เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 16 : ทัณฑ์สวรรค์ [16]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-31-

                หลังจากนั้นตลอดทั้งช่วงบ่ายลูซิฟินิลก็กลายร่างเป็นเงาติดตามตัวผม ผมบอกเขาไปตั้ง N ครั้งให้กลับไปก่อน แต่ก็ยังดื้อด้านไม่ยอมไป เลยได้แต่ยอมให้เขาตามมา ผมรู้สึกว่าเจ้าเด็กคนนี้ไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไหร่ ถึงจะดูรู้ความดีแต่กลับไม่เหมือนเด็กน้อยเล็กซักนิด ไร้ซึ่งความอ่อนเยาว์สดใสดั่งเช่นเด็กทั่วไป ในฐานะที่ผมเป็นพี่ชายของเขา ย่อมต้องมีหน้าที่แต้มสีสันให้กับชีวิตอันน่าเบื่อของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

                ตอนแรกผมคิดจะให้เขามาหาผมอีกทีตอนผมเลิกเรียน แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาจะเดินดุ่มๆเข้าไปในห้องเรียนอย่างสง่าผ่าเผย เดินเข้าไปแล้วยังมีหันหน้ามาบอกผม “คาบเรียนของที่นี่ ใครอยากเข้ามาฟังก็สามารถเข้ามาได้” ผมสงสัย “ไม่จ่ายเงินก็ได้เหรอ?” ลูซิฟินิลตอบว่า “ใครบอกนายว่าจะเรียนต้องจ่ายเงินด้วย?”

                F*ck ที่แท้โลกสวรรค์ก็เจริญมาถึงขั้นนี้แล้ว การศึกษาตลอดชีวิตฟรีไม่ต้องจ่ายตังค์ อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าสังคมคอมมิวนิสต์? ก็นี่ไงล่ะ!

 

                ห้องเรียนวิชาเวทมนตร์ของพวกเราใหญ่โตกว้างมาก กว้างจนอาจทำให้คนที่เห็นครั้งแรกตกใจตายได้ ที่นั่งในห้องก็ไม่ต่างจากที่นั่งในสนามแข่งฟุตบอล อาจารย์ที่สอนจะยืนอยู่ตรงกลาง พวกนักเรียนก็นั่งล้อมอยู่รอบๆ ผมนั่งอยู่แถวแรก อยู่ใกล้กับอาจารย์ที่สอนมากที่สุด พอเริ่มคาบ ผมก็ทำตามพวกเด็กเรียนทั้งหลาย ทำท่าตั้งใจเรียนหน่อยก็น่าจะได้คะแนนเยอะขึ้นบ้างล่ะ

                ลูซิฟินิลนั่งอยู่ด้านข้างของผม ตัวเขาสูงไม่มาก สองมือที่เกาะอยู่บนโต๊ะดูไปดูมาก็ไม่ต่างจากไม้หนีบผ้าเท่าไหร่ เห็นเขาน่าสงสารขนาดนั้น เลยจับเขานั่งบนตักของผม คาดว่าเจ้าเด็กน้อยคงประดักประเดิดอยู่บ้างถึงได้เงียบไป พอเขานั่งบนตักผมก็เด่นเป็นสง่าขึ้นมาทันที คนรอบข้างต่างหันมามองเขา เด็กเล็กขนาดนี้กลับมานั่งเรียนวิชาเวทมนตร์ขั้นสูง ทั้งยังหน้าตาหมดจดงดงาม ยังดีที่ซ่อมปีกเอาไว้ใต้เสื้อผ้า ไม่อย่างนั้นได้ถูกลักพาตัวเอาไปขายแน่ๆ

                หลังจากที่อาจารย์เริ่มสอน ครึ่งชั่วโมงต่อมาผมก็ล้มฟุบไม่เป็นท่า

 

                “ผู้คิดค้นหัตถ์เพลิงคือหัตถ์ซ้ายแห่งพระผู้เป็นเจ้า มหาเทพจีซัส การจะสร้างมันขึ้นมาจำเป็นต้องมีพลังเวทย์สูง ต้องหลอมธาตุไฟบริสุทธิ์สูงจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆเพื่อที่มันจะได้ปรากฏในรูปลักษณ์ตามที่ผู้ร่ายคาถาจินตนาการเอาไว้ ความร้อนมหาศาลจะยิ่งกระตุ้นพลังเวทมนตร์ในร่างของชาวสวรรค์ให้เคลื่อนที่และแปรผันไปอย่างดุร้าย ทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่าใน 4 ธาตุ ไฟคือธาตุที่โจมตีได้ดุร้ายที่สุด ทั้งยังแบ่งแยกดีเลวชัดเจน เพราะอย่างนั้นพวกเราจึงนิยมใช้เวทย์เพลิงในการโจมตี......”

 

                ผมนั่งกุมศีรษะ หนังตาบนและล่างกระแทกกันแล้วกระแทกกันอีก ตอนที่เริ่มเรียนวิชาเวทมนตร์ ผมที่เล่นเกมออนไลน์อ่านมังงะมาอย่างโชกโชนก็รู้สึกตื่นเต้นสนใจอยู่หรอก แต่พอได้เรียนวิชาเวทมนตร์ภาคปฏิบัติ ก็ทำไฟเผาใส่ตัวเองไม่รู้กี่หน พอมาเรียนวิชาเวทมนตร์ภาคทฤษฎี ...แค่คอยถ่างตาไม่ให้หลับก็ยากเต็มทนแล้ว

                ใครกันนะที่บอกว่า เวทมนตร์คือสิ่งที่เต็มไปด้วยความลึกลับและพลังมหาศาลประเภทหนึ่ง? บนสวรรค์แห่งนี้ทุกคนต่างก็ใช้เวทมนตร์เป็น ถ้าใครไม่เป็น คงได้ถูกมองเป็นตัวประหลาด ของเล่นที่ทุกคนต่างก็เล่นเป็นนี้นี่ไม่เพียงแต่จะไม่แข็งแกร่ง อาจารย์ที่สอนยังเอาทฤษฎีทั้งหมดออกมาตีแผ่จนเห็นไส้เห็นพุง ความลึกลับที่เคยมีก็ปวารณาไปจนหมดสิ้น

                ลูซิฟินิลใช้มือจิ้มผมไปมา พูดเสียงเบาว่า “ไม่อยากเรียนก็ไปกันเถอะ นั่งนี่เสียเวลาเปล่าๆ”

                ผมโกรธ วิชาเรียนของสำนักภาวนาเป็นเหมือนแหดักปลาดีๆนี่เอง ยิ่งวิชาเวทมนตร์กับวิชาภาษาสวรรค์ ถ้าไม่เข้าเรียน ต่อไปแม้แต่ฟังก็ฟังไม่เข้าใจ อย่างวิชาภาษาสวรรค์ ผมเรียนไป 1 คาบ แค่ 5 นาทีก็ต้องยอมสยบราบคาบ

                ผมเลยตอบไปว่า “ฉันเรียนไม่รู้เรื่อง” ลูซิฟินิลขมวดคิ้ว “ง่ายขนาดนี้ก็ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าเจ้าเสกบอลไฟได้?” ถึงประโยคหลังจะดูเสียดสีผมอย่างชัดเจน แต่ว่าเสกบอลไฟอะไรนั่นผมทำไม่เป็นจริงๆ ดังนั้นผมจึงส่ายหน้าไปตามสัตย์จริง ลูซิฟินิลทำหน้าตาย “เจ้าเป็นเทวทูตระดับล่างได้ยังไงเนี่ย?”

                แล้วผมจะรู้ได้ยังไงเล่า?

 

                ผมจ้องลูซิฟินิลก่อนจะฉีกยิ้มออกมา มือลูบเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก่อนจะควักกระจกออกมาบานหนึ่ง ลูซิฟินิลมองมาอย่างสงสัย ผมก้มตัวลงแกะเชือกรองเท้าก่อนจะวางกระจกลงไปแล้วใช้เชือกมัดติดกับหลังเท้า ยุ่งอยู่พักหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมา ผมกระซิบเบาๆที่ข้างหูเขา “ให้พี่ชายสอนนายแล้วกันว่าอะไรคือลูกผู้ชายตัวจริง”

                ลูซิฟินิลยังคงทำหน้างุนงง ผมฟุบลงบนโต๊ะลูบปากกาขนนกในมือเล่น

 

                ผ่านไปไม่นาน อาจารย์สาวแว่นคนนั้นก็เดินผ่านมา ผมยิ้มเจ้าเล่ห์พลางยื่นเท้าออกไปข้างนอก เฮ้อ... คิดดูแล้ว นี่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของพวกเราเหล่าเด็กนักเรียน ตอนนั้นอายุของผมก็พอๆกับอายุของเสี่ยวลู่ พอขึ้นม.ต้น ก็มักจะอ้างคำถามออกมาขอให้อาจารย์ก้มตัวลงมาอธิบาย ระหว่างนั้นก็แอบมองหน้าอก......ตอนนั้นยังมีอาการหน้าแดงก่ำใจเต้นแรงอยู่บ้าง พอขึ้นม.ปลายก็หน้าหนาไร้ยางอาย~~~

 

                “ฤทธิ์ของหัตถ์แห่งเพลิงก็เหมือนกับลาวาที่ประทุออกจากภูเขาไฟ มันช่วยกระตุ้นให้พลังในร่างพุ่งสูงถึงขีดสุด ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติไม่ทนต่อแรงกระแทก เคลื่อนไหวช้า ละลายได้ในอุณหภูมิสูง ถ้าคุณภาพต่ำจะลอย คุณภาพสูงจะจม ในยามที่พละกำลังถูกรีดเค้นจนถึงขีดสุด ก็จะสามารถระเบิดพลังที่รุนแรงออกมาได้......” อาจารย์สาวหยุดยืนอยู่ข้างผม ยังคงสอนบทเรียนต่อไป

                ผมหรี่ตาลงโบ้ยไปยังหลังเท้าของตัวเอง ลูซิฟินิลยื่นหน้าลงมาดู ก่อนจะเงียบกริบไร้คำจะกล่าว

                ผมหัวเราะชั่วร้าย ภาพวิวทิวทัศน์ใต้กระโปรงของอาจารย์สาวสะท้อนลงบนกระจก เห็นสีหน้าตกตะลึงของลูซิฟินิล ผมก็รู้สึกภูมิใจจนจมูกแทบจะยื่นหลุดออกจากหน้า เห็นแล้วรึยังล่ะว่าพี่ชายคนนี้ร้ายกาจขนาดไหน?

                ลูซิฟินิลกระแอมไอ 2-3 ที เสียงน่ารักๆนั่นช่างทำให้คนอยากเข้าไปหยิกด้วยความหมั่นเขี้ยว อาจารย์หันไปมองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะเบิกตาโตจากนั้นก็ยิ้มบางๆ เห็นได้ชัดว่าชอบเขาสุดๆ ลูซิฟินิลพูดขึ้นว่า “อาจารย์ครับ เชือกรองเท้าอาจารย์หลุด”

                แม่-เอ้ย ทำไมผมถึงไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าหมอนี่นอกจากจะน่ารักแล้วยังฉลาดเป็นกรด?

                อาจารย์พูดพลางก้มหน้าลงมอง “เด็กน้อยหลอกฉันไม่ได้หรอกจ้ะ รองเท้าของฉันไม่มีช...เชือก......”

                ผมชักเท้ากลับมาแล้ว แต่ว่า...ยังเร็วไม่พอ

 

                หลังจากนั้นใบหน้าของผมก็เหมือนถูกไฟเผาก่อนจะถูกน้ำสาดวนไปประมาณ 10 รอบได้ อาจารย์หันหน้าดำทะมึนเหมือนใต้เท้าเปามองผม “อิสเรียล หมดคาบแล้วช่วยอยู่ต่อด้วยนะ” ผมยิ้มบางพลางพยักหน้า ข้างใต้โต๊ะแอบยื่นมือไปหยิกลูซิฟินิลอย่างไม่ออมแรง

 

                ผมถูกรั้งตัวอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ด้านหนึ่งก็ทำท่าเหมือนตั้งใจเรียน ทางหนึ่งก็คิดหาวิธีลงโทษเจ้าหนูลูซิฟินิล แต่เมื่อผมเดินออกมาจากตึกเรียนเวทมนตร์ เจ้าเด็กแสบนั่นก็หายตัวไปซะแล้ว เจ้าลิงบ้าเอ้ย หนีไวนักเชียว หาตัวเจอเมื่อไหร่เถอะ จะตีให้ตายเลยคอยดู!

 

                จากนั้นก็ต้องไปซ้อมละคร วันนี้เมตาตรอนไม่อยู่ บรรยากาศของการซ้อมจึงเป็นไปอย่างประดักประเดิด ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่ต้องต่อบทกับกราบิเอล ในอากาศแทบจะมีน้ำแข็งร่วงลงมาอยู่แล้ว

 

                ไม่ง่ายเลยกว่าจะสลัดหลุดพ้นออกมาได้ วันนี้ก็ซ้อมจนตะวันลับขอบฟ้าไปเหมือนเดิม ผมกลับไปที่บ้าน เปิดประตู คิดอยากจะเข้าไปหาคาลอส แต่ผมกลับไม่รู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับเขายังไง จึงได้แต่ยืนเหม่ออยู่ที่หน้าประตูห้องของเขา ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ อยู่ๆประตูก็เปิดออก พอคาลอสเห็นหน้าผมก็หน้าหงิกกระแทกประตูปิดทันที

                เสียงกระแทกประตู เรียกได้ว่าฟ้าดินสะเทือนเลยทีเดียว

 

                ผมได้แต่ยิ้มแห้ง หันกลับไปยังห้องของตัวเอง พึ่งจะเปิดประตูก็ต้อง SHOCK ครั้งใหญ่ ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของนม ลูซิฟินิลนั่งอยู่บนเตียงโดยกางหนังสือ ประวัติศาสตร์สวรรค์ของผมไว้บนตัก ขาเล็กๆนั่นดูคล้ายแทบจะทนรับน้ำหนักของหนังสือไม่ไหว ด้านข้างเป็นกระดาษกองใหญ่ เขาอยู่ในชุดนอนสีขาวหิมะตัวหลวม ในมือยังถือแก้วใส่นมอยู่อีก 1 แก้ว

                ผมมั่นใจ เจ้าเด็กผีนี่ได้คืบจะเอาศอก เปลี่ยนห้องผมกลายเป็นบ้านตัวเองไปแล้ว

 

 

-32-

                เห็นผมเข้าไป ลูซิฟินิลยังทำท่าทางราวกับตัวเองเป็นเจ้าของห้อง ยื่นปากเป็นเชิงบอกให้ผมนั่ง ผมค่อยๆเดินเข้าไปนั่ง ในใจพยายามอดทนไม่ให้พุ่งเข้าไปจับเขามาตีซักยก ถามเขายิ้มๆว่า “น้องชายกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?” ลูซิฟินิลกลับถามว่า “เจ้ารู้สึกว่าวิชาไหนเรียนยากบ้าง?”

                “นอกจากศาสตร์คำนวณ ทุกอันก็ยากหมด” ผมตอบไปตามจริง เพราะศาสตร์คำนวณกับวิชาคณิตศาสตร์ต่างกันไม่มาก ลูซิฟินิลพยักหน้า “นั่นก็ดีแล้ว ปกติคนส่วนใหญ่มักจะปวดหัวกับวิชาศาสตร์คำนวณ ภาษาสวรรค์กับประวัติศาสตร์สวรรค์มีแต่สอบข้อเขียน แต่วิชาเวทมนตร์ต้องสอบปฏิบัติ เจ้าเป็นคาถาไฟกี่บท?” ผมยื่นมือออกมา คิดอยู่นานกว่าจะท่องคาถาที่คาลอสสอนเมื่อคราวนั้นออกมาได้ ใจกลางฝ่ามือปรากฏลูกไฟออกมา “เป็นแต่อันนี้” ผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองสามารถเอาไปใช้แทนหมอนรองรางรถไฟได้แล้ว หนาซะขนาดนี้

                ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าลูซิฟินิลอึ้งทึ่งกับความสามารถของผม เขาต้องคิดแน่ๆเลยว่าที่ผมเข้ามาเรียนที่นี่ได้เพราะอาศัยเรื่องอย่างว่า ผมรู้ดี ต่อให้เป็นคาถาของเทวดาระดับสูง ผมก็สู้ไม่ได้ จริงๆแล้วผมก็พอจะเอาขี้ปากชาวบ้านมาประติดประต่อเรื่องราวได้ไม่มากก็น้อย เวทมนตร์ของอิสเรียลเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันถือว่าแข็งแกร่ง ทั้งยังยอดเยี่ยม ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกคนอื่นอิจฉามากขนาดนี้หรอก

                ผมพูดต่อว่า “นายไม่ต้องสอนฉันเรื่องพวกนี้หรอก ถึงสอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร” ลูซิฟินิลกลับกล่าวว่า “เจ้าต้องสอบให้ผ่านสิ จะได้เลื่อนเป็นเทวทูตระดับกลาง ได้รับปีก 4 ปีก” ได้แบบไหน? ถ้าต้องเหมือนกับอิสเรียลตอนนั้น......ชิ-หาย... ผมไม่เอา! ลูซิฟินิลเสริมอีกประโยคว่า “แน่นอนว่าไม่เหมือนคราวก่อน ครั้งนี้เจ้าเลื่อนระดับได้ด้วยตัวเจ้าเอง ปีกจะถูกเพิ่มใส่ร่างของเจ้าผ่านการภาวนา”

                นี่มัน... แม้แต่เขาก็รู้อดีตของอิสเรียลงั้นเหรอ?

 

                ลูซิฟินิลปิดหนังสือก่อนจะยกนมขึ้นดื่ม เพราะปากของเขาเล็กเกินไปจึงมีคราบนมติดอยู่รอบปากเป็นวงสีขาว ผมช่วยเช็ดคราบนมออกให้เขา ยิ้มพลางพูดว่า “เห็นนายชอบทำท่าเหมือนเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ที่แท้ก็ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป โตขนาดนี้แล้วยังกินนมอยู่อีก”

                อา... พูดงี้ก็ไม่ถูก ตอนผมอยู่ม.ปลาย แม่ก็ยังให้ผมกินนมอยู่ทุกวัน แม่ชอบบอกว่าถ้าไม่กินนมก็จะไม่สูง แต่ผมว่าขนาดผมกินทุกวันขนาดนั้นตัวก็ไม่ได้สูงขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ แม่ผมตอบว่า 179.5 เซนฯ นี่ยังไม่นับว่าสูงอีกเหรอ?

                ลูซิฟินิลอึ้งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะแบมือออกมา นิ้วเล็กๆขาวละเอียดทั้ง 5 นั่นน่ารักซะไม่มี เขาพูดว่า “จุดรวมพลังของเวทมนตร์แต่ละสายไม่เหมือนกัน ข้าลองสังเกตตอนเจ้าใช้พลังมาแล้ว จุดกำเนิดพลังของเจ้าเริ่มจากจิตออกมาตามปลายนิ้ว ยกตัวอย่างเวทไฟ ยิ่งระดับต้นๆก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจน” ระหว่างที่พูด เขาก็ท่องคาถาเสียงเบา จู่ๆที่ปลายนิ้วก็ปรากฏแสงสีแดงออกมา พริบตาเดียวก็มาอยู่ที่ใจกลางฝ่ามือ เกิดเสียงเบาๆขึ้นทีหนึ่ง ไฟก็ลุกติดขึ้นมา เบ่งบานราวกับดอกไม้หน้าร้อน

                ผมมองลูกไฟลูกนั้น พูดอย่างตะลึง “สุดยอด นี่มันคาถาอะไรน่ะ? สวยมาก!” ลูซิฟินิลตอบว่า “นี่เป็นคาถาเดียวกับที่เจ้าใช้”

                ผมตะลึง

                นี่มันทฤษฎีอะไรกัน? เจ้าเด็กนี่พึ่งจะอายุได้เท่าไหร่เอง? ดูท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งไฟเลยซักนิด คราวก่อนที่เขาโจมตีผม เหมือนจะใช้สายฟ้าฟาด แต่รู้สึกว่าผมลัพธ์ที่ออกมาจะต่างกันไม่เท่าไหร่ ดูเก่งกาจกว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” ของพวกเราอยู่มากโข

                เจ้าเด็กนี่ทำไมถึงได้......

 

                ลูซิฟินิลยังคงแบมือค้างไว้ที่เดิม “อีกไม่นานเจ้าก็จะต้องเข้ารับการสอบแล้ว อยากสอบผ่านในระยะเวลาสั้นๆก็ไม่ยาก แค่ทำตามวิธีที่ข้าบอกก็พอ” ผมถาม “ถ้าฉันสอบไม่ผ่าน จะต้องกลับไปที่เมืองเยลูซาเล็มรึเปล่า?” ลูซิฟินิลพยักหน้าอย่างไม่ลังเล

                ผมตายแน่ ดูยังไงผมก็ไม่น่าสอบผ่าน ฮือ... ผมต้องมีสภาพเหมือนอดัมกับเอวาที่น่าสงสาร ถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน......

                สวนเอเดน... พึ่งจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาผมก็ถามออกไปทันที “จริงสิ ระยะนี้พระผู้เป็นเจ้าได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาบ้างรึเปล่า?” ลูซิฟินิลตอบว่า “เขามอบหน้าที่นี้ให้กับพวกลูกน้องไปทำ จีซัสอุตส่าห์เดินทางไปถึงที่ราบลุ่มทางตะวันตกเพื่อสร้างสวนเอเดนได้แล้ว” ผมรีบถามต่อ “แล้วชื่อของผู้ชายกำหนดแล้วรึยัง?” ลูซิฟินิลตอบว่า “กำหนดแล้ว ชื่ออดัม สร้างเสร็จแล้วด้วย แต่หน้าตาของลิลิธยังไม่ได้กำหนด”

                F*ck นี่มันประสิทธิภาพการทำงานแบบไหนกัน?

                ผมถามต่อ “แล้วเอวาล่ะ?” ลูซิฟินิลถามอย่างสงสัย “เอวาอะไร?” ผมโบกมือปฏิเสธ หรือว่าคัมภีร์ไบเบิ้ลจะบันทึกผิด? ภรรยาของอดัมกลายเป็นภรรยาของราชาปีศาจ?

                “ฉันอยากจะเห็นอดัม ไปดูเขาได้รึเปล่า?” นั่นเป็นบรรพบุรุษของพวกเราเชียวนะ

                ลูซิฟินิลกล่าวว่า “หน้าตาของอดัมก็เหมือนกับลูซิเฟอร์นั่นแหละ ไม่เห็นมีอะไรน่าดู”

                เอ๋? ไม่ใช่ว่าอดัมใช้ใบหน้าเดียวกับพระเจ้าหรอกเหรอ?

                ผมถามต่อ “แล้วพระเจ้าหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?” ลูซิฟินิลตอบว่า “พระเจ้าไม่มีร่างเนื้อ เป็นเพียงพลังที่สถิตอยู่ทั่วทั้งจักรวาล เขาอาจจะปรากฏร่างออกมาให้เห็นแต่ก็ไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าอยู่ดี” ผมสรุป “จะบอกว่า พระเจ้าอยากเป็นอะไรก็กลายร่างเป็นอย่างนั้นเหรอ?” ลูซิฟินิลพยักหน้า “จริงๆแล้วอัครเทวทูตทุกคนต่างก็เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้ทั้งหมด ถ้าไม่ใช่เพราะต้องทำให้ง่ายต่อการจดจำ ป่านนี้คงได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมายิ่งกว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซะอีก”

                ผมไร้คำจะกล่าว รู้สึกจะเห็นเรื่องแปลกๆมาเยอะแล้ว ถึงได้มองว่าเรื่องนี้เรื่องนั้นก็สมกับสวรรค์ชั้นฟ้าดีจริงๆ

                “ง...ง...งั้น ทำไมนายถึงได้รู้เรื่องพวกนี้” ลูซิฟินิลตอบอย่างสบายๆว่า “เพราะข้ามี 6 ปีก” ผมยื่นมือออกไปลูบปีกของเขา 2-3 ปี “ทำไมปีกของนายถึงได้เป็นสีนี้ล่ะ?” ปีกเล็กๆ 6 ข้างทั้งฟูทั้งนุ่มลื่นดุจผ้าไหม จับไว้ในมือให้ความรู้สึกดีสุดๆ ลูซิฟินิลทำท่าเหมือนไม่เต็มใจให้ผมลูบปีก เขาขยับปีกเก็บเข้าที่เดิม “นั่นเป็นเพราะพลังของข้าไม่พอ” ผมยังยื่นมือไปดึงปีกเขาออกมาลูบอยู่ในมือ “ดูไปดูมามันน่ากินมากเลยล่ะ~~~ปีกย่าง~~~

                ลูซิฟินิลเบิกตาค้าง ตัวแข็งเป็นหิน

                ผมหัวเราะหึหึ กระโดดเข้าไปกอดเขาล้มลงกับเตียง “ฉันล้อเล่น มามา ให้พี่ชายกอดนอน” ลูซิฟินิลรีบเด้งตัวลุกขึ้น “ไม่รีบ ต้องอ่านหนังสือก่อน” ผมส่งเสียงกรนแสร้งทำเป็นหลับ ลูซิฟินิลเบะปากพิงหัวเตียง คาดว่าคงจะโกรธผมจนพูดไม่ออก หลังจากนั้น ช่วงที่ผมกำลังเคลิ้มหลับ ข้างหูก็ได้ยินเสียงแกรกกราก คล้ายปากกาขนนกกำลังขีดเขียนอยู่บนกระดาษ

                ดูเหมือนผมจะตามใจเจ้าเด็กนี่เกินไปแล้ว

                หลังจากวันนั้น ทุกๆ 2-3 วัน เขาจะต้องวิ่งแจ้นมาหาผมทั้งยังติดหนึบอยู่ที่บ้านผมไม่ไปไหน ผมเองก็ไม่กล้าปฏิเสธเด็กน้อยที่แสนน่ารักขนาดนี้ได้ลงคอ ได้แต่ยอมให้เขามาอยู่ด้วย ตอนหลังถึงได้พบว่าเขาชอบวาดภาพ ทั้งยังเป็นภาพเสก็ตช์อีกด้วย ถึงจะไม่รู้ว่าดินสอที่ใช้ทำมาจากอะไรก็เถอะ

                แต่ว่า พอผมได้เห็นภาพของเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก ภาพวาดของเขาราวกับมีชีวิตจริงๆ ทั้งภาพทิวทัศน์ ภาพเหมือนคน ทุกรูปสามารถเอาไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีสได้เลยด้วยซ้ำ ผมเอารูปของเขาไปแขวนไว้บนผนัง เขากลับดูถูกผมซะงั้น

 

                หลายพันหมื่นปีหลังจากนั้น ผมได้ย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในปราสาทแห่งแสง ที่ๆลูซิเฟอร์เคยอาศัยอยู่ จ้องมองภาพฝาผนังที่เรียงรายอยู่ทั่วปราสาท จ้องมองความว่างเปล่าด้านนอกหน้าต่าง จ้องมองแสงเจิดจ้ากลางกลุ่มเมฆสีขาวและท้องฟ้าสีคราม ก่อนจะหันกลับไป จ้องมองไปยังรูปเสก็ตช์ที่แขวนอยู่ตรงใจกลางของผนัง ในรูปเป็นเด็กหนุ่มอ่อนเยาว์คนหนึ่งกำลังกอดหมอนนอนอยู่บนเตียง เส้นผมสั้นหยักศกนั้นยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทั้งบริสุทธิ์ทั้งเงียบสงบ

                แม้ผืนกระดาษจะดูเก่าไปเล็กน้อย จะดูเลือนรางไปบ้าง แต่ทุกลายเส้น ทุกร่องรอย ราวกับได้บันทึกความคิดถึงความคะนึงหานับพันนับหมื่นปีลงไปด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1581 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:13
    รู้สึกเครียด เรื่องจะเป็นไงต่อเนี้ย
    #1,581
    0
  2. วันที่ 30 เมษายน 2561 / 09:45
    อยู่กันยาวๆ
    #1,524
    0
  3. #1473 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 07:43
    ทำไมอยู่ๆเวลาก็เร็ว ถถถถถ ม่ายยย
    #1,473
    0
  4. #1093 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:42
    จะจบแฮปปี้มั้ยเนี่ย TT
    #1,093
    0
  5. #861 monochrome (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 23:41
    หลังจากได้มาอ่านวนไปวนมาสองสามรอบในประโยคสุดท้าย ไม่รู้ทำไมใจมันรู้สึกจุกแปลกๆ ก็พอเดาความเป็นไปได้แหละนะ ว่าสุดท้ายแล้วลูซิเฟอร์ยังไงก็เป็นลูซิเฟอร์ ถ้าอิสเรียลคือมิคาเอลในตอนท้าย ความรักของทั้งคู่คงเปรียบเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันได้บรรจบกันอีก ทั้งๆที่รู้ว่าเศร้า แต่ก็อยากจะอ่านต่อ ทั้งๆที่พอจะเดาทางได้ว่าตอนจบมันไม่สวยเหมือนอย่างที่คิด แต่พอมาเจอประโยคสุดท้ายนี่ ปกติเราไม่ค่อยรู้สึกอะไร น้ำตายังจะไหลออกมาเลย ทั้งคนแต่งทั้งคนแปล บรรยายออกมาได้สุดยอดจริงๆ T_T
    #861
    0
  6. #797 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:24
    หลายพันหลายหมื่นปีคืออะร๊ายยยย โอ้ย ตามไม่ทันแล้ว ทำไมมาม่าเต็มไปหมดด
    #797
    0
  7. #282 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 21:26
    นางคือมิคาเอลในอนาคตแน่ๆ แล้วต้องมีอะไรแยกสองคนนี่ออกจากกัน มรั่ยยย
    #282
    0
  8. #270 vigils (@vigils) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 19:51
    หลายพันหลายหมื่นปีนายได้ย้ายเข้าบ้านเขา ภาพเสก็ตช์รูปนาย เฮ้ยยยยยยยย! แววดราม่ามาแต่ไกล
    #270
    0
  9. #190 relis (@relis) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 18:26
    ลูซิไม่อยากให้พี่ชายย้ายกลับไปใช่ม้า  เลยจะช่วยติว

    ตอนสุดท้ายเป็นการทำให้คอดมาว่าหวีปินจะกลายเป็นมิคาเอลในท้ายที่สุดรึเปล่า



    #190
    0
  10. #189 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    กลิ่นมาม่าโชยมาเชียว... มีแววน้ำตาซึม
    #189
    0
  11. #184 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 18:39
    เดี๋ยวนะ หลายพันหลายหมื่นปีต่อมาผมได้ย้ายเข้าไปอยู่ในปราสาทแห่งแสงที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของลูซิเฟอร์??? เดี๋ยวก๊อนนนนนนนนนน เห้ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ไม่กล้าเดาเลย ไม่อยากคิดเลย แววดราม่ามาแต่ไกล... ??
    #184
    0
  12. #181 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 14:10
    ง่า ไม่กล้าเดาเนื้อเรื่องแล้ว กลัวใจตัวเองมากค่ะ กลัวได้กินมาม่า
    #181
    0
  13. #179 seadragonpanso (@japay) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 08:53
    นายน้อยซีน่าจะเป็นลูซิตัวจริง ส่วนอิสเรียลน่าจะเป็นมิคาเอล
    เนื้อเรื่องช่างดราม่ายิ่งนัก เฉพาะช่วงท้ายอ่ะนะ55
    #179
    0
  14. #178 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 07:52
    ลูซิฟินิล! #ความโชตะกระแทกตา อิสเรียลระวังโดนจับกินไม่รู้ตัวนะครับ #แค่กๆๆๆๆ หมั่นไส้คารอสจริงจัง #ขูดโต๊ะ ขอบคุณครับ
    #178
    0
  15. #177 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 07:20
    ขอบคุณผู้แปลมากนะค่าาาา
    #177
    0
  16. #176 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 07:05
    หลายพันหมื่นปี เดี๋ยววว กว่านายจะได้เข้าบ้านเขานี่หลายพันปีเลยเหรอคุณหลี//รู้สึกว่าไม่ใช่ประเด็น แต่ท่าทางเรื่องนี้มีความดราม่าซ้อนอยู่
    #176
    0
  17. #175 sec_chan (@secchan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 06:41
    นายน้อยน่ารักจริงๆ อิสเรียลไม่ต้องสนใจใครแล้วล่ะ
    #175
    0
  18. วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 06:27
    เดาเล่นๆว่านายน้อยซีคือลูซิเฟอร์แปลงร่างเป็นเด็กมาอยู่ด้วย
    เห็นบอกแปลงร่างกันได้นิ...มันน่าสงสัย
    #174
    0
  19. #173 NoEnd-Infinity (@--noon--) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 05:59
    ช่วงสุดท้ายแลดูเศร้าจัง
    #173
    0
  20. #172 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 02:31
    เรื่องนี้มีกี่ตอนกันเนี่ย
    #172
    0
  21. #171 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 01:47
    โอ้ยยยรักเด็ก เด็กน้อยคือลูซิเฟอร์ตัวจริงรึเปล่า??
    #171
    0
  22. #170 Urtrash (@Urtrash) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 01:01
    ห๊ะ._.?
    #170
    0