BLACK SUIT (HUNHAN)

ตอนที่ 16 : 15 : AS A MAN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

 
  

 

 

 
 


            
 













15
AS A MAN










            

 Sehun's Part

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

            ผมมองตรงไปที่ด้านบน ในขณะที่ร่างของผมตกลงสู่ด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ผมมองเห็นใบหน้าของลู่หาน ใบหน้าที่ผมจ้องมองมันมาตลอดยี่สิบสามปี

ใบหน้าของคนที่ผมหลงรัก ใบหน้านั้นกำลังเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

... โดยที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

 

 

 

ในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมเคยคิดว่าผมสามารถทำได้ทุกอย่าง เคยคิดว่าไม่มีสิ่งใดที่จะมาพรากสิ่งสำคัญไปจากผมได้ ในตอนนั้นผมช่างโง่เขลา เพราะเมื่อผมได้โตขึ้น ผมก็ได้รู้ว่าทุกสิ่งที่ผมได้คิดมานั้น...มันผิดทั้งหมด

 

โลกของผม...ไม่เคยเหมือนโลกของเด็กคนอื่นๆ    

 

เมื่อผมอายุได้สี่ปี ผมไม่เคยได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียน ไม่เคยมีเพื่อนที่อายุไล่เลี่ยกัน ผมถูกฝึกให้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัว ถูกฝึกให้แข็งแกร่ง เลือดเย็น และเป็นผู้ชนะเพียงเท่านั้น ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันฝึกซ้อมอย่างหนัก ผมก็จะฝึกซ้อมให้มากกว่าพวกเขาสองเท่า เพราะผมจะต้องดีที่สุด เก่งที่สุด และฉลาดที่สุด นั่นคือสิ่งที่พ่อของผมสอนไว้

 

พ่อของผมคือมือขวาของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกมืดของฮ่องกง หรือถ้าจะให้พูดให้ถูกผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมือขวาหัวหน้ามาเฟียพรรคอี้หยาง พรรคที่มีอำนาจมากที่สุด ผู้คนต่างเกรงกลัวและให้ความเคารพ เมื่อใครคิดที่จะขัดขวาง สิ่งที่เราทำกลับไปก็เป็นเพียงแค่การกำจัดพวกเขาออกไปให้พ้นทาง และนั่นคือวิถีของเรามาโดยตลอด

 

ส่วนใครที่คิดทรยศ...โทษของพวกคนเหล่านั้นก็จะหนักยิ่งกว่าความตาย คนเหล่านั้นจะถูกทรมานอย่างแสนสาหัส พวกเขาจะได้รู้ว่านรกบนดินนั้นเป็นอย่างไร

 

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงมีบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าอำนาจ สำคัญยิ่งกว่าการได้เป็นที่หนึ่งในทุกๆ ด้าน มันเป็นสิ่งที่แม่ของผมสอนมาโดยตลอด

 

ซื่อสัตย์ และกตัญญู คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี นั่นคือสิ่งที่แม่ของผมบอกไว้

 

แม่ของผมเป็นคนเกาหลี พ่อได้ช่วยแม่ไว้เมื่อตอนถูกหลอกมาขายที่จีน แม่มักจะเรียกผมว่าเซฮุนเสมอ ท่านมักจะพูดภาษาเกาหลีกับผม ส่วนพ่อ ท่านจะเรียกผมว่าซือชวิน ผมเรียนภาษาเกาหลีจากแม่ และเรียนภาษาจีนจากพ่อ ดังนั้นผมจึงสามารถพูดได้ทั้งสองภาษา

 

ผมไม่ค่อยมีเพื่อนมากเท่าไหร่นัก เด็กในวัยเดียวกับผมมักจะไม่กล้ายุ่งกับผมเพราะผมค่อนข้างเก็บตัว ผมมีรุ่นพี่ที่สนิทอยู่เพียงคนเดียว ผมนับถือเขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ

 

อี้หลง ลูกชายของชงหยวน บุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งเป็นอันดับที่สองในพรรค

 

พวกเราสองคนสนิทกันมาก เรามักจะฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวด้วยกันบ่อยๆ และในทุกครั้ง อี้หลงมักจะเป็นคนที่ชนะผมเสมอ เขามักจะสอนท่าใหม่ๆ และกลยุทธ์ต่างๆ ให้ผม และเมื่อครั้งไหนที่เขาได้ออกไปด้านนอก เขาก็จะกลับมาพร้อมกับเล่าเรื่องราวเจ๋งๆ ให้ผมฟังเสมอ

 

และเมื่อผมนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นเมื่อไหร่ ก็อดที่จะหัวเราะอย่างสมเพชให้กับตัวเองไม่ได้สักที

 

ผมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับวิชาการต่อสู้ที่พัฒนาขึ้นจนเกือบได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในรุ่นเดียวกัน และเมื่อผมอายุได้หกปี หัวหน้าพรรคก็ได้มีลูกชายคนหนึ่ง ลูกชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าจะเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของพรรคอี้หยาง

 

ลู่หาน

 

ผมจ้องมองเด็กทารกที่อยู่ในเปล เขามีหน้าตาที่น่ารัก เด็กทารกคนนั้นเอื้อมมือมาหาผม และนั่นก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า ผมยิ้มบางๆ ให้กับลู่หาน เช่นเดียวกันกับลู่หานที่ดูเหมือนจะมีความสุขเมื่อผมจับมือของเขา

 

วันแรกที่ผมได้จับมือของลู่หาน...นั่นคือสิ่งแรกที่ผมจะไม่มีวันลืม

 

แม่ของผมลูบหัวของผมเบาๆ โน้มตัวลงย่ออยู่ในระดับเดียวกันกับผม ท่านชี้ไปทางลู่หานที่อยู่ในเปลพร้อมกับยิ้มบางๆ

 

นั่นคือคนที่ลูกต้องดูแลและปกป้อง จำคำสอนของแม่ได้ใช่มั้ย?  

 

ผมพยักหน้า ก่อนที่จะหันกลับไปมองเด็กทารกตรงหน้าอีกครั้ง

 

คำสอนของแม่

 

คือสิ่งที่ผมจะจดจำมันตลอดชั่วชีวิต

 

 

 

 

 

ผมจำได้แค่เพียงว่าตอนนั้นเป็นช่วงต้นปีใหม่ ในกลางดึกคืนนั้น เสียงกรีดร้องและเสียงโหวกเหวกปลุกผมขึ้นจากห้วงความฝัน ผมรีบลุกขึ้น ก้าวออกไปด้านนอก มันเต็มไปด้วยความโกลาหล ผู้คนที่ต่างวิ่งหนี รอยเลือดเป็นทางยาวที่พื้น ควันไฟและเปลวเพลิง ผมรีบวิ่งไปยังห้องของห้องของหัวหน้าพรรค หากแต่เมื่อมาถึง แม่ของผมท่านกำลังร้องไห้ แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังคงจับปืนไว้แน่น เช่นเดียวกันกับพ่อของผมและหัวหน้าพรรค

 

แม่ผลักผมไปในตู้เก็บของที่อยู่ด้านข้าง ท่านบอกว่าผมไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ ผมควรที่จะหนีไปจากที่นี่ ผมมองลอดผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างประตูตู้ เห็นแม่ที่จะเดินไปยังอีกฟากของห้องเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง หากทุกการกระทำมันก็หยุดชะงักเมื่อเสียงประตูห้องถูกเปิดอย่างรวดเร็ว

 

เสียงยิงปืนดังขึ้นนับไม่ถ้วน ผมได้ยินเสียงของแม่กรีดร้อง แต่ด้วยช่องเล็กที่มีพื้นที่จำกัด ผมจึงไม่รู้เลยว่าเสียงยิงปืนนั้นมาจากใคร หากในต่อมา ผมก็ได้เห็นเสี้ยวหน้าของคนที่ผมคุ้นเคย ใบหน้าของบุคคลที่ผมนับถือเขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ

 

อี้หลงกำลังถือปืนเล็งไปทางแม่ของผม ในขณะที่แม่ของผมกำลังอ้อนวอนเขา ท่านวางปืนลงกับพื้น ทว่าใบหน้าของอี้หลงกลับนิ่งเฉย หากแต่ผมก็ได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่งนั้นกลับเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจ ลูกกระสุนปืนถูกปล่อยออกจากลำตัวปืนพร้อมกับร่างของแม่ที่ล้มลง ผมกัดปากแน่นจนเลือดซิบ แม่มองทางผมราวกับต้องการที่จะบอกให้ผมหยุดอยู่ตรงนั้น

 

เสียงฝีเท้าที่เริ่มเบาลงทำให้ผมรู้ว่าอี้หลงได้เดินออกไปจากห้องนี้ เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับควันไฟที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผมออกมาจากตู้ เห็นร่างของพ่อและหัวหน้าพรรคนอนไร้ชีวิตอยู่ที่อีกมุมและไฟที่เริ่มลามเข้ามาในห้อง ผมรีบตรงไปยังร่างของแม่ที่นอนอยู่กับพื้น ท่านหายใจอย่างแผ่วเบา ผมจับมือของแม่ไว้ พยายามอ้อนวอนขอปาฏิหาริย์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น

 

แม่ของผมยิ้มให้ผมอย่างเบาบาง และถึงอย่างนั้น ท่านก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สวยที่สุด มือของแม่จับแก้มของผมเบาๆ ในขณะที่น้ำตาของผมหยดลงที่มือของท่าน

 

เซฮุน ลูกต้องหนีไปจากที่นี่ ตรงที่หลังตู้ตรงสุดห้องจะมีทางลับออกอยู่ แม่พูดด้วยเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มขาดห้วง และพาลู่หานหนีไปด้วย เขาอยู่ในตู้ด้านขวา

 

ดูแลลู่หานด้วย ให้สมกับที่พ่อของเขา...ดูแลเรา

 

สิ้นสุดประโยคนั้น ผมไม่ได้ยินเสียงของแม่อีก พร้อมกับน้ำตาของผมหยดลงนับไม่ถ้วน

 

ผมจ้องมองใบหน้าของแม่ พ่อ และหัวหน้าพรรคเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งไปตรงตู้ที่อยู่ด้านขวา อุ้มลู่หานที่ถูกห่ออยู่ในผ้าพร้อมกับผ้าห่มหนึ่งผืนก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังสุดห้อง จ้องมองไปยังตู้หนังสือที่อยู่ตรงหน้า

 

ไฟเริ่มลามเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และมันทำให้ผมเริ่มแสบตา หากผมก็ยังคงไม่รู้วิธีหาทางออก จนกระทั่งในที่สุด ผมหยิบหนังสือออกมานับไม่ถ้วนจากตู้ที่อยู่ตรงหน้า กระชากมันออกมาจนหมด ตู้ถูกเลื่อนเผยให้เห็นถึงทางลับในวินาทีที่ไฟแทบจะแผดเผาทุกอย่าง

 

และสิ่งสุดท้ายที่ผมจะไม่มีวันลืม

 

เราถูกทรยศ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมพาลู่หานหนีมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจุดหมายคือที่ไหน เราแทบจะไม่มีอะไรติดตัวมา ผมหนีออกมาโดยไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ สิ่งที่ติดตัวผมมามีเพียงผ้าห่มบางๆ หนึ่งผืนกับลู่หานที่ยังคงนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของตน

 

วิ่ง วิ่ง และวิ่งคือสิ่งที่ผมตลอดค่ำคืนนั้น จนในที่สุด ท่าเรือคือสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า ผมลอบแอบเข้าไปในโกดังสินค้าของเรือลำหนึ่ง ภาษาที่ถูกเขียนตรงกล่องไม้ซึ่งผมคุ้นเคยดีทำให้ผมรู้ว่าเรือลำนี้กำลังจะไปที่ประเทศไหน จุดหมายปลายทางก็คือประเทศที่แม่ของผมจากมา ประเทศเกาหลี

 

ภายในโกดังทั้งอับและชื้น ผมนั่งพิงลงกับกำแพง หลับตาลง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ปล่อยลู่หานออกจากอ้อมกอด เพราะสิ่งเดียวที่ผมต้องทำตลอดทั้งชีวิตนับจากนี้ คือการปกป้องลู่หาน และผมจะทำมันให้ดีที่สุด

 

ผมไม่แน่ใจนักว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หากแต่เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ด้วยเสียงหวูดเรือ ผมลืมตาขึ้น แสงแดดที่ลอดเข้ามาตามช่องทำให้ผมรู้ว่าในตอนนี้เป็นเวลาช่วงบ่าย และสิ่งต่อมาที่ผมรู้สึกก็คืออากาศที่เริ่มหนาวเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เรือหยุดลงเมื่อเรามาถึงท่าเรือ ผมแอบลอบออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น อากาศด้านนอกหนาวเสียจนผมต้องกัดปากเพื่อเดินต่อ สิ่งที่ผมสวมอยู่เป็นเพียงแค่เสื้อผ้าบางๆ เช่นเดียวกันกับลู่หาน ผิวของเขาเย็นเฉียบ และนั่นก็ทำให้ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเป็นอะไรไป ผมสละผ้าห่มของตนให้กับลู่หาน พันไปรอบๆ ห่อผ้าของเขาก่อนที่จะกอดเขาไว้แนบอก หวังว่าความร้อนในตัวผมจะทำให้เขาอบอุ่นขึ้นได้

 

ทั่วทั้งถนนเต็มไปด้วยหิมะ มันกัดเท้าผมจนแสบเป็นแผลลึก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงก้าวต่อไปข้างหน้า ผมสร้างบ้านด้วยลังไม้เก่าๆ ในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ก่อไฟเพื่อให้ความอบอุ่น และขโมยเพื่อหาอาหารประทังชีวิต

 

แต่ผมรู้ดีว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปได้ตลอด ผมไม่สามารถนำอนาคตของลู่หานมาจมปรักอยู่กับที่แบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ผมยังคงเด็กเกินกว่าที่จะออกไปทำงาน และในวันหนึ่ง วันที่ผมพลาด วันที่ผมเข้าไปขโมยของแล้วพวกเขาจับได้ พวกเขาตามผมมาถึงตรอกเล็กๆ ที่ผมอาศัยอยู่ พวกเขาหยิบไม้และท่อนเหล็ก เตรียมที่จะทำร้ายผม โชคดีที่พวกเขาไม่เห็นลู่หาน และมันก็ไม่ยากนักสำหรับผมที่เรียนศิลปะป้องกันตัวมาตั้งแต่เล็กที่จะเอาชนะพวกเขา

 

พวกชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มออกตามล่าผม ซึ่งมันทำให้ผมไม่สามารถอยู่ที่เดิมได้อีก ผมพาลู่หานหนี พวกเราเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน ลู่หานที่อายุเพียงหนึ่งขวบนั้นดูอ่อนแรงลงจนผมสังเกตได้ เขากำลังป่วย ผิวของเขาซีดและตัวของเขาเย็นเฉียบจนผมหวั่นใจ

 

ผมจึงต้องกลับไปในย่านชุมชนเพื่อขโมยของอีกครั้ง ผมจำเป็นต้องหายามารักษาลู่หาน แต่ในคราวนี้ คนที่ตามผมมากลับเป็นบุคคลที่แตกต่างออกไป พวกเขาใส่สูทดำ เก่งกาจและว่องไวจนผมไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ แม้ว่าผมจะมีศิลปะป้องกันตัว หากแต่พวกเขาก็ยังคงเหนือชั้นกว่ามาก

 

ผมกับลู่หานถูกจับไปในที่ที่หนึ่ง ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวคือสถานที่ที่ผมอยู่หลังจากที่ผ้าปิดตาของผมถูกแก้ออก ผู้หญิงหน้าตาเคร่งเครียดคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามผม ผมรีบหันไปรอบห้องเมื่อพบว่าลู่หานไม่ได้อยู่ตรงนี้ ทว่าคำพูดของผู้หญิงตรงหน้าที่บอกว่าลู่หานกำลังถูกรักษาด้วยแพทย์อยู่อีกห้องก็ทำให้ผมสงบลง

 

คำถามเบสิคอย่างเช่นว่าผมเป็นใครหลุดออกจากปากของเธอ ผมเงียบ ความคิดหลากหลายตีกันในหัว ทรยศ อำนาจ ซื่อสัตย์ และกตัญญู คือสิ่งที่ตีกันไปมาจนยุ่งเหยิง ผมกัดริมฝีปากของตนอย่างชั่งใจ จนในที่สุด...

 

เราถูกทรยศ นั่นคือสิ่งที่ผมตอบกลับไป เราหนีออกมาจากที่นั่น

 

เธอดูชะงักไปอยู่ครู่หนึ่ง มือทั้งสองข้างของเธอประกบกันแล้ววางบนโต๊ะ เธอรอคอยให้ผมพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่ก็ไม่ ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป ในตอนนี้ ผมไม่กล้าไว้ใจใครทั้งนั้น

 

จนในท้ายที่สุด งั้นเธอไปทำแผลแล้วพักผ่อนเถอะ แล้วฉันจะมาหาเธอใหม่เธอเลื่อนมือมาจับเข้ากับที่มือของผม  ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของผม และภายในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอ มันลึกและซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ อะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมสามารถไว้ใจเธอได้ และผมจำเป็นต้องพูดมันออกไป เพราะอนาคตของลู่หานและชีวิตของเขา คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

มาเฟียพรรคอี้หยาง ผมพูดออกไปในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู คนทรยศและลูกชายของเขาฆ่าคนในพรรคของเราทั้งหมด พวกเขาฆ่าหัวหน้าพรรคและพ่อแม่ของผม เหลือเพียงแค่ผมกับหัวหน้าพรรคของเขา ลู่หาน เด็กทารกคนนั้น พวกเราหนีรอดออกมาได้

 

เรย์หันกลับมาหาผม ในตอนนี้ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

ผมรู้ว่าผมกับลู่หานคือตัวอันตราย แต่ได้โปรด ผมขอร้อง ช่วยดูแลลู่หานด้วย เขาคือสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่ผมเดินไปคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาอ้อนวอน ผมไม่นึกสนใจในศักดิ์ศรีของตนอีก ถ้าทั้งหมดนั่นมันแลกกับการที่ลู่หานปลอดภัย คุณจะทำยังไงกับผมก็ได้ แต่ลู่หาน...เขายังเด็ก

 

ผมยังคงจ้องมองไปทางคนตรงหน้า นัยน์ตาของเธอยังจับจ้องมาทางผมราวกับพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง ราวกับเธอต้องการล้วงลึกลงไปในจิตใจและห้วงความคิดของผม และเหมือนเธอจะได้ค้นพบอะไรบางอย่าง เธอจ้องมองผมอยู่นาน จนกระทั่งในที่สุด

 

ลุกขึ้นเถอะสิ้นสุดคำพูดนั้น ผมค่อยๆ ลุกขึ้น ฉันเข้าใจมันดี

 

ผมเงียบ แต่ยังคงตั้งใจฟังคนตรงหน้า

 

ว่าแต่เธอชื่ออะไร?

 

ผมชื่ออู๋ ซือชวิน ส่วนชื่อเกาหลีของผมผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ

 

โอ เซฮุน

 

 

 

 

 

ผมได้รับเข้าฝึกหลังจากในวันนั้น ผมมีที่อยู่ที่สะดวกสบาย มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ มีอาหารดีๆ ให้ทานในแต่ละมื้อ ผมได้รับการศึกษาแบบโฮมสคูล และผมทำมันได้ดี สลับกับการฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว ซึ่งผมก็ทำมันได้ดีเช่นเดียวกัน

 

เรย์ หรือผู้หญิงที่ผมได้เจอกันในวันแรกนั้นบอกกับผมว่าเธอจะให้ลู่หานไปยังสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ผมก็ได้ร้องขอเธอไว้อีกครั้ง การไปอยู่ในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้านั้นมันเสี่ยงมากเกินไป พวกคนทรยศอาจจะตามหาลู่หานและกลับมาฆ่าเขา ผมไม่สามารถปล่อยให้ลู่หานอยู่นอกสายตาได้

 

เรย์จึงยื่นข้อเสนอใหม่ให้ผม เธอบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้น ลู่หานจะต้องอยู่ที่นี่ ต้องเติบโตขึ้นและถูกฝึกแบบผม และผมรู้ว่ามันอันตราย แต่ในตอนนั้น ผมอายุเพียงเจ็ดปี ผมยังคงเด็ก ผมไม่มีตัวเลือกไหนที่ดีไปกว่าข้อเสนอของเรย์อีก

 

ผมตอบตกลงกับข้อเสนอนั้น

 

 

 

 

 

 

 

ผมจ้องมองดูลู่หานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่รู้จักผม ลู่หานถูกฝึกแบบเดียวกันกับผม เขาได้เข้ารับการศึกษาแบบโฮมสคูล ถูกฝึกให้เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว ลู่หานแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าพึงพอใจ

 

หน่วยเอสไอเอยังคงเลี้ยงดูเราอย่างดี พวกเขาให้ทุกอย่างที่เราต้องการ สิ่งที่เราต้องตอบแทนพวกเขากลับไปก็เป็นเพียงแค่การทำภารกิจให้ลุล่วงและความซื่อสัตย์ เมื่อผมอายุได้สิบแปดปี ผมได้สอบผ่านการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสอง และในตอนนั้นผมก็ได้รู้จักกับคู่หูของผมคนแรก

 

บยอน แบคฮยอน เจ้าหน้าที่ระดับหนึ่ง

 

แบคฮยอนเป็นคนเข้มแข็ง ภายนอกเขาดูแข็งแกร่ง แต่ภายในเขากลับซ่อนอะไรหลายอย่างไว้ ในตอนแรก เขาดูเหมือนจะกีดกั้นผมทุกวิถีทางไม่ให้รู้จักกับตัวตนภายในของเขา เขาไม่ได้ดีกับผมมากนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับใจร้าย และพอนานวัน เขาก็ค่อยๆ เปิดรับผมเข้าไปทีละน้อย

 

แบคฮยอนเป็นเด็กกำพร้าเช่นเดียวกันกับผม หรือถ้าจะให้พูดให้ถูก เจ้าหน้าที่ในหน่วงองค์กรนี้ล้วนเป็นเด็กกำพร้า บางคนไม่รู้จักกับพ่อแม่ บางคนก็มีอดีตเบื้องหลังที่เจ็บปวด เช่นเดียวกันกับแบคฮยอน พ่อแม่ของแบคฮยอนถูกทรยศ พวกท่านฆ่าตัวตายเนื่องจากถูกเพื่อนหักหลังในวงการธุรกิจตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กทารก

 

ผมกับแบคฮยอนเรามักจะแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ พวกเราต่างมีปมในใจ ซึ่งเมื่อเราปลดปล่อยและระบายมันออกมา มันช่วยให้ผมและเขารู้สึกดีขึ้น ราวกับจิตใจที่ร้าวของเราทั้งสองคนค่อยๆ สมานแผลของตัวเอง ผมกับแบคฮยอนยังคงเดินหน้าทำภารกิจต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งติดในท็อปเท็นเจ้าหน้าที่ที่ดีที่สุด พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันและเข้ากันได้ดี

 

จนกระทั่งถึงวันหนึ่งที่เรย์ได้มาบอกอะไรบางอย่างกับผม ลู่หานที่อายุยี่สิบปีได้ผ่านการทดสอบเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสอง และมันทำให้ผมเป็นโอกาสดีที่จะได้กลับมาอยู่เคียงคู่เขาอีกครั้ง มันประจวบกันกับการที่แบคฮยอนต้องการเป็นมาสเตอร์ เขายังคงลังเลเพราะมีผมเป็นคู่หู แต่ในสุดท้าย แบคฮยอนก็ได้รับการเข้าทดสอบเป็นมาสเตอร์ ส่วนผมก็ได้ผ่านการทดสอบเลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับหนึ่ง

 

ลู่หานได้เป็นคู่หูของผมคนใหม่ เขาโตขึ้นมาก และผมยอมรับว่าเขามีหน้าตาที่น่ารัก ดวงตากลมโตของเขามันทำให้ผมนึกถึงสิ่งดีๆ ในช่วงวัยเด็ก มือของเราได้จับประสานเข้ากันอีกครั้ง มือของผมจับมือของลู่หานไว้แน่นเหมือนกับวันแรกที่ผมได้เจอเขา มันทำให้ผมไม่อยากปล่อยมือของเขาอีก

 

และสุดท้ายผมก็รู้ว่าเราไม่สามารถหนีรอดไปจากพวกนั้นได้ พวกเราไม่มีทางหนีไปได้ตลอด ผมรู้ได้ตั้งแต่วันที่แบคฮยอนได้เจอทางลับในท่อใต้ตึกพวกนั้น สิ่งเดียวที่ผมคิดคือการรีบทำภารกิจนี้ให้จบและกลับไปยังเกาหลีเพื่อเตรียมการอะไรบางอย่าง ผมต้องสู้พวกนั้นกลับ ผมต้องทำทุกอย่างให้มันจบลง

 

 ผมจำเป็นต้องกีดกั้นลู่หานให้ออกจากเรื่องนี้ เขาไม่ควรรู้เรื่องอันแสนขมขื่นในอดีต และยิ่งเขาถูกยิงด้วยแล้ว มันก็ทำให้ผมยิ่งต้องกันเขาไปจากเรื่องนี้ให้ไกลมากขึ้น ผมอาศัยเวลาที่เขาเข้าโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการทดสอบโดยมีแบคฮยอนเป็นคนช่วยทุกอย่าง มันสาหัสพอสมควร แต่สุดท้าย ผมก็ผ่านการทดสอบเป็นมาสเตอร์

 

ผมขอร้องกับเรย์โดยตรงเพื่อเข้ารับผิดชอบภารกิจนี้ และขอร้องไม่ให้เธอบอกมันกับลู่หาน เรย์ตอบตกลง และผมก็ว่าผมได้คิดถูกที่ผมกีดกั้นลู่หานออกไปจากเรื่องนี้ เพราะหลังจากที่ผมได้เห็นสีหน้าอันผิดหวังของลู่หาน อดีตอันแสนเลวร้ายมันก็กลับเข้ามาในหัวของผม และยิ่งมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในตอนนี้ด้วยแล้ว มันก็ทำให้ผมหงุดหงิดและพาลเกลียดไปเสียทุกอย่าง คำว่าซื่อสัตย์และทรยศหลอกหลอนผมให้เป็นฝันร้ายในทุกๆ คืนที่ผมรับภารกิจนั้น

 

ผมมาถึงสถานที่การเงินตามที่คยองซูได้บอกไว้ แต่เมื่อมาถึงผมก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ ยกเว้นแต่รถออดี้คันสีดำสนิทที่เป็นขององค์กร ผมรีบติดต่อคยองซู โชคดีที่ลู่หานมีเครื่องติดตามตัวอยู่ที่รองเท้าที่ผมสั่งให้ทิมเอาให้กับเขา ผมมาถึงที่บ้านพักร้างแห่งนั้นและผมก็ได้พบกับอี้หลง ลู่หานที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ และจื่อเทา เจ้าหน้าที่ระดับสองที่เป็นคนทรยศ

 

อี้หลงโตขึ้นมาก น่าตลกที่ในอดีตเขากับผมสนิทกันเหมือนพี่น้อง แต่ตอนนี้เรากำลังหันปืนเข้าหากัน อี้หลงตามหากุญแจซึ่งผมจำได้ว่ามันรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง และเมื่อผมให้คำตอบที่ผิดหวังกับเขา การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น และในช่วงสุดท้าย ผมเกือบเสียท่าให้กับเขา แต่ลู่หานก็ได้เป็นคนช่วยผมไว้

 

ผมพาลู่หานหนีออกจากบ้าน หากเมื่อมาถึงจุดที่ผมจอดรถไว้มันกลับว่างเปล่า และนั่นทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนของอี้หลงอยู่แถวนี้ เสียงเดินในพุ่มไม้เริ่มดังมากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นมันทำให้ผมร้อนรน ภาพอันเลวร้ายในอดีตมันกลับมาหลอกหลอนผมอีกครั้ง ผมยิงกระสุนใส่พุ่มไม้นั้นจนหมด ทว่าเสียงฝีเท้านั้นก็ยังคงดังขึ้น และนั่นทำให้ผมรีบพาลู่หานวิ่งไปอีกด้าน

 

พวกเราเกือบหยุดไม่ทันเมื่อเจอกับขอบหน้าผา เสียงฝีเท้านั้นยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงบอกให้ลู่หานวิ่งหนีไป แต่ลู่หานบอกปฏิเสธ แต่มันก็ยังคงช้าไปเมื่อคนของอี้หลงมาถึงพร้อมกับเล็งปืนมาทางลู่หาน และสิ่งต่อมาที่ผมทำก็คือการนำตัวเองไปบังเขาอย่างไม่ต้องคิด ลูกกระสุนนัดแรกโดนเข้าที่หลังของผม มันเจ็บ แต่ผมก็ใช้แรงสุดท้ายของตัวเองเหวี่ยงลู่หานไปข้างๆ และนั่นทำให้มือของพวกเราหลุดออกจากกัน

 

และภาพสุดท้ายที่ผมเห็น ใบหน้าของลู่หานที่กำลังมองมาทางผม ก่อนที่กระสุนนัดที่สองจะดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดบริเวณช่วงท้อง

 

ผมตกลงมา สิ่งเดียวที่มองเห็นก็คือใบหน้าของลู่หานและดวงตากลมโตที่กำลังจับจ้องมาทางผม ดวงตาที่ทำให้ผมนึกถึงสิ่งดีๆ ในวัยเด็ก และมันทำให้ผมตระหนักถึงอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่เคยทำในตลอดยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมา

 

มีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้พูด...

 

มีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมยังคงไม่ได้ทำให้เขา...

 

มีอีกหลายคำถามที่ผมยังไม่ได้ถาม...

 

มีอีกหลายคำถามที่ผมยังไม่ได้คำตอบ...

 

ผมพยายามเอื้อมมือไปด้านหน้า แม้จะรู้ดีว่ามือของผมไม่มีทางแตะกับมือของลู่หาน

 

ร่างของผมตกกระทบลงกับน้ำที่อยู่เบื้องหลัง จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด

 

ผมมองไม่เห็นลู่หานอีก

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1257 mnrฯ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:22
    แงงงงงงงงงงง อย่าเป็นอะไรนะะะะ
    #1,257
    0
  2. #1236 kanlayanat2548 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:19
    อันแฟร์ ความรู้สึกเหมือนตอนที่เอ็กโซรถชนไรงี้
    #1,236
    0
  3. #1220 momaijung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 01:25
    นายต้องไม่เป็นไรนะ ต้องกลับมาหาแบมบี้ให้ได้นะไม่งั้นกวางน้อยต้องร้องไห้ไม่หยุดแน่ๆ
    #1,220
    0
  4. #1200 Audaidaj (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:50
    โคดซึ้งอ่ะจะมีใครรักลู่ได้เท่าเซฮุนอีก เลี้ยงมาแต่เล็กคอยเฝ้าดูการเติบโตปกป้องดูแลมาตลอดชีวิต
    #1,200
    0
  5. #1172 littleV (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 16:32
    ฮือ ㅠㅠ เซฮุน ซึ้งมากเลย อย่าเป็นอะไรนะ 
    #1,172
    0
  6. #1156 chocolateBT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:20
    คือตอนนี้ทำน้ำตาร่วง
    #1,156
    0
  7. #1140 ωιnnιe (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 23:04
    โคตรชอบตอนนี้เลยค่ะ..
    #1,140
    0
  8. #1127 khim nu'sbg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 00:20
    โง้ยยย เซฮุนนนนน โอ้ยยยย รักนายเหลือเกิน
    T________T
    #1,127
    0
  9. #1112 Mongmong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 09:08
    เซฮุนนน เเล้วลู่หานจะอยู่กับใครละ
    #1,112
    0
  10. #1097 HUNHAN_FOREVER (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 21:26
    เซฮุนต้องกลับมาน้าาาา
    #1,097
    0
  11. #1070 คปซป (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 21:33
    เซฮุนไม่ตายหรอกเนอะ TvT;
    #1,070
    0
  12. #1065 maimes' ❀ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 02:10
    เป็นการอ่านความหลังที่สะเทือนใจและซาบซึ้งไปพร้อมๆ กัน
    เซฮุนอย่าทิ้งลู่หานไปแบบนี้สิ ต้องอยู่ปกป้องลู่หานต่อไป
    กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำไมทำแบบนี้ไม่รักษาสัญญาแล้วหรือไง TT
    #1,065
    0
  13. #1011 ladyluhun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 12:58
    มันคือความรู้สึกที่อยากปกป้องคนที่รัก 

    เซฮุนอดทนมากจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า ชีวิตของเซฮุนคือที่สุดแห่งที่สุด

    ลู่หานโชคดีที่ได้เซฮุนคุ้มครองมาตลอดชีวิต 

    น้ำตาคลอเลย เซฮุนต้องกลับไปหาลู่หานนะ
    #1,011
    0
  14. #991 ♕ OhSehuNa ♕ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 20:31
    น้ำตาจะไหล เซฮุนรักลู่มากกกกก
    แล้วก็ผ่านอะไรมาเยอะมากอ่ะ T T
    #991
    0
  15. #971 katetoho (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 20:37
    พระเอกจะตายแล้วหรือนี่เศร้าอ่ะ แล้วอาลู่จะอยู่ยังงัย
    #971
    0
  16. #954 pandatao' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 22:11
    ที่แท้เซฮุนก็รักลู่หานมาตั้งแต่แรกแล้ว
    มันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากจริงๆ
    เซฮุนเป็นคนน่าสงสารจริงๆ  อย่าท้อแท้นายต้องรอด .
    #954
    0
  17. #938 izet (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 20:09
    เซฮุนผ่านอะไรเลวร้ายมาเยอะเลยเนอะ อย่าตายนะTT
    #938
    0
  18. #918 Noeiny_Lulu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 00:31
    เซฮุน อย่าตายเลยนะ ได้โปรด 
    #918
    0
  19. #908 CHACHA C': (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 20:40
    งื้อออ สงสารอ่าเซฮุนชีวิตเจ็บปวดมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นคนเดียวที่รับรู้ทุกอย่าง
    เเถมพูดออกมาไม่ได้อีก โถ่ ทูลหัว อย่าเป็นอะไรไปนะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 มิถุนายน 2557 / 20:42
    #908
    0
  20. #866 FangHH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 22:32
    งื้ออออ เซฮุนนนนนน อย่าเป็นไรน้าาาา พระเอกกกกกกกของช้านนนน หล่อจริงๆๆๆลูกกกก >< T^T
    #866
    0
  21. #861 Deedee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 19:03
    ฮือออออออ เซฮุนอย่าเป็นอะไรน๊าาา TT
    #861
    0
  22. #853 wnchnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 06:57
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ไหวแล้ว มือสั่น ทำไมพี่ฝนทำงี้ ฮือออออออ *ตบตี*

    ฮือออออออออ มาอ่านประมาณหกตอนรวด แบบตอนแรกก็แบบปกติช้ะแต่มีอยู่ช่วงที่หวาน คือแบบคงไม่มีไรแล้วมั้ง

    แล้วพอเซเลื่อนขั้นฉันก็อารมณ์เดียวกะลู่เลยแบบ ทำไมทำงี้วะ ทำไมจะทิ้งกันไปงี้ ด่าพี่เซเต็มที่ 

    สงสารลู่มากอ่ะแบบ เออ แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วววววววววววว โอเซฮุนนนน ฮืออออออ

    จะบ้าตายจ้า ฮือ รู้ความจริงหมดแล้ว แกรักลู่มากเว้ย มันมากกว่านั้้นด้วยอ่ะ เซเห็นลู่มาตั้งแต่เด็กป้ะ แบบโลกทั้งใบของเซมีแค่ลู่อ่ะ

    ไม่ไหวอ่ะ โลกโคตรโหดร้าย อันแฟร์มาก เจ็บปวด สภาพเดียวกับลู่เลยค่ะ แล้วเราแบบเป็นพวกกลัวอซมีอุบัตเหตไรเงี้ย

    น้ำตามาค่ะ โลกพังมาก ภาวนาให้ฮุนมันไม่เป็นไรนะคะ *อิน* ฮือ 
    #853
    0
  23. #849 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 21:14
    แง๊ ฮุนห้ามตายนะนี่คือคำสั่ง มันเป็นอดีตที่แสนข่มขื่นจริงๆ เราอยากจะร้องไห้อ่ะ ถ้าเซฮุนรักแบมบี้ห้ามทิ้งแบมบี้นะ
    #849
    0
  24. #848 parkpom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 23:03
    ตอนนี้ไรท์เตอร์แต่งได้เข้าถึงอารมณ์สุดๆอะ ทุกตอนแต่งได้อารมณ์หมดนะ แต่ตอนนี้แบบเจาะลึกลงหัวใจจริงๆง่ะ
    แบบๆๆๆๆเศร้าโฮกกกกกกกกกกกกกกก T______T ร้องไห้เลย เซฮุนนี่โคตรดีโคตรเลอค่าอะ
    แล้วตอนนี้เซฮุนก็ๆๆๆฮรือออออออออออออออออออออออออออ ตอนหน้าจะเป็นยังไงต่อ จะไปหากันเจอที่ไหน
    TTTTTTTTTTTTTTTT
    #848
    0
  25. #847 whitelie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 20:32
    งื้ออออ เซฮุนนน น้ำตาท่วมจอ T^T
    กว่าจะมาถึงวันนี้ ผ่านเรื่องราวมามากมายอ่ะ โอ่ยย
    มันต้องไม่จบแค่นี้ดิ เซฮุนต้องไม่เป็นไร ต้องดูแลลู่หานนะ อย่าทิ้งหน้าที่สิ ;_;
    ให้ตายเหอะ นาทีนี้ยังมีคำว่าอยากได้เซฮุนเข้ามาในหัว บ้าจริง
    หล่อ เท่ ทะเล้น เก่ง พึ่งพาได้ ซื่อสัตย์ เสียสละ คือครบอ่ะ แม่จ๋าา
    แล้วตอนที่พยายามเอื้อมมือไปข้างหน้า ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางจับกันได้มันแบบ ...
    จะร้องอีกแล้วเนี่ย นึกตามสถานการณ์นั้น เอื้อมมือจนสุดแขน มองจนสุดสายตา
    ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ลู่หานจะเจ็บปวดแค่ไหน ต้องเห็นคนที่รักหล่นไปต่อหน้า
    #847
    0