เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 15 : ทัณฑ์สวรรค์ [15]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-29-

                ดวงตากลมโตสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นเปล่งประกายราวกับดวงจันทร์สุกสกาว สวยงามจนผมอยากหยิกเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว ผมมองไปที่เสื้อผ้าของเขาจากนั้นก็คว้ามือเขามาลูบ “ทำไมถึงใส่เสื้อบางแบบนี้ มือเย็นหมดแล้ว บ้านนายอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันพาไปส่ง” เทวดาน้อยตอบว่า “ไม่ต้อง”

                ผมยิ้ม “ไม่เชื่อฟังพี่ชาย เดี๋ยวก็ถูกผีจับไปกินหรอก ถ้าอย่างนั้น นอนที่นี่กับฉันมั้ยล่ะ?” เทวดาน้อยร่างแข็งค้างขึ้นมาทันที “ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง” เจ้าเด็กนี่... เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้? ไม่น่ารักเอาซะเลย

                ผมดันร่างเขาลงบนเตียง “ถ้าไม่ให้ฉันไปส่งก็ต้องนอนอยู่ที่นี่ นายเลือกมาทางหนึ่ง ห้ามพูดว่าไม่ต้องกับฉัน” เทวดาน้อยกลับตอบว่า “เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก” ผมแย้งว่า “แล้วถ้านายถูกคนไม่ดีหลอกเอาจะทำยังไง? นายจะไปก็ได้ แต่ต่อยฉันให้สลบก่อนค่อยไป ไม่งั้นถ้าเกิดเห็นนายถูกลักพาตัวไป จิตใจอันดีงามของฉันคงทนไม่ไหว”

                เทวดาตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ “เจ้าก็หาที่นอนให้ข้าสักที่สิ” ผมชี้ไปที่เตียงของตัวเอง “นี่ไง ฉันผอมออกจะตาย นายก็ตัวเล็กแค่นี้ เบียดกันนอนก็ได้อยู่” เทวดาส่ายหัว “ไม่ได้ เจ้าต้องหาที่นอนเพิ่มให้ข้า ไม่งั้นข้าจะกลับ” ผมตบที่นอนสองสามทีก่อนจะดันตัวเขาเข้าไปข้างใน จากนั้นก็ขยับขึ้นไปนอนข้างๆ “นายยังจะเลือกมากอีก คุณชายน้อย! แบบนี้ถึงจะเรียกว่าบ้านยังไงเล่า” ผมดับไฟ ท่ามกลางความมืด ผมมองเห็นดวงตากลมโตสีฟ้ากระจ่างใสจ้องมาที่ผม จากนั้นเขาก็พลิกตัวนอนหงาย ประสานมือไว้ตรงนอกผ้าห่ม พูดออกมาเหมือนคนแก่ “เตียงนี้นอนไม่สบายเลยจริงๆ”

                “ไม่ต้องพูดมาก นอนซะ” พูดไปพลางก็จับมือเขายัดกลับลงไปในผ้าห่มไปพลาง ทำไมอยู่ๆผมถึงได้รู้สึกสนิทสนมกับเจ้าเด็กนี่นัก เทวดาน้อยหลับตาลง “เจ้าดีกับเพื่อนของเจ้าเกินไปแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องทำขนาดนี้” ผมลูบหัวของเขาไปมา “พูดจบรึยัง? รีบนอนได้แล้ว ในเมื่อเป็นเพื่อนกัน ก็ต้องทำดีกับเขาให้มากๆอยู่แล้ว” เทวดาน้อยไม่ตอบอะไรกลับมา คาดว่าคงหลับไปแล้ว

 

                เจ้าเด็กผายลมนี่วิ่งเร็วพอๆกับสายฟ้าของเขา เช้าวันถัดมา ผมก็ไม่เห็นเขาแล้ว

                ผมลุกขึ้นลูบผมที่แสนยุ่งเหยิงของตัวเอง ล้างหน้าบ้วนปากเสร็จก็วิ่งไปเคาะประตูที่ห้องของคาลอส ไม่มีเสียงตอบรับ ผมเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าข้าวของในห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ว่างเปล่าไร้ผู้คน ผมตรงไปที่โรงเรียน ลืมแม้แต่จะหวีผม

 

                ปกติผมเป็นคนขี้เกียจ ไม่เคยพกหนังสือ ไม่เคยพกตารางเรียน ของทุกอย่างฝากเอาไว้ที่คาลอสจนหมด พอเขาไม่อยู่ ผมก็ล้มไม่เป็นท่า เดินหาจนทั่วสำนักภาวนาไม่รู้กี่รอบก็ยังหาไม่เจอแม้แต่เงาของคาลอส มองซ้ายก็แล้ว มองขวาก็แล้ว ที่เดินผ่านไปมาก็มีแต่เทวดา 4 ปีก มีบ้างที่เป็น 6 ปีก ปกติแล้วผมมักจะเห็นพวกเทวดารวมกลุ่มกันคุยโวโอ้อวดกันอยู่ประจำ แต่วันนี้กลับรู้สึกว่ามากเป็นพิเศษ ทั้งยังรู้สึกว่าพวกเขาต่างก็มองมาที่ผม......เหงื่อตก... ผมคงคิดมากไปเอง

 

                ตอนนั้นเองที่ผมเดินเข้าไปหาเทวดาที่ดูท่าทางใจดี เขากำลังคุยเล่นหัวเราะอยู่กับกลุ่มเพื่อน ผมรีบเข้าไปขวางเอาไว้ “ขอโทษนะ ขอถามหน่อยว่าพอจะรู้จักเทวดาระดับ 6 ที่......” ผมยังพูดไม่ทันจบ เทวดาตนนั้นก็ยิ้มบาง “ขอโทษนะพอดีข้าไม่ว่าง”

                เขาพูดไม่แม้แต่จะหยุดหายใจ

                ผมเข้าไปขวางเทวดาอีกตนหนึ่ง รีบพูดถามขึ้นว่า “ขอถามหน่อยสิ นายรู้ตารางเรียนของเทวดาระดับ 6 รึเปล่า?” เทวดาตนนั้นฉีกยิ้ม “ขอโทษนะ ข้าไม่ทราบ” ผมถามต่อ “แล้วนายรู้มั้ยว่าจะไปดูได้ที่ไหน?” เทวดายังทำสีหน้าแบบเดิม “ไม่ทราบ”

                หลังจากนั้นก็ถามอีก N คน

                “ไม่รู้”

                “ไม่ทราบ”

                “ไม่ว่าง”

                “อย่ากวนข้า”

                “ไม่รู้”

                ......แล้วก็ประโยคเดิมซ้ำๆ บางคนไม่แม้แต่จะมองผมก็เดินจากไปเลยด้วยซ้ำ ทำอย่างกับผมไปเหยียบขี้หมามาอย่างนั้นแหละ ทำไมถึงไม่มีใครรู้เลยซักคน? ถึงผมจะมีหนังหน้าหนา แต่พอถูกคนจำนวนมากขนาดนี้ปฏิเสธก็ย่อมต้องรู้สึกเสียเซลฟ์เป็นธรรมดา

                เทวดาที่เดินผ่านผมไปแต่ละคนล้วนประดับรอยยิ้มบางไว้บนหน้า ทุกครั้งที่หันหัวกลับไปมองก็จะพบว่าพวกเขากำลังมองผมอยู่ บางคนถึงขนาดชี้นิ้วมาก็มี แต่พอผมมองพวกเขาเท่านั้นแหละ ทุกคนก็จะทำเป็นแสร้งพูดถึงเรื่องอื่นอยู่

                ผมพึ่งจะมาอยู่ที่นี่ คงไม่ถึงกับว่าจู่ๆก็มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาหรอกมั้ง?

                จ้องมองเทวดาจำนวนนับไม่ถ้วนที่เดินผ่านผมไป เห็นๆอยู่ว่าพื้นดินด้านใต้กว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับรู้สึกว่าที่ๆตัวเองยืนอยู่กลับกำลังเกะกะขวางทางคนอื่น......เหมือนกับว่าไม่ว่าผมจะหดตัวให้เล็กลงเท่าไหร่ ก็ยังทำให้ผืนดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แปดเปื้อนอยู่ดี......

                เฮ้อ... คิดมากเกินไปแล้ว เวลาอยู่คนเดียวก็มักจะคิดอะไรฟุ้งซ่านแบบนี้แหละ

                ไหนๆก็ไม่มีเรียน ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปเที่ยวก็แล้วกัน

 

                แต่ตอนนั้นเองที่ผมก็บังเอิญพบเข้ากับเทวดา

                ไม่ผิด... เป็นเทวดา... เทวดาที่แท้จริง!

                คาลอสเดินมากับกลุ่มเทวดา 4 ปีก พูดไปหัวเราะไป บรรยากาศสนุกสนาน ผมตื่นเต้นจนเกือบพุ่งเข้าไปกอดเขา ยังดีที่ยั้งเอาไว้ได้ ผมรีบตะโกนถามเขาแต่ไกล “คาลอสสสส วันนี้นายไปไหนมา------”

                คาลอสเหมือนไม่ได้ยินผม เขายังคงพูดคุยอยู่กับกลุ่มคนที่อยู่ข้างๆ

                เจ้าเด็กนี่ไม่สนใจรอบข้างเลยจริงๆ เฮ้อ

                ผมยืนอยู่ที่เดิม รอจนเขาเดินเข้ามาใกล้ก็ตะโกนเรียก “คาลอส------“

                คาลอสยังมองไม่เห็นผม

                ผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รอเขาเข้ามาใกล้ รอบนี้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เพราะเมื่อครู่ใช้เสียงดังเกินไป คนรอบด้านเลยพุ่งความสนใจมาที่ผม F*ck เจ้าเด็กบ้านั่นเดินเข้ามาให้เร็วกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วหรือไง?

 

                ในที่สุด การรอคอยที่แสนยาวนานก็ผ่านพ้นไป

                คาลอสเดินมาถึงที่ตรงหน้าผม

                ผมจ้องไปที่เขา “เฮ้ เฮ้ นายทำอะไรของนาย? มองไม่เห็นฉันรึไง?”

                “จริงเหรอ? ครั้งก่อนที่เมืองเยลูซาเล็มข้าก็ไม่เจอเขานะ พวกเจ้าจำผิดคนหรือเปล่า? ด้านล่างรูปปั้นมหาเทพลูซิเฟอร์? ไม่หรอกมั้ง? นั่นเพราะข้าตาฝาด......”

                เขาเอาแต่พูดไม่หยุด แต่กลับมองไม่เห็นผม เดินผ่านตัวผมไป เดินจากไป

                ผมตามไปคว้าชายเสื้อของเขาไว้

                แต่เขาเดินเร็วเกินไป แปบเดียวก็หลุดออกจากมือผม

                คนที่มองอยู่รอบด้าน บ้างก็ไปแล้ว บ้างก็ยังมองอยู่ บางคนที่กำลังเดินอยู่ก็หยุดเดิน

 

                ผมสูดหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่ง ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะหาที่ล้มตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า เก็บปีกทั้งสองข้างของตัวเอง ด้านหลังมีกลุ่มเทวดาไม่กี่คนกำลังจับกลุ่มกันพูดคุยด้วยเสียงอันดัง

                “เจ้าอิสเรียลนี่มันร้ายจริงๆ เมื่อก่อนคอยเลียแข้งมหาเทพเมตาตรอน มาตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นมหาเทพราฟาเอล ไม่รู้ว่าคราวหน้าเขาจะเอาใครอีก”

                “เดิมทีข้าเข้าใจคาลอสผิดมาตลอด......”

                “นั่นสิ คาลอสน่าสงสารจริงๆ ดันไปเป็นเพื่อนกับคนประเภทอิสเรียลซะได้”

                “พวกเจ้าได้ยินเรื่องนี้รึเปล่า ที่ว่าอิสเรียลหายตัวไป 1 เดือน ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน แต่ได้ยินว่าเขาหายตัวไป มหาเทพราฟาเอลกลับไม่โกรธเลยซักนิด ข้าว่า......”

                ทั้งหมดสบตากันครู่หนึ่งจากนั้นก็พร้อมใจถอนหายใจอย่างไร้เสียง

 

                ผมกอดขาทั้งสองข้างอยู่บนพื้นหญ้าเม้มริมฝีปากแน่น ฝังใบหน้าไว้กับหัวเข่าทั้งสองข้าง

                เสียงระฆังบอกเวลาดังขึ้น ทุกคนต่างแยกย้าย ผมล้มตัวลองนอนกางแขนกางขาออกเป็นรูปกากบาท หรี่ตาลงปิดตาอย่างช้าๆ เนิ่นนานจึงลืมตาขึ้นก็พบว่ามีดวงตากลมโตคู่หนึ่งกำลังจ้องผมอยู่ ผมตกใจจนต้องเด้งตัวลุกขึ้นมา

 

 

-30-

                เป็นเด็กผายลมนั่นอีกแล้ว มือซ้ายของเขากุมข้อศอกขวา ส่วนมือขวายื่นนิ้วชี้ออกไปแตะริมฝีปากล่าง บิดร่างน้อยๆ ท่านั้น... เจ้าท่านั้น......ถ้าเป็นสาวงามทำท่านั้น จะต้องเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของหญิงสาว ถ้าเป็นสาวงามแน่งน้อยทำท่านั้น จะต้องงดงาม 100% และมีเสน่ห์ 200%

                แต่ว่า คนที่ทำท่านั้นคือเด็กผู้ชายอายุไม่น่าถึง 10 ขวบคนหนึ่ง บนหน้าของผมประดับด้วยรอยยิ้มแบบโมนาลิซ่า แต่ในใจกลับกำลังกลั้นหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย เจ้าเด็กผายลมยังคงไม่รู้ตัว เขาเยื้องย่างเข้ามาหาผมด้วยท่วงท่าราวกับเดินอยู่บนแคทวอร์ค จากนั้นก็ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ความสูงของเขาสูงกว่าความสูงตอนผมนั่งอยู่ไม่มาก เขาก้มหน้าลงมา บนหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง “ตอนนี้เจ้าคิดอะไรอยู่?” ผมยิ้มตาหยีพลางลูบหัวเขา “น้องชาย นายน่ารักเกินไปแล้ว”

                ผมคิดว่าพ่อแม่ของเจ้าเด็กนี่จะต้องหน้าตาดีสะเทือนฟ้าสะเทือนดินมากแน่ๆ คิดไปคิดมา ก็นึกไปถึงลูซิเฟอร์ เจ้าหมอนั่นสามารถทำให้คนร้องว้าวออกมาได้อย่างง่ายดาย ทุกการเคลื่อนไหวขยับกายก็ราวกับได้รับการสั่งสอนมากอย่างดี งดงามหมดจดจนไม่อาจจับต้อง

                ดังนั้น แน่นอนว่าระดับชนชั้นย่อมทิ้งห่างจากพวกเราไกลลิบ ...เหงื่อตก

 

                เทวดาน้อยเหมือนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เล็กน้อย หน้าดำอย่างกับถ่าน ผมนั่งตัวตรง มือหนึ่งดึงเขาลงมานั่งข้างๆ อีกมือก็ลูบหัวเขา เห็นๆอยู่ว่าเทวดาน้อยน่ารักมากๆ แต่ใจของผมกลับคิดไปถึงอย่างอื่นอย่างดึงกลับมาไม่ไหว หายใจเข้า อยากจะถอนใจออกมาดังๆแต่ก็ต้องทนเอาไว้ จำได้รางๆว่าแฟนคนหนึ่งของผมเคยบอกไว้ว่า ไม่ควรถอนหายใจเพราะทุกครั้งที่ถอนหายใจ ก็จะต้องมีเทวดา 1 ตนดับสูญ ผมยังจำได้อีกว่ามีสหายคนหนึ่งเคยว่าเอาไว้ ไม่ควรถอนหายใจ เพราะทุกครั้งที่ถอนหายใจ จะสูญเสียเซลล์เม็ดเลือดขาว 1 ล้านเซลล์ ผมกลัวอย่างหลังมากกว่า

                ยังจำได้อีกว่าเคยมีคนบอกเอาไว้ ห้ามถอนหายใจ เพราะทุกครั้งที่ถอนหายใจ ก็จะทำให้ความมั่นใจลดลง 1 ส่วน ต้องเตือนใจตัวเองอยู่บ่อยๆว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้

                ให้บอกกับตัวเองว่า โลกใบนี้ทั้งใบเป็นของเราคนเดียว

                เขายังพูดอีกว่า บนโลกใบนี้มีเด็กพวกหนึ่งที่ไม่เคยถูกรัก แต่ฉันรักพวกเขา

                เดี๋ยวนะ... ประโยคนี้ใครเป็นคนบอกผม?

                เป็นใครกัน?

                เอ๋เอ๋เอ๋ คำพูดที่กินใจขนาดนี้ มีคนเคยพูดกับผม แต่ผมกลับจำไม่ได้แล้ว ผมแอบถอนใจเบๆ

                เฮ้อ... ทำไมถึงจำไม่ได้กันนะ

 

                “ห้ามถอนหายใจ เพราะทุกครั้งที่ถอนหายใจ ก็จะทำให้ความมั่นใจลดลง 1 ส่วน” เทวดาน้อยไม่ยอมมองผมแต่กลับมองเลยไปทางอื่น “ต้องเตือนใจตัวเองอยู่บ่อยๆว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้”

                ผม......ผมหูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย? อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กนี่อ่านใจคนได้? ช่าง...แปลกจริงๆ......

                เทวดาน้อยแค่นยิ้มบางๆ ให้พูดตามจริง มีแค่มุมปากของเขาที่ยกขึ้นเท่านั้น สายตาปราศจากแววล้อเล่นอย่างสิ้นเชิง เด็กเล็กๆคนหนึ่งกลับสามารถยิ้มออกมาได้เย็นชาขนาดนี้ ช่างทำให้คนมองอดขนลุกขนพองไม่ได้ เขาพูดขึ้นว่า “พวกเขาเกลียดข้า พวกเขาไม่ต้องการให้ข้ามีตัวตนอยู่ ไหนเจ้าลองว่ามาสิว่าข้าควรจะหายตัวไปดีมั้ย?”

                ผมส่ายหน้า

                เทวดาน้อยพูดว่า “คนอื่นตบหน้าเจ้าหนึ่งที เจ้าแทงเขากลับไป 10 ดาบ ดูสิว่าเขายังกล้าละเลยการมีตัวตนอยู่ของเจ้าได้อีกมั้ย” คำพูดพึ่งหลุดออกจากปาก ผมก็ดีดเข้าที่หน้าผากของเขาอย่างแรง “เจ้าเด็กผายลมนี่ ไปเอาอย่างใครที่ไหนมา ไปโกรธเกลียดใครมาเนี่ย? คำพูดใจดำอำมหิตขนาดนี้ยังกล้าพูดออกมาได้? มีคนกล่าวเอาไว้ ไม่อาจมีจิตใจคิดร้ายคน จิตใจปกป้องคนไม่อาจขาด รัก ข้าก็อยากมี เซ็กส์ ข้าก็อยากมี สองสิ่งไม่อาจแยกขาด ผู้ที่ละทิ้งรักเพื่อคว้าเซ็กส์......” ชิ-หาย... นี่ผมพูดอะไรออกมา กลอนโบราณที่ถูกผมดัดแปลงเอามาเล่นกับเพื่อน โดยไม่รู้ตัวก็เผลอท่องออกมาจนได้

                แต่ผมคิดว่าเจ้าเด็กนี่คงฟังไม่เข้าใจ ค่อยยังชั่วหน่อย เฮ้อ......

                ขณะที่กำลังถอนหายใจ เทวดาน้อยกลับเบิกตากลมมองหน้าผมอยู่นาน “เจ้าคิดว่าเซ็กส์สำคัญกว่าความรักหรือ?”

                ผมกระพริบตา จากนั้นก็กระพริบตาอีกครั้ง

                เจ้าเด็กนี่... ว่าอะไรนะ?

                เทวดาน้อยแสยะยิ้มไม่สมวัยออกมา “สมกับเป็นคนของเมตาตรอน”

                เจ้าเด็กนี่... กำลังพูดอะไรอยู่กันแน่?

 

                ผมกำลังคิดจะอธิบาย เจ้าเด็กผายลมก็กางปีกออกบินจากไป เจ้าผึ้งน้อยเอ๋ยเจ้าผึ้งน้อย......ผมคว้าจับปีกของผึ้งน้อยก่อนจะดึงเขาลงมา “ที่ฉันพึ่งพูดไปน่ะแค่ล้อเล่น คนสองคนที่ไม่ได้รักกันมีเซ็กส์ด้วยกัน เขาเรียกระบายความใคร่ ก็เหมือนกับเวลาไปฉี่ แต่ว่า ถ้ามันเกิดขึ้นเพราะความรัก มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่สวยงามที่สุดในโลก นายอายุยังน้อย เอาไว้โตแล้วค่อยหาสาวที่นายชอบซักคน......” ถึงแม้ว่าเด็กเมืองนอกเมืองนาต่างก็เข้าใจเรื่องนี้กันพอสมควร แต่ถ้าพูดมากไป ผมกลัวเขาจะ...ก่อนวัยอันควร......ไอ้หยา นี่ผมคิดบ้าอะไรอยู่

                สรุปก็คือ คู่รักในยุคปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ช่วง รวมทั้งหมดใช้คำแค่ 9 คำเท่านั้น คือ จูบกันแล้ว เซ็กส์กันแล้ว จบกันแล้ว

 

                เพราะงั้น เหล่าคนที่หลงอยู่ในตัณหาราคะทั้งหลายเอ๋ย จงเริ่มตามหาสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดกันได้แล้ว สิ่งนั้นก็คือ LOVE

                ผมกำลังคิดจะอธิบายทฤษีของผม เทวดาน้อยกลับถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “ต้องชอบกันถึงจะร่วมรักกันได้เหรอ?” เจ้าเด็กนี่... คำพูดแต่ละคำมันช่าง...... ผมพยักหน้า เทวดาน้อยนิ่งเงียบอยู่นาน จากนั้นก็ถามอีก “นั่นเป็นความรู้สึกยังไง?” ผมคิดอยู่นานก่อนจะตอบกลับไป “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายยังไง โตขึ้นเดี๋ยวนายก็รู้เองแหละ”

                เขาไม่ได้เซ้าซี้ถามอีก เพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในเสื้อล้วงเอากระดาษหนังวัวแผ่นหนึ่งออกมาโยนใส่มือผม ผมรับมาเปิดดู ที่แท้เป็นตารางเรียน เทวดาน้อยพูดขึ้นว่า “ยังมีเวลาอีก 1 ชั่วโมง ไปเรียนวิชาเวทมนตร์กันเถอะ” ผมมองเขาอ้าปากค้าง “ทำไมนายถึงมีเจ้านี่ได้?” เทวดาน้อยตอบว่า “ไปหาอาจารย์มาซักคนก็ได้มาแล้ว”

                ประเด็นคือไม่มีใครยอมบอกผมน่ะสิ ผมจะไปรู้ได้ยังไง? ช่างมันเถอะ ก็เหมือนอย่างที่เจ้าเด็กผายลมนี่ว่า คนอื่นไม่สนใจเราไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีตัวตนซักหน่อย

                ผมลูบหัวเทวดาน้อยไปมา ยิ้มพลางพูด “นายยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าชื่ออะไร”

                เทวดาน้อยตะลึงไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นพราวระยับ น้ำเสียงหวานหยดราวกับน้ำผึ้ง “ลูซิฟินิล......คือชื่อของข้า”

                เอ๋ ลูซิฟินิล...

                ดูๆไปแล้ว ในอนาคตเขาจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่นอน จะต้องเป็นถึงอัครเทวทูตแน่ๆ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้รู้สึกว่าชื่อของเขามันช่างคุ้นหูซะเหลือเกิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1580 palm4588 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:46
    ไม่แปลกใจที่ร้อยปีก็ไม่เปลี่ยนอ่ะ ก็นิสัยไม่ดีอย่างนี่นี้เอง ต้องเป็นคนแบบไหนถึงใส่ร้ายเพื่อนได้ลงคอ ตัดคนแบบนี้ออกจากชีวิตได้คือโครตดีเลย เรียลเอ้ย
    #1,580
    0
  2. #1527 1896reborn2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 18:53
    เกลียดคาลอสมานานล่ะ เป็นแบบนี้ได้ก็ดี เพื่อนไม่จริงใจน่าไสหัวไปไกลๆน่ะดีที่สุดแล้ว เกลียดตั้งแต่มองอิสเรียลด้วยสายตาดูถูกแล้ว เพื่อนกันเค้าไม่ทำกันแบบนี้หรอก
    #1,527
    0
  3. #1472 neaumn_sm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 23:29
    อนาคตไม่เปลี่ยนเลยเหรอ เสียดายความเป็นเพื่อนของคาลอสนะ แต่เทวดาน่ารักมากๆ
    #1,472
    0
  4. #1421 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:08
    เอาเถอะ ละทิ้งคนที่อยู่ข้างๆ ตัวเองไปก็ไม่ได้ดีหรอก ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมอีกร้อยปีถึงไม่เปลี่ยนไป ว่าแต่นี่คงบอกชื่อจริงใช่ไหมเทวดาน้อย? เชียร์ได้ไหมอะ น่ารักกกก
    #1,421
    0
  5. #1092 sodade (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:35
    ว่าและคาลอส เรารู้สึกแปลกๆตั้งแต่ที่นางถามออสเรียลว่าทำไมนางไม่เปลี่ยนไปบ้าง
    #1,092
    0
  6. #796 spondboz_ss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:18
    นี่ใช่ไหมอ่ะร้อยปีข้างหน้าคาลอสถึงไม่เปลี่ยนไปเลย นายน้อยซีดีกับใจจังค่ะ มีความโชตะ..
    #796
    0
  7. #612 mothergod (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 20:42
    ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้
    #612
    0
  8. #355 benjarath (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:28
    ไม้ต้องอนาคตหรอกตอนนี้ก็เป็นใหญ่เป็นโตอยู่นี่ไง
    #355
    0
  9. #280 v-v-vee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 21:17
    คาลอสแปลกๆอ่ะ ไม่เชื่อเพื่อนตัวเอง อ่อมมม
    #280
    0
  10. #169 akerah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 21:44
    บอกตามตรงว่าไม่ค่อยถูกชะตากับคาลอสตั้งแต่แรก ยิ่งมาตอนนี้นี่แบ่บ.....ไม่รู้จะอธิบายยังไง เป็นเพื่อนยังไงถึงได้เห็นคนอื่นสำคัญกว่าเพื่อนตัวเอง นายน้อยซีนี่คือลูซิเฟอร์ตัวจริงสินะ ทั้งความคิดการพูดจา....ร้ายกาจจจจจ
    #169
    0
  11. #168 p-i-n-e (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 19:40
    โอ๊ย หมั่นคาลอสมากตอนนี้ ทำอย่างนี้ได้ไง เพื่อนภาษาอะไร ดีนะที่มีโชตะน้อยมาปลอบใจ
    #168
    0
  12. #167 letsdance12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 17:28
    โดนคนเข้าใจผิดอีกแล้วววว แงงงงง

    เราว่าอิสเรียลคนที่แล้วก็โดนแบบนี้แน่ๆแล้วไม่คิดแก้ตัว


    ตอนนี้น้องหนูโชตะนัลล้ากกก
    #167
    0
  13. #164 alfhind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 12:08
    เกลียดคาลอส ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทีหนูหลีคอยเลี้ยงข้าวเลี้ยงปลาเจ้าเขายังไม่หวังอะไรมากมายเลย เพราะเขาคิดว่าเพื่อนกัน ชิ -คนเห็นความรักสำคัญกว่าเพื่อน ดีเหมือนกัน เวลาหนูหลีได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโตก็อย่ามาขอความเห็นใจซะล่ะ (โมโหๆ)

    ลูซิฟินิล? เอ๋ ไม่คิดว่าชื่อมันจะไปคล้ายลูซิเฟอร์บ้างเหรอไง แล้วเด็กน้อยเกี่ยวอะไรกับลูซิเฟอร์หรือเปล่า? อา...ถ้าในสวรรค์มีเทวดาที่สามารถแปลงกายได้เราคงคิดว่าเป็นลูซิเฟอรไปแล้ว เพราะลูซิฟินิลดูท่าทางเหมือนผู้ใหญ่มากกว่าเด็กซะอีก แต่ตลกตรงกลอนหนูหลีนี่แหละ คิดได้ไง 555555555
    #164
    1
  14. #163 narinnakin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:15
    คาลอสใจร้ายมากอะ แค่เพราะราฟาเอลทำดีกับอิสจัง เธอก็หึงหน้ามืดตามัว ทิ้งให้อิสจังอยู่คนเดียว บอกเลยตอนนี้ผิดหวังกับนายมาก นี่หร่อเพื่อนรักที่คบกันมานาน
    #163
    0
  15. #162 --noon-- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:14
    นายน้อยน่ารักกกก~
    #162
    0
  16. #161 himekawa-sama (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 10:02
    เดาทางทางไปในวงกว้างมากกับตัวตนของนายน้อยซี
    ขอบคุณมากๆค่ะ เรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ

    ปล.อิสเรียลน้อยพยายามเข้านะ ;w;/
    #161
    0
  17. #160 dark-diamond (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 09:56
    นายน้อยซีน่ารักที่ซู้ดดดดดดดด ความโชตะที่แฝงกลิ่นอายอันตรายเบาๆไว้ทำใจเจ้เต้นหมดแล้วเนี่ย ><
    #160
    0
  18. #159 gyugyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 09:09
    ขอบคุณมากค่ะ #ก้มกราบ
    #159
    0
  19. #158 relis (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 08:44
    รอคอยเธอทุกวันเปิดหาเธอวันละครั้ง มาวันนี้ชั้นก็ดันลืมตอนก่อนหน้าไปซะแล้ว~

    แต่ก็ยังฟินได้นายน้อยซียอมร่วมเตียงกับหลีปินน้ารักน่าเอ็นด



    หลีปินฝึกให้ดีนะสอนให้รู้จักความรักจะได้ไม่โตแล้วกลายเป็นแบบเมตราตรอน แล้วเด็กน้อยจะได้กลับมากินนาย5555
    #158
    0
  20. #157 kiriyu25 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 07:54
    ขอบคุณครับ อิสเรียลโดนคาลอสแทงข้างหลังเข้าให้แล้ว! #ไฟลุก สู้ต่อไปนะอิสเรียล ถึงจะไม่มีเพื่อนดีๆแต่ยังว่า(ว่าที่)ฮาเร็มที่สง่างามเปี่ยมบารมีรออยู่อีกมากมาย! #แค่กๆๆๆ
    #157
    0
  21. #156 mei-555 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 07:51
    น่าจะเป็นอัครเทวทูตองค์ที่ 7 รากูเอลแน่เลย เพราะมีชื่่อเพี้ยน หลากหลาย เป็น ลูฟาเอล อะไรงี้ =A=)
    #156
    0
  22. #155 mingwoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 07:12
    มาต่อเร็วๆน้า~~
    #155
    0