ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 6 : ...๕ บังเอิญเจอเธอบ่อยๆ อาจคือพรหมลิขิต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    7 ก.ค. 58



“มาทำไม ถ้าจะให้ฉันไปตรวจหลานล่ะก็ ไม่ต้องหรอก เมื่อวานเดหลีโทร. มาบอกว่านายให้โทร. มาเตือน ฉันเลยสอบถามเดหลีไปแล้วว่าหลานมีอาการผิดปกติอะไรไหม ซึ่งนี่...คือผลวินิจฉัยล่าสุดของฉัน”

พรรษชลยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีตัวหนังสือเต็มพรึบ คาวีรับมาอ่านแล้วหัวเราะก้ากออกมา

“อาการเบื้องต้นเหมือนคนปกติ ตาไม่บอด หูไม่หนวก แขนขาไม่เป็นง่อย  หายใจเองได้ ขี้คล่อง ผายลมบ้าง หัวเราะคุยอ้อแอ้ตามปกติ มีพัฒนาการที่ดี สรุป...ถ้าไม่มีอุบัติเหตุพ่อทำหลุดมือ พ่อนอนทับ จะมีอายุยืนยาวไปอีกแปดสิบถึงร้อยปีเป็นอย่างต่ำ ลงชื่อนายแพทย์หม่อมหลวงพรรษชล กุลวารี” คาวีอ่านกลั้วเสียงหัวเราะ “ผลวินัยฉัยพร่อง! หมอที่ไหนเขียนบอกคนไข้แบบนี้ แล้วไอ้ที่บอกว่าลูกกูจะอายุยืนยาวแปดสิบถึงร้อยปีนี่มึงเป็นหมอดูหรือไงหา!

“หมอน้ำนี่แหละ แล้วมึงก็เลิกเรียกกูไปตรวจลูกมึงทุกเดือนได้แล้ว จำไม่ได้เหรอ...กูเป็นเพื่อนนะครับ ไม่ใช่เบ๊!!” คนที่ยังฝังใจกับเรื่องที่เพื่อนไหว้วานบอกด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“สรุปวันนี้นายจะไม่ไปบ้านฉันจริงๆ อะ”

“เออ!


ชลลี่กับคาววี่น่ารักว่าปะคะ 555

----------------

บทที่ 5

บังเอิญเจอเธอบ่อยๆ อาจคือพรหมลิขิต

หลังจากที่พรรษชลมาส่งการะเกดก็เข้าสองสัปดาห์แล้วที่หนุ่มสาวไม่ได้พบหน้ากัน แน่นอนว่าเรื่องที่หญิงสาวซ้อนรถกลับมากับชายหนุ่มไม่ได้เป็นความลับ นั่นเพราะแม้จะเลี่ยงหลบช่วงเวลาประชันหน้ากับพี่สาวพี่ชายได้ แต่สาวดอกไม้ลืมกำชับมะกอกกับแต้วเอาไว้ พอสมทรงทราบคนอื่นๆ ก็ทราบไปพร้อมกัน คนที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคงหนีไม่พ้นพุทธชาด หากแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดหรือซักถามน้องสาวแต่อย่างใด ได้แต่เงียบและทำหน้าอย่างคนใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา

ทางฝั่งฟาบิโอ้คุณพ่อผู้มีความฝันอยากเฟ้นหาลูกเขยด้วยตัวเอง โทร. ข้ามประเทศมาหาลูกสาวสุดที่รักทั้งสองทุกวัน พร้อมกำชับบอกให้ทั้งสองเดินทางกลับบ้าน แต่สองสาวที่ไม่อยากถูกจับคลุมถุงชนก็บ่ายเบี่ยงอยู่ร่ำไป อ้างว่าต้องการดูการก่อสร้างบ้านใหม่อยู่ทางนี้ การทิ้งงานมานานๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เพราะอัญชันและพุทธชาดยังคงทำงานอยู่ทุกวันโดยติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต

ตอนนี้การะเกดกลับมาช่วยพี่ชายทำงานเหมือนเดิม หญิงสาวพูดหาพี่ชายน้อยลง ส่วนคนเป็นพี่ก็จับผิดน้องสาวมากขึ้น การะเกดคงไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินข่าวน้องสาวซ้อนรถมอเตอร์ไซค์มากับพรรษชล มันทั้งแปลกใจระคนสังหรณ์ใจไปในคราเดียวกันเลยทีเดียว หลายครั้งที่อยากเอ่ยปากถามความรู้สึกน้องสาว แต่อาการเงียบงันของการะเกดทำให้ชายหนุ่มพูดไม่ออก ตอนนี้เขาสามารถขจัดรายชื่อ ว่าที่ลูกเขยในฝัస?น ของผู?ป็นพ่อได้เกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยายน้องสาวดันทำให้ ตัวเลือก ผุดขึ้นมาอีกหนึ่งคน แถมคนนี้ทำท่าจะพิเศษก็ตรงที่ทำให้การะเกดยอมซ้อนท้ายรถมาถึงบ้าน!

“พี่หมอน้ำไม่มาอีกเลยเหรอ เดหลี” อัญชันกระซิบถามน้องสาวที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเที่ยงไว้รอสามี เธอเลี่ยงเข้ามาช่วยในครัว ปล่อยให้พุทธชาดและการะเกดนั่งทำงานที่ห้องรับแขกซึ่งเปิดหน้าต่างออกรับลมเย็นๆ

“เห็นคาวีบอกว่ายุ่ง เพราะช่วงนี้พี่หมอน้ำเข้าเวร” บุษบาตอบยิ้มๆ เธอรู้ว่าน้องสาวแปลกใจเรื่องที่การะเกดมากับพรรษชลเหมือนกัน แม้แต่ตัวเธอพอรู้เข้ายังอดแปลกใจไม่ได้ น้องสาวคนนี้ไม่ได้หยิ่งแต่ก็ค่อนข้างถือตัวพอสมควร การะเกดไม่เคยเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มคนไหนเข้าใกล้ได้เท่าพรรษชลมาก่อน หรือพูดอีกทีก็คือพุทธชาดและสามมหาไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้สาวๆ ตระกูลฟาเบรกลาส

“อือ แต่วันอาทิตย์นี้พี่หมอจะมาตรวจน้องไม้ใช่ไหม” อัญชันถาม ความจริงหลานชายไม่ได้เป็นอะไร แต่ตัวพ่อ เอ๊ย คนเป็นพ่ออย่างคาวีก็บังคับให้เพื่อนที่เป็นหมอเด็กมาตรวจสุขภาพลูกชายเดือนละครั้ง มีครั้งหนึ่งบรรณพ่อของคาวีเคยแซวว่าแท้จริงแล้วคาวีอาจคิดถึงพรรษชล เพราะตอนเรียนมัธยมด้วยกัน คาวีติดพรรษชลเป็นตังเม จนสมัยนั้นใครๆ ต่างเข้าใจว่าทั้งสองแอบมีใจให้กัน

“ไม่มาคาวีคงไปลากตัวมาจนได้แหละ รายนั้นตั้งแต่พี่หมอน้ำย้ายมาก็พยายามดึงเพื่อนให้มาหาบ่อยๆ คงคิดถึงกันแหละ อย่างที่พ่อบรรณบอกนั่นแหละ คาวีติดพี่หมอน้ำ” บุษบาว่าพรางหัวเราะ

“แล้วเดหลีไม่หึงหรือไง ไม่กลัว...” สาวดอกไม้หยุดพูดเมื่อนึกถึงบุคลิกของพี่เขย “เอ่อ จะว่าไปท่าทางดิบเถื่อนขนาดนั้นคงไม่เป็นเกย์หรอกเนอะ ถ้าเป็นพี่หมอน้ำก็ว่าไปอย่าง” สองสาวสบตากันก่อนหัวเราะอย่างขบขัน

คาวีกับพรรษชลงั้นหรือ... คงต้องรอให้โลกแตกไปเสียก่อน น้ำกับไฟหรือจะรักกันได้ หากเป็น น้ำมัน กับ ไฟ ก็ว่าไปอย่าง ซึ่งพรรษชลไม่ใช่น้ำมันอย่างแน่นอน หากแต่อาจเป็นสายน้ำเย็นๆ ที่ซุกซ่อนเปลวไฟร้อนๆ เอาไว้ก็เป็นได้

 

ใบแก้วรีบรายงานพี่สาวเรื่องพรรษชลกับลูกค้าสาวนิรนามทันทีที่ใบไผ่กลับมาจากทำธุระ แรกทีเดียวบอกจะไปสองสามวัน แต่ใบไผ่ดันติดลมขึ้นเหนือไปเที่ยวต่อกับเพื่อน สีหน้าท่าทางนิ่งๆ ตอนฟังทำให้ใบแก้วไม่สบายใจ มีแต่เธอและพ่อแม่ที่ร้อนใจ ใบไผ่ยักไหล่ให้น้องสาว ทำเหมือนไม่แคร์กับเรื่องที่ได้ยิน แต่ภายในอกร้อนรุ่มเหมือนมีไฟกองเล็กๆ ลุกโชน เธออายุสามสิบเอ็ดปีเป็นเจ้าของหอพักใบไผ่ที่พรรษชลพักอยู่อีกด้วย เธอและพรรษชลเป็นเพื่อนร่วมห้องกันตั้งแต่สมัยเรียน และยังเป็น เพื่อนกันมาจนกระทั่งบัดนี้

ความร้อนทุรนทุรายที่เกิดขึ้นภายในอกทำให้หญิงสาวตระหนักถึงความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจ พร้อมกันนั้นหญิงสาวก็ตกใจเล็กน้อยที่พบว่ามีความรู้สึกนั้นซ่อนอยู่ จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยตรองความรู้สึกตัวเองดูแล้ว พ่อกับแม่เคยถามเธอตอนอายุยี่สิบแปดว่าคิดอย่างไรกับพรรษชลผู้เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มาด้วยกัน ตอนนั้นเธอตอบด้วยเสียงหนักแน่นว่าเห็นอีกฝ่ายเป็นแค่เพื่อน ทว่าตอนนี้ล่ะ? แค่ได้ยินว่าเขาพาผู้หญิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปส่งบ้านตัวเธอก็ร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟสุมทรวง

“ช่างเถอะ น้ำเองก็อายุมากแล้ว จะมีสาวก็ไม่เห็นแปลกนี่นา” ปากบอกไปอย่างนั้นแต่ในใจกำลังกรีดร้องอย่างเจ็บปวด กระนั้นก็ต้องข่มความรู้สึกรุ่มร้อนนี้เอาไว้อย่างยิ่งยวด

“ยายกิ่ง นี่ตกลงไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับหมอน้ำจริงๆ เหรอเนี่ย” ผู้เป็นแม่ที่น้อยครั้งจะเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดาย ในเมื่อลูกไม่มีใจให้ หล่อนเองก็คงไม่บังคับ

“น่าเสียดายนะ พ่อหวังมาตลอดว่าเรากับน้ำจะลงเอยกัน เห็นต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใคร แถมพ่อน้ำก็ยังมาเช่าหอพักเราอยู่อีกด้วยแน่ะ แบบนี้ความฝันพ่อก็สลายสิ น่าเสียดายจริงๆ” คนอยากได้พรรษชลเป็นเขยจนตัวสั่นบอกด้วยความเสียดายเช่นกัน

“เฮ้อ แก้วว่าแล้วว่าพี่กิ่งจะเฉย ไอ้เรารึอุตส่าห์ลุ้น”

แม้จะยินดีมากแค่ไหนที่คนทั้งบ้านต่างสนับสนุน แต่ใบไผ่ก็จำต้องเก็บงำอาการนั้นเอาไว้ในอก อาจเพราะเธอปฏิเสธที่บ้านมานานมาก นานตั้งแต่สมัยมัธยมเลยทีเดียว พ่อทราบว่าพรรษชลมียศเป็นหม่อมหลวง เป็นลูกเจ้าลูกนายก็อยากเกี่ยวดอง พอได้ใกล้ชิดทำความสนิทสนมพ่อเธอก็ยิ่งชอบชายหนุ่มมากขึ้น พรรษชลไม่ถือตัว ไม่เคยแสดงว่าอยู่เหนือใคร ไม่แบ่งแยกชนชั้น ไม่แปลกที่พ่อแม่น้องสาวเธอจะปลื้มชายหนุ่ม

“กิ่งขอตัวไปอาบน้ำดีกว่า มาเหนื่อยๆ ต้องมานั่งฟังเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แทนที่จะดีใจที่น้ำไม่ต้องขึ้นคานเหมือนกิ่ง ดันมานั่งกลุ้มกันแทน” ใบไผ่โคลงศีรษะแล้วลุกเดินขึ้นห้องไปทันที ระหว่างทางดวงตาหญิงสาวเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา โกรธพรรษชลที่มีคนอื่น สุดท้ายก็โกรธตัวเองที่ปากแข็ง ไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงสักที

ประตูห้องปิดลงหญิงสาวจึงทรุดพิงกับประตู ปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลรินออกมาราวทำนบกั้นเขื่อนแตก มือขาวบางกำเข้าหากันแน่น ดวงตาที่กลบด้วยน้ำตาฉายแววคับแค้นใจ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวภาพแล้วภาพเล่า พรรษชลซื้อน้ำให้เธอ พรรษชลมาส่งเธอที่บ้าน พรรษชลซื้อเค้กวันเกิดให้ พรรษชลช่วยติวคณิตศาสตร์ให้เธอ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ยังมี ตัวแปร อีกหนึ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจไม่ยอมคบหากับพรรษชล

นั่นก็คือ...คาวี!

ใบไผ่ไม่เคยบอกใครว่าเธอเกลียดคาวีเข้ากระดูกดำ เกลียดๆๆๆๆ จนสะอิดสะเอือน แม้แต่หน้าก็ไม่อยากมอง แต่ที่ต้องทำพูดดีและมองทุกวันนี้ก็เพราะพรรษชล ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าทั้งพรรษชลและคาวีนั้นเป็นคู่เกย์กัน เพราะไม่ว่าพรรษชลอยู่ที่ไหน ก็มีคาวีอยู่ที่นั่น แม้แต่ตอนที่พรรษชลมาบอกชอบเธอ คาวีก็ยังมายืนอยู่ด้วย!

ใบไผ่จมในภวังค์อีกครั้ง...

เราชอบกิ่งนะ เอ่อ... พรรษชลในวัยสิบห้าปีใช้มือลูบท้ายทอย แก้มชายหนุ่มรุ่นกระเตาะขึ้นสีเรื่อ หากแต่ฝ่ายถูกบอกรักอย่างใบไผ่กลับไม่รู้สึกเขินอายสักนิดเดียว

เราก็ชอบน้ำนะ อย่าง...เพื่อน!’

เฮ้ยอะไรวะ ฟังให้จบก่อนสิกิ่ง ไอ้น้ำมันกำลังพูด แทรกขึ้นมาทำไม เสียมู้ดหมด!’ คนที่มาให้กำลังใจเพื่อนแทรกขัดขึ้นอย่างหมดความอดทนตามประสาคนใจร้อน

พูดอะไร ก็น้ำบอกชอบเรา เราก็บอกชอบน้ำเหมือนกันนี่

เฮ้ยยายกิ่ง กวนล่ะ โง่จริงหรือแกล้งโง่วะ คนที่ฮาร์ดคอร์กอไก่ ตั้งแต่ยังเยาว์วัยต่อว่าเสียงดังลั่น

พอเถอะคาวี กิ่งเข้าใจถูกแล้ว เราชอบกิ่งอย่างเพื่อนจริงๆ นั่นแหละ พรรษชลขัดขึ้น

เหตุการณ์ในครั้งนั้นจบที่เธอและพรรษชลยืนกรานจะเป็นเพื่อนกัน หลังจากนั้นพรรษชลและคาวีก็แยกกันไปเรียนต่อ เธอไม่เคยได้พบกับพรรษชลอีกเลย กระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนนี่เองที่ชายหนุ่มย้ายมาประจำที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ตั้งอยู่ด้านหน้าซอยเป็นใจซึ่งเป็นที่ตั้งของหอพักใบไผ่!

 

เที่ยงวันนี้ร้านป้าแจ่มที่แจ๋วแม้วัยจะมากแล้วมีลูกค้าเยอะกว่าทุกวัน หนึ่งในนั้นมีพรรษชลและภัทรศัยรวมอยู่ด้วย นิศมาออกไปทำธุระเลยไม่ได้มากินข้าวเที่ยงด้วยกัน ส่วนดาวิษาลางานเพราะป่วยเป็นไข้หวัด กระเพราหมูจานพูนๆ ของหมอน้ำทำให้หมอภัทรบ่นกระปอดกระแปดตั้งแต่เริ่มกินยันกินอิ่มนั่นแหละ ป้าแจ่มยิ้มแย้มให้คุณหมอทั้งสอง ไม่คณนาต่อเสียงต่อว่าของหมอภัทร ในเมื่อหล่อนเป็นคนหนักแน่น เทคะแนนพิศวาสให้กับคุณหมอน้ำคนเดียว อีกทั้งกับข้าวของคนอื่นก็เยอะกันแทบกินไม่หมดอยู่แล้ว หล่อนแค่เพิ่มกับข้าวให้หมอน้ำนิดหน่อยทำมาบ่นน้อยใจกันอยู่ได้

“หยุดบ่นได้แล้วค่ะหมอภัทร ถ้าไม่อิ่มมาเติมข้าวอีกนะคะ เอากับข้าวด้วยก็ยังได้ จะได้เลิกพูดซะที วันนี้คนเยอะป้าแจ่มจะไม่แจ่มเพราะเสียงคุณหมอนี่แหละค่า” คนที่กำลังผัดข้าวในกระทะหันไปบอกคุณหมอที่นั่งห่างออกไป

“อิ่มพอดี ไม่เติมหรอกครับ กลัวได้มากกว่าคุณชายหมอ” หมอภัทรบอกยิ้มๆ ก่อนหันไปยักคิ้วให้เพื่อนที่โคลงศีรษะ

พรรษชลมองไปที่หน้าร้านก็พบกับเจ้าของร่างโปร่งเพรียวซึ่งกำลังเดินเข้ามาในร้าน หญิงสาวกำลังหันรีหันขวางมองหาที่นั่ง ซึ่ง ณ ตอนนี้ทั้งร้านไม่มีที่ว่างเลย ชายหนุ่มลุกขึ้นโดยไว คือรวดเร็วเสียจนเพื่อนร่วมอาชีพผงะ นึกว่าอีกฝ่ายจะลุกมาเตะผ่าหมาก ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายเดินลิ่วออกไปทางหน้าร้าน

ร้านค้ามุงด้วยกระเบื้องสีกระด่างกระดำ ด้านหน้ามีตู้กระจกสองชั้นวางตั้งบนโต๊ะด้านบนใส่ผักอาทิเช่น แตงกวา มะเขือเทศ ผักกาดและแครอท ชั้นล่างมีเส้นก๋วยเตี๋ยววางเรียงราย จำนวนลูกค้าที่แน่นขนัดช่วยการันตรีความอร่อย การะเกดคิดอย่างนั้นก่อนเดินเข้ามา หากแต่พอย่างก้าวเข้ามาในร้านดูเหมือนว่าเธอจะตกเป็นเป้าสายตาผู้คนไม่น้อย เรื่องหน้าตาที่ค่อนไปทางผู้เป็นพ่อนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่วันนี้เวลานี้เธอมั่นใจ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มองเธอเพราะการแต่งตัว เสื้อสีแดงสดยาวคลุมสะโพกกับกางเกงเลกิ้งสีดำพร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงสามนิ้ว หญิงสาวถอดแว่นกันแดดออกส่ายสายตามองหาที่นั่ง

ดวงตาสีลูกกวาดเบิกกว้าง ปากเผยอออกเล็กน้อย เมื่อหันไปเจอะกับ...

“มาทานข้าวเหรอครับ ไปนั่งด้วยกันสิ” คำเชิญชวนของเขาทำให้เธอจำต้องเดินตามไปอย่างว่าง่าย ทั้งๆ ที่ยังงง

ภัทรศัยทำตาโตเมื่อเห็นพรรษชลพาสาวสวยมาที่โต๊ะ การะเกดยกมือไหว้ชายหนุ่มหลังจากที่ชายหนุ่มแนะนำให้รู้จักกัน

“เรียกพี่ภัทรก็ได้นะครับ” ภัทรศัยชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบ ก่อนต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้านิ่งของอีกคน

“คุณเกด มาทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ” คำถามของเขาไม่ได้เจือรอยยิ้มหรือความเป็นกันเองอีกต่อไปแล้ว การะเกดอดใจแป้วไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกที่เขาชวนเธอใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่แท้ๆ เชียว

“เกดพาลุงบรรณมารับยาค่ะ คุณหมอ” บรรณพ่อของคาวีมีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาเป็นประจำเลยต้องมารับยาที่โรงพยาบาลทุกเดือน วันนี้เธออาสามาเป็นเพื่อนเพราะเบื่อสายตาจับผิดของพี่ชาย สู้ให้โวยวายวีนแหลกทำศึกตัวต่อตัวดีกว่าต้องมานั่งเล่นสงครามเย็น ปวดประสาทตายชัก!

ส่วนเกินที่นั่งอยู่ด้วยอย่างภัทรศัยสัมผัสได้ถึงช่องว่างที่ต่างฝ่ายต่างพึงมอบให้กัน ตายห่าน! เมื่อกี้เราบอกให้เธอเรียกเราว่าพี่ภัทร แต่เธอดันเรียกพรรษชลว่าคุณหมอ แบบนี้โดนเพื่อนเคืองตายเลย ภัทรศัยยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้เพื่อน ก่อนจะหันไปซักถามหญิงสาวคนเดียวในโต๊ะ

“น้องเกด เอ่อ คุณเกดจะกินอะไรครับ ร้านป้าแจ่มอร่อยทุกอย่าง เอ่อ ว่าแต่เป็นน้องสาวของคุณเดหลีภรรยาคาวีจริงๆ เหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ทำไมหรือคะ”

“คือ...พี่ได้ยินว่าบ้านคุณเดหลีค่อนข้างรวย” โคตรรวย... ชายหนุ่มพูดต่อในใจ “เลยไม่คิดว่าน้อง เอ่อ คุณเกดจะเคยกินอาหารในร้านแบบนี้”

สาวดอกไม้ยิ้ม “สะดวก สะอาด อร่อย เกดกินได้หมดแหละค่ะ แล้วอีกอย่าง...เรียกเกดเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”

ป้าแจ่มที่แจ่มว้าวด้วยการเติมลิปสติกมาใหม่ได้ยินประโยคนั้นพอดีก็เกิดชอบพอหญิงสาว แรกทีเดียวหล่อนเห็นคุณหมอผู้เป็นขวัญใจคนทั้งโรงพยาบาลเดินเข้าหาหญิงสาวก็เกิดความสนใจ พรรษชลคงไม่รู้ว่าตนเองได้ตกเป็นเป้าสายตาผู้คน แถมแม่สาวคนที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปก็สวยหยาดฟ้ามาดินมากเลยทีเดียว

“จะกินอะไรคะคุณ กระทะว่างแล้วสั่งได้เลย”

“ขอกระเพาหมูสับค่ะ ไข่ดาวด้วยสองฟองนะคะ ตอนนี้เกดหิวมาก” การะเกดหันไปยิ้มอ้อนให้แม่ค้าที่ทาปากแดงแจ๊ดดด

“จัดให้ค่ะ ว่าแต่หมอน้ำเพิ่มอีกจานไหมคะ ดูท่าตอนนี้คงไม่รีบกลับโรงพยาบาลแล้ว” แจ่มหันไปแซวคุณหมอสุดหล่อ แต่วินาทีต่อมาก็ต้องเงิบ ในเมื่อคุณหมอ...

“ครับ ขอกระเพราหมูสับเพิ่มอีกจาน ไข่ดาวฟองเดียวก็พอครับ”

“หะ!” ภัทรศัยหันไปมองเพื่อน ก่อนจะรีบหุบปากก้มหน้าก้มตากินข้าวที่เหลืออยู่ในจาน

การะเกดหันไปส่งสายตาขอบคุณชายหนุ่ม เธอแอบเกร็งๆ เหมือนกันที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ดีที่เขาสั่งเพิ่มจะได้เป็นเพื่อนกัน

เวลาต่อมากระเพราหมูสับจานพิเศษที่ป้าแจ่มจัดให้ก็มาวางตรงหน้าสองหนุ่มสาว กลิ่นหอมของกระเพาทำให้สาวดอกไม้รีบเยาะพริกน้ำปลาแล้วตักชิม เธอร้องอื้อหือก่อนหันไปเอ่ยปากชมแจ่ม

“อร่อยมากเลยค่ะป้า”

แจ่มยิ้มจนปากแทบฉีกถึงหู รู้สึกชอบอกชอบใจเพื่อนหมอน้ำ ฝ่ายภัทรศัยเกิดเป็นห่วงเพื่อน มองจานกระเพราที่ไม่น้อยไปกว่าจานแรกเลยสักนิด

“ไหวไหมหมอ”

“ไหว”

คนเริ่มกินข้าวจานที่สองบอกสั้นๆ ก่อนก้มหน้าก้มตากิน โดยไม่คณนาต่อสายตาหลายสิบคู่ที่แอบชำเลืองมองมาตั้งแต่ชายหนุ่มลุกขึ้นไปชวนสาวมานั่งโต๊ะเดียวกัน ดูเหมือนเรื่องหมอพาสาวที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานมานั่งกินข้าวจะไม่ใช่ประเด็นให้ผู้คนกล่าวถึงอีกต่อไป หากแต่เรื่องที่หมอน้ำกินข้าวร้านป้าแจ่มสองจานติดนี่สิจะเป็นที่โจษจันทั้งโรงพยาบาล

 

การะเกดนั่งรอบรรณที่ม้านั่งใต้ร่มไม้ด้านข้างโรงพยาบาล พรรษชลและภัทรศัยเดินมาส่งเธอ ตลอดเวลาที่กินข้าวส่วนใหญ่แล้วเธอพูดคุยกับภัทรศัย หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาก็พูดหาเธอน้อยลง ถึงอย่างนั้นลึกๆ ก็ซาบซึ้งในน้ำใจเขาที่อุตส่าห์กินข้าวเป็นเพื่อนเธออีกจาน หญิงสาวนั่งรอไม่นานบรรณก็เดินออกมาพร้อมกับถุงยา

“รอนานไหมลูก”

“ไม่นานค่า เกดเพิ่งไปกินข้าวกลับมาเอง” เธอส่งยิ้มให้บรรณ

“งั้นกลับกันเถอะ ว่าแต่แวะไปซื้อเค้กก่อนไหม ร้านหนูแก้วน่ะ”

“ไม่เอาค่ะ ชิ้นสุดท้ายเพิ่งหมดไปเมื่อวาน เกดว่าจะหยุดกินสักพัก ขี้เกียจออกกำลังกายเยอะ”

“กลัวอ้วนงั้นสิเรา”

การะเกดส่ายหน้า อมยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่กลัวค่ะ ถ้ากลัวคงไม่กิน แต่ที่หยุดกินนี่เพราะว่ากินติดกันมาหลายวันแล้ว อยู่กับลุงบรรณนี่สบายจริงๆ เลย อีกไม่นานเกดคงต้องอ้วนเป็นหมูแน่ๆ เลย” หญิงสาวคุยแจ้วๆ เดินเกาะแขนบรรณไปตลอดทาง ซึ่งคนที่ไม่มีลูกสาวอย่างบรรณก็ชอบใจ ลูกสาวลูกชายฟาบิโอ้น่ารักกันทุกคน เอ่อ ยกเว้นเป็นบางคนและบางครั้ง

“เห็นหมอน้ำบอกเจอเราที่ร้านอาหาร” บรรณชวนพูดคุยระหว่างเดินไปที่รถ

“อ๋อค่ะ คุณหมอนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเกดด้วย”

“นั่นแหละ ลุงเจอหมอน้ำตอนรอรับยา รายนั้นบอกว่าเรารออยู่ที่นี่”

การะเกดเลิกคิ้วก่อนพยักหน้า

“เกดตั้งใจโทร. บอกคุณลุงอยู่ค่ะ แต่นั่งเพลินไปหน่อย” ปากบอกแต่ใจนึกถึงใครบางคนที่อุตส่าห์ทิ้งงานไปแจ้งข่าวให้เธอ หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด...

 

พรรษชลนอนดื่มด่ำกับแสงแดดอ่อนและสายลมเย็นในเช้าวันอาทิตย์ หากแต่มันจริงอย่างที่เขาว่า ...ความสุขสงบนั้นช่างสั้นนัก เมื่อประตูห้องนอนถูกทุบโครมใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้จากเงื้อมมือใครที่ไหน คาวีนั่นเอง! ผู้มาขัดความสุขในเช้าวันหยุดของเขา ชายหนุ่มนอนกรอกตาก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูห้อง ประตูบานเฟื้อมเปิดออกให้เห็นภาพชายตัวสูงใหญ่ยิ้มแฉ่งแข่งตะวันขัดกับใบหน้าดุแถมมีตอหนวดสีเขียวขึ้นเต็มไรเครา อารมณ์สุนทรีย์ที่มีต่อแสงแดดอ่อนและสายลมเย็นเหือดหายไปจนหมด เจ้าของห้องถอนหายใจดังเฮือกจนคนมาเคาะประตูต้องชักสีหน้า

“อะไรวะหมอ เห็นหน้าเพื่อนไม่ดีใจหรือไง” เพื่อนทำท่ากระฟัดกระเฟียดเดินตึงๆ ไปนั่งปลายเตียงอย่างไม่ต้องให้เจ้าของห้องอนุญาตก่อน

“จะให้พูดความจริงหรือโกหก”

“หูย...รักษาน้ำใจนิดหนึ่งก็ได้”

“กูเบื่อหน้ามึง!

คาวีทำหน้าเบ้ “นี่รักษาน้ำใจกันแล้วเหรอวะไอ้หมอ เจ็บจี๊ดๆ ที่ใจเลยนะเนี่ย”

“มึงมาทำไมครับ”

“หูย...” คาวีเหล่ตามอง ก่อนอมยิ้ม “ลงท้ายด้วย ครับ อย่างสุภาพ สมกับเป็น คุณชายน้ำค้าง จริงจิ้ง”

คุณชายตัวจริงชักสีหน้าไม่พอใจ มีแต่ที่วังกุลวารีของพ่อเขาหรอกที่เรียกขานเขาว่าอย่างนี้ พรรษชลเป็นคุณชายก็จริงแต่นิสัยกลับดินมากๆ พี่น้องคนอื่นเสียอีกที่มีลุคคุณชายมากกว่าเขา

“มาทำไม ถ้าจะให้ฉันไปตรวจหลานล่ะก็ ไม่ต้องหรอก เมื่อวานเดหลีโทร. มาบอกว่านายให้โทร. มาเตือน ฉันเลยสอบถามเดหลีไปแล้วว่าหลานมีอาการผิดปกติไหม ซึ่งนี่...คือผลวินิจฉัยล่าสุดของฉัน”

พรรษชลยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีตัวหนังสือเต็มพรึบ คาวีรับมาอ่านแล้วหัวเราะก้ากออกมา

“อาการเบื้องต้นเหมือนคนปกติ ตาไม่บอด หูไม่หนวก แขนขาไม่เป็นง่อย  หายใจเองได้ ขี้คล่อง ผายลมบ้าง หัวเราะคุยอ้อแอ้ตามปกติ มีพัฒนาการที่ดี สรุป...ถ้าไม่มีอุบัติเหตุพ่อทำหลุดมือ พ่อนอนทับ จะมีอายุยืนยาวไปอีกแปดสิบถึงร้อยปีเป็นอย่างต่ำ ลงชื่อนายแพทย์หม่อมหลวงพรรษชล กุลวารี” คาวีอ่านกลั้วเสียงหัวเราะ “ผลวินัยฉัยพร่อง! หมอที่ไหนเขียนบอกคนไข้แบบนี้ แล้วไอ้ที่บอกว่าลูกกูจะอายุยืนยาวแปดสิบถึงร้อยปีนี่มึงเป็นหมอดูหรือไงหา!

“หมอน้ำนี่แหละ แล้วมึงก็เลิกเรียกกูไปตรวจลูกมึงทุกเดือนได้แล้ว จำไม่ได้เหรอ...กูเป็นเพื่อนนะครับ ไม่ใช่เบ๊!!” คนที่ยังฝังใจกับเรื่องที่เพื่อนไหว้วานบอกด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“สรุปวันนี้นายจะไม่ไปบ้านฉันจริงๆ อะ”

“เออ!

 

หลังจากไล่ส่งเพื่อนให้กลับบ้านแล้ว พรรษชลจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแปรงฟัน ชายหนุ่มยืนมองตัวเองในกระจกก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ จริงๆ เขาไม่อยากขัดน้ำใจเพื่อนเลยสักนิด เขารู้ว่าการที่คาวีบังคับให้เขาไปตรวจสุขภาพหลานทุกเดือนนั่นเพราะไม่อยากให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่น มันเป็นการแสดงออกว่าระหว่างเขากับคาวียังเหมือนเดิมแม้ว่าอีกฝ่ายจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ตาม พรรษชลเข้าใจเพื่อน แต่ไม่อยากเข้ายุ่งมากนัก เขากลัวบุษบาจะคิดมากเหมือนที่ครั้งหนึ่งใบไผ่เคยรู้สึก

นึกถึงใบไผ่แล้วชายหนุ่มก็ยิ้มให้กระจก ความรู้สึกในวันนี้ต่างจากวันวารอย่างสิ้นเชิง ตอนใบไผ่บอกว่าชอบเขาอย่างเพื่อน ในตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเสียใจอะไรเลย กลับดีใจด้วยซ้ำที่เธอเห็นเขาเป็นเพื่อน การที่เขาบอกชอบใบไผ่ส่วนหนึ่งคงมาจากคาวียุยง เมื่อก่อนเขาและคาวีมักโดนกล่าวหาว่าเป็นคู่เกย์กัน คาวีไปได้ยินข่าวนั้นเลยพยายามดึงใบไผ่เข้ามาในกลุ่ม และยุให้เขาจีบใบไผ่ ซึ่งตอนนั้นเขาก็เห็นว่าเธอน่ารักดีบวกกับโดนคาวีไซโคเยอะๆ เข้าก็เลยตัดสินใจบอกชอบหญิงสาว แล้วก็เป็นคาวีอีกนั่นแหละที่เจ้ากี้เจ้าการนัดแนะวันเวลาให้ สุดท้ายก็หอบ แห้ว กระป๋องกลับบ้านคนละกระบุง

การที่เขาเลือกกลับมาทำงานที่นี่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเพื่อนสนิทอยู่ที่นี่ด้วย แม้บางครั้งจะเบื่อคาวี ถึงอย่างนั้นพรรษชลก็ค้นพบว่าตัวเองไม่เคยโกรธเพื่อนได้สักครั้ง คาวีมีนิสัยโผงผางแต่จิตใจอ่อนโยนทำให้คบหาเป็นเพื่อนกับเขาได้นานถึงทุกวันนี้ และการที่เขาไม่ไปมากบารมีฟาร์มพร้อมคาวีในวันนี้ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ... ผู้หญิงที่ทำให้เขากินกระเพราสองจานติดกันจนเป็นที่โจษจันกันทั่วโรงพยาบาล เรื่องนี้ดังกันข้ามอาทิตย์ทีเดียว ดังขนาดที่ร้านป้าแจ่มคนแน่นขนัดเพราะหลายคนอยากพิสูจน์ว่ากระเพราหมูสับที่นั่นอร่อยจริงไหม และเรื่องสุดท้ายที่เม้าท์กันเกินจริงนั่นคือ... เขากินข้าวสองจานติดได้เพราะมีสาวสวยคนรู้ใจนั่งตรงข้าม!

ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องจริง... ความคิดของชายหนุ่มสะดุดเมื่อใบหน้าสวยสดของสาวลูกครึ่งลอยเข้ามาในห้วงคำนึง ชายหนุ่มรีบใช้มือกดหัวตา ใช่ว่าคิดถึงเธอแล้วไมเกรนจะขึ้น แต่เขาสลัดภาพใบหน้าเธอออกไปไม่ได้ต่างหาก นี่คือสาเหตุใหญ่ที่เขาไม่ไปมากบารมีฟาร์มในวันนี้ และคงจะไม่ไปอีกพักใหญ่ จนกว่าอาการแปลกๆ นี้จะหายไปจนหมดหรือเกือบหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่!

“จะออกไปไหนหรือน้ำ” จำเนียรถามหลานชายเมื่อเห็นชายหนุ่มออกจากห้องพร้อมชุดลำลองซึ่งไม่ใช่ชุดอยู่บ้านที่เป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดธรรมดาเหมือนทุกครั้ง

“ออกไปหาก๋วยเตี๋ยวกินครับ ตรงทางเข้าหมู่บ้านมีร้านมาเปิดใหม่ ยายได้ไปชิมหรือยัง น้ำเห็นน่าอร่อยเลยว่าจะไปชิมหน่อย”

“อ๋อ ตาพายายกินมาแล้ว อร่อยดี”

“งั้นน้ำไปก่อนนะครับยาย อาจแวะไปเล่นที่สวนตาเสริมด้วยเลย” จำเนียรพยักหน้ารับ ในบรรดาหลานยายพรรษชลติดตายายมากที่สุด

“น้ำค้างนั่นจะไปไหน” เสียงเสือร้องถามหลานชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอยรถมอเตอร์ไซค์ออกจากใต้ถุนบ้าน

“ไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าหมู่บ้านครับ” พรรษชลตอบตาที่กำลังนั่งเช็ดหน้าให้เจ้าไก่ชนนามพยับหมอก ซึ่งเวลานอนต้องกลางมุ้งมีคนนอนเฝ้า

“แล้ววันนี้ไม่ไปบ้านคาวีหรอกรึ ตาว่าจะฝากมะยงชิดไปให้หนูเกดสักหน่อย” จากตอนแรกที่ไม่ชอบเพราะหวงหลานชาย บัดนี้เสือกลับเป็นฝ่ายถามไถ่หาสาวดอกไม้นามการะเกดมากที่สุดในบ้าน

“ไม่ได้ไปครับ แต่เดี๋ยวเย็นๆ ผมจะให้คนเอาไปให้แล้วกัน ตาเตรียมไว้เลยนะ”

เสียงสตาร์ทรถดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวออกรถไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้เป็นตาบ่นงึมงำกับไก่

“อะไรของมันวะลูกพยับ พ่อแค่จะฝากของไปให้หนูเกดทำเป็นรีบร้อน แล้วทำไมต้องให้คนอื่นไปแทนด้วย ขี่รถไปเองแป๊บเดียวก็ถึง พ่อล่ะไม่เข้าใจพี่น้ำค้างของเอ็งจริงจริ้งพยักหมอก”

 

ร้านก๋วยเตี๋ยวแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ การะเกดและอัญชันขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาชิมหลังจากที่คาวีได้ซื้อไปฝากเมื่อวานก่อน สองสาวชวนพุทธชาดแล้วแต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมลุกจากเตียงเนื่องจากเมื่อคืนทำงานจนเช้า การะเกดออกชอบใจที่พักนี้พี่ชายทำตัวห่างเหิน นั่นเพราะเธอไม่อยากเห็นสายตาจับผิดของอีกฝ่าย พี่ชายมองเหมือนเธอไปทำผิดอะไรมาสักอย่าง ซึ่งเธอคิดทบทวนไปหลายตลบและพบว่ามันไม่มี!

สองสาวจอดรถแล้วลงไปเลือกที่นั่งซึ่งเป็นซุ้มอยู่หน้าร้านพอดี โต๊ะหินอ่อนถูกเช็ดสะอาดสะอ้าน เด็กเสิร์ฟวัยกระเตาะยิ้มแฉ่งให้ลูกค้าสาว ครั้นพอเห็นใบหน้ากันชัดๆ เด็กหญิงถึงกับผงะยิ้มค้าง

“พี่พูดไทยได้ค่ะ ไม่ต้องกลัว” การะเกดรีบพูดดักคอก่อนเด็กสาวจะวิ่งกระเจิงหนีไป ชาวบ้านที่นี่น่าแปลกจริงๆ เห็นฝรั่งหน่อยก็วิ่งแจ้นกันเลยทีเดียว  เข้าใจอยู่หรอกเรื่องกลัวสื่อสารกันไม่เข้าใจ แต่ขอโทษเถอะ...แค่คนต่างชาติไม่ใช่ผีสักหน่อย ทำไมต้องหนี!

“อ๋อ” เด็กน้อยหัวเราะแหะๆ “เอาเส้นหยังคะคุณ”

“เอาเส้นน้อยกับเส้นหมี่ขาวน้ำตกจ้ะ” คนรับออเดอร์ยิ้มแป้น ชอบใจที่ฝรั่งพูดอีสาน

“เอาน้ำอีหยังคะ”

ลูกค้าสาวหันไปมองโถน้ำซึ่งมีกระดาษแปะชื่ออาทิลำไย มะตูม เก๊กฮวย และสุดท้าย เอ่อ...น้ำส้วม! ถึงจะมีปากกาขีดฆ่าวอแหวนไว้ก็ยังคงอ่านคำที่เขียนผิดครั้งแรกออก

“นั่น น้ำส้วมคั้นสดแม่นบ่” การะเกดหันมาถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“น้ำส้มจ้า นางเขียนผิด กระดาษอีแม่เบิดเลยไม่มีเปลี่ยน”

“อ้อ แล้วคั้นสดไหม”

“บ่จ้า น้ำส้มซันคลิกผสมน้ำ”

การะเกดพยักหน้า

“งั้นเอาน้ำมะตูม แล้วอัญล่ะกินน้ำอะไร”

“พี่เอาเก๊กฮวยแล้วกัน” เด็กน้อยรับออร์เดอร์แล้วรีบวิ่งไปหาแม่ซึ่งอยู่หลังหม้อก๋วยเตี๋ยว คุยอวดแจ้วๆ ว่าได้คุยกับฝรั่งด้วย แถมยังบอกอีกด้วยสิว่าฝรั่งเว้าอีสานนำแม่!

เสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่แล่นมาจอดหน้าร้านดึงสายตาลูกค้าสาวที่นั่งอยู่หน้าร้าน อัญชันยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของน้องสาว ถึงจะแวบเดียวเธอก็สังเกตได้ หญิงสาวหรี่ตามองอย่างจับผิด งานนี้มีอะไรในกอการะเกดอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นน้องสาวเธอคงไม่ทำท่าตกใจขนาดนี้

“พี่หมอทางนี้ค่ะ” อัญชันโบกมือหว่อยๆ เรียกชายหนุ่ม

พรรษชลที่เห็นว่าใครมาแต่ไกลยิ้มทักทายสองสาว ซึ่งหนึ่งในนั้นหลบตาเขา ชายหนุ่มถอนใจกับโชคชะตา ยิ่งเขาหลบหน้าเธอก็ยิ่งเจอ บังเอิญบ่อยๆ แบบนี้ท่าจะไม่ใช่โชคชะตาแล้วกระมัง

“มากินก๋วยเตี๋ยวไกลเลยนะครับ” ชายหนุ่มทักทายคนที่พักอยู่หมู่บ้านติดกัน

“พี่คาวีซื้อไปฝากวันก่อน กินแล้วอร่อยดี เลยแวะมาชิมที่ร้านค่ะ” อัญชันตอบ ทว่าไม่ลืมชำเลืองมองน้องสาวที่ตั้งท่าสูดลมหายใจเหมือนกำลังตั้งสติ

“ตาพี่บอกเก็บมะยงชิดไว้ให้คุณเกด เดี๋ยวเย็นๆ เด็กที่บ้านคงเอาไปส่ง” เขาหันมาคุยกับการะเกด สาวดอกไม้พยักหน้ารับ

“ขอบคุณค่ะ”

อัญชันห่อปากเมื่อเห็นท่าทางประดักประเดิดของน้องสาว กอปรกับที่สาวน้อยวัยกระเตาะเดินถือถ้วยก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ

“คุณหมอเอาเส้นอีหยัง”

“เอาเส้นน้อยน้ำตก” เขาสั่งก่อนจะเหลือบไปเห็นชามก๋วยเตี๋ยวของการะเกด ชายหนุ่มอมยิ้ม ...บังเอิญอีกแล้ว!

สองสาวยังไม่ลงมือกิน พอพรรษชลได้ก๋วยเตี๋ยวจึงลงมือปรุงเพื่อกินพร้อมกัน พรรษชลที่ปรุงเสร็จคนสุดท้ายปิดฝาเครื่องปรุง ชายหนุ่มใช้ตะเกียบกับช้อนคนให้เครื่องทั่วถึง ตักชิมแล้วนิ่วหน้า ก่อนเอื้อมไปยังฝาเครื่องปรุงซึ่งประจวบเหมาะกับที่มือขาวบางเอื้อมมาพอดี

การะเกดชะงักเงยหน้าสบตาชายหนุ่ม

แค่กๆ เสียงไอของอัญชันทำให้ทั้งสองผงะมือออกจากกัน คนที่สำลักน้ำก๋วยเตี๋ยวไอหน้าดำหน้าแดง นั่นเพราะเธอไปเห็นซีน บังเอิญ นั่นเข้าพอดี เธอตกใจจนสำลักน้ำก๋วยเตี๋ยวเลยทีเดียว ก็เกิดมาเพิ่งเคยน้องสาวแลกสายตากับชายหนุ่มที่ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา

“คุณเกดตักก่อนเถอะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

บรรยากาศก้ำกึ่งระหว่างคนแปลกหน้าเจอกันกับคนสนิทสนมเจอกันยังคงดำเนินต่อไปจนก๋วยเตี๋ยวหมดถ้วย อาหารอร่อยหากแต่พรรษชลกลับไม่รู้รสมากนัก ชายหนุ่มพบว่าสายตาตัวเองวนเวียนไปสบตาอีกหนึ่งสาวอยู่ร่ำไป สบตาแล้วก็หลบตา วนเวียนอย่างนี้ไปจนกินเสร็จ

ดูท่าแผนการจะไม่ไปมากบารมีฟาร์มอีกพักใหญ่คงต้องพับลง นายแพทย์หม่อมหลวงคิดอย่างปลงๆ โดยไม่รู้ว่าแท้จริงสิ่งที่ตนคิดว่าเป็น โชคชะตา นั้นได้แปรเปลี่ยนเป็น พรหมลิขิต เข้าเสียแล้ว พรหมลิขิตที่จะนำพาความ ไม่สงบ เข้าสู่ชีวิตสงบสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ที่ชายหนุ่มปรารถนา!

 

มันเป็นพรหมลิขิตว่าไหมคะ >////<

ขอบคุณสำหรับคำผิดนะคะ

อย่าลืมคอมเม้นเพื่อเล่นเกมชิงหนังสือกันน้า

เล่มนี้มีกำหนดวางแผงเดือนสิงหาคมค่ะ 

ออกกับ สนพ. สถาพร หัวชูการ์ บีท เด้อค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3238 Hongfar4567 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 15:37
    ถึงเวลาสนุกแล้วสิ
    #3,238
    0
  2. #3158 Manpoon Boon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:18
    อะไรดลใจเจอกันบ้อยบ่อย น่ารักจัง
    #3,158
    0
  3. #3143 Manpoon Boon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 22:55
    อะไรดลใจเจอกันบ้อยบ่อย น่ารักจัง
    #3,143
    0
  4. #2903 Anny75 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 21:41
    ก็โลกมันกลมนิ
    #2,903
    0
  5. #2567 คนที่คุณก็รู้ ว่าใคร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:58
    บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต. เลือเอาเลยค้าพี่หมอน้ำ อิอิอิอิ
    #2,567
    0
  6. #2522 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:49
    พี่หมอน้ำก็เเอบมีมุมฮาๆเหมือนกันนะเนี่ย
    #2,522
    0
  7. #2337 zesas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 22:54
    ไรท์คะ
    ตอนที่อัญชันกระซิบถามเดหลี ต้องเป็นกระซิบถามพี่สาว
    ไรท์พิมพ์ว่าน้องสาว ค่ะ
    แล้วก็ ตกลงพี่สาวใบแก้ว นี่กิ่งไผ่ หรือใบไผ่ คะ
    เห็นตอนก่อนใช้กิ่งไผ่ ตอนนี่ใช้ใบไผ่ แต่เห็นแทนตัวว่ากิ่ง
     

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2558 / 23:02
    #2,337
    0
  8. #2271 ใจหนึ่งใจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 10:29
    คู่นี้น่ารักกันจริง  หนีไม่พ้นแน่หมอน้ำ  พระพรหม ท่านลิขิตไว้แล้ว ><
    #2,271
    0
  9. #2247 Yoda0147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:24
    อ่านอีกรอบก็อมยิ้มค่ะ สนุกจริงๆ
    #2,247
    0
  10. #2246 Yoda0147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:23
    คาวีกับหมอน้าอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักมากค่ะ
    #2,246
    0
  11. #2244 Yoda0147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:21
    เกดน่ารักมาก เป็นผู้หญิงน่ารักสุดๆ
    #2,244
    0
  12. #2243 Yoda0147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:20
    เจอกันบ่อยๆ คนอ่านก็ฟินค้า
    #2,243
    0
  13. #1640 nammol23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 10:46
    "ไหวมั้ยหมอ"
      "ไหว"
    555555+
    #1,640
    0
  14. #1498 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 15:05
    ชอบมากค้ะ
    #1,498
    0
  15. #1443 niramon2549 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 21:19
    น่ารักอ่ะคริคริ
    #1,443
    0
  16. #1440 thanapom-s@hotmail.com (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 20:59
    สู้ๆนะคะไรท์ เชียร์พี่หมอน้ำสุดใจขาดดิ้น

    #1,440
    0
  17. #1295 bluecomsc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 11:33
    เจอกันจนอยากจะ เห็นหน้ากันทุกวันเลยคร้า
     
    #1,295
    0
  18. #1213 ปวีณ์ธิดา_เซลีน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 10:59
    บังเอิ้ญ บังเอิญ เขิลแทนสาวเกดจัง อิอิ
    #1,213
    0
  19. #1137 Kamuningka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 16:11
    ยืนยันคำเดิม หมอน้ำกับคาวี น่าร๊ากกกกก เดี๋ยวต้องไปหาคาวีมาอ่านมั่งแล้ว ยังไม่ได้อ่านเลย
    #1,137
    0
  20. #927 saranyat.puk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 00:28
    ยิ่งกว่าหลงรักคะ บอกได้แค่นี้จริงๆ
    #927
    0
  21. #895 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    ชลลี่กับคาววี่ ชื่อน่ารักมากเลยค่ะ
    #895
    0
  22. #849 นานา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 00:12
    ยิ่งอ่านยิ่งหลงรักพี่หมอจัง. หลงรักพระเอกแบบนี้ ทุกคน
    #849
    0
  23. #845 สาวกดอกไม้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 19:48
    อย่าลืมแก้ประโยคนี้นะ"พี่หมอน้ำไม่มาเลยอีกเลยเหรอ เดหลี" อัญชันกระซิบถาม"น้องสาว"(อัญชันเป็นน้องเดหลีชิมิ)
    #845
    0
  24. #844 devilprincesskan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 18:24
    พี่หมอน้ำค้าง....ข้าวผัดกระเพราะ 2 จาน คง อาย่อยมากโน๊ะโน๊ะ....  




    .
    .
    .
    .
     ขี้หึงนะนี่..คุณพี่หมอน้ำค้าง.......


    #844
    0
  25. #837 Yoda0147 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 12:07
    ฟิน จิ้น และค้างมากค่ะ 
    #837
    0