่ามือก็ปรากฏบอลเพลิงออกมา 1 ลูก!

                ผู้คุมสอบมาร์กคะแนนลงต่อท้านชื่อของผม สามดาว

                ผมหงุดหงิด ก้าวเข้าไปข้างหน้า “ผมไม่ได้ทำผิด ทำไมถึงได้แค่สามดาว?”

                ผู้คุมสอบกล่าวว่า “เจ้าลองมองคนอื่นรอบๆสิ มีใครบ้างแค่เรียกบอลไฟเวทมนตร์ขั้นต้นก็ต้องท่องคาถา?”

                ผมตอกกลับ “ก็ไม่เห็นมีกฎบอกซักหน่อบว่าท่องแล้วจะถูกหักคะแนน!

                ผู้คุมสอบตอบว่า “ต้องท่องคาถาแสดงว่ายังไม่เชี่ยวชาญ ไม่เชี่ยวชาญก็ต้องโดนหัก เจ้าจะสอบหรือไม่สอบ ไม่สอบข้าจะให้ศูนย์”

 

                ผมสูดหายใจเข้ายาวๆ ก่อนจะหันหลังกลับ

 

                โจทย์เวทมนตร์ระดับกลางคือสร้างโล่ธาตุไฟ ผมได้รับบทเรียนจากคราวก่อน จึงท่องคาถาเสียงเบา เบาซะจนมีแค่ผมเท่านั้นที่ได้ยิน ไม้กางเขนสีแดงเลือดปรากฏที่ด้านหน้าของผม ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่งก็ค่อยๆขยายออกเป็นวงกว้าง ก่อนจะคลุมร่างของผมทั้งตัว

                สามดาว AGAIN

                ผมหงุดหงิดจนต้องร้องถามผู้คุมสอบอีกครั้ง “ทำไมถึงเป็นสามดาว?”

                ผู้คุมสอบใช้ปากกาขนนกชี้ไปยังเทวดาอีกตนที่อยู่ห่างออกไป

                คนๆนั้นเป็นเทวทูตระดับกลาง เขาไม่แม้แต่จะท่องคาถา เปลวเพลิงโพยพุ่งจนแทบจะโดนหัวผม พริบตาก็ล้อมรอบร่างได้จนหมด ไม่มีแม้แต่ช่องว่าง

 

                ผมถอนหายใจยาวเหยียด หันเดินไปหาผู้คุมสอบอีกคน ทั้งๆที่เป็นเทวดาธาตุไฟเหมือนๆกัน เฮ้อ... แค่ความสามารถของเทวทูตระดับกลางกับผมก็ห่างกันขนาดนี้แล้ว เทวทูตระดับสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนอื่นสร้างดาบเพลิงออกมาโยนเล่น ส่วนผมกลับเป็นเศษใบไม้แห้ง

 

                ผู้คุมสอบคนสุดท้ายคือโจฟิเอล เขายืนอยู่ที่ศูนย์กลางโถง เว้นที่เอาไว้ประมาณสองร้อยตารางเมตร ใครต่างก็ยกย่องว่าอัครเทวทูตสมัยนี้ต่างก็แข็งแกร่งกันทั้งนั้น แถวสุดท้ายต่อกันออกมายาวเหยียด ส่วนหัวแถวอยู่ตรงไหนกลับมองไม่เห็น แต่ถึงอย่างนั้น ผมที่ต่อแถวอยู่หลังสุดยังสามารถเห็นการแสดงเวทมนตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจซะยิ่งกว่าเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ซะอีก ถ้าถึงคราวผม เกรงว่าต้องทำเรื่องขายขี้หน้าอีกแล้ว......

 

                “คนต่อไป อิสเรียล” กระสอบทรายเรียกผมออกไปยืนข้างหน้า น้ำเสียงเรียบนิ่ง แตกต่างจากตอนที่สมรู้ร่วมคิด......แค่กๆ ไม่เหมือนตอนพูดคุยกับผมเลยซักนิด

 

                ผมก้าวขึ้นไปข้างหน้าช้าๆ คนรอบข้างต่างจ้องมองผมด้วยรอยยิ้ม แม่มันเถอะ ไม่เคยเห็นเทวดาที่ไม่มีรึไง? เจ้าพวกโง่เง่าสมองทึบเอ้ย

                ผมตบๆคอเสื้อ พูดเสียงสูงว่า “แค่กแค่ก---แค่กแค่ก---ผมชื่ออิสเรียล”

                พึ่งพูดออกไป ก็รู้สึกอยากสาปแช่งตัวเอง

                เหงื่อตก... ผมแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักเท่านั้นเองจริงจริ๊ง......

 

                ผมจับๆดึงๆผ้าพันแผลที่ข้อมือ กระแอมไอสองสามที “เพลิงพิชิต......” เดี๋ยวนะ... อันไหนกันแน่ที่เมตาตรอนให้ผมเอามาใช้? ผมกลับลืมไปซะแล้ว......

                ผมขมวดคิ้วครุ่นคิด......คิดไม่ออกจริงๆ

                ช่างเถอะ ลองไปมั่วๆแล้วกัน ไม่ได้ก็ไม่ได้!

                ผมกระแอมไปอีกรอบ คนรอบด้านเริ่มส่งเสียงด่า “แค่กแค่ก---ไฟคือจุด เพลิงคือสาย......”

                ร่างกายแผ่ความร้อนออกมา ใจกลางฝ่ามือปรากฏลำแสงสีแดงเลือด

                เป็นอันนี้แหละ ไม่ผิดแน่

 

                “ไฟคือจุด เพลิงคือสาย อัคคีแห่งทั้งสามโลกรวมเป็นหนึ่ง------”

                คลื่นพลังแข็งแกร่งสาดเข้าใส่ร่างของผม ผมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวเร็วไม่หยุด ราวกับมีพลังงานบางอย่างเต้นเร่าอยู่ภายในอย่างบ้าคลั่ง!

                ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง!

                ที่เมตาตรอนให้ผมท่องคือเพลิงพิชิต

                ผมใช้ผิดแล้ว!

                แต่ว่า เสียงกลับเปล่งออกไปราวกับไม่ใช่ของตัวเอง สองมือยกชูขึ้นกลางอากาศ

                “เปลวเพลิงอันน่าเกรงขามพุ่งแหวกผ่านความเวิ้งว้างอันว่างเปล่า บัวชาดที่ไม่มีวันม้วยมอดก่อเกิดเป็นเส้นแห่งปฐพี---“

 

                ท่ามกลางห้องโถงใหญ่ ปรากฏของเหลวสีแดงพุ่งทะยานอยู่กลางอากาศ เกิดเป็นภาพคลายธารโลหิตพาดผ่านไป ดอกบัวสีแดงเติบโตขึ้นไม่หยุด เพิ่มจำนวนขึ้นไม่หยุด

 

                ผมเบิกตากว้าง อยากจะเปล่งเสียงออกมา อยากจะปลดปล่อยบางอย่างออกมา แต่ความร้อนในร่างกลับสุมรุมขึ้นเรื่อยๆ ไร้หนทางคลี่คลายออก

                ทุกคนต่างนึ่งอึ้งไม่เชื่อในสายตากับสิ่งที่เห็น

                ราวกับครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมยกมือขวาขึ้นสูง ก้มหน้าลงก่อนจะกำหมัดแน่น

                มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในร่างกายผม ราวกับลอยคว้างอยู่ในจักรวาลกว้างใหญ่ ไม่ได้ยินเสียง ไม่ใส่ใจใดๆทั้งสิ้น

                สีสันของสิ่งรอบๆทิศเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่หยุด หมอกหนาสีแดงพุ่งกระจายออกไม่หยุดจนล้อมรอบโถงปราสาทไว้จนมิด

                หมอกลอยคลุ้ง บัวแดงแย้มบาน

                บานออก บานออก บานออก...... ยิ่งมาก็ยิ่งเร็ว ยิ่งมาก็ยิ่งมาก!

                กลางอากาศปรากฏระเบิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

                ตูมตูมตูม! ตูมตูมตูม!

                ตูมตูมตูม!

                ตูมตูมตูม!

               

                ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ผู้คนเริ่มหนีตายกันจ้าละหวั่น ในหัวผมโปร่งโล่งสบาย ราวกับตัวเองกลายเป็นความว่างเปล่า

                ผมได้ยินเสียงของตัวเองท่องคาถา------

 

ไฟคือจุด เพลิงคือสาย

 

อัคคีแห่งทั้งสามโลกรวมเป็นหนึ่ง

 

เปลวเพลิงอันน่าเกรงขามพุ่งแหวกผ่านความเวิ้งว้างอันว่างเปล่า

 

บัวชาดที่ไม่มีวันม้วยมอดก่อเกิดเป็นเส้นแห่งปฐพี

 

ราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือกาลเวลา

 

ข้าแด่นามแห่งเทวทูตแห่งเพลิงวิงวอนท่านให้บรรลุคำสาบานที่กล่าวไว้

 

หายนะที่ถูกสร้างขึ้นเป็นสิ่งแรก

 

กำเนิดจุดสิ้นสุดแห่งจักวาลอันว่างเปล่า

 

                เพลิงมากมายระเบิดออกรอบกายของผม ในสายตาเห็นเพียงสีแดงสดสายแล้วสายเล่า!

                ท้องฟ้าส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น!

                ร่างกายราวกับถูกกระแทกอย่างแรงซ้ำๆ---

                ร่างกายราวกับกำลังถูกแยกออกเป็นส่วนๆ---

 

                ผมกรีดร้องราวกับถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ---

 

                เปลวเพลิงถูกเปลี่ยนเป็นเกร็ดหิมะ ราวกับดาวหางที่พุ่งไปในอากาศ สร้างความแตกต่างให้กับกลางวันกลางคืน นำพาแสงสว่างเจิดจ้า ก่อนจะลับหายกลายเป็นความมืดมิดแห่งยามราตรี

                ไม่ว่าอะไรก็มองไม่เห็นอีกแล้ว ไม่ว่าว่าอะไรก็ฟังไม่ได้ยิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1596 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 13:59
    อีหยังหว่า =?=
    #1,596
    0
  2. #1488 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:40
    ความจำอิสเรียลรึอะไรเนี่ย
    #1,488
    0
  3. #1432 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 19:27
    อ้าวเวรกรรม .. -ตุ้บๆ ในตัวนี่หนอนหรอ หรืออะไรอะ
    #1,432
    0
  4. #703 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 22:41
    ทำไมโชคดีจริมๆอิสเรียล
    #703
    0
  5. #702 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 19:34
    ในเว็บจีนนี่มีครบทุกภาครึเปล่าคะ ลิ้งค์ที่ไรท์แปะไว้เป็นของภาคหนึ่งรึเปล่าไมมีแค่74 ตอน แล้วมีเพจเพชบุคของไรท์มั้ยคะจะไปไลค์
    #702
    1
    • #702-1 Little princess (จากตอนที่ 31)
      11 สิงหาคม 2559 / 07:08
      มีครบค่ะ เราไปงมอ่านมาแล้วภาคแรก ที่เห็นมีแค่ 74 ตอนมันเป็นบทค่ะ ในนั้นจะมีตอนย่อยๆอีก 3-4 ตอน ตอนหลักที่จบภาคแรกเริ่มภาคสองคือตอนที่ 26 ตอนย่อยสุดท้ายของภาคแรกคือ 103 ค่ะ
      #702-1
  6. #701 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 19:31
    คือฮาอิสเรียลมากปล่อยมุกตลอด เรานี่ลั่นเลยตอนผิดบท
    #701
    0
  7. #699 Massillon (@min29) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 12:58
    อิสเรียลไปท่องเวทบทที่ชื่อรุ่งอรุณแน่เลย มีแววว่าอิสเรียลจะได้เลื่อนขั้นแล้วว
    #699
    0
  8. #696 งอมแงม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:46
    ขอบมากกก อ่านบางตอนนี้ ร้องไห้ TvT

    ไรเตอร์ลงวันไหนบ้าง จะรออ่านนน สู้ๆคะ
    #696
    0
  9. #695 งอมแงม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:46
    ขอบมากกก อ่านบางตอนนี้ ร้องไห้ TvT

    ไรเตอร์ลงวันไหนบ้าง จะรออ่านนน สู้ๆคะ
    #695
    0
  10. #694 แซนซาล (@fon13fon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:34
    สุดหล่อเราเป็นอะไรอีกคะ!? โอ๊ยยย ค้างงงง //กระอั่ก
    เก็บคาลอสไว้ทรมานมันดีจริงๆ ด้วยนะคะหลีปินสุดหล่อ! //สะใจ
    อ่า...ไม่ว่าสุดหล่อจะคู่กับมหาเทพคนไหนเราก็ฟินค่ะ! //กองอวยทุกทีม
    #694
    0
  11. #693 relis (@relis) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:21
    อลังมาเลย  ผ่านแน่ แต่จะรอดรึเปล่านี่
    โดนใครสิงหรือโดนหนูน้อยใส่เวทย์กำกับไว้
    ตุ๊บๆคาลอสเข้าไปให้สมกับที่ทำไว้

    ค้างจริงๆ
    #693
    0
  12. #692 relis (@relis) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:21
    อลังมาเลย  ผ่านแน่ แต่จะรอดรึเปล่านี่
    โดนใครสิงหรือโดนหนูน้อยใส่เวทย์กำกับไว้
    ตุ๊บๆคาลอสเข้าไปให้สมกับที่ทำไว้

    ค้างจริงๆ
    #692
    0
  13. #691 relis (@relis) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:21
    อลังมาเลย  ผ่านแน่ แต่จะรอดรึเปล่านี่
    โดนใครสิงหรือโดนหนูน้อยใส่เวทย์กำกับไว้
    ตุ๊บๆคาลอสเข้าไปให้สมกับที่ทำไว้

    ค้างจริงๆ
    #691
    0
  14. #690 relis (@relis) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:21
    อลังมาเลย  ผ่านแน่ แต่จะรอดรึเปล่านี่

    โดนใครสิงหรือโดนหนูน้อยใส่เวทย์กำกับไว้

    ตุ๊บๆคาลอสเข้าไปให้สมกับที่ทำไว้



    ค้างจริงๆ
    #690
    0
  15. #688 NoEnd-Infinity (@--noon--) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 20:17
    ...ผมว่าดอกสุดท้ายคงคะแนนดี
    #688
    0
  16. #687 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 19:03
    อะไรกัน นี่อ่านมาถึงตอนล่าสุดแล้วเหรอ~!! ค้าง ฉันค้างในทันใด ได้โปรดอัพนิยายสงเคราะห์คนอ่านตาดำๆด้วยเถอะค่ะ
    #687
    0
  17. #683 Highbuff (@pimnaje-77) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 18:18
    ระทึกมากกกและค้างมากกกกด้วย
    #683
    0
  18. #681 James H. (@meenion) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 17:02
    ค้างอีกแล้ววว สนุกทุกตอนน อิสเรียลลลทำอัลรายย ค้างไปอีกกก *^*ไรท์โปรดอัพก่อนรีทจะค้างไปมากกว่านี้ แแอ่
    #681
    0
  19. #679 ChomPuu (@choompuu28501) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:48
    มาอ่านอีกรอบ ค้างจังเลย ทำร้ายตัวเองมาก มาอ่านให้อยากอีกทำไมน๊า 😱
    #679
    0
  20. #676 Miyakochan (@miyakojan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 14:25
    สนุกสนาน 555
    #676
    0
  21. #674 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 14:07
    ขอมโนว่า พลังตื่นแล้วกัน ล้างบางพวกมันให้หมด ฟิ้ววว
    #674
    0
  22. #673 Silvia Soland (@dgaryman) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 12:29
    ตอนหน้าผมนายจะกลายเป็นสีแดงไหมน่ะอิสเรียล
    #673
    0
  23. #672 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 11:54
    อะไรอ่ะ ทำไมหยุดท่องคาถาไม่ได้ อิสเรียลเจ็บตัวอีกแล้วแง แผลเก่ายังไม่หายดีเลยยย
    #672
    0
  24. #671 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 11:34
    อิสเรียลเป็นอะไร?! หรือมีใครร่ายมนต์ดำใส่? / ชอบมากเลย หนูน้อยกอดขาหลับเนี่ย ขี้อ้อนเนอะ 555+ / เมตาตรอน ถ้านายไม่พูดลามกใส่ก็เหมือนพี่ชายที่แสนดีเลย / คือคำว่า"คน"ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วในช่วงยุคนี้(ที่เพิ่งเริ่มสร้างมนุษย์)นะคะ น่าจะเป็นเทวดา เทวทูต อะไรทำนองนั้นมากกว่านะคะ คือไอรู้สึกว่าเรียกเหล่าเทวะต่างๆเป็นคนก็ฟังแล้วสะดุดเหมือนกันค่ะ
    #671
    0
  25. #670 Lnw boomGo (@freedomfeed) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 09:57
    ขยันสร้างความเฮฮาจริง ๆ อยู่สงบๆบ้างก็ด้ายยยยยยย. อิสสสสสสสสสเรียล~!?
    #670
    0