เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 30 : ทัณฑ์สวรรค์ [30]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    6 ส.ค. 59



-59-

                ผมหมดสติไปหนึ่งวันหนึ่งคืนอยู่นอกเขตเมืองซีมาร์ ตอนที่ได้สติฟื้นขึ้นมา บรรยากาศที่มักจะเงียบสงบของเมืองซีมาร์ก็ดูจะคึกคักขึ้นมาไม่น้อย คนจำนวนมากพากันมุ่งหน้าออกไปนอกเมือง คล้ายกับกำลังมีงานเทศกาลบางอย่าง เสียงพูดคุยดังลอยมา ผมได้ยินชื่อเมตาตรอนกับงานเลี้ยงที่บ้านของอูเรียล

                ผมหยัดกายลุกขึ้นช้าๆ จ้องมองกลุ่มคนที่มุ่งหน้าไปยังปราสาทสีน้ำเงินเข้มหลังนั้น ผมในตอนนี้ไม่อาจก้าวพลาดได้อีกแล้ว ถ้าเกิดถูกพวกที่รุมเล่นงานผมคราวก่อนเจอเข้า เกรงว่าผมคงไม่อาจทนรับได้ไหวอีกแน่

 

                ผมเลือกเดินไปตามแนวป่าอย่างระมัดระวัง ทุกครั้งที่ก้าวเดินเต็มไปด้วยความทรมานแสนสาหัส ทุกครั้งที่ก้าวเดินราวกับแผ่นดินเลื่อนแผ่นฟ้าไหว ผมแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า หนังตากระพริบถี่ไม่หยุด...... ผมใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว

                ในตอนนี้ แม้แต่แรงจะสะบัดหัวยังไม่มี

                เสียงใบไม้เสียดสีดังมาไม่หยุดหย่อน เสียงลมหวีดหวิวแผ่วพลิ้ว สติของผมเริ่มเลือนรางลงไปทุกที ทุกที......

 

                ผมไร้ซึ่งสติรับรู้ อาศัยเพียงแรงใจในการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

                ปราสาททรงฝรั่งเศสสีน้ำเงินเข้มตั้งอยู่ตรงหน้า หลังคาทรงกรวยยาวแหลม กำแพงก่อจากอิฐ บานหน้าต่างทรงโค้งประณีตงดงาม ประดับด้วยเสาทรงเก้าเหลี่ยม ชาวสวรรค์พากันเดินเข้าไปด้านในอย่างคึกคัก หลายคนหยุดยืนอยู่หน้ากระจกอัสนี จ้องมองคนสำคัญที่สุดของตัวเองในกระจก

 

                แสงแดดแยงตาเหลือเกิน เมื่อผมเดินเข้าไปในเขตที่พักของอูเรียล คนไม่น้อยที่หยุดชะงักพากันชี้ชวนมองมาที่ผม ส่วนใหญ่ต่างถอยห่างออกไปอย่างรังเกียจ แต่ผมอ่อนแรงเกินกว่าจะมานั่งสนใจความรู้สึกของคนอื่น ในมือกำโซ่เงินเส้นนั้นเอาไว้แน่น ก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้น ทีละขั้น

                เดินขึ้นบันได้ไม่กี่ก้าวก็สะดุดล้ม แต่คราวนี้กลับไม่มีใครส่งเสียงหัวเราะเยาะ

                ผมรู้ดีว่าสารรูปตัวเองตอนนี้โสโครกขนาดไหน

                แต่ว่า... เมตาตรอนอยู่ข้างในนั้น

                เขาอยู่ข้างในนั้นเท่านั้นเอง......

                ผมปีนขึ้นบันไดไปด้วยอาการวิงเวียน กัดฟันเดินต่อไปข้างหน้า สายตาจ้องมองไปยังโถงใหญ่ที่เริ่มชัดเจนสู่สายตามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังพรมสีกุหลาบงดงามชวนตื่นตาเข้ากับเสาโบราณสีทองแดงในห้อง

                เมื่อไปถึงหน้าประตู ใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางผมไว้ เดิมทีผมคิดจะพุ่งฝ่าไป แต่กลายเป็นว่าเมื่อเขามองเห็นโซ่เงินที่อยู่ในมือผม ก็รีบถอยห่างออกไปอย่างกลัวเกรง เปิดทางให้ผมเข้าไปข้างใน

 

                ใจกลางโถงปรากฏร่างของเทวดาสองตนยืนอยู่ ตนหนึ่งมีปีกทอง 6 ปีก อีกตนหนึ่งปีกขาว 4 ปีก เทวดา 6 ปีกตนนั้นสวมชุดคลุมตัวสั้นสีฟ้ากระจ่าง มัดเส้นผมไว้อย่างง่ายๆดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ที่เอวของเขาห้อยดาบสีแดงเข้มไว้ด้ามหนึ่ง แสงสีเพลิงเปล่งประกายออกมาจากดาบเพียงบางเบา ด้ามดาบแกะสลักลายอัสนีเอาไว้ นั่นน่าจะเป็นดาบเพลิงอัคคีที่เขาล่ำลือกัน เทวดาสี่ปีกที่ยืนอยู่ด้านขวามือของเขามีเส้นผมสั้นสีเงิน บนร่างสวมชุดวิจิตรงดงาม ผมกลับไม่ใส่ใจมากนัก

 

                ผมรู้เพียงแต่ต้องมุ่งไปหาเทวะชั้นยอดตนนั้น

                ในมือของอูเรียลถือภาพสีน้ำมันเอาไว้ผืนหนึ่ง พูดอย่างหนักแน่นต่อหน้าทุกคนว่า “นี่คือภาพ เร้นตะวันของมหาเทพลูซิเฟอร์ ในรูปเป็นฉากพระอาทิยต์ลับขอบฟ้าที่เมืองเยลูซาเล็ม ลึกลับเหลือคณา ราวกับเป็นภาพทิวทัศน์จริงๆ......”

                ผมพึ่งจะเดินเข้าไปใกล้ได้ไม่เท่าไหร่ ทั่วทั้งโถงก็เงียบกริบ

                อูเรียลจ้องมายังผม พริบตาก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งมวลของเขาลง น้ำเสียงไม่พอใจชัดเจน “คุณผู้ชายท่านนี้ ไม่ทราบว่าได้รับบัตรเชิญจากข้ามาก่อนหรือไม่?” ผมเกร็งลำคอ พูดอย่างยากลำบาก “ผมอยากพบ......มหาเทพเมตาตรอน”

                อูเรียลตอบว่า “มหาเทพเมตาตรอนยังมาไม่ถึง ถ้าเกิดเจ้าไม่มีบัตรเชิญ กรุณาออกไปรอที่ด้านนอก”

                เทวทูตระดับสูงที่ยืนอยู่ข้างกายเขายิ้มพลางแทรก “คุณผู้ชายท่านนี้ มหาเทพอูเรียลพึ่งจะซื้อพรมผืนนี้มาใหม่ ใช้เงินถึงสี่หมื่นกว่าเหรียญทอง”

                ผมหันหน้าไปมองเขา ก่อนจะตกตะลึงในทันใด

 

                คาลอส...

 

                ผมไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าคนที่สวมชุดหรูวิจิตรคนนั้นก็คือคาลอส เขาสวมผ้าคลุมผืนเล็ก ลำแขนขาวกระจ่าง ในมือที่สวมถุงมือสีขาวยังถือแก้วไวน์ที่บรรจุของเหลวสีแดงไว้ด้านใน มือข้างที่ว่างยกขึ้นกุมข้อศอก ทั้งยังท่ายืนเช่นนั้น ราวกับถอดแบบมาจากลูซิเฟอร์มาไม่ผิดเพี้ยน แต่ว่า... กลับไม่มีกลิ่นอายอย่างลูซิเฟอร์เลยซักนิด

 

                ผมพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้สุดความสามารถ ฝืนยิ้มออกมาบางๆ “ฉันรู้ ฉันจะออกไปรอด้านนอกจนกว่ามหาเทพเมตาตรอนจะมา” ยามที่หันหน้าไปมองอีกครั้ง ก็เห็นว่าบนหน้าผากของคาลอสยังสวมรัดเกล้าแบบเดียวกับของลูซิเฟอร์ แม้แต่จี้ยังทำมาจากมรกต

                “คาลอส นายถลำตัวลึกเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยคิดให้ดี” ผมมองไปยังถุงมือสีขาวของเขา หน้ายิ้มใจไม่ยิ้ม “คนที่คลั่งความสะอาด จะทำอะไรก็มักใส่ถุงมืออยู่เสมอ ผิดคาดที่เจ้าก็มี”

                หน้าของคาลอสเปลี่ยนสีไปฉับพลัน กำแก้วทรงสูงในมือแน่น ใบหน้ายังประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม “ก็ยังดีกว่าคุณผู้ชายท่านนี้อยู่หน่อย โผไปทางนู้นบ้างทางนี้บ้าง สุดท้ายก็ไม่เห็นจะได้อะไรซักอย่าง จับปลาสองมือมันไม่ดีหรอกนะ อิสเรียลที่รัก”

                ศีรษะของผมออกอาการวิงเวียนอย่างหนักจนแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ สายตาจ้องมองลงพื้น ที่ฝ่าเท้าปรากฏคราบเลือดไหลออกมา ดีที่พรมเป็นสีแดง ผมยิ้มเยาะ “ใช่ๆๆๆ ฉันโผไปหาเมตาตรอน โผไปหาลูซิเฟอร์ พอโผหาลูซิเฟอร์เสร็จก็โผไปหาราฟาเอลต่อ โผหาราฟาเอลยังไม่พอ แม้แต่มหาเทพอูเรียลก็ยังโดนโผเข้าใส่ นี่นายไม่รู้เหรอว่าปีกคู่นี้ของฉันได้มาเพราะโผใส่คนอื่นเหมือนกัน? จริงๆแล้วฉันไม่มีปีกเลยซักปีก!

                โถงใหญ่เงียบกริบราวกับป่าช้า

                สีหน้าของอูเรียลยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ “คุณผู้ชายท่านนี้กรุณาอย่าได้ลากข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย ความอดทนของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อเรื่องแบบนี้ ถ้าเกิดไม่มีธุระใด กรุณาออกไปด้วย”

                คาลอสถามเสียงลอดไรฟัน “ข้าอยากจะรู้นัก ทำไมเจ้าถึงยังไม่ตายๆไปอีก?”

                ผมยังไม่ทันได้ตอบโต้ มือเขาก็ขยับไหว ไวน์แดงในแก้วสาดใส่ใบหน้าของผมอย่างจัง

                คนรอบด้านต่างพากันซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์

                ไวน์แดงไหลเข้าไปในตาของผม แสบซะจนดวงตาของผมเจ็บปวดไปหมด ผมใช้หลังมือปาดเช็ดใบหน้า ขณะที่อาการยังไม่บรรเทาลง ใบหน้าก็ถูกใครบางคนตบเข้าเต็มรักสองฉาด คาลอสถึงขั้นลงทุนถอดถุงมือก่อนตบด้วยซ้ำ แม่-เอ้ย!

               

                ผมคิดจะตบคืนไปอีกสองฉาดแต่ก็ถูกเขาผลักออกอย่างแรงเสียก่อน “ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆเทวดาชั้นต่ำควรจะอยู่ ไสหัวออกไป”

               

                ผมเซถอยหลังไปหลายก้าว ไม่ทันตั้งหลักก็หงายหลังล้ม

                ที่ด้านหลังพลันมีมือคู่หนึ่งรับร่างผมไว้

                สายตาของผมพึ่งจะฟื้นคืนมา ก็มองเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าซะก่อน... กราบิเอลพุ่งออกไปจากข้างกายของผม มือหนึ่งคว้าจับคอเสื้อของคาลอสเอาไว้ จากนั้นก็ เพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะ ลงมือตบไปสิบกว่าฉาดก็ยังไม่ยอมหยุด

                ทุกคนได้แต่ยืนทึ่มทื่อ

                ขณะที่ทุกคนคิดว่ากราบิเอลจะยืนตบอยู่อย่างนี้ทั้งวัน มือของเธอก็ถูกอูเรียลคว้าไว้ซะก่อน อูเรียลร้องอย่างกรุ่นโกรธ “มหาเทพกราบิเอล ที่นี่คือบ้านของข้า กรุณาให้เกียรติคนของข้าด้วย”

                กราบิเอลตบมือไปมา ยักไหล่ “ก็ได้ วันอื่นข้าค่อยมาตบใหม่”

                ผมเองก็ได้แต่ยืนทึ่ง

                กราบิเอลเดินกลับมาอยู่ตรงหน้าผม ใบหน้ายิ้มเย็นผ่อนคลาย “นี่เรียกว่าเป็นการลงโทษที่คาลอสเอาเรื่องข้าไปพูดจาเหลวไหล ข้าไม่ได้ตบเขาแทนเจ้าหรอกนะ”

                ใบหน้าของคาลอสแดงช้ำอย่างน่ากลัว ราวกับถูกเลือดหมูสาดใส่

 

                กราบิเอลลูบผมยาวหยักศกสีทองของตัวเองก่อนจะย้ายร่างไปยืนอยู่ด้านข้าง คงรักษาท่าทางสาวงามพิสุทธิ์อยู่เช่นเดิม ราวกับเป็นตุ๊กตาบาร์บี้

                ผมพึ่งรู้ตัวว่ามีคนประคองผมอยู่ ยังไม่ทันที่จะได้หันหน้ากลับไปมอง ก็ได้ยินเสียงเมตาตรอนจากทางด้านหลัง “อูเรียล จริงอยู่ว่าอยู่บ้านเจ้า ไม่ควรรังแกสุนัขในบ้าน แต่สุนัขของเจ้ามากัดคนรักของข้าก่อน จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?”

                อูเรียลยิ่งเดือดดาล “มหาเทพเมตาตรอน กรุณาให้เกียรติคนอื่นด้วย คาลอสก็เป็นคนรักของข้าเช่นกัน เรื่องส่วนตัวของพวกเขา อย่าได้เอามาสะสางในบ้านของข้า” เมตาตรอนกอดผมเอาไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นสะท้านน้อยๆ บนใบหน้ากลับประดับรอยยิ้มกว้าง “ก็ข้าอยากจะสะสางที่นี่ เจ้าจะทำไม?”

                ใบหน้าของอูเรียลแข็งกระด้าง “มหาเทพเมตาตรอน ถึงท่านจะดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการของพระผู้เป็นเจ้า แต่ข้าหวังว่าท่านจะยังจำได้ ว่าศักดิ์ตำแหน่งของพวกเราเทียบเท่ากัน ท่านไม่มีสิทธิ์สั่งให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

                เมตาตรอนตอบกลับไป “อา... ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือก ข้าจะใช้วิธีของข้านี่หล่ะจัดการ” พูดจบก็ถอดถุงมือสีแดงของเขาออก พลันใจกลางฝ่ามือก็ปรากฏเปลวไฟโชติช่วงโพยพุ่งไปทั่วโถงใหญ่

                ผู้คนรอบด้านต่างพากันร้องตกใจ

                อูเรียลทิ้งภาพเขียนสีน้ำมันในมือ สองมือยกขึ้นสูง สายฟ้าแปลบปลาบปรากฏขึ้นใจกลางฝ่ามือของเขา เสียงเปรี๊ยะๆดังขึ้นไม่ขาดสาย

               

                ที่หน้าประตูพลันมีเสียงดังขึ้น “หยุดมือเดี๋ยวนี้”

 

                ทุกคนพร้อมใจกันหันหน้าไปมอง รูปร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นงดงามเป็นสง่า ทั้งร่างสวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ สองมือสวมถุงมีสีขาวหิมะ ด้านหลังเป็นปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6

 

                ลูซิเฟอร์เยื้องกายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีฟ้าอัญมณีสบเข้ากับผมครู่หนึ่ง พริบตาก็เบือนจากไป “ใครบังอาจมาสร้างเรื่องวุ่นวายที่นี่?”

                อูเรียลพูดขึ้น “มหาเทพลูซิเฟอร์โปรดให้ความเป็นธรรม”

                เมตาตรอนเรียกเปลวเพลิงกลับเข้ามา ผมคิดจะดันตัวออกมากลับถูกมือทั้งคู่ของเขาคว้าตัวไว้แน่น ก่อนจะใช้ผ้าคลุมของตัวเองคลุมร่างผมไว้จนมิด

 

                ลูซิเฟอร์กล่าวขึ้น “เมตาตรอน กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าบัญญัติไว้ชัดเจน ไม่ว่าชาวสวรรค์ตนใดก็ไม่อาจเอาความลงโทษชาวสวรรค์ชนชั้นระดับเดียวกันได้” เมตาตรอนเม้มริมฝีปากแน่น “ขอรับ” ลูซิเฟอร์พูดต่อ “ดังนั้น เจ้าจงกลับไปรับโทษ” เมตาตรอนรับคำอย่างบึ้งตึง “ขอรับ”

                อูเรียลกับคาลอสยิ้มบาง

                ลูซิเฟอร์ยกมือขึ้นตบเบาๆ “ทหาร”

                กลุ่มชนพร้อมใจกันเปิดทางโดยอัตโนมัติ

                กลุ่มทหารทูตสวรรค์เรียงแถวกันเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง พริบตาก็ยึดพื้นที่ในโถงจนเต็ม

 

                ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มกว้างให้ความรู้สึกชั่วร้ายอยู่บ้าง “ตัดปีกของอูเรียลออก 1 คู่ ส่วนคาลอสให้ตัดหัว ข้าวของใดๆห้ามเหลือทิ้งไว้บนสวรรค์ ให้โยนทิ้งลงไปให้หมด”

               

 

-60-

                อูเรียลตกตะลึงครั้งใหญ่ ดวงตาสองข้างเบิกค้างจ้องมองลูซิเฟอร์ “มหาเทพ เพราะเหตุใด?” มุมปากของลูซิเฟอร์ยกยิ้ม ในดวงตากลับปราศจากซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่จ้องต่ำลงมายังพื้นดิน “เพราะข้าอยากทำ”

                ทั้งร่างของผมสั่นเทาอย่างอดไม่อยู่ นิ่งอยู่นานไม่อาจตอบสนองใดๆได้ จนเมื่อเสียงสะอื้นของคาลอสดังขึ้น “มหาเทพ โปรดอย่าสังหารข้า ข้าผิดไปแล้ว” ในดวงตาคือหยาดน้ำคลอเบ้า ดูไปแล้ว ราวกับเป็นเขาเองที่เป็นผู้ถูกทำร้าย ลูซิเฟอร์ไม่หันไปมองเขาซักนิด พริบตาก็หมุนกายเดินจากไป

 

                ผมดันร่างเมตาตรอนออก แข็งใจเดินตามออกไปถึงหน้าประตู “มหาเทพลูซิเฟอร์” ลูซิเฟอร์หยุดยืนนิ่งๆ ใบหน้านิ่งเรียบสนิทดุจหินผา “มีอะไร” ผมพูดขึ้น “อย่าสังหารคาลอสเลย” ลูซิเฟอร์ชะงักไปอยู่นาน ก่อนจะออกคำสั่งกับทหารในโถง “กักบริเวณคาลอส พากลับไปที่บ้านพักของอิสเรียล” ผมถามเขา “มหาเทพไม่คิดจะถามเหตุผลเลยเหรอ?” ลูซิเฟอร์เพียงกล่าว “แล้วแต่เจ้า”

                ผมยกมือขึ้นเช็ดหน้า โซ่เงินที่สวมไว้สะท้อนแสงแพรวพราว ผมก้มลงมองที่ข้อมือของลูซิเฟอร์โดยไม่รู้ตัว สร้อยข้อมือของพวกเราทั้งสอง......รูปแบบเหมือนกันไม่มีผิด

                เลือดแห้งกรังในมือราวกับเป็นดอกกุหลาบที่เหี่ยวแห้งดูน่าหวาดกลัว ผมลืมตาอย่างอ่อนแรง แม้แต่แรงจะฉีกยิ้มยังไม่มี “ขอบคุณมหาเทพ”

                กระจกอัสนีส่งเสียงขึ้นเบาๆสะท้อนเข้ามาในหู

                กระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ คลื่นน้ำสั่นไหว เสียงเปรี๊ยะๆดังขึ้นไม่หยุด

                จู่ๆลูซิเฟอร์ก็คว้ามือของผมเอาไว้ ลากผมออกไปที่ด้านหลังประตู จุดที่คนในโถงไม่สามารถมองเห็น ผมเม้มริมฝีปากแห้งผากของตัวเอง “มหาเทพ?” ลูซิเฟอร์ถอดถุงมือของตัวเองออก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมองเห็นมือของเขา

                นิ้วมือเรียวยาว สลักเสลาดุจลำเทียน ดูบอบบางกว่ายามที่ใส่ถุงมืออยู่หลายเท่า ถ้าผมมีมือที่สวยขนาดนี้ จะไม่ยอมใส่ถุงมือเด็ดขาด วันๆคงจะเอาเร่ออกไปอวดสายตาชาวบ้านชาวช่องเขามากกว่า

                มือของลูซิเฟอร์กุมใบหน้าของผมไว้ ในมือเป็นแสงสว่างจางๆ ลูบไล้สัมผัสไปยังบาดแผลบนใบหน้าของผม

                ผมตัวแข็งไม่กล้าขยับ

                เขาละมือออก ระยะห่างระหว่างเราสองใกล้กันมาก มากซะจนผมสามารถนับเส้นขนตาของเขาได้

                ในช่วงเวลานี้ คนสองคนราวกับวิญญาณหลุดลอย

                หลังจากนั้น ลูซิเฟอร์ก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ร่างกายเจ็บปวดมากใช่หรือไม่?”

                ที่แผ่นหลังหลั่งเหงื่อเย็นออกมาไม่หยุด แม้แต่หน้าผากก็มียังมี ผมไม่รู้ว่ารอยยิ้มของตัวเองน่าเกลียดขนาดไหน “เจ็บ แต่ว่าผมทนได้ ผมยังทนได้......”

                ลูซิเฟอร์ใช้ถุงมือของเขาเช็ดคราบเลือดบนหน้าผม คิ้วเรียวขมวดแน่น การเคลื่อนไหวกลับเชื่องช้าอ่อนโยนยิ่ง สายตาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของผม

                เขาก้มหน้าลงมาเอียงใบหน้าไปด้านข้าง เข้ามาใกล้อย่างช้าๆ

                ผมรีบดันตัวออก ร้องบอกอย่างร้อนรน “ไม่เป็นไร ย...ย...ย...อย่าทำให้ถุงมือของท่านต้องยเปื้อนเลย”

                ลูซิเฟอร์ตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะยัดถุงมือใส่ไว้ในมือผม “ก็ได้ เจ้าเอามันกลับไปซักค่อยคืนให้ข้า” ผมพยักหน้า กอดถุงมือเอาไว้แนบอก เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เดินลงจากบันไดไปแล้ว

                ลูซิเฟอร์เดินจากไปเร็วมาก สายตาไม่รู้ว่ามองไปทางไหน แต่กลับไม่ยอมมองไปทางกระจกอัสนี

                แต่ผมกลับมองเห็น

                ในกระจกเป็นภาพของผมกับเขากำลังเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่วงท่า ร่างกายแนบชิด สิบนิ้วสอดประสาน จุมพิตดูดดื่มไม่ยอมแยกจาก

                ผมทรุดร่างลงคุกเข่ากับพื้น ลูซิเฟอร์จากไปแล้ว

                ในกระจกเหลือเพียงเงาร่างของลูซิเฟอร์เพียงผู้เดียว เขากำลังส่งรอยยิ้มบางเบามาให้ผม ดวงตาสีฟ้าอัญมณีลึกล้ำดุจมหาสมุทร จ้องมองไม่เห็นก้นบึ้ง สายตาอ่อนโยนนุ่มนวลราวกับมองทะลุเสื้อผ้าของผมเข้ามาจนถึงผิวกายเปลือยเปล่า

 

                ผ่านไปไม่นาน ด้านหลังของลูซิเฟอร์ก็ปรากฏร่างของเทวะชั้นยอดผู้งดงามผู้หนึ่ง เทวะชั้นยอดผู้นั้นมีเส้นผมสีแดงกุหลาบสะดุดตา สองมือประสานไว้ตรงหน้าอก ใบหน้าหลับพริ้มยิ้มบางเบา สูงส่ง จริงใจ ดูน่าเข้าหา

                ผมร้องออกมา “ราฟา...... มหาเทพเมตาตรอน?”

                ผมจ้องมองเมตาตรอนที่ยืนอยู่นอกกระจก จากนั้นก็มองราฟาเอลที่อยู่ในนั้น รู้สึกเหมือนตัวเองตาฝาด

 

                เมตาตรอนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ราวกับมองไม่เห็นภาพในกระจก จากนั้นก็เข้ามาช้อนร่างของผมอุ้มขึ้น เดิมทีผมคิดจะต่อยเขาซักหมัด กลับพบว่าตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลยซักนิด สติสัมปชัญญะยิ่งพร่าเลือน ...... สุดท้ายก็พิงร่างเข้ากับแผงอกของเขา หมดสติไป

 

                ... ... ... ... ... ...

                ... ... ... ...

               

                ผมถูกความเจ็บปวดปลุกให้ตื่น แผ่นหลังราวกับถูกไฟเผาคล้ายปีกถูกคนดึงหักซ้ำสอง ผมลืมตาขึ้น รอบด้านเงาคนซักคนก็ไม่มี สภาพแวดล้อมโดยรอบดูแปลกหน้า ห้องขนาดกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีแดงเข้ม ประดับตกแต่งสไตล์ยุโรปโบราณสวยงาม บนผนังประดับไว้ด้วยภาพวาดสีน้ำมันหลายภาพ ล้วนแต่เป็นภาพเปลือยของนางฟ้าทั้งนั้น ผมไม่ใช่สายยูริ ไม่ใช่สายยูริจริงๆ......

                ผมขยับร่างลุกขึ้น กระดูกสันหลังราวกับจะหักกลางลงจริงๆ หันมองไปรอบด้านก็ต้องตกตะลึง ผมพบร่างของเมตาตรอนฟุบหลับอยู่ด้านข้างเตียง สองมือวาบทับอยู่บนหัวเตียง หลับสนิท ผมก้มมองร่างของตัวเอง ทั้งหน้าอก ข้อมือ และฝ่าเท้าถูกผ้าพันแผลม้วนพันเอาไว้หนาเตอะเป็นมัมมี่ ส่วนปีกทั้งสองข้าง......ไม่มีแล้ว

                เมตาตรอนหันใบหน้าเปลี่ยนท่านอน เส้นผมเล็กละเอียดสีกาแฟของเขาร่วงลงมาสะท้อนแสงน่ามอง สันจมูกโด่งตรงจรดริมฝีปาก ใบหน้าสมส่วนเย้ายวนใจคน แต่เมื่อมองจากมุมนี้ กลับคล้ายเด็กน้อยอายุสิบกว่าปีคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขานอนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่แล้ว......ผมพ่นลมหายใจยาวออกมา ยังไม่ทันได้ถอนใจจนเสร็จ เมตาตรอนที่ยังหลับตาพริ้มก็พูดขึ้นว่า “ถูกเสน่ห์ชายหนุ่มรูปงามทำให้ใจเต้นแล้วใช่มั้ยล่ะ? ฮะฮ่า”

                F*ck!

                ผมทุบหมัดลงบนไหล่ของเขา “ท่านแกล้งหลับเหรอ”

                เมตาตรอนเหยียดกายขึ้นนั่ง ขยี้ตาไปมา ท่าทางสะลึมสะลือ “ข้าไม่ได้แกล้งซักหน่อย เป็นเจ้าที่ปลุกข้าตื่นต่างหาก” เขาหาวออกมายาวเหยียด “ฟ้าสว่างแล้ว เพราะงั้นร่างกายของเจ้าก็ถูกข้าลูบไล้จนหมดแล้ว”

                ... ...

                ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าไอ้ประโยคข้างบนมันเป็นเหตุเป็นผลเกี่ยวข้องกันตรงไหน?

                “ปีกผมล่ะ?”

                “พังซะขนาดนั้น คงต้องเปลี่ยนใหม่อยู่แล้ว”

                ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตัวสั่น ปีกไม่เพียงแต่จะซ่อมได้ ยังเปลี่ยนใหม่ได้อีกด้วย

                ตอนนั้นเองที่ผมพึ่งสังเกตเห็นว่าดวงตาของเมตาตรอนมีเส้นเลือดฝอยขึ้นเต็มไปหมดทั้งยังบวมอยู่เล็กน้อย ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร้องถามอย่างสงสัย “ตาของท่านเป็นอะไร?”

                เมตาตรอนรีบพูดขึ้น “อา... ข้าไปทำของว่างให้เจ้ากินดีกว่า” พูดจบก็หมุนร่างจากไป

                ความเร็วที่ใช้พุ่งออกไป แทบจะเป็นน้องๆรถสปอร์ตเลยทีเดียว

 

                เขาพึ่งออกไป ผมก็พลิกร่างลงนอนคว่ำอยู่บนเตียง เจ็บจนร้องเสียงหลง พึ่งร้องได้ครึ่งเดียว ข้างกายก็มีของอย่างหนึ่งกดทับเข้ามา

                ลูซิฟินิลนั่งกอดเข่าอยู่บนหัวเตียง

                สวรรค์ นึกว่าผีหลอกกลางวันแสกๆ

                ผมข่มความเจ็บบนร่าง มุดหน้าลงไปในผ้าห่ม เริ่มร้องเพลงเสี่ยวเอ้อหลาง ลูซิฟินิลขยับเข้ามาใกล้ผม แตะไหล่ผมเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าเล็กกลมดิกเหมือนผลท้อ ริมฝีปากเล็กๆเม้มแน่นเป็นเส้นบาง ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เป็นยังไงบ้าง?”

                F*ck ใครเป็นคนบอกเขาเนี่ย?

                ผมลุกขึ้นนั่ง ส่ายหน้าไปมา ทำท่าเบ่งกล้ามให้เขาดู “ไม่เจ็บไม่เจ็บ ฉันดีขึ้นเยอะแล้ว บาดแผลเล็กน้อยน่า”

                ลูซิฟินิลปีนขึ้นมาบนร่างของผม ชี้ไปยังหัวใจ “ตรงนี้ของข้าเจ็บมาก”

                ผมตะลึง

                ลูซิฟินิลคว้ามือของผมกดลงบนแผงอกเล็กๆของเขา “แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน......ความเจ็บปวดนี้” เขาโผเข้ามาซบอกของผม ถูไถใบหน้าไม่ไปมา ใช้สายตากลมโตจ้องมองสบตาผม “อิสเรียล ต่อจากนี้ข้าจะไม่จากเจ้าไปไหนอีกแล้ว จะไม่ให้เจ้าต้องทนรับความลำบากอีก”



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อะโหลๆ

จะมาแจ้งข่าวว่าพรุ่งนี้งดลงตอนใหม่หนึ่งวันนะจ๊ะ

ถึงเวลาอพยพกลับไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตามเดิม (ฮือ...)

อีกอาทิตย์เดียว มหาลัยเราก็จะเปิดเทอมแล้ว

คาดว่าคงจะมีเวลามาอัพเดทตอนใหม่ให้ได้อ่านกันน้อยลง

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงตอนนี้แล้วก็ขอให้ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆนะคะ (อ้อนๆ)

ช่วงที่รอก็ฟังเพลงเสี่ยวเอ้อหลางไปพลางๆก็ได้ 555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1595 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 13:35
    เมตาตรอนคู่กับราฟาเอลแน่นอน //กาบริลเอลดุมากแม่..สะใจ
    #1,595
    0
  2. #1553 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:19
    เนื้อข้นสุดๆแต่ตอนนี้เราพีค ภาพในกระจกที่เป็นราฟาเอล คือกรี้ดเลยค่ะ!!! เค้าต้องมีอะไรกันแน่ #กระโดดลงเรือ
    #1,553
    0
  3. #1487 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:31
    กราบิเอลดูเป็นคนดีขึ้นมาทันที ชอบๆ แล้วหนอนนั้นจะเอาออกได้ไหมเนี่ย
    #1,487
    0
  4. #1431 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 19:04
    ยังเห็นแก่ความเป็นคู่มือไกด์ของนังคาลอสแน่ๆ เฮ้อ หลีปินเน้อหลีปิน แอบคิดว่าถ้าหยางลู่(ที่คล้ายลูซิเฟอร์) ไม่บังเอิญแย่งแฟนทั่นหลีปิน ป่านนี้หลีปินคงไม่มีทิฐิกับร่างโตของลูซิฟินิลแน่ๆ
    #1,431
    0
  5. #1408 +-vongola+- (@---hibari---) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 16:17
    กำลังคาใจ อะไรคือเมตตรอนส่องกระจกแล้วเห็นราฟาเอล 5555555555
    #1,408
    0
  6. #1367 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 21:44
    คารวะอาเจ้กราบิเอล ปลื้มปริ่ม
    #1,367
    0
  7. #1295 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 17:21
    โหววใจดีจริงๆเลยอิสเรียล แต่ว่าน้าดีทั้งคู่เลยอะทั้งเมตาตรอนทั้งลูซิเฟอร์เลือกไม่ถูกกรีสสส (ทำยังกะตัวเองเลือกเองงั้นแหละ)555555ชอบบบ
    #1,295
    0
  8. #1225 ing43120 (@ing43120) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 15:12
    กราบิเอลเอาใจเจ๊ไปเลยยย!
    หลงหมั่นไส้ตั้งนานน ชิ คาลอส
    ที่แท้แกก็กบด ฮึ่ย @#%&*-+
    #1,225
    0
  9. #1218 ซินเดอเรล✰. (@peung002) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 11:30
    กราบิเอล แม่ยอดดวงใจ เอาใจไปเลยรัวๆค่ะ หลงคิดว่าคุณเธอน่าหมั่นไส้ตั้งนาน ที่แท้...อึ๋ยยย คาลอสกบดอ่ำรไาขอ่อกมดรดาำขก่!
    #1,218
    0
  10. #1169 Yingying2546 (@Yingying2546) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 00:16
    อยู่ทีมเจ้กราบิเอลค่ะ ชอบค่ะ ตบอีกซัก 10 ทีนี้จะดีมากเลย หึหึหึ
    #1,169
    0
  11. #812 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 00:25
    คาลอสไม่ชอบกราบิเอลเพราะแบบนี้ใช่ไหม เราชอบนางมาก กราบิเอลเอาใจเราไปเลยค่ะ!!
    #812
    0
  12. #686 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 18:48
    อย่าให้มันตายดีค่ะต้องค่อยๆให้มันตายทรมาน 

    ตอนนี้เจ๊คนสวยตบได้ประทับใจ



    #686
    0
  13. #645 Lnw boomGo (@freedomfeed) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 00:50
    สงสารลูซ เรื่องนี้อยากให้ลูซสมหวังสักที เจ็บปวดมาเยอะแล้ว ลูซจ้าาเอาหนอนพวกนั่นออกไปให้ไวๆเลยน่ะ
    รอจ้าา.
    #645
    0
  14. #644 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:42
    ฮืออออ เราคงคิดถึงจนกระอักเลือดตาย รอมาต่อนะค้าาา
    #644
    0
  15. #643 relis (@relis) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 15:36
    เอะใจ ทำไมลูซิเฟอร์ถึงไม่พาหลีปินกลับไป แต่เป็นเมตตาตรอนที่เป็นคนพามาส่งทุกครั้ง

    หนอนนั่นเอาออกไปได้มั้ยยย
    #643
    0
  16. #635 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 14:39
    เดาว่าตอนแรกที่หนูอิสมองกระจกเห็นลูซิเฟอร์ จากนั้นพอเมตาตรอนเดินเข้ามาก็เปลี่ยนเป็นหน้าราฟาเอล สองคนนั้นต้องมีซัมติงแหงๆ บางทีเมตาอาจแค่เอ็นดูอิส ไม่ยอมรับว่าตัวเองชอบราล์ฟรึเปล่าาาา (จริงๆแค่อยากไม่ให้เมตาตรอนอกหัก ในเมื่อรู้ๆอยู่ว่าหนูอิสต้องคู่กับลู แต่อีกใจก็อยากได้allอิสเหลือเกินนน)
    #635
    0
  17. วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 11:59
    โอ้ ทำไมไม่ให้ลูซิตัดหัวคาลอสไปเลยละใจดีเกินไปแล้ว และก็ตอนนี้งงมากลูซิฟิลินเป็นใครกันแน่อะ หรือว่าจะเป็นน้องชายเมตาตรอน
    #634
    0
  18. #633 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 11:59
    รอค่ะรออออ ว่าแต่จะเอาหนอนออกเมื่อไร เอาออกไปเร็วๆ!!
    #633
    0
  19. #632 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 09:50
    เสียใจ กำลังติดหนึบ
    #632
    0
  20. #631 วนิลาฮาเฮ (@waranya-nan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 09:48
    โอ้วววววววววววววววววววว
    #631
    0
  21. #630 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 08:27
    รักกราบิเอลบึ้นมาเลย ตบอีกๆ คาลอสควรตาย เก็บไว้เพื่อ
    #630
    0
  22. #628 Prawbrataetae (@Prawbrataetae) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 00:26
    ตบได้สะใจแรง
    #628
    0
  23. #627 เอลิสเซีย (@pasallatel) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 00:18
    เอาหนอนออกไปปปป...... เอาออกหรือยัง ต้องเอาออกน้าาา.... คาลอส นายเลวมากกก.... ไม่เหมาะเลยที่จะเป็นเทพ ปีศาจก็ยังมืดบริสุทธิ์เกินไปจนไม่เหมาะกับแกเลยคาลอส..... ตายไปซะ...
    #627
    0
  24. #626 Silvia Soland (@dgaryman) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 23:36
    หนอนล่ะ พวกนายลืมหนอนในตัวอิลเรียลไปใช่ไหม!
    #626
    0
  25. #625 sec_chan (@secchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 23:32
    คาลอสมโนเรื่องกราบิเอลแล้วเอาไปบอกใครบ้างเนี่ย เจ๊กราบิเอลถึงพุ่งไปตบรัวๆขนาดนั้น อูเรียลเห็นอะไรในตัวคาลอส?
    #625
    0