[GOT7] MARKBAM ll Social Casualty

ตอนที่ 4 : Social Casualty : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    31 มี.ค. 58



Social Casualty

 

 

Chapter 3

 

 

วันศุกร์จินยองไม่มีเรียนตอนเช้า แบมแบมเลยมาโรงเรียนคนเดียวโดยไม่มีพี่ชายติดสอยห้อยตามมาด้วย ระหว่างที่โหนรถเมล์ในช่วงเช้าเพื่อมาโรงเรียนเขาก็ยืนเช็ดนู้นนี่ในมือถือแต่ก็ไม่มีอะไรมากนัก เขาเอาแต่มองอินสตราแกรม มองภาพสเกตบอร์ดแล้วก็อ่านคอมเม้นต์ของมาร์คซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหนจะกดรูปคนให้ปรากฏชื่อมาร์คที่ตัวเองเป็นคนแท็กเองกับมืออยู่แบบนั้นแล้วอมยิ้ม

มีคอมเม้นต์เยอะแยะถามว่าทำไมถึงเรียนสเกตบอร์ด แบมแบมไม่ได้ตอบคอมเม้นต์ไหนเป็นพิเศษ เขาก้าวเข้าอาคารเรียนแล้วหย่อนกายนั่งลง ก่อนที่จะโดนสายตาทิ่มแทงมาจากยองแจและยูคยอม

“รูปนี่อะไรวะ?” ยองแจถึงขั้นลงทุนย้ายตัวเองมานั่งข้างๆ จิ้มนิ้วลงในหน้าอินสตราแกรมของแบมแบมแล้วเอ่ยถาม แบมแบมยักไหล่แต่ไม่ยอมตอบ

“เออ...นี่อะไร แท็กหาเขาเองด้วย” ยูคยอมหมุนตัวมาถาม แบมแบมเลยคว้ามือถือยองแจแล้วยื่นไปให้อ่าน

“เห็นคอมเม้นต์นี่รึยัง? เขาบอกให้กูแท็ก” แบมแบมกระแทกเสียงใส่ ยูคยอมห่อปากเหมือนจะเพิ่งเห็นจริงๆ

“เชี่ย...จริงป่ะเนี่ย? มีลุ้นๆ” เอ่ยชมปุ๊บก็ยื่นมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ยังไม่ทันที่แบมแบมจะได้ทำอะไรต่อยองแจก็เริ่มซักไซ้ไล่เรียง

“เมื่อวานเป็นไง”

“ก็ไม่มีอะไรมาก พี่เขาก็สอนปกติ” แบมแบมยิ้มก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบบอกยองแจ “แต่คุยกันเยอะกว่าทุกวันเลยล่ะ แล้วกูก็ได้ไลน์เขาด้วย”

“เออดี...ทักไปยัง?” ยูคยอมหันกลับมาถามอีกรอบ แบมแบมเอนหลังพิงเก้าอี้ก่อนจะเอ่ยอู้อี้ออกมา

“ยัง”

“ไอ้ป๊อด!” ยูคยอมหัวเราะร่าเริง ก่อนจะส่ายหัวแล้วเอ่ยถามอีกประโยค “นี่ถามจริง....พอกูกลับก็คุยกันจริงๆ ใช่ไหม? ไม่ได้มาโกหกว่าได้คุยนะ”

“มึงเห็นมันเป็นคนยังไงวะเนี่ย ดูหน้ามันจะร้องไห้แล้ว” ยองแจหันมาดุเพราะแบมแบมทำคอตกไหล่ลู่ลงจริงๆ

“โอ๊ย ล้อเล่นน่าแบม” ยูคยอมเขยิบเก้าอี้ไปหาแล้วเอ่ยอ้อน

“เปล่าหรอก แต่มันก็เพิ่งวันแรกเลยยังไม่คุยอะไรมาก แต่ว่ามีเรื่องรบกวน...” แบมแบมกะพริบตาแล้วจ้องหน้ายูคยอมเหมือนเจาะจง

“ยังไม่มีสเกตบอร์ดเลยอ่ะ นี่ยืมพี่เขาก็เกรงใจ พรุ่งนี้ไปซื้อเป็นเพื่อนหน่อย”

“แล้วทำไมไม่ไลน์ถามคนที่มึงเพิ่งได้ไลน์มา” ยองแจเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเองแล้วเอ่ยขึ้น แบมแบมมองตามแผ่นหลังคนที่หย่อนกายนั่งลงตำแหน่งของตัวเอง ก่อนจะหันมาเอ่ยเสียงเบาว่า

“เขาเก่งขนาดสอนมึงได้ก็ต้องแนะนำเรื่องนี้ได้สิ มาถามยูคยอมมันจะช่วยอะไรได้วะ มันเล่นบาส ไม่ได้เล่นสเกต”

“ยองแจมีเหตุผล” ยูคยอมพยักหน้าหงึก ก่อนจะพยักพเยิดใส่แบมแบม “ไลน์หาเขาดิ่ นี่ไง...มีเรื่องให้ไลน์หาแล้วเนี่ย”

“ไม่เอาหรอก ยัง...ยังไม่กล้าโว้ย...”

ประโยคหลังเกือบตวาดใส่เพื่อนสองคนเพราะแววตาหรี่มองแถมยังคาดคั้น แบมแบมเม้มปากก่อนจะหันไปคว้ามือยูคยอม จับมาเขย่าแรงๆ

“นะมึง...ไปด้วยกันนะ ยองแจด้วย ไปกันหมดนี่ล่ะ” แบมแบมหันไปมองหน้ายองแจเพื่อให้เพื่อนสงสารด้วย แต่กลายเป็นว่ายองแจปฏิเสธสวนมาทันที

“เสาร์นี้ไม่ว่างหรอก จะไปบ้านคุณยายกัน” พูดจบก็เหล่มามองยูคยอมช่วยแบมแบม

“เออกูว่าง ไปด้วยก็ได้” ยูคยอมถอนใจเหนื่อยอ่อน แบมแบมเลยลุกยืนแล้วนวดไหล่ให้อย่างอ้อนออเซาะ

“นะๆ เดี๋ยวเลี้ยงขนม”

“แต่กูไม่รู้จะแนะนำอะไรมึงได้นะแบม มึงไลน์ไปหาพี่เขาไม่ดีกว่าเหรอ ชัวร์กว่าลากกูไปอีก” ยูคยอมบ่นแล้วหยิบมือถือขึ้นมา แบมแบมเลยยิ้มกว้าง

“งั้นมึงถามพี่เขาแทนกูแล้วกัน” พอยูคยอมหันมาก็เลยยิ้มกว้าง “นะ...”

“เออๆ คุณแบมครับ กระผมจะรีบจัดการให้ นี่เป็นเพื่อนหรือเป็นคนใช้วะ”

แต่ถึงจะบ่นเสียงดัง แบมแบมก็รู้ว่ายูคยอมไม่มีทางไม่ช่วยเหลือเขาหรอก เห็นได้จากการหันไปกดไลน์ พลางหันมาถามแบมแบมเป็นระยะว่าร้านอยู่ตรงนี้แล้วบอกเวลาพร้อมสถานที่เสร็จสรรพ

เห็นไหม...แบมแบมน่ะมีแต่เพื่อนดีๆ ทั้งนั้น

 

 

 

ดีเหี้ยอะไรวะ...

แบมแบมไม่รู้จะโมโหหรือเขินก่อนดี แต่เอาเป็นว่าเขามาถึงสถานที่นัดก่อนเวลาเล็กน้อย แต่คนที่พบไม่ใช่คิมยูคยอมอย่างที่นัดแนะกันไว้ตอนก่อนเลิกเรียน เพราะคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ยูคยอมบอกกลายเป็น

...มาร์ค

เมื่อเช้าแบมแบมออกจากบ้านแล้วบอกแม่ว่าจะไปซื้อสเกตบอร์ด เขาไม่ได้ชวนพี่ชายข้างบ้านมาด้วยเพราะเห็นว่าพักนี้จินยองมีประชุมสโมบ่อย คงต้องจัดการอะไรอีกเยอะแยะ อีกอย่างวันหยุดจินยองมักจะขังตัวเองอ่านหนังสืออยู่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหนด้วย เขาเลยไม่อยากกวน

แล้วแบมแบมก็มาถึงที่นัดหมาย และก็เจอภาพตรงหน้า คือมาร์คนั่งก้มเล่นมือถืออยู่บนเก้าอี้ อีกฝ่ายอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนขาดเป็นบางช่วงดูสบาย แบมแบมยืนชะงักเพราะไม่กล้าเข้าไปใกล้ กำลังตัดสินใจว่าควรโทรไปด่ายูคยอมหรือจะเดินกลับก่อนดี กลับกลายเป็นอีกคนคงรับรู้ถึงสายตาของเขาที่จ้องอยู่ก่อนถึงได้เงยหน้าขึ้นมาโบกมือให้

เลยต้องเดินเข้าไปหา...

“สวัสดีครับพี่มาร์ค” เอ่ยอ้อมแอ้ม ทั้งเกรงใจที่อีกคนออกมาทั้งที่เป็นวันหยุดด้วย อีกอย่างคือเขินจนปากเริ่มเกร็ง ร่างกำลังจะเป็นหินและใบ้กำลังจะกินอีกรอบด้วย

“ยูคยอมไลน์มาเมื่อคืนว่ามาไม่ได้แล้วล่ะ”

“อ๋อ...ครับ...” แบมแบมพยักหน้าเอ่ยไปแค่นั้น เพราะเมื่อคืนเขาได้ข้อความจากไลน์ยูคยอมว่าเจอกันพรุ่งนี้เช้า

“คือ...ขอโทษด้วยนะครับ วันหยุดแต่ก็ออกมาเอ่อ...คือ...ถ้ามีธุระที่ไหนต้องรีบไปก็...”

“ไม่รีบ” มาร์คลุกจากเก้าอี้ เก็บมือถือให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้นยืน ถ้าแบมแบมไม่ได้ตาฝาดเขาว่ามาร์คยิ้มบางให้เขาอยู่นะ

“ร้านเปิดแล้วล่ะ เดี๋ยวพาไป” มาร์คเดินนำหน้าไปได้ 2-3 ก้าวก็หันกลับมา

“แบมแบม...”

“อ่า...เอ่อ...ครับ”

แบมแบมทำตัวไม่ถูก ถ้าไม่นับเมื่อวานที่โดนยูคยอมทิ้งไว้ที่ข้างสนามบาสให้เรียนสเกตบอร์ด นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่สองต่อสองกับมาร์คนอกรั้วสถาบันการศึกษา (แต่ยูคยอมทิ้งเหมือนรอบแรก) เขารีบก้าวเท้าตามมาร์คเข้าไปในร้านขายสเกตบอร์ดร้านหนึ่ง เสียงอีกคนทักทายเป็นภาษาอังกฤษท่าทางคล่องแคล่วกับเจ้าของร้านดูสนิทสนมกัน ก่อนที่แบมแบมจะถูกมาร์คชี้นิ้วมาหา

“เดี๋ยวพี่เขาจะลดราคาให้ด้วย”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมหันไปโค้งให้เจ้าของร้านที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

แบมแบมและมาร์คอยู่ในร้านสเกตบอร์ดกันเกือบครึ่งชั่วโมง แบมแบมจ่ายเงินก่อนจะเดินยิ้มแป้นออกมาจากร้าน มีเกสตบอร์ดใหม่เอี่ยมในมือ

“ขอบคุณครับพี่มาร์ค”

“ไม่เป็นไร” มาร์คตอบแล้วยิ้มบาง แบมแบมก้มหน้าอึกอัก พอมายืนอยู่ด้วยกันแค่สองคนพวกเราก็ไม่รู้จะคุยอะไรกันอีกแล้ว ทั้งที่ตอนอยู่ในร้านพอมีบุคคลที่สามด้วยเราก็หันมาคุยกันได้ ถึงส่วนใหญ่จะเป็นการคุยเพื่อปรึกษาเรื่องสเกตบอร์ดก็เหอะ

“รีบกลับบ้านรึเปล่า?” มาร์คเอ่ยถาม แบมแบมเงยหน้าก่อนจะส่ายหน้ารัวเป็นคำตอบ แล้วมาร์คก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะบอกว่า

“ดีเลย ไปหาอะไรดื่มกัน พี่อยากดื่มกาแฟสักแก้ว” มาร์คเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าแบมแบมไปอีกครั้ง เด็กหนุ่มยังยืนถือสเกตบอร์ดเอาไว้ แล้วมองแผ่นหลังคู่นั้นที่หันกลับมาเพราะเขาไม่ยอมเดินตามไป

“พี่เลี้ยง”

“อ่า...” แบมแบมส่งเสียงออกมาแค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆ จนทัน มาร์คมองคนที่มาหยุดยืนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิวมาว่า

“ชอบกินของฟรีเหรอเราน่ะ?”

“เปล่านะครับ เมื่อกี้ผมแค่...เอ่อ...ไม่มีอะไร” แบมแบมส่ายหน้า จะให้พูดว่าผมตกใจก็คงแปลกไปหน่อย คนบ้าอะไรวะมีคนจะเลี้ยงกาแฟแล้วตกใจ

“พี่มาร์คชอบดื่มกาแฟเหรอครับ?” แบมแบมเอ่ยถาม ปกติเขาเห็นมาร์คดื่มแค่ชาเขียวนี่นา ระหว่างทางที่กำลังเดินก็เลยลองถาม

“ไม่ได้ชอบ แต่ก็ดื่มได้ ร้านนี้แหละ”

มาร์คเดินไปเปิดประตูค้างไว้ให้แบมแบมก้าวเข้ามาก่อน แค่นี้เขาก็จะบ้าอยู่แล้ว พอสั่งเครื่องดื่มเราก็มานั่งกันที่โต๊ะ แบมแบมวางสเกตบอร์ดไว้บนตัก เขาหยิบมือถือออกมา ตอนนั้นมาร์คกำลังไปรับเครื่องดื่มใส่ถาดถือกลับมา เลยต้องอาศัยจังหวะนี้แหละเพื่อไลน์ไปขอความช่วยเหลือ

 

‘BAMBAM1A : พี่จินยอง ผมต้องการความช่วยเหลือด่วน

‘BAMBAM1A : มารับผมที่ xxx ทีครับ ผมอยู่กับพี่มาร์ค

‘BAMBAM1A : ถ้าพี่ไม่มาผมเขินจนเป็นลมต่อหน้าเขาแน่ๆ

‘BAMBAM1A : ปาร์คจินยองมารับผมหน่อยยยยยยยยยยยยย!’

 

สอดมือถือเก็บแล้วรับรู้ถึงแรงสั่นแต่ก็ไม่กล้าหยิบออกมา แบมแบมขอบคุณมาร์คที่ยกแก้วสมูธตี้มาให้ แต่ถึงมาร์คบอกว่าอยากกาแฟสักแก้ว อีกฝ่ายก็สั่งโกโก้ร้อนเพื่อจิบไม่ใช่กาแฟอยู่ดี

“พี่มาร์ค...เอ่อ...ขอบคุณนะครับ ที่จริงผม...ไม่คิดว่าพี่จะมาด้วย” แบมแบมบอกเสียงเบา มาร์คยกมือโบกแล้ววางแก้วลง

“ไม่เป็นไร ได้สเกตบอร์ดใหม่แล้วก็หัดเล่นล่ะ เอาไว้...เดี๋ยวลองส่งวีดีโอสอนทำท่าง่ายๆ ให้ลองทำตามแล้วกัน” มาร์คยกแก้วขึ้นจิบอีกรอบ

แบมแบมไม่กล้าถามอะไรมากอีก เขาเอาแต่เหลือบมองโครงหน้าหล่อเหลาและบรรยากาศดีๆ ในร้านกาแฟแห่งนี้ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจากจู่ๆ ที่แอบชอบคนตรงหน้า วันนี้เขาจะได้นั่งในร้านกาแฟกับอีกฝ่าย มันเหมือนเป็นเดทเลยแต่แบมแบมจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองหรอก พี่จินยองบอกว่ายิ่งคิดไปเองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บถ้ามันไม่ใช่อย่างที่คิด

เราเดินออกมาจากร้านกัน ตอนนั้นเกือบจะเที่ยงแล้ว แบมแบมยังถือสเกตบอร์ดไว้ในมือแล้วหรี่ตาเพราะแสงแดด มาร์คหันมามองก่อนจะถามขึ้นว่า

“กินข้าวเที่ยงกันไหม?”

“เอ่อ...ข้าวเที่ยงเหรอครับ?” แบมแบมเลิกคิ้ว เขาอยากจะหยิบมือถือโทรหาจินยองให้มาลากเขากลับบ้านซะที

“อืม...รีบไปไหนไหม?”

“ไม่รีบครับ คือว่า...”

“แบมแบม!” จินยองยกมือขึ้นโบกไหวๆ พี่ชายข้างบ้านวิ่งหอบมาทางแบมแบมและมาร์คซึ่งยังยืนอยู่แถวหน้าร้านกาแฟ แบมแบมเม้มปากมองจินยองด้วยแววตาราวกับจะขอบคุณ

“แม่บอกให้มารับกลับน่ะ” จินยองหันมาบอกแบมแบมแล้วเบือนหน้าไปมองมาร์ค “ไงมึง เรียบร้อยดีใช่ป่ะ? เรื่องสเกตบอร์ดอ่ะ”

“อ๋อ...ซื้อแล้ว นั่นไง” มาร์คชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดานในมือแบมแบม

“มารับแบมแบมเหรอ?” แล้วมาร์คก็ถามขึ้น จินยองพยักหน้าก่อนจะอธิบายสั้นๆ ไปว่า

“อื้อ แม่แบมแบมให้มารับอ่ะ นี่จะ...ไปไหนกันรึเปล่า?” จินยองมองหน้าสองคนสลับไปมา ถ้ามีรางวัลการแสดงยอดเยี่ยม แบมแบมว่าจะซื้อให้จินยองนี่ล่ะ

“ตอนแรกจะชวนไปทานมื้อเที่ยง แต่ไม่เป็นไร นี่ก็จะกลับแล้ว” มาร์คยิ้มบาง

“แล้วกลับไงอ่ะ” จินยองถาม มาร์คชี้ไปด้านหลังก่อนจะพึมพำว่า

“ขับรถมา”

“อ๋อ...งั้นกลับดีๆ ไว้เจอกันมึง ขอบคุณด้วยนะเรื่องที่มาสอนสเกตบอร์ดแบมแบมให้” จินยองวาดยิ้มกว้างเป็นพี่ชายแสนดี มาร์คพยักหน้าก่อนจะเบนสายตามามองแบมแบม

“อย่าลืมซ้อมล่ะ”

“ขอบคุณมากครับพี่มาร์ค”

ทั้งจินยองและแบมแบมรอกระทั่งมาร์คเดินหายไปกับฝูงชน เราถึงได้หันมามองหน้ากันและแบมแบมก็ถอนหายใจยาวออกมา เด็กหนุ่มเอื้อมมือสั่นเทาไปจับมือจินยองเอาไว้ พี่ชายข้างบ้านเบิกตาโตอย่างตกใจ

“พี่รู้ไหม...ผมเขินจนมือไม้สั่นไปหมด ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนด้วย มันเก้งก้างไปหมดเลย”

แล้วแบมแบมก็ร้องฮือด้วยความเขิน หน้าก็แดง ลามไปยันหู ซบหน้าลงกับไหล่จินยองแล้วพึมพำชื่อมาร์คไม่หยุดสลับกับคำว่าฟิน ขณะที่คนมารับได้แต่ยืนหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู

 

 

 

‘@mtuan93  1m  @BAMBAM1A  ถึงบ้านรึยัง?

มาร์คนั่งมองข้อความนั้นที่ตัวเองทวิตไป ก่อนหน้านี้เขาแยกกับแบมแบมและคิดว่าจะกลับ สุดท้ายก็ไลน์เรียกเพื่อนสนิทอีกสองคนลองถามดูว่าจะออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันไหม ตอนนี้ก็เลยกำลังนั่งทานมื้อเที่ยงกันอยู่ในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง

มือถืออยู่ในอุ้งมือเขายังไม่นานนัก ตอนแรกแค่หยิบมาอ่านอะไรเรื่อยเปื่อย แต่เห็นว่าเด็กหนุ่มที่แยกกับเขาเมื่อ 20 นาทีก่อนทวิตอะไรเกี่ยวกับคนชื่อมัชฉะ แล้วก็แชร์เพลงรักหวานกับเนื้อเพลงมาเกือบ 5-6 ทวิตติดกัน ตอนนั้นก็เลยพลั้งมือเมนชั่นไปหาเพื่อถามว่าถึงหรือยัง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ ตอนนี้เพิ่งมาสำนึกด้วยว่าเขามีไลน์เด็กคนนั้น แต่ก็ไม่ทันแล้วเลยรอคำตอบผ่านทางทวิตเตอร์

“เข่งนั้นของกู” มาร์คบอกเสียงห้วนตอนเห็นแจ็คสันหยิบเข่งซาลาเปาไส้หมูแดงไปวางตรงหน้า มาร์คจิ๊ปากแล้วเอื้อมมือไปแย่งกลับคืนมา

“มึงสั่งใหม่สิ” หันไปบอกแต่แจ็คสันส่ายหน้า

“กูแย่งเพื่อนกินสนุกกว่า เนอะแจบอม” แล้วแจ็คสันที่ใช้ตะเกียบคล่องก็ยื่นแขนสั้นๆ ไปคีบเอาขนมจีบกุ้งในเข่งแจบอมมาโยนเข้าปากตัวเอง

“ไอ้นี่...” แจบอมสบถพึมพำออกมาแล้วยกมือขึ้นทำท่าจะตีเพื่อนแล้วก็ลดมือลง

สงครามย่อมๆ เกิดขึ้นบนโต๊ะเพราะแจ็คสัน ที่จริงแค่สั่งเพิ่มก็จบแต่พวกเราทั้งหมดก็ยังเล่นเป็นเด็ก หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบทำให้มาร์คก้มไปมอง คว้าหยิบมาเปิดอ่านข้อความตอบกลับจากแบมแบม

‘@BAMBAM1A  2s  @mark93  ถึงแล้วครับ วันนี้ขอบคุณมากครับพี่มาร์ค

พยักหน้ากับตัวเองเมื่อได้คำตอบจากอีกฝ่ายแล้วก็วางมือถือลง พวกเราทานมื้อเที่ยงกันจนเริ่มอิ่ม อิริยาบถเริ่มเปลี่ยนมานั่งจิบชาร้อนๆ ขณะที่แจ็คสันหยิบมือถือมาเล่น ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น

“มาร์ค...” เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนแล้วสีหน้าก็เต็มไปด้วยความสงสัยพลางยื่นจอโทรศัพท์มา แจบอมชะเง้อมามองก่อนจะชี้นิ้ว

“เออ...ว่าจะถามเหมือนกัน มึงไปเจอน้องแบมแบมมาเหรอ?” แจบอมเป็นคนถามคำถามที่แจ็คสันอยากรู้ซะเอง

คนที่ถูกตกเป็นเป้าสงสัยคือมาร์คที่มองจอโทรศัพท์แล้วพยักหน้าเป็นการตอบรับคำถามนั้น เขายกแก้วชาที่อุณหภูมิกำลังพอดีมาจิบ แล้วก็พบว่าเพื่อนยังมองเขาอยู่ด้วยแววตาสงสัย

“อะไรอีก?” มาร์คบอกสั้นๆ “ก็บอกแล้วไงว่าไปเจอเขามา”

“มึงเนี่ยนะ...” แจ็คสันชี้หน้าอ้าปาก ก่อนจะหันไปมองแจบอม “วันหยุดแบบนี้กูไม่เคยเห็นมันตื่นเช้าหรอกแจบอม” แจ็คสันส่ายหน้าด้วย

“กูก็ไม่เคยเห็นหรอก” แจบอมตอบกลับไป “ไปทำไรกันมาวะ?”

“ซื้อสเกตบอร์ด” มาร์คตอบ อุ้งมือยังประคองแก้วชาที่ยังอุ่นอยู่แบบนั้น “ก็แบมแบมมาเรียนสเกตด้วยไง เขาอยากมีเป็นของตัวเอง เพราะวันแรกกูให้ยืมใช้ไปก่อน”

“ซื้อบ่ายก็ได้มั้ง นัดเช้าจัง” แจบอมตั้งข้อสังเกตแล้วยกแก้วขึ้นจิบ เหลือบตาไปมองแจ็คสันเหมือนส่งคำถามให้ไม้ต่อ

“นั่นสิ...ปกติไม่ชอบตื่นเช้าแต่ยอมตื่นเช้าแค่มาซื้อสเกตเนี่ยนะ?” แจ็คสันพึมพำแล้วเอื้อมมือไปตบไหล่

“มึงไม่ชวนเขามากินข้าวด้วยอ่ะ”

“จินยองมารับเขาไปแล้ว” มาร์คเอนหลังพิงเก้าอี้ แม้สายตาที่เพื่อนมองมาจะชวนอึดอัดแต่เขาก็ตอบแบบสบายๆ ไม่ได้รีบร้อนหรือมีปฏิกิริยาอะไรผิดปกติ

“แสดงว่าที่ชวนพวกกูออกมานี่เพราะไม่มีใครกินข้าวด้วย” แจบอมสรุป วางแก้วแล้วยื่นหน้ามา ดวงตาเปล่งประกายอยากรู้ไม่ต่างจากแจ็คสัน

“อื้อ แล้วไง ก็มากันแล้วนี่ แล้วทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ๆ” มาร์คโบกมือไล่เพื่อนออกห่าง แจ็คสันยิ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยเสียงเบาออกมาว่า

“มึงคิดอะไรกับแบมแบมป่ะเนี่ย”

“คิดอะไร? คิดยังไง? ก็เพื่อนยูคยอม น้องไอ้จินยอง ก็ต้องสอนสเกตบอร์ดแค่นี้เอง”

“หรา...” แจ็คสันลากเสียงยาว มาร์คหันไปหยิบทิชชู่มาแผ่นหนึ่งแล้วปาใส่หน้าชวนหมั่นไส้นั่น พอหันกลับมาก็ยังมาเจอสายตาแจบอมที่หรี่มองเหมือนจะจับผิดอีกต่างหาก เลยถอนหายใจหนักๆ พลางส่ายหน้ารัวๆ

“พวกมึงเป็นบ้ารึไง? เช็คบิลได้แล้ว กูจะรีบกลับไปนอนกลางวัน”

 

 

 

ยูคยอมกำลังทำให้แบมแบมขนลุกก็เพราะเพื่อนตัวหนานั่งหันหน้ามามองเขาในตอนพักเที่ยง ยิ้มกริ่มมองด้วยแววตาหวานๆ แบมแบมเบือนหน้าหนีไม่รู้กี่ครั้งแต่ไอ้เพื่อนบ้าก็ยังคงนั่งทำแบบเดิม เขาดื่มนมเย็นไปจนจะหมดแก้วแล้วยูคยอมก็เอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น

“ยองแจ!” แบมแบมโบกมือให้เพื่อนอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง

ยองแจหายไปหาอาจารย์เพื่อถามเรื่องรายงานที่ห้องพักมา พอเดินมาใกล้ก็ขมวดคิ้วมองแบมแบมอย่างสงสัย ยองแจเดินเข้ามาใกล้แล้วยูคยอมถึงได้ยอมขยับตัวแล้วยื่นหน้ามาถามแบมแบมเสียงต่ำ

“ทำไมพี่มัชฉะเมนชั่นหามึง...”

“อ้าว...ละ...แล้วทำไม...” แบมแบมเกิดติดอ่างกะทันหัน ส่งสายตาหวังจะให้ยองแจช่วย เพื่อนก็ดี๊ดีนั่งลงข้างๆ ยูคยอมแล้ววางมือบนไหล่คนที่นั่งข้าง

“ดี...รอกูมาก่อนถึงถาม มึงตอบมาแบมแบม”

“อะไร...เนี่ยยองแจ รู้ไหมว่าวันเสาร์มันหลอกกูว่าจะไปเป็นเพื่อนช่วยซื่อสเกตบอร์ด ที่ไหนได้...ปล่อยให้กูไปกับพี่มัชฉะแค่สองคน” แบมแบมรีบฟ้อง ชี้ไม้ชี้มือไปใส่หน้ายูคยอมพลางเม้มปากแน่น

“กูรู้ แผนกูคิดเอง แล้วเป็นไงอ่ะ ได้คุยกันเยอะป่ะ?” ยองแจลากเก้าอี้มานั่งแล้วตั้งใจรอฟัง

แบมแบมถอนหายใจ แต่ก็ยอมเล่าเรื่องวันนั้นให้ฟังโดยคร่าวๆ เริ่มจากไปซื้อสเกตบอร์ดด้วยกัน พอเล่าถึงตอนมาร์คชวนไปดื่มกาแฟยองแจก็เบิกตาโต ส่วนยูคยอมก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แบมแบมเล่ามาจนถึงเขาเรียกพี่จินยองมารับแล้วมาร์คก็ชวนทานมื้อเที่ยง พอเขาบอกว่ากลับพร้อมจินยอง ยูคยอมก็ทำหน้าเหนื่อยใส่ทันที

“มึงบ้าป่ะเนี่ย? โอกาสดีขนาดนั้นทำไมไม่อยู่ต่อ”

“ก็มันเขิน!” แบมแบมก้มหน้ามองนิ้วมือตัวเองที่วางบนตัก “มึงไม่รู้หรอก มันเขินจนไม่รู้จะเอามือวางตรงไหน เหมือนหายใจไม่ออกด้วย” แล้วสุดท้ายก็นอนราบไปกับพื้นโต๊ะ

“เย็นนี้ไปเรียนป่ะสเกตเนี่ย?” ยองแจเอ่ยถาม “วันนี้ไปคนเดียวเลยนะ ไปคุยกับเขาจะได้แก้โรคใบ้แดกของมึงเนี่ย โรคนี้ไม่หายมึงอย่าหวังว่าเขาจะสนใจมึงเลยแบม”

“วันนี้เขาไม่ว่าง” แบมแบมเงยหน้ามาบอกแล้วยิ้มบางๆ “เขาไลน์มาบอกกูแหละ เมื่อเช้า”

“ไม่ได้เรียนแล้วทำหน้าดีใจนี่หมายความว่าไง” ยูคยอมหันมาถาม แบมแบมเบิกตาก่อนจะจิ้มนิ้วลงบนมือถือ

“เขาไลน์มาหากูครั้งแรก ยูคยอม...ครั้งแรกที่พี่มัชฉะไลน์หาน้องแบมแบม”

เพื่อนถอนหายใจพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย หมุนเก้าอี้เลิกสนใจแบมแบมแล้วหันหลังให้เขาทันที แบมแบมได้แต่เม้มปากแล้วมองไปยังสนามบาสเกตบอล ไม่มีใครเข้าใจคนแอบชอบที่มือไม้สั่นเหมือนเจ้าเข้าทรงอย่างเขาหรอก แล้วก็ไม่มีใครเข้าใจด้วยว่าตอนยืนต่อหน้ามาร์คมันยากขนาดไหน

ก็เป็นคนที่แอบชอบมาโดยตลอดนี่!

 

 

 

 แบมแบมฮัมเพลงในลำคอ วันนี้ไม่มีเรียนสเกตบอร์ด แต่ว่าตั้งแต่ได้สเกตบอร์ดมาเขาก็พยายามจะฝึกอย่างที่มาร์คสอนด้วยตัวเองอยู่ที่บ้านนะ แม่บ่นเขาอยู่เป็นชั่วโมงเพราะกลัวจะเจ็บตัว แต่คงเห็นว่าห้ามไม่ได้แล้วเลยกลายมานั่งดูเขาเล่นและให้กำลังใจแทน

วันนี้จินยองบอกให้แบมแบมเดินไปหาแถวสโมคณะ เห็นบอกแบมแบมในไลน์ว่ารอเอาเอกสารที่ร้านถ่ายเอกสารใต้ตึก เขาเดินย่ำเท้าไปตามฟุตบาทและก้มหน้ามองโทรศัพท์ไปด้วย แบมแบมไล่กดไลค์รูปของคนที่แท็กมาในอินสตราแกรม เขาเข้าเช็คเฟสบุ๊คกดแชร์ข่าวไป 2-3 ข่าวแล้วก็ออกมาเพราะไม่ค่อยเล่นเฟสบุ๊คเท่าไหร่ รูปที่มีคนแท็กมาส่วนใหญ่ก็เป็นจินยอง ไม่ก็ยูคยอมกับยองแจ แบมแบมเม้มปากแล้วกดเข้าทวิตเตอร์ เขากลั้นหายใจตอนเลื่อนนิ้วในแถบ Notifications ก่อนจะชะลอปลายนิ้วตอนเห็นข้อความที่มาร์คเมนชั่นมาหาตั้งแต่วันเสาร์

เขาอยากจะกดไลค์อยู่หรอกแต่อีกคนก็จะรู้ตัวใช่ไหมล่ะ แบมแบมเลยทำได้แค่แคปเจอร์หน้าจอแล้วทำอัลบั้มพิเศษในโทรศัพท์เพื่อเก็บภาพเหล่านี้โดยเฉพาะขึ้นมา

พิเศษดีใช่ไหมล่ะ?

เด็กหนุ่มเม้มปากอมยิ้ม ปลายนิ้วเลื่อนออกจากแอพพลิเคชั่นนกสีฟ้า กำลังจะกดเข้าไลน์เพื่อบอกจินยองว่าใกล้จะถึงแล้ว จู่ๆ ก็มีรองเท้าผ้าใบ 3 คู่มาหยุดตรงหน้า ตกใจจนรีบเงยหน้าขึ้นแล้วก็แทบช็อกเกือบทำมือถือร่วง

“ไงแบมแบม” แจ็คสันเป็นคนเอ่ยทัก แบมแบมถอยห่างไป 2-3 ก้าวเล็กๆ ภาพตรงหน้าคือมาร์ค แจบอมและแจ็คสันยืนเป็นแผงกั้นเขาไม่ให้เดินต่อ

“จะไปไหนเหรอ?” แจบอมถามพลางยิ้มอ่อนๆ แบมแบมชี้นิ้วเลยไหล่อีกคนก่อนจะพึมพำว่า

“นัดกับพี่จินยองไว้ที่สโมคณะครับ เดี๋ยวจะกลับบ้านกัน” แบมแบมกลืนน้ำลายลงคอแล้วมองคนที่ยืนอยู่ริมด้านขวานั่นคือมาร์ค

“เป็นครั้งแรกที่เจอกันไม่ใช่แถวสนามบาสเลยเนอะ” อีกคนทัก แบมแบมเลยพยักหน้าหงึก

“อ้าว...อ๋อ...วันนี้มาร์คไม่ได้ไปสอนเพราะมีนัดทานมื้อเย็นกับพวกพี่เองแหละ ไปด้วยกันไหมแบมแบม ชวนจินยองไปด้วยก็ได้” แจ็คสันพยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินเข้ามาใกล้ทำท่าจะลากแบมแบมไปด้วย เด็กหนุ่มถอยกรูด ขณะที่มาร์คยื่นแขนมาดึงเพื่อนให้ถอยกลับ

“คือพี่จินยองบอกว่าอยากรีบกลับบ้านน่ะครับ คงไปด้วยไม่ได้” แบมแบมบอกเสียงอ่อน “เอาไว้คราวหลัง...ก็ได้ครับ...”

“อื้อ งั้นไว้เจอกันนะแบมแบม เดี๋ยวพี่ไลน์ไปบอก มึงมานี่แจ็คสัน”

มาร์คดึงเพื่อนให้เดินตามมาอีกทาง แบมแบมเอี้ยวตัวมองตามแผ่นหลังของเหล่ารุ่นพี่ทั้งสามคน เขาเม้มปากก่อนจะเดินต่อไปทางคณะของจินยอง

พอเจอหน้าพี่ชายข้างบ้านก็เลยพึมพำเล่าให้ฟังว่าเจอใครระหว่างทาง จินยองหรี่ตามองแล้วอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร พอรับเอกสารอะไรเสร็จก็กอดคอพาแบมแบมเดินออกมา สายตาของเหล่าสาวๆ มองมาเป็นประกายเชียว แบมแบมพยายามไม่ใส่ใจเพราะเริ่มชิน

“งั้นเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า” จินยองเอ่ยขึ้น แบมแบมมองหน้าคนที่เดินมาด้วยกันก่อนจะถอนหายใจ

“แล้วไหนพี่จินยองบอกจะรีบกลับบ้าน”

“ถ้าพี่บอกไม่รีบจะไปกินข้าวกับพี่มัชฉะเหรอ?” จินยองยื่นหน้ามาใกล้แล้วเอ่ยถาม แบมแบมเม้มปากก่อนส่ายหน้ารัว พี่ชายข้างบ้านหัวเราะเขาแล้วสุดท้ายก็เอาแต่ใจลากแบมแบมไปทานมื้อเย็นด้วยกันอยู่ดี

ร้านอาหารที่จินยองพามาอยู่แถวบ้าน แบมแบมโทรไปบอกแม่แล้วเราถึงได้เข้าร้านกัน พวกเราสนิทกับเจ้าของร้านดีเพราะวันหยุดถ้าไม่รู้จะทานอะไรแม่ก็ไล่แบมแบมมาซื้อไก่ทอดร้านนี้ไปกิน หรือบางครั้งจินยองก็จะลากแบมแบมให้มาทานที่นี่ด้วยกัน

“เอาแบบเดิมครับ” จินยองยิ้มสั่ง ซี้ขนาดไหนก็ดูจากการไม่ต้องพูดชื่อเมนูแต่เจ้าของร้านรู้ก็แล้วกัน

ระหว่างที่นั่งรอแบมแบมก็เริ่มหยิบตะเกียบมาคีบหัวไชเท้าดองเข้าปากเพราะหิว จินยองหัวเราะตอนเห็นแบมแบมเทไชเท้าดองใส่จานแล้วคีบกินจริงจัง

“ผมหิวนี่” แบมแบมบ่นพลางเคี้ยว จินยองหยิบมือถือขึ้นมาจ่อ ก่อนจะสั่งน้องชายข้างบ้าน

“ยิ้มสิ”

แบมแบมยิ้มเห็นฟันเรียงขาวสะอาด มือยกตะเกียบขึ้นมากาง มืออีกข้างถือช้อนเอาไว้ด้วย พอกดถ่ายรูปเสร็จจินยองก็หัวเราะแล้วยื่นให้แบมแบมดู ก่อนจะพึมพำว่า

“พี่อัพลงนะ”

“อื้อ”

แบมแบมพยักหน้า ก่อนจะหันไปห่อปากตาโตเพราะไก่ทอดมาเสิร์ฟ จากนั้นแบมแบมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาสนใจกับการใช้ตะเกียบคีบไก่ใส่จาน จากนั้นก็ใส่ถุงมือแล้วหยิบน่องไก่มาทาน จินยองวางโทรศัพท์แล้วหันมาสนใจของกินด้วย เราเงียบเพราะต้องก้มหน้าก้มตาทานอาหารกัน

ไก่จานแรกหมดไปจินยองก็ถอดถุงมือออกข้างหนึ่งแล้วหยิบโทรศัพท์มาเล่น เรียวคิ้วนั่นค่อยๆ ขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนจะอมยิ้ม ปลายนิ้วไล่อ่านอะไรบางอย่าง แบมแบมมองหน้าพี่ชายข้างบ้านแต่เขาสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่า

“แบมแบม” จินยองเอ่ยเรียกชื่อ วางมือถือลงบนโต๊ะแล้วหมุนให้หันไปทางแบมแบม “ลองอ่านดิ่”

แบมแบมขมวดคิ้ว ขณะที่ดึงถุงมือข้างหนึ่งออกเขาก็เห็นว่ามันคือภาพของเขาที่ถูกจินยองอัพลงเฟสบุ๊คตัวเอง มีคนกดไลค์จำนวนเยอะพอสมควร แบมแบมวางถุงมือแล้วกดไล่อ่านมาเรื่อยๆ จนเจอคอมเม้นต์เหล่านั้น

‘jacksonwang น้องมึงบอกพวกกูว่าพี่จินยองรีบกลับบ้านนะ มึงดูๆๆ defjeffb’

‘defjeffb กูว่ามึงนี่ล่ะตัวพาแบมแบมเถลไถล

‘jacksonwang คราวหน้าพาไปร้านนี้ด้วยดิ่ ไก่น่ากินว่ะ

แบมแบมอ่านจบก็เลื่อนกลับคืนไปให้ คว้าแก้วโคล่ามาดื่มแล้วหันไปมองหน้าจินยองที่เก็บมือถือใส่กระเป๋า พอพี่ชายข้างบ้านหันมาสบตาเลยพึมพำขึ้นว่า

“พี่มัชฉะ...เขาจะเข้าใจผิดว่าผมไม่อยากไปกับเขาแต่มากับพี่จินยองแทนรึเปล่า?”

“โอ๊ยคิดมาก เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้”

“โธ่...” แบมแบมบ่นอุบ จินยองช่วยแบมแบมได้เยอะเลยเรื่องไม่ให้เขาคิดไปเองและคิดไปไกล

“นี่ให้อ่านที่ไอ้พวกนั้นบ่นเฉยๆ กวนตีน...”

เราไม่ได้พูดอะไรกันออกมาถึงเรื่องคอมเม้นต์อีก แบมแบมพยายามไม่คิดอะไร มาร์คเองก็คงไม่ได้คิดอะไรหรอกเพราะไม่งั้นก็คงคอมเม้นต์แล้วใช่ไหมล่ะ พอคิดแบบนี้แล้วก็เจ็บและสบายใจไปพร้อมๆ กันแทน

 

 

 

แบมแบมถือสเกตบอร์ดมาโรงเรียนด้วย เขาโดนยูคยอมและยองแจแซวตั้งแต่เช้า ถึงจะเขินตอนแบกสเกตบอร์ดสีสดนั่นมาโรงเรียนแต่แบมแบมก็เอาแต่นึกถึงตอนเย็นเข้าไว้ เขาอยากให้เวลาหมุนไปถึงตอนเย็นเร็วๆ เพราะจะได้เจอมาร์คสักที

พอออดเลิกเรียนตอนเย็นดังขึ้น แบมแบมก็โบกมือลายองแจกับยูคยอม เพื่อนสองคนตกลงกันว่าจะปล่อยให้แบมแบมไปเผชิญหน้ากับพี่มัชฉะคนเดียว ตอนแรกเขาอิดออดแต่ยองแจไม่ยอมให้ยูคยอมใจอ่อน สุดท้ายเพื่อนก็ลากเพื่อนนักบาสไปอีกทาง ปล่อยแบมแบมยืนถือสเกตบอร์ดอยู่หน้าอาคารเรียน

แบมแบมไลน์ไปบอกจินยองว่าเลิกเรียนแล้ว อีกคนส่งกลับมาแค่ว่าให้ตั้งใจทำให้ดีเสร็จตอนไหนค่อยบอก ที่จริงแบมแบมเลื่อนนิ้วไปจ่อตรงชื่อมาร์คจะไลน์ไปบอกอีกคนว่าเขากำลังไป สุดท้ายก็ถอนหายใจเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเพราะไม่กล้า

มาร์ครอแบมแบมอยู่ก่อน...

มันเหมือนภาพวันนั้นแต่วันนี้แบมแบมเดินมาคนเดียว มาร์คนั่งบนกระดานบอร์ด กางขาเล่นมือถือแล้วก็เงยหน้าตอนเห็นเงาของแบมแบม

“สวัสดีครับพี่มาร์ค”

“หวัดดี” อีกคนตอบแล้วยิ้มบางๆ ลุกขึ้นยืน มาร์คเดินไปเก็บโทรศัพท์ ขณะที่แบมแบมเอากระเป๋าไปวางไว้ข้างๆ กระเป๋ามาร์ค

“ไปซ้อมมารึเปล่า?” มาร์คถาม เงยหน้ามองเด็กหนุ่มแล้วยื่นมือไปขอสเกตในมือแบมแบม

“ครับ ก็ที่สอนผมไปซ้อมมา”

“งั้นเล่นให้ดูก่อน แล้วจะสอนท่าใหม่”

แบมแบมเริ่มต้นแบบที่มาร์คสอน มันก็แค่การยืนด้วยขาข้างหนึ่งบนบอร์ด ส่วนขาอีกข้างที่ไม่ใช่ข้างที่ถนัดก็ดันพื้นเพื่อให้บอร์ดแล่นไปข้างหน้า แบมแบมยังไปได้แค่ทางตรง ตอนจะเลี้ยวเขายังทำได้ไม่ดีนักแต่เห็นมาร์คยิ้มบางๆ ก็จะคิดว่าตัวเองทำได้ดีก็แล้วกัน

“ทีนี้เป็นท่าพื้นฐาน เขาเรียกว่าท่าออลลี่ พี่จะทำให้ดูก่อน”

มาร์คไม่ได้เอาสเกตบอร์ดมาด้วยเลยยื่นมือมาขอ แบมแบมยื่นมันให้อย่างว่าง่าย เดินถอยหลังแล้วมองคนที่เล่นเก่งอยู่กับที่ มาร์คเล่นได้คล่องแคล่วจริงๆ นั่นล่ะ แต่ท่าพื้นฐานที่อีกฝ่ายบอกว่าชื่อท่าออลลี่สำหรับแบมแบมแล้วมันไม่ได้ดูเล่นง่ายเลย

มาร์คเริ่มจากการไถสเกตบอร์ดเบาๆ จากนั้นใช้ขาข้างที่ออกแรงดันกับพื้นยกขึ้นมากระแทกน้ำหนักลงบนส่วนปลายของกระดาน ด้านหน้าของบอร์ดกระดกขึ้น เท้าอีกข้างประคองอยู่บนบอร์ดระหว่างที่มันเชิดหัว ระหว่างนั้นสเกตบอร์ดยังพุ่งไปข้างหน้า มาร์คลอยขึ้นจากพื้นไปพร้อมกับบอร์ดก่อนจะกระแทกลงพื้นทั้งคนทั้งกระดาน

“ว้าว” แบมแบมเผลอยกมือขึ้นปรบมือให้ อ้าปากเหวอจนมาร์คหันมามองนั่นล่ะถึงได้รู้ตัว

“นี่คือพื้นฐานจริงๆ เหรอครับ?” แบมแบมถาม เขาว่าตัวเองต้องล้มตั้งแต่ครั้งแรกแน่ๆ มาร์คพยักหน้าแล้วยื่นบอร์ดให้

“ใช่ มันเอาไว้กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง แต่แบมแบมเริ่มจากหัดท่าก่อน”

มาร์คเดินไปทางกระเป๋า รูดซิปแล้วรื้อหาอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะหยิบสนับเข่าและสนับศอกอย่างละคู่ออกมา แบมแบมอ้าปากเหวอ อีกคนแกะแล้วมายืนตรงหน้า

“ยื่นแขนมาสิ”

“เอ่อคือ...มีของแบบนี้ด้วยเหรอครับ”

“อืม...” มาร์คตอบจะใส่สนับศอกให้แบมแบม “ต้องมีไว้เพราะน้องชายก็เล่น แล้วก็เจ็บตัวจนต้องมีติดบ้าน ไม่งั้นคงได้แผลทั้งตัว”

“อ๋อ...” แบมแบมพยักหน้ารับ มาร์คใส่สนับแขนให้แบมแบมทั้งสองข้างแล้วก็ย่อตัวลงไปนั่งยองๆ

“เดี๋ยวผมใส่...”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวใส่ให้” มาร์คใส่สนับเข่าให้แบมแบมทั้งสองข้างอีกต่างหาก เด็กหนุ่มก้มมองกลุ่มผมสีน้ำตาลที่นั่งยองๆ ตรงหน้า แบมแบมเม้มปากก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะมาร์คลุกขึ้นยืน

“เอาล่ะ...เรียบร้อย ทีนี้ล้มก็ไม่เจ็บหนัก แต่ว่าไม่ล้มจะดีกว่า ไม่ต้องกลัว” มาร์คบอก แล้วเดินออกไปยืนตรงถนนเล็กๆ นั่น

“พี่ไม่ให้แบมแบมล้มหรอก มาลองเถอะ”

เพราะคำพูดนั้นแหละ แบมแบมถึงได้สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเดินออกมายืนตรงถนน การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างทุลักทุเล ถึงมาร์คจะพูดว่าจะไม่ให้แบมแบมล้มก็เถอะ สุดท้ายเขาก็ล้มไปหลายต่อหลายรอบอยู่ดี แต่ก็เพราะว่าได้สนับเข่าและสนับศอกมันเลยไม่เจ็บหนัก มีรอยแผลเล็กๆ ที่ฝ่ามือข้าง แต่แบมแบมไม่ได้คิดว่ามันเจ็บปวดอะไรมากมาย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่หลอดไฟในสนามบาสเริ่มเปิด แบมแบมปาดเหงื่อออกจากหน้าแล้วมองมาร์คที่เดินมาหา

“วันนี้พอได้แล้วล่ะ แบมแบมแค่ต้องฝึกบ่อยๆ”

“ครับ” ตอบเสียงหอบ เด็กหนุ่มก้มลงไปแกะสนับเข่าสองข้างออก พอจะหันมาแกะตรงศอก มาร์คก็เดินเข้ามาช่วยแกะ

“ขอบคุณครับ” แบมแบมอ้อมแอ้มตอบ แล้วมาร์คก็ยื่นสนับให้ทั้ง 2 คู่

“เอาไว้ก่อนสิ ตอนฝึกที่บ้านจะได้ใส่กันล้ม น้องชายไม่ได้ใช้แล้วล่ะ”

“ให้ผม...ยืมไปก่อนเหรอครับ?” แบมแบมถามอีกรอบ มาร์คพยักหน้า เด็กหนุ่มเลยพึมพำขอบคุณก่อนจะโยนมันใส่กระเป๋าเป้

“เรื่องเมื่อวานอ่ะ” มาร์คเอ่ยเสียงต่ำ แบมแบมหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างอีกคน มาร์คยังมองไปที่โรงยิมตอนที่เอ่ยออกมาว่า

“ถ้าพวกไอ้แจ็คสันหรือไอ้แจบอมทำให้อึดอัดก็ขอโทษด้วย ถ้าไม่ชอบ อยากปฏิเสธก็พูดไปตรงๆ เลย ไม่ต้องรักษาน้ำใจหรอก”

“อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นผมไม่เป็นไร” แบมแบมยิ้มบางออกมา มาร์คหันมามอง เลยรีบหลุบตาต่ำแล้วเอ่ยรัวออกมาว่า

“ไม่ได้อึดอัดหรืออะไรหรอกครับ แต่เมื่อวานพี่จินยองบอกว่าจะรีบกลับจริงๆ”

“ไม่ได้อึดอัดที่ชวนไปกินข้าวหรอกเหรอ?” มาร์คถาม หันไปคว้ากระเป๋ามาสะพาย ตอนนั้นแบมแบมหยิบมือถือเตรียมจะไลน์ไปหาจินยองแล้วพยักหน้า

“ครับ ไม่ได้อึดอัด”

“งั้น...” มาร์คเดินมาหยุดตรงหน้า มองแบมแบมอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยออกมา “ไปกินข้าวเย็นกัน”

“หา...เอ่อ...อะไรนะครับ?” แบมแบมเหมือนหาต้นเสียงตัวเองไม่เจอ

“ไปกินข้าวกัน ก็มาอึดอัดนี่...ใช่ไหม?” มาร์คถามแล้วหันมามองเหมือนรอคำตอบ

แบมแบมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ มันวูบวาบเหมือนจะเป็นลม ยูคยอมบอกว่าโอกาสมันไม่ได้มีมาบ่อยๆ แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่โอกาสมันอยู่ตรงหน้า แบมแบมเงยหน้ามองมาร์คแล้วกำโทรศัพท์แน่นพลางพึมพำว่า

“ผมไม่ได้บอกพี่จินยองไว้ครับ พี่เขา...รอ...”

“เดี๋ยวคุยให้ เอาโทรศัพท์มาสิ เดี๋ยวไปส่งก็ได้”

“อะไรนะครับ” แบมแบมเอ่ยถาม แต่พอมาร์คยื่นมือมาก็กดเบอร์จินยองให้ มาร์ครับไปกดปุ่มโทรออกแล้วมองหน้าแบมแบมก่อนจะพึมพำเสียงเบาหวิวว่า

“วันนี้พี่เอารถมา เดี๋ยวไปส่ง เออ...จินยอง นี่กูนะ มาร์ค”

แบมแบมยืนนิ่งรอมาร์คคุยกับพี่ชายข้างบ้าน ฟังจากเสียงของครูสอนสเกตบอร์ดแล้วแบมแบมก็รู้เลยว่าจินยองน่าจะตกลงให้มาร์คไปส่งแบมแบม ยิ่งเห็นตอนมาร์คหันหน้ามายิ้มกว้างตอนคืนโทรศัพท์ให้เขาก็รู้

“ไปกัน...รถจอดทางนู้น แต่ขอแวะร้านน้ำก่อนนะ”

ซุ้มขายน้ำที่มหาลัยยังไม่ปิดอย่างที่มาร์คบอก แม้ตอนนี้จะหกโมงเย็นแล้วก็ตาม อีกคนไปยืนหน้าซุ้มแล้วสั่งชาเขียวปั่น ก่อนจะหันมาถามแบมแบม

“เอาไรอ่ะ พี่เลี้ยง”

“นมเย็นแก้วหนึ่งครับ” แบมแบมหันไปสั่งเอง

เราถือแก้วนมเย็นกับชาเขียวกันแล้วเดินไปถึงรถมาร์คที่จอดไว้ แบมแบมซึ่งเหงื่อโซมตัวถึงกับยืนนิ่งไม่กล้าขึ้น มาร์คต้องตบเบาะแล้วเรียกให้มานั่งถึงได้ยอมก้าวขึ้นมา เป้ของมาร์คกับแบมแบมวางอยู่เบาะหลัง อีกคนติดเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์ให้รู้สึกเย็น มาร์คหันมายิ้มแล้วดึงแก้วในมือแบมแบมไปวางไว้ตรงที่วางแก้วข้างแก้วชาเขียวของตัวเอง

“คิดซะว่าพี่ก็เหมือนพี่ชายแบบจินยอง ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้”

“ผมไม่ได้เกร็งสักหน่อย”

มาร์คไม่ได้พูดอะไรแค่ทำยักไหล่ตอนแบมแบมเอ่ยปฏิเสธ พอแบมแบมคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยรถก็แล่นออกจากเขตมหาลัย เด็กหนุ่มเหลือบมามองแก้วที่บรรจุของเหลวสีเขียวและชมพูที่วางอยู่ข้างกัน ก็เหมือนเขากับมาร์คตอนนี้ที่นั่งอยู่ข้างกันบนรถนี่ด้วย

เป็นพี่มัชฉะกับน้องนมเย็น

แบมแบมนึกถึงประโยคก่อนหน้าที่อีกฝ่ายบอกให้เขาคิดว่าตัวเองเหมือนจินยอง แบมแบมเม้มปากแล้วเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีทางที่แบมแบมจะคิดว่ามาร์คเป็นเหมือนจินยองได้หรอก ในสายตาแบมแบมแล้วมาร์คคือคนที่เขาชอบ คือคนที่อยากให้มาเป็นแฟน

จะมองแบบคนอื่นได้ไง...ในเมื่อเป็นคนพิเศษขนาดนี้...











//ปิดหน้าร้องไห้ ขอโทษค่ะ ตอนนี้มือลั่นแล้วพิมพ์เพลินปาไป 13 หน้าเลย T_____T
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์จากตอนที่แล้ว กับคนที่ช่วยติดแท็กนะคะ เราอ่านแล้วมีความสุขที่เห็นทุกคนสนุกกับฟิค
แม้ความละมุนระหว่างพีี่จินยองกับน้องนมเย็นมันจะชวนให้จิ้นแต่เขาเป็นแค่โบรแมนซ์นะคะ 55555
อันที่จริงฟิคเรื่องนี้แต่งความสัมพันธ์ของเนียร์แบมสนองนี้ดตัวเองมาก Orz''

ขบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะ ชื่นชอบคอมเม้นต์หรือติดแท็ก #มาร์คแบมโซเชียล ได้เลย
ปล. เราเปิดฟิคใหม่นะคะ เผื่อยังไม่มีใครรู้แต่ไม่อัพบ่อยเท่าเรื่องนี้
ปล2. เปิดจองฟิค WHEN อยู่จนถึงสิ้นเดือนเมษาเลยนะ >>>
คลิกตรงนี้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,322 ความคิดเห็น

  1. #2318 ssitaaaaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 20:01
    พี่มัชฉะก็ทำให้น้องคิดเข้าข้างตัวเองไง๊
    #2,318
    0
  2. #2308 zawanpuploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:36
    ♥️♥️♥️♥️
    #2,308
    0
  3. #2284 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:35
    พี่เอ้ยยยยย
    #2,284
    0
  4. #2272 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 14:40
    ชัดเลยๆพี่มัชฉะเนียนแล้ววว งื้ออ
    #2,272
    0
  5. #2262 R_Jummar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:32

    ตัวจะแตก
    #2,262
    0
  6. #2248 NJChokdee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:54
    อิพี่มาร์คมันเต๊าะน้องรึป่าวว่ะ ทำไมเหมือนเนียนๆ ใกล้คนที่ชอบ????
    #2,248
    0
  7. #2231 ฺBeau (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:30
    พี่มาร์คคคค คิดอะไรกับน้องจริงๆใช่ป่ะเนี่ยยยย เราเป็นพี่เราต้องเป็นฝ่ายรุกน้องก่อนน้าาาา
    #2,231
    0
  8. #2226 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 06:50
    เเบมเเบม~~~~
    #2,226
    0
  9. #2214 nupororo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 20:47
    งื้อออออ น่ารักมากอ่าาา โคตรเขิลลลล นี่ยิ้มแก้มจะแตก5555 เป็นความสัมพันธ์ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาจิงๆ น่ารักมากๆค่ะ
    #2,214
    0
  10. #2211 ~BMN~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:08

    นี่คิดไปเองหรือเปล่าว่าพี่มัชฉะดูจะรุกน้องนมเย็นผิดปกตินะ

    แล้วจะคิดไปเองหรือเปล่าว่าจินยองอาจจะมีความลับอะไรกับมาร์คเรื่องแบม แบบว่าจินยองอาจจะบอกให้มาร์ครู้แล้วก็ได้ว่าแบมแอบชอบมานานแล้ว

    #2,211
    0
  11. #2201 Bporsche_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 05:18
    มาร์ครุกหนักมากกกก
    #2,201
    0
  12. #2184 ChayapornSs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:02
    ฮื่ออออ เขินแทน พี่มัชฉะกับน้องนมเย็น
    #2,184
    0
  13. #2169 Orathaiks (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 23:11
    พี่มัชฉะกับน้องนมเย็น~
    #2,169
    0
  14. #2167 Aujacharee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 09:04
    ฮือออ เขินนนมากกก
    #2,167
    0
  15. #2164 giri choco (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 15:16
    #พี่มัชฉะกับน้องนมเย็น
    #2,164
    0
  16. #2149 mbbjsk_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    ฮื่อออออออออออออออออ ใกล้ตายแล้วจ้า ใจจะขาดแล้วเอยยยยยยยยย
    #2,149
    0
  17. #2141 Aely (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 00:18
    สองคนนี้จะใจตรงกันปะเนี่ย ลุ้นๆ ทำอะไรให้น่าเขินอยู่เรื่อยเลย
    #2,141
    0
  18. #2127 Gade_MB98 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 23:27
    พี่มัชฉะ น้องนมเย็น เขินๆ
    #2,127
    0
  19. #2116 `MESJ' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:53
    พี่ชาเขียวนี่เดาใจไม่ออกเลยแหะ
    #2,116
    0
  20. #2102 ojay2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 09:51
    สนใจน้องใช่มั้ยละ
    #2,102
    0
  21. #2086 Numfon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 14:27
    หลงรักพี่มัชฉะ กะ น้องนมเย็น ^^
    #2,086
    0
  22. #2058 AhgaseBlood (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 11:43
    มาร์คบอกมาสิว่าพี่ก็สนใจแบมอยู่อะ ><
    #2,058
    0
  23. #2037 ____wpd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    มาร์คเหมือนจะคิดแค่น้องชายอ่ะะ
    #2,037
    0
  24. #2032 Saisande7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 09:04
    เขินแทนแบทแบมเบยยย
    #2,032
    0
  25. #2021 Kaka1m (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 02:59
    ในที่สุดก็เริ่มเข้าใกล้กันทีละนิดๆ ดีที่จินยองช่วยเบรกความคิดแบมนะ เพราะแบมต้องเกร็ง ตอนเขินน่ารักมาก 5555 โดนลากง่ายด้วย ถ้าคิดมากเดี๋ยวกว่าจะทำอะไรก็มีแต่เกร็งๆๆพอดี555 >\\\\<
    #2,021
    0