[GOT7] MARKBAM ll Social Casualty

ตอนที่ 5 : Social Casualty : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    4 เม.ย. 58



Social Casualty

 

Chapter 4

 

 

อากาศในเช้าวันนั้นแจ่มใส แบมแบมโบกมือลาจินยองก่อนจะเดินลงมาจากรถเมล์ เหล่านักเรียนในชุดฟอร์มคลาคล่ำตรงป้ายรถเมล์คงเพราะยังเป็นช่วงเช้าและใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วด้วย

แบมแบมมาสาย วันนี้เขาตื่นสายจนจินยองต้องมารอ แม่บ่นแต่เช้าเรื่องที่เขาให้รุ่นพี่มานั่งรอในห้องครัวอยู่หลายนาที ทั้งที่จินยองก็ทั้งปฏิเสธและบอกว่าไม่เป็นไร เรานั่งรถเมล์มาถึงโรงเรียนในเวลาฉิวเฉียด แบมแบมรีบสาวเท้าเข้าไปในโรงเรียน เดินปะปนไปกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ

เขามาถึงชั้น 3 โดยไม่ได้อาศัยลิฟต์เพราะเห็นผู้คนยืนออต่อแถวกันเพื่อใช้บริการ ขายาวก้าวมาหยุดหน้าห้องแล้วหอบเบาๆ ผลักบานประตูห้องด้านหลังแล้วถอนหายใจตอนกวาดตามองไปรอบๆ แล้วพบว่าอาจารย์ประจำชั้นยังไม่เข้ามาเช็คชื่อหรือให้โอวาทก่อนจะเริ่มเรียน

มือจับปกเสื้อกระพือเบาๆ ไล่ความร้อน มองหน้าเพื่อนแล้วยกมือทักทายก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ ทั้งยูคยอมกับยองแจหันมาทันที

“อะไรวะ?” แบมแบมเอ่ยถามตอนเห็นแววตาสงสัย เขายกมือขึ้นลูบหน้าเพราะนึกว่ามีอะไรติด

“พวกกูสิต้องถามว่าอะไร” ยูคยอมถาม ดวงตาคุกคามขณะยองแจก้มกดมือถือยิกๆ ก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้าแบมแบม เม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะชี้นิ้วถามว่า

“นี่อะไรวะ? อธิบายมา...” ยองแจถามแล้วกรอกตาซ้ายขวาอย่างระแวดระวังก่อนจะยื่นหน้ามาถาม “พี่มัชฉะกับมึงนี่ถึงขั้นไหนกันแล้ว”

ภาพในอินสตราแกรมแอคเค้านท์ marktuan93 นั่นล่ะเป็นเหตุผลที่ทำให้แบมแบมนอนตาค้างอยู่เกือบค่อนคืนกว่าจะหลับและเป็นสาเหตุที่ทำให้เมื่อเช้าเขาตื่นสาย

ตรงกรอบด้านขวาของรูปปรากฏเวลาที่อัพภาพว่าผ่านมา 12 ชั่วโมงแล้ว ในกรอบคือรูปแก้วชาเขียวกับแก้วนมเย็นที่วางติดกันในรถของคนที่มาส่งแบมแบมถึงบ้านเมื่อวาน รูปแก้วนมเย็นนั่นมีชื่อแบมแบมแท็กอยู่พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ตามสไตล์อีกคน

‘marktuan93 มีคนลืมแก้วนมเย็นไว้ในรถ

“ก็รูปแก้วน้ำไง ตาบอดเหรอ? หรือโง่?” แบมแบมตอบกวนไปก่อน ยองแจพ่นลมหายใจเสียงดังก่อนจะลดโทรศัพท์ลงต่ำแล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกง

“มึงดูนะ...คนที่มีอะไรแต่ไม่บอกเพื่อนน่ะยูคยอม สักวันมันจะไม่มีเพื่อนคบ”

“ยกตัวอย่างเช่นแบมแบมอ่ะเหรอ?” ยูคยอมเอ่ยเสริมอีกต่างหาก แบมแบมเลยอ้าปากแล้วรีบเอื้อมตัวยืดไปคว้าแขนเพื่อนเอาไว้แล้วโวยวาย

“ก็จะเล่าอยู่นี่ไง ก็...ก็อยากเล่นตัวหน่อยนึง”

“เล่ามา” ยูคยอมเขยิบเก้าอี้มาหา ขณะยองแจเอียงตัวหูผึ่ง แบมแบมมองไปรอบๆ แล้วเอื้อมตัวมาหาเพื่อน มือป้องปากก่อนพึมพำเสียงเบาไปว่า

“เมื่อวานพี่มัชฉะไปส่งที่บ้าน”

“เฮ้ย...จริงอ่ะ?” ยูคยอมเบิกตาโตถาม แบมแบมพยักหน้าหงึก

“อื้อ...พี่มัชฉะเอารถมา เมื่อวานเลิกเรียนเย็น เขาเลยโทรหาพี่จินยองบอกว่าจะพาไปเลี้ยงข้าวแล้วเดี๋ยวไปส่งที่บ้านเอง ก็เลย...ไปกินข้าวเย็นกัน แล้วพี่เขาก็ไปส่งถึงบ้าน”

“อยากร้องไห้” ยองแจพึมพำทำเสียงสะอื้น “ในที่สุดเพื่อนกูก็จะเป็นฝั่งเป็นฝา”

“แค่ไปกินข้าวไอ้ห่า” แบมแบมเม้มปากเค้นเสียงต่ำออกไป

“ตอนไปส่งบ้านเป็นไงอ่ะ อย่าว่ากูเสือกเลยแบม กูแค่อยากรู้” ยูคยอมกะพริบตาปริบ แบมแบมกำลังจะอ้าปากเล่าเลย แต่ประตูห้องกลับถูกเปิดกว้างออกซะก่อนพร้อมเสียงทักทายจากอาจารย์ประจำชั้น พวกเราจึงต้องสลายตัวหันไปสนใจหน้าห้องแทน

แบมแบมลอบถอนหายใจ...ดีแล้ว ที่ไม่ได้เล่า

แค่ยูคยอมถามเมื่อครู่ ภาพในหัวจากเหตุการณ์เมื่อวานมันก็ย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งเหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้นี่เอง หลังจากที่ทานมื้อเย็นง่ายๆ กันเสร็จที่ร้านไก่แถวบ้านที่แบมแบมมาทานกับจินยองบ่อยๆ แล้วมาร์คก็ขับรถมาส่งถึงรั้วหน้าบ้าน

“พี่มาร์คชอบวงนี้เหรอ? ผมก็ชอบเหมือนกัน” แบมแบมพึมพำตอนที่อีกคนขับรถเข้ามาในซอย แผ่นซีดีที่วางเรียงกันอยู่ 3-4 แผ่นถูกแบมแบมหยิบมาดูแก้เขิน และหาเรื่องชวนคุยก่อนจะเข้าบรรยากาศอึดอัด

“ชอบเหมือนกันเหรอ? พี่มีดีวีดีคอนเสิร์ตวงนี้ด้วยนะเคยดูไหม?”

“ไม่เคยอ่ะครับ ปกติผมฟังแค่เพลง” แบมแบมวางซีดีลงแล้วฮัมเพลงตามจังหวะดนตรีที่มาร์คเปิดคลอในรถ มาร์คหักพวงมาลัยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“เอาไว้คราวหลังจะหยิบมา เขาเล่นสดสนุกดี”

“ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไรดีกว่า อ่า...บ้านผมอยู่ตรงนั้นครับ หลังที่รั้วสีน้ำตาล” แบมแบมชี้นิ้วพร้อมบอกทาง เอี้ยวตัวผ่านช่องว่างของเบาะแล้วเอื้อมไปหยิบเป้มาวางบนตักเตรียมพร้อมจะลง

“งั้นนี่ก็บ้านจินยองเหรอ?” มาร์คชี้ไปยังรั้วบ้านข้างๆ แบมแบมพยักหน้า

“ใช่ครับ หลังนั้นบ้านพี่จินยอง”

“อ๋อ...แล้วนั่นแม่แบมแบมเหรอ?” มาร์คชี้นิ้วแล้วเอ่ยขึ้น

ตอนนั้นแบมแบมเพิ่งเห็นว่าแม่เดินออกมา คงเพราะเห็นแสงไฟและรถที่มาจอดหน้าบ้านเลยเดินออกมา แบมแบมเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะตอบไปว่า

“ใช่ครับ งั้นผม...”

ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ มาร์คก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเดินออกจากรถ แบมแบมเบิกตาโตแล้วรีบเปิดประตูฝั่งตัวเองก่อนจะพุ่งไปทางรั้วหน้าบ้าน ตอนนั้นแม่เพิ่งจะเปิดประตูรั้วบานเล็กโผล่หน้าออกมา แบมแบมยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรด้วยซ้ำ เขาก็ได้ยินเสียงแม่ดังขึ้น

“กลับมาแล้วเหรอแบมแบม อ๋อ...นี่คงเป็นมาร์ค...ใช่ไหม?”

เด็กหนุ่มเบิกตาโตแล้วเลิกคิ้วให้แม่ มาร์คโค้งให้แม่แบมแบม ก่อนจะยิ้มกว้างแนะนำตัวอีกครั้งพร้อมกับพึมพำตอบรับว่าชื่อนั้น ฝ่ามือของผู้ให้กำเนิดตบไหล่มาร์คเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า

“ขอบคุณนะที่มาส่งแบมแบม ตอนเย็นๆ จินยองแวะมาบอกแม่น่ะว่าเพื่อนจะมาส่งแบมแบม ขอบคุณที่สอนเรื่องสเกตบอร์ดด้วยนะ แม่ก็ไม่รู้เขาจะเห่ออยากเล่นไปกี่เดือน”

กลายเป็นแม่ยืนคุยกับมาร์คอยู่เกือบ 5 นาที ที่จริงส่วนใหญ่แม่แบมแบมต่างหากที่เป็นคนพูด มาร์คได้แค่พยักหน้า ยิ้มแล้วก็พูดว่าครับ แต่พอแม่ชวนให้มานั่งหาอะไรดื่มก่อนกลับอีกคนก็ขอตัวกลับ ยิ้มให้แบมแบมแล้วก็เอ่ยสั้นๆ ว่า

“ไว้เจอกัน”

มาร์คก้าวขึ้นรถก่อนจะขับจากไป แบมแบมเข้ามาในบ้าน หลังจากอาบน้ำเสร็จถึงได้หยิบมือถือมาดูแล้วพบว่ามาร์คคงอัพรูปนั้นไปเกือบ 10 นาทีแล้ว เขาเม้มปากแล้วนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขามาเรียนสาย

แบมแบมไม่ได้ฟังอาจารย์ด้วยซ้ำ เหตุการณ์เมื่อวานยังวนเวียนอยู่ในหัวยากจะสลัดหลุด เขาเม้มปากแล้วสุดท้ายก็เบนหน้าออกไปยังสนามบาสเกตบอล ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา

 

 

 

“แล้วทำไมกูต้องมากับมึงวะแบม”

ยองแจยังไม่หยุดบ่นตั้งแต่เราเดินเข้าเขตมหาลัยที่อยู่รั้วติดกับโรงเรียนพวกเรา เพราะวันนี้ยูคยอมไปซ้อมบาสเกตบอลกับทีมโรงเรียนและยองแจดันพูดเองว่ายังไม่อยากกลับบ้าน แบมแบมซึ่งถูกมาร์คไลน์มาบอกตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากอัพรูปในไอจีว่าให้เอาสเกตบอร์ดมาด้วย ก็เลยไม่อยากทิ้งเพื่อนแล้วลากมาด้วย

“คือยังไงวะ กูต้องมานั่งดูมึงเล่นสเกตบอร์ดกับพี่มัชฉะอ่ะเหรอ?”

“ก็บอกไม่อยากกลับบ้าน เลี้ยงขนมแล้วนี่ไง อย่าบ่นน่า...” แบมแบมชี้นิ้วไปยังลูกอมซึ่งยองแจยัดมันไว้คาปากซึ่งแบมแบมเป็นคนซื้อให้

วันนี้จินยองเข้าห้องสมุด บอกแบมแบมเพียงแค่ว่าเลิกแล้วให้ไลน์มาบอก ยิ่งเดินเข้าไปใกล้สถานที่นัดแบมแบมก็ใจเต้นขึ้นมาอีกแล้ว ขาก็พาลก้าวช้าลงจนยองแจหันมาขำเบาๆ แล้วดึงแขนเพื่อน

“มึงอย่ามาป๊อด”

แบมแบมเม้มปากไม่พูดอะไร เอ่ยออกไปเดี๋ยวเพื่อนก็จะหาว่าเถียง ถ้าคิดว่ายูคยอมมันทำตัวร้ายกาจที่เคยทิ้งเขาไว้กับมาร์คแบบสองต่อสอง ชเวยองแจสามารถทำอะไรได้น่ากลัวกว่าคิมยูคยอมมากนัก แบมแบมต้องระมัดระวัง เพราะยองแจมันเป็นพวกพูดไม่ค่อยคิด

มาร์คยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหัวเราะมองคนที่นั่งอยู่บนขอบฟุตบาท ผู้ชายที่นั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงนั้นคือแจบอม เพื่อนสนิทในกลุ่มของมาร์ค พอแบมแบมและยองแจเดินเข้าไปใกล้ แจบอมที่หันมาเห็นก่อนก็ยิ้มตาหยีโบกมือให้ แบมแบมกับยองแจเลยต้องทำความเคารพรุ่นพี่ด้วยการโค้งน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปหา

“วันนี้พาเพื่อนมาด้วยเหรอ?” แจบอมหันมาทัก แบมแบมพยักหน้าแล้วชี้นิ้วไปทางยองแจ

“เอ่อ...ครับ ยองแจยังไม่อยากกลับบ้านเลยจะมานั่งดูผมเล่นสเกตบอร์ด”

“อ๋อ...พี่จะไปซื้อน้ำอ่ะ แบมแบมกับยองแจเอาไรไหม?” แจบอมลุกจากขอบฟุตบาทแล้วเอ่ยถาม แบมแบมนิ่งไปครู่หนึ่งขณะยองแจเอ่ยขึ้นว่า

“เดี๋ยวผมไปช่วยพี่แจบอมถือน้ำแล้วกัน” ยองแจยื่นกระเป๋าไปให้แบมแบมเป็นการฝาก เด็กหนุ่มหรี่ตามองเพื่อนแต่ก็ยื่นมือออกไป

“เอาชาเขียว” มาร์คบอกเพื่อนสั้นๆ แบมแบมเหลือบมองคนที่เพิ่งสั่งเพื่อน เขายังไม่ทันได้พูดอะไรแจบอมก็หันมายิ้มแล้วเอ่ยเสียงสดใสว่า

“แบมแบมคงเอานมเย็นสินะ”

“เอ๊ะ?” แบมแบมหันมาเลิกคิ้วมอง แจบอมเลยหัวเราะแล้วเอื้อมมือตบไหล่มาร์คพลางบอกว่า

“ก็เห็นในไอจีไอ้มาร์ค หรือเอาอย่างอื่นอ่ะ?”

“มันดื่มอยู่อย่างเดียวแหละครับพี่ งั้นเดี๋ยวมานะแบม” ยองแจหัวเราะผสมโรงไปเบาๆ แม้จะถลึงตาใส่แต่ยองแจก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด

แบมแบมวางกระเป๋าเพื่อนและของตัวเองลงกับกระเป๋ามาร์คและแจบอม เขาวางสเกตบอร์ดลงที่พื้น หันกลับไปเปิดกระเป๋าเพื่อใส่สนับศอกและสนับเข่า พอเห็นมาร์คเดินเข้ามาใกล้ก็รีบยกมือห้ามทันที

“เดี๋ยวผมใส่เองครับ” เด็กหนุ่มปล้ำใส่อยู่ชั่วอึดใจโดยที่มาร์คก็รับฟังไม่ยอมยื่นมือเข้าไปหา หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยแบมแบมก็เดินไปหา แล้วมาร์คก็สั่ง

“ซ้อมท่าออลลี่ที่พี่สอนเมื่อวานสิ ทำได้รึยัง?”

อากาศมันร้อน แล้วแบมแบมก็เขินมาก แถมท่าออลลี่ที่มาร์คสอนเมื่อวานก็เป็นท่าพื้นฐานที่เขาจะต้องทำให้ได้เพราะเป็นท่าที่จะช่วยให้ทำท่าอื่นได้ง่ายขึ้น และนำไปประยุกต์ได้อีก แบมแบมเหงื่อตก เขาเห็นว่ายองแจกับแจบอมเดินกลับมาด้วยกัน ทั้งคู่วางแก้วแล้วนั่งดูอยู่ไม่ไกล แต่แบมแบมก็ยังทำไม่ได้ หวิดจะล้มไปหลายรอบด้วย

“พักก่อน...”

“ผมยังทำไม่ได้เลยอ่ะ” แบมแบมพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาขณะเลื่อนสเกตบอร์ดกับพื้นจนล้อครูดถนนขรุขระเสียงดัง มาร์คแตะไหล่แล้วชี้นิ้วไปทางสองคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“ไปดื่มน้ำแล้วพักซะ ไม่มีใครเล่นสเกตบอร์ดได้ในเวลา 1 วันหรอก มันต้องค่อยเป็นค่อยไป”

แบมแบมพยักหน้า เขาหงุดหงิดตัวเอง แต่มันก็ยากจริงๆ ถึงได้ทำไม่ได้ เด็กหนุ่มเดินไปหย่อนกายลงข้างเพื่อนซึ่งยื่นแก้วนมเย็นซึ่งเริ่มละลายมาให้ ใช้หลอดคนก่อนจะดื่มให้ชื่นใจ

“แบมแบมก็เล่นได้ดีนี่ เก่งแล้วๆ” แจบอมยกนิ้วโป้งให้ ขณะคนโดนชมทำหน้ายุ่ง

“ยังหรอกครับ ผมยังทำท่านั้นไม่ได้เลยอ่ะ” แล้วก็เห็นว่ามาร์คเดินมาสมทบ แก้วชาเขียวในมือแจบอมถูกยื่นไปให้มาร์ค อีกฝ่ายรับแก้วไปดื่ม

ยองแจหันมาสะกิดไหล่แบมแบมยิกๆ คนที่มาเล่นสเกตบอร์ดเลยถลึงตาใส่ ยองแจไม่ค่อยเก็บอาการเลย แบมแบมว่าถ้ามาร์คจะรู้หรือคนอื่นรู้ก็มาจากยองแจนี่ล่ะ

หลังจากพักคุยกันและให้เหงื่อแห้งกันเกือบ 5 นาที แบมแบมกับมาร์คก็กลับลงไปซ้อมอีกครั้ง สรุปว่าวันนี้แบมแบมเล่นท่าออลลี่ได้แบบบังเอิญแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้น แต่มาร์คก็ชมเปาะว่าเก่งแล้ว

“งั้นไว้เจอกันใหม่”

มาร์คเอ่ยลาแล้วเดินไปกับแจบอม ส่วนแบมแบมยืนอยู่กับยองแจเพราะเดี๋ยวจินยองจะมาหาที่นี่แล้วกลับพร้อมกัน ยองแจลากแบมแบมไปนั่งรอที่ม้าหินอ่อน ก้มหน้ามองมือถือแล้วก็อมยิ้มกรุ้มกริ่ม

“คุยอะไรกับใครน่ะ? ทำไมต้องนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่”

“เปล่า...จะอัพรูปลงไอจี” ยองแจหันมาหรี่ตามองเอ่ยเสียงดุแต่ปากยังยิ้ม

“รูปอะไร ยองแจ...มึง...จะทำอะไร รูปใคร ไหน มาให้ดูก่อน รูปกูเหรอ?” แบมแบมยืดตัวจะจับมือถือเพื่อน แต่ยองแจโยกหลบแล้วระเบิดเสียงหัวเราะมา ตอนแบมแบมคว้าโทรศัพท์ได้อีกคนก็ตะโกนก้องว่า

“กูอัพแล้ว!

เสียงโทรศัพท์แบมแบมดังขึ้น เจ้าตัวไม่ได้สนใจเสียงเตือนแต่จ้องจอโทรศัพท์ของยองแจ มันคือภาพแอบถ่าย เขายืนบนสเกตบอร์ดและมีมาร์คยืนข้างๆ และมองแบมแบมอยู่ ยองแจแท็กแค่แบมแบม มีคำบรรยายภาพสั้นๆ บอกแค่ว่ามานั่งเฝ้าแบมแบมเล่นสเกต

“อยากให้กูแท็กพี่เขาไหม? ไหนๆ เขาก็ฟอลเราทั้งกลุ่ม”

“ไม่ต้องเลย” แบมแบมเอ่ยดุ ก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้ ยองแจเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วยกมือขึ้นเท้าคางกะพริบตาปริบๆ ใส่แบมแบม

“กูว่าเขาน่าจะมีใจให้มึงนะ”

“พี่จินยองบอกว่าอย่าคิดไปเอง” แบมแบมบอกพึมพำ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าข้างตัวเองหรอก เหตุการณ์เมื่อวานก็ชวนให้คิดว่าเขามีใจให้อยู่แต่มาร์คอาจจะทำดีด้วยเพราะแบมแบมเป็นน้องชายพี่จินยอง และเป็นเพื่อนสนิทของยูคยอมก็ได้นี่นา

“ก็จริงของพี่จินยองแหละ เฮ้อ...บอกเขาไปซะให้สิ้นๆ เรื่องเหอะ จะได้รู้ดำรู้แดงว่าที่พี่มัชฉะทำอยู่ เขาอ่อยมึงหรือเขาก็มีใจ”

“มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนี่หว่ายองแจ”

แบมแบมถอนหายใจ เขาหยิบโทรศัพท์มากดเข้าอินสตราแกรมแล้วกดไลค์รูปยองแจ หน้าจอยังค้างที่รูปนั้น พวกเราสองคนตอนที่อยู่ด้วยกันมันคงเป็นภาพแบบนี้มั้ง แม้จะทำอะไรบางอย่างร่วมกัน แต่ทั้งแบมแบมและมาร์ค ก็ยังคงมีช่องว่างระหว่างกันอยู่ดี

 

 

 

เช้านั้นแบมแบมตื่นขึ้นมาพร้อมคำว่า...ซวยแล้ว...

หลังจากอาบน้ำและใส่ชุดฟอร์มโรงเรียนเรียบร้อย แบมแบมก็หันไปถอดปลั๊กแล้วดึงสายชาร์จแบตออก หย่อนกายนั่งลงบนเตียงอีกหนพลางหยิบโทรศัพท์มาเลื่อนเปิดเข้าแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ก่อน เขาทวิตอรุณสวัสดิ์แล้วก็กดออกเพื่อเข้าอินสตราแกรม ขมวดคิ้วตอนเห็นว่ามีคนแท็กรูปมาเยอะแยะ ก็เลยกดเข้าไปดู

ภาพที่เห็นทำให้เขาสบถในลำคอ ภาพที่ยองแจอัพลงไอจีตัวเองเมื่อวานถูกแคปเจอร์ก่อนจะครอปอีกทีแล้วเหล่าสาวๆ จะอัพโหลดลงไอจีตัวเอง ไม่ต้องเดือดร้อนให้ยองแจแท็กหามาร์คหรอกเพราะเหล่าแฟนคลับต่างแท็กทั้งแบมแบมและมาร์คเรียบร้อย

รวมๆ แล้วเกือบ 20 กว่ารูป แบมแบมนั่งไหล่ลู่ นิ้วยังสไลด์จอไปมามองภาพเหล่านั้นซึ่งอันที่จริงควรภูมิใจว่ามันเป็นรูปคู่แต่คนที่แบมแบมเป็นห่วงคือมาร์คต่างหาก เขาได้แต่บอกตัวเองว่าซวยแล้วแน่ๆ เพราะยองแจไปอัพรูปแบบนั้น มาร์คจะคิดยังไงนะ เด็กหนุ่มเลยนั่งนิ่งบนเตียงคิดไปร้อยแปดพันอย่างกระทั่งได้ยินเสียงแม่เรียกดังมาจากด้านล่าง

“แบมแบม มากินมื้อเช้าได้แล้ว เดี๋ยวสาย”

“ครับแม่”

ตอบแม่เรียบร้อยแล้วก็หันไปคว้ากระเป๋ามารูดซิปเปิดจะเก็บมือถือ แต่เครื่องมือสื่อสารในมือกลับสั่นครืด พอพลิกมามองจอก็เกือบทำมันหล่นใส่ที่นอน แล้วจะไม่ให้แบมแบมตกใจได้ยังไงในเมื่อคนที่เขากำลังเครียดไลน์มานี่ โทรศัพท์ในมือสั่นอีกรอบ แบมแบมกลั้นหายใจก่อนจะกดเปิด แต่หรี่ตามองก่อนจะอ่านเต็มตาด้วยอาการเกร็ง

‘marktuan93 : วันนี้ไม่ต้องมาที่มหาลัยนะ

‘marktuan93 : เอาสเกตบอร์ดมาด้วย เลิกเรียนแล้วรออยู่ที่รร.นั่นล่ะ

‘marktuan93 : เดี๋ยวไปหา

แบมแบมถอนหายใจ เขากดตอบกลับไปเป็นสติ๊กเกอร์พร้อมคำว่าโอเค ถึงได้ยอมย้ายร่างจากในห้องนอนลงไปชั้นล่างเพื่อทานมื้อเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้

ระหว่างที่ยกแก้วนมขึ้นดื่ม แบมแบมก็เข้าเพจ Cute Boys ภาพแรกที่ปรากฏคือภาพจากไอจียองแจนั่นล่ะ คนกดไลค์รูปเป็นพัน แถมยังมีคอมเม้นต์อีกต่างหาก เลื่อนอ่านผ่านๆ ก็พบว่ามีหลายคนบอกว่าเห็นมาร์คกับแบมแบมอยู่ด้วยกันบ่อย พักนี้แบมแบมเดินไปที่มหาลัยบ่อยด้วยแล้วก็ซ้อมสเกตบอร์ดกับมาร์ค ทุกคนดูกรี๊ดกร๊าดและให้กำลังใจถ้าเกิดแบมแบมอยากเล่นสเกตจริงๆ และมีคอมเม้นต์อีกบางส่วนที่ติดแท็ก #staystrongjinyoung

พอทานมื้อเช้าเรียบร้อยกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่เสียงออดก็ดังขึ้น แบมแบมลุกไปเอ่ยลาคุณแม่แล้วเดินไปหน้าบ้าน จินยองยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้มหวานกรุ้มกริ่ม

“เห็นในเพจป่ะ?”

“สเตย์สตรองจินยองอ่ะเหรอ?” แบมแบมยิ้มใส่หน้าพี่ชายข้างบ้าน จินยองเลยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถาม

“ไม่ใช่สิ เรื่องรูปน่ะ เห็นไหม?”

“เห็นครับ” แบมแบมตอบสั้นๆ ปิดประตูหน้าบ้านแล้วก็เริ่มเดินไปพร้อมกัน “แต่ว่า...ผมตกใจนะ กลัวพี่มาร์คจะอึดอัด ไอ้ยองแจนั่นล่ะ” แบมแบมบ่นอุบอิบ

“แต่เมื่อกี้พี่มาร์คไลน์มานะ...” ลากเสียงยาว จินยองหันมาหรี่ตามองแล้วจับแขนแบมแบม หัวเราะด้วยท่าทางสดใสแต่สายตาคาดคั้นเต็มที่

“แล้วไง? พี่ต้องรอไหมเย็นนี้”

“รอสิ” แบมแบมเอียงไปหาพี่ชายข้างบ้าน “ผมต้องกลับบ้านพร้อมพี่จินยองนะ” เอ่ยอ้อนไม่ให้อีกคนงอนแล้วจินยองก็หัวเราะเบาๆ ออกมา

“เขาไลน์มาบอกว่าจะมาหาที่โรงเรียน ไม่ต้องไปมหาลัย”

“โอ้โห...คืบหน้านี่” จินยองยิ้มกว้าง “มันคงไม่ได้ซีเรียสเรื่องรูปหรอก แต่ก็คงไม่อยากให้โดนถ่ายรูปคู่ได้มากกว่า”

“ผมก็คิดว่างั้น”

แบมแบมพยักหน้า รอยยิ้มบางๆ เคลือบริมฝีปาก ที่จริงพออ่านไลน์มาร์คแล้วเขาก็เผลออารมณ์ดีนิดหน่อย เพราะว่าเหตุผลที่มาร์คบอกให้รออยู่ที่โรงเรียนนั่นเพราะถ้าแบมแบมเดินไปหาถึงมหาลัยจะโดนเหล่าพี่สาวถ่ายภาพเก็บไว้ได้มากกว่า อย่างน้อยพวกสาวๆ รุ่นราวคราวเดียวกับแบมแบมหรือเด็กกว่าจะไม่ค่อยกล้ายกกล้องมากดถ่ายแบบโจ่งแจ้งนักเพราะเขินและกลัวไปพร้อมๆ กัน

“มีความสุขล่ะสิ” จินยองถาม แบมแบมเลยเอนหัวไปซบ ก่อนจะวาดยิ้มกว้างแล้วลากเสียงยาวเพื่อตอบออกไป

“มากกกกกกกกกกกกกกก”

 

 

 

‘marktuan93 : ไปรอแถวโรงยิมนะ กำลังไป

แบมแบมส่งมือถือให้ยองแจกับยูคยอมดูตอนเลิกเรียน มาร์คคงเรียนเลิกช้าหรือทำธุระก่อน แบมแบมกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้รีบอะไร พวกเราไปนั่งรอในโรงยิมเพราะยังไงวันนี้ยูคยอมก็ต้องมาซ้อมกับทีมบาสของโรงเรียนเพื่อเตรียมแข่งเดือนหน้าอยู่แล้วด้วย

เราสามคนนั่งอยู่บนพื้นข้างๆ สนามบาสซึ่งนักกีฬาเพิ่งจะเริ่มวอร์มกันโดยมียองแจนั่งอยู่ตรงกลาง ยูคยอมกำลังใส่ถุงเท้าและเตรียมตัวอยู่ฝั่งซ้าย ขณะที่แบมแบมซึ่งนั่งอยู่ฝั่งขวาวางมือบนกระดานบอร์ดแล้วไถมันไปข้างหน้าและถอยหลังเล่นเพลินๆ

“มึงไม่โกรธกูเรื่องรูปในไอจีจริงๆ นะ กูบอกแล้วว่ากูลบได้”

“ไม่ต้องอ่ะ ไม่ได้โกรธจริงๆ” แบมแบมบอกยองแจไปประมาณสิบรอบได้ทั้งวัน เพราะยองแจพึมพำถามย้ำแบบนี้ทั้งวัน

“แน่นะ...”

“กูเป็นแบมนะกูจะโกรธเพราะมึงเอาแต่ถามเรื่องนี้เนี่ยล่ะไอ้ยองแจ” ยูคยอมหันมาตอบแทนแบมแบมอย่างรู้ใจ แบมแบมเลยยกนิ้วโป้งให้ ยองแจปัดมือแบมแบมไปอีกทางแล้วหันไปโวยใส่ยูคยอม

“เงียบไปเลยมึงอ่ะ กูก็แค่รู้สึกผิด”

“ยิ่งลบดิ่ยิ่งน่าสงสัยว่าทำไมต้องลบ มีความลับอะไร มึงอยากให้คนอื่นรู้นักรึไง อีกอย่างคงมีคนแคปเก็บไว้เป็นร้อนอ่ะ...” แบมแบมบอกเสียงเรียบไม่ได้โกรธอะไร

โชคดีว่าโรงยิมเสียงดัง แม้จะแค่วอร์มร่างกายแต่เหล่านักกีฬาก็ตะโกนกันโหวกเหวก โยนลูกบาสลงพื้น ทุ่มลงเสียงดัง ไหนจะเสียงรองเท้าเสียดสีพื้นดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะๆ นั่นอีก พวกเราทั้งสามเลยไม่ต้องกระซิบหรือกลัวว่าใครจะได้ยินมากนักเพราะไม่มีใครสนใจเราอยู่แล้ว

“เออ...แล้วพี่มัชฉะดูเป็นไงอ่ะ? ตอนอยู่กับมึงสองต่อสอง วันที่นั่งรถพี่มัชฉะมึงยังไม่เล่าต่อเลยแบม” ยูคยอมหันมาถาม แววตาอยากรู้ส่งตรงมาที่แบมแบมเต็มที่ไม่ต่างจากยองแจนัก

“ไม่ได้มองหน้าเขาอ่ะ กูเขิน” แบมแบมสารภาพเสียงอ่อย “แต่วันนั้นเขาโทรหาพี่จินยองเองเลยนะ บอกว่าจะไปส่ง กูก็อยากเข้าข้างตัวเองอยู่หรอก แต่เขาอาจจะทำเพราะกูเป็นเพื่อนมึง และกูเป็นน้องพี่จินยอง”

“อืม...มันก็มองได้หลายแง่” ยองแจพึมพำถอนหายใจ เท้าแขนไปด้านหลังแล้วส่ายหัว

“คือพี่มัชฉะนี่ไม่เห็นว่ามึงเป็นน้องก็อ่อยอ่ะ” ยองแจส่ายหน้า “แล้วอ่อยนี่ไม่รู้อ่อยเล่นๆ หรือจริงจังด้วย”

พอเพื่อนพูดประโยคนั้นแบมแบมก็พยักหน้า เขาเองก็คิดแง่นี้ว่าอีกคนแค่จะบริหารเสน่ห์ ไม่ได้จริงจัง ไม่ได้อยากผูกมัด แต่การมีคนให้ทำแบบนี้ด้วยมันก็รู้สึกดี เพียงแค่...ไม่ได้ถึงขั้นจะเป็นแฟน แบมแบมเม้มปากก่อนจะเอ่ยออกไป

“กูควรบอกพี่มัชฉะไปตรงๆ เลยป่ะ...”

“อย่ามาปากดี ขนาดจะคุยกับพี่มัชฉะได้มึงยังเป็นใบ้มาหลายปี ไปบอกเขามึงไม่เป็นลมเลยล่ะพอพูดจบ กูไม่ต้องเตรียมรถโรงพยาบาลเลยเหรอ?” ยูคยอมหันมาโวยใส่ท่าทางหมดอาลัยตายอยากของแบมแบม

“แล้วทำไงดีอ่ะ นี่ชีวิตกูยุ่งยากกว่าเดิมอีกเพราะพี่มัชฉะเนี่ย”

“ชีวิตมีปัญหาอะไรเหรอ?”

เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง เด็กม.ปลายสามคนหันกลับไปมองก่อนจะพบว่ามาร์คยืนเลิกคิ้วอยู่ด้านหลัง ทั้งหมดเงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ยูคคยอมจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วลุกขึ้น

“หวัดดีพี่”

“เออ...มีเรื่องไรกันรึไง?” มาร์คถาม มองหน้ายูคยอมเหมือนต้องการคำอธิบาย เด็กหนุ่มยักไหล่ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ

“เรื่องเรียนนี่ล่ะ ชีวิตวุ่นวายมาก ผมไปซ้อมแล้วนะ ฝากไอ้แบมด้วย”

ปลายนิ้วชี้มาหาแบมแบม ขณะที่ยองแจก้มหน้าหยิบมือถือมากดเพื่อไม่ต้องสบตากับรุ่นพี่ที่เพิ่งมาและโผล่แบบไม่มีสัญญาณอีกต่างหาก แบมแบมลุกจากพื้นก่อนจะเอ่ยบอกยองแจว่า

“ไว้เจอกันนะมึง”

“อื้อ...สวัสดีครับพี่มาร์ค” ก็ยังดีที่ยองแจหันมาลารุ่นพี่ร่างโปร่ง

แบมแบมถือสเกตบอร์ดและสะพายเป้เดินตามมาร์คออกมาด้านนอกโรงยิม เพราะทีมบาสใช้พื้นที่ด้านในอยู่และพื้นโรงยิมก็ไม่เหมาะกับการเล่น เราจึงต้องเดินออกมาหาลานกว้างแถวๆ นั้นเพื่อใช้เป็นที่ซ้อมแทน

พอได้สถานที่เหมาะสมแล้วแบมแบมก็เริ่มใส่เครื่องป้องกันทั้งสนับเข่าและสนับศอกที่ยืมมาร์คมาตรงม้าหินอ่อนซึ่งบนโต๊ะมีกระเป๋าพวกเราสองคนวางอยู่ มาร์คนั่งอยู่ใกล้ๆ กดโทรศัพท์เหมือนไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่ พอแบมแบมกำลังก้มลงไปใส่สนับเข่า จู่ๆ มาร์คก็พึมพำว่า

“เมื่อกี้ในโรงยิมอ่ะ...” เกริ่นขึ้นมาแค่นั้นแบมแบมก็เกือบหายใจไม่ออกแล้ว เด็กหนุ่มเหลือบตามามอง มาร์คขมวดคิ้วแล้วมองไปอีกทางพลางถามว่า

“พี่มัชฉะอะไรนั่นน่ะ หมายถึงพี่รึเปล่า?”

เออ...ตอนนี้แบมแบมไม่หายใจไปชั่วขณะแล้ว...

หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกคนได้ยิน ริมฝีปากก็ดันแห้งผากจนต้องแลบลิ้นเลียให้ความชุ่มชื่น มาร์คเดาะลิ้นแล้วหันหน้ามามอง ตอนนั้นแบมแบมรีบจนต้องหลบตาวูบลงต่ำ สนับเข่าน่ะใส่เสร็จแล้วแต่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

“ก็...ได้ยินเรื่องที่ทำให้ชีวิตยุ่งยากอะไรนั่น ใช่พี่รึเปล่า?”

แบมแบมรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขา แล้วจะให้ทำยังไง ข้ออ้างก็ไม่มี แถมสนับเข่าก็ใส่เรียบร้อย เลยต้องเงยหน้ามาเผชิญความจริง

เขายิ้ม...

“พี่มัชฉะเป็นคนที่ผมชอบครับ”

แบมแบมเลือกจะตอบคำถามด้วยการไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าใช่มาร์ครึเปล่า เขาเลือกจะพูดแบบนั้นออกไปเพราะมั่นใจมากว่ามาร์คไม่ได้ยินประโยคก่อนหน้านี้ที่พวกเราสามคนคุยกันแน่นอน มาร์คกะพริบตาปริบ ก่อนจะเอ่ยออกมาสั้นๆ แค่ว่า

“เหรอ...คนที่ชอบเหรอ...”

“ครับ...ผมชอบเขามาหลายปีแล้ว” แบมแบมเงยหน้าแล้วยิ้มให้คนตรงหน้า

ถ้าเกิดว่าเขามีความกล้ามากกว่านี้หน่อย และมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ แบมแบมก็คงพูดไปแล้วว่ามาร์คคือคนที่ตัวเองกำลังพูดถึง คือพี่มัชฉะคนนั้น ผู้ชายที่ชอบกินชาเขียวทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

“ไปเรียนสเกตกันเถอะ”

เราจบบทสนทนาที่ออกจะค้างครึ่งๆ กลางๆ กันตอนนั้น มาร์คลุกเดินนำหน้าไปขณะที่แบมแบมคว้าสเกตบอร์ดเดินตามแผ่นหลังของอีกคน ในตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งมาตระหนักว่าบางครั้งชีวิตเขาอาจจะถูกวางไว้ให้เดินตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนี้ตลอดไปก็ได้ ไม่มีวันได้เดินเคียงข้าง และไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะยอมเดินช้าลงเพื่อผ่อนฝีเท้าชะลอให้เขาได้เดินข้างกัน

แต่ขอแค่ทุกวันนี้ได้ยืนข้างกันไม่กี่วินาที...แบมแบมก็มีความสุขพอแล้ว

 

 

 

แก้วนมเย็นกับแก้วชาเขียววางอยู่ข้างกันในรถของมาร์คเป็นครั้งที่สอง

ถ้าถามว่าแบมแบมเลิกเกร็งหรือยัง เขาก็ส่ายหน้ารัวได้ทันทีว่าไม่มีทางซะหรอก แม้จะเป็นครั้งที่สองซึ่งนั่งอยู่บนรถและมาร์คกำลังมาส่งที่บ้าน แบมแบมก็ไม่เห็นจะชินเลยสักนิด

จินยองแวะมาหาแบมแบมที่โรงเรียนตอนที่เพิ่งเริ่มเรียนสเกตได้แค่ 10 นาทีเพื่อบอกว่าต้องรีบกลับบ้านเพราะแม่ต้องไปธุระที่อื่นต่อ มาร์คเลยเสนอตัวว่าเดี๋ยวจะไปส่งแบมแบมที่บ้านให้เอง ไม่ต้องห่วง จินยองขอโทษขอโพยแล้วก็กลับไปโดยบอกแบมแบมว่าเดี๋ยวจะบอกแม่ให้ แบมแบมได้แต่พยักหน้า เรื่องแม่เป็นห่วงที่กลับบ้านน่ะไม่เท่าไหร่ ที่กังวลมากที่สุดเห็นจะเป็นคนที่จะขับรถไปส่งนี่ล่ะ

“พาพี่เขามาทานมื้อเย็นด้วยกันนะ ไหนๆ ก็ขับรถมาส่ง”

เพราะแม่เอ่ยประโยคนั้นตอนแบมแบมกำลังจะกลับนั่นล่ะ เขาถอนหายใจ บอกแม่ว่ารบกวน พยายามลดเสียงให้เบาลงแต่มาร์คก็หูดีจนได้ยิน แบมแบมรับปากแม่ไปส่งๆ ก่อนจะโดนมาร์คซักไซ้ว่ามีอะไรเลยจำต้องสารภาพ แล้วเมื่อครู่นี้ก่อนมาร์คจะขับรถออกมาจากโรงเรียนอีกฝ่ายก็ยักไหล่เอ่ยขึ้นว่า

“เดี๋ยวพี่อยู่ทานมื้อเย็นด้วย”

แบมแบมอยากจะเอาหัวตัวเองโขกแผงคอนโซลหน้ารถอีกคนให้รู้แล้วรู้รอด แม้ในรถมาร์คจะเปิดเพลงเพราะเป็นวงที่แบมแบมชอบเขาก็ยังไม่มีอารมณ์ร่วมจะดื่มด่ำไปกับจังหวะเพราะๆ นั่นเลยด้วยซ้ำ

รถมาร์คแล่นมาจอดหน้าบ้านเขาโดยใช้เวลาไม่นานนัก พออีกคนดับเครื่องยนต์ แบมแบมก็ทำหน้าที่เจ้าของบ้านเปิดประตูรั้วเดินนำมาร์คเข้าไปด้านใน

“สวนสวยดีนะ” มาร์คชี้นิ้วไปยังสวนเล็กๆ ที่แม่แบมแบมภูมิใจนักหนา เด็กหนุ่มยิ้มบางก่อนจะบอกว่า

“แม่ผมชอบจัดสวนน่ะครับ แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”

แบมแบมเปิดประตูบ้านแล้วตะโกนบอกก่อน มาร์คกำลังถอดรองเท้าตอนที่แม่พุ่งออกมาจากห้องครัวในชุดผ้ากันเปื้อนคลุม แล้วก็ดึงแบมแบมไป

“ไม่แม่...” เด็กหนุ่มอึกอักแต่ก็ไม่ทัน

หญิงสาวดึงแบมแบมไปกอดแล้วประคองสองแก้มเขาก่อนจะหอมแก้มซ้าย ขวาจบด้วยหน้าผากเหมือนเช่นทุกวันหลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านในวันที่มีเรียน แบมแบมยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง พอหันไปเลยเห็นว่ามาร์คยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าไม่แสดงอาการใดๆ

“พี่มาร์ค...จะมาทานมื้อเย็นด้วย”

“ดีจ๊ะ...แม่ทำสปาเกตตี้ไว้รอ เข้ามากันก่อน แบมแบมพาพี่ไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ แม่จะจัดการครัวอีกแป๊บก็เรียบร้อย”

แบมแบมมองแม่ที่หายเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง เขาหันกลับมามองมาร์คก่อนจะเดินพาไปยังห้องนั่งเล่นตามคำสั่งแม่ เด็กหนุ่มเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำและแก้วมาให้แขก ก่อนจะนั่งอยู่กับมาร์ค

“ขอโทษแทนแม่ด้วยนะครับ” แบมแบมพึมพำ “ถ้าเกิดว่าเขาทำให้พี่มาร์คอึดอัด”

“เปล่าหรอก ไม่ได้อึดอัดอะไร” มาร์คจิบน้ำแล้วยิ้มให้ แบมแบมถอนใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“แม่ดีใจน่ะครับ” ยกมือขึ้นเกาแก้มตอนที่บอก

“พี่มาร์คเป็นรุ่นพี่คนที่สองที่แม่รู้จักและมาที่บ้าน ปกติแม่คิดว่าผมไม่ค่อยมีรุ่นพี่แล้วรู้จักแต่เพื่อน เขาเลยดีใจที่ผมเข้ากับคนที่อายุเยอะกว่าหรือน้อยกว่าได้ แม่คิดตลอดแหละว่าผมรู้จักแต่กับพี่จินยอง”

“อ๋อ...” มาร์ควางแก้ว “งั้นก็มาทำความรู้จักกับพี่เยอะๆ สิ”

“เอ๊ะ? อะไรนะครับ”

“เราก็มารู้จักกันมากกว่านี้ไง”

แบมแบมฟังประโยคนั้นแล้วพูดไม่ออกเลยได้แต่มองหน้าอีกคนพลางยิ้มบาง ดวงตาหลุบต่ำลง เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันหรอกว่าวันหนึ่งคนที่ชอบมานานจะมานั่งในห้องนั่งเล่นที่บ้าน และกำลังจะมาทานมื้อเย็นกับเขาและแม่ด้วย แถมยังมาพูดอีกว่าอยากให้เรารู้จักกันมากกว่านี้

สำหรับแบมแบม...คนตรงหน้าไม่มีอะไรให้ศึกษาแล้วล่ะ สำหรับเขาที่แอบชอบมาหลายปี เขารู้เรื่องเกี่ยวกับมาร์คมากกว่าที่มาร์คคิดไว้ซะอีก










ตอนแรกติดแท็กในทวิตแล้วค่ะว่าจะมาอัพให้ช่วง 2-3 ทุ่มปรากฎว่ารถติดลากยาวมา 4 ทุ่มกว่าเฉย
ฮือๆๆๆ ไม่เป็นไรเนาะ 5555555555 เราชดเชยด้วยการที่น้องนมเย็นพาพี่มัชฉะเข้าบ้านค่ะ(?)
ขอบคุณคนที่ติดแท็กและคอมเม้นต์ให้กำลังใจมากๆเลยนะคะ ;_____; มันคือพลังในการปั่นฟิคจริงๆ
และขยันมากจน...อัพไวนี่ล่ะคะ //เพิ่งอัพสามวันที่แล้วหล่อนอัพอีกแล้วหรออออออออออออออ

อย่าหมั่นไส้น้องนมเย็นกันเลยค่ะ สถานะคนแอบรักนี่มันพูดยากจริงๆ ทำตัวยากด้วยจริงๆค่ะ 
//อินเนอร์มาเต็มทำไม .......................

สกรีมฟิคอย่าลืมติดแท็ก #มาร์คแบมโซเชียล นะคะ หรือจะคอมเม้นต์ก้ได้ XD
ปล. นี่ว่าจะขึ้นคำเตือนให้หาเครื่องดื่มสีชมพูหรือสีเขียวมาดื่มระหว่างด้วยล่ะค่ะ เผื่อจิได้อารมณ์

อ๋อ มีโปสเตอร์ฟิคใหม่แล้วค่ะ อภินันทนาการจากคนอ่านฟิค ขอบคุณน้อง @
__praewpraew ด้วยค่ะ
ที่จริงเราจะอัพฟิคอาทิตย์หน้า แต่เพราะมีโปสเตอร์....เลยอัพเร็วขึ้น ฮิฮิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,322 ความคิดเห็น

  1. #2285 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:35
    อ่ยยยยน น้องงงงง!!
    #2,285
    0
  2. #2273 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:05
    คิดว่าแน่ใจกับความรู้สึกพี่มาร์คมีต่อน้องละ แต่หนูลูกกกพี่เขาจะคิดมากเรื่องหนูบอกว่าชอบคนอื่นไหมเนี่ยยกลัวใจจริงๆ
    #2,273
    0
  3. #2249 NJChokdee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:05
    น้องสารภาพรักแล้วค่ะ แต่ไม่รู้อิพี่จะรู้รึป่าว5555
    #2,249
    0
  4. #2232 ฺBeau (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:52
    พี่มันรู้ป่ะเนี่ยยยว่าตัวเองน่ะคือพี่มัทฉะของน้องแบมแบมน่ะะะ
    #2,232
    0
  5. #2212 ~BMN~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:35

    โหยย บางทีมันน่าคิดเข้าข้างตัวเองนะแบม หรือมาร์คจะรู้แล้วว่าแบมชอบ?

    พอแบมบอกว่าพี่มัชฉะคือคนที่ตัวเองชอบทำไมมาร์คนิ่งไปละ แล้วส่งท้ายด้วยการมากินข้าวเย็นด้วยอีก แล้วยังบอกให้ทำความรู้จักกันมากขึ้นอีก โอ๊ยยย เข้าใจความรู้สึกแบมเลยอ่ะ สถานะคนแอบชอบนี่น้าาา

    #2,212
    0
  6. #2185 ChayapornSs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:16
    มาร์คนางต้องนอยด์แน่ๆ แบมแบมพูดไปแบบนั้นด้วยสิ
    น้องนมเย็นเอ๊ยยยยย สุดท้ายก็ไม่กล้า5555
    #2,185
    0
  7. #2170 Orathaiks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    เดาใจพี่มัชฉะยากจีงๆ
    #2,170
    0
  8. #2150 mbbjsk_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 23:05
    นี่ว่ามาร์ครู้
    #2,150
    0
  9. #2143 hept (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 18:05
    อิพี่มาร์คต้องรู้เส่
    #2,143
    0
  10. #2117 `MESJ' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 00:13
    พี่มาร์คน่าจะรู้นะะ
    #2,117
    0
  11. #2103 ojay2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 10:12
    มาร์คจะเอะใจมั้งมั้ย ว่ามัชฉะคือตัวเอง หรือรู้แล้วน้าาา
    #2,103
    0
  12. #2059 AhgaseBlood (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 12:12
    มาร์คพูดไรอะ>///< เขินๆ
    มาร์คจะรุไหมว่าพี่มัชฉะคือตัวเองอะ
    #2,059
    0
  13. #2038 ____wpd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 10:58
    เขินๆๆๆๆๆๆ ฟินๆๆๆๆๆๆ
    #2,038
    0
  14. #2022 Kaka1m (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 14:06
    แบมไม่กล้า(ป๊อด)ก็น่ารักไปอีกแบบ >\\< มาร์คอ่อยจริงๆ แต่ไม่รู้จริงจังแค่ไหน แต่ก็ใกล้ชิดกันแล้ว5555 ระหว่างพี่มหาลัยกับน้องมัธยม คิดถึงตัวเองเลย ชอบตั้งฉายาให้คนที่ชอบ ชอบตั้งเป็นของกินด้วย และถ้าคนที่ชอบจำของที่เราชอบได้จะฟินมาก555(จูเนียร์/อย่าคิดไปเอง)55
    #2,022
    0
  15. #2001 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:53
    เดาว่าพี่มัชฉะได้ยินค่ะคุณ
    #2,001
    0
  16. #1991 M.m1nt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 16:30
    เรื่องพี่มัชฉะนี่ พี่มาร์คจะคิดมากมั้ย
    #1,991
    0
  17. #1977 KiHaE*129 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 04:15
    ตกลงพี่มาร์ครู้มั้ยนี่
    #1,977
    0
  18. #1961 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 00:37
    อึดอัดแล้วก็เขินนอยากให้พี่มัครู้เร็วๆ
    #1,961
    0
  19. #1947 bbunnymm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 15:16
    โอ้ยเขินแรงงง บิดจนไม่รู้จะบิดยังไงแล้ววว
    #1,947
    0
  20. #1928 หลินจือ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:42
    พี่มาร์คอ่อยแรงมากกกก
    #1,928
    0
  21. #1922 ∆`) Nothing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 13:58
    อ่อยหนักและแรงมากกับพี่มัชฉะทำแบบนี้กับน้องชานมทำมัยยยยว์
    #1,922
    0
  22. #1908 9nawKIHAE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 18:08
    โอยยย ยองแจทำดีลูกทำดี เพื่อนที่ดีต้องจับคู่ให้มั่น ชงให้ไว ใส่ใจเรื่องจิ้น อร๊ายยยยยยย
    พี่มัชฉะนี่เหมือนจะรู้ตัวเลยแฮะ แล้วก็เหมือนจะแอบชอบน้องนมเย็นอยู่เหมือนกันด้วย เอ๊ะ ยังไงงงเนี่ยยังไงงง 
    #1,908
    0
  23. #1889 m_sseob (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 21:23
    น่อวว - / - เขินอ่ะเขิน
    #1,889
    0
  24. #1884 paranee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 13:36
    งั้นมาทำความรู้จักกับพี่เยอะๆสิ อ๊ายยยยย พี่มัชชะรุกแล้วนะแบม
    #1,884
    0
  25. #1864 mellow_aa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 09:24
    มาร์คแอบชอบแบมแบมปะ คิดเข้าข้างแบม 5555555 แบบดูเงียบๆนะตอนแบมบอกว่าพี่มัชฉะคือคนที่แบมแอบชอบมาหลายปีเนี่ย คิดอะไรอยู่ 
    #1,864
    0