ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 7 : ...๖ ไม่อาจฝืนพรหมลิขิต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    11 ก.ค. 58


การะเกด : หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ


“โอ๊ย...” เสียงหวานร้องอุทาน

“เจ็บมากไหม พี่ขอโทษ”

“เจ็บค่ะ ว้าย...” 

สาวดอกไม้ร้องว้ายเมื่อเห็นว่าผ้าปูที่นอนสีขาวเปื้อนรอยเลือดเป็นดวงใหญ่

“พี่หมอคะ เลือด...” 


----------------------------------------------


บทที่ 6

ไม่อาจฝืนพรหมลิขิต

ฝนหลงฤดูกาลทำให้คนที่ออกนอกบ้านโดยไม่พกร่มตัวเปียกม่อลอกม่อแลกอยู่ภายในร้านเบอร์เกอรีของใบแก้ว ฝ่ายเจ้าของร้านที่ไม่ได้พกร่มมาด้วยเหมือนกันมองลูกค้าสาวที่ยืนปากสั่นอยู่ตรงประตูด้วยความเห็นใจ ที่นั่งภายในร้านเป็นเก้าอี้บุนวมทั้งหมด แต่เธอก็พยายามบอกให้หญิงสาวนั่งลงอย่างไม่ต้องเกรงใจแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธอ้างว่ากลัวมันเปียกเลยไปยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงประตูทางเข้า

การะเกดวิ่งหลบฝนมาตั้งแต่ลงรถได้ไม่นาน เธอให้มะกอกส่งตรงถนนอีกฟากแล้วเดินข้ามมาเองเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายวนรถกลับมาให้เสียเวลา แต่โชคไม่ดีเดินเรียบมาทางข้างโรงพยาบาลหน่อยเดียวก็เจอฝน เธอรีบวิ่งจนสะดุดล้มข้อศอกแตก และข้อเท้าน่าจะแพลงอีกด้วย ถึงอย่างนั้นเธอก็อดทนไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ ให้ใครรู้ หญิงสาวกระชับข้อศอกด้านที่มีแผล เป็นเพราะเธอถอดเสื้อมาคลุมหัวเลยทำให้ตอนลื่นล้มได้แผล หากสวมมันไว้อาจจะเจ็บน้อยกว่านี้เป็นแน่

สายฝนหลงฤดูยังคงโปรยปรายไม่ขาด ท่ามกลางฝนพรำมีสิ่งหนึ่งปรากฏอยู่บนถนน หญิงสาวชะโงกหน้าเขม้นสายตามอง จักรยานคิตตี้สีชมพูกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ คนขับสวมเสื้อกันฝน มือที่ไม่จับแฮนด์ถือร่ม พอรถเคลื่อนมาจอดหน้าร้านเธอถึงรู้ว่าเป็น...เขา

พรรษชลจอดรถหน้าร้าน มองผ่านกระจกก็พบคนที่เขาตั้งใจมาหา เขาได้รับโทรศัพท์จากมะกอกว่าได้ส่งหญิงสาวลงถนนฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล พักต่อมาฝนก็ตก แล้วตอนนี้มะกอกไม่สามารถวนรถกลับมารับหญิงสาวได้ เพราะทางข้างหน้ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เขาที่เพิ่งราวดน์ช่วงบ่ายเสร็จจึงรีบอาสาฝ่าฝนออกมาหาหญิงสาว

“มะกอกโทร. หาพี่ บอกคุณเกดติดฝนอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มมองสำรวจเนื้อตัวที่เปียกปอนและริมฝีปากที่สั่นเทาจนเจ้าตัวต้องขบเม้มเอาไว้ ใช้เวลาตัดสินใจไม่นานก็ถอดเสื้อกันฝนออกและรีบสวมมันให้หญิงสาว การะเกดพยายามทักท้วงแต่เห็นตาดุๆ แล้วหญิงสาวจึงเม้มปากไม่พูดอีก กระทั่งเขาทำท่าจะลากเธอออกจากร้านนั่นแหละ

“ไปไหนคะ”

“ห้องพี่ คุณเกดต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะเป็นปอดบวม”

“เอ่อ แล้วคุณหมอไม่สวมเสื้อกันฝนเหรอคะ” เธอท้วง เพราะเธอเปียกแล้วจะเปียกต่ออีกสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร แต่เขานี่สิตัวยังแห้งมาถอดเสื้อให้เธอแบบนี้มีหวังได้เป็นหวัดเหมือนกัน

“ไม่เป็นไรพี่แข็งแรง”

“เกดก็แข็งแรง” เธอเถียง

“แข็งแรงจนปากสั่นเชียว รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวเย็นนี้พี่ต้องเข้าเวรต่อ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินจูงมือหญิงสาวออกจากร้านท่ามกลางสายตาของใบแก้ว พรรษชลกางร่มนั่งคร่อมจักรยานรอให้หญิงสาวขึ้นซ้อนแล้วจึงปั่นออกไปโดยไม่คณนาต่อสายตาผู้คนในร้าน ชายหนุ่มคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องเอาคนที่นั่งซ้อนจักรยานไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด!

 

สองหนุ่มสาวมาถึงหอพักในอีกไม่ถึงสิบนาที พรรษชลรีบพาหญิงสาวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า การะเกดก้าวเข้ามาในห้องพักของชายหนุ่ม สายตามองสำรวจรอบห้องที่เฟอร์นิเจอร์ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและมีน้อยชิ้นมากๆ ดูท่ามันจะมีเท่าที่จำเป็นด้วยซ้ำ โทรทัศน์ กระติกน้ำร้อน ตู้เย็น เตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโซฟาเบสสีเขียวอีกตัวเท่านั้น ข้างหัวเตียงมีโต๊ะวางของเล็กๆ มีแจกันดอกไม้ปลอมตั้งอยู่ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ห้องนี้มีชีวิตชีวาขึ้น

“พี่มีแค่กางเกงวอมขายาวกับเสื้อยืด” คนที่เข้าห้องมาก็รีบค้นตู้เสื้อผ้าหันมาบอกหญิงสาว

“ขอบคุณค่ะ เกดใส่ได้ค่ะ” คนที่หนาวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวรีบรับมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ตอนนี้เธอรู้สึกปวดแปลบแผลตรงข้อศอกอีกด้วย

พรรษชลยกมือค้างตอนที่ประตูห้องน้ำปิดลง เขาเพิ่งนึกได้ว่าด้านนอกไม่มีผ้าขนหนู ชายหนุ่มก้มมองตัวเองแล้วได้แต่ถอนหายใจก่อนเดินไปยืนรอที่ระเบียง ฝนด้านนอกยังคงโปรยปราย ต้นประยงค์พุ่มเล็กที่ปลูกในกระถางตรงระเบียงเปียกชุ่มด้วยละอองฝน ดอกสีเหลืองเล็กเป็นพวงลู่ไหวเมื่อต้องแรงลม พรรษชลได้ต้นนี้มาจากตลาดต้นไม้ ตั้งใจจะเอากลับไปปลูกลงดินที่บ้านตาหลายครั้งแล้วก็ลืม กอปรกับที่มันออกดอกพอดี ประยงค์ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ พาให้คนปลูกชื่นใจ

แล้วดอก การะเกด จะหอมไหมหนอ?

คุณหมอหม่อมหลวงกดยิ้มมุมปาก เห็นทีว่าไปเดินตลาดต้นไม้คราวหน้าจะต้องไปหามาปลูกดูบ้าง ลมหอบใหญ่พัดสายฝนตกต้องใบหน้าชายหนุ่ม พรรษชลพาตัวเองออกมายืนตรงระเบียง ผนังด้านข้างติดกับห้องน้ำทำให้ได้ยินเสียงน้ำไหลแข่งกับเสียงฝน ชายหนุ่มถอดแว่นตาออกเช็ดทอดสายตาไปเบื้องหน้าผ่านม่านฝน

ฝนหลงฤดูนี่อย่างไรกันหนอ พาเธอมาที่ห้องเขาแล้วอย่างไรต่อ หรือความสัมพันธ์จะยังคงเป็นแค่ คนรู้จัก แล้วคนรู้จักอย่างเขาและเธอจะ บังเอิญ เจอกันอีกไหม

เสียงเปิดประตูดึงชายหนุ่มออกจากภวังค์ เขายิ้มขบขันเมื่อเห็นคนร่างโปร่งเพรียวสวมชุดหลวมโพก บนหัวเธอยังมีผ้าขนหนูผืนเล็กพันไว้ส่งให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลางดงามที่ผสมผสานความเป็นไทยและต่างชาติเอาไว้อย่างลงตัว แวบหนึ่งของความคิด ชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวไปประกวดมิสไทยแลนด์เวิร์ดได้สบายๆ ผู้หญิงคนนี้สวยมาก ยิ่งมองยิ่งสวย ดวงตาหญิงสาวเจิดจ้าสดใสแต่ก็แฝงไปด้วยความความฉลาดแกมรั้น

การะเกดมองผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดก็พบเข้ากับใบหน้าที่ปราศจากแว่นตา ดวงตาคู่คมที่ไม่มีเลนส์แว่นกั้นไว้กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน

“เอ่อ ทำไมยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าคะ”

“พี่ลืมว่าผ้าขนหนูอยู่ในห้องน้ำครับ”

“อ๋อ งั้นเชิญเลยค่ะ เกดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว” หญิงสาวอุบอิบบอก ไม่ได้ขยายว่านอกจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเธอยังอาบน้ำอีกด้วย หากรู้ว่าเขาไม่ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอคงรีบออกมาให้เร็วกว่านี้

พรรษชลรีบเดินเข้าห้องน้ำ ทว่าหางตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดตรงข้อศอกหญิงสาวเข้าเสียก่อน ชายหนุ่มรีบยึดข้อมือบางเอาไว้เสียก่อนเจ้าตัวจะถอยหนี ดวงตาคมฉายแววดุ มองหญิงสาวเหมือนเจอเด็กแอบทำความผิด

“เป็นแผลขนาดนี้ทำไมไม่บอกครับ” รอยถลอกยาวมีเลือดซึมออกมาเยอะทีเดียว ชายหนุ่มนิ่วหน้า ไม่ต้องให้หมอฟันธงก็พูดได้เลยว่าแผลแบบนี้ล่ะเจ็บนัก

“เกดไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ”

“ไม่เจ็บเหรอครับ” มือหนาบีบข้อมูลขาวแน่นจนอีกฝ่ายทำหน้าแหยก่อนสารภาพความจริง

“เจ็บมากค่ะพี่หมอ แสบสุดๆ เลย”

“ไปนั่งที่เตียง พี่จะทำแผลให้”

“เอ่อ พี่หมอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าค่ะ” เธอบ่ายเบี่ยงเพราะเห็นว่าตัวเขาเปียก กลัวเขาจะไม่สบาย

“ไม่เป็นไรครับ”

“เป็นสิคะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เกดรอได้ค่ะ”

“แต่เลือดไหลออกเยอะ” คุณหมอตัวจริงท้วง

“แค่นี้จิ๊บๆ ค่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ” คนเจ็บที่ปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผลกัดฟันบอก พรรษชลส่ายหน้า รั้งข้อมือหญิงสาวให้เดินตาม สองหนุ่มสาวยื้อยุดกันไปมา คนเจ็บไม่ยอม คุณหมอทำตาดุใส่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกแรงเพิ่มขึ้นจนทำให้ข้อเท้าที่ปวดแปลบๆ เล็กน้อยสะดุดจนเจ้าตัวล้มลงกลางเตียงพร้อมกับเจ้าของเตียงพอดิบพอดี

“โอ๊ย...” เสียงหวานร้องอุทาน

“เจ็บมากไหม พี่ขอโทษ”

“เจ็บค่ะ ว้าย...” สาวดอกไม้ร้องว้ายเมื่อเห็นว่าผ้าปูที่นอนสีขาวเปื้อนรอยเลือดเป็นดวงใหญ่

“พี่หมอคะ เลือด...”

หญิงสาวเงยหน้าและสบเข้ากับดวงตาคมกริบในระยะกระชั้นชิด เวลารอบตัวหยุดหมุนเหมือนทุกครั้งที่ได้สบตากัน พรรษชลจ้องลึกเข้าไปในดวงตางาม การะเกดนิ่งค้างราวกับโดนสะกดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคม จะเป็นโชคชะตาหรือพรหมลิขิตที่ชักนำทั้งสองมาพบกันก็ไม่สำคัญเท่า ...สองหัวใจได้ใกล้ชิด ได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ได้สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน

 

กิ่งไผ่ทรุดลงกับพื้นด้านหน้าห้อง เนื้อตัวหญิงสาวสั่นเทา ดวงตาจับจ้องไปยังบานประตูสีครีมซึ่งปิดสนิท หน้าต่างบานเกล็ดถูกปิดพับ ม่านกันแสงด้านในรูดสนิททำให้คนด้านนอกไม่เห็น ทว่า...เสียงที่เล็ดลอดออกมาก็ทำให้คนด้านนอกคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เสียงอุทานกรีดร้องและคำขอโทษ สุดท้าย...

พี่หมอคะ เลือด...

หัวใจของกิ่งไผ่เต้นรัวแรง หญิงสาวไม่อาจคะเนความรู้สึกของตัวเองได้ว่าเป็นอย่างไร มันทั้งเจ็บปวด ผิดหวังและเสียใจอย่างที่สุด พอเธอได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวเธอก็รีบมาที่นี่ทันที พรรษชลไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องนอกเสียจากมารดา และแม้แต่ตัวเธอที่เป็นเพื่อนชายหนุ่มก็ออกปากห้ามมาแล้ว เขาอ้างว่ากลัวเธอเสียหาย แล้วผู้หญิงคนข้างในเล่าเป็นใคร จะอ้างว่าเพราะฝนตกเหตุการณ์ฉุกละหุกก็ไม่น่าใช่ ตอนอยู่ที่ร้านใบแก้วอยู่ด้วยทั้งคนทำไมไม่ขอความช่วยเหลือ บ้านเธอถึงก่อนหอพักนี้ด้วยซ้ำไป!

เสียงฝีเท้าวิ่งตึงๆ มาตามทางเดินทำให้เจ้าของหอพักรีบลุกขึ้นยืนก่อนหันไปมอง ฝรั่งร่างสูงสมส่วนเดินนำหน้าคาวีมาด้วยความรีบร้อน

“อ้าวกิ่ง เห็นไอ้หมอไหม แล้วเป็นอะไรหน้าแดงตาแดง” คาวีร้องทัก กิ่งไผ่ที่ไม่ทันได้เช็ดน้ำตาเบือนหน้าหนี รีบใช้มือป้ายน้ำตาออกจากใบหน้า

พุทธชาดมองประตูห้องสลับกับหญิงสาวผิวขาวร่างเล็ก เร็วเท่านั้นความคิดชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็นับว่า โชคดี ที่มัน ไม่ล็อก จากด้านใน!

“ว้าย!” การะเกดอุทานเมื่อจู่ๆ ประตูห้องก็เปิดผางออกแบบไม่บอกกล่าว

“เฮ้ย!!!” คาวีร้องเฮ้ยด้วยความตื่นกลัว เอ๊ย ตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิทนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

พรรษชลมองผู้บุกรุกด้วยสีหน้าดุดัน เป็นเพราะแม่สาวดอกไม้ไม่ยอมให้เขาทำแผลหากไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ครั้นพอเขายอมเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ตอนกำลังจะสวมเสื้อเธอก็ดันร้องอุทานด้วยความเจ็บขึ้นมา เขาก็เลยรีบออกมาด้วยทั้งๆ ที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

แล้ว...บุคคลไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ก็มาพบเข้าพอดี!

ทั้งหมดนี่มันประจวบเหมาะเกินไปไหม!!

รอยเลือดดวงใหญ่บนผ้าปูเตียงสีขาวทำให้หัวใจคนเป็นพี่สะท้อน พุทธชาดจ้องน้องสาวฝาแฝดด้วยสีหน้าหวั่นวิตก การะเกดอ้าปากค้างเหวอ เมื่ออ่านสีหน้าและสายตาพี่ชายออก หญิงสาวถลึงตาใส่ สองจิตสองใจระหว่างอธิบายตอนนี้หรืออธิบายทีหลัง เธอควรบอกให้พรรษชลไปสวมเสื้อผ้าก่อนดีไหม แต่ก่อนที่จะเอ่ยปากไล่คุณหมอไปสวมเสื้อผ้า หางตาหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวนางหนึ่งเข้า สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เธอขยับตัวไปอยู่ด้านหลังเขาและเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยถ้อยคำใดออกมาทั้งสิ้น!

“เลือดดด... ไอ้หมอนี่มึง!

คาวีชี้ไปที่รอยเลือดสลับกับหน้าเพื่อน

“เป็นเพราะฝนใช่ไหม บรรยากาศพาไปสินะ” คนรักเพื่อนกำลังหาข้อแก้ต่างให้กัน พรรษชลไม่เคยทำตัวแบบนี้ ดังนั้นเขาต้องโทษฟ้าดินและบรรยากาศ ฝนตกน้ำตาไหล...รักสามเศร้ามาเจอกัน เจ้าของมากบารมีฟาร์มหันไปทางเพื่อนอีกคน แม้จะไม่สนิทสนมกันมากนักแต่ก็รู้สึกเห็นใจ เขาแอบคิดมาตลอดว่ากิ่งไผ่แอบมีใจให้พรรษชล เคยคิดว่าหากสองคนนี้ลงเอยกัน เขาจะหยุดพูดสไตล์ฮาร์ดคอกอไก่กับกิ่งไผ่ ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่เขาคาดไว้ ไม่นึกเลยว่าตาอยู่จะมาคว้าพุงหมอไปกิน แล้วก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คาวีหันมาทางน้องภรรยา

เจ๋งเป้ง! งานนี้หาสามีเองได้ ซวยแล้วยายเกดเอ๋ย ไอ้หมอนี่แฟนคลับน้อยเสียเมื่อไหร่

“เกด...” 

พุทธชาดเรียกน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนรอบข้างคนลุก ยกเว้นคนที่เกิดตามหลังเพียงแค่ไม่กี่นาที การะเกดแอบกรอกตา นี่ถ้าไม่มียายผู้หญิงที่ทำหน้าสะเทือนใจอยู่ด้วย เธอคงออกโรงอธิบายไปคนเดียวแล้ว

“เรื่องนี้พี่อธิบายได้นะพุด แต่ขอให้ออกไปจากห้องก่อน นายด้วยคาวี” 

ท้ายประโยคพรรษชลหันไปทางเพื่อนซึ่งกำลังทำหน้าเหมือนเจ๊กตื่นไฟ มองมาที่เขาอย่างกับเป็นฆาตกรข่มขืนแล้วฆ่าอย่างไรอย่างนั้น ทั้งๆ หญิงสาวที่เป็นคู่กรณีของเขายังยื่นหัวโด่อยู่ตรงนี้

พอคนทั้งหมดออกไปจากห้อง ชายหนุ่มก็ปรายตาไปยังรอยด่างดวงที่ชวนให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิด ก่อนจะหันมาทางตัวต้นเหตุที่ไม่ยอมอธิบายอะไรเลย แรกทีเดียวเขาคิดว่าเธอจะร้องโวยวายด่าว่าที่คาวีพูดอะไรให้เธอเสียหายซะอีก ไม่คิดว่าจู่ๆ จะเดินมาหลบอยู่หลังเขา

นั่นน่ะ...ทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผิดไปหมดเธอรู้ตัวบ้างไหม!

“มีอะไรจะพูดกับพี่ไหมครับคุณเกด”

“ไม่มีค่ะ” คนที่ชักนำเรื่องราวให้ปลายบานตอบ ในหัวยังมีภาพผู้หญิงคนนั้นอยู่เต็มไปหมด ตาแดงๆ นั่นมองแวบเดียวก็รู้ว่าร้องไห้ แล้วก็เดาได้ไม่ยากหรอกว่าเรื่องอะไร แต่ที่เธอสงสัยคือ...หล่อนมาได้ไง?

“ไม่มีเลยเหรอครับ” ชายหนุ่มย้ำถาม

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ” การะเกดสบตาชายหนุ่มซึ่งตอนนี้ทำหน้าเหวอ นี่ไม่ใช่คำถามหรือคำตอบที่เขาคาดหวังจากเธอสักนิด

“เป็นเพื่อนครับ”

“แล้วเขามาทำไมคะ”

“คือ...พี่ไม่รู้” กลายเป็นว่าเขาตกเป็นจำเลย

“แล้วมาบ่อยไหมคะ”

ชายหนุ่มยิ้มขำขึ้นทันที

“ไม่บ่อยครับ นี่ครั้งที่สอง”

ดวงตาสีสวยที่เบิกกว้างทำให้เขาต้องรีบอธิบายเพิ่ม

“ครั้งแรกตอนพี่ย้ายของเข้ามาพักที่นี่ พอดีกิ่งเขาเป็นเจ้าของหอพักนี้”

การะเกดร้องอ้อเบาๆ ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบไปอีกครั้ง


-----------------------------


ด้านนอกห้องคาวีฉุดพุทธชาดให้ออกมายืนรอ ปากกล่อมให้อีกฝ่ายใจเย็นๆ ให้เหมือนพิรุณที่กำลังหล่นจากบนฟ้า สีหน้านิ่งเงียบไม่บ่งบอกความรู้สึกทำให้คนเป็นพี่เขยเดาใจอีกฝ่ายไม่ถูก ขนาดตอนที่เรียกการะเกดเขายังดูไม่ออกเลยว่าพุทธชาดโกรธไหม รู้แต่ได้ยินแล้วเขาขนลุก บอกตรงๆ ว่าไม่ชอบพุทธชาดเวอร์ชั่นนี้ มันดูเข้าไม่ถึง อ่านใจไม่ออกอย่างไรไม่รู้

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” เสียงกิ่งไผ่ดังขึ้นจากด้านหลัง คาวีหันตัวกลับแล้วต้องพบกับสีหน้าเคร่งเครียดที่ชวนให้เขาเครียดไปด้วย ไม่ใช่ว่ายายกิ่งจะแอบชอบไอ้หมอน้ำอย่างที่เขาเคยคาดเดาเอาไว้หรอกนะ ถ้าใช่ล่ะก็...งานนี้มีเฮ รักสามเศร้าไหมไม่รู้ รู้แต่ว่ากิ่งไผ่ไม่มีทางสู้การะเกดได้แน่ โดยเฉพาะ...เรื่องขี้วีน!!!

“ไปซื้อน้ำใบบัวบกมาซดเถอะเธอ” นอกจากตอบไม่ตกคำถามยังกวนไปอีกด้วย

“คาวี! กิ่งถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” เจ้าของหอถามเสียงสูง

“ก็เห็นว่าเป็นใครล่ะ เขาแก้ผ้าอยู่ด้วยกันโทงๆ”

เอิ่ม...จริงๆ ก็ไม่อยากฮาร์ดคอร์หรอกนะ แต่เห็นยายกิ่งพูดเสียงสูงกับเขาทีไรก็อดไม่ได้ทุกที คนปากไม่ดีคิดในใจ

“ไม่จริง!!

“ฮู้ย...งั้นซื้อวิตามินที่ผสมใบแปะก๊วยไปด้วย มันแก้โรคความจำเสื่อมได้”

“ไอ้บ้าคาวี!” กิ่งไผ่ต่อว่าเสียงดัง

“อย่าตะเบ็งเสียงได้ไหม ถ้าอยากรู้ไปถามไอ้หมอเอง มันเป็นคนแก้ผ้านี่” คาวีบอกอย่างขอไปที หลายครั้งที่พรรษชลเคยขอเขาไว้ว่าไม่ให้ไปยั่วอารมณ์กิ่งไผ่ แต่เห็นท่าทางรังเกียจที่เก็บไม่มิดของอีกฝ่ายเขาก็อดไม่ได้ ไม่รู้ไปโกรธเขามาแต่ชาติปางไหน จะว่าแอบรักเขาก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเจอหน้ากันทีไรก็ปกปิดอาการไม่พอใจแทบไม่มิด

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นน้องสาวของผมเอง” พุทธชาดพูดขึ้นเมื่อเห็นแววตาชิงชังที่ปรายมองไปที่ประตูห้อง หากเป็นเรื่องของน้องสาว หนุ่มดอกไม้ไม่มีความเป็นกลางอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับพาลผู้หญิงตรงหน้า ออกจะเข้าใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจ แต่ใช่ว่าเธอจะมีสิทธิ์แสดงกิริยาที่มีต่อน้องสาวเขาแบบนี้

“เป็นพี่ยังไง ถึงปล่อยให้น้องสาวมานอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายอื่น”

“เฮ้ย แรงไปป่ะกิ่ง” คาวีโวยวาย ไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายดูถูกการะเกด

หนุ่มดอกไม้ยังคงทำหน้านิ่ง หากแต่มุมปากมีรอยยิ้ม

“ก็อาจจะไม่ใช่คนอื่นคนไกล” เพราะรอยแผลตรงข้อศอกนั่นหรอกที่เขาต้องเรียกให้การะเกดออกมาอธิบาย แต่แม่น้องสาวตัวดีกลับเดินไปอยู่หลังพรรษชล

คาวีเบิกตาค้าง นึกไม่ถึงว่าน้องภรรยาจะตอบแบบนี้ นั่นมัน...ไอ้หมอนะ แล้วยายเกดนั่นก็น้องสาวคลานตามกันมา ไหนว่าหวงนักหวงหนา หวงขนาดกล้าเขี่ยลูกเขยในฝันพ่อตาเขาเกือบหมดสต็อกเชียว

“หมายความว่ายังไง” กิ่งไผ่กำมือแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดประดังเข้าสู่ร่างกาย

หนุ่มดอกไม้ละสายตามองสายฝน

“ผมยังพูดภาษาไทยไม่ชัดอีกเหรอครับ”

มุมปากคาวียกยิ้ม ชอบใจที่ได้เห็นอีกมุมของน้องภรรยา ตอนแรกเขาคิดว่าพุทธชาดไม่เหมือนพี่น้องคนอื่นเพราะบุคลิกดูสุภาพ เคร่งขรึม ที่แท้ DNA กวน Teen นี่ก็มีกันล้นทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะแสดงออกมาน้อยกว่ากันก็เท่านั้น ซึ่งคนที่แสดงค่อนไปมากมากก่ายกองคงไม่พ้นพวกหมา เอ๊ย มหา!

 

กว่าการะเกดและพรรษชลจะออกมาจากห้อง ก็ต้องเดือดร้อนคาวีเดินไปทุบประตูเรียก กิ่งไผ่ทำหน้าเหมือนจะกรีดร้องได้ทุกนาที ดังนั้นคนที่ไม่อยากเห็นเพื่อนเส้นเลือดในสมองแตกตายก็จำต้องเดินไปเรียกให้ พรรษชลสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงแสล็กซ์สีดำบ่งบอกว่าเตรียมพร้อมไปเข้าเวรในช่วงเย็น ส่วนการะเกดสวมเสื้อแขนยาวทับเสื้อยืดอีกที ทำให้คนอื่นๆ มองไม่เห็นรอยแผลที่ข้อศอก แต่อาการเดินกระเพลกนิดๆ ก็ทำให้พี่ชายอย่างพุทธชาดเดินเข้ามาอุ้มน้องสาว

“พรุ่งนี้เย็นๆ พี่จะไปอธิบายให้ฟังนะพุด” ประโยคสั้นๆ ของคุณหมอทำให้สาวดอกไม้ที่อยู่ในอ้อมกอดพี่ชายใจสั่น และหัวใจคงเต้นแรงมากจนคนเป็นพี่นิ่วหน้าใส่น้องสาวก่อนสาวเท้าออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

“คืนนี้ถ้างานไม่ยุ่ง โทร. ไปบอกกูก่อนนะครับไอ้หมอ บอกตรงๆ อยากรู้ใจจะขาดว่ะ!” คาวีสั่งไว้แล้วรีบเดินตามน้องภรรยา ทิ้งให้พรรษชลเผชิญหน้ากับกิ่งไผ่สองต่อสอง

“น้ำมีอะไรจะอธิบายกับเราไหม”

“ไม่มี”

“ทำไมไม่มี”

“ไม่มีก็คือไม่มี เรื่องทั้งหมดเราต้องไปอธิบายกับพี่ชายของคุณเกดเขา”

เป็นครั้งแรกที่พรรษชลจ้องมองกิ่งไผ่ด้วยแววตาพินิจ ท่าทางตอนนี้เหมือนไม่ใช่กิ่งไผ่คนที่เขารู้จัก กิ่งไผ่ที่เขารู้จักร่าเริงแจ่มใสชอบท่องเที่ยวแถมยังพูดจาสนุก ไม่ได้เอาแต่ตีหน้าเครียดแล้วก็คาดคั้นเอาคำตอบแบบนี้

“ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่แก้วเล่าให้เราฟังใช่ไหม คนที่น้ำพาซ้อนมอเตอร์ไซค์ พาไปบ้าน” แม้แต่เธอที่คบหาเป็นเพื่อนกันมานานยังยากที่จะไปบ้านตายายเขาได้ พรรษชลไม่ได้ห้าม แต่ความสัมพันธ์ที่คบหากันเหมือนมีเส้นคั่นบางอย่างแบกแยกเธอไว้ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องฐานะแต่อย่างใด

“ใช่” พรรษชลตอบรับ “คุณเกดเป็นน้องเดหลีภรรยาคาวี” ชายหนุ่มอธิบายต่อ

“นั่นพอแล้วเหรอที่น้ำจะพาไปไหว้ตายาย”

“พอแล้ว ขนาดกิ่งยังเคยไปบ้านเรา”

“นั่นมันสิบกว่าปีที่แล้ว!

พรรษชลย่นหัวคิ้วเมื่อกิ่งไผ่ตะโกนใส่หน้า แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางแบบนี้มาก่อน

“แล้วยังไงล่ะ กิ่งก็เคยไปมาแล้ว คุณเกดไปบ้างก็ไม่เห็นแปลก”

“มันแปลก! กิ่งไม่เคยซ้อนรถมอเตอร์ไซค์น้ำ แล้วน้ำก็ไม่เคยพากิ่งไป กิ่งไปของกิ่งเอง!” เรื่องสมัยมัธยมกำลังจะถูกขุดคุ้ยอย่างไม่มีเหตุผล การที่กิ่งไผ่ไม่ได้ไปบ้านตายายของเขาอีกนั่นเพราะเรียนจบมัธยมก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อ ส่วนใหญ่กิ่งไผ่จะเจอตายายพรรษชลตามงานเลี้ยง ไม่ก็ที่โรงพยาบาลยามที่ทั้งสองมาหาหมอ และที่สำคัญเขาเพิ่งกลับมาประจำที่โรงพยาบาลที่นี่ไม่ถึงปี แม้ก่อนหน้านั้นจะไปๆ มาๆ ก็เถอะ

“เราขอตัวไปทำงานก่อนนะ ไว้กิ่งอารมณ์ดีกว่านี้ค่อยมาพูดกัน” ชายหนุ่มตัดบท ขืนพูดไปรังแต่จะสร้างเรื่องผิดใจกัน

กิ่งไผ่ได้แต่อดกลั้นเสียงกรีดร้องมองตามแผ่นหลังของพรรษชลจนลับตา สติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนหน้าค่อยๆ คืนมา หญิงสาวทรุดลงกับพื้นแล้วเฝ้าถามตัวเองว่า...เธอทำอะไรลงไป?

 

มะกอกและแต้วที่ออกมายืนรออยู่หน้าบ้านทำหน้ารู้สึกผิดเมื่อเห็นพุทธชาดอุ้มการะเกดขึ้นมาตามทางเดิน สองหนุ่มสาวรอจนผู้เป็นนายเข้าไปนั่งในห้องรับแขกจึงรีบเอ่ยปากขอโทษ หากพวกเขาหนักแน่นสักนิดคงไม่เกิดเรื่องกับการะเกด การที่หญิงสาวบอกให้พวกเขาส่งลงข้างทางนั่นเพราะไม่อยากให้ต้องเสียเวลา ถ้ารู้ว่าประหยัดเวลาแล้วจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นคงยอมเสียเวลา

“ไม่ใช่ความผิดพี่มะกอกหรอกค่ะ เกดผิดเองที่รั้นจะเดินไป พี่มะกอกกับแต้วแค่ทำตามคำสั่ง” สาวดอกไม้ออกปากรับแทนสองหนุ่มสาวในขณะที่นั่งให้พี่สาวดูแผล

“เป็นเยอะเหมือนกันนะเนี่ย แผลจะอักเสบไหมยายเกด” บุษบาบอกขณะสำรวจบาดแผลที่พรรษชลทำการปฐมพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย

“พี่หมอให้ยามาแล้วค่ะ” ยาแก้ปวดกับยาแก้ไข้คือสิ่งที่เธอได้จากเจ้าของชุดที่เธอสวมอยู่

“วิ่งยังไงให้หกล้ม แล้วจะเป็นแผลเป็นไหมเนี่ย” อัญชันที่นั่งอีกด้านผสมโรงด้วย

“พี่หมอบอกจะเอายามาให้ทาพรุ่งนี้” การะเกดตอบแล้วก็ต้องก้มหน้างุดเมื่อทุกคนพร้อมใจกับเงยหน้ามองเธอเป็นตาเดียว

อะไรวะคะ เธอพูดผิดตรงไหนกัน

“เหรอ ตั้งแต่มานี่ คำก็พี่หมอ สองคำก็พี่หมอ เห็นตอนแรกเรียกแต่คุณหมอ” อัญชันอดไม่ไหวจึงแซวน้องสาว

“อ้าว ก็ไปห้อง พี่หมอ มานี่” คนเถียงหน้าแดงก่ำ จะว่าไปก็ใช่นะ เธอเรียกเขาว่าพี่หมอไม่ขาดปากเลย แถมไม่กระดากปากอีกด้วยสิ

“สรุปแล้วไอ้หมอไม่ผิดใช่ไหม ยายเกดเป็นคนปล้ำไอ้หมอ” คาวีแทรกขึ้นอย่างคะนองปาก

ผลัวะ! มือบางของบุษบาฟาดเข้าที่หลังสามี

“พูดอะไรอย่างนี้คะคาวี ปากพร่อยจริงเชียว”

“แหม...ก็แค่หยอกเล่น มีแต่คนในครอบครัวเราทั้งนั้น” คาวีหัวเราะแหะๆ ให้ภรรยา

“สมน้ำหน้า” การะเกดค้อนพี่เขยตาคว่ำ

“โอ๋ๆ ขอโทษก็ได้ แล้วตกลงใครปล้ำใคร เลือดมันถึงได้เจิ่งนองบนเตียง” เจ้าของบ้านยังไม่หยุดเห่า เอ๊ย หยุดแซว

“หา เลือดบนที่นอนอะไรกันคะ” บุษบาที่ยังไม่ทราบเรื่องที่พุทธชาดและคาวีโผล่ไปเห็นช็อตเด็ดเข้ารีบถาม

“เลือดแผลที่ข้อศอกเกดนี่แหละพี่เดหลี” คราวนี้การะเกดรีบอธิบาย “เกดเดินสะดุดล้มลงบนที่นอนพี่หมอ แล้วข้อศอกด้านนี้มันก็ไปโดนผ้าปูที่นอนพอดี เลือดเลยติดไม่ได้เจิ่งนองอะไรอย่างที่พี่คาวีว่า แล้วสองคนนี้มาเห็นเข้าก็หาว่าเกดมีอะไรกับพี่หมอ”

“เปล่านะ! เราไม่ได้พูดหรือคิด พี่คาวีคิดไปคนเดียว” พุทธชาดรีบแก้ตัว เขาเห็นรอยแผลน้องสาวตั้งแต่เดินเข้าห้องแล้ว ยอมรับว่าตกใจตอนเห็นรอยเลือด แต่นั่นก็แวบเดียวเท่านั้น

“อ้าววว...ทีอย่างนี้ละทิ้งกันเลยนะพ่อเทพบุตรมาร!” คนเป็นพี่เขยหันมาฟอดแฟดใส่

เทพบุตรมาร ฉายานี้เขาเป็นคนตั้งให้พุทธชาด มันช่างเหมาะนักเพราะมันหล่อกว่าเขา ความหล่อของมันฆ่าความหล่อเถื่อนของเขา ไปไหนกับมันเขางี้กลายเป็นคนขี้เหร่ไปเสียสิ้น สะน่งเสน่ห์ไม่มีเหลือจับให้สาวมอง คิดแล้วโคตรเคือง!

“พี่เดหลีอยากรู้ไหม ทำไมพี่คาวีเรียกผมแบบนี้” พุทธชาดหันไปถามพี่สาว

“เฮ้ย พุดพี่แค่แซวเล่น อย่านะเว้ยยยย”

ดูเหมือนจะช้าไป เมื่อบุษบาดึงหูผู้เป็นสามีไว้

“เพราะอะไรพุด”

พุทธชาดยิ้มมุมปากในแบบที่คาวีเกลียดที่สุด มันเป็นยิ้มร้ายที่สาวๆ เห็นอาจใจละลาย แต่สำหรับเขาอาจตายได้! โดนเมียบิดหูจนขาดใจตายนี่กินเน็กบุ๊คจะจารึกไว้ไหมวะ!

“ก็แค่ไปไหนมาไหนกับผมแล้วสาวไม่แล เพราะความหล่อของผมเป็น มาร ต่อพี่คาวี”

“หมดกัน” คาวีครวญอย่างปลงตก

“อ้าว อยากให้สาวมองก็ไม่บอก เลิกกับเมียสิคะคาวี รับรองเลยคุณได้เนื้อหอมเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ”

“ตายห่าน อย่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลอย่างนี้สิเดหลี” คนถูกแนะนำให้เลิกภรรยาพูดติดตลก

“เข้าท่าเหมือนกันนะ ไว้เย็นนี้จะโทร. เล่าให้คุณป๋าฟัง รับรองอีกสองวันพี่เดหลีกับน้องไม้ได้ย้ายไปอยู่สเปนเป็นการถาวรแน่”

“เฮ้ย เลิกพูดเรื่องเลิกได้แล้ว ไม่เลิกโว้ย!” เจ้าของบ้านโวยวาย แทบอยากคว้าไม้บรรทัดแล้วจับภรรยาเป็นตัวประกัน น้องๆ เธอจะได้เลิกหุบปากเสียที

“เดหลี ผมไม่ได้คิดอยากมีสาวนะ แต่คุณต้องเข้าใจว่าก่อนแต่งงานผมฮอตขนาดไหน มีคนเคยเปรียบว่าผมเป็นที่เชิดหน้าชูตาของตำบลเชียวนะ”

“แหวะ ถ้าเคยได้ยินจากปากป้าสมทรงล่ะก็ พี่คาวีเลิกเชื่อได้แล้วค่ะ ป้าสมทรงน่ะพี่คาวีดีอย่างโน้นอย่างนี้ เปรียบกันเป็นสินค้าโอทอปหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ถ้าพี่เดหลีไม่รับมาฟรีๆ พร้อมบ้านและที่ดิน ป่านนี้จะยังขายออกไหมก็ไม่รู้ ถึกก็ถึก แถมยังชอบขี่รถเก่าๆ” การะเกดใส่เป็นชุดเพราะความหมั่นไส้พี่เขย

ไอ้ที่ร้องเฮ้ยถามพรรษชลว่าเป็นเพราะบรรยากาศใช่ไหม เธอยังแค้นอยู่นะ!

“พอหรือยัง ถ้ายังก็รีบใส่มาให้หมด รวมความแค้นจากชาติที่แล้วด้วยก็ได้ ทีนี้จะได้เลิกพูดเสียที ผัวเมียเขาจะทะเลาะตีกันตายเพราะมัวแต่หมั่นไส้คนหล่อนี่แหละ”

บุษบาหัวเราะพรืดออกมา มองคนหล่ออย่างระอา ส่วนพุทธชาดกลับเห็นใจพี่สาว บางมุมคาวีก็เหมือนมหาเสน่ห์ โดยเฉพาะมุมมุ้งมิ้งฟุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวที่เพิ่งจะมีเอาตอนแต่งงาน ข้อนี้บรรณเป็นคนบอกเขาเอง บางครั้งเขาก็แอบคิด...กลับมาเป็นคาวีคนเดิมเถอะ มหาเสน่ห์มีให้ รก โลกคนเดียวก็พอแล้ว!



#ยายเกดเริ่มเผลอใจ

#พี่หมอเผลอใจไปนานแล้วมั้ง

#คาวีเป็นคนตลก

#พี่ดอกพุดแอบกวนทีน


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ 

รักคนอ่านจังฮู้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3144 Manpoon Boon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 22:58
    เผลอใจเดี๋ยวก็ฮักกัน
    #3,144
    0
  2. #2981 ณ มล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 00:16
    สนุกเหมือนเดิมนะค่ะ
    #2,981
    0
  3. #2523 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:51
    เกดเหมือนจะเริ่มออกลายเเล้วน้าาา55555555
    #2,523
    0
  4. #2254 Yoda0147 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:45
    หมอน้ำ  น่ารักมาก 
    #2,254
    0
  5. #2253 Yoda0147 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:44
    มหาเสน่ห์ มัีคนเดียวก็ รก โลกพอแล้ว พี่พุดเด็ดมาก
    #2,253
    0
  6. #2252 Yoda0147 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:42
    ถึงพี่พุดจะแอบร้าย แต่เค้าก็รักเสมอนะ
    #2,252
    0
  7. #2251 Yoda0147 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:41
    เกดออกจะขี้หึงนิดๆนะคะ หมอน้ำระวังน้า
    #2,251
    0
  8. #2250 Yoda0147 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:39
    จิ้น และฟินค้า 5555
    #2,250
    0
  9. #1813 k_mn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 01:52
    ฮา ๕๕๕
    #1,813
    0
  10. #1644 nammol23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:05
    พี่พุด สุดยอดอ่ะ 
    #1,644
    0
  11. #1499 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 15:06
    พี่หมอเจ็บจังค่ะ ....
    #1,499
    0
  12. #1444 niramon2549 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 21:39
    สนุกมาก ชอบอยากอ่านเล่มแล้ว
    #1,444
    0
  13. #1442 thanpom-s@hotmail.com (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 21:06
    สู้ๆนะคะไรท์
    #1,442
    0
  14. #1301 bluecomsc (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 11:48
    พี่หมอค่ะ พี่หมอขา พี่หมอ พี่หมอ อยากเรียกแบบเกด มั้งง่ะ
     
    #1,301
    0
  15. #1220 ปวีณ์ธิดา_เซลีน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 11:21
    "เป็นเพราะฝนใช่ไหม บรรยากาศพาไปสินะ "



    ความคิดพี่แกล้ำลึกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 กรกฎาคม 2558 / 11:21
    #1,220
    0
  16. #1139 Kamuningka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 16:24
    ฮาอ่ะ บทนี้ครบรสจริงๆ มีทั้ง ฮา ซึ้ง อึ้ง ทึ่ง หมั่นไส้

    ตอนการะเกดถามหมอ เราฮา ยัยนี่ขี้หึงจริง แต่พอไผ่ถามบ้าง กลับหมั่นไส้ แกเป็นอะไรกับเค้าย่ะ ความยุติธรรมไม่มีให้พอๆกับพุดเลย
    #1,139
    0
  17. #1077 taeng (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 22:00
    ชอบพี่หมอน้ำค้าง เกดมากๆ พุดเงียบๆแต่แอบร้ายนะ

    #1,077
    0
  18. #1058 ViVi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 16:09
    ขอบคุณค่าาไรเตอร์
    #1,058
    0
  19. #1006 สุณีย์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 18:23
    อยากให้มีพุดกับพี่หมอและพี่ถึกเยอะๆจัง มันฟินอ่ะ
    #1,006
    0
  20. #1002 moomai06 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 16:28
    คาวี พ่อจะฮาไปไหน 5555
    #1,002
    0
  21. #999 noodao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 15:05
    เพิ่งจะรู้ว่าบางมุมพี่ถึกก็เป็นแฝดกับพี่เหน่นะเนี่ย ... พี่เหน่ได้ยินจะดีใจไหมนะ
    #999
    0
  22. #986 ปวีณ์ธิดา_เซลีน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 11:33
    ชอบๆๆๆ ชอบตอนนี้พี่พุดกวนหราาาา
    #986
    0
  23. #947 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 08:08
    อิอิอิ หายเข้าใจผิดแระ 
    เป็นไงละ คาวี โดนรุมเลย น่ารักมากๆครอบครัวสุขสันต์ 
    #947
    0
  24. #944 Aomji😘😘 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 20:26
    ใช้ความคลุ้มเคลือเป็นเป็นไม้กันหมา ชิมิหนูเกด อิอิ แอบขี้หึงนะเราอ่า
    #944
    0
  25. #943 เนมคุง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 19:50
    ไม่รู้จะบอกไงดี โค..ตะ...ระ ชอบเลยเรื่องนี้ถ้ารอจองเนี้ยเมื่อไรใจจะขาดแล้วนะ.
    #943
    0