ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 8 : ...๗ แม่ดอกการะเกด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    14 ก.ค. 58


ต้นที่บ้าน เพิ่งได้มาไม่นาน ยังไม่เห็นดอกเลยค่ะ แต่คนขายคอนเฟิร์มว่าดอกหอมมากจริงๆ


“วันนี้มาหาต้นอะไรครับหมอ” 

“มาหาต้นการะเกดครับ”

“อ้อ เอาแบบไหนล่ะหมอ มันมีหลายพันธุ์อยู่นา”

“หือ แล้วมีพันธุ์ไหนบ้างครับ” คุณหมอที่ไม่เคยเห็นต้นการะเกดเลยสักครั้งถาม

“ก็มีแบบทั้งที่มีดอกและไม่มีดอก อย่าง การะเกดด่าง7 นี่คนชอบเอาไปปลูกเป็นไม้ประดับ” 

พรรษชลมองไปยังต้นที่มีใบสีเหลืองยาว นับว่าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้ชื่อนั่นเอง 

“แต่มันไม่มีดอกหอมเหมือนการะเกดไทยนะหมอ” 

คนขายชี้ไปยังต้นไม้ที่เหมือนต้นเตย ใบยาวคล้ายใบสัปปะรด ขอบใบมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงวนรอบต้นเป็นเกลียว 

“ต้นนี้เขาว่ามีสรรพคุณเป็นยานะหมอ ลองเอาไปปลูกไว้ไหม”

“ครับ” พรรษชลรับสั้นๆ มองไปที่ต้นการะเกด ใบที่มีหนามแหลมคมทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้ม ช่างเหมือนเหลือเกิน... เหมือนคนที่ชื่อ การะเกด ที่เขารู้จัก สวยงามแต่มีหนามแหลมคม

“งั้นเอาต้นนี้นะ ถ้าติดดอกเมื่อไหร่มาบอกกันบ้าง ต้นนี้เอามานานแล้วไม่เห็นออกดอกเสียที เขาว่าหอมมาก คนสมัยก่อนเขานำไปอบผ้าด้วยนะหมอ” พ่อค้านำหนังสือพิมพ์มาห่อต้นไม้ให้คุณหมอ

“แล้วสรรพคุณมันมีอะไรบ้างครับ” คุณหมอที่ได้ยินว่าแม่ดอกการะเกดนี้หอมนักถามอย่างรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ

พ่อค้าเงยหน้ายิ้มก่อนตอบ

“บำรุงหัวใจ”

ได้ยินดังนั้นคุณหมอหม่อมหลวงถึงกับสะเทือนไปถึงหัวใจ!


-------------------


บทที่ 7

แม่ดอกการะเกด

เหตุการณ์อันน่าอิหลักอิเหลื่อผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อพรรษชลมาอธิบายให้ทุกคนฟังเองดังที่บอกพุทธชาดไว้ ทุกคนเข้าใจดียกเว้นแต่คาวีที่แอบลุ้นน้องภรรยากับเพื่อนสนิท คาวีแอบคิดว่าพรรษชลเหมาะกับการะเกดมากกว่ากิ่งไผ่ สายน้ำกับดอกไม้ย่อมเหมาะสมกับยิ่งกว่าคนที่ชอบพัดเฉื่อยออกท่องเที่ยวอย่างอิสระเป็นแน่ ความคิดที่เคยแอบหวังให้เพื่อนทั้งสองลงเอยกันปลาสนาการไปสิ้น เมื่อเจอะกับสายตาอ่อนโยนยามพรรษชลเผลอมองการะเกด และอาการหลบตาวูบของสาวดอกไม้

พุทธชาดไม่ติดใจกับเรื่องที่เขาไปพบน้องสาวอยู่ในห้องพักพรรษชล ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงเจตนาอันดีและบริสุทธิ์ของอีกฝ่าย หากแต่เขายังสงสัย น้องสาวที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ใครยอมไปกับคุณหมอหม่อมหลวงอย่างง่ายดายเลยหรือ น่าแปลกไปกว่านั้นคือเธอยอมสวมเสื้อผ้าของพรรษชล หนุ่มดอกไม้นึกถึงตอนไปออกแคมป์กับเพื่อนซึ่งมีทั้งหญิงและชาย นั่นรวมน้องสาวฝาแฝดเขาด้วย ตอนนั้นกระเป๋าการะเกดตกน้ำ น้องสาวเขาไม่ยอมสวมเสื้อผ้าของเพื่อนผู้หญิง แต่กลับมาเลือกเสื้อยืดและกางเกงวอมของเขาไปใส่แทนเสียนี่ การะเกดไม่ใช่คนเชิดหยิ่งแต่อย่างใด แต่น้องสาวเขามีนิสัยประหลาดคือไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร ยกเว้นก็แต่คนในครอบครัว

ตั้งแต่วันที่พรรษชลกลับไปชายหนุ่มก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีก ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม การะเกดช่วยพี่ชายพี่สาวทำงานตามปกติ ฟาบิโอ้โทร. จิกลูกสาวทุกเย็น ซึ่งหนุ่มสาวทั้งสามต่างรู้ดีว่าอีกไม่นานพวกตนต้องเดินทางกลับไปสเปนเพื่อทำหน้าที่ของตน สีหน้าของสาวสาวไม่ค่อยสู้ดี ในขณะที่พุทธชาดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด เหตุเพราะไม่ได้ถูกผู้เป็นพ่อจับคลุมถุงชน

ครอบครัวฟาเบรกลาสมีญาติสนิทอยู่ที่หมู่บ้านดงมะไฟซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านดงมะเฟือง สถานที่ซึ่งบุษบาต้องการไปในทีแรก แต่จะด้วยพรหมลิขิตหรือกรรมลิขิตก็ไม่ทราบได้ หญิงสาวถึงลงรถผิดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้จนได้มาพบกับคาวีเข้า เฮือนดอกรัก เป็นบ้านของพุทธลักษณ์ วงศ์บุษบา ญาติสนิทลูกพี่ลูกน้องของหนุ่มสาวดอกไม้ ที่หมู่บ้านดงมะไฟแห่งนั้นยังมี... น้องสะใภ้ พุทธชาดยกฐานะผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ในใจ ก่อนหน้านี้มหาโชคได้ก่อเรื่องยุ่งๆ เอาไว้ด้วยการเผลอไปขืนใจสาวชาวบ้านคนหนึ่ง และตอนนี้หญิงสาวได้บินลัดฟ้าไปพำนักที่อเมริกา ฟาบิโอ้ส่งคนไปดูแลและจัดการให้เธอได้เรียนต่อตราบเท่าที่เธอต้องการ

ในที่สุดเวลานั้นก็มาถึง เวลาที่การะเกดและอัญชันต่างไม่อยากให้มาเยือน สองสาวเก็บเสื้อผ้าด้วยท่าทางเงื่องหงอย ทั้งๆ ที่ผู้เป็นพ่อรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะเรื่องจะไม่บังคับ หากพวกเธอไม่พอใจหนุ่มๆ ที่เป็นว่าที่คู่หมาย เป็นเพราะพุทธชาดช่วยเกลี้ยกล่อมบวกกับเรื่องที่ลูกๆ ไม่ยอมเดินทางกลับสเปน ฟาบิโอ้เลยอ่อนลง ไม่กล้าเซ้าซี้ลูกสาวทั้งสองอีก และเพราะเห็นด้วยกับความคิดของพุทธชาดเรื่องผลักดันให้สองสาวให้อยู่บน คาน ต่อไป คนเป็นพ่อที่อยากได้ลูกเขยที่เลือกเองจึงกลับลำ การที่ไม่ต้องยกลูกสาวให้ใครดูแลย่อมดีกว่าแน่นอน ความเชื่อฝังหัวที่ว่าไม่มีใครรักลูกสาวได้เท่าเขานั้นทำให้ฟาบิโอ้ทำตามคำแนะนำของลูกชายพับเรื่องดูตัวไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดหรือไม่ก็ฝังกลบไปเลยก็ได้

“พี่คงเหงาน่าดูเลย” กลายเป็นบุษบาที่อาลัยพี่น้อง ตัวเธอเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวอบอุ่น แต่งงานแยกออกมาอยู่เป็นครอบครัวกับสามีก็มีพ่อแม่พี่น้องคอยแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเสมอ ครั้นพอน้องๆ จะกลับเลยอดเหงาไม่ได้ แม้สามีรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเธอจะไม่เหงาแน่นอน

“ไม่เอาน่า เหงาก็โทร. หากันก็ได้” อัญชันปลอบพี่สาวที่มีอายุมากกว่าเพียงหนึ่งปี พวกเธอทั้งหมดยกเว้นสามมหาล้วนมีอายุไล่ๆ กัน เรียกว่าหัวปีท้ายปีกันเลยทีเดียว จนบางครั้งยังรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่าเป็นพี่น้องเสียอีก

“ไปอยู่โน่นก็อย่าไปทำอะไรขัดใจคุณป๋าล่ะ เกิดเฮี้ยนนึกอยากได้ลูกเขยขึ้นมาอีกจะเดือดร้อน” การที่ผู้เป็นพ่อพับเรื่องหาคู่ให้น้องๆ ไว้ย่อมเป็นการดีต่อทุกคน เพราะหากไม่หยุดและการะเกดอาละวาดขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นแสดงว่าทุกคนในบ้านต้องเดือดร้อนด้วยการออกโรงห้ามศึกสายเลือด ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่าย บุก และอีกฝ่ายจะ หนี ให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวเลยทีเดียว

“ตั้งแต่ได้สามีเดหลีปากร้ายขึ้นทุกวันนะ” แม่ดอกอัญชันกระเซ้าพี่สาว

“โรคติดต่อทางน้ำลายน่ะ” การะเกดสำทับอย่างหมั่นไส้ เธอเห็นด้วยที่บุษบาปากร้ายขึ้นทุกวัน เป็นเมื่อก่อนล่ะไม่กล้าพูดหรอกว่าคุณป๋าจะเฮี้ยน!

“บ้าสิ ยายเกดนี่พูดไม่เพราะเลย เป็นแบบนี้แหละถึงหาแฟนไม่ได้” บุษบาต่อว่าน้องสาวเสียงไม่จริงจัง

“ก็ไม่เห็นอยากมีซะหน่อย อยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว” ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอมีความคิดนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อิจฉาพี่สาวแทบตาย เธอโตมากับครอบครัวที่อบอุ่นย่อมอยากสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่มีบางอย่างที่ผุดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้บอกเธอว่า...อย่าเพิ่งรีบร้อน!

ช้าๆ จะได้คุณหมอรูปงาม เอ๊ย ได้พร้าเล่มงามต่างหากเล่า!

ใบหน้าของสาวดอกไม้นามการะเกดร้อนซู่ แน่นอนว่าจนถึงทุกวันนี้เธอยังลบภาพซิกแพ็ค เอ๊ย ใบหน้าของคุณหมอผู้นั้นไม่ได้ เหตุการณ์ในห้องยังคงวนเวียนฉายชัดอยู่ในหัว เขาไล่พี่ชายเธอและคนอื่นออกไปจากห้อง จากนั้นก็หันมาซักถามเธอ กระทั่งเธอเป็นฝ่ายถามเขาเกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้น แล้วในที่สุดก็ต่างฝ่ายต่างเงียบ แล้วก็ไม่ได้พบหรือพูดคุยกันอีกเลย แม้แต่ตอนที่เขามาอธิบายที่นี่เธอก็เอาแต่นั่งฟัง

 

ตลาดต้นไม้ในยามเย็นคลาคล่ำไปด้วยผู้คน พรรษชลเดินไปตามถนนในซอยที่ทอดยาวราวๆ สองร้อยเมตร สุดทางเห็นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่กำลังคล้อยต่ำลาลับขอบฟ้า แสงสีส้มจับทอไปทั่วทั้งฟ้าช่างเป็นภาพที่งดงามนัก ตลาดต้นไม้แห่งนี้แบ่งเป็นสองซอย สองข้างทางมีต้นไม้ตั้งเรียงอยู่เต็ม แยกตามชนิด ไม้ดอก ไม้ใบ ไม้ประดับหรือกระทั่งต้นว่าน ชายหนุ่มมองหาเป้าหมายไปเรื่อยๆ จนถึงร้านประจำที่เคยมาซื้อหลายครั้ง

“วันนี้มาหาต้นอะไรครับหมอ” เจ้าของร้านเคยพบคุณหมอที่โรงพยาบาลทักทายพร้อมส่งยิ้มจริงใจให้

“มาหาต้นการะเกดครับ”

“อ้อ เอาแบบไหนล่ะหมอ มันมีหลายพันธุ์อยู่นา”

“หือ แล้วมีพันธุ์ไหนบ้างครับ” คุณหมอที่ไม่เคยเห็นต้นการะเกดเลยสักครั้งถาม

“ก็มีแบบทั้งที่มีดอกและไม่มีดอก อย่าง การะเกดด่าง7 นี่คนชอบเอาไปปลูกเป็นไม้ประดับ” พรรษชลมองไปยังต้นที่มีใบสีเหลืองยาว นับว่าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้ชื่อนั่นเอง “แต่มันไม่มีดอกหอมเหมือนการะเกดไทยนะหมอ” คนขายชี้ไปยังต้นไม้ที่เหมือนต้นเตย ใบยาวคล้ายใบสัปปะรด ขอบใบมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงวนรอบต้นเป็นเกลียว “ต้นนี้เขาว่ามีสรรพคุณเป็นยานะหมอ ลองเอาไปปลูกไว้ไหม”

“ครับ” พรรษชลรับสั้นๆ มองไปที่ต้นการะเกด ใบที่มีหนามแหลมคมทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้ม ช่างเหมือนเหลือเกิน... เหมือนคนที่ชื่อ การะเกด ที่เขารู้จัก สวยงามแต่มีหนามแหลมคม

“งั้นเอาต้นนี้นะ ถ้าติดดอกเมื่อไหร่มาบอกกันบ้าง ต้นนี้เอามานานแล้วไม่เห็นออกดอกเสียที เขาว่าหอมมาก คนสมัยก่อนเขานำไปอบผ้าด้วยนะหมอ” พ่อค้านำหนังสือพิมพ์มาห่อต้นไม้ให้คุณหมอ

“แล้วสรรพคุณมันมีอะไรบ้างครับ” คุณหมอที่ได้ยินว่าแม่ดอกการะเกดนี้หอมนักถามอย่างรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ

พ่อค้าเงยหน้ายิ้มก่อนตอบ

“บำรุงหัวใจ”

ได้ยินดังนั้นคุณหมอหม่อมหลวงถึงกับสะเทือนไปถึงหัวใจ!

 

เย็นวันเสาร์เสือขับรถมารับหลานชายที่หน้าหอพักกิ่งไผ่ ร้อยวันพันปีหลานชายไม่เคยโทร. บอกให้มารับสักครั้ง คนสูงวัยจึงสงสัยระคนแปลกใจ สายตาคมปลาบปรายไปทางจักรยานคิตตี้สีชมพูที่จอดเด่นอยู่ใต้ตึก ไอ้หลานคนนี้ก็กระไร เงินทองใช่ไม่มี ไม่รู้ทำไมต้องมาทนใช้ของต่อคนอื่น หากไม่มีใครรับก็ขนไปทิ้งไว้ที่บ้านให้ยายขี่ก็จบกันไป จะเอาคันใหญ่กว่าแพงกว่าแค่ไหนเขาก็ซื้อให้ได้ เสือคิดอย่างขัดอกขัดใจ

รอไม่นานก็เห็นพรรษชลที่เลิกงานและอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วยกกระถางต้นไม้ลงมา จากตรงนี้มองไม่เห็นว่าเป็นต้นอะไร เพราะชายหนุ่มใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อพร้อมใช้เชือกมัดเอาไว้อย่างดี

“ต้นอะไรล่ะนั่นไอ้เสือ” ผู้เป็นตาร้องถาม แม้วัยจะล่วงเลยมาเจ็ดสิบกว่าแล้วก็ยังแข็งแรงดี แถมยังขับรถได้คล่องแคล่วหูตาไม่ได้ฝ้าฟางเสียด้วย

“ต้น...” จู่ๆ ชายหนุ่มก็อึกอักพูดไม่ออก เมื่อต้องบอกชื่อต้นไม้นี้แก่ผู้เป็นตา

“ว่าไง ชื่อต้นอะไรล่ะ ถึงกับต้องโทร. ให้ตามารับ”

ก่อนที่พรรษชลจะตอบก็มีเสียงกรุ๋งกริ๋งดังขึ้นเสียก่อน กิ่งไผ่ฉีกยิ้มส่งให้เสือมาแต่ไกล แม้ไม่ได้ไปบ้านพรรษชลนานหลายปี แต่กิ่งไผ่ก็ได้พบปะกับผู้สูงวัยทั้งสองบ่อยๆ ตามงานมงคลหรืองานการกุศลต่างๆ เพราะเสือเป็นที่นับหน้าถือตาของคนจังหวัดนี้

“อ้าวหนูกิ่ง”

“สวัสดีค่าตาเสือ มารับน้ำเหรอคะ” กิ่งไผ่ทักทายผู้สูงวัย เหลือบตามองเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันตั้งแต่วันนั้น พรรษชลกำลังยกต้นไม้ไว้บนกระบะรถ ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้เธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นทำให้เจ้าของหอปวดแปลบที่ใจเล็กน้อย

“ใช่ เห็นว่าซื้อต้นไม้เลยให้ตามารับ ไม่รู้ต้นอะไรดูท่าจะชอบมาก ปกติมันก็แบกใส่หลังรถไปเองทุกที” เจอผู้เป็นตาแซวเข้าพรรษชลถึงกับทำหน้าไม่ถูก หลุดมาดขรึมไปต่อหน้ากิ่งไผ่

“ต้นอะไรหรือน้ำ” กิ่งไผ่ได้ยินดังนั้นจึงอยากรู้ขึ้นมาทันควัน

“ต้น การะเกด น่ะกิ่ง”

“หือ ชื่อเหมือนแม่หนูนั่นเลย นี่ถ้ายังไม่กลับต่างประเทศตาก็ว่าจะให้น้ำเอากล้วยน้ำว้าไปให้ลองกิน กล้วยบ้านเราหวานกว่าบ้านไหนๆ ขนาดกล้วยที่มากบารมียังสู้ไม่ได้” เสือคุยโว เพราะรู้จักมักจี่กับบรรณดี

“ตาเสือรู้จักคุณเกดด้วยเหรอคะ” แม้จะรู้ว่าพรรษชลพาสาวไปบ้าน แต่เธอไม่คาดว่าเขาจะพาหญิงสาวไปไหว้ตายายด้วย กิ่งไผ่ตระหนักว่าเธอคิดผิดไปมากโข

“รู้จักสิ หนูเกดเขาเป็นน้องเมียคาวีไง แต่ยายหนูคนนี้ไม่ได้สวยหวานเหมือนพี่สาวหรอกใช่ไหมไอ้เสือ” ประโยคหลังหันไปถามหลานชาย

พรรษชลได้แต่กระแอมไออย่างอึดอัด อะไรกันแค่เขาซื้อต้นการะเกดไปปลูกแค่นี้ ตาคิดไกลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้ารับ ครั้นจะให้เขาแก้ตัวต่อหน้ากิ่งไผ่ก็ใช่เรื่อง

“เห็นยายแก้วบ่นว่าลูกค้าประจำหายไป ที่แท้ก็กลับบ้านไปแล้วนี่เอง” ผู้หญิงที่กินเค้กส้มได้เป็นปอนด์ๆ นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ กิ่งไผ่แอบคิดในใจ แววตาเอาเรื่องในวันที่เธอบุกไปห้องพรรษชลวันนั้นแวบขึ้นมาทันใด ก็อย่างคำที่เขาว่าผู้หญิงด้วยกันมองกันออก เธอสัมผัสได้ถึงความหวงแหนตีตราจอง!

“กลับไปได้เดือนแล้วสินะน้ำ เฮ้อ...ตาคิดถึงยายหนูเกดเหมือนกันนะเนี่ย” เสือรำพึงรำพันพร้อมทอดถอนหายใจ พรรษชลเห็นดังนั้นจึงแอบกลอกตากับมารยาของผู้เป็นตา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าตาทำไปเพราะอะไร ชายหนุ่มปรายมองไปยังกิ่งไผ่ สำหรับเขาไม่เห็นจำเป็นต้องแกล้งทำแบบนั้นเลย ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนเขาไม่ใช่บรรดาพวกคุณหมอพยาบาลหรือคนไข้ที่โรงพยาบาลสักหน่อย

ท่าทางปกป้องแกมหวงแหนหลายชายของเสือเลี่ยงลือระบือไกล กิ่งไผ่เองก็ทราบแต่ไม่นึกว่าวันหนึ่งเธอจะมาเจอเข้ากับตัวเอง เสือกำลังกันเธอออก แต่ที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้นคือกันไว้ให้ผู้หญิงชื่อดอกไม้ หาใช่เพราะหวงหลานชายอย่างที่เคยทำ! เจ้าของหอไหว้ล่ำลาผู้สูงวัยพร้อมขอตัวกลับบ้าน

 

“ก็แค่ต้นไม้น่าตา” พรรษชลพูดขึ้นในขณะที่รถแล่นบนถนนเข้าสู่หมู่บ้าน เสือที่ผิวปากมาตลอดทางเลิกคิ้วก่อนปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นรถ เขารอมาตั้งนานนึกว่าเจ้าหลานชายตัวแสบจะไม่เอ่ยปากแก้ตัวซะแล้ว ทำอย่างนี้เท่ากับกินปูนร้อนท้องชัดๆ มีหรือจะแค่ต้นไม้

“แล้วทำไมต้องเป็น กา-ระ-เกดด้วยเล่า” คนสูงวัยเน้นย้ำทีละคำจนผู้เป็นหลานชายอยากค้อนให้ อีกทั้งท่าทางอารมณ์ดีนั่นก็ขัดตาเขาเหลือเกิน

“คนขายเชียร์ว่าหอมดีครับ” เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มโกหก และน่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จในครั้งแรก

“หอมหรือสวย?” เสือถามกลั้วหัวเราะ ชอบอกชอบใจที่หลานชายอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูก ในบรรดาหลานชายใช่ว่าพรรษชลจะนิ่งขรึมที่สุด คุณชายราชสกุลกุลวารีล้วนแต่มีบุคลิกสุขุมด้วยกันทั้งนั้น

“หอมครับ”

“เคยดมรึ เอ...หรือว่าไปแอบมีอะไรกันแล้ววะไอ้เสือ หนุ่มสาวสมัยใหม่นี่ยังไงกัน ไวไฟชะมัด” คนโดนกล่าวหาว่า ไวไฟ ทั้งที่ยังไม่เคยได้บุกสักครั้งถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เถียงสู้ไม่ได้ก็นิ่งเสียดีกว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

ถึงอย่างนั้นความเงียบที่พรรษชลเปรียบให้เหมือนตำลึงทองนั้นหาใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะเสือรุกไล่ไม่หยุด จนชายหนุ่มแอบคิดว่าเขาเสียมากกว่าสองไพเบี้ยแล้วตอนนี้

“เฮ้ยยย ไม่ตอบแสดงว่าใช่ ตายห่----ไอ้เสือนี่พ่อแม่เอ็งรู้ไหม ไม่ได้การล่ะ เย็นนี้ตาต้องไปคุยกับไอ้บรรณมันสักหน่อย ให้บรรณมันเป็นผู้ใหญ่ออกหน้าแทนเรา ไว้ตาจะไปคุยกับพ่อหนูเกดเอง”

“ตา” คุณหมอหม่อมหลวงเรียกผู้เป็นตาเสียงระโหยอ่อนแรงกับจินตนาการแรงกล้าของอีกฝ่าย

“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวตาช่วยพูดเอง ยังไงเสียแม่หนูนั่นก็ต้องได้เป็นสะใภ้กุลวารี แล้วก็เลิกทำตัวจนๆ ซะนะ บ้านนั้นเขาร่ำรวยล้นฟ้า เราก็มีเหมือนกันถึงจะไม่เท่ากันก็เถอะ” ยิ่งเห็นอาการทุกข์ร้อนของหลานชายเสือยิ่งสนุกเลยเถิด รถกระบะเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้าน เสือก็ยังไม่หยุด

“เดี๋ยวตาจัดการเอง เอ็งอยู่เฉยๆ เถอะ”

พรรษชลทิ้งร่างพิงเบาะ รู้ทั้งรู้ว่าผู้เป็นตาหยอกเย้า (แรงๆ) แต่ก็ไม่กล้าวางใจนัก นี่แค่เขาซื้อต้นการะเกดมาปลูกแค่นี้ก็เดาเป็นตุเป็นตะจนเลยเถิด หากพาเธอมากินข้าวที่บ้านอีกครั้งมิจับเธอแต่งงานกับเขาเลยหรือไง! ชายหนุ่มชะงักเมื่อจู่ๆ ก็คิดเลื่อนเปื้อนไปถึงเรื่อง แต่งงาน รีบสะบัดหน้าเสียหลายทีก่อนลงจากรถ

แล้วก็ต้องมาพบกับต้น การะเกด ที่นอนอยู่บนกระบะ หนังสือพิมพ์บางส่วนฉีกขาดเผยให้เห็นใบที่มีขอบหนามแหลม ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ เมื่อความคิดไพล่อยากเห็นดอกการะเกด

จะ สวย ไหมหนอ

จะ หอม ไหมหนอ

...แม่คุณของพี่หมอน้ำค้าง


----------------------------------------------------------------

หลังจากนำต้นการะเกดไปปลูกข้างศาลาริมสระหลังบ้านตาแล้วพรรษชลก็กลับมาใช้ชีวิต สงบ สุขเรียบง่ายดังเดิม งานที่โรงพยาบาลยังคงยุ่งทุกวัน ชายหนุ่มรู้สึกชอบงานยุ่งๆ เขาชอบทำงานมากกว่ากลับไปหอพัก นับเป็นครั้งแรกที่คุณหมอหม่อมหลวงรู้สึกหวิวๆ ในอก กับการที่ไม่มีใครรอเขาอยู่ที่ห้อง ภาพผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เต็มไปหมดทั้งๆ ที่เธอเหยียบย่ำไปที่นั่นเพียงครั้งเดียว เสื้อผ้าที่เขาให้เธอยืมใส่ตอนนี้วางอยู่บนเตียงด้านที่ว่าง พรรษชลพบว่าตัวเองทำตัวแปลกๆ ขึ้นทุกวัน

ต้นการะเกดที่นำไปปลูกบ้าน เสือรับปากเป็นดิบดีว่าจะดูแลให้ ถึงอย่างนั้นผู้เป็นหลานชายก็ยังแวะเวียนไปดูสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง แต่สัปดาห์นี้พรรษชลมีวันหยุดติดกันสามวันจึงเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพ เสียงผู้เป็นแม่บ่นมาตามสายทำให้ชายหนุ่มไม่อาจผัดผ่อน อีกทั้งพี่ๆ น้องๆ ก็ดีเหลือเกิน ขยันโทร. มาเตือนว่าเขากำลังถูกตัดออกจากมรดกซึ่งเขาไม่ได้กลัวสักนิด

ชายหนุ่มเดินทางด้วยรถกระบะของผู้เป็นตา ความจริงเขามีรถยนต์ส่วนตัวอยู่ที่วังกุลวารีแต่ไม่ได้นำมันมาใช้เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ทั้งยังจะเป็นภาระให้ตาเสียเปล่าๆ ระยะทางจากบ้านเสือไปกรุงเทพนั้นไม่ถึงสองร้อยห้าสิบกิโลเมตร เขาขับรถมาถึงวังกุลวารีก็ตอนพลบค่ำพอดี ประสบคนขับรถของหม่อมราชวงศ์ชลธารกุลีกุจอวิ่งมาเปิดประตูให้คุณชายน้ำค้าง เกือบสามเดือนแล้วที่อีกฝ่ายไม่ได้กลับมาที่วัง ชายหนุ่มเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่มีอาชีพแพทย์ซ้ำยังไปอยู่นอกบ้าน

“แม่ล่ะ”

“รออยู่ในห้องอาหารพร้อมคุณๆ ครับคุณชาย” คุณๆ ที่กล่าวถึงนี้คือหม่อมหลวงชลนที หม่อมหลวงชลาชล หม่อมหลวงชลธี ตอนนี้หม่อมราชวงศ์ชลธารประมุขของวังเดินทางไปอิตาลีเพื่อเยี่ยมเยือนน้องสาวจึงมีกันอยู่แค่นี้ ประสบมองตามแผ่นหลังองอาจไปด้วยสายตาชื่นชม คุณชายบ้านนี้ไม่มีใครใช้คำราชาศัพท์ แม้แต่ตอนเรียกพ่อเรียกแม่ก็ยังเรียกสามัญธรรมดา

“ไง คุณหมอขวัญใจสาวๆ ทั้งโรงพยาบาล ในที่สุดก็ว่างมาเยี่ยมแม่ได้ซะทีนะ” รยาพรเห็นลูกชายจึงเอ่ยทักก่อนโผเข้าไปกอดลูกชายด้วยความคิดถึง เป็นเหตุให้ลูกๆ ที่เหลือต่างอมยิ้มกับท่าทางของผู้เป็นแม่

“แม่ พวกเราอยู่ด้วยทุกวันไม่เห็นแม่กอดแน่นแบบนั้นบ้าง” ชลนทีลูกชายคนโตเอ่ยกระเซ้าผู้เป็นแม่ รยาพรหันไปส่งค้อนให้อย่างรู้ทัน

“ก็พากันมีสาวๆ ให้กอดกันหมดแล้วนี่ แม่จะไปกอดใครได้นอกจากน้ำค้าง”

“แล้วแม่รู้ได้ไงว่าพี่น้ำค้างไม่มีสาว ได้ข่าวว่าสาวรุมกันจะตาย” ชลธีผู้มีชื่อแมนที่สุดในบรรดาพี่น้องสายน้ำแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มเหมือนคนไปรู้อะไรดีๆ มา พรรษชลหรี่ตามองน้องชายอย่างระแวง แล้วสัญชาตญาณเขามันก็ไม่ผิดพลาดนักเมื่อธีปากหมาเริ่มปล่อยหมาออกจากปาก

“เห็นตาบอกว่าพี่น้ำค้างมีสาวที่ชอบแล้ว ชอบถึงขนาดไปซื้อต้นไม้ชื่อเดียวกับสาวมาปลูก”

“หา จริงเหรอน้ำค้าง นี่แม่ตกข่าวนะเนี่ย”

พรรษชลกลอกตามองคุณแม่ผู้ตกข่าวที่เล่นไม่ค่อยสมจริงนัก ดูท่างานนี้เขาคงโดนแม่กับพี่น้องซักฟอกจนขาวเชียวล่ะ คิดดังนั้นชายหนุ่มจึงกัดฟันกรอด ตานะตา...อุตส่าห์กำชับแล้วว่าไม่ให้บอกใคร แต่ดันมาเผยความลับกับพี่น้องและแม่เขาเสียได้ นี่ถ้าพ่อรู้อีกคน ไม่อยากจะคิดเลยว่าขบวนขันหมากจะใหญ่โตขนาดไหน!

“แม่ก็...เลิกแซวเถอะครับ ขับรถมาเหนื่อยๆ หิวข้าวก็หิว ส่วนเรื่องต้นไม้นั่นก็แค่บังเอิญหรอกน่า” ชายหนุ่มว่าพรางโอบให้ผู้เป็นแม่นั่งหัวโต๊ะ หันไปสั่งให้เด็กตักข้าว

“หิวหรืออายกันแน่” ชลาชลที่เงียบอยู่นานเอ่ยแซวบ้าง พี่น้องบ้านนี้มักเล่นหัวกันเหมือนเพื่อน บรรดาคนรับใช้ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นคุณชายต่างหยอกล้อกัน

“หิวสิ ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง” พออ้างว่าไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่มื้อเที่ยง ทั้งหมดจึงไม่เซ้าซี้ซักถามต่อ แต่พรรษชลรู้ว่ามันยังไม่จบแค่นี้ หลังกินข้าวยังมีต่อภาคสอง อาชีพแพทย์ของเขาดีอยู่อย่างหนึ่งคือทุกคนในบ้านต่างพากันเป็นห่วงสุขภาพ ไม่ว่ามีอะไรหากเขาอ้างว่าหิวหรือเหนื่อยทุกคนจะพร้อมใจกันหยุดเพียงเพื่อให้เขาได้กินหรือพักผ่อน ชายหนุ่มอมยิ้มระหว่างที่ปรายตามองพี่น้อง คุณหมอหม่อมหลวงรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่กลับมาที่วังแห่งนี้

 

การกลับมาพักผ่อนที่วังกุลวารีทำให้พรรษชลผ่อนคลาย อย่างน้อยๆ ก็ไม่มีภาพใครคนหนึ่งเดินวนเวียนไปทุกแห่งหนในห้องนอนเขาอีก หากจะมีก็เพียงคิดแวบๆ ยามอยู่คนเดียว นอกจากนั้นเขามีแม่และพี่น้องคอยพูดคุยด้วยตลอด อีกสองวันผู้เป็นบิดาจะกลับมาบ้าน แต่ชายหนุ่มต้องเดินทางกลับไปทำงานพรุ่งนี้ หม่อมราชวงศ์ชลธารกำชับบอกไม่เจอก็ไม่เป็นไรเพราะสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายอยู่แล้ว

“ตกลงนายจะไม่เล่าเรื่องแม่สาวดอกไม้แน่ๆ ใช่ไหม” ชลนทีพี่ใหญ่รับหน้าที่เปิดประเด็นหลังจากปล่อยให้น้องชายได้พักผ่อนเต็มที่

“ก็มันไม่มีอะไรให้เล่า แค่บังเอิญชื่อเหมือน” พรรษชลบอกปัด ครอบครัวเขานี่ไม่รู้ยังไง มีเรื่องคาใจนี่ไม่มีใครปล่อยผ่านเลยสักคน

ชลนทีสบตาชลาชลที่กำลังเลิกคิ้วมองมาเหมือนกัน ส่วนชลธีนั้นกลับทำหน้าเบ้อย่างไม่เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดแค่...บังเอิญ! พรรษชลยังไม่รู้ว่าเสือตื่นเต้นขนาดไหนที่หลานชายทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มริรักต้องคอยเฝ้าตอดเฝ้ามอง (ต้น) การะเกดทุกครั้งที่มาบ้าน ถึงขนาดนำไปปลูกไว้ใกล้ๆ กับศาลาริมสระซึ่งเป็นสถานที่โปรดเชียวนะ

“แล้วผู้หญิงที่ชื่อการะเกดที่พาไปบ้านน่ะเป็นไงบ้าง”

“กลับสเปนไปแล้ว อีกอย่าง...วันนั้นก็แค่บังเอิญเธอติดรถผมไป”

“ไปหลอกควายเถอะพี่น้ำค้าง” ชลธีสอดปากขึ้นพูดอย่างอดไม่ได้

“เออใช่ ถ้าบังเอิญเจอกันที่อื่นแล้วนายจะไปส่งเขาก็ไม่เห็นต้องพาแวะบ้าน ขนมเขนิมก็ได้ข่าวว่าให้คนงานของคาวีเอาไปส่งให้ไม่ใช่เหรอไง”

พรรษชลถึงกับอึ้ง ดูท่าพี่น้องเขาจะ คม-ชัด-ลึก กันมากเลยทีเดียว

“ก็มันผ่านพอดี” เขาแถจนสีข้างเลือดไหลซิบ

“เหรอ...” สามหนุ่มที่เหลือพร้อมใจกันเอออออย่างรู้ทัน งานนี้ดูท่าจะไม่ใช่แค่ความบังเอิญเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว

“เออ เลิกซักเถอะน่า ไม่มีอะไรก็คือไม่มีสิ อีกอย่างคุณเกดเขาก็กลับบ้านไปแล้วด้วย”

ประเด็นที่สาวดอกไม้เดินทางกลับบ้านเหมือนปิดปากทุกคนเอาไว้ชะงัก หากยังอยู่แน่นอนว่ายังพอลุ้น แต่นี่สาวเจ้าอยู่ไกลถึงต่างประเทศ ถึงอย่างนั้นสามหนุ่มก็ยังคาใจเรื่องที่พรรษชลพาสาวเจ้าไปบ้านอยู่ดี มีหรือที่นายแพทย์หม่อมหลวงพรรษชล กุลวารีจะพาสาวแปลกหน้าไปที่บ้าน หากไม่ปักใจหรือแอบมีใจให้สักนิด

ชลนที ชลาชลและชลธีสบตากันยิ้มๆ ไว้รอแม่สาวดอกไม้โบยบินกลับมาอีกครั้งพวกเขาค่อยคอยลุ้นก็ยังไม่สาย

คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันอย่างแน่นอน!

 

อีกไม่กี่วันลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคาวีจะอายุครบหนึ่งปี เด็กชายบารมีมีรูปร่างอ้วนสมบูรณ์จนผู้ที่พบเห็นอยากเข้ามากอดรัด พรรษชลได้ข่าวว่าฟาบิโอ้และลีลาวดีเดินทางมาเยี่ยมหลานชายทุกสองเดือน หากแต่พี่น้องคนอื่นๆ มักจะติดต่อกันผ่านโทรศัพท์ไม่ก็อินเตอร์เน็ต เขายังได้ข่าวการะเกดจากปากคาวีอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวกลับไปบริหารงานที่โรงแรมช่วยพุทธชาด สาขาที่มีอยู่ทั่วโลกทำให้หนุ่มสาวดอกไม้ยุ่งจนไม่มีเวลามาเยี่ยมหลานชายอีกเลย พรรษชลได้ไปหาซื้อของขวัญวันเกิดหลานชายเอาไว้แล้ว เขาเลือกชุดของเล่นสำหรับเด็กวัยหนึ่งขวบ คุณหมอเด็กย่อมรู้ดีกว่าใครว่าเด็กวัยนี้ต้องการอะไร

สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านศาลาริมน้ำไประยะ ดวงตาคมภายใต้แว่นตาเบนไปทางต้นที่มีใบยาวขอบมีหนามที่บัดนี้กลางยอดมีกาบสีเหลืองนวลหุ้มเกสร มุมปากชายหนุ่มยกยิ้ม แม่ดอกการะเกดช่างงามแปลกตา กลิ่นหอมเย็นทำให้หลายวันมานี้คุณหมอที่ไม่ต้องเข้าเวรกลับมานอนบ้านตายายทุกวัน เขายังจำเสียงตาตอนโทร.ไปบอกได้

ไอ้เสือ! ยายหนูเกดออกดอกแล้ว

เขาถึงกับหลุดหัวเราะ จนป่านนี้ตายังไม่เลิกคิดถึงแม่สาวดอกไม้ที่หายลับไป น่าแปลกที่เวลาล่วงผ่านมาเกือบปีแต่เขากลับไม่เคยลืมเลือนเธอเลยสักครั้ง ยังจารจำภาพเธอไม่เสื่อมคลาย กลิ่นหอมเย็นซาบซ่านเข้าถึงหัวใจยามที่ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ยายบอกจะลองเอาดอกไปปรุงผสมกับยาหอม พรรษชลตั้งใจขอแบ่งยาหอมดอกการะเกดไปสูดดมบ้าง ไม่รู้ว่าถ้าตารู้เข้าจะว่าอย่างไรไหม จะโทร. ไปเล่าให้พี่น้องเขาฟังหรือไม่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจับจ้องดอกไม้งามที่คนขายเลี้ยงมานานไม่ออกดอก แต่พอมาอยู่กับเขาได้ไม่ถึงปีกลับออกดอกชูช่อให้เชยชม

ลมโชยพาพัดให้ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นหยอกล้อกับแสงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำ ประกายระยิบระยับงามจับตาแต่ก็ไม่อาจงามเท่า... เจ้าของกลิ่นหอมเย็นตึงสายตาชายหนุ่มอีกครั้ง

“...หอม” เสียงทุ้มดังแผ่วๆ คลอไปกับสายลม คุณหมอหม่อมหลวงทอดสายตาหวานเชื่อมไปยังแม่ดอกการะเกด อมยิ้มขบขันเพราะเมื่อครู่ตนเผลอพูดคนเดียว

ชายหนุ่มคิดโดยไม่รู้ว่าอีกไม่นาน คลื่นลมเอื่อยเฉื่อยชุ่มชื่นหัวใจนี้จะไม่มีอีกแล้ว เพราะพายุนาร์กีสลูกใหญ่กำลังตั้งเคล้ารอคอยเขาอยู่ ความสงบที่เป็นสุขพร้อมกับความคิดถึงโหยหาที่ซ่อนลึกลงในหัวใจก็จะหมดไปด้วย...



7 การะเกดด่างเป็นพันธุ์ไม้จากต่างประเทศ ที่มีผู้นำเข้ามาปลูก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus variegatus Miq. มีใบสวยงาม แต่ไม่มีดอกหอมเหมือนการะเกด (ไทย)



 สวยและใจดีมาก อัพทุกวันเลยค่ะ ฮา...

สักพักจะหนีไปเที่ยว เดี๋ยวคำนวนคร่าวๆ ว่าจะอัพทุกวันหรือวันเว้นวัน จนกว่าหนังสือจะตีพิมพ์นะค้า>////<

#เหมือนนิยายจิกหมอนเข้าไปทุกที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3145 Manpoon Boon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:01
    เทใจชอบหมอน้ำ
    #3,145
    0
  2. #2526 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:53
    ไม่ต้องรีบร้อน ช้าๆได้หมอรูปงาม ชอบมากๆ ขอบัญญัติสำนวนนี้เลยได้ไหม5555555
    #2,526
    0
  3. #2258 Yoda0147 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:59
    ชอบมากค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งสนุก รู้สึกจะหลงเสน่ห์หมอน้ำเต็มเปาแล้วค่ะ
    #2,258
    0
  4. #2257 Yoda0147 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:57
    คิดถึงก็มองดอกการะเกดรอ ฟินมากค่ะ บอกเลย
    #2,257
    0
  5. #2256 Yoda0147 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:55
    ตาเสือยังหวงหลานชายไม่หายน้อ ฮาดี
    #2,256
    0
  6. #2255 Yoda0147 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:54
    โอ้แม่ดอกการะเกดของพี่น้ำ อิอิ
    #2,255
    0
  7. #1645 nammol23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:07
    จะ"หอม"ไหมหนอ 
    จะ"สวย"ไหมหนอ
    แม่คุนของพี่หมอน้ำค้าง
    อ่าาาาาาาาาจิกหมอนมากอ่ะ
    #1,645
    0
  8. #1500 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 15:07
    เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่ะ
    #1,500
    0
  9. #1446 niramon2549 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 21:53
    ลุ้นมาเจอกันเร็วๆๆ
    #1,446
    0
  10. #1445 niramon2549 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 21:53
    ลุ้นมาเจอกันเร็วๆๆ
    #1,445
    0
  11. #1334 bluecomsc (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 16:08
    โอ้ย นู๋เกดปล่อยให้พี่หมอน้ำเพ้อคนเดียวได้ไง รีบๆกลับมาเร้ว


     


    #1,334
    0
  12. #1319 kungdeva (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 14:07
    พี่หมอน้ำคิดถึงสาวเจ้าละส้ิ 
    #1,319
    0
  13. #1142 Kamuningka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 16:36
    ยิ้มแก้มแตก แม่คุณของพี่หมอน้ำค้าง...เมื่อไรจะกลับมาบำรุงหัวใจพี่หมอสักทีนะ
    #1,142
    0
  14. #1138 กนกรักษ์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 16:12
    อ้ายยยยยยยยยทามมัยพี่หมอกะแม่ดอกการะเกดต้องห่างกันด้วย
    #1,138
    0
  15. #1132 Aomji&#128536;&#128536; (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 15:52
    พี่หมอน้ำเข้าข่าย"ไม่ได้เห็นหน้า เห็นดอกการะเกดก็ดี"ใช่ไหมค่ะพี่หมอน้ำ #เอาตัวมาอยู่ด้วยไม่ได้ก็เอาต้นการะเกดมาอยู่ด้วยก่อนใช่ไหมค่ะ
    #1,132
    0
  16. #1115 Moly (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 14:52
    สนุกค่ะ รออ่านค่า
    #1,115
    0
  17. #1087 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 10:33
    น่ารักฟินเฟร่ออีกแล้วแล้วแม่การะเกดจะได้เจอกับพี่หมอนำ้อีกเมื่อไหร่น้อขอให้พรหมลิขิตรีบเขียนให้ได้เจอกันเร็วๆด้วยเถอะ
    #1,087
    0
  18. #1086 เพนศรี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 09:28
    พายุที่ว่าน่ะคือป๋าเหน่ รึเปล่าคุณหมอตั้งรับให้ดีนะจ๊ะ
    #1,086
    0
  19. #1083 เนมคุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 00:47
    1เล่มจัดๆๆๆๆต้องไปหารูปดอกการะเกดมาดูซะละ
    #1,083
    0
  20. #1082 panin_nin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 23:35
    หนูเกดออกดอกแบบนี้เหมือนจะบอกว่าเดี๋ยวเราจะได้พบกันยังไงยังงั้นเลยอ่ะ *///*ฟินนน
    #1,082
    0
  21. #1081 Gaeaterra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 22:56
    อ๊ากกกกกก ฟินมากกกกกกกก(กอไก่ล้านตัว)
    #1,081
    0
  22. #1080 vzavii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 22:23
    แหม่ๆ พี่หมอน้ำค่ะ ความบังเอิญเยอะเกิ้นนนนนน หนูเกดก็ปล่อยให้พี่หมอรอซะนานเลย รีบๆกลับมาได้แล้วนะ
    #1,080
    0
  23. #1079 นางมารร้าย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 22:20
    กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....พี่หมอกะนู๋เกดใก้ลจะเจอกันเรอะ พายุนากีสกะลังจะเข้าพี่หมอแร้วกรุณาพุ่งชนเด้อค่ะ
    #1,079
    0
  24. #1076 หลิง หลิง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 21:54
    หม่อมหลวง นี่ไม่ได้เรียกว่าคุณชายนี่คะ จะเรียกคุณชายในหม่อมราชวงศ์

    แล้วตั้งแต่หม่อมราชวงศ์ลงมาก็ไม่ได้ใช้ราชาศัพท์กันแล้วค่ะ

    แต่ก็สนุกค่ะ
    #1,076
    0
  25. #1075 Kamonrat14 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 21:29
    แว้กกกกกก!!กรี๊ดดดดดด!!ทำไมต้องห่างกันตั้งปีด้วย

    สังเคราะห์นะคะนิยายพี่เจี๊ยบจะมีเรื่องราวให้พระนางมีเหตุต้องห่างกันทุกเรื่องเลย

    มันตะเตือยใต T^T

    รอตอนต่อไปนะคะ

    รักไรเตอร์&พี่หมอน้ำค้าง
    #1,075
    0