ตอนที่ 65 : เฮ้กเจียว โป๊ะเตา (Hao Zhao) - ผู้ใช้ 3,000 ต้านทานขงเบ้ง 100,000

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ธ.ค. 58


 
เฮ็กเจียว โป๊ะเตา (เฮ่าเตา)  
“ผู้ใช้ 3,000 ต้านทานขงเบ้ง 100,000”

 
จากจดหมายเหตุชีวประวัติเฮ็กเจียว โดยเฉินโซ่ว
(Biography of Hao Zhao)


 
            เฮ็กเจียว หรือ เฮ่าเจา (Hao Zhao) ชื่อรอง โป๊ะเตา (Bodao) ปีเกิดไม่แน่ชัด เป็นชาวเมืองไท่หยวน เดิมทีเฉินโซ่วไม่ได้บันทึกชีวประวัติของเฮ็กเจียวไว้เป็นบทใดบทหนึ่งโดยตรง แต่บันทึกอยู่ในส่วนหนึ่งของพระราชประวัติพระเจ้าวุยหมิงตี้ หรือ โจยอย
เรื่องของเฮ็กเจียวจะมุ่งเน้นไปที่ผลงานการทำศึกปะทะขงเบ้งที่เมืองเฉิงชางเป็นสำคัญ ซึ่งทำให้เฮ็กเจียวได้รับการยกย่องจากประวัติศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในวีรบุรุษคนสำคัญของวุยก๊ก

            พื้นเพของเฮ็กเจียวนั้นมีบันทึกว่า เมื่อวัยหนุ่มเขาได้เข้าร่วมในกองทัพวุยก๊ก และได้รับตำแหน่งเป็นผู้คุมกองกำลังในตำแหน่ง “ปู้ฉวีตู้” แสดงความสามารถทางการทหารไว้มาก ต่อมาจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นนายพลเบ็ดเตล็ด “จาเฮ่าเจียงจวิน” ประจำการอยู่ที่เหอซีในแดนประจิมเป็นเวลานานนับสิบปี ระหว่างที่ประจำการในแดนประจิมนั้น เฮ็กเจียวสามารถสร้างสัมพันธ์กับประชาชนและชนเผ่านอกด่านในบริเวณนั้นไว้ได้เป็นอย่างดีมาก

            หลังจากโจยอยขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ของวุยก๊กแล้ว โจจิ๋นแม่ทัพใหญ่ทางแดนประจิมของวุยก๊ก ก็สั่งให้เฮ็กเจียวไปประจำการอยู่ที่เมืองเฉิงชาง เพื่อเตรียมรับศึกจากขงเบ้งแห่งจ๊กก๊กในเวลาต่อมา

            ปีค.ศ.229 ขงเบ้งเคลื่อนทัพใหญ่นับแสนคนบุกขึ้นเหนือเพื่อโจมตีเมืองเฉิงชางที่เฮ็กเจียวดูแลอยู่ ขงเบ้งสั่งทัพใหญ่เข้าปิดล้อมเมืองเฉิงชางไว้ แล้วส่งเกงเฮียงซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับเฮ็กเจียวให้ไปขอเจรจาเกลี้ยกล่อมที่หน้ากำแพงเมือง เพื่อให้เฮ็กเจียวยินยอมสวามิภักดิ์

            เฮ็กเจียวยืนอยู่บนกำแพงเมือง ตะโกนตอบกลับว่า “กฎของบ้านเมืองนั้นท่านพี่ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ตัวข้านั้นได้รับความกรุณาจากราชวงศ์วุยให้ทำหน้าที่นี้ปกป้องเมืองนี้ไว้ ข้ายอมสละชีพที่นี่ ท่านไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใดอีก ขอฝากท่านกลับไปขอบคุณจูกัดเหลียง แล้วบอกให้เขาเร่งนำทัพมาตีเมืองโดยเร็ว เพราะข้าไม่กลัวเขาหรอก”

            เกงเฮียงจึงกลับไปรายงานขงเบ้ง แต่ขงเบ้งกลับส่งเขาให้มาเกลี้ยกล่อมเฮ็กเจียวอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า กองทัพของเฮ็กเจียวมีจำนวนเป็นรองอย่างมหาศาล แล้วเหตุใดจะต้องยอมสละชีวิตอย่างไร้ค่าที่นี่ด้วย

             เฮ็กเจียวจึงชักเกาทัณฑ์ขึ้นเล็งใส่ ตอบโต้กลับว่า “สหายเอ๋ย คำของข้ายังคงเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ ข้ารู้ว่าท่านมีความปรารถนาดี แต่ลูกเกาทัณฑ์ของข้ามิได้เป็นเช่นนั้น” ดังนั้นเกงเฮียงจึงต้องยอมกลับไป

            เมื่อขงเบ้งทราบเรื่องก็โกรธจัดแล้วเรียกชาวบ้านแถบนั้นมาสอบถาม ได้ความว่าทหารในเมืองเฉิงชางมีประมาณสามพันคนเท่านั้น ฝ่ายขงเบ้งนั้นเคลื่อนทัพมาครั้งนี้มีทหารจำนวนนับแสนคน แม้ว่าเฮ็กเจียวจะส่งข่าวไปขอทัพหนุนให้เดินทางมาช่วย แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะมาถึงได้ทัน อีกทั้งเมืองเฉิงชางเป็นเมืองเล็ก ย่อมไม่อาจต้านทานได้แน่

            ดังนั้น ขงเบ้งจึงสั่งทหารให้เข้าตีเมือง โดยใช้บันไดเหินฟ้า (อวิ๋นถี) ร่วมกับหอคอยเคลื่อน (ฉงเฉอ) เข้าระดมบุกตีเมืองอย่างหนักตลอดวัน

             ฝ่ายเฮ็กเจียวเฝ้าอยู่บนกำแพงเมือง จึงวางแผนตอบโต้กลับ เขาสั่งระดมยิงเกาทัณฑ์เพลิงเข้าใส่บันไดเหินฟ้า เมื่อไฟติดที่บันได ก็ทำให้ทหารที่กำลังปีนขึ้นบันไดโดนไฟคลอก ตกลงมาล้มตายกันเป็นอันมาก จากนั้นเฮ็กเจียวก็สั่งการให้ทหารนำก้อนหินมาเจาะรูแล้วใช้เชือกร้อยเพื่อให้เหวี่ยงออกไปชนรถหอคอยเคลื่อนจนพังลงได้

            ขงเบ้งเปลี่ยนกลยุทธ์ ให้ทหารเอาดินมาถมคูเมือง แล้วสั่งให้ทหารแอบขุดอุโมงค์เพื่อลอบเข้าตีเมืองในยามวิกาล เฮ็กเจียวจึงแก้ทางโดยให้ทหารขุดคูจากข้างในเมืองเพื่อสกัดทัพของขงเบ้งไว้อีกที

            ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกใช้กลยุทธ์สลับกันไปมาอยู่เช่นนี้ติดต่อกันราว 20 วัน แม้จะมีกำลังพลเพียง 3,000 คน แต่เฮ็กเจียวก็ยังสามารถต้านทานการบุกของทัพขงเบ้งที่มีกำลังทหาร 100,000 คนเอาไว้ได้อย่างเข้มแข็ง ขงเบ้งรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก จนกระทั่งได้รับข่าวแจ้งว่าทัพหนุนของวุยก๊กเข้ามาทางตะวันออกแล้ว ขงเบ้งจึงตัดสินใจสั่งถอยทัพทั้งหมดกลับสู่ฮั่นจง

            จากผลงานการทำศึกอันยิ่งใหญ่ของเฮ็กเจียว ที่สามารถใช้กำลังทหารเพียง 3,000 คน ป้องกันเมืองเฉิงชางจาการบุกของขงเบ้งที่มีกำลังทหารนับแสนคนไว้ได้นั้น ทำให้โจยอยแต่งตั้งให้เขาขึ้นเป็นขุนนางชั้นพระยา “เล่ยโหว” ภายหลังเมื่อเฮ็กเจียวได้กลับไปเข้าเฝ้าโจยอย ก็ได้รับประทานรางวัลเป็นอันมาก

            ไม่นานจากนั้น เฮ็กเจียวได้ล้มป่วยหนัก จึงได้สั่งความไว้กับบุตรชายคือเฮ็กไค่ว่า “ในฐานะขุนพล ข้ารู้ในสิ่งที่ควรทำและไม่ควร หากขงเบ้งรู้ว่าข้าป่วยหนักใกล้ตาย ย่อมต้องเคลื่อนทัพมาบุกตีเมืองแน่ ดังนั้นเจ้าจงเตรียมพร้อมรับมือการบุกโจมตีของขงเบ้งไว้ให้ดี เมื่อข้าตายแล้ว จงทำพิธีฝังอย่างเงียบๆ อย่าได้แพร่พรายข่าวออกไปเด็ดขาด จงอย่าแต่งชุดไว้ทุกข์ แต่ให้แต่งตัวเหมือนเช่นปกติ สิ่งใดที่เคยทำก็คงทำอย่างที่เคยเป็นมา เรื่องภายหลังจากนี้ต้องฝากฝังให้เป็นภาระของเจ้าแล้ว”

            ในบรรดาขุนพลทั้งหมดของวุยก๊ก เฮ็กเจียวนับว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างผลงานอันเกรียงไกรจากศึกใหญ่เพียงครั้งเดียว นั่นคือการใช้ทหารเพียง 3,000 คน ยืนหยัดต้านทานการบุกโจมตีเมืองเฉิงชางไว้จากขงเบ้งที่มีกำลังพลนับแสนคนไว้ได้ ความสามารถในกลยุทธ์การทำศึกของเฮ็กเจียวนับว่าน่าสนใจมาก เพราะเขาสามารถวางแผนและแก้ทางกลยุทธ์การบุกโจมตีเมืองของขงเบ้งไว้ได้ติดต่อกันเกือบหนึ่งเดือน แต่ในปีถัดมา หลังจากเฮ็กเจียวล้มป่วยแล้วเสียชีวิตลงแล้ว เมืองเฉิงชางก็ต้องตกเป็นของขงเบ้งในที่สุด

            แต่ในนิยายสามก๊ก หลอก้วนจงเขียนถึงการตายของเฮ็กเจียวไว้แตกต่างไป โดยกล่าวว่าขงเบ้งล่วงรู้ข่าวอาการป่วยของเฮ็กเจียว จึงใช้โอกาสนั้นเคลื่อนทัพบุกในปีถัดมา แต่ทางด้านวุยก๊กเองก็ไม่รอช้า กุยห้วยจึงปรึกษากับเตียวคับ แล้วขอให้เตียวคับนำทหารไปรักษาเมืองแทนที่เฮ็กเจียวที่กำลังนอนป่วยอยู่ แต่ขงเบ้งก็ส่งทหารเร่งเคลื่อนทัพมาวางเพลิงที่กำแพงเมือง ฝ่ายเฮ็กเจียวซึ่งกำลังนอนป่วยอยู่ ทราบข่าวว่าทหารขงเบ้งบุกมาถึงและภายในเมืองกำลังเกิดความวุ่นวาย จึงตกใจมากจนอาการป่วยกำเริบหนักแล้วเสียชีวิตลงทันที
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1,582 ความคิดเห็น