[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 13 : FAKE - Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    25 มิ.ย. 58



F A K E

 

Chapter 11

 

 

เราถูกต้อนให้ขึ้นมาบนรถกันทั้ง 4 คนโดยพี่ฮยอนอูพูดจาเสียงดังเหมือนจะปลุกพวกเราให้ตื่นตัวทั้งที่พอขึ้นรถแล้วก็ต้องขับรถไปต่างจังหวัดอยู่ดี มาร์คนิ่วหน้าและไม่พูดอะไรอีกเลยตั้งแต่พูดประโยคสุดท้ายกับแบมแบม เขาอาบน้ำและแต่งตัวอย่างเงียบๆ เดินหน้านิ่งๆ ตามคำสั่งของผู้จัดการอย่างไม่อิดออด

“พี่เลิกพูดเสียงดังสักทีเหอะน่า มันน่ารำคาญ”

กลายเป็นจินยองที่ดูจะทนไม่ไหวเริ่มหันไปบอกผู้จัดการ อันที่จริงในลานจอดรถตอนนี้ก็มีเพียงผู้ชายห้าคนและมีเพียงคนเดียวที่กำลังส่งเสียงดัง มาร์คยืนพิงประตูรถกอดอกฟังเสียงฮยอนอูและจินยองเดินเถียงกันมา

“เรามีงานแฟนไซน์ตั้งบ่าย เดี๋ยวพอขึ้นรถพวกผมก็หลับกันอยู่ดี” จินยองเดินจนมาถึงมาร์คซึ่งมาถึงก่อนแล้วแต่ไม่ยอมเปิดประตูรถ

“หลีก มึงมายืนทำเท่อะไรตรงนี้ ทำไมไม่ขึ้นไป”

มาร์คไม่ตอบอะไรแต่เบี่ยงตัวออก คาดว่าจินยองโมโหแกมเหวี่ยงนิดๆ ก็เพราะเสียงผู้จัดการที่พูดจ้อไม่หยุดนั่นล่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้พี่ฮยอนอูเริ่มหันไปคุยกับแจบอมแล้ว มาร์คมองมือกีต้าร์ที่เขาเดาเอาว่าไม่ได้นอนทั้งคืนซึ่งเดินเชื่องช้าแซงแจบอมสุดท้ายก็เดินมาถึงเขา

“นั่งกับพี่นะ” มาร์คเอ่ยขึ้นตอนที่แบมแบมเดินมาถึง เด็กหนุ่มซึ่งกำลังหน้างุนงงและแกะสายหูฟังอยู่เงยมามองก่อนจะเอ่ยถามว่า

“อะไรนะครับ?”

“นั่งกับพี่ไง เบาะคู่น่ะ” มาร์คชี้นิ้วไปยังเบาะตัวเองก่อนจะพยักหน้าให้ เขามองเห็นริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันของอีกฝ่าย แล้วแบมแบมก็ส่ายหน้าอ้าปากหาวหวอดพลางบอกเขาเสียงเบาว่า

“ผมง่วงครับ”

เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปด้านในรถตู้ เลยเบาะที่มาร์คนั่งไปยังตำแหน่งเดิมของตัวเองที่อยู่ด้านหลัง แบมแบมยังหันมามองเขาพลางกะพริบตาปริบๆ แล้วก็หลุบตาเบือนหน้าหนี ในตอนนั้นเองที่มาร์คถอนหายใจออกมา

“ขึ้นรถได้แล้วมาร์ค” แจบอมหันมาบอกจากเบาะด้านหน้าข้างคนขับ

มาร์คพ่นลมหายใจก้าวขึ้นมาในรถ เขากระชากประตูปิด ก่อนจะเดินผ่านตำแหน่งที่นั่งประจำของตัวเองมาหยุดอยู่ข้างเบาะ แล้วแทรกกายด้วยใบหน้ามึนๆ นั่งลงใกล้ๆ แบมแบมจนเด็กหนุ่มต้องเขยิบให้มีที่ว่างสำหรับนั่งสองคน

“มาร์ค! มึงมานั่งเบียดน้องทำไมเนี่ย!” จินยองหันมาโวยวาย คราวนี้ทั้งหัวหน้าวงและผู้จัดการที่นั่งข้างหน้าเลยเอี้ยวมามอง

“ไม่ได้เบียด แบมแบมยังไม่เห็นว่าอะไรเลย มึงเนี่ยโวยวาย พี่เบียดรึเปล่าแบมแบม?”

“เปล่าครับ” เด็กหนุ่มตอบออกมา สีหน้าเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

“พี่จะออกรถได้รึยัง?” พี่ฮยอนอูกระแทกเสียงเหวี่ยงๆ แต่ดูท่าว่าก็ไม่ได้รอขออนุญาตจากใคร จู่ๆ อีกฝ่ายก็ออกรถเลย จินยองบ่นอุบอิบอยู่กับที่นั่งก่อนจะยัดหูฟังแล้วนิ่งไป

มาร์คหันมามองคนข้างตัว ออกจะไม่เข้าใจนักหรอกว่าแบมแบมเป็นอะไร จู่ๆ ทำไมถึงได้ดูเมินใส่เขาแบบนี้อีก มาร์คเขยิบเข้าไปหา ก่อนจะยื่นมือช่วยแก้สายหูฟังที่ยังพันกันของอีกฝ่ายให้

“น้ำหอมกลิ่นนี้หอมดีนะ”

เพราะก้มลงไปใกล้เลยได้กลิ่นสดชื่นที่แบมแบมเป็นคนเลือกและเขาซื้อให้ลอยมาแตะจมูก มาร์คกะพริบตาแต่เขาอาจจะตาฝาดไป เพราะแอบเห็นริ้วข้างแก้มแบมแบมแดง เด็กหนุ่มพยักหน้าแทนการตอบคำถาม ก่อนจะเอ่ยขอบคุณตอนสายหูฟังใช้งานได้แล้ว

“เป็นอะไรน่ะ ทำไมไม่ยอมนั่งกับพี่” มาร์คกระซิบถาม ก่อนจะเอียงตัวไม่ให้จินยองรู้ว่าเรากำลังคุยอะไรกันอยู่ ดูท่านักร้องนำของวงน่าจะหลับไปแล้ว แต่มาร์คก็อยากกันไว้ก่อนอยู่ดี

“ก็...ผมง่วงครับ”

“เมื่อคืนนี้ไม่ได้นอนเลยใช่ไหม?” มาร์คเอื้อมมือไปแตะขอบตาคล้ำๆ ของอีกฝ่าย แบมแบมเม้มปากพยักหน้าหงึก

“งั้นนอนเถอะ” มาร์คบอกแล้วเอนหลังนั่งในท่าปกติ แบมแบมหันมามอง เขาเลยหันกลับไปสบตาอีกฝ่าย

“เรื่อง...เอ่อ...ที่เราคุยกันในลิฟต์น่ะครับ...”

“อืม ทำไมเหรอ?” มาร์คเอ่ยถาม เห็นสีหน้าอึกอักของแบมแบมแล้วก็นึกสงสารเหมือนมาร์คเป็นฝ่ายแกล้งเด็กใหม่ยังไงไม่รู้

“นอนเถอะ เรื่องนั้น...หลังงานแฟนไซน์เราค่อยคุยกันก็ได้”

มาร์คบอก แบมแบมพยักหน้าก่อนจะยัดหูฟังใส่หูตัวเอง ก่อนจะเหลือบมามองมือกลองที่นั่งเอนหลังพิงเบาะนิ่งๆ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะสะกิดไหล่ แล้วยื่นหูฟังอีกข้างให้มาร์ค

“ฟังด้วยกันไหมครับ?”

มาร์คควรจะเป็นฝ่ายจับหูฟังมายัดใส่หูตัวเองใช่ไหมล่ะ? แต่เขาก็ไม่ทำ รู้สึกเหมือนมือไม้ไร้เรี่ยวแรงกะทันหันก็เลยยื่นหน้าเอียงหูไปให้ แบมแบมก็สอดหูฟังเข้ามาในหูเขาเป็นอย่างดี

เขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากวางมือไปกับหน้าขาตัวเอง เคาะปลายนิ้วไปตามจังหวะเพลงที่ดังผ่านหูฟังให้ได้ยิน สำหรับมาร์คแล้วเขาไม่ได้รีบร้อนอะไร อย่างน้อยที่บอกอีกฝ่ายไปตรงๆ ก็แค่อยากให้รู้จะได้ไม่ต้องแปลกใจถ้าเขาจะห่วงใยและดูแลเกินกว่าพี่คนหนึ่งในวงควรจะทำ

แรงกระแทกเล็กๆ ตรงไหล่ทำให้เขาหันไปมอง ที่แบมแบมบอกว่าง่วงและไม่ได้นอนมาทั้งคืนน่ะคงจะจริงอย่างที่บอก มาร์คเห็นกลุ่มผมสีดำของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ เด็กหนุ่มหลับตาสนิท คงหลับลึกขนาดว่าเอนมาซบไหล่มาร์คแล้วก็ยังไม่รู้ตัวอีก เขาก็ไม่รู้จะทำยังไง จะขยับก็กลัวว่าจะเป็นการปลุกคนไม่ได้นอน สุดท้ายเลยค่อยๆ ผ่อนลมหายใจแล้วทิ้งตัวเอนไปซบศีรษะแบมแบมกลับ

อย่างน้อยท่านี้คงไม่ทำให้เขาตะคริวกิน...และอย่างน้อยมาร์คก็ได้ใกล้ชิดแบมแบมขึ้นมาอีกหน่อย...

 

 

 

งานแฟนไซน์ที่ต่างจังหวัดในช่วงบ่ายนั้นผ่านไปได้ด้วยดี มีทีมงานจากเรียลลิตี้ของเราซึ่งออกอากาศไปได้ 3 เทปแล้วมาตามเก็บภาพตั้งแต่เราลงรถ แต่งหน้าแต่งตัว แม้กระทั่งตอนเราทานอาหาร แบมแบมออกจะไม่คุ้นชินมากนักกับการมีกล้องตามจับภาพตัวเองอยู่แทบตลอดเวลาขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าการทำงานวันนี้มีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่เลยกลายเป็นเกร็งจนแทบจะไม่แสดงอะไรออกมา

ก็โชคดีว่ามาร์คนั่งข้างๆ ตอนงานแจกลายเซ็น และคอยช่วยแบมแบมหรือไม่ก็กระตุ้นเขาอยู่เสมอ เด็กหนุ่มเลยสามารถยิ้มและหัวเราะหรือแม้แต่เล่นกับ FanC ได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความเครียดภายใน แล้วหลังจากนั้นมาร์คก็ดูจะเป็นเพียงคนเดียวที่จับสังเกตเขาได้ ถึงจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าใครต่อใคร แต่มาร์คก็เป็นมือกลองวง Chaos ที่คอยหยิบน้ำ ยื่นผ้าขนหนูหรือแม้แต่ปากกามาให้แบมแบมอยู่เสมอ

เขาไม่ได้อึดอัดหรอก สำหรับตัวแบมแบมมันเหมือนเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ เนื่องจากตอนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวโดยทิ้งการเรียนและครอบครัวไว้ด้านหลัง เขาเป็นเพียงเด็กวัยสิบสี่ที่พยายามไม่พึ่งพาใครและพยายามพึ่งพาตัวเองอยู่เสมอ แล้วยิ่งได้มารู้จักกับยองแจและยูคยอม เราเป็นเพื่อนที่อายุเท่ากันและมีอุดมคติเหมือนกันนั่นคือจะพยายามเลี้ยงตัวเอง ดังนั้นไม่ใช่แบมแบมเป็นคนแกร่งมาแต่ไหนแต่ไรหรอก สถานการณ์หลายอย่างที่ผ่านมาหล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่พยายามไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร และไม่เอ่ยปากพูดก่อนด้วย

แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปตอนเขาเดบิวต์นี่ล่ะ แถมก่อนหน้าจะเข้าวงก็มีกระแสข่าวด้านลบ แบมแบมเชื่อว่าตัวเขาเองยังมีแอนตี้แฟนอยู่แต่ก็เพราะงานแฟนไซน์ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่เรื่องมาร์คปกป้องเด็กใหม่ในวง คนที่จ้องจะเหยียบเขาซ้ำจึงยังคงนิ่งเงียบกันไปเพราะโตกตากก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วหลังจากนั้นแบมแบมก็ถูกพี่ๆ ในวงคอยช่วยเหลือดูแลอยู่เสมอ ทั้งแจบอมเองแม้จะไม่ค่อยพูดแต่ก็มักจะสังเกตเขาอยู่เสมอ ไหนจะจินยองที่ตั้งแต่เริ่มต้นก็ชวนคุยให้แบมแบมหายอึดอัด แม้กระทั่งมาร์คเองแม้ช่วงแรกจะดูใจร้ายไปบ้าง แต่ตอนนี้ก็กลายมาเป็นคนที่ดูจะใส่ใจเขามากที่สุดแล้ว

ออกจะ...มากเกินกว่าที่แบมแบมคาดคิดไว้ด้วยซ้ำไป...

เพราะเลิกงานก็เกือบจะบ่ายสี่โมงเย็นแล้ว และอีกอย่างพรุ่งนี้เช้าเราไม่มีงานแต่มีช่วงบ่ายแก่ๆ ก็แค่เข้าบริษัท พี่ฮยอนอูเลยจัดการจองโรงแรมเรียบร้อยให้เราพักกันที่นี่ รวมไปถึงทีมงานเรียลลิตี้ที่จัดแจงกล้องไว้ตามมุมต่างๆ ในห้องพักของพวกเราซึ่งคราวนี้เป็นห้องแบบ 4 คนเราเลยสามารถนอนรวมกันได้ไม่เหมือนตอนที่ไปญี่ปุ่น

แบมแบมนั่งเช็ดผมอยู่บนเตียงแล้วอมยิ้มมองแจบอมซึ่งพยายามจะทำตัวเป็นผู้ดำเนินรายการแต่ก็โดนจินยองแย่งพูดตัดหน้าจนหันมาทำหน้าแหยใส่แบมแบมอยู่หลายหนพร้อมทำไม้ทำมือเชิงรำคาญแต่ก็ไม่ได้บอกให้จินยองหยุดพูด เรากำลังคุยกันเรื่องงานพรุ่งนี้ เพราะเป็นรายการเชิงเรียลลิตี้เราจึงต้องพูดคุยกันแบบธรรมชาติ แต่อันที่จริงแล้วทีมงานก็เตรียมหัวข้อคร่าวๆ ให้แล้วว่าอยากให้พูดถึงเรื่องอะไร แต่แบมแบมก็เห็นว่าไม่มีใครเล่นตามบท เพราะจินยองกับมาร์คกำลังคุยกันเรื่องงานแฟนไซน์ ส่วนแจบอมก็ร่วมวงด้วยและพยักหน้า

“มีแฟนคลับให้อันนี้กูมาด้วย”

มาร์คกางนิ้วออกแล้วให้สมาชิกคนอื่นดูแหวนที่สวมตรงนิ้วกลาง ก่อนจะหัวเราะตาหยีแล้วเอ่ยอธิบายออกมาสั้นๆ ว่า

“เนี่ย...เธอเดินมาแล้วขอแต่งงาน แต่เหมือนจะยังเป็นแค่เด็กมัธยมต้น ฉันเลยขอให้ใส่ที่นิ้วกลางก่อน แล้วบอกว่าถ้าเกิดเรียนจบมหาลัยเมื่อไหร่ค่อยมาขอฉันอีกทีแล้วกัน”

“อ่า...ผมเห็นคนนั้น เธอสูงแค่นี้เองครับ” แบมแบมยกไม้ยกไม้วัดความสูงเด็กสาว เขาจำได้ว่า FanC คนนั้นใส่ยูนิฟอร์มโรงเรียนอยู่เลยด้วยซ้ำ

“แบมแบมก็โดนขอแต่งงานนี่” มาร์คชี้นิ้วมา “กระดาษนั่นน่ะ อะไรนะ...” มาร์คนิ่วหน้าอย่างนึกไม่ออก จินยองเลยหัวเราะร่วนเพราะเป็นคนที่นั่งอยู่อีกข้างของแบมแบม

“เออ ฉันเห็นอันนี้ ทะเบียนสมรสใช่ไหม?”

“อ๋อ...”

แบมแบมเลยหัวเราะออกมา จินยองหันไปอธิบายแจบอมผู้ไม่รู้เรื่องว่าวันนี้จู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดฮันบกเดินขึ้นมา แต่อันที่จริงก็มี FanC หลายคนที่สวมฮันบกมางานวันนี้ หากหญิงสาวคนนั้นพอมาหยุดอยู่หน้าแบมแบมก็ยื่นทะเบียนสมรสไปให้แล้วบอกว่าไม่ต้องเซ็นบนปกซีดีให้หล่อนก็ได้แต่เซ็นตรงนี้แทน

“มันมีชื่อเธอกับลายเซ็นครับ ของผมมีแค่ชื่อรอแค่ลายเซ็น”

“เฮ้ยของจริงเหรอวะ?” แจบอมทำหน้าตกใจออกมา แบมแบมส่ายหน้าก่อนจะยักไหล่

“ไม่รู้ครับแต่ผมไม่ได้เซ็น ผมบอกเธอว่าผมเพิ่งบรรลุนิติภาวะมายังไม่นาน อยากจะเป็นมือกีต้าร์ Chaos อยู่ เอาไว้พี่สาวมาขอผมใหม่อีกสัก 2-3 ปีนะ เธอก็เลยให้ผมเกี่ยวก้อยสัญญา”

พอแบมแบมเล่าจบก็ดูจะมีแต่สายตาเอ็นดูมาจากพี่ทั้งสามเล่นเอาทำตัวไม่ถูกไปสักพัก เราคุยเรื่องสัพเพเหระจนแบมแบมเช็ดผมเสร็จ เด็กหนุ่มถึงได้ลุกไปเก็บผ้าเช็ดตัว แล้วตอนนั้นแจบอมก็กระโดดมายืนกางแขนกางขาหันไปทางกล้องแทบทุกตัวพลางตะโกนว่า

“จบแล้วได้ไหมครับ เราง่วง แถมไม่มีอะไรให้คุยกันแล้วด้วย”

แบมแบมเกือบจะหลุดขำพรืดตอนที่ได้ยินเสียงเคาะห้อง แจบอมหันมายักคิ้วหลิ่วตาก่อนจะเดินไปเปิดประตูและพบว่าเป็นทีมงานแวะมาบอกว่าปิดกล้องแล้วก็พักผ่อนกันได้

“หิวว่ะ”

แบมแบมได้ยินเสียงนั้นตอนที่แจบอมกับจินยองช่วยกันเดินไปปิดกล้องทีละตัว มาร์คนั่งอยู่บนเตียงแล้วลูบพุงลูบท้องทั้งที่ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเที่ยงคืนแล้ว

“แบมแบม หิวไหม?”

“มื้อดึกน่ะทำให้อ้วน นอนได้แล้ว เดี๋ยวเช้าก็ได้กิน” จินยองเดินมาตบไหล่มาร์คแล้วดันแบมแบมไปทางเตียง แต่เด็กหนุ่มชะงักก่อนแล้วหันไปถามมาร์ค

“พี่มาร์คหิวเหรอ?”

“เออ จะลงไปหาอะไรทาน ไปด้วยกันหน่อยสิ” มาร์คยิ้มส่งมาให้ คราวนี้เป็นแจบอมเดินผ่านหน้าไปทางเตียงตัวเองพลางเอ่ยเสียงเบาว่า

“ไปกับมันหน่อยแบมแบม”

“ครับ” แบมแบมพยักหน้ารับ

“เฮ้ยได้ไง! น้องมันอยากไปรึเปล่าทำไมไม่ถาม” จินยองโวยวายขึ้นมาก่อนจะหันไปทางมาร์ค

“ไปคนเดียวไม่ได้รึไง?”

“ไม่ได้ ไปกันสองคนยังไงก็ดีกว่า” แจบอมค้าน “หรือมึงจะไปกับมันแทนแบมแบม?”

“กูไม่หิวจะไปทำไม” จินยองขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วเริ่มรื้อผ้าห่ม

“เห็นไหม? กูก็ไม่หิวไง แล้วแบมแบมว่าไง?”

“ผมหิวครับ เดี๋ยวไปหาอะไรทานกับพี่มาร์ค” แบมแบมรีบสรุป เขากลัวว่าถ้าเขากับมาร์คลงไปมินิมาร์ทที่อยู่ไม่ไกลโรงแรมมาก แล้วทิ้งมือเบสกับนักร้องนำไว้ด้วยกันอาจจะมีวางมวยขึ้นมาได้

“สรุปได้แล้วใช่ไหม ฝันดี มึงน่ะมาร์ค...อย่าทำให้น้องเสียคน” จินยองเอ่ยคาดโทษก่อนจะเบนสายตามาทางแบมแบมที่กลั้นยิ้มขณะรื้อหยิบกระเป๋าเงินในเป้ที่วางอยู่ปลายเตียง

“แบมแบมก็อีกคน...ไอ้มาร์คมันสันดานเสียไม่เห็นปากมันเหรอ?”

“จินยอง...กูแค่พาน้องไปหาอะไรทาน” มาร์คทำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเดินมาโอบเอวแบมแบมแล้วดึงเด็กหนุ่มให้รีบเดินตามตัวเองมา

“ป่ะแบมแบม...เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ไม่ต้องเอากระเป๋ามาหรอก”

ถึงมาร์คจะพูดแบบนั้นแต่แบมแบมก็หยิบกระเป๋ามาแล้ว เราอยู่ในชุดนอนสบายๆ เป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและหมวกสแนปแบ็กที่มาร์คหยิบส่งมาให้สวมกันเอาไว้เพราะผมเผ้าเรามันแย่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

เราเดินออกมาจากโรงแรมจากห้องพักก็ใช้เวลาไม่นานนัก ระหว่างนั้นเราก็ยังไม่ได้เปิดปากคุยอะไรกันออกมาเลย แบมแบมไม่รู้ว่ามาร์คแค่อ้างว่าหิวหรือหิวจริงๆ กันแน่ แต่สำหรับแบมแบมน่ะเขาหิวจริง เพราะงั้นเด็กหนุ่มเลยมัวแต่เดินคิดไปพลางว่าจะทานอะไรดี

“มานี่”

มาร์คเอ่ยขึ้น เสียงนั่นทำให้แบมแบมรู้สึกตัวเพราะเขาเดินใจลอยมาตลอดทาง แขนแกร่งของมาร์คดึงเขาให้เข้าไปยืนด้านใน มาร์คจิ๊ปากแล้วหันมาดุเขาเบาๆ ว่า

“เดินเหม่อขนาดนั้นเดี๋ยวก็เดินลงถนนรถชนไม่รู้ตัวหรอก”

แบมแบมเม้มปากเพราะมันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า มาร์คมองซ้ายขวาดูรถที่แล่นไปมาริมถนนก่อนจะหันกลับมามองแบมแบมอีกทีแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“เดินด้านในแล้วกัน มันอันตราย”

“ขอบคุณครับ”

มันก็แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มาร์คกลัวว่าแบมแบมจะเดินเพลินจนโดนรถเฉี่ยวเลยให้เขามาเดินด้านใน ส่วนตัวเองเดินริมถนนแทน แบมแบมกลับนึกเขินและรู้สึกดีเมื่อเห็นว่ามาร์คใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ได้ เพราะผู้ชายบางคนอาจจะแค่ใกล้โดนรถเฉี่ยวค่อยกระชากแขนดึงมาใกล้ๆ ก็ได้ แต่มาร์คเป็นพวกกันไว้ก่อน

เราเดินเรื่อยเปื่อยและไม่ได้เอ่ยอะไรกันอีกหน แบมแบมยังเดินอยู่ด้านใน ก้มหน้าคิดเมนูในหัวอยู่ว่าจะทานอะไรดี แต่จู่ๆ ตอนนั้นเขาก็ตกใจกะทันหันเพราะมาร์คเดินเซมาหาจนเราชิดกัน แล้วอีกฝ่ายก็สอดแขนเข้ามาคล้องแขนแบมแบมไว้ เด็กหนุ่มเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างอีกฝ่าย มาร์คดึงปีกหมวกบังหน้าก่อนจะกระซิบเสียงเบา

“ผู้หญิงกลุ่มข้างหน้าเหมือนจะรู้จักเรา นิ่งไว้”

แบมแบมเหลือบตาไปมองก่อนจะรีบหลุบตาลงต่ำแล้วปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามแรงลากของมาร์คที่พาเขาเบี่ยงไปอีกเส้นทาง เสียงซุบซิบแผ่วเบาลอยตามลมมาจากหญิงสาว 4-5 คนที่ยืนมุงเป็นวงกลม ก่อนจะหันมามองพวกเราเป็นตาเดียวแล้วก็หันกลับไปคุยกันใหม่

มาร์คกระชับแขนแบมแบมแน่นขึ้นตอนเราเดินผ่านสาวๆ กลุ่มนั้น แบมแบมเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมมอง เขาถึงกับกลั้นหายใจด้วยซ้ำ ก่อนจะมาผ่อนลมหายใจเอาก็ตอนที่เราเดินผ่านมาแล้วนั่นล่ะ มาร์คยกมืออีกข้างปิดปากแล้วกลั้นขำ แต่แบมแบมรู้เลยจิ๊ปาก

“พี่ขำผมเหรอ?”

“เขาไม่ทำอะไรหรอกน่า เกร็งยังกับจะโดนตำรวจจับ”

“ก็...” แบมแบมเอ่ยค้างอยู่แค่นั้นก็ต้องสะดุ้งเพราะมีเสียงเรียกมาจากด้านหลังตามด้วยฝีเท้าและร่างคนที่มายืนขนาบข้าง

“คุณ...ขอโทษนะคะ คุณคะ”

ทั้งมาร์คและแบมแบมชะงักกึกตอนที่ประโยคนั้นทักขึ้น เรายืนนิ่งกันและมาร์คก็เปลี่ยนมาเป็นคว้าแขนแบมแบมแล้วดึงเขาเบี่ยงไปอยู่ด้านหลัง แบมแบมก้มหน้าอยู่กับแผ่นหลังอีกคนไม่กล้าโผล่หน้าไปมอง เขาเพิ่งรู้ว่าแผ่นหลังมาร์คมันกว้างขนาดนี้ก็ตอนมายืนซ้อนหลังอีกฝ่ายใกล้ๆ นี่ล่ะ

“มีอะไรรึเปล่าครับ?” มาร์คเอ่ยถามเสียงเรียบ หญิงสาวกลุ่มนั้นถอยหลังออกไปนิดหน่อยก่อนจะมีคนใจกล้าสุดในกลุ่มเอ่ยถามว่า

“ใช่มาร์คกับ...แบมแบมวง Chaos รึเปล่าคะ? เอ่อ...ขอโทษถ้าไม่ใช่ แต่ว่าคุณสองคนหน้าเหมือนก็เลย...ลองทักดูค่ะ”

“ใช่ครับ” มาร์คตอบ เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบตัว มาร์คยังจับแขนแบมแบมเอาไว้ไม่ยอมให้เขายื่นหน้ามา

“แต่ตอนนี้เป็นเวลาส่วนตัวครับ ต้องขอโทษด้วย”

“งั้น...ขอลายเซ็นได้ไหมคะ? เพื่อนมาจากต่างประเทศด้วย คนนี้ค่ะ ให้แค่เขาก็ได้ เขาไปงานแฟนไซน์เมื่อบ่ายมาด้วยนะคะ” หญิงสาวในกลุ่มคนหนึ่งถูกเพื่อนรุนหลังให้มายืนหน้าสุด ดูจากท่าทางแล้วเธอคงไม่ใช่คนเกาหลีจริงๆ

“ฉัน...มาจากญี่ปุ่น...เอ่อ...”

“จะให้เซ็นตรงไหนล่ะครับ แค่ผมเหรอ?” มาร์คเอ่ยถามแล้วชี้นิ้วมาที่อกตัวเอง หญิงสาวส่ายหน้ารัวออกมา

“แบมแบมด้วยค่ะ”

แบมแบมเงยหน้ามองมาร์คที่หันมาสบตาพอดี พอมือกลองพยักหน้าแบมแบมเลยมาหยุดยืนข้างๆ มาร์ค หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่ดูท่าทางจะเป็น FanC รีบร้อนหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า กางมันออกพร้อมปากกาน้ำเงินและมือไม้ที่สั่นเทา แบมแบมเห็นท่าทางนั้นแล้วก็ได้แต่อมยิ้มก่อนจะปลอบไปว่า

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ”

เขาว่าตัวเองแอบเห็นน้ำตาที่คลอหน่วยของหญิงสาว แบมแบมหยิบสมุดมาเซ็นก่อนพร้อมถามไถ่ชื่อด้วยก่อนจะรู้ว่าเธอชื่อเรกะ แล้วส่งต่อให้มาร์คเซ็น เราคืนสมุดกับปากกาให้หญิงสาวคนนั้นที่ยังผงกหัวเอ่ยขอบคุณเป็นภาษาญี่ปุ่นปนเกาหลีไม่เลิก

“ค่ำๆ มืดๆ แบบนี้เป็นผู้หญิงมาเดินกันแบบนี้อันตราย กลับไปพักกันได้แล้วครับ” มาร์คเอ่ยขึ้น หญิงสาวทั้งหมดเอ่ยเสียงเบาตอบรับ แล้วมาร์คก็หันมามองแบมแบมก่อนจะกอดคอเขาแล้วลากเดินออกมา

“พี่มาร์ค...เราให้ลายเซ็นแฟนคลับแบบนี้พี่ฮยอนอูจะ...”

“ด่าสิ” มาร์คตอบชัดถ้อยชัดคำ แบมแบมเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างอีกฝ่าย เขาเพิ่งรู้ว่าเราสองคนยืนใกล้กันขนาดนี้ แถมตอนนี้ก็เดินพร้อมกันอีกต่างหาก

“แต่พี่ฮยอนอูไม่ด่าแบมแบมหรอก ด่าพี่มากกว่า เอาเถอะ...บางทีถ้าแฟนแอคไม่หลุดก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราสองคนให้ลายเซ็นแฟนคลับ” มาร์คหันมาขยิบตาให้

เราเดินมาจนถึงร้านมินิมาร์ทที่อยู่ใกล้โรงแรมที่สุด เข้ามาด้านในแล้วแบมแบมก็ลืมไปจนหมดสิ้นว่าอยากจะทานอะไรเพราะอยากจะทานมันไปซะหมด มาร์คเดินถือตะกร้าสีแดงตามหลังเขามา แบมแบมถึงได้หันกลับไปยืนนิ่งแล้วยื่นแขนจะขอถือแทน มาร์คส่ายหน้าเบี่ยงตัวหลบ

“หิวไม่ใช่เหรอเราน่ะ ไปหยิบมาสิอยากทานอะไร”

แล้วมาร์คก็หันไปหยุดยืนหน้าตู้เครื่องดื่ม แบมแบมเลยหันไปหยิบนู้นหยิบนี่ที่คงช่วยบรรเทาความหิวตัวเองได้ก่อนจะหอบมาใส่ตะกร้าที่มาร์คถืออยู่ เขาเลือกเครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้กระป๋องหนึ่ง มาร์คหยิบมือถือก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ถ่ายรูปกัน”

แบมแบมพยักหน้าแล้วไปยืนซ้อนหลังอีกฝ่าย เขาชูสองนิ้วยื่นหน้าเข้าไปในกล้อง ส่วนมาร์คยืนฉีกยิ้มกว้างหน้ากินพื้นที่ไปซะครึ่งเฟรม แล้วภาพก็ถูกบันทึกลงเครื่องตอนมาร์คกดชัตเตอร์ เราเดินไปหยุดตรงแคชเชียร์ แบมแบมเป็นคนหยิบของจากตะกร้าให้พนักงาน ขณะมาร์คยื่นบัตรเครดิตของตัวเองมาให้

“แต่ว่า...”

“พี่บอกจะเลี้ยงไง เดี๋ยวรอข้างนอกนะ” มาร์คจับหัวเขาโยกเบาๆ แล้วชี้ไปด้านนอก แบมแบมพยักหน้า แล้วมือกลองก็เดินออกไปรอนอกร้านมินิมาร์ทเล็กๆ แห่งนั้น

แบมแบมเอ่ยขอบคุณพนักงานแล้วหิ้วถุงออกมาด้านนอก มาร์คนั่งอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้ายตรงหน้าร้านกำลังกดมือถือยิกๆ แบมแบมเลยเดินไปหยุดยืนด้านหลังแล้วก็มองแวบๆ เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งอัพอินสตราแกรม แล้วก็คงจะรู้ตัวว่ามีคนมายืนด้านหลัง มาร์คเลยหันมายิ้ม

“เสร็จแล้วเหรอ?”

“ครับ เราทานกันตรงนี้เลยไหม?”

“เอาสิ”

พอมาร์คพยักหน้า แบมแบมก็เลยนั่งลงข้างๆ อีกฝ่ายบนบันไดขั้นสุดท้ายนั่นล่ะ เรารื้อถุงออกมา แบมแบมหยิบไส้กรอกออกมาแล้วเริ่มต้นทาน ส่วนมาร์คเพิ่งจะเก็บมือถือแล้วก็หยิบกระป๋องเบียร์กับไส้กรอกอีกถุงมาทานบ้าง

“พี่ดื่มเบียร์อีกแล้ว”

“แค่นี้ไม่เมาหรอก” มาร์คหัวเราะแล้วดื่มให้แบมแบมดู เด็กหนุ่มส่ายหน้าออกมาแต่ก็ไม่ถามอะไรอีก เราก้มหน้าก้มตาทานกันไปสักพัก แบมแบมถึงได้เอ่ยขึ้นว่า

“พี่อัพรูปลงไอจีเหรอ?”

“อ๋อ...อืม...”

มาร์คทิ้งกระป๋องเบียร์เปล่าๆ วางลงข้างถุง หันไปหยิบขนมอย่างอื่นที่แบมแบมซื้อมาเพื่อทาน แถมยังใจดียื่นมันฝรั่งทอดกรอบมาป้อนด้วย และแบมแบมก็อ้าปากรับอีกต่างหาก

“ทำไมพี่ต้องอัพรูปเราสองคนด้วยล่ะครับ อัพก่อนจะมีแฟนแอคหลุดออกมาเหรอ?” แบมแบมขมวดคิ้วถาม มาร์คหัวเราะเบาๆ ออกมา

“โมเมนต์น่ะโมเมนต์...อย่าลืมที่ประธานสั่งสิ”

มาร์คยื่นขนมมาจ่อปากอีกและแบมแบมก็อ้าปากทานอีกครั้ง เขาเคี้ยวมันในปาก เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของมาร์ค มือที่ยกขวดน้ำแร่ขึ้นดื่มแทนแอลกอฮอล์แล้ว มาร์คยังมองตรงไปด้านหน้าแล้วหยิบขนมเข้าปาก ก่อนจะหันมาสบตาแบมแบม ยิ้มให้แล้วป้อนเขาอีกครั้ง

แบมแบมก้มหน้าลงหลังจากดื่มน้ำผลไม้จนหมดกระป๋อง เขาแอบรู้สึกดีๆ กับคำพูดในลิฟต์ของมาร์คนิดหน่อย แต่ที่ประทับใจคงเป็นการสังเกตเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และการกระทำที่ไม่โจ่งแจ้งแต่ว่าละเอียดอ่อนของอีกฝ่ายด้วย แบมแบมเกือบจะถามไปแล้วเชียวเรื่องที่เราคุยกันในลิฟต์ คำว่าสนใจของมาร์คเนี่ย มันหมายถึงแง่ไหนกันนะ เพราะถ้าขืนอีกฝ่ายยังทำแบบนี้อยู่ แบมแบมเองต่างหากที่อาจจะเป็นฝ่ายลำบากหากเริ่มหวั่นไหวเข้าจริงๆ แต่ตอนนี้เขาว่าเขาได้คำตอบได้ล่ะว่าทุกอย่างที่มาร์คทำมันก็แค่คำสั่งประธาน ที่สนใจแบมแบมก็เพราะเราเป็นคู่แฟนเซอร์วิส

แค่โมเมนต์คู่จิ้นนั่นเอง

 

 

 

แบมแบมมีเรื่องอยากจะปรึกษายองแจอยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องของมาร์ค แต่เพื่อนก็ไม่ค่อยจะว่างตอบไลน์หรือพอจะมีเวลาตรงกันให้แบมแบมโทรหา ก็เลยยังไม่ได้คุยกันจนถึงตอนนี้ และแบมแบมก็จำต้องเก็บเรื่องหนักอกหนักใจนี่เอาไว้กับตัวเองไปอีกสักพัก

วันนี้เราเลิกงานกันเร็ว ตารางงานของวันนี้มีแค่ไปอัดทีเซอร์อันใหม่สำหรับใช้ในรายการเรียลลิตี้ แล้วก็อัดสปอยโฆษณาเครื่องดื่มเพื่อใช้โปรโมททางวิทยุ เสร็จงานเรียบร้อยตอนสองทุ่ม พี่ฮยอนอูพาแวะทานมื้อเย็นก่อนจะมาส่งที่หอ แล้วก็ยังใจดีซื้อขนมกับไอศกรีมแท่งติดตู้เย็นไว้ให้พวกเราด้วยเผื่อว่าหิวตอนดึก

ไม่ต้องลงไปข้างล่างหรือแอบออกไปกันอีกเลยนะ...พี่ซื้อมาแล้ว

เหตุผลแท้จริงก็เพราะว่าพี่ฮยอนอูรู้แล้วว่ามาร์คแอบพาแบมแบมออกไปหาอะไรทานตอนเช้ามืดวันนั้น และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็มีแฟนแอคที่มาร์คและแบมแบมออกไปหาอะไรทานใกล้ๆ โรงแรมนั่นอีก และก็อย่างที่มาร์คคาดการณ์ไว้ว่าแบมแบมไม่โดนอะไรหรอก แต่มาร์คโดนพี่ฮยอนอูบ่นไปแล้ววันหนึ่งตั้งแต่ขับรถรับพวกเราออกจากหอจนถึงบริษัท

ส่วนวันนี้พอเรากลับเร็วเพราะเลิกงานเร็ว พี่ฮยอนอูก็เอากล่องของขวัญและเหล่าจดหมายที่แฟนๆ ส่งมาที่บริษัทมาให้ด้วย 3 กล่องด้วยกัน เราสี่คนช่วยกันแยกเป็น 4 กองด้วยกัน คือของใครของมันจะได้เอากลับไปอ่านที่ห้อง แต่ปัญหาก็เริ่มเกิดเพราะบางอย่างก็ส่งมาถึงสองคน และส่วนใหญ่กระแสมาร์คแบมก็มาแรงขนาดว่ามีจดหมายเกือบ 20 ฉบับและกล่องของขวัญแยกไว้อีกต่างหาก

“แม่งน่าหมั่นไส้” จินยองเอ่ยขึ้นตอนเห็นว่าลังใบหนึ่งเต็มไปด้วยของขวัญมาร์คและแบมแบม

“มึงก็เยอะเหอะ” มาร์คเอ่ยสวนกลับ จินยองน่ะเป็นพวกมีเสน่ห์ในตัวอยู่แล้ว แบมแบมว่าอีกฝ่ายก็เอ่ยแซวเพราะอยากกวนมาร์คก็เท่านั้นเอง

“แล้วดันมีแฟนคลับให้กำไลข้อมือคู่กูกับแบมแบมด้วยนะ” แจบอมเอ่ยมาจากอีกทาง ชูกำไลข้อมือทำจากหนังถักเป็นชื่อวงขึ้นมามอง

“เอาไงดี...แบมแบมเอาไปเส้นหนึ่งเลย” แจบอมโยนให้ เด็กหนุ่มรีบคว้ารับก่อนจะมองอย่าพิจารณา

“กูได้ซีดีด้วย โหย...แผ่นนี้” มาร์คร้องท่าทางตกอกตกใจตอนเห็นว่ามันคือซีดีที่แฟนคลับทำเองแต่มีรายชื่อเพลงเรียงรายเป็นเพลงโปรดของมาร์คเอาไว้ด้านหลัง คงเป็นมิกซ์เทปที่ทำให้เป็นของขวัญ

“ไปฟังกันแบมแบม”

“ครับ? ฟังซีดีน่ะเหรอ?”

“ใช่ เอาจดหมายไปอ่านข้างในห้องแล้วกัน ไปเปิดประตู” มาร์คดึงจดหมายคามือเขาโยนลงกล่อง รวบกองจดหมายอีกกองเล็กๆ ใส่ให้เรียบร้อย

“ขอตัวนะ”

มาร์คบอกเพื่อนอีกสองคนแค่นั้น แบมแบมรีบลุกก่อนจะเดินนำไปทางห้องเราสองคนซึ่งอยู่ติดกัน มาร์คพยักพเยิดไปทางห้องแบมแบม เด็กหนุ่มเลยหมุนลูกบิดประตูตัวเองพามาร์คเข้าห้องนอน

คงเป็นครั้งที่สามที่มาร์คเข้ามาในห้องแบมแบม เราเทของในกล่องลงบนเตียง วางกล่องไว้ด้านล่าง จดหมายฉบับไหนที่อ่านแล้วจะได้โยนลงกล่องได้ง่ายดาย พวกเรานั่งหันหน้าเข้าหากัน แบมแบมนั่งอยู่ทางปลายเตียง มาร์คนั่งอยู่ปลายเตียง ระหว่างเรามีกองจดหมายและกล่องของขวัญทั้งเล็กใหญ่วางคั่นกลาง ส่วนซีดีที่มาร์คได้มาเป็นของขวัญน่ะแบมแบมจัดแจงใส่แผ่นลงไปในเครื่องเล่นเรียบร้อยแล้ว และเพลงแรกก็เริ่มบรรเลงขึ้น

Call it magic, call it true. Call it magic when I’m with you.

มาร์คเริ่มโยกไปกับจังหวะเพลงตั้งแต่ท่อนแรกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ส่วนแบมแบมก็ฮัมทำนองเพลงพึมพำออกมาในลำคอ เราเปิดจดหมายอ่านกันไปเงียบๆ อันไหนที่อ่านแล้วก็เอาใส่ไว้ในกล่องที่วางอยู่ด้านล่าง

“คนนี้เขียนถึงแบมแบมด้วยล่ะ ฝากบอกให้พี่ดูแลแบมแบมให้ดีด้วย ตอนนี้ก็ดูแลดีพอแล้วล่ะนะ ใช่ไหม?”

มาร์คพับจดหมายเก็บเข้าซองแล้วเงยหน้ามามอง แบมแบมพยักหน้าพลางยิ้มให้ เขาไม่เถียงหรอก เพราะมาร์คก็ดูแลเขาดีจริงๆ นั่นล่ะ เราอ่านจดหมายกันจนล้าเลยเริ่มแกะกล่องของขวัญแทน แบมแบมได้เสื้อยืดมาอีก 3-4 ตัว มีแต่แบรนด์แพงๆ ทั้งนั้นจนตกใจ

“เขาอยากให้เราได้ใส่ของดีๆ ไง เราก็ต้องใส่ให้เขาเห็นบ้างว่าเราได้รับนะแล้วเราก็ไม่เมินของขวัญเหล่านั้นสักชิ้น แค่นี้เขาก็ดีใจแล้ว” มาร์คบอกถึงความรู้สึกของแฟนคลับ แบมแบมเลยพยักหน้าหงึกหงักระหว่างที่วางเสื้อซ้อนกันเอาไว้

“เดี๋ยวพี่ไปหยิบไอติมมาให้ ชักหิวแล้ว เอาไหม?”

“ครับ ขอบคุณมากครับพี่มาร์ค”

มาร์คหายออกไปจากห้อง แบมแบมเลยเอื้อมไปหยิบรายชื่อเพลงจากมิกซ์เทปที่อีกคนได้เป็นของขวัญจาก FanC ขึ้นมาอ่านรอ แบมแบมเงยหน้ามองเพดานแล้วกะพริบตาถี่ๆ ไม่ให้ตาแห้งไป กระทั่งเสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง เขามองมาร์คที่เดินนิ่วหน้าเข้ามาในห้องพร้อมไอติมสองแท่ง ตอนนี้ระหว่างเรามีเพียงจดหมายประมาณ 10 ฉบับเท่านั้น มาร์คยักไหล่ก่อนจะถามแบมแบมว่า

“พี่ให้เลือกจะเอารสไหน” แบมแบมมองซองสีเขียวและแดงอย่างลังเล

“พี่ฮยอนอูซื้อมาคนละรสเลยอ่ะ แถมไอ้แจบอมหยิบรสช็อกโกแลตไปกินแล้วด้วย พี่เลือกสตรอเบอร์รี่กับเมล่อนมา ในตู้เย็นเหลือวนิลาให้ไอ้จินยอง หรือจะเอาวนิลา”

“ไม่ครับ ผมเอาสตรอเบอร์รี่แล้วกัน”

“โอเค”

มาร์คยื่นสตรอเบอร์รี่ไปให้ เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณพลางแกะซองพลาสติกที่หุ้มเนื้อไอติมออก แบมแบมจับไม้ไอติมก่อนจะเริ่มกัดจากด้านล่าง เหลือบไปมองเลยเห็นว่ามาร์คเป็นพวกกัดจากด้านบนลงไปเรื่อยๆ

“อร่อยไหม? ไม่เคยลองยี่ห้อนี้รสสตรอเบอร์รี่เลย”

“หืม ก็อร่อยดีนะครับ เปรี้ยวๆ หวานๆ ลองไหม?”

แบมแบมเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ มาร์คพยักหน้า ตอนนั้นเองที่แบมแบมคิดจะยื่นไอติมให้อีกฝ่ายกัดตรงด้านบน กลายเป็นมาร์คยื่นมือขวามาจับข้อมือเขาเอาไว้ทั้งที่ไอติมมันอยู่หน้าแบมแบมนั่นล่ะ แล้วเจ้าตัวก็ยื่นหน้ามากัดเอาเนื้อไอติมด้านบนหายเข้าไปในปาก เด็กหนุ่มกลั้นหายใจจนนึกว่าจะตายเพราะมาร์คทำตัวอ้อยอิ่งไม่ยอมกลับไปนั่งดีๆ สักที แถมตอนที่ยื่นหน้ามานั่นก็ใกล้ขนาดแบมแบมรับรู้ถึงลมหายใจกลิ่นเมล่อนเย็นๆ จากอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

มาร์คดึงตัวกลับไปนั่งดีๆ แล้วก็ยอมปล่อยแขนจากมือแบมแบม กลืนเนื้อไอติมลงคอแล้วก็ยิ้มให้ แบมแบมรีบกัดไอติมด้านล่างในมือตัวเองเพราะกลัวมันจะละลาย แล้วก็ได้ยินเสียงมาร์คเอ่ยขึ้นมาว่า

“อืม...อร่อยดี...”

แบมแบมไม่ได้ตอบอะไร ไม่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงแถมแก้มยังร้อนจนต้องหลุบตาต่ำมองแค่ตักตัวเองอีกต่างหาก แล้วจู่ๆ มาร์คก็ยื่นไอติมสีเขียวมาตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“ลองไหม?”

แบมแบมก็อยากจะส่ายหน้าอยู่หรอกแต่ตอนได้กลิ่นลมหายใจหอมๆ เมล่อนของมาร์คก่อนหน้านี้ก็อยากจะลองดูเหมือนกันเลยยื่นหน้าไปกัดไอติมด้านล่าง แล้วก็ตกใจจนเกือบหลุดร้องออกมาเพราะมาร์คยื่นหน้ามากัดเนื้อไอติมด้านบนจากแท่งเดียวกัน คราวนี้มันใกล้ขนาดว่าปลายจมูกเราชนกันเลยล่ะ

“พี่มาร์ค!” แบมแบมแว้ดเสียงดังแล้วยกมือขึ้นถูจมูกไปมา

“เห็นแบมแบมกินแล้วอยากกินพอดีน่ะ ก็มันไอติมพี่นี่...”

มาร์คทำหน้านิ่งแถมยังยิ้มกรุ้มกริ่ม แบมแบมไม่รู้จะเถียงอะไรออกมาเลยนิ่งเงียบไปอีกหน แก้มร้อนผ่าวแต่ก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายหรอก เขาก้มหน้ากินไอติมไปเงียบๆ ให้มันรีบหมดแท่ง ตอนนั้นเองที่เพิ่งสังเกตว่าเพลงมันวนกลับมาถึงเพลงแรกอีกหน แถมยังเป็นท่อนฮุคอีกต่างหาก

I don’t, no, I don’t, no, I don’t, no. I don’t want anybody else but you.

แบมแบมเม้มปากกับทำนองเพลงจังหวะไม่ช้าไม่เร็วที่เปิดก้องในห้องของตัวเองตอนนี้ แถมมาร์คก็ดันพึมพำร้องคลอท่อน anybody else but you ขึ้นมาอีกต่างหาก แบมแบมก็ดันเงยหน้าขึ้นมองแล้วรีบหลุบตาต่ำลง เพราะมาร์คจ้องเขาอยู่ก่อน

แบมแบมนึกถึงแต่โทรศัพท์ ตอนนี้เขาแค่อยากส่งข้อความหายองแจหรือไม่ก็โทรไประบายใส่อย่างอัดอั้นตันใจ เผื่อว่าเพื่อนจะบอกได้ว่าทำยังไงถึงจะไม่หวั่นไหวกับพี่ชายร่วมวงดี

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ มาอัพให้ก่อนที่จะหายไปอีกสักพัก
คิดว่าเสาร์
-อาทิตย์นี้คงไม่ได้อัพ ถือซะว่าอัพเร็วเพื่อชดเชยล่ะกันเนาะ
ตอนนี้คงเห็นความคืบหน้าของฝั่งแบมแบมบ้าง ส่วนฝั่งพี่มัคนั้น...ทุกคนอาจจะเห็นจากหลายตอน
ขอบคุณที่บอกว่าฟิคเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อและไม่เอื่อยนะคะ คือพยายามทำให้มันกระชับแล้ว
แต่รู้สึกอยากใส่นู้นใส่นี่ตลอดสุดท้ายตัดใจเอาฉากนู้นฉากนี่ออกไม่ได้มันเลยกระดึ้บๆอย่างที่เห็นค่ะ
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และกำลังใจจากแท็ก
#ficfakemb ด้วยนะคะ
แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ .... อาจจะอาทิตย์หน้าเลย
^___^

ปล. เพลงที่มาร์คเปิดวนในห้องแบมแบมคือ Magic - coldplay ค่ะ คลิกตรงนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2318 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 11:55

    โถถถ

    ไม่รู้ว่าพรี่เขารุกจริงจัง​ คิดว่าเขาแกล้งไปงั้น​ เด็กหนอเด็ก

    อิพี่นี่เอาจริงมาก​ ความตั้งใจแรงกล้า​ ลีลาแพรวพราว

    #2,318
    0
  2. #2300 opoceleste (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:19

    พี่มาร์คแม่มร้ายกาจจจจ

    #2,300
    0
  3. #2280 ฺBeau (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:04
    พี่มาร์คออกจะชัดเจนนะแบมแบมไหงคิดว่าพี่เขาแค่แฟนเซอร์วิสอ่าาาาา
    #2,280
    0
  4. #2239 BMN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 21:41

    ฮือออ อิมาร์คช่วยชัดเจนกว่านี้หน่อยได้มั้ยฮะ

    สิ่งที่แกทำอยู่น้องมันคิดว่าแฟนเซอวิสไง แล้วน้องมันเริ่มหวั่นไหวแล้วนะว้อย แกอย่าทำน้องเสียใจนะ

    #2,239
    0
  5. #2180 ojay2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:49
    โอ้ยยยย รถอ้อยคว่ำหมดแล้วววววจ้าาาา
    #2,180
    0
  6. #2102 Aoyyah (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:58
    เอาแล้วค่ะ รุกเร็วเลยทีนี้หมั่นไส้ตอนพี่เค้าชวนน้องเข้าห้องไม่พอใจของคู่บีแบมแน่เลย
    #2,102
    0
  7. #2067 ____wpd (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 00:12
    มาร์คนางขี้อ่อยมากกกกกกกกก
    #2,067
    0
  8. #2058 bbunnymm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 23:19
    พี่มาร์คนางเริ่มรุกแล้วนะจ้ะะ ส่วนแบมนี่หวั่ไหวไปเถอะลูก เต็มที่
    #2,058
    0
  9. #2031 mellow_aa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 13:23
    โอ๋ยยยยยยย นี่ไม่ได้ทำเพราะจะเซอวิสแฟนละ เซอวิสตัวเองล้วนๆเลยเนี่ย อ๊ายยยยยยยยย รุกแล้วดิ๊ จิงจังใช่ปะ โอ้ยยยย แบมหนูไม่เอะใจที่พี่เค้าเซอวิสมากเกินปกติเลยเหรอลูกเอ้ย 5555
    #2,031
    0
  10. #2010 soul_hyukjae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 15:09
    คือถ้าพี่มาร์คจะทำขนาดนี้ แบมทำอะไรไม่ได้หรอก ไม่หวั่นไหวไม่ได้หรอก
    #2,010
    0
  11. #1993 M.m1nt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 09:36
    นี่เป็นแบมคงเขินนนน ทำไรไม่ถูกเลยนะ
    #1,993
    0
  12. #1923 9nawKIHAE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 23:52
    โอยยยย หวั่นไหวไปเถอะลูกกก พี่มาร์คมันก็อ่อยหนูขนาดนี้แล้ววว 555555555555555555
    #1,923
    0
  13. #1903 Khampoohnaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 23:14
    คือว่ามันดีมากกกกกกอ่ะ
    #1,903
    0
  14. #1879 เอลฟ์ธรรมะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 11:59
    พิ๊ม๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค คือมันดีกับใจ
    #1,879
    0
  15. #1877 m_sseob (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 23:14
    มาร์คแบมทำไมน่ารักงี้ ;//;
    #1,877
    0
  16. #1559 bammiie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 11:20
    เอาอีกค่ะ มตอ่อยอีก55555
    #1,559
    0
  17. #1237 Nuthathai Por (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 11:43
    ไม่เป็นไรหรอกน้องแบมหวั่นไหวไปเถอะไม่ต้องไปปรึกษาใครหรอก
    #1,237
    0
  18. #963 aa2501 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 09:12
    มาร์คอ้อยง่ะ โห้ยยยย อ่านไปเขินไปเลยยยตัวบิดแล้วค่ะ5555555555 แบมหวั่นไหวแล้วช้ะ อรั้ยยย >\\<
    #963
    0
  19. #955 BB1a_38 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 22:54
    โอ้ยยยย อิพี่มาร์คน้องเข้าใจผิดเลยเห็นไหม ??? แต่เซอร์วิสอะไรลูกแบมพี่เขาซื้อน้ำหอมให้เลยนะ !!!
    #955
    0
  20. #907 cakELFishMT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 02:22
    พี่มาร์ครุกหนักนะคะ
    #907
    0
  21. #853 Earn-Janriel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 17:18
    รุกหนัก อ่อยหนักมากพี่มาร์ค
    #853
    0
  22. #851 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 16:11
    เขินนนตัวบิดเลยตอนกัดไอติมแท่งเดียวกัน ฮือออ
    #851
    0
  23. #830 Sweety_June (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 00:26
    มาร์ครุกจนตั้งตัวไม่ทันเลย เขินแทนแบมตอนกัดไอติม รุกมากๆระวังน้องกลัวนะ 5555
    #830
    0
  24. #823 poppoka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 20:10
    มัคคึชอบน้องใช่มั้ยตอบบบ
    #823
    0
  25. #818 MBKY; (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 18:06
    กรี๊ดดดดด มาร์คต้วนดาเมจรุนแรงมาก ฉากกินไอติมคืออ่อยแรง ฮืออออ เขิน ชอบ น่ารัก
    #818
    0