[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 12 : FAKE - Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    20 มิ.ย. 58



F A K E

 

Chapter 10

 

มาร์คตื่นมาตั้งแต่ตีห้า เปล่าหรอก...ไม่ได้เป็นคนขยันขันแข็งใดๆ ทั้งนั้น เขาเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า ใช้น้ำลูบผมเผ้าให้เข้าทรงผ่านกระจก ก่อนจะหยิบกล้องวีดีโออันเล็กที่ทีมงานเรียลลิตี้ให้มา เพราะมีเหตุการณ์ที่จินยองกดปุ่มผิด มาร์คเลยจำฝังใจว่าถ้ากดปุ่มนี้คืออัด เขาหมุนกล้องมาทางตัวเอง บิดจอพับให้เห็นหน้าตัวเองชัดเจน เช็คสภาพและความเรียบร้อยของหน้าซึ่งยังอยู่ในชุดนอน แล้วกดปุ่มสีดำอันใหญ่

“อืม...แฮ่ม...มาร์คเองครับ...” ทันทีที่ปุ่มสีแดงสว่างวาบขึ้นเขาก็เริ่มต้นพูดทันที

“ตอนนี้อยู่ที่หอครับ เวลาเอ่อ...ตีห้านิดๆ ผมไม่ใช่คนตื่นเช้าเท่าไหร่หรอกครับ แต่วันนี้มีภารกิจนิดหน่อย ก็...อย่างที่ออกอากาศไป แล้วก็มีคะแนนโหวตว่าอยากเห็น Chaos ตอนตื่นนอน ผมเลยต้องรับหน้าที่นาฬิกาปลุก”

มาร์คส่งเสียงสดใสแต่ก็ยังอยู่ในระดับกระซิบ เขาหมุนลูกบิดประตูพากล้องออกมานอกห้อง ก่อนจะหมุนกล้องไปอีกทางเพื่อจับภาพทางเดินและเริ่มอธิบาย

“นี่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวของหอพักเราครับ มีแค่แบมแบมที่ใช้ ห้องผมอยู่ตรงนี้ เราจะเริ่มจากห้องที่อยู่ในสุดของหอพัก ครับ...ห้องกีต้าร์เรานั่นเอง”

มาร์คหมุนกล้องไป ประตูหน้าห้องแบมแบมไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มาร์คหมุนกล้องกลับมาที่ตัวเองอีกหนก่อนจะพูดกับกล้องเหมือนจะบ่นมากกว่าออกไปว่า

“ผมไม่เข้าใจเลยครับว่าทำไมทุกคนอยากจะเห็นหน้าตอนตื่นนอนแล้วก็หน้าสดๆ ของพวกเรากันนัก ไม่ได้ชอบตอนเราอยู่บนเวทีร้องเพลงเล่นดนตรีแล้วแต่งหน้าเต็มๆ กันเหรอครับ ... แต่ก็ช่างมัน ถ้าทุกคนอยากดูผมก็จะพาไปดู น้องเล็กของเราเมื่อคืนนี้เข้านอนเร็วครับ และแน่นอน...ผมมีกุญแจห้องจากผู้จัดการเราแล้ว”

เมื่อคืนหลังจากพวกเรานั่งทานไอติมดูทีวีกันเรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายเข้านอน แต่มาร์คโดนพี่ฮยอนอูบังคับให้ไปส่งที่รถ แม้จะแปลกใจหน่อยๆ แต่ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงมีอะไรอยากจะพูดแล้วเขาก็ได้รับภารกิจนี้มาซึ่งมันจะถูกเอาไปใช้ในรายการเรียลลิตี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมงานเปิดรับข้อเสนอแนะจาก FanC ว่าอยากเห็นอะไรในรายการ กลายเป็นว่าหัวข้อ หนุ่มๆ ตอนตื่นนอนเป็นหัวข้อที่ชนะอย่างถล่มทลาย มาร์คจึงต้องรับหน้าที่ถ่ายใบหน้าของทุกคนตอนตื่น

แล้วหน้าผมล่ะพี่ ไม่ใช่มาแกล้งกันทีหลังนะ

ประธานบอกว่าหน้าแกตอนตื่นกับตอนนอนตอนไหนก็ไม่ต่างกันหรอก

จะถือว่าเป็นคำชมจากประธานแล้วกัน...

มาร์คไขกุญแจห้องแบมแบมอย่างเบามือ มืออีกข้างก็กำลังถือกล้อง นึกว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เขาว่ามันลำบากตั้งแต่เริ่มแล้วล่ะ พอเสียงกริ๊กดังขึ้น เขาก็หมุนลูกบิดรีบย่องเข้าไปในห้องนอนของแบมแบม และนี่คงเป็นครั้งที่สองหลังจากครั้งแรกคือตอนที่เข้ามาช่วยเลือกชุดไปสนามบินให้เด็กใหม่ของวง

มาร์คกวาดกล้องไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่เตียงซึ่งก้อนมนุษย์กองอยู่กับผ้าห่ม มือกีต้าร์ของวงโผล่ออกมาแค่ไหล่และเส้นผมที่ถูกกลืนหายเพราะเจ้าตัวเอาหมอนมาปิดไว้ มาร์คเลยเริ่มต้นจากการสำรวจห้องแบมแบมแทน

“นี่ชั้นหนังสือ แบมแบมเรียนเกาหลีให้คล่อง และตอนนี้ก็เริ่มเรียนญี่ปุ่น” เขาชี้นิ้วไปยังสันหนังสือเหล่านั้น

“ส่วนนี่ก็พวกของที่แฟนคลับให้ จดหมาย รูปวาด เขาเก็บเป็นอย่างดีทุกชิ้นเลยครับ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนนี่ก็ตู้เสื้อผ้า ผมจะไม่ค้นแล้วกันเพราะเดี๋ยวเจอชุดชั้นในของน้อง เขาเพิ่งเข้าวง ผมมีหน้าที่ต้องรักษาภาพลักษณ์และปกป้องเขาครับ”

มาร์คเอ่ยออกไปอย่างเต็มปากเต็มคำ ก่อนจะหมุนกล้องมาทางเตียง เขาเดินกลั้นหายใจไปหยุดอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบไปว่า

“ผมจะปลุกน้องเล็กของเรา”

มาร์คเอื้อมมือไปแตะไหล่แบมแบม เขาเขย่าเบาๆ เพราะกลัวอีกคนจะตื่นมาแล้วหงุดหงิด แต่แบมแบมกลับแค่ปัดมือเขาทิ้ง แล้วดึงหมอนออกจากหน้า หากอีกคนซุกลงกับหมอนอีกใบ มีเส้นผมปรกหน้าปิดตาไปหมด มาร์คเลยกลั้นหายใจแล้วเอื้อมมือไปหาอีกครั้ง

“แบมแบม”

เขาเขย่าไหล่แบมแบม คราวนี้แพขนตาคู่นั้นขยับไปมาเล็กน้อย ใบหน้าพลิกมาและร่างก็นอนหงายขึ้นจากการนอนตะแคง ริมฝีปากที่เผยอขึ้นมาเล็กน้อยขยับก่อนจะเม้มเข้าหากัน

“แบมแบม...”

มาร์คปัดเส้นผมที่ปรกหน้านั่นออก คราวนี้ทั้งเขาและแฟนคลับที่ได้เห็นผ่านกล้องก็จะได้เห็นใบหน้านั่นชัดเจน ทั้งริมฝีปากเป็นเส้นตรง เปลือกตาที่ปิดสนิท เหมือนเด็กคนหนึ่งที่กำลังหลับอุตุอยู่ในห้วงฝัน มาร์ครู้สึกผิดทันทีที่เขาเอื้อมไปปลุกคนที่หลับอยู่ให้ลุกขึ้นมา

“อื้อ...” เสียงครางอื้อดังขึ้นก่อนใบหน้าจะนิ่ว แบมแบมอ้าปากเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมามอง

“พี่มาร์ค”

คราวนี้อีกฝ่ายตื่นเต็มตาทันที ส่งเสียงเหวออย่างตกใจแต่พอเห็นกล้องแล้วก็คงพอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แบมแบมนั่งอยู่บนเตียง มาร์คควรดีใจใช่ไหมเพราะเพิ่งสังเกตเอาตอนนี้เองว่าชุดนอนที่แบมแบมสวมอยู่คือชุดนอนที่เขาซื้อให้อีกคนใส่คู่กันที่ญี่ปุ่น มาร์คยิ้มอยู่หลังกล้องแล้วซูมมันไปที่หน้าแบมแบม เด็กหนุ่มอ้าปากหาวก่อนจะใช้มือปิดปาก ก้มหน้างุดพลางเอ่ยเสียงอู้อี้ออกมา

“อ่า...หน้าสดผมแย่มาก”

“ดีกว่าแจบอมน่า”

พอมาร์คพูดประโยคนั้นเราทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน แบมแบมเงยหน้าเสยผมไปด้านหลังก่อนจะยิ้มหวานให้กล้อง ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางปกปิด เผยผิวสดใสของวัยรุ่นแล้วก็ชูสองนิ้วให้กล้อง ขณะมาร์คเอ่ยขึ้นว่า

“ทักทาย FanC หน่อยสิ”

“สวัสดีครับ แบมแบม มือกีต้าร์ Chaos ครับ”

แบมแบมโบกมือให้ และตอนนั้นเองที่มาร์คกดปุ่มหยุดอัดวีดีโอไปกะทันหัน เขาเดินเข้าไปหาแบมแบม ปัดเส้นผมที่ปรกหน้าออกให้ แบมแบมเงยหน้ากะพริบตามองผ่านความสลัวของเวลาตีห้ากว่าๆ

“เอ่อ...มันปรกหน้าน่ะ เรา...ออกไปข้างนอกกันดีกว่า แต่แบมแบมจะล้างหน้าก่อนก็ได้ คิวต่อไปห้องจินยอง เดี๋ยวเราไปปลุกหมอนั่นด้วยกัน”

“งั้นรอผมล้างหน้าแป๊บนึงนะครับ”

แบมแบมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของตัวเองพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก มาร์คเดินตามหลังเจ้าของห้องออกไป เขามองแผ่นหลังที่หายเข้าไปในห้องน้ำ บานประตูปิดลงแต่เสียงหัวใจของมาร์คยังไม่หยุดเต้นแรงเลยสักนิด

 

 

 

แบมแบมออกจะแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เอ่ยขอบคุณมาร์คตอนที่ได้น้ำหอม Bvlgari aqua marine ซึ่งเขาลองตั้งแต่ตอนไปญี่ปุ่น เช้าวันนั้นหลังจากที่เราถ่ายหน้าสดของทั้งวงครบ เราต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเพราะอีกเดี๋ยวพี่ฮยอนอูจะมารับ ระหว่างที่แบมแบมเข้ามาในห้องเพื่อเลือกเสื้อผ้า มาร์คก็เดินตามเข้ามา

“มีอะไรรึเปล่าครับ”

แบมแบมเอ่ยถาม มาร์คปิดประตูไล่หลัง ในมือมีถุงกระดาษสีขาวใบเล็กเอาไว้ เป็นครั้งแรกที่แบมแบมเห็นแววตาประหม่า เขากะพริบตาปริบๆ ก่อนอีกฝ่ายจะยื่นถุงใบนั้นมาตรงหน้า

“เอาไปสิ”

“อะไรเหรอครับ?” แบมแบมยื่นมือไปรับพลางถาม

“เปิดดูสิ”

แบมแบมขมวดคิ้วมอง แต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำนั่นแกะถุงกระดาษนั่นออก กล่องสี่เหลี่ยมอีกชั้นบรรจุอยู่ด้านใน เขาหยิบมันขึ้นมามองก่อนจะกะพริบตามองมาร์ค

“นี่มัน...”

“อื้อ...น้ำหอมไง ที่แบมแบมบอกว่าชอบ”

“ให้ผมเหรอครับ?” เขาถามออกไปเหมือนไม่แน่ใจ มาร์คพยักหน้าหงึกๆ

“เอ่อ...แต่ว่า...” แบมแบมอึกอัก มาร์คเดินมาตบไหล่เขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เวลาคนอื่นให้ของขวัญน่ะอย่าปฏิเสธ เพราะคนให้จะรู้สึกไม่ดี”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ แต่ผมเกรงใจ คือว่า...”

“แต่พี่เต็มใจ” มาร์คตอบสั้นๆ แบบนั้น แบมแบมเลยเงียบ เขากะพริบตามองอีกฝ่ายแล้วสุดท้ายก็ยิ้มกว้างให้มือกลองที่พักนี้ใจดีกับแบมแบมเหลือเกิน

“ขอบคุณครับ”

“อื้อ ใช้ด้วยนะ”

มาร์คเดินออกไปจากห้อง ก็คือเดินเข้ามาในห้องแบมแบมเพื่อให้น้ำหอมขวดนั้นแล้วก็เดินจากไป แบมแบมถึงได้บอกว่าเขารับมาด้วยความแปลกใจยังไงล่ะ แต่ยังไงก็เถอะ น้ำหอมกลิ่นที่ว่านั่นก็ทำให้เขาพึงใจในกลิ่นอยู่เช่นกันก็เลยพรมมันตามข้อมือก่อนจะออกไปขึ้นรถตู้เพื่อมุ่งหน้าไปบริษัท

‘Bam_Chaos : พี่มาร์คซื้อให้แหละ อยากอวด

แบมแบมส่งรูปขวดน้ำหอมลงไปในกรุ๊ปไลน์ของเขาและเพื่อนจากวง Sunrise ตอนที่รถเคลื่อนตัวออกจากหอพัก เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเห็นว่ามาร์คมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างเบาะมาที่เขาแล้วยิ้ม ก่อนจะพะงาบปากเอ่ยถามโดยไร้เสียงได้ความว่า ใช้น้ำหอมใช่ไหม?แบมแบมเลยยื่นหน้ากลับไปใกล้ๆ แล้วกระซิบไร้เสียงออกมาเช่นกันว่า ครับ

“เล่นไรกันอ่ะ” จินยองหันมาเอ่ยถาม มองหน้าแบมแบมกับมาร์คสลับกันแล้วเม้มปากเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงตัดพ้อออกมา

“เดี๋ยวนี้มึงสนิทกับแบมแบมนะ มาแย่งน้องไปจากกูได้ไง” มาร์คหัวเราะทันทีที่เพื่อนเอ่ยประโยคนั้น

“แบมแบมเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมกูจะสนิทกับเขาไม่ได้”

“ชิ! แล้วคุยอะไรกัน”

“เสือก” มาร์คเอ่ยสั้นห้วน จินยองแทบจะกางนิ้วข่วนหน้าคนพูด แบมแบมเห็นท่าไม่ดีก็เลยเอ่ยตอบคำถามก่อนพี่สองคนในวงจะวางมวยกัน

“พี่มาร์คถามเรื่องน้ำหอมน่ะครับ”

“น้ำหอมอะไรเหรอแบมแบม?” จินยองเลิกสนใจมาร์คหันมาสนใจแบมแบมแทน เขากลืนน้ำลายตอนเห็นว่ามาร์คหันมาทำปากบุ้ยใบ้ให้เลิกพูด จินยองเลยหันไปตวาด

“เงียบเลย แบมแบมบอกพี่ครับ” เพราะรอยยิ้มของจินยอง แบมแบมเลยเชื่อฟังล่ะมั้ง เขาจึงสารภาพออกไป

“พี่มาร์คซื้อน้ำหอมให้ผมครับ เลยถามว่าใช้รึเปล่า วันนี้ผมฉีดมา”

“อะไรนะ! น้ำหอมเหรอ?” กลายเป็นเสียงหัวหน้าวงอย่างแจบอมดังลั่นมาจากที่นั่งข้างคนขับ แบมแบมชะเง้อคอมองก็เห็นดวงตาเบิกกว้างของมือเบส ตามด้วยคำถามว่า

“มันซื้อน้ำหอมให้แบมแบมเหรอ? ไอ้มาร์คอ่ะนะ...ไอ้มาร์คเนี่ยเหรอ? ซื้อน้ำหอมให้แบมแบม”

“ทำไมวะ? กูซื้อน้ำหอมให้แบมแบมนี่แปลกเหรอ?” มาร์คหันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าวงแล้วถามกลับ จินยองยิ้มท่าทางอารมณ์ดี ขณะที่แจบอมเองตอบกลับมาว่า

“มึงซื้อน้ำหอมไม่แปลกหรอก แต่มึงซื้อให้แบมแบมเนี่ยแปลก อยู่ด้วยกันมาตั้งนานมึงไม่เห็นซื้ออะไรให้พวกกูเลยมาร์ค พี่ฮยอนอูยังไม่เคยได้เลยด้วยซ้ำ"

"พี่เคยได้เสื้อ 2 ตัวนะ” พี่ฮยอนอูพึมพำแก้ต่างให้ มาร์คส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอตอบกลับไป

“ก็อยากให้ แบมแบมไม่เคยใช้น้ำหอม วันนั้นไปเลือกด้วยกันเห็นชอบกลิ่นนี้ก็เลยซื้อให้” มาร์คตอบพลางกอดอก แบมแบมได้แต่มองสถานการณ์ด้านหน้า เขายกมือขึ้นเกาแก้มแล้วเอนหลังพิงเบาะ ตอนนั้นที่มีข้อความจากไลน์เด้งตอบขึ้นมาพอดีเลยหันไปหยิบเพื่ออ่าน

‘YugyeomSunrise : วันนั้นชุดนอน วันนี้น้ำหอม

‘YJSunrise : เขาคิดไรกับมึงเหรอแบม

‘Bam_Chaos : คิดว่าเป็นน้องร่วมวง ต้องให้ของขวัญต้อนรับน่ะสิ

แบมแบมกดส่งประโยคนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับประโยคที่มือกลองของวงเอ่ยเค้นเสียงต่ำบอกหัวหน้าวงที่โผล่หน้ามามองพอดี

“กูซื้อของให้คนที่กูอยากให้ อย่ายุ่ง”

คนที่อยากให้...

แบมแบมกลืนน้ำลายลงคอแล้วเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างรถ แก้มเขาร้อนผ่าวขึ้นมานิดหน่อยตอนได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาดึงม่าน แล้วจมูกก็สูดกลิ่นน้ำหอม Bvlgari ที่มาร์คซื้อให้เข้าไปเต็มๆ เด็กหนุ่มเม้มปากแล้วกะพริบตามองทิวทัศน์ด้านนอกแทนการหันไปมองคนที่นั่งเบาะหน้าไปตลอดทาง

 

 

 

แบมแบมไม่คิดมาก่อนว่ารูปสมัยที่เขาและยูคยอมยังไม่ได้เดบิวต์จะถูกขุดขึ้นมาเพราะเหล่าแฟนคลับ แม้แบมแบมจะปิดบล็อกที่เคยสมัครและเขียนตอนยังเป็นเพียงเด็กฝึกกับเพื่อนๆ ทั้งสองคนไปแล้ว แต่เขาคงลืมไปว่าสิ่งใดที่เราเคยโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตมันไม่เคยหายไปหรอก มันจะยังติดค้างอยู่ในนั้น เขาไม่รู้ว่าแฟนคลับทั้ง FanC และ Sunset ไปขุดคุ้ยยังไง แต่เอาเป็นว่าหลังจากที่มีรูปหลุดว่าเขาและยูคยอมไปทานข้าวด้วยกัน สาวๆ เหล่านั้นก็พร้อมใจกันหารูปเก่าๆ ของเขาและยูคยอมขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสนิทสนมกันของเราสองคน

มันลุกลามเหมือนไฟลามทุ่งหญ้าแห้งๆ ที่พร้อมจะติดไฟอยู่แล้ว ลำพังแบมแบมเองเขาไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก มันก็แค่รูปเก่าๆ แต่บางครั้งหลายๆ ความเห็นของเหล่าแฟนคลับในเชิงที่จับสังเกตความสนิทสนมของเราสองคนว่ามันออกจะสนิทกันเกินปกติ ไม่เหมือนแบมแบมกับยองแจ และต่างจากยองแจกับยูคยอมซึ่งอยู่วงเดียวกัน พอมีข้อเปรียบเทียบเหล่านี้ขึ้นมาเลยทำให้ประเด็นมันดูจะไปกันใหญ่

แต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงกระทั่งสื่อจะจับไปเป็นข่าวหรอก ก็มีหัวข้อเล็กๆ ถึงความสนิทสนมของสมาชิกใหม่วง Chaos และเพื่อนในวงการอย่าง Sunrise แล้วก็ไม่มีประเด็นอะไรต่ออีก มีเพียงเว็บบอร์ดสาธารณะในอินเตอร์เน็ตและการแสดงความเห็นอันเผ็ดร้อนนั่นล่ะที่ทำให้เข้าไปอ่านทีไรแบมแบมก็เป็นกังวลด้วยความเป็นห่วงเพื่อน อนาคตของยูคยอมกับยองแจกำลังสดใสไปได้สวย

เขาจึงคิดมากและกังวลตอนที่เห็นคอมเมนต์ทางลบต่อเพื่อน สำหรับแบมแบมแล้วการเจอความเห็นลบกับตัวเองตั้งแต่เข้ามาในวงทำให้เขาชาชินกับสิ่งเหล่านั้นไปแล้ว มันก็แค่ข้อความของใครไม่รู้ที่ไม่รู้จักเขาดี แบมแบมไม่ได้สนใจนักหรอก เพราะอย่างน้อยก็มี FanC จำนวนหนึ่งเข้าใจเขา และแน่นอนว่าสมาชิกคนอื่นในวงด้วย แต่ Sunrise ก็เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ตั้งแต่เดบิวต์ ยูคยอมและยองแจไม่เคยมีเรื่องเสียหาย แต่มันจะเริ่มมีก็เพราะมาสนิทกับแบมแบมนี่ล่ะ

เสียงถอนหายใจหลุดจากปากเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แบมแบมนั่งอยู่ในห้องซ้อมกับมาร์คและจินยอง ขณะหัวหน้าวงเราออกไปคุยกับผู้จัดการวงอยู่ด้านนอกตั้งแต่สิบนาทีก่อนแล้ว แบมแบมเอนหลังพิงม้านั่ง มองมาร์คและจินยองกำลังถกเถียงกันเรื่องเสียงกลองและท่อนร้องอย่างไม่จริงจังนัก ส่วนเขาก็มานั่งปลีกวิเวกอยู่คนเดียวและคิดมากเรื่องเพื่อนอย่าเงียบๆ

ตอนนั้นเองที่บานประตูเปิดออก สายตาสามคู่หันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นแจ็คสันที่เดินเข้ามาหาที่ห้องซ้อม แบมแบมโค้งเอ่ยทักทายรุ่นพี่ร่วมค่ายและรั้งตำแหน่งแฟนเพื่อนอีกต่างหาก แจ็คสันทักทายมาร์คและจินยองพอหอมปากหอมคอก่อนจะชี้นิ้วมาทางแบมแบม

“ขอยืมมือกีต้าร์แป๊บนึงสิ”

“อะไรกัน นอกจากไอ้มาร์คจะติดน้องแล้ว แจ็คสันก็มาโอ๋แบมแบมอีกคนแล้วเหรอ?” จินยองเอ่ยขึ้นติดตลกแล้วพยักหน้าอนุญาต

“จะพาน้องไปไหนวะ? คุยกันตรงนี้ไม่ได้เหรอ?” มาร์คเอ่ยถามขึ้น ควงไม้กลองนั่งอยู่หลังกลองชุดนั่นแล้วมองหน้าแจ็คสัน คนโดนถามยักไหล่ก่อนจะหันมากวักมือเรียกแบมแบมพลางตอบคำถามมือกลองของวงไปว่า

“คุยตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวสิ แค่ 5 นาทีเดี๋ยวพามาส่งถึงห้องซ้อมครับคุณมาร์ค...”

แจ็คสันประชดมาร์คแล้วพาแบมแบมออกมาจากห้องซ้อม เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มแหยให้พี่ร่วมวงแล้วเดินตามหลังแจ็คสันไปไม่ห่าง อีกฝ่ายพาเขาเดินมาจนหยุดอยู่หน้าตู้กดน้ำใกล้ๆ ทางหนีไฟซึ่งอยู่ริมขวาสุดของตึก รุ่นพี่ร่วมค่ายหยอดเหรียญลงไปก่อนจะถามแบมแบมว่า

“แบมแบมเอาอะไรดี”

“น้ำผลไม้ก็ได้ครับ” เขาชี้นิ้วไปยังกระป๋องที่ต้องการ แจ็คสันกดให้ เสียงมันหล่นร่วงมาด้านล่าง รุ่นพี่หยิบยื่นมาให้ แบมแบมรับไปพลางเอ่ยขอบคุณ ขณะที่แจ็คสันหยอดเหรียญเพื่อกดของตัวเองบ้าง

“ยองแจ...บอกให้พี่มาดูแบมแบมหน่อย”

“ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ” เด็กหนุ่มงัดฝากระป๋อง เขาพอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าทำไมแจ็คสันถึงมาหาที่ห้องซ้อม เสียงกระป๋องน้ำอัดลมหล่นมาถึงด้านล่าง แจ็คสันคว้ามันไว้ในมือก่อนจะหันมายักไหล่พลางบอกว่า

“ไม่ได้คิดมากเรื่องที่โดนแฟนคลับขุดรูปเก่าๆ กับยูคยอมมาจริงๆ เหรอ?”

“พี่แจ็คสัน...รู้เหรอครับ...” แบมแบมเอ่ยถามเสียงเบา รุ่นพี่ชี้ไปทางม้านั่งใกล้ๆ แบมแบมเดินไปหย่อนกายลงบนนั้นพลางมองตามคนที่นั่งลงข้างๆ แล้วพยักหน้าแทนคำตอบ

“ยองแจเล่าให้ฟัง ที่จริงยูคยอมก็เล่าเองด้วย อืม...ตั้งแต่ตอนที่พี่บอกเรื่องที่เห็นนายที่บริษัทบ่อยๆ ยองแจเคยให้ดูรูปแบมแบมน่ะ”

“อ๋อ...” แบมแบมพยักหน้า พลางยกกระป๋องน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม

“ไม่ต้องห่วงหรอก ทั้งยองแจแล้วก็ยูคยอมบอกผ่านพี่ให้มาบอกแบมแบมอีกที แล้วในฐานะที่พี่อยู่ตรงนี้มานาน พี่ก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องควรกังวลอะไร”

“งั้นเหรอครับ”

“ก็แค่นักเลงคีย์บอร์ด อีกอย่าง...มันก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก ถ้าเกิดว่ายังคบกันอยู่สิ พี่กับยองแจควรกังวลมากกว่าอีก” แจ็คสันหัวเราะแห้งๆ ออกมา ตอนนั้นแบมแบมเลยรู้สึกเหมือนเอาอะไรหนักๆ ในอกออกมาได้ เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยจากการปลอบใจของรุ่นพี่ร่วมค่าย

เรานั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่ตรงนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของยองแจ และแบมแบมก็ถามไถ่ชีวิตรักของทั้งคู่อีกนิดหน่อย แจ็คสันบอกเขาซ้ำๆ ว่าไม่ต้องกังวล ถึงเขาจะดูพึ่งพาไม่ได้แต่ก็ขอให้วางใจว่ายองแจจะไม่มีทางเสียใจเพราะเขาแน่ๆ

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวไอ้มาร์คงุ่นง่าน ว่าแต่...ยองแจเล่าให้ฟังเรื่องไอ้มาร์ค มันไม่ได้แกล้งอะไรแบมแบมอีกแล้วใช่ไหม?” แจ็คสันลุกขึ้นก่อน แบมแบมเดินตามอีกคนพลางส่ายหน้า

“ไม่ครับ เราดีกันแล้ว สนิทกันมากขึ้นด้วย”

“แต่พูดถึงเรื่องซื้อของให้นี่ก็แปลกอยู่หรอก” แจ็คสันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันมายิ้มล้อแบมแบม “มันไม่ใช่คนที่ชอบซื้อของให้ใครหรอกรู้ไหม แสดงว่ามันก็...คงชอบแบมแบมอยู่ไม่น้อย ไม่ได้หมายถึงในแง่ของพี่กับยองแจหรอกนะ”

“เอ่อ...ครับ ผมว่าเขาก็คงไม่ได้คิดกับผมแบบนั้น”

“ใครจะไปรู้ล่ะเนอะ ในอนาคตมันอาจจะคิดก็ได้”

“โธ่...พี่แจ็คสันอย่าล้อเล่นแบบนี้เลยครับ”

แจ็คสันไม่ตอบอะไรเอาแต่หัวเราะในลำคอแล้วพาแบมแบมมาส่งถึงหน้าห้องซ้อม เขายิ้มพลางเอ่ยลาและขอบคุณรุ่นพี่ร่วมค่ายสำหรับน้ำผลไม้กระป๋องในมือ แบมแบมผลักบานประตูเข้ามา คราวนี้รุ่นพี่ร่วมวง 3 คนอยู่กันพร้อมหน้า เขากวาดสายตาไปจนสบตากับมาร์ค

แล้วแบมแบมก็ยิ้มกว้างออกมา

 

 

 

เอาเข้าจริงแล้วแบมแบมก็อุ่นใจเรื่องยูคยอมเพราะคำพูดของแจ็คสันอยู่หรอก และเขาก็คงไม่คิดมากเรื่องนี้อีกถ้าเกิดว่าเย็นนั้นเขาจะไม่เล่นคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าเว็บบอร์ด ก่อนจะพบกระทู้ที่มีคนขุดรูปเขากับยูคยอมในวันเกิดของอีกฝ่ายขึ้นมาได้ ภาพนั่นคือเขาและอีกฝ่ายถือเค้กไว้ในมือ พร้อมกับปากจู๋เพราะเป่าเทียนพร้อมกัน ซึ่งรูปนั้นยองแจเป็นคนถ่ายให้ คราวนี้ดูเหมือนกระแสว่าเขาและยูคยอมสนิทกันเกินเพื่อนเลยยิ่งหนักกว่าเดิม

แบมแบมไม่ได้เอ่ยบอกเรื่องนี้กับใคร คนที่รู้เรื่องนี้ในวงก็มีเพียงแค่มาร์คและแบมแบมก็ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายคิดยังไง แต่อย่างน้อยก็คงไม่ได้รังเกียจเพราะหลังจากรู้ มาร์คก็ยังคงทำตัวปกติไม่มีท่าทีแปลกๆ ไปเลยสักนิด

สุดท้ายแล้วแบมแบมก็นอนไม่หลับ แม้จะขอตัวเข้านอนตั้งแต่ห้าทุ่มด้วยซ้ำเพราะเห็นว่าพรุ่งนี้เรามีงานแต่เช้าและพี่ฮยอนอูกำชับนักหนาว่าจะมารับตอนหกโมง แต่จนแล้วจนรอดแบมแบมก็นอนไม่หลับ เขาพลิกตัวไปมา เหมือนจะหลับแล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่นจนเจ้าตัวหงุดหงิด

เด็กหนุ่มลุกขึ้นมานั่งในความสลัวของห้อง มองนาฬิกาในมือถือที่บอกเวลาตีสี่นิดๆ แล้วก็ถอนหายใจ แบมแบมเม้มปากอยู่นาน เพราะความกังวลเลยทำให้นอนไม่หลับ เลยเลือกจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมานอกห้องโดยย่องออกมา ปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นในห้องครัวก่อนจะพบว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า

แบมแบมถอนหายใจ เม้มปากคอตกแล้วก็คงต้องกลับไปนั่งในห้องหรือไม่ก็คงนอนพลิกตัวไปมาจนกว่าจะเช้านั่นล่ะ หมุนตัวเพื่อจะเดินกลับเข้าห้อง ตอนนั้นเองที่เสียงเปิดประตูดังขึ้น เด็กหนุ่มหันไปทางต้นเสียงทันที ก่อนจะพบว่ามือกลองของวงเดินเกาหัวที่ยุ่งเหยิงออกมาจากห้อง

“อ้าว” เสียงแหบพร่านั่นเอ่ยทัก มาร์คเดินมาหยุดตรงหน้าแบมแบม ก่อนจะก้มลงมอง

“เป็นอะไร มาดื่มน้ำเหมือนกันเหรอ?”

“อ๋อ ครับ” แบมแบมอื้อออตามน้ำไป เขายืนมองแผ่นหลังมาร์คซึ่งตอนนี้ไปหยุดหน้าตู้เย็น เปิดมันออกก่อนจะบ่นพึมพำแล้วหันมามองแบมแบม

“ไม่มีอะไรให้กินเลย”

“ใช่ครับ มีแค่น้ำเปล่า” แบมแบมบอก มาร์คปิดตู้เย็นแล้วหันกลับมามองแบมแบมก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ไปหาอะไรกินที่มินิมาร์ทข้างล่างกันไหม?”

“อะไรนะครับ?” แบมแบมถามย้ำเหมือนได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ มาร์คเดินมาหยุดตรงหน้าก่อนจะถามช้าๆ ชัดๆ ออกมา

“ไปข้างล่างกัน หาอะไรทาน”

“แต่นี่มันตีสี่กว่าแล้วนะครับ อีกอย่างดึกขนาดนี้ถ้าเกิดเราลงไป...”

“แล้วนี่ใครชวนล่ะ? มาร์คนะ...พี่ไปเอากระเป๋าแป๊บนึง เดี๋ยวเลี้ยง” มาร์คเดินกลับเข้าห้องโดยไม่ให้โอกาสแบมแบมปฏิเสธเลย เด็กหนุ่มเลยเดินไปหยิบเสื้อมาสวมทับเสื้อยืดตัวย้วยของตัวเอง ก่อนจะออกมาเจอมาร์คในชุดนอน เสื้อคลุมและหมวกสแนปแบ็ก 1 ใบ แถมยังมีอีกใบยื่นมาให้แบมแบมด้วย

“เอาไปใส่ซะ”

“แต่ใครเขาใส่หมวกกันตอนกลางคืนกันครับ” แบแบมขมวดคิ้วถาม มาร์คยื่นมือมาดึงหมวกกลับไปแล้วใส่ให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงดุๆ ว่า

“บอกให้ใส่ก็ใส่เหอะน่า ตามมา”

มาร์คพาแบมแบมลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างของห้องพัก เขากลัวอยู่ว่าอาจจะมีแฟนคลับมาดักรอหรือไม่ก็พวกซาแซงแฟนอะไรทำนองนั้น แต่ก็ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตใดๆ แถวหน้าหอพัก รถสักคันยังไม่มีด้วยซ้ำ เราเดินกันอย่างสบายๆ ไปตามฟุตปาธ จนกระทั่งถึงร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลนัก มาร์คเดินเข้าไปก่อนพร้อมเสียงสัญญาณเปิดประตู พนักงานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงติดจะง่วงนอนหน่อยๆ ด้วยซ้ำไป

เรามาหยุดยืนอยู่แถวหน้าตู้เครื่องดื่ม มาร์คเอื้อมหยิบกระป๋องเบียร์มา 2 กระป๋อง ก่อนจะหันมายักไหล่ให้แบมแบมเลือก เขาเลยหยิบน้ำผลไม้มาถือไว้ เราเดินไปที่แคชเชียร์ มาร์คจ่ายให้หมด ก่อนจะเป็นคนถือถุงพาแบมแบมเดินออกมาข้างนอกซึ่งมีเก้าอี้และโต๊ะให้นั่ง

“หิวไหม?”

“แค่น้ำผลไม้ก็ได้ครับ”

“มีโอเด้งอยู่ตรงนั้นน่ะ เดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้”

แบมแบมยังไม่ทันได้พูดอะไรเป็นครั้งที่สอง มาร์คก็ลุกขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้าร้านโอเด้งที่มีควันหอมกรุ่นลอยมาถึงนี่ ไม่นานนักอีกคนก็เดินกลับมาพร้อมโอเด้งเอามาวางไว้ตรงหน้า แบมแบมดื่มน้ำผลไม้ขณะมาร์คงัดกระป๋องเบียร์มาจิบ ก่อนจะยกกระป๋องชูไปข้างหน้าแล้วบอกแบมแบมว่า

“เรื่องนี้อย่าบอกใคร โอเคนะ?”

“ครับ” แบมแบมรับปากและขำเบาๆ เราต่างก็นั่งเงียบๆ เพื่อทานโอเด้งและเครื่องดื่มในมือกันไป มาร์ควางกระป๋องเบียร์ที่หมดแล้วลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงเก้าอี้พลางมองหน้าแบมแบมก่อนจะเท้าคางถามเขาเบาๆ ออกมา

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

“ผม...ผมเหรอครับ?” แบมแบมขมวดคิ้ว ก่อนจะส่ายหน้าออกมา

“ไม่จริงหรอก นอนไม่หลับไม่ใช่เหรอ? ใต้ตาคล้ำขนาดนี้” พอมาร์คพูดแบบนั้นแบมแบมเลยเม้มปากเป็นเส้นตรงไม่ยอมพูดอะไรออกมา เด็กหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ก่อนจะหลุบตาต่ำ

“เรื่องที่โดนแฟนคลับเอารูปเก่าๆ มาโพสต์ลงบอร์ดรึไง?”

“พี่มาร์คก็เห็นใช่ไหมครับ” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาหวิวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้ามาสบตามือกลองของวงแล้วเอ่ยออกไป

“ผม...เคยชอบผู้ชายมาก่อนแบบนี้ พี่มาร์ค...ไม่เกลียดหรือว่า...”

“งี่เง่า” มาร์คเอ่ยสวนมาทันทีทั้งที่เขายังพูดไม่จบ เดาะลิ้นในโพรงปากก่อนจะหันไปคว้าเบียร์อีกกระป๋องมาเปิด แล้วหันมามองหน้าแบมแบมพลางวางมันลงบนโต๊ะ

“เกลียดทำไม แบมแบมมีอะไรให้พี่เกลียดล่ะ? แค่ชอบผู้ชายน่ะเหรอ? อย่าคิดเองเออเองสิ มันก็เรื่องแค่นี้เอง”

“งั้นเหรอครับ” แบมแบมถอนหายใจก่อนจะยิ้มเจื่อน “ผมกลัวว่าเพราะผมเคยเป็นแบบนี้ ก็อาจจะมีใครรับไม่ได้ แต่ก็มีแค่พี่มาร์คที่รู้นั่นแหละครับ”

“มีอะไรก็พูดสิ ไม่ใช่คิดไปเองคนเดียว” มาร์คเอ่ยบอกพลางหยิบโอเด้งเข้าปากเคี้ยวแต่ก็ยังพูดต่อ “เราอยู่วงเดียวกันนะ แบมแบมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว”

“ครับ”

แบมแบมตอบรับ เขารู้สึกสบายใจขึ้นตอนได้ยินประโยคนั้นจากมาร์ค มองหน้ามือกลองที่กำลังยกกระป๋องเบียร์กระดก แล้วพออีกฝ่ายวางมันลง แบมแบมซึ่งวางมือบนโต๊ะแล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปมาก็เอ่ยขึ้นว่า

“ผมก็แค่...เป็นห่วงเขาเพราะว่าตั้งแต่เข้าวงการเขาไม่มีข่าวแย่เลยน่ะครับ”

“เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ” มาร์คเอ่ยถามเสียงเรียบเฉย แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วก็เม้มปากอธิบาย

“ผมรู้ว่ามันคงแปลกๆ สำหรับคนอื่น แต่ถึงเราจะเลิกกันแล้ว ผมกับยูคยอมก็ยังเป็นเพื่อนกันน่ะ อืม...พี่มาร์คคงเป็นประเภทที่ว่าไม่สามารถติดต่อกับแฟนเก่าได้หลังจากเลิกกันใช่ไหมครับ?”

“แน่สิ ใครจะยังอยากให้เขามาสะกิดแผลในนี้ล่ะ” มาร์คตบอกซ้ายเบาๆ แบมแบมเม้มปากหลังจากได้ฟังแต่ก็ยังอธิบายต่อไป

“แต่ผมกับยูคยอมเป็นแบบนั้นได้ครับ เราไม่ได้มีเยื่อใยกันในความสัมพันธ์เชิงคนรักแล้วจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เราก็เป็นเพื่อนกัน แล้วมันก็รู้สึกดีๆ ก็เลยลองคบกัน พอรู้ว่าไปไม่รอดเราก็เลย...เลิกกัน”

“ทำไมถึงเลิกล่ะ?” มาร์คขมวดคิ้วถาม

“เพราะเขาต้องเป็นศิลปินนี่ครับ ตอนนั้นผมไม่ผ่านการคัดเลือก มีแค่ยองแจกับยูคยอมที่ผ่าน ผมก็เลยลาออกจากที่นั่นแล้วก็เลิกกับยูคยอมด้วย ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรอกครับ เราเลิกกันแบบเข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ อีกอย่าง...ผมก็ยังอยากทำตามความฝันตัวเองอยู่คือการเป็นมือกีต้าร์ เรายังคงคุยกันผ่านอีเมล์แล้วก็ให้กำลังใจกันตลอด พี่มาร์คอาจจะไม่เข้าใจผมเท่าไหร่ แต่...ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนจริงๆ ครับ”

“ไม่เจ็บบ้างเหรอ?” มาร์คขยับมาตั้งท่าถามอย่างจริงจัง “ไม่เจ็บเหรอตอนที่เห็นเขาบนเวทีโดยไม่มีตัวเองน่ะ”

“เจ็บสิครับ แต่ผมก็พยายามในส่วนของผมอยู่ ไม่มีเวลาร้องไห้หรอก เพราะมีคนอีกเป็นสิบเป็นร้อยที่อยากได้ตำแหน่งเดียวกับที่ผมยืนอยู่ตอนนี้”

มาร์คพยักหน้าเบาๆ หลังจากได้ฟัง ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาจิบ ในขณะที่แบมแบมได้พร่างพรูความในใจเหล่านั้นไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็สามารถคุยกับใครสักคนได้ ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียวเหมือนอย่างที่ผ่านมา

“พี่น่ะ...คบกับนาราด้วยความรู้สึกที่คิดว่าเธอจะเป็นคนสุดท้ายล่ะรู้ไหม?” มาร์คเอ่ยเสียงขมขื่นออกมา

“มันเจ็บมากเลยนะตอนที่เลิกกันน่ะ เขาเป็นคนที่พี่คบด้วยนานที่สุด ถึงกับเคยบอกพ่อว่าจะหาโอกาสพาเธอไปที่บ้าน สุดท้ายก็ไม่ได้ไปหรอกเพราะเลิกกันซะก่อน” มาร์คยักไหล่ ในขณะที่แบมแบมเม้มปากอย่างตั้งใจฟัง

“พอนึกถึงตอนที่เราต้องแอบเดทกัน แอบไปหากัน ต้องโทรหากันทั้งที่เวลาก็ไม่ค่อยตรงกัน พวกเรางานยุ่งทั้งคู่ แต่ตอนนั้นพี่ก็พยายามมาก สุดท้ายมันก็ไปไม่ไหว เขาหมดใจจะให้ทำยังไง รั้งให้ตายยังไงเขาก็ไม่อยู่หรอก ถึงอยู่...เขาก็ไม่ใช่คนเดิมของเราแล้ว” มาร์คเงยหน้าขึ้นสบตาแบมแบมครู่หนึ่ง

“ไม่หวั่นไหวกับยูคยอมแล้วเหรอ?”

“ทำไม...ถามแบบนั้นล่ะครับ” แบมแบมหัวเราะเสียงเจื่อนออกมา “ทำไมพี่ถึงอยากรู้เรื่องแฟนเก่าผม แถมมาเล่าเรื่องแฟนเก่าตัวเองให้ผมฟังอีก”

“แล้วยังหวั่นไหวอยู่อีกเหรอ?” มาร์คไม่ยอมตอบคำถาม ดูท่าทางคงจะไม่ยอมบอกเหตุผลของตัวเองจนกว่าแบมแบมจะตอบ เด็กหนุ่มเม้มปากขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว

“เคยคิดอยากกลับไปคบอยู่หรอกครับ ช่วงแรกๆ ที่เลิกกัน แต่ก็เป็นผมที่เลือกเดินออกมา ก็เลยคิดว่าต้องรักษาคำพูด”

“อ๋อ...” มาร์คลากเสียงยาวก่อนจะลุกไปโยนกระป๋องเบียร์ที่หมดเกลี้ยงทั้ง 2 กระป๋องลงถังขยะ ก่อนจะเดินกลับมาหย่อนกายที่เดิม ขณะแบมแบมรีบดื่มน้ำให้หมดแล้วเก็บขยะทิ้งให้เรียบร้อย

“กลับกันไหม?”

“ครับ”

ตอนนั้นแบมแบมเดาว่าน่าจะตีห้า เขาเริ่มเห็นกิจกรรมยามเช้าอย่างรถราเริ่มมีให้เห็นตามถนน ตอนนั้นแบมแบมก็รีบสาวเท้าจนทันมาร์ค แล้วเอ่ยทวงถามไปว่า

“พี่มาร์คยังไม่ตอบผมเลยนะว่าทำไมจู่ๆ มาเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ผมฟัง แล้วก็มาถามเรื่องเก่าๆ ผมด้วย”

“อ๋อ เรื่องนั้น”

มาร์คอมยิ้ม พวกเราเดินเข้ามาในตึก เข้ามาในลิฟต์ แบมแบมกดชั้นที่ต้องการ ขณะที่มาร์คล้วงมือเข้ากับกางเกงเงยหน้ามองตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแบมแบมก็มองหน้าด้านข้างมือกลองอย่างต้องการคำตอบ ในตอนที่กำลังจะอ้าปากถามย้ำอีกครั้ง มาร์คก็ขยับริมฝีปากออกมา

“เคยสนใจใครสักคนไหม?”

“อะไรนะครับ?” แบมแบมขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ มาร์คยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเอ่ยต่อ

“ตอนที่เราสนใจใครสักคนก่อนจะพัฒนาไปเป็นฐานะอื่นนอกเหนือคนรู้จัก เราจะอยากรู้เรื่องของเขาทั้งหมด ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ความชอบ หรือแม้แต่เรื่องความรักครั้งเก่าของเขา”

เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ มาร์คกดประตูค้างเอาไว้ให้แบมแบมก้าวออกมาก่อน เด็กหนุ่มเดินมาหยุดหน้าประตู ขณะที่มาร์คก้าวตามออกมา ประตูลิฟต์ปิดลง ขณะที่มาร์คยื่นหน้ามามองแบมแบม เราสบตากันแล้วอีกคนก็เอ่ยเสียงเรียบมาว่า

“พี่กลัวว่าไม่แฟร์ที่จะรู้เรื่องของแบมแบมอยู่ฝ่ายเดียวก็เลยเล่าเรื่องนาราให้ฟัง...แค่นั้นเอง เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากหรอก”

“แต่ว่าพี่มาร์ค...ที่พูดนั่นน่ะ...”

มาร์คไขกุญแจหมุนลูกบิดเข้าไปในห้อง แบมแบมรีบก้าวตามไปก่อนจะเงียบเสียงเพราะตอนนี้ในห้องทั้งจินยองและแจบอมก็ตื่นแล้ว แถมยังหันขวับมามองเราเป็นตาเดียวทันทีที่ก้าวเข้าไปอีกต่างหาก

“มึงพาแบมแบมไปไหนมา” แจบอมเอ่ยถาม มาร์คยักไหล่ขณะแบมแบมรีบสาวเท้าไปยืนข้างอีกฝ่าย

“ไปหาอะไรกินสิ พวกกูตื่นเช้าแล้วแบมแบมก็บ่นหิว ว่าไหมแบมแบม?”

“อ๋อ...ครับ”

“แต่หน้าแบมแบมยังกับคนไม่ได้นอน ทำไมตาคล้ำขนาดนั้น” จินยองเอ่ยพึมพำก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนแจบอมกวักมือเรียกมาร์คให้ไปคุยกันในห้องครัว

แบมแบมยืนอยู่ตรงนั้น เขาได้ยินเสียงแจบอมและมาร์คคุยกันเบาลง ก่อนจะทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น แบมแบมสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีนั่นเขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม แล้วที่มาร์คพูดออกมาในลิฟต์นั่นจริงจังหรือแค่ล้อเล่นกันล่ะ

พวกเราน่ะไม่ต้องแฟนเซอร์วิสต่อหน้ากันเองหรอก...ใช่ไหม?!

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ;o; ทุกคนต้องแบบว่าเอ๊ะมองผิดรึเปล่า อัพอีกแล้วเหรอ ไม่จริงใช่ไหม
คือจริงค่ะอัพจริงๆ เพราะว่าตอนนี้ว่างก็เลยคิดว่ารีบปั่นๆ แล้วลงเลยดีกว่ากลัวค้าง
ทุกคนบอกแล้วคือมาค้างตอนสิบคือค้างหนักกว่าเดิมหนักกว่าตอนเก้า
55555555555555
ขอบคุณมากค่ะ TvT สำหรับคอมเม้นต์และคนที่ติดแท็ก #ficfakemb เราขอบคุณทุกตอนอย่าเบื่อเรา
ตอนนี้ไม่ได้ยาวน้อยหน้าเมื่อวานเลย
5555555555555 เหนื่อยกับตัวเอง
แต่คิดว่าทิ้งค้างแบบนี้แล้วก็ปล่อยไว้แบบนี้ทุกคนคงมีความสุขกับฟิคตอนนี้ /คิดเอาเอง
55555


ตอนหน้าไม่รู้จะมาตอนไหนค่ะอาจจะอาทิตย์หน้าหรือไม่ก็เคลียร์นู้นนี่เสร็จมีเวลาจะอัพให้
ขอบคุณคุณ peony pink ที่คอยบอกคำผิดด้วยค่ะ ใครเจอประโยคแปลกประหลาดคำผิดคอมเมนต์บอกได้เลยนะคะ
กราบขอบพระคุณทุกคนอีกที

ปล. เปิดจองมาร์คแบมโซเชียลกับสลีปวิทมีอยู่นะคะ คลิกตรงนี้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2331 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:28
    เอาแว้วววววว
    #2,331
    0
  2. #2324 nooonut293 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 13:15
    ดีค่ะพี่..ตรงๆดี5555
    #2,324
    0
  3. #2317 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 23:54

    ชักจะยังไๆแล้วนะคุณมาร์ค

    พรี่เป็นคนตรงมากสินะ​ คิดไรปุ๊บเดืนหน้าปั๊บไม่มีรีริ

    แบบรู้ตัวเร็ว​ ไม่ลีลาด้วย​ เริ่ด

    #2,317
    0
  4. #2299 opoceleste (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:13

    แหมมมม พี่มาร์คคค

    #2,299
    0
  5. #2279 ฺBeau (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:39
    พี่มาร์คคคคคค ยอมรับใจตัวเองแบบนี้ก็ดีนะะะะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปล่า เอาเวลามาจีบน้องดีกว่าาาา >///<
    #2,279
    0
  6. #2238 BMN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 20:40

    เอาละโว้ยยยย คนพี่รุกคนน้องแล้วคร้าบบบ

    ''เคยสนใจใครสักคนมั้ย'' อื้อหือ พออ่านคำนี้แล้วแบบว่า ถึงเวลาแล้วสินะ ถึงเวลาของมาร์คแบมแล้วววว

    #2,238
    0
  7. #2217 NaaNam_1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 09:35
    โอ้เย ฉันอยากเห็นเขารักกัน~ โอ้โอ้เยเย
    #2,217
    0
  8. #2212 say (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:22
    โอ้ยมาร์คคคค คนร้ายกาจ

    น้องแบมคิดถูกแล้ว ค่อยๆคิดค่อยๆดูไปดีกว่าเนอะ

    อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจคบตะคนพี่นะ

    หมั่นไส้5555
    #2,212
    0
  9. #2210 say (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:11
    โอ้ยมาร์คๆๆๆๆๆๆ

    ร้ายมาก

    นี่อ่านเฉยๆยังใจเต้นแรงแทนแบมเลย

    อ๊อยยยยยยย
    #2,210
    0
  10. #2209 say (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:21
    ชอบตอนแจ็คสันบอกแบมว่าถึงเขาจะดูพึ่งพาไม่ได้แต่ก็จะไม่ให้ยองแจเสียใจเพราะเขาแน่ๆ เนี่ย กรี๊ดมาก เขิน หวีดหนักกว่าคู่หลักไปอีก โทษๆ55555

    ว่าแต่พี่มาร์ครุกแรงมาก น้องแบมว่าไงดีคะ โอ้ยๆๆ
    #2,209
    0
  11. #2179 ojay2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:27
    แหมมมมมมมมม คือเริ่มชอบน้องแล้วสิ สนใจน้องแล้วสินะ
    #2,179
    0
  12. #2101 Aoyyah (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:28
    เดี๋ยวนะพี่มาร์คบอกว่าสนใจน้อง
    #2,101
    0
  13. #2066 ____wpd (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 23:51
    โอ้ยยยย คือดีงามมากกกกกก
    มาร์คสนใจน้องก็ลุยเลยยยย
    #2,066
    0
  14. #2057 bbunnymm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 23:08
    มัคคึสนใจแบมใช่ไหม สนใจก็รีบๆรุกไปเลยยย
    #2,057
    0
  15. #2030 mellow_aa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 12:42
    ไม่ใช่แฟนเซอวิสละล่ะ นี่เรียกจากเบื้องลึกในจิตใจล้วนๆแล้วใช่มั้ยมาร์คต้วน 5555555555555 

    ไม่ต้องเฟคแล้ว อยากได้แบบเรียลล้วนๆ ><
    #2,030
    0
  16. #1992 M.m1nt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 01:09
    พี่มาร์คน่ารักกกกกกกกกกก
    #1,992
    0
  17. #1956 ImNadia_BB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 04:16
    ชูป้ายมัคแบม ฮืออออ
    #1,956
    0
  18. #1947 opel_zuza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 07:52
    ทำไมอิพี่มาร์คมันน่ารักกกกกกกก ><
    #1,947
    0
  19. #1922 9nawKIHAE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 23:28
    จะเต๊าะน้องก็บอกไปปปปปปปปปปปปปปป

    สงสารน้องแบมคิดมาก เป็นห่วงเป็นใยเพื่อนจนตัวเองไม่ได้นอนเลย TT 
    #1,922
    0
  20. #1876 m_sseob (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 22:41
    สนใจแบมละซี้ -..-
    #1,876
    0
  21. #1235 Nuthathai Por (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 02:44
    มาร์คไม่เอาดิไม่เอาแบบนี้สิมาพูดกันให้เคลียร์ ๆ ก่อน อย่ามาทำให้แบมสับสนแบบนี้ดิ
    #1,235
    0
  22. #1219 mint (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 19:07
    นี้คือการบอกว่าฉันกำลังสนใจนายอยู่นะ หรือเราอ่านแล้วคิดไปเอง
    #1,219
    0
  23. #1124 Miru (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 20:30
    เป็นอีกหนึ่งคำพูดที่น่ารักมากๆสำหรับการจะบอกใครสักคนว่าเราสนใจ
    #1,124
    0
  24. #962 aa2501 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 08:49
    โอ้ยยยย เขินจังง สนใจแบมสินะ เขินนนนนนนนนนนนนนนน >///////<
    #962
    0
  25. #954 BB1a_38 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 22:28
    โอ้ยยย ให้คนที่อยากให้ ปลื้มมมมม กรี๊ดดด ปริ่ม มากกก ><
    #954
    0