เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 17 : ทัณฑ์สวรรค์ [17]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-33-

                ชีวิตของชาวสวรรค์ผ่านไปอย่างเนิบช้าจนน่ากลัว น่ากลัวซะยิ่งกว่ากฎหมายซะอีก พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายเดือน แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนพึ่งผ่านไปไม่กี่วัน ในช่วงนี้มีลูซิฟินิลคอยตามติดอยู่ตลอดเลยไม่รู้สึกน่าเบื่อ ส่วนคาลอสนั้น...ผมไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย วันๆหนึ่งไปเรียนแล้วก็ไปซ้อม ไปซ้อมแล้วก็ไปเรียน ตกเย็นก็ถูกเด็กบ้าบางคนบังคับให้อ่านหนังสือ ต้องมาให้เด็กน้อยสอนหนังสือ ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

                ปรากฏว่าเมตาตรอนก็มีงานมีการทำเหมือนชาวบ้านเขาเหมือนกัน เลยออกมาวิ่งเล่นไม่ได้ทุกวัน แต่ทุกครั้งที่มาก็ต้องคอยตามเกาะแกะผมตลอด ตั้งแต่ผมถูกเขา จุ๊บ ไปคราวก่อน ทุกครั้งเป็นต้องรักษาระยะห่างจากเขาซักหลายเมตรได้ ผมเคยขอให้เขาช่วยหางานพิเศษให้ทำ เขากลับโยนเช็คกลับมาให้ผมซะได้ ผมเลยได้แต่ออกหางานพิเศษทำด้วยตัวเอง หาอยู่ครึ่งเดือน ก็ได้งานเป็นแรงงานเถื่อนอยู่ในร้านอาหารร้านหนึ่งในสวรรค์ชั้น 6 เวลาพักผ่อนทั้งหมดก็โยนมาไว้ที่นี่จนหมด ค่าแรงต่อชั่วโมงกลับได้แค่ 4 เหรียญเงินเท่านั้น ที่น่าแค้นใจกว่าก็คือ เพราะจำนวนปีกไม่พอ สีก็ไม่ถึงเกณฑ์ แม้แต่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์ก็ไม่ได้ ได้แต่คอยขัดจานอยู่หลังร้าน F*ck อะไรที่เอ่ยเรียกว่า noface… ก็คือเถ้าแก่ร้านนี้ยังไงล่ะ!

                ที่น่าแปลกก็คือ วันไหนที่ผมมาทำงาน เจ้าเด็กแสบก็จะหายหัวไป นั่นก็ดี ถ้าเขาอยู่ผมก็ต้องมาดูแลเขาอีก F*ck again!

                เพราะว่าไม่มีเวลา ข้าวกลางวันซื้อมาก็ไม่ได้กิน พอเลิกเรียนก็ต้องวิ่งไปที่แม่น้ำซีอาร์เพื่อซ้อมละคร นี่คือชีวิต 1 วันของผม

                ด้านข้างแม่น้ำซีอาร์มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง ผมไม่เคยเห็นต้นไม้แบบนี้มาก่อน ต้นไม้ต้นนี้แผ่กิ่งก้านใบออกมาราวกับปุยเมฆ ดอกไม้บานอยู่เต็มต้นกลายเป็นผืนสวยงามราวกับดวงดาวพร่างพราวบนท้องนภา

                คนอื่นๆต่างพูดว่านี่คือต้นไม้นำโชค ใครที่มาขอพรที่ต้นไม้ต้นนี้จะมีความรักที่ยืนยาว โรงเรียนของผมก็มักจะมีตำนานแบบนี้ แฟนหมายเลขเจ็ดของผมยังเคยพูดเรื่องนี้ ผลลัพธ์ถ้าไม่ใช่รักเขาข้างเดียวก็เหมือนกับวิ่งตามในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

                วันนี้ตอนบ่าย แสงแดดกำลังดี เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาซ้อม ผมนั่งพิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่พลางเปิดหนังสือภาษาสวรรค์ออกอ่าน ไม่ไกลเป็นลูซิฟินิลที่สวมชุดคลุมยาว ปีกสั้นๆนั่นขยับไหวไปมาบินอยู่กลางอากาศ เมื่อมองให้ดีก็เห็นว่าเหนือสนามหญ้ามีผีเสื้อตัวเล็กตัวน้อยบินว่อนอยู่ เขากำลังบินตามผีเสื้อเหล่านั้น ทำท่าทางราวกับไม่เคยเห็นอย่างนั้นแหละ ริมแม่น้ำซีอาร์ปรากฏสายรุ้งเส้นหนึ่งพาดผ่าน บนเสื้อคลุมยาวของลูซิฟินิลก็สะท้อนแสงสีทองออกมาจางๆ

                เจ้าเด็กนั่นน่ารักเกินบรรยายจริงๆ ผมเรียกเขาเสียงหนึ่ง เขาก็หันหน้ามามองผม ในแววตายังเป็นท่าทางถือดีอย่างเดิม เขากระดิกนิ้วสั่งผมให้เข้าไปหา เจ้าเด็กบ้าที่ถูกพ่อแม่สปอยล์จนเสียคนนี่! ช่วยไม่ได้ ผมกอดหนังสือเดินเข้าไปถาม “อัครเทวทูตกับเทวทูตชั้นยอดต่างกันยังไง?” ลูซิฟินิลเบิกตากว้าง “เจ้าเรียนภาษาสวรรค์มาตั้งนานขนาดนี้ แม้แต่เรื่องง่ายแค่นี้ก็ไม่รู้งั้นเหรอ?”

                เออ ดูถูกกันเข้าไป ผมโดนดูถูกมาจนชินแล้ว

                ลูซิฟินิลลดระดับลงมาจนถึงพื้น เขานั่งยกเข่าสองข้างขึ้นอยู่ข้างผม ท่านี้มัน...ช่าง... ช่างเถอะ ผมเองก็ชินกับท่าทางแก่แดดเป็นสาวน้อยของเขามานานแล้ว เขาพลิกหน้ากระดาษหาหน้าที่ต้องการอย่างคล่องแคล่วทำราวกับว่าเขาเป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเองงั้นแหละ จะว่าไปแล้ว หนังสือของสวรรค์แต่ละเล่มล้วนทำจากไม้ทั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงได้พิมพ์ตัวอักษรลงไปได้สวยงามขนาดนั้น ราวกับหนังสือเวทมนตร์ในเทพนิยายยังไงยังงั้น

               ลูซิฟินิลชี้ไปยังรูปของอัครเทวทูตรูปหนึ่ง “อัครเทวทูตหมายถึงผู้ที่อาศัยเป็นเพื่อนบ้านของพระผู้เป็นเจ้าทั้ง 4 ทิศ เป็นผู้รับ ความศักดิ์สิทธิ์และ ความสมบูรณ์ เป็นลำดับแรกสุด ฉายาของพวกเขาจะถูกตั้งตามตำแหน่งที่อยู่ อัครเทวทูตที่อยู่เบื้องหน้าของพระผู้เป็นเจ้ามีทั้งหมด 7 ตน ได้แก่ กราบิเอล ราเซล ราเกล ราฟาเอล อูเรียล เมตาตรอน ไทเรียล พวกเขาแยกกันควบคุมดูแลเทวดาทั้ง 7 ระดับชั้น เทวะปราชญ์ เทวะอารักษ์ เทวทูตชั้นสูง เทวทูตชั้นกลาง เทวทูตชั้นต่ำ เทวดาชั้นสูง เทวดาชั้นกลาง ยกเว้นเทวะชั้นยอดและเทวดาทั่วไป กราบิเอลควบคุมน้ำ อูเรียลควบคุมสายฟ้า ราฟาเอลควบคุมสายลม เมตาตรอนควบคุมไฟ อัครเทวทูตทุกคนจะมีปีกทอง 6 ปีก สิ่งที่ต้องจำให้ดีคือ ลำดับขั้นสวรรค์ที่อัครเทวทูตทุกคนดูแลจะไม่สอดคล้องกับตำแหน่งของแต่ละคน ในอัครเทวทูตทั้ง 7 ตน เมตาตรอนคือคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุด”

                เจ้าลูกคนรวยบ้าเช็คนั่น ดูถูก!

                ลูซิฟินิลพลิกหน้ากระดาษต่อไปจนถึงหน้าของเทวะชั้นยอด พอเห็นสัญลักษณ์ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ที่เหมือนกับที่ปรากฏอยู่บนหน้าเหรียญทองก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

                ลูซิฟินิลกล่าวว่า “เทวะชั้นยอดเรียกอีกชื่อว่า เซราฟิม หมายถึงผู้สร้างและผู้หลุดพ้น เป็นเทวดาที่ตำแหน่งสูงที่สุดในหมู่เทวดา และเป็นเทวดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เทวะชั้นยอดไม่มีรูปลักษณ์ ไม่มีกายเนื้อ ใช้พลังชีวิตสร้างชีวิต พลังของพวกเขาจะเป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์ออกมา”

                 ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าลูซิเฟอร์แข็งแกร่งสุดๆไปเลยน่ะสิ ...F*ck ผมถามต่อ “เดี๋ยวนะ ใช้พลังชีวิตสร้างชีวิต? หมายถึงอะไร?” ลูซิฟินิลตอบว่า “เทวะชั้นยอดมีพลังสามารถสร้างเทวดาขึ้นมาได้ นั่นเป็นวิธีแรก” ผมถามต่อ “แล้ววิธีที่สองล่ะ?” ลูซิฟินิลตอบว่า “ไม่เคยมีใครทำวิธีที่สองมาก่อน ได้ยินว่าวิธีนั้นลำบากเป็นอย่างยิ่ง เจ้าก็รู้นี่ว่าพวกเทวดาชั้นสูงต่างก็เป็นพวกสองเพศทั้งนั้น”

                ผมร้องออกมาพลางคว้าหมับเข้าที่ไหล่เล็กๆของเขา “อะไรนะ? สองเพศ? แม่เจ้าโว้ย!

                ลูซิฟินิลใช้สายตาดูถูกทิ่มแทงผม “มีอะไรน่าตกใจกัน ต่อ อัครเทวทูตก็จัดเป็นเทวะชั้นยอด แต่เทวะชั้นยอดยังรวมถึงพวกแซนเดอฟานอีกไม่กี่คน เทวะชั้นยอดทุกคนจะมีปีกทอง 6 ปีก ยกเว้นหัตถ์ซ้ายและขวาของพระผู้เป็นเจ้า จีซัสและลูซิเฟอร์ ฝ่ายแรกมีปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ 4 ปีก ฝ่ายหลังมีปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ 6 ปีก ลูซิเฟอร์เป็นหัวหน้าของเหล่าเทวะชั้นยอด รูปนี้คือสัญลักษณ์ของเขา”

                ลูซิเฟอร์เป็นผู้นำของเหล่าเทวะชั้นยอด อัครเทวทูตทั้งหมดต่างก็เป็นเทวะชั้นยอด พูดอีกอย่างก็คือ ลูซิเฟอร์เป็นท็อปของท็อป...... พระเจ้าก็ยังจะสามารถชะล่าใจอยู่ได้ ถึงว่าทำไมตอนหลังถึงได้ถูกลูซิเฟอร์หักหลัง

                ผมมองตัวหนังสือตวัดไปมาเต็มหน้ากระดาษเหล่านั้น ก่อนจะหันไปมองลูซิฟินิล

                เจ้าเด็กน้อยนี่ ความสามารถ......ช่างแข็งแกร่ง......

                ลูซิฟินิลพับปิดหนังสือ พูดเสียงเรียบว่า “นอกจากนี้ เทวดายังแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เรียงลำดับจากสูงลงต่ำได้แก่ สุริยวิถี 12 ตำหนัก กลุ่มเทวทูตทำลายล้าง กลุ่มเทวทูตพิพากษา กลุ่มเทวทูตพยาบาท กลุ่มเทวทูตประจัญบาน ในทั้งหมด เทวทูตประจัญบานมีจำนวนมากที่สุด เพราะประกอบด้วยเทวทูตระดับล่าง และเพราะมีจำนวนคนมาก จึงเป็นแนวหน้าในสงครามกับโลกปีศาจ”

                อย่างที่คิดไว้ อำนาจของเทวทูตระดับล่างดูเบาไม่ได้จริงๆ

                ผมตบบ่าลูซิฟินิล “พวกนี้อยู่ในหนังสือ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าไม่น่าเชื่อว่านายกลับจำได้ชัดเจนขนาดนี้ ร้ายกาจจริงๆ” ลูซิฟินิลถึงจะดูเป็นเด็กน้อย แต่เขาฉลาดมากจริงๆ ไม่มีทางโต้แย้ง หนังสือ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าถือเป็นที่สุดจริงๆ แม้แต่หนังสือพจนานุกรมสือไห่ยังกลายเป็นหนังสือเบบี๋ไปเลย

                ลูซิฟินิลกลับตอบว่า “ตรงนี้ก็มีเขียนนี่” ผมยิ้ม “ถ้าฉันจำได้จะถามนายทำไมเล่า”

                ลูซิฟินิลหัวเราะออกมา เส้นผมสีทองตรงหน้าผากของเขาถูกลมพัดปลิว เมื่อรวมเข้ากับดวงหน้ารูปไข่เล็กๆขาวกระจ่างนั่น เขาก็ดูสมกับเป็นเทวดาสุดๆ “เดิมที กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าเป็นหนังสือที่เร่งทำออกมาตามประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เนื้อหาข้างในก็โบราณพอๆกับโลกสวรรค์นั่นแหละ”

                ผมกำลังจะพูดว่าเขาเป็นเด็กเป็นเล็กแต่ดันพูดอะไรซะใหญ่โต หางตากลับเห็นว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังบินเข้ามา ผมรีบยื่นมือออกไปปิดปากลูซิฟินิล “มีคนมา” ลูซิฟินิลปัดมือผมออกก่อนจะกระพือบินจากไป ความเร็วนั่นราวกับผึ้งน้อยไม่มีผิด

 

 

-34-

                คนที่มาคือเมตาตรอน ถึงจะสวมแว่นตากับไม้กางเขน แต่เขาก็ยังดูหยิ่งยโสอยู่ไม่น้อย เขาก้าวเข้ามานั่งข้างผม เหยียดเท้าออกไปอย่างสบายๆ “อีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดข้า เจ้าจะมารึเปล่า?” ผมกำลังจุถามว่าเขาอายุเท่าไหร่ คิดไปคิดมาก็ช่างมันดีกว่า คาดว่าเขาเองก็คงจะจำไม่ได้แล้ว เลยเปลี่ยนคำถามว่า “วันไหนล่ะ? ถ้าว่างก็จะไป” เมตาตรอนตอบว่า “สุดสัปดาห์นี้”

                สุดสัปดาห์......ที่จริงเอาไปทำงานพิเศษได้......แต่ว่าเป็นงานวันเกิดเมตาตรอนทั้งที จะต้องยิ่งใหญ่อลังการแน่ ไม่ไปก็น่าเสียดาย ผมพยักหน้าอย่างลังเล เมตาตรอนกลับเหมือนมองไม่เห็น สายตาของเขาทอดมองไปยังพื้นหญ้า ผมมองไปตามสายตาของเขาบ้าง ...ชิ-หาย

                บนพื้นหญ้าอ่อนนุ่มเล็กละเอียดปรากฏขนนอกเส้นหนึ่งลอยละล่องอยู่บนนั้น ขนนกเส้นนั้นสีจะเงินก็ไม่เงินจะทองก็ไม่ทอง สะท้อนแสงงดงามสะดุดตา

                เมตาตรอนยื่นนิ้วออกไปดีดขนนกเส้นนั้น เส้นขนอ่อนนุ่มพลิ้วกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศ หมุนคว้างอยู่กลางอากาศอยู่หลายรอบ ส่ายไปซ้ายทีขวาทีก่อนจะพลิ้วลงบนยอดหญ้าอย่างเชื่องช้า ลมพัดมาอีกครั้ง ขนปีกนั่นก็ลอยละล่องไปดุจปุยเมฆ

                เมตาตรอนถามขึ้นว่า “ช่วงนี้เจ้าไปเที่ยวเล่นที่ไหนงั้นเหรอ ข้าไม่เห็นเจ้าเลย” ดวงตาดุจหินโมราคู่นั้นจ้องมองผม ผมยื่นมือออกไปคว้าจับขนเส้นนั้นมาหมุนเล่น ตอบกลับยิ้มๆว่า “นั่นเพราะนายไม่ค่อยออกมาจากปราสาทแห่งแสงต่างหาก ยุ่งอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

                “อดัมกับลิลิธถูกสร้างเสร็จแล้ว ช่วงนี้กำลังยุ่งอยู่กับการตกแต่งสวนอีเดนอยู่” เมตาตรอนยกมือขึ้นเสยผมของตัวเอง เส้นผมเล็กละเอียดราวเส้นไหมแทรกผ่านนิ้วทั้ง 5 ของเขาก่อนจะร่วงตกลงมาตามเดิม ผมของเจ้าหมอนี่สวยจริงๆ ใช้ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพูยังได้ ผมถามอย่างสงสัย “จริงเหรอ? ไม่มีเอวาจริงๆเหรอ?”

                เมตาตรอนหันมามองผมช้าๆ ดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นเล็ก “อิสเรียลน้อย นี่เจ้าแอบฟังพวกข้าคุยกันอย่างนั้นเหรอ?” ผมงุนงง เมตาตรอนกล่าวว่า “เอวาเป็นชื่อที่ข้าตั้ง แต่มหาเทพลูซิเฟอร์ไม่ว่ายังไงก็จะใช้แต่ชื่อลิลิธเท่านั้น”

                เหลวไหล ตอนหลังลิลิธต้องกลายเป็นเมียเขา เขาไม่อยากใครจะอยาก?

                ผมพึ่งจะหลุดจากภวังค์ จู่ๆเมตาตรอนก็ยื่นมือออกมากอดเอวผม ดึงผมเข้าไปใกล้ “รีบบอกมา ถ้าไม่บอกข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ” ผมอึ้ง สองมือยกขึ้นกุมหัวทันที “ฉันไม่ได้แอบฟัง!” ถ้าเขาเข้ามาใกล้อีก ผมต่อยจริงๆด้วย!

                เมตาตรอนปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ายวน......เจ้าพวกเพชฌฆาตผู้หญิงเอ้ย...

                ฟังเขาหัวเราะ ผมเองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ ถึงจะไม่รู้ว่าหัวเราะอะไรก็เถอะ พึ่งจะนั่งตัวตรงได้ เมตาตรอนกลับยื่นอีกมือเข้ามาคว้าผมไปดอกแน่น “เด็กนิสัยไม่ดี ช่วงนี้ไปทำอะไรมา? ทำไมถึงไม่มาหาข้า?”

                ยายมันเถอะ! เขาเห็นผมเป็นอีหนูอิสเรียลไปแล้ว!

                ผมมองซ้ายทีขวาที เจ้าเด็กนั่นหายไปไหนแล้ว รีบช่วยเสกสายฟ้าฟาดเจ้าสารเลวนี่ที!

                ผมยิ้ม ทั่วร่างหลั่งเหงื่อเย็นออกมา “ม...มหาเทพ... ร...เรื่องนั้น... ข้างกายมหาเทพไม่เคยขาดคน ขาดข้าไปคนห็ไม่เป็นไร ฮาฮา...”

                “งั้นเหรอ แต่ช่วงนี้ข้าขาดคนมากเลยล่ะ” เมตาตรอนเลิกคิ้วน้อยๆ ดูเกียจคร้านอยู่เจ็ดส่วน ส่วนอีกสามส่วน......กรุ่นโกรธ

                ผมแย่แล้ว... ได้แต่ตอบกลับไปว่า “ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาน่ะ”

                เมตาตรอนยอมผละมือออกจากผมข้างหนึ่ง แต่อีกข้างยังกักตัวผมไม่ปล่อย ศีรษะของผมฝังเข้ากับอกของเขา มือคู่ใหญ่ลูบไบ้ไปตามเส้นผมของผม ...ชิ-หาย บรรยากาศแบบนี้ แปลกเกินไปแล้ว~~

                หลังจากนั้น ขนนกแส้นหนึ่งก็หมุนไปมาตรงหน้าผม แสงแดดทำให้ขนนกเส้นนั้นดูเป็นสีทองขึ้นมารางๆ

                เมตาตรอนพูดเสียงแผ่วเบา “เด็กดี นี่คืออะไร?”

                ผมยิ้มแห้ง “นั่นขนของน้องชายผมเอง ฮะ...ฮาฮา...”

                เมตาตรอนตอบว่า “น้องชายเจ้ากี่ขวบแล้วถึงมีขนงอก? อย่างอกออกมาเป็นขนไก่ล่ะ”

                แม่-เอ้ย แม้แต่เวลาอย่างนี้ก็ยังอุตส่าห์เล่นมุกแป้กอีก!

                ผมตอบไปว่า “เจ้าเด็กนั่นค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยชอบออกมาเจอคนเท่าไหร่” นี่เป็นเรื่องจริง เขาไม่ชอบเจอกับชาวสวรรค์ทั้งหลาย นั่นเพราะ......ผมคิดว่าเขาคงไม่ชอบถูกใครมองล่ะมั้ง

                เมตาตรอนดีดขนนกในมือออกไปก่อนจะกอดผมแน่นขึ้นอีก สายลมอ่อนพัดเอาชายเสื้อของคนทั้งสองให้พลิ้วขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมา แม่น้ำซีอาร์ระยิบระยับ ดูคล้ายสวนดอกไม้ ขณะเดียวกันก็เหมือนดวงอาทิตย์อีกดวง เมตาตรอนทำราวกับกำลังกล่อมเด็ก พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “อิสเรียล อย่าอยู่ใกล้เขาให้มาก เชื่อฟังข้า”

                ผมงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “คนอื่นจะมาแล้ว มีเรื่องอะไรค่อยคุยตอนงานวันเกิดแล้วกัน”

                หลังจากนั้นก็เป็นการฝึกซ้อมอันแสนเข้มงวด

                หลังซ้อมเสร็จ ผมล้มตัวลงนอนอยู่บนพื้นหญ้าอย่างหมดแรง สายลมอ่อนพัดแผ่วมาอย่างอ่อนโยน ครู่หนึ่งก็รู้สึกเหมือนนอนหลับไป เคลิ้มๆเหมือนนอนหลับฝัน จู่ๆก็นึกถึงลูซิฟินิลขึ้นมา ผมรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งทันที โหยหวนเสียงแหลมราวกับนักร้องโอเปร่า “เจ้าเด็กแสบ------!

                เจ้าเด็กผายลมไม่ต่างจากหนอนผีเสื้อที่ถูกชนร่วงลงมาจากต้นไม้ ก่อนจะตกแหมะลงมาบนขาของผม น้ำหนักตัวของเขาเปลี่ยนเสียงแหลมของผมให้กลายเป็นเสียงร้องของหมูตาย ผมอยู่ในท่าเดอะแมททริกซ์ เสียดายที่ไม่มีเอฟเฟคประกอบ ก่อนจะล้มตัวลงนอนกางแขนกางขากับพื้น

                เจ้าเด็กแสบลุกขึ้นจากร่างของผม ก่อนจะปีนขึ้นมาบนอกของผม ใบหน้าเล็กๆราวกลีบดอกไม้วางอยู่บนอก ดวงตากลมโตงดงามเปล่งประกายราวกับแซฟไฟร์จ้องมองมา ผมเบิกตากว้าง ลนลานดันเขาออก แต่เขากลับไม่ขยับทั้งยังคว้ามือผมเอาไว้พลางยิ้มบาง บรรยากาศรอบตัวดูเด็ดขาดไม่เหมือนเด็กน้อยเลยซักนิด รอยยิ้มนั่นก็ทรงเสน่ห์ผิดแผกจากเด็กทั่วไป

                ขณะที่ผมกำลังตะลึง เขากลับปีนขึ้นมาอีกครั้ง ปีนปีนปีน ปีนจนขึ้นมาถึงหน้าผมก่อนจะปีนพ้นหัวผมไป ให้ผมต้องรับรู้ความอับอายที่ต้องลอดใต้หว่างขาคนอื่น

                “ได้เด็กบ้า! ลูซิฟินิล ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้! !” ผมกระโดดขึ้นมาแหกปากร้องอย่างกรุ่นโกรธ แต่เขากลับบินหนีจากไปนานแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1582 palm4588 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:36
    ลูซิฟินิล...ลู่หยางเปล่าหว่า?
    #1,582
    0
  2. #1521 sakchai99933 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:28
    เมื่อไหร่นายเอกจะสุภาพ สักทีอ่านมาตั้งนานก็ยังหยาบเหมือนเดิมหรือจะเป็นแบบนี้ไปจนจบเฮ้อออออออ.........
    #1,521
    0
  3. #1474 neaumn_sm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 07:57
    เมตาตรอนดูชอบอิสเรียลจริงๆแฮะ
    #1,474
    0
  4. #1094 []SO_DadE[] (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:50
    เมตาตรอนนนน รักอิสเรียลใช่มั้ยยนย แอร๊ยย
    #1,094
    0
  5. #798 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:29
    เมตาตรอนหึงงง
    #798
    0
  6. #207 Telia (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 14:40
    กรี๊ดเมตาตรอนตอนออกมาทุกบทเลยจริงๆ คนอารายยย ดูกวนๆแต่น่าหลงสุดๆ อิสเรียลก็ยอมๆเขาบ้างเถอะ---

    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ ><
    #207
    0
  7. #206 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:07
    ชอบให้ท่านเมตาตรอนหึงจริงๆ หึงอีกบ่อยๆนะท่าน ชอบบบบบบบ >_<~
    #206
    0
  8. #205 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:06
    เห็นหลีปินพูดถึงลูซิฟินิลว่าไม่ชอบให้เทวดาตนอื่นเห็น เลยทำตัวลับๆล่อๆ แต่รู้อะไรมั้ย ท่าทางแบบนั้นเหมือนคนที่แอบไปมีกิ๊กแต่กลัวสามีจับได้อ่ะ 55555555 ชอบบบบบบบ น่ารักมาก ยิ่งตอนที่เมตาตรอนคว้าเอวหยิบเอาขนนกที่ติดตัวออกมาถามคือกรี้ดมาก ชูป้ายทีมท่านเมตาตรอนรัวๆ
    แล้วตอนที่ลูซิฟินิลตกลงมาใส่หลีปินคือตลกมาก สงสาร แต่นายน้อยหลอกให้เราฟินตอนที่ปีนขึ้นมาบนตัวของหลีปิน นึกว่าจะจุ๊บกันที่ไหนได้......#กินจุด
    #205
    0
  9. #203 dark-diamond (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 23:24
    ลูซิฟินิลของเจ๊น่าฟัดขึ้นทุกตอนๆเลยเน้ ><
    #203
    0
  10. #202 Moo-fatZ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 22:53
    เมตาตรอนคะ อย่าทำดาเมจแบบเนร้---- //กำเดาไหลออกจมูก
    #202
    0
  11. #201 akerah (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 21:07
    ออกมาทีก็ทำเอาฟินเลยนะคะพี่ชายเมตาตรอน รักมหาเทพเมตาตรอนที่สุดแล้วอิสเรียลแลดูพิเศษกับท่านมากเลยนะ อยากให้หลีปินได้กับเมตาตรอนมากกว่าหยางลู่อีกนะ รู้สึกได้ว่าเมตาตรอนเป็นพระรองแต่ก็อวย Fc. เมตาตรอน
    #201
    0
  12. #200 zillion (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 20:35
    เมตาตรอนนน 😍 //ชูป้ายไฟ
     ฟินมากข่าาา ขอบคุณนะฮ้าฟฟ
    #200
    0
  13. #199 sunnight (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:54
    อยากให้มีสองร่างเหลือเกินค่ะ ยกอิสเรียลให้เมตาตรอน ยกหลีปิ่นให้ลู กรี๊ดดดดด
    #199
    0
  14. #198 relis (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:50
    รายละเอียดสวรรค์เยอะมากค่ะ คนอ่านยังมึน



    ตะหงิดๆทำไมเมตาตรอนถึงรุกหนักขนปีกที่ร่วงแล้วสนใจขนาดนั้ยน่าสงสัย



    งงสุดคงเป็นตอนสุดท้ายที่หลีปินนอนแล้วตะโกนเรียกลูซิฟินิลจนร่วงลงมาแล้วทำไมถึงต้องปีนขึ้นด้วยไม่เข้าใจ
    #198
    0
  15. #197 Alice zerenight (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 17:47
    เมตาตรอน หึงเหรอออ พูดเหมือนน้อยใจที่อิสเรียลไม่ค่อยไปหา ลูซิฟินิลน่ารักจริงๆ ยิ่งอยู่ยิ่งน่ารัก อิสเรียลก็ระแวงเมตาตรอนตลอดๆ ไม่คุยกับคารอสแหละดีแล้ววววววว ปล่อยมันไปปป สนใจเมตาตรอนกับลูซิฟินิลดีกว่าาาา #ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #197
    0
  16. #196 LaLuZe (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 17:15
    ลูจังน่ารัก อยากจับมาฟัด ฟัด ฟัดฟัด
    #196
    0
  17. #195 tooktik0857 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 17:14
    55555555+ น่ารักอ่ะ
    #195
    0
  18. #194 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    โง้ยยยย ชอบทั้งเด็กทั้งเมตรา แซ่บคู่ เหมา โฮรกกกกก
    #194
    0
  19. #193 Toey_Narag (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 17:00
    เมตาตรอนหึงเร่อะ 555555
    ขอบคุณนะคะ สนุกมาก ;)
    #193
    0